วัน: 19 กันยายน 2025

ฮาลันด์สร้างสถิติ! ช่วยซิตี้ชนะนาโปลี

ฮาลันด์สร้างสถิติ! ช่วยซิตี้ชนะนาโปลี

เออร์ลิง ฮาลันด์ สร้างสถิติอีกครั้งด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำประตูในแชมเปียนส์ลีกถึง 50 ประตูได้เร็วที่สุด ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือนาโปลีในการแข่งขันนัดเปิดสนาม

ฮาลันด์สร้างสถิติ! ช่วยซิตี้ชนะนาโปลี ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ทีมเก็บชัยชนะได้อย่างสวยงาม แม้ว่าคู่แข่งจะสู้ได้อย่างสูสี

ไฮไลท์สำคัญของเกม: ฮาลันด์สร้างสถิติ!

  • ฮาลันด์ทำลายสถิติ
  • แมนฯ ซิตี้ คว้าชัยชนะ
  • นาโปลีเหลือผู้เล่น 10 คน

เกมนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่านาโปลีจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความเฉียบคมของฮาลันด์และทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งของแมนฯ ซิตี้ ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายที่คว้าชัยชนะไปในที่สุด

ฮาลันด์ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก ด้วยความสามารถในการทำประตูที่เหนือชั้นและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เขาเป็นกำลังสำคัญของแมนฯ ซิตี้ และเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองในวงการฟุตบอล

การที่นาโปลีต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาในเกมนี้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงสปิริตนักสู้และความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้

ชัยชนะในนัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแมนฯ ซิตี้ เพราะมันเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก และยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับทีมอีกด้วย

นอกจากฮาลันด์แล้ว ผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมแมนฯ ซิตี้ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ทั้งในส่วนของเกมรุกและเกมรับ พวกเขาเล่นกันได้อย่างเข้าขาและแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในแท็กติกของทีม

สำหรับนาโปลี แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ในนัดนี้ แต่พวกเขาก็ยังมีโอกาสอีกมากมายที่จะพิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก พวกเขาเป็นทีมที่มีศักยภาพและมีความสามารถที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับทีมอื่นๆ ได้

โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นเกมที่สนุกและตื่นเต้นที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของฟุตบอลระดับสูง ทั้งสองทีมต่างก็มีช่วงเวลาที่ดีและแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักเตะแต่ละคน

ฮาลันด์สร้างสถิติ! ช่วยซิตี้ชนะนาโปลี ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของเขา และเป็นการตอกย้ำว่าเขาคือหนึ่งในสุดยอดนักเตะของโลกอย่างแท้จริง การทำลายสถิติมากมาย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถที่เหนือกว่าใคร

การที่แมนฯ ซิตี้คว้าชัยชนะในเกมนี้ ไม่ได้มาจากแค่ความสามารถเฉพาะตัวของฮาลันด์เท่านั้น แต่ยังมาจากการทำงานเป็นทีมและความเข้าใจในแท็กติกของโค้ช ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างสวยงาม

การแข่งขันในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล แต่จากฟอร์มการเล่นในนัดแรกนี้ แมนฯ ซิตี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์มาครอง

ฮาลันด์สร้างสถิติ! ช่วยซิตี้ชนะนาโปลีเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และเราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถสร้างสถิติอะไรได้อีกบ้าง

ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแมนฯ ซิตี้ และความสามารถของฮาลันด์ในการสร้างความแตกต่างในเกมสำคัญๆ เชื่อว่าเขาจะยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้

และแน่นอนว่าแฟนบอลทั่วโลกต่างก็ตั้งตารอชมผลงานของเขาในนัดต่อๆ ไป

ที่มา – Record-breaking Haaland helps City beat 10-man Napoli

แรชฟอร์ดเหมา! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล

แรชฟอร์ดเหมาสอง! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล

ขออภัย เนื้อหานี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

เกิดข้อผิดพลาด

มาร์คัส แรชฟอร์ด ประเดิมประตูแรกให้กับบาร์เซโลน่าด้วยลูกโหม่ง ก่อนจะยิงประตูที่สองสุดสวย ช่วยให้แชมป์ลาลีกาเริ่มต้นแคมเปญยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือนิวคาสเซิลที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ก

รายงานการแข่งขัน: ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: แรชฟอร์ดเหมาสองให้บาร์ซ่าที่นิวคาสเซิล, แมนฯ ซิตี้ ชนะ นาโปลี

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

เกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดที่ บาร์เซโลนา พบกับ นิวคาสเซิล นั้นจบลงด้วยชัยชนะของบาร์ซ่า จากฟอร์มอันร้อนแรงของมาร์คัส แรชฟอร์ด

แรชฟอร์ดเหมาสอง! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล

สถานการณ์ของเกมนั้นค่อนข้างตึงเครียดในช่วงต้นเกม แต่แล้ว มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็สามารถปลดล็อคประตูแรกได้สำเร็จ จากการโหม่งลูกเตะมุมเข้าไปอย่างสวยงาม สร้างความมั่นใจให้กับทีมอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นาน แรชฟอร์ด ก็จัดการยิงประตูที่สองของตัวเอง จากการเลี้ยงตัดเข้าในแล้วปั่นโค้งเสียบเสาเข้าไปอย่างหมดจด ทำให้ บาร์เซโลนา ขึ้นนำ 2-0 และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกม

ฟอร์มอันร้อนแรงของแรชฟอร์ดช่วยบาร์ซ่า

แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในเกมนี้ถือว่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก การทำสองประตูในเกมสำคัญแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและคุณภาพของเขาอย่างชัดเจน นอกจากประตูที่ทำได้แล้ว แรชฟอร์ดยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมอย่างต่อเนื่อง สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของนิวคาสเซิลตลอดทั้งเกม

ชัยชนะในเกมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ บาร์เซโลนา ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกระหายในชัยชนะ การมีผู้เล่นอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน การที่ แรชฟอร์ดเหมาสอง! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล ทำให้แฟนบอลบาร์ซ่าต่างมีความสุขอย่างมาก

เกมนี้แสดงให้เห็นว่า บาร์เซโลนา ยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวในยุโรป พวกเขามีผู้เล่นที่มีคุณภาพและประสบการณ์มากมาย และพร้อมที่จะท้าทายทุกทีมในการแข่งขัน แรชฟอร์ดเหมาสอง! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล จึงไม่น่าแปลกใจที่บาร์ซ่าจะเป็นตัวเต็งหนึ่งในเเชมเปียนส์ลีกปีนี้

แรชฟอร์ดเหมาสอง! บาร์ซ่าดับนิวคาสเซิล เป็นเกมที่สนุกและน่าติดตาม บาร์เซโลน่าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยม และมาร์คัส แรชฟอร์ด ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือผู้เล่นระดับโลก

ที่มา – Rashford scores brilliant double to guide Barcelona past Newcastle

ทรัมป์แนะอังกฤษใช้ทหารคุมชายแดน สกัดผู้อพยพ

โดนัลด์ ทรัมป์ แนะนำให้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ใช้ทหารคุมชายแดนเพื่อหยุดผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการแถลงข่าวปิดท้ายการเยือนสหราชอาณาจักรรอบที่ 2 ของอดีตผู้นำสหรัฐฯ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวร่วมกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร หลังจากการหารือในหลายประเด็นระหว่างการเยือนสหราชอาณาจักรครั้งที่ 2 ของประธานาธิบดีทรัมป์

นายทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้หารือเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพกับ เซอร์ สตาร์เมอร์ ระหว่างการประชุมที่บ้านพักตากอากาศเชคเกอร์ส โดยเขาได้พูดถึงนโยบายรักษาความปลอดภัยชายแดนในสหรัฐฯ และว่าสหราชอาณาจักรก็กำลังเผชิญกับความท้าทายที่คล้ายกัน จากผู้อพยพที่ข้ามช่องแคบอังกฤษมาด้วยเรือขนาดเล็ก การที่ทรัมป์แนะนายกฯ UK ใช้ทหารคุมชายแดน ขวางผู้อพยพผิดกฎหมาย จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ

“คุณมีคนเข้ามา และผมได้บอกกับนายกรัฐมนตรีแล้วว่าผมจะหยุดมัน และไม่สำคัญว่าคุณจะเรียกใช้กองทัพหรือไม่ มันไม่สำคัญว่าคุณจะใช้วิธีไหนก็ตาม” ทรัมป์กล่าว “ปัญหานี้ทำลายประเทศจากภายใน และตอนนี้เรากำลังจัดการนำคนจำนวนมากที่เข้ามาในประเทศของเราออกไป”

นายทรัมป์กับ เซอร์ สตาร์เมอร์ ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องการจัดการกับผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันว่า การเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่รัฐบาลของเขาให้ความสำคัญอย่างจริงจังที่สุด

เซอร์ สตาร์เมอร์ เผยว่า รัฐบาลของเขาได้บรรลุข้อตกลงส่งตัวผู้อพยพกับหลายประเทศแล้ว รวมถึงฝรั่งเศส และกำลังดำเนินการปราบปรามแก๊งลับลอบขนคนเข้าเมือง

ผู้สื่อข่าวยังถามนายทรัมป์เรื่องการรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์, เสรีภาพในการแสดงออก, สงครามในยูเครน, พลังงาน และเรื่องอื่นๆ

โดยในเรื่องปาเลสไตน์นายทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยกับ เซอร์ สตาร์เมอร์ เรื่องการรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ หลังมีการเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเตรียมรับรองรัฐปาเลสไตน์ก่อนที่การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ที่รัฐนิวยอร์ก จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์ก่อน

ส่วนเรื่องสงครามยูเครน นายทรัมป์แสดงความผิดหวังในตัวนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดี ที่ไม่ยอมเข้าร่วมความพยายามในการเจรจาสันติภาพ

“เขาทำให้ผมผิดหวังมาก” นายทรัมป์กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรตะวันตกหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพื่อบีบให้ปูตินเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่เขาไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะคว่ำบาตรรัฐบาลมอสโก

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์กับ เซอร์ สตาร์เมอร์ หลีกเลี่ยงประเด็นที่ละเอียดอ่อนหลายอย่าง รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในสหราชอาณาจักร และการปลด ลอร์ด ปีเตอร์ แมนเดลสัน ออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกเห็นใจลอร์ดแมนเดลสันหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “จริง ๆ แล้วผมไม่รู้จักเขา”

ทรัมป์แนะนายกฯ UK ใช้ทหารคุมชายแดน ขวางผู้อพยพผิดกฎหมาย

การที่ ทรัมป์แนะนายกฯ UK ใช้ทหารคุมชายแดน ขวางผู้อพยพผิดกฎหมาย กลายเป็นข่าวใหญ่ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับนโยบายการเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ

ทำไมทรัมป์ถึงแนะนำให้ใช้วิธีนี้?

ทรัมป์แนะนายกฯ UK ใช้ทหารคุมชายแดน ขวางผู้อพยพผิดกฎหมาย อาจเป็นเพราะเขามองว่าการใช้กำลังทหารเป็นวิธีที่เด็ดขาดและมีประสิทธิภาพในการควบคุมชายแดน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เป็นไปตามหลักการมนุษยธรรม

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลทั่วโลกต้องเผชิญในการจัดการกับปัญหาผู้อพยพและการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่มีวิธีแก้ปัญหาใดที่ง่ายและได้ผลเสมอไป การหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงของประเทศและการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ทรัมป์แนะนายกฯ UK ใช้ทหารคุมชายแดน ขวางผู้อพยพผิดกฎหมาย

เปเรร่าต่อสัญญาคุมวูล์ฟส์ 3 ปี

วิเตอร์ เปเรร่า กุนซือของวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 3 ปีที่สนามโมลินิวซ์

เปเรร่านำสโมสรจากเวสต์มิดแลนด์รอดพ้นจากการตกชั้น โดยจบอันดับที่ 16 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากเข้ารับตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งตอนนั้นวูล์ฟส์อยู่อันดับที่ 19 ในพรีเมียร์ลีก

สัญญาเดิมของกุนซือวัย 57 ปีรายนี้มีกำหนดหมดอายุในช่วงซัมเมอร์ปี 2026

ปัจจุบันวูล์ฟส์อยู่อันดับสุดท้ายของตารางคะแนน หลังจากแพ้ 4 นัดแรกในลีก

เจฟฟ์ สื่อ ประธานสโมสรกล่าวว่า “วิเตอร์สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับวูล์ฟส์ เขานำความชัดเจน พลังงาน และสปิริตของทีมมาสู่ทีม ซึ่งเป็นรากฐานให้เราประสบความสำเร็จได้”

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความมั่นคง วิเตอร์ต้องใช้เวลาทำงานร่วมกับทีม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เล่นใหม่ และเราจะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนเขาและทีมงานของเขา”

วูล์ฟส์เสียผู้เล่นหลักหลายคนในช่วงซัมเมอร์ โดยมาเธอุส คุนญ่า ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 62.5 ล้านปอนด์ ในขณะที่รายัน ไอต์-นูริ ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ และเนลสัน เซเมโด้ ย้ายไปเฟเนร์บาห์เช่

การคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตของกองหน้าชาวนอร์เวย์อย่าง ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่ยากลำบากของวูล์ฟส์ โดยโค้ชชาวโปรตุกีสยังพยายามที่จะปรับตัวเข้ากับผู้เล่นใหม่ 5 คน

เปเรร่ากล่าวว่า “เราจะยกระดับของเรา ด้วยความทะเยอทะยานที่จะทำให้ผู้สนับสนุนของเราภาคภูมิใจในสนาม”

“ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นหัวหน้าโค้ชของวูล์ฟส์ มันเป็นเกียรติสำหรับผม นี่คือช่วงเวลาที่เราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

เปเรร่าต่อสัญญาคุมวูล์ฟส์ 3 ปี

การต่อสัญญาของวิเตอร์ เปเรร่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลวูล์ฟส์ที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว แม้ว่าทีมจะเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างย่ำแย่ แต่บอร์ดบริหารยังคงเชื่อมั่นในความสามารถของผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสรายนี้

การที่วูล์ฟส์เสียผู้เล่นหลักไปหลายคนในช่วงซัมเมอร์ ทำให้เปเรร่าต้องใช้เวลาในการสร้างทีมใหม่และปรับตัวเข้ากับผู้เล่นหน้าใหม่ อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสโมสรพร้อมที่จะให้เวลาและสนับสนุนเปเรร่าอย่างเต็มที่

เปเรร่าต่อสัญญาคุมวูล์ฟส์ 3 ปี จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้วางรากฐานและสร้างทีมในระยะยาว การมีผู้จัดการทีมที่มั่นคงจะช่วยให้ทีมสามารถวางแผนและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

สิ่งที่วูล์ฟส์ต้องทำหลังจาก เปเรร่าต่อสัญญาคุมวูล์ฟส์ 3 ปี

  • เสริมสร้างขุมกำลัง: วูล์ฟส์จำเป็นต้องเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม
  • สร้างทีมเวิร์ค: เปเรร่าต้องใช้เวลาในการสร้างทีมเวิร์คและความเข้าใจระหว่างผู้เล่น
  • เรียกความมั่นใจ: การคว้าชัยชนะจะช่วยเรียกความมั่นใจให้กับทีมและแฟนบอล

การต่อสัญญาของวิเตอร์ เปเรร่า อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวูล์ฟส์ในฤดูกาลนี้ แฟนบอลต้องให้การสนับสนุนและอดทนรอคอยผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

การตัดสินใจของวูล์ฟส์ในการต่อสัญญากับเปเรร่า แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์และแผนการของเขา แม้ว่าผลงานในสนามอาจยังไม่เป็นที่น่าพอใจในขณะนี้ แต่สโมสรเชื่อว่าเปเรร่าเป็นคนที่เหมาะสมที่จะนำพาวูล์ฟส์ไปสู่ความสำเร็จในอนาคต เปเรร่าต่อสัญญาคุมวูล์ฟส์ 3 ปี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับสโมสรแห่งนี้

ที่มา – Wolves boss Pereira signs new three-year deal

ช็อก! ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น อาการวิกฤต

เรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นที่อินเดีย เมื่อ ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น แต่โชคดีที่ชาวบ้านช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา แม้ว่าในขณะนี้อาการของเธอจะยังคงวิกฤตและต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในโรงพยาบาลก็ตาม

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตชาห์จาฮันปูร์ รัฐอุตตระประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย เมื่อทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น โดยทารกน้อยมีอายุเพียง 20 วันเท่านั้น แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเธอไว้ได้ทันท่วงที แต่สถานการณ์ของเด็กยังคงน่าเป็นห่วงและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กันยายน เมื่อคนเลี้ยงแพะบังเอิญได้ยินเสียงร้องแว่วมาจากใต้ดินขณะที่เขากำลังพาฝูงแพะไปกินหญ้า เมื่อเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ เขาพบมือเล็กๆ ของทารกโผล่ขึ้นมาจากกองดิน ด้วยความตกใจและเป็นห่วง เขาจึงรีบแจ้งให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ซึ่งเดินทางมายังที่เกิดเหตุและขุดทารกน้อยขึ้นมาจากหลุม

ดร.ราเชศ กุมาร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทย์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ทารกเข้ารับการรักษา ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ทารกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพที่เต็มไปด้วยดินโคลน เธอพยายามอย่างหนักที่จะหายใจเอาอากาศเข้าปอด เนื่องจากมีดินเข้าไปอุดตันอยู่ในปากและรูจมูก

“เธออยู่ในภาวะวิกฤต มีอาการขาดออกซิเจน และมีร่องรอยของการถูกแมลงและสัตว์กัด” ดร.กุมาร์กล่าว และเสริมว่า “หลังจาก 24 ชั่วโมงผ่านไป อาการของเธอเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานอาการก็กลับทรุดลงและเริ่มมีการติดเชื้อเกิดขึ้น”

ดร.กุมาร์เชื่อว่าทารกน่าจะถูกพบหลังจากถูกฝังไปได้ไม่นาน เนื่องจากบาดแผลบนร่างกายของเธอยังดูใหม่สดอยู่ ในขณะนี้ทีมแพทย์ ซึ่งรวมถึงศัลยแพทย์ตกแต่ง กำลังให้การรักษาทารกอย่างเต็มที่และพยายามควบคุมการติดเชื้อ “อาการของเธอยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต แต่เรากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเธอเอาไว้” เขากล่าว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย แต่พวกเขากำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามหาตัวพ่อแม่ของเด็กมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อนึ่ง เหตุการณ์ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย ในปี 2562 เคยมีกรณีทารกคลอดก่อนกำหนดรายหนึ่งถูกฝังทั้งเป็นในหม้อดิน แต่ได้รับความช่วยเหลือและฟื้นตัวหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์

กรณีการทอดทิ้งและการพยายามฆ่าทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น หรือในลักษณะอื่นๆ มักมีสาเหตุมาจากค่านิยมที่ฝังรากลึกในสังคมอินเดีย ซึ่งให้ความสำคัญกับบุตรชายมากกว่าบุตรสาว อันเป็นเหตุให้เกิดความไม่สมดุลทางเพศอย่างรุนแรงในประเทศ

ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น: สะท้อนปัญหาค่านิยมในสังคม?

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราต้องหันกลับมามองปัญหาเชิงโครงสร้างในสังคมอินเดีย ที่ค่านิยมการนิยมบุตรชายยังคงฝังรากลึก และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและการทอดทิ้งทารกเพศหญิง

ทำไมเหตุการณ์ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น จึงเกิดขึ้นซ้ำๆ?

คำถามสำคัญคือ ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า? การแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่การลงโทษผู้กระทำผิด แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและทัศนคติของคนในสังคม

  • การรณรงค์ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ
  • การส่งเสริมบทบาทและความสำคัญของผู้หญิงในทุกภาคส่วนของสังคม
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องสิทธิของเด็กหญิง

การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสังคมที่เคารพและให้คุณค่าต่อชีวิตของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น เป็นเครื่องเตือนใจว่า เรายังคงมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

ที่มา – ช็อก ทารกหญิงอินเดียถูกฝังทั้งเป็น คนช่วยทันแต่อาการยังวิกฤต