วัน: 19 ตุลาคม 2025

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” แล้ว

ข่าวเศร้าที่ได้รับการยืนยันแล้ว อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยที่ถูกสังหาร นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งสำหรับครอบครัวและประเทศไทย

เว็บไซต์ i24News รายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า ร่างของผู้เสียชีวิตที่กลุ่มฮามาสส่งคืนมานั้น คือร่างของนายสนธยา อัครศรี คนงานภาคเกษตรจากประเทศไทย ซึ่งถูกลักพาตัวไปในการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ข่าวดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ เนื่องจากนายสนธยาเป็นหนึ่งในตัวประกันที่ถูกจับไปและมีความหวังว่าจะได้รับการปล่อยตัว

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี”

หลังจากกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์โดยศูนย์นิติเวชศาสตร์แห่งชาติ ร่วมกับตำรวจอิสราเอล และคณะรับไบแห่งกองทัพ IDF ได้แจ้งข่าวร้ายนี้แก่ครอบครัวอัครศรี พวกเขาได้รับแจ้งว่าบุคคลอันเป็นที่รักได้กลับคืนสู่มาตุภูมิอิสราเอลแล้ว และได้รับการยืนยันอัตลักษณ์อย่างเป็นทางการ

ข้อมูลข่าวกรองที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า นายสนธยา อัครศรี ถูกลักพาตัวจากสวนผลไม้ในคิบบุตซ์เบรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และถูกสังหารโดยกลุ่มฮามาส ร่างของเขาถูกนำไปยังฉนวนกาซา มีการประกาศว่าเขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความโหดร้ายของสงครามและความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์

ความเสียใจจากรัฐบาลอิสราเอล

รัฐบาลอิสราเอลและ IDF ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวอัครศรี รวมถึงประชาชนชาวไทย และครอบครัวของผู้ที่ตกเป็นตัวประกันทุกคน พวกเขาให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าตัวประกันที่เสียชีวิตทั้งหมดจะได้รับการส่งคืน

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาและการแสวงหาสันติภาพในภูมิภาค การสูญเสียชีวิตของนายสนธยา อัครศรี เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบที่ร้ายแรงของความขัดแย้งที่มีต่อชีวิตของผู้คน และความจำเป็นในการหาทางออกอย่างสันติเพื่อยุติความรุนแรง

การยืนยันการเสียชีวิตของนายสนธยา อัครศรี และการส่งคืนร่างของเขากลับสู่มาตุภูมิ เป็นขั้นตอนหนึ่งในการเยียวยาความเจ็บปวดให้กับครอบครัว แต่ความโศกเศร้ายังคงอยู่ การจากไปของเขาทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของแรงงานไทยในต่างประเทศ และความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องพวกเขาจากอันตราย

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ การสูญเสียครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญถึงผลกระทบของความขัดแย้งและความจำเป็นในการแสวงหาสันติภาพอย่างยั่งยืน เราหวังว่าครอบครัวของนายสนธยาจะได้รับความเข้มแข็งและกำลังใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

การกลับมาของร่างนายสนธยา อัครศรี ไม่ใช่แค่การสิ้นสุดการรอคอยของครอบครัว แต่ยังเป็นการตอกย้ำพันธสัญญาของรัฐบาลอิสราเอลในการติดตามหาและนำตัวประกันที่เหลือกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด แม้ว่าความหวังจะริบหรี่ลงทุกที แต่ความพยายามที่จะนำความยุติธรรมมาสู่ผู้ที่จากไป และช่วยเหลือผู้ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ จะต้องดำเนินต่อไป

ความสูญเสียของนายสนธยา อัครศรี ไม่ควรสูญเปล่า เราควรใช้เหตุการณ์นี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย เพื่อให้แรงงานไทยในต่างประเทศได้รับการคุ้มครองและมีสิทธิที่เท่าเทียมกันมากขึ้น เราต้องไม่ลืมว่าทุกชีวิตมีค่า และเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

กัมพูชาตอบรับจัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอจบ GBC ก่อน

กัมพูชาตอบรับจัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอเลื่อนไปก่อน! เกิดอะไรขึ้น? มาติดตามสถานการณ์ล่าสุดกันครับ

กัมพูชาได้ตอบรับคำเชิญจากกองทัพไทยสำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) แล้ว แต่ขอเลื่อนการหารือออกไปก่อน จนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จะสิ้นสุดลง ซึ่งประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก

กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ผ่านทาง Facebook เพื่อประกาศการตอบรับคำเชิญจากฝ่ายไทยในการจัดการประชุม RBC อย่างไรก็ตาม กัมพูชาได้ขอเลื่อนกำหนดการออกไป จนกว่าการประชุม GBC ซึ่งเริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม (พ.ศ. 2568) จะเสร็จสิ้นเสียก่อน การตัดสินใจนี้สร้างความสนใจและเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับลำดับความสำคัญและความสำคัญของการประชุมทั้งสอง

แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุอย่างชัดเจนว่า “กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอแจ้งให้สาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศทราบดังต่อไปนี้:” เพื่อเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการสื่อสารกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญของแถลงการณ์นี้อยู่ที่ “เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกองทัพกัมพูชาได้มีหนังสือถึงกองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) กัมพูชา-ไทย ที่กำลังจะมาถึง” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนร่วมกัน

“ฝ่ายกัมพูชายินดีรับคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดการประชุม กัมพูชาตอบรับจัดประชุม RBC กับไทย แต่ได้เสนอให้เลื่อนออกไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) กัมพูชา-ไทย วาระพิเศษครั้งที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 23 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จะเสร็จสิ้นลง” ข้อความนี้เน้นย้ำถึงความเต็มใจที่จะร่วมมือ แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดการประชุมระดับสูงกว่าก่อน

“หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม GBC วาระพิเศษครั้งที่ 2 แล้ว กองทัพภาคที่ 4 และ 5 จะกลับมาหารือกับฝ่ายไทยอีกครั้ง เพื่อจัดการประชุม RBC ในส่วนที่เกี่ยวข้อง” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาหารือในประเด็น RBC อีกครั้งหลังจากการประชุม GBC สิ้นสุดลง

เหตุผลที่กัมพูชาให้ความสำคัญกับการประชุม GBC ก่อนนั้นมาจากความต้องการที่จะ “นำผลลัพธ์จากการประชุม GBC มาใช้ เพื่อรับประกันให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ, แสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ และอำนวยความสะดวกในการทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการประชุม GBC มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในอนาคต

กัมพูชาตอบรับจัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอจบ GBC ก่อน

การตัดสินใจของกัมพูชาในการเลื่อนการประชุม RBC ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสำคัญของการหารือในระดับต่างๆ

ทำไมต้องรอ GBC ก่อน

หลายฝ่ายมองว่าการที่กัมพูชาต้องการให้การประชุม GBC สิ้นสุดลงก่อน แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนและข้อตกลงในระดับนโยบายที่สูงขึ้น ก่อนที่จะลงรายละเอียดในระดับภูมิภาค การทำเช่นนี้จะช่วยให้การหารือในระดับ RBC มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้มากขึ้น

  • การประชุม GBC เป็นการประชุมระดับนโยบายที่สูงกว่า
  • ผลลัพธ์จากการประชุม GBC จะเป็นกรอบการทำงานสำหรับการประชุม RBC
  • ช่วยให้การหารือในระดับ RBC มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรอผลการประชุม GBC ก่อนที่จะหารือใน RBC อาจเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเพื่อให้การดำเนินการตามข้อตกลงต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของกัมพูชาในการตอบรับการประชุม RBC แต่ขอเลื่อนไปจนกว่าการประชุม GBC จะจบลงนั้น แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน การให้ความสำคัญกับกรอบการทำงานในระดับนโยบายที่สูงขึ้น ก่อนที่จะลงรายละเอียดในระดับภูมิภาค อาจเป็นแนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาในที่สุด ล่าสุด กัมพูชาตอบรับจัดประชุม RBC กับไทย หลังจบ GBC คาดว่าจะมีการหารือในประเด็นสำคัญหลายอย่าง

การดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองประเทศ การแสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศเป็นเป้าหมายที่ทั้งสองฝ่ายควรให้ความสำคัญ

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับกระบวนการที่รอบคอบและครอบคลุมเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา – กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

“ธนกร” ขอฝ่ายค้านมั่นใจ ปราบสแกมเมอร์ได้!

“ธนกร” เชื่อมั่น “อนุทิน” นั่งประธานคณะกรรมการฯ ชุดปราบสแกมเมอร์ได้แน่นอน! ขอฝ่ายค้านมั่นใจได้เลย วันนี้รัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงานแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น

วันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบสแกมเมอร์ได้อย่างจริงจัง รัฐบาลจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจัดการกับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินโดยการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

นายธนกร กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ากำลังเดินเกมรุกอย่างเป็นระบบ และจะต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องถูกหลอกหรือตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป ไม่ใช่แค่การสร้างภาพ หรือออกคำสั่งลอยๆ แล้วก็เงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมา เพราะคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีรับทราบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดนี้ยังมี พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช นายตำรวจมือปราบที่คลี่คลายคดีใหญ่ระดับประเทศมาแล้ว ย่อมมีความเข้าใจในโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมได้เป็นอย่างดี และจะช่วยนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ธนกร” ขอ ฝ่ายค้านมั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้

“รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน ขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้าน มั่นใจได้ วันนี้รัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงานได้เพียง 2 สัปดาห์ เปรียบเสมือนการนำต้นไม้ลงดิน แต่เมื่อถึงเวลา ต้นไม้นี้จะออกดอกและผลให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนแน่นอน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

รัฐบาลเอาจริง! มั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้แน่นอน

การที่นายกรัฐมนตรีอนุทินลงมาเป็นประธานควบคุมดูแลเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ การมีคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะช่วยให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การปราบปรามสแกมเมอร์ทำได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

  • การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล: รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชน
  • ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน: รัฐบาลทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: รัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำความผิด เพื่อให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกรงกลัว

การที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย

ที่มา – “ธนกร” ขอ ฝ่ายค้านมั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้ เชื่อ “อนุทิน” นั่งประธานชุดปราบเอง

สลายความกังวล! ดีล มัสแคต กับ เรนเจอร์ส – ข่าวลือ

ข่าวลือเกี่ยวกับดีลของ เควิน มัสแคต กับ เรนเจอร์ส ดูเหมือนจะคลี่คลายลงไปได้บ้าง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความกังวลเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในแวดวงฟุตบอลสก็อตแลนด์:

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อาจกลับพรีเมียร์ลีก?

มีข่าวลือว่า น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังให้ความสนใจในตัว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เซลติก เพื่อมาแทนที่ อังเก้ ปอสเตโคกลู (Football Insider)

แฟน เรนเจอร์ส ไม่พอใจบอร์ดบริหาร

เควิน เธลเวลล์ ผู้อำนวยการกีฬา และ แพทริค สจ๊วต ประธานบริหาร กลายเป็นเป้าโจมตีของแฟนบอล เรนเจอร์ส หลังเกมเสมอ ดันดี ยูไนเต็ด 2-2 (Daily Record)

เธลเวลล์ ได้โอกาสแก้ตัวในตลาดมกราคม

เควิน เธลเวลล์ จะได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม โดยการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเขาจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะใกล้สิ้นสุดฤดูกาล (Football Insider)

มัสแคต ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน

กอร์ดอน ฟอร์เรสต์ อดีตโค้ช ฮาร์ทส์ และ ดันดี ยูไนเต็ด กล่าวว่า เควิน มัสแคต ยังคงมีพลังงานเต็มเปี่ยมเหมือนสมัยเป็นนักเตะ ในขณะที่เขากำลังเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ที่สองในจีน (Daily Record)

สไตล์การทำทีมของ มัสแคต เน้นเกมรุก

ออสการ์ เมเลนโด้ ปีกของ เซี่ยงไฮ้ พอร์ต บอกกับแฟนบอล เรนเจอร์ส ว่า เควิน มัสแคต เป็นโค้ชที่เน้นเกมรุกมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา (Daily Record)

เซลติก มั่นใจยังมีอะไรให้พัฒนาอีกมาก

แอนโธนี่ ราลสตัน ยืนยันว่า เซลติก ยังมีอะไรให้พัฒนาอีกมาก หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก และมั่นใจว่าทีมจะกลับมาแข็งแกร่งได้ในเร็วๆ นี้ (Daily Record)

เรนเจอร์ส จะยังคงจัดประชุมประจำปี

เรนเจอร์ส จะยังคงจัดการประชุมสามัญประจำปีต่อไป แม้ว่าการเปลี่ยนจาก PLC เป็นบริษัทจำกัดจะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีกต่อไป (Scottish Sun)

สลายความกังวล! ดีล มัสแคต กับ เรนเจอร์ส – ข่าวลือ

สถานการณ์ของ เรนเจอร์ส ในขณะนี้ดูเหมือนจะมีความผันผวนอยู่บ้าง ทั้งในเรื่องของผลงานในสนาม และการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสร การเข้ามาของ เควิน มัสแคต ถือเป็นความหวังใหม่ของทีม แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถนำพา เรนเจอร์ส กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือไม่

ความท้าทายของ เควิน มัสแคต

ดีล สลายความกังวล! ดีล มัสแคต กับ เรนเจอร์ส – ข่าวลือ

การเข้ามาคุมทีม เรนเจอร์ส ของ เควิน มัสแคต ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในอาชีพการเป็นผู้จัดการทีมของเขา เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังที่สูงจากแฟนบอล และความกดดันในการแข่งขันกับ เซลติก คู่ปรับตลอดกาล

ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ

  • การเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม
  • การสร้างทีมเวิร์คและความเข้าใจในแท็คติก
  • การดึงศักยภาพของผู้เล่นที่มีอยู่ออกมาให้ได้มากที่สุด

สลายความกังวล! ดีล มัสแคต กับ เรนเจอร์ส – ข่าวลือ: บทสรุป

แม้ว่าจะมีข่าวลือและความกังวลเกิดขึ้นมากมาย แต่ดูเหมือนว่าดีลของ เควิน มัสแคต กับ เรนเจอร์ส จะยังคงเดินหน้าต่อไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสโมสรอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่สดใสกว่าเดิมสำหรับ เรนเจอร์ส แฟนบอลคงต้องอดใจรอชมผลงานของ เควิน มัสแคต กันต่อไป

การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมักมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงมากมาย สโมสรอาจต้องใช้เวลาปรับตัว แต่สุดท้ายแล้ว หากสโมสรสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ ก็มีโอกาสที่จะกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

สลายความกังวล! ดีล มัสแคต กับ เรนเจอร์ส – ข่าวลือ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการที่สโมสรต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – Collapse fears for Rangers’ Muscat deal – gossip

เจอตัวแล้ว! ทิดสมปอง หลงทัวร์ลิเวอร์พูล

วุ่นทั้งคณะ! สุดท้ายเจอตัวแล้ว “ทิดสมปอง” พลัดหลงกับคณะทัวร์ที่เมืองลิเวอร์พูล ขณะเดินตามหาแว่นตาที่หายไป ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วง ล่าสุดพบว่าแว่นตาลืมไว้บนรถบัส เจ้าตัวขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและช่วยตามหา

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนคลับใจหายใจคว่ำ เมื่อแฟนสาวของ “อดีตพระมหาสมปอง” หรือ สมปอง นครไธสง ประกาศตามหา “ทิดสมปอง” พลัดหลงกับคณะทัวร์ที่เมืองลิเวอร์พูล โดยระบุว่าหายไปหลายชั่วโมงแล้วและยังไม่สามารถติดต่อได้ ข่าวดังกล่าวสร้างความเป็นห่วงให้กับหลายๆ คนที่ทราบข่าว (ประกาศตามหา “ทิดสมปอง” พลัดหลงกับคณะทัวร์ ที่เมืองลิเวอร์พูล)

เจอตัวแล้ว! ทิดสมปอง หลงทัวร์ลิเวอร์พูล

ในเวลาต่อมา เพจเฟซบุ๊ก สมปอง นครไธสง ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ โดยโพสต์ข้อความว่า “เจอพี่สมปองแล้วค่ะ ขอบคุณทัวร์และเจ้าหน้าที่ที่ตามหาจนเจอนะคะ แกเดินหาแว่นตาที่หายเลยหลงทาง สรุปลืมไว้บนรถบัสค่ะ” ทำเอาแฟนๆ โล่งอก

นอกจากนี้ “ทิดสมปอง” ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะท่องเที่ยว พร้อมข้อความที่ระบุว่า “ขอบคุณทุกคนที่ช่วยตามหาครับ ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน หลงทางกะตื่นอยู่เด้ ใครเดินทาง ตปท เปิดโรมมิ่งนะครับ อย่าขี้ถี่หวังแต่แชร์ฮอตสปอตเพื่อน” แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวปลอดภัยดี

สรุปเหตุการณ์ ทิดสมปอง หลงทัวร์ลิเวอร์พูล เพราะตามหาแว่นตา

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เรียนรู้ว่าการเดินทางไปต่างประเทศควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร การเปิดโรมมิ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ การจดจำเส้นทางและสถานที่ต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการพลัดหลงกับคณะทัวร์

เรื่องราวของ ทิดสมปอง พลัดหลงกับคณะทัวร์ที่เมืองลิเวอร์พูล เป็นอุทาหรณ์ให้กับนักเดินทางทุกคน ให้ระมัดระวังและเตรียมพร้อมเสมอเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ การมีสติและความรอบคอบจะช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

การพลัดหลงกับคณะทัวร์ในต่างแดนเป็นประสบการณ์ที่น่าตกใจและอาจทำให้เสียขวัญได้ การมีสติและตั้งสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พยายามติดต่อกับหัวหน้าทัวร์หรือเพื่อนร่วมทัวร์ทันที หากไม่สามารถติดต่อได้ ให้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้น และแจ้งข้อมูลส่วนตัวและลักษณะเด่นของตัวเอง เพื่อให้ง่ายต่อการตามหา

นอกจากนี้ การมีแอปพลิเคชันแผนที่บนโทรศัพท์มือถือก็เป็นประโยชน์อย่างมาก สามารถใช้เพื่อตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันและวางแผนการเดินทางได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพียงพอ หรือดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ไว้ล่วงหน้า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ทิดสมปอง พลัดหลงกับคณะทัวร์ที่เมืองลิเวอร์พูล สอนให้เรารู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมตัวให้พร้อมและมีสติอยู่เสมอ จะช่วยให้เราจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและปลอดภัย

สุดท้ายนี้ หวังว่าเรื่องราวของทิดสมปองจะเป็นประโยชน์และเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักเดินทางทุกคน ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัยและมีความสุขกับการท่องเที่ยว

ที่มา – เจอตัวแล้ว “ทิดสมปอง” พลัดหลงกับคณะทัวร์ที่เมืองลิเวอร์พูล ขณะเดินตามหาแว่นตา

ผลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี: ภูมิใจไทยชนะ!

อัปเดตล่าสุด! ผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 อย่างไม่เป็นทางการ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” จากพรรคภูมิใจไทย คว้าชัยชนะเหนือ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช จากพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกว่า 16,000 คะแนน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 มีรายงานผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างสองพรรคการเมืองหลัก โดย น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของนายศักดิ์ดา ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาค 4 จากพรรคเพื่อไทย

หลังจากปิดหีบเลือกตั้ง เมื่อเวลา 20.40 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยนับคะแนนไปแล้ว 254 หน่วย หรือ 100% ผลปรากฏว่า น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรีในครั้งนี้

ผลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ณ เวลา 20.40 น.

น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 1 ได้คะแนน 52,807 คะแนน

พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 2 ได้คะแนน 35,964 คะแนน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กล่าวว่าคาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการภายในเวลา 21.00 น. ของวันเดียวกันนี้ และกล่าวเสริมว่าสถานการณ์การหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างๆ ยังคงเป็นไปตามกรอบที่กำหนด แม้ว่าการแข่งขันจะมีความเข้มข้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ เข้ามา

สรุปผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4

  • ผู้ชนะ: น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ (พรรคภูมิใจไทย)
  • คะแนน: 52,807 คะแนน
  • ผู้แพ้: พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช (พรรคเพื่อไทย)
  • คะแนน: 35,964 คะแนน
  • คะแนนต่าง: 16,843 คะแนน

ชัยชนะของ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ในการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรีครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ และความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อตัวผู้สมัครเอง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงกระบวนการประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนของตนอย่างแท้จริง

การที่พรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองในอนาคตของจังหวัดกาญจนบุรี และอาจมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย

ที่มา – อัปเดตผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ภูมิใจไทย ชนะขาดเพื่อไทยกว่า 16,000 คะแนน

คนละครึ่งพลัส: เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว!

ข่าวดีสำหรับนักเดินทาง! รัฐบาลผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้คุณเดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว! ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ สูงสุดวันละ 200 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมๆ กัน

คนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยขยายผลโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย

รัฐบาลเข้าใจดีว่าค่าเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน จึงได้ปรับปรุงโครงการเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ โครงการนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และเป็นการใช้กลไกของรัฐในการหมุนเวียนเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการรายเล็ก

ขณะนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว ประชาชนสามารถใช้สิทธิชำระค่าตั๋วรถ บขส. ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ณ ช่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 โดยจำกัดวงเงินใช้สิทธิสูงสุดที่ 200 บาทต่อวัน

นอกจาก บขส. แล้ว โครงการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับรถสาธารณะทุกประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ, รถตุ๊กตุ๊ก, รถแท็กซี่, รถสองแถว, รถตู้โดยสาร และรถโดยสารประจำทาง กรมการขนส่งทางบกเปิดรับผู้ประกอบการเข้าร่วมลงทะเบียนได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิสำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และนิติบุคคลรายเล็ก (รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี)

เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติม:

  • วงเงินสนับสนุนค่าเดินทาง: สูงสุด 200 บาทต่อวัน
  • ระยะเวลาโครงการ: 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  • ช่องทางการใช้สิทธิ: ชำระค่าโดยสาร ณ จุดจำหน่ายตั๋ว หรือช่องทางที่กำหนด
  • ผู้มีสิทธิ: ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ

รัฐบาลเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะช่วยฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบ และพัฒนาบริการให้เป็นระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น นี่คือการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ลองวางแผนการเดินทางของคุณ และใช้สิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ให้เต็มที่ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น!

ที่มา – รัฐบาล ผลักดัน “คนละครึ่ง พลัส” เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน

เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายในการแข่งขันฟุตบอลนอกลีก ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันเนื่องจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างแฟนบอลและนักเตะในช่วงครึ่งหลัง

การต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณหลังประตู ในช่วงท้ายเกม Northern Premier League ระหว่างทีม Avro ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโอลด์แฮม และทีม Kidsgrove Athletic เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา

การแข่งขันถูกระงับในนาทีที่ 84 ขณะที่ทีม Avro นำอยู่ 6-0 เหนือทีม Kidsgrove ซึ่งมีผู้เล่นเพียง 9 คน จากภาพวิดีโอที่บันทึกไว้ ปรากฏภาพผู้เล่นยืนอยู่ใกล้ประตูและดูเหมือนจะทำร้ายแฟนบอล

ทีม Avro ออกแถลงการณ์แสดงความตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่ตำรวจแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ (GMP) กำลังทำการสอบสวน แต่ยังไม่มีการจับกุมผู้ใด

เหตุการณ์อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน เริ่มต้นขึ้นหลังจากการโต้เถียงกันบนอัฒจันทร์ และภาพวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพผู้เล่นของทีม Kidsgrove ละทิ้งเกมและเข้าไปมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาท

มีผู้เล่นคนหนึ่งกระโดดข้ามรั้วกั้นเพื่อเข้าไปในอัฒจันทร์

โฆษกของ GMP กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ “กำลังทำการสอบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการรายงานไปยัง FA (สมาคมฟุตบอลอังกฤษ) แล้ว

ในแถลงการณ์ ทีม Avro กล่าวว่า “ในฐานะสโมสร เราตกใจกับพฤติกรรมของแฟนบอล ผู้เล่น และเจ้าหน้าที่ของทีม Kidsgrove Athletic บางส่วน”

เสริมว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการไล่ออกของเจ้าหน้าที่ทีม Kidsgrove คนหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในสนามแข่งขัน”

ทีม Kidgrove Athletic ก็ได้ออกแถลงการณ์เช่นกันว่า “ในฐานะสโมสร เราไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมใดๆ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาคุณค่าของความเคารพและน้ำใจนักกีฬา ทั้งในและนอกสนาม”

“จะไม่มีการแถลงการณ์เพิ่มเติมจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น”

อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนอกลีก ที่ความเข้มข้นของเกมอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงได้ การควบคุมอารมณ์และรักษาความเป็นมืออาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งนักเตะและแฟนบอล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน เช่นนี้ขึ้นอีก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในวันนั้น แต่ยังอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของทั้งสองสโมสร รวมถึงวงการฟุตบอลนอกลีกโดยรวมอีกด้วย การสอบสวนอย่างละเอียดและการลงโทษที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

  • ผลกระทบต่อทีม Avro: แม้จะเป็นฝ่ายนำอยู่ แต่เหตุการณ์นี้อาจทำให้ทีมเสียสมาธิและส่งผลต่อผลงานในระยะยาว
  • ผลกระทบต่อทีม Kidsgrove Athletic: ทีมอาจต้องเผชิญกับการลงโทษทางวินัย และภาพลักษณ์ของสโมสรอาจเสียหาย
  • ผลกระทบต่อแฟนบอล: เหตุการณ์นี้อาจทำให้แฟนบอลบางส่วนรู้สึกผิดหวังและหมดศรัทธาในวงการฟุตบอล

การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในวงการฟุตบอลต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสโมสร ผู้จัดการทีม นักเตะ แฟนบอล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การสร้างวัฒนธรรมของการเคารพซึ่งกันและกันและการเล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เหตุการณ์อลหม่าน! ยกเลิกแมตช์นอกลีก แฟนบอลตะลุมบอน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างมืออาชีพ และการให้ความรู้แก่แฟนบอลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เหมาะสมในสนามกีฬา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและสนุกสนานสำหรับทุกคน

ที่มา – Non-league match abandoned after fans and players brawl

วิสุดา วิเชียรศิลป์: ประวัติคว้าชัยเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

เปิดประวัติ “ดรีม – วิสุดา วิเชียรศิลป์” พรรคภูมิใจไทย ลูกสาว “ศักดิ์ดา” คว้าชัยเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 รักษาแชมป์ให้พ่อ คะแนนทิ้ง “พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช” คู่แข่งจากเพื่อไทยขาดลอย

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้ว โดยพบว่า น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย สามารถคว้าชัยชนะในครั้งนี้และรักษาแชมป์แทนบิดาคือ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งลาออกจาก สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย จนทำให้เก้าอี้ว่างลงและมีการจัดเลือกตั้งซ่อมขึ้น โดยมีคะแนนทิ้งห่างจาก พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยมากกว่า 10,000 คะแนน

ประวัติ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” คว้าชัยเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี รักษาแชมป์ให้ “ศักดิ์ดา”

สำหรับประวัติของ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ชื่อเล่น ดรีม เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2537 โดยในปี 2568 จะมีอายุครบ 31 ปี เป็นบุตรสาวของ นายศักดิ์ดา ทางด้านการศึกษา จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เกียรตินิยมอันดับ 2 จบปริญญาโท สาขาการเมือง จากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ สหราชอาณาจักร

ประสบการณ์การทำงาน น.ส.วิสุดา เป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 – เดือนกันยายน 2568 โดยเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ปฏิบัติหน้าที่สำนักนโยบายและแผน, ปฏิบัติหน้าที่สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด, ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีกทั้งในช่วงการทำงานยังเคยลงประกวดขวัญใจงานกาชาดประจำปี 2564 ด้วย

เส้นทางการเมืองของวิสุดา วิเชียรศิลป์

ภายหลัง นายศักดิ์ดา เกษียณอายุราชการจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งใหญ่ น.ส.วิสุดา ได้ร่วมลงพื้นที่กับบิดาในการช่วยหาเสียงด้วย กระทั่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 นายศักดิ์ดา ยื่นลาออกจาก สส.พรรคเพื่อไทย ขณะนั้นมีกระแสข่าวว่าจะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 และกระแสข่าวก็เป็นจริงเมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเก้าอี้ สส.กาญจนบุรี เขต 4 ว่างลง การแข่งขันในครั้งนี้จึงเกิดขึ้น โดย น.ส.วิสุดา ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่เลือกให้เป็น สส. ต่อจากบิดา

ทั้งนี้ นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับ น.ส.วิสุดา และ นายศักดิ์ดาด้วย สำหรับขั้นตอนหลังจากวันนี้ (19 ตุลาคม 2568) เมื่อทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี จะประกาศผลคะแนนอีกครั้ง แต่การรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องรอ กกต. เป็นผู้ประกาศอีกครั้งหนึ่งจึงจะถือว่า น.ส.วิสุดา ได้เป็น สส. 

ชัยชนะของ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ในการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อตระกูลวิเชียรศิลป์ และความต่อเนื่องในการพัฒนาพื้นที่ที่พวกเขามุ่งมั่นที่จะสานต่อ

ที่มา – ประวัติ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” คว้าชัยเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี รักษาแชมป์ให้ “ศักดิ์ดา”