วัน: 9 พฤศจิกายน 2025

ไดช์พูดถึงชัยชนะแรก! คือก้าวที่ดี

ฌอน ไดช์ กล่าวว่าเขา “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” กับผลงานของทีม หลังจากที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กลับมาจากการเสียประตูก่อน เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-1 ที่ซิตี้ กราวนด์

รายงานการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก – น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

ไดช์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับชัยชนะในบ้านครั้งนี้ โดยมองว่าเป็น “ก้าวที่ดี” สำหรับทีมในการต่อสู้เพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

ไดช์พูดถึงชัยชนะแรก! คือก้าวที่ดี

ฟอเรสต์ แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความมุ่งมั่นที่ยอดเยี่ยมในการกลับมาเอาชนะลีดส์ หลังจากที่เสียประตูก่อนในช่วงต้นเกม

“มันเป็นผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับเรา” ไดช์กล่าว

“ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีมากในวันนี้ เรามีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และแสดงให้เห็นถึงคุณภาพในการเล่นของเรา”

ชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ฟอเรสต์ ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 15 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ห่างจากโซนตกชั้น 4 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ไดช์ เตือนว่าทีมของเขายังต้องทำงานหนักต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก

“เรายังต้องทำงานหนักต่อไป เราต้องรักษามาตรฐานการเล่นของเรา และต้องพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นในทุกๆ เกม” เขากล่าว

อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ฟอเรสต์ คว้าชัยชนะในเกมนี้?

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ ฟอเรสต์ คว้าชัยชนะในเกมนี้ได้ ปัจจัยแรกคือ สปิริตและความมุ่งมั่นของทีม ที่ไม่ยอมแพ้แม้จะเสียประตูก่อน

นอกจากนี้ ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของนักเตะหลายคนก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองกลางตัวรับ ที่ช่วยตัดเกมและป้องกันไม่ให้ ลีดส์ สร้างโอกาสในการทำประตูได้มากนัก

การสนับสนุนจากแฟนบอลในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยผลักดันให้ ฟอเรสต์ เล่นได้ดีขึ้น

  • สปิริตและความมุ่งมั่นของทีม
  • ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของนักเตะ
  • การสนับสนุนจากแฟนบอลในบ้าน

ชัยชนะครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ฟอเรสต์ ในการต่อสู้เพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

ไดช์ เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่เกมรับที่เหนียวแน่นขึ้น ทีมเวิร์คที่ดีขึ้น และความมั่นใจของนักเตะที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่า ฟอเรสต์ กำลังมาถูกทางแล้วในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

แน่นอนว่า เส้นทางยังอีกยาวไกล แต่ชัยชนะนัดนี้ถือเป็น “ไดช์พูดถึงชัยชนะแรก! คือก้าวที่ดี” และพวกเขาต้องรักษาโมเมนตัมนี้ต่อไป

ไดช์พูดถึงชัยชนะแรก! คือก้าวที่ดี สำหรับทีมและแฟนบอล หวังว่าพวกเขาจะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีนี้ไว้ได้ต่อไป

ที่มา – ‘It’s a good marker for us’ – Dyche on first PL win with Forest

เมียนมาทลายแก๊งสแกมเมอร์: ทุบตึกกว่า 150 แห่ง

ทางการเมียนมาได้ทำการทลายอาคารของแก๊งหลอกลวงออนไลน์จำนวนมากถึง 150 แห่ง บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศไทย หลังจากที่ได้มีการปฏิบัติการกวาดล้าง KK Park ซึ่งเป็นศูนย์สแกมเมอร์ชื่อดัง

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 กองทัพเมียนมาได้ออกมาเปิดเผยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการรื้อถอนอาคารเกือบ 150 หลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ฉาวโฉ่ บริเวณชายแดนไทย โดยอาคารเหล่านี้มีทั้งโรงยิม สปา และห้องคาราโอเกะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการดำเนินงานของแก๊งสแกมเมอร์

ศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่เหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ชายแดนของประเทศเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์สงครามกลางเมือง และอำนาจการปกครองของรัฐบาลยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ อาคารหลายแห่งถูกใช้เป็นที่พักของสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งทำการหลอกลวงผู้คนในหลากหลายประเทศทั่วโลก สร้างความเสียหายมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

คนงานจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และถูกหลอกให้เข้าไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ โดยถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงผู้อื่น แต่ก็มีบางส่วนที่เข้าไปด้วยความสมัครใจ

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาได้ทำการบุกทลาย KK Park ซึ่งเป็นศูนย์หลอกลวงชื่อดัง พบนักต้มตุ๋นมากกว่า 2,000 คน และเป็นเหตุให้ประชาชนกว่า 1,500 คน ต้องหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังประเทศไทย

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารเมียนมา ได้เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ค้นพบอาคารที่เกี่ยวข้องกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์จำนวน 148 หลัง ซึ่งรวมถึงอาคารหอพัก โรงพยาบาลสี่ชั้น และอาคารคาราโอเกะสองชั้น

จากจำนวนทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้ว 101 หลัง และกำลังดำเนินการรื้อถอนอาคารที่เหลืออย่างต่อเนื่อง การทลายกองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่งครั้งนี้ ถือเป็นปฏิบัติการสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ด้านสำนักข่าว AFP ได้รายงานว่า พวกเขายังไม่สามารถยืนยันรายงานจากสื่อเมียนมาได้ แต่คนในพื้นที่ทั้งในเมียนมาและบริเวณชายแดนไทยรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดเป็นระยะ นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาเริ่มปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า การบุกปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ของรัฐบาลเมียนมาอาจเป็นไปอย่างจำกัด และอาจมีการจัดฉากและเผยแพร่ข้อมูลอย่างจำกัด เนื่องจากกองทัพกำลังพยายามสร้างความสมดุล เพื่อบรรเทาแรงกดดันจากนานาชาติให้ปราบปรามศูนย์หลอกลวง โดยที่ยังไม่ทำให้ผลประโยชน์ของตนเองเสียหายมากเกินไป

ทั้งนี้ จีนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางทหารหลักของเมียนมากำลังไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมามุ่งเป้าหมายไปที่พลเมืองจีน และทำให้มีผู้เสียชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การปราบปรามที่หนักหน่วงเกินไป จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรที่หล่อเลี้ยงกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่รัฐบาลทหารต้องพึ่งพาในสงครามกลางเมือง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แรงกดดันจากนานาชาติ ทำให้คนงานของแก๊งหลอกลวงในเมียนมากว่า 7,000 คน ถูกส่งกลับประเทศต้นทาง ขณะที่ไทยได้ดำเนินการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เพื่อพยายามจำกัดการทำงานของศูนย์หลอกลวงเหล่านี้

กองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่ง จริงหรือไม่?

สถานการณ์การทลายกองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่ง ยังคงเป็นที่จับตามองของนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาเอง

ความคืบหน้าล่าสุด: กองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่ง

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์กองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการเมียนมาในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า การดำเนินการนี้จะเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

การทลายอาคารของแก๊งสแกมเมอร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนนี้ การให้ความช่วยเหลือเหยื่อและการป้องกันไม่ให้เกิดการหลอกลวงในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – กองทัพเมียนมา ทุบตึกแก๊งสแกมเมอร์ 150 แห่ง หลังกวาดล้าง KK Park

กูเอฮีเดินไม่ได้! ชวดช่วยชาติ

กูเอฮีเดินไม่ได้! ชวดช่วยชาติ

มาร์ค กูเอฮี กองหลังคนสำคัญของคริสตัล พาเลซ จะพลาดการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกที่เหลืออยู่แน่นอนแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บที่เท้าจากเกมยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงขั้น กูเอฮีเดินไม่ได้ เลยทีเดียว!

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมพาเลซ ยืนยันอาการบาดเจ็บของกูเอฮีก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกับไบรท์ตัน โดยระบุว่า กูเอฮีจะไม่สามารถลงเล่นได้เนื่องจาก “กระดูกช้ำอย่างรุนแรง”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมที่พาเลซเอาชนะ AZ อัล์คมาร์ไปได้ 3-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกัปตันทีมพาเลซรายนี้ได้รับใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์

“เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนเลย มันเจ็บปวดมาก และในวันรุ่งขึ้นเราได้ประเมินอาการของเขา พบว่ากระดูกช้ำอย่างรุนแรง” กลาสเนอร์กล่าวกับ Sky Sports

“สองวันที่ผ่านมาเขาต้องเดินด้วยไม้ค้ำ และไม่สามารถลงน้ำหนักที่เท้าได้เลย โชคดีที่ไม่มีอะไรหัก แต่ตอนนี้ กูเอฮีเดินไม่ได้ จริงๆ ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดเกมทีมชาติอังกฤษ แต่หลังจากนั้น อีกประมาณ 10-14 วัน หวังว่าเขาจะกลับมาฝึกซ้อมและพร้อมใช้งานได้อีกครั้ง”

ทีมชาติอังกฤษซึ่งผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกปีหน้าไปแล้ว จะพบกับเซอร์เบียที่เวมบลีย์ในวันพฤหัสบดี ก่อนจะเล่นกับแอลเบเนียที่ติรานาในวันอาทิตย์หน้า

นักเตะทีมชาติอังกฤษมีกำหนดเข้ารายงานตัวในวันจันทร์ และกูเอฮีได้รับเลือกให้อยู่ในทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต เมื่อวันศุกร์ พร้อมกับเซ็นเตอร์แบ็คเพื่อนร่วมทีมอย่าง จอห์น สโตนส์, เอซรี คอนซ่า และจาเรลล์ ควอนซาห์

กูเอฮีเดินไม่ได้! อาการหนักกว่าที่คิด

อาการบาดเจ็บของ กูเอฮีเดินไม่ได้ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่แฟนบอลคริสตัล พาเลซและทีมชาติอังกฤษเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแนวรับของทั้งสองทีม การขาดหายไปของเขาจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน

ผลกระทบต่อคริสตัล พาเลซ

สำหรับคริสตัล พาเลซ การขาดหายไปของกูเอฮีถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเขาเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของทีม ความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ การอ่านเกม และความเป็นผู้นำของเขาเป็นสิ่งที่ทีมขาดไม่ได้ กลาสเนอร์จะต้องหาวิธีทดแทนเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ทีมเสียสมดุลในแนวรับ

ผลกระทบต่อทีมชาติอังกฤษ

ในส่วนของทีมชาติอังกฤษ แม้ว่าพวกเขาจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกไปแล้ว แต่การขาดหายไปของ กูเอฮีเดินไม่ได้ ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะเขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่เซาธ์เกตไว้วางใจ การที่เขาไม่สามารถลงเล่นได้ จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ได้แสดงฝีมือแทน

อย่างไรก็ตาม หวังว่าอาการบาดเจ็บของกูเอฮีจะไม่ร้ายแรงมากนัก และเขาจะสามารถกลับมาลงสนามได้ในเร็ววัน ทั้งแฟนบอลพาเลซและทีมชาติอังกฤษต่างก็รอคอยการกลับมาของเขา

อาการบาดเจ็บของกูเอฮีเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเล่นฟุตบอลอาชีพนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง แม้แต่นักกีฬาที่แข็งแกร่งที่สุดก็สามารถได้รับบาดเจ็บได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการดูแลรักษาสุขภาพให้ดี และกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

ที่มา – ‘He can’t even walk’ – Guehi set to miss England games with foot injury

กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่า ชนเสาไฟฟ้า เจ็บระนาว

เกิดเหตุระทึก! กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่า ซิ่งหนีตำรวจ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางในจังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก คนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือและสอบสวน

กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟฟ้า เจ็บระนาว!

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.00 น. ร.ต.ท.เดชาฤทธิ์ ผลกมล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสะพานรันตี ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมากว่า 20 ราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 323 สังขละบุรี-ทองผาภูมิ หน้าสำนักสงฆ์ทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS) โรงพยาบาลสังขละบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (First Response Unit) มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ อำเภอสังขละบุรี รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 4940 กาญจนบุรี สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าริมทาง ตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 21 ราย (ชาย 4 ราย หญิง 17 ราย) ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายและใบหน้า เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสังขละบุรี

กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่า: คนขับเผ่นหนี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสะพานรันตี ด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้า แรงงานต่างด้าวที่มากับรถได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนคนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี สั่งการให้พนักงานสอบสวน ควบคุมตัวกลุ่มแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมอายัดรถยนต์กระบะไว้เป็นของกลาง

จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีเอกสารใด ๆ มาแสดง และไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเป็นชาวย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยเพื่อไปทำงานที่โรงงานเชือดไก่ แต่ไม่ทราบว่าโรงงานตั้งอยู่ที่ใด ระหว่างเดินทางก็มาถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจและเกิดอุบัติเหตุขึ้น

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงอันตรายของการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวและการขับรถโดยประมาท นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นอีกด้วย ภาครัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่าที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อนของการจ้างงานผิดกฎหมาย และความเสี่ยงที่แรงงานเหล่านี้ต้องเผชิญ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

ที่มา – กระบะขนแรงงานเถื่อนชาวพม่า ซิ่งหนี ตร. เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า เจ็บระนาว คนขับหนีไปได้

10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดีย

วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมบินด่วนไปแม่สอด เพื่อติดตามการส่งกลับชาวอินเดียที่ลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามสแกมเมอร์ ดูแลความมั่นคงชายแดน และลดอาชญากรรมข้ามชาติ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ไปยังท่าอากาศยานแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามการปฏิบัติหน้าที่ในการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลในการจัดการปัญหาความมั่นคงแนวชายแดน ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบสแกมเมอร์ และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

ภารกิจครั้งนี้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการติดตามและบริหารจัดการด้านความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดตาก โดยเฉพาะการปราบปรามสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไทยได้ทำงานร่วมกับมิตรประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทย และพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกชาติตามหลักสิทธิมนุษยชน

กำหนดการของนายกรัฐมนตรีในพื้นที่ เริ่มต้นด้วยการเดินทางถึงท่าอากาศยานแม่สอดในเวลา 12.15 น. และพบหารือกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อย้ำความร่วมมือด้านการบริหารจัดการบุคคลต่างชาติและความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนในกรอบทวิภาคี

ต่อมาในเวลา 12.45-13.30 น. นายกรัฐมนตรีจะตรวจติดตามการปฏิบัติหน้าที่และรับฟังบรรยายสรุปจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา, กองทัพภาคที่ 3 ในมิติความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ, ตำรวจภูธรภาค 6 ในมิติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดน, และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจสอบข้อมูลและการดำเนินการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายและสังเกตการณ์การส่งกลับบุคคลต่างชาติ สัญชาติอินเดีย จำนวน 195 ราย ขึ้นเครื่องบินโดยสารของ Indian Air Force โดยนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางกลับในเวลาประมาณ 13.30 น. และคาดว่าจะมาถึงยังกองบินตำรวจ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 14.15 น.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าภารกิจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการบริหารงานชายแดนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันการนำพาบุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และการนำไปใช้เป็นแรงงานผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับความร่วมมือกับประเทศคู่มิตร โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศต้นทางสำคัญ และเน้นการปกป้องประชาชน รวมถึงทำงานบนหลักสิทธิมนุษยชน

10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย ร่วมมือปราบสแกมเมอร์

การดำเนินการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทยนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมและจัดการปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ความสำคัญของการส่งกลับและการปราบปรามสแกมเมอร์

  • การส่งกลับผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นการรักษากฎหมายและป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น
  • การปราบปรามสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะช่วยปกป้องประชาชนจากการถูกหลอกลวงและสูญเสียทรัพย์สิน
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน

การเดินทางไปแม่สอดของนายกรัฐมนตรีอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน การดำเนินการอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประเทศชาติและประชาชน

การแก้ไขปัญหาชายแดนและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับมิตรประเทศ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

ที่มา – 10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย ร่วมมือปราบสแกมเมอร์

ชาวจีนเจ้าของตู้สล็อต 49 ตู้ อ้างไม่รู้กฎหมาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อชาวจีนรายหนึ่ง อ้างไม่รู้กฎหมาย หลังครอบครองตู้สล็อต 49 ตู้! เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากการเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในสัตหีบ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบตู้สล็อต 49 ตู้ พร้อมอุปกรณ์ที่น่าสงสัยมากมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์หรือธุรกิจสีเทาหรือไม่

ชาวจีนเจ้าของตู้สล็อต 49 ตู้ อ้างไม่รู้ผิดกฎหมาย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ นำทีมบุกเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ในพื้นที่บางเสร่ พบกับ นาย KUNJUN SONG อายุ 57 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลสถานที่ และนายประพันธ์ มีสวัสดิ์ อายุ 30 ปี ผู้รับจ้างขนย้ายตู้เกมไฟฟ้า หรือตู้สล็อต 49 ตู้ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงสีดำ นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์อื่นๆ เช่น อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ และกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก สภาพภายในอาคารถูกปิดทึบด้วยสติกเกอร์สีดำ ทำให้ยากต่อการมองเห็นจากภายนอก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การสืบสวนขยายผล เนื่องจากลักษณะการจัดวางตู้เกมและการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตภายในอาคาร ชวนให้สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจการพนันออนไลน์ หรือแม้กระทั่งขบวนการสแกมเมอร์ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนั้น

เจ้าของตู้สล็อต 49 ตู้ อ้างซื้อมาเพราะเห็นข่าวเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นาย Yu. Hongwei อายุ 30 ปี ชาวจีน ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ เพื่อแสดงตัวเป็นเจ้าของตู้เกมทั้ง 49 ตู้ พร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยให้การว่าได้ซื้อตู้สล็อตทั้งหมดมาในราคาตู้ละ 5,000 บาท เนื่องจากเห็นข่าวว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายจะเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนถูกกฎหมาย จึงซื้อมาเตรียมพร้อมไว้ แต่ภายหลังเมื่อทราบว่านโยบายดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว จึงวางแผนที่จะให้เพื่อนชาวจีนขนย้ายตู้ทั้งหมดไปยังโกดังที่จังหวัดสุรินทร์ โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าการครอบครองตู้เกมไฟฟ้าหรือตู้สล็อตเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับระบบเครือข่ายและที่มาของตู้เกมทั้งหมด ได้ถูกส่งไปยังกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการสืบสวนขยายผลและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

คดีชาวจีนเจ้าของตู้สล็อต 49 ตู้นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบต่างๆ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผลและสืบสวนอย่างละเอียด จะช่วยให้สามารถคลี่คลายคดี และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ชาวจีนเจ้าของตู้สล็อต 49 ตู้ อ้างไม่รู้ผิดกฎหมาย ตร.เร่งขยายผลโยงแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่

แข้งนอร์เวย์เสี่ยงถูกตัดสินคดีแชร์คลิปผิดกฎหมาย

แข้งนอร์เวย์เสี่ยงถูกตัดสินคดีแชร์คลิปผิดกฎหมาย

อันเดรียส เชเยลเดรุป แข้งทีมชาตินอร์เวย์ เผยว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับการถูกตัดสินโทษจากการแชร์วิดีโอที่ผิดกฎหมาย

ปีกวัย 21 ปีของเบนฟิก้า ได้โพสต์ข้อความบนบัญชีอินสตาแกรมของเขาเมื่อวันเสาร์ โดยยอมรับว่าได้ทำ “ความผิดพลาดที่โง่เขลา” เมื่อตอนที่เขาอายุ 19 ปี และเล่นให้กับทีม นอร์ดเจลลันด์ ในลีกเดนมาร์ก

แถลงการณ์ของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาตินอร์เวย์ 24 คน สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่สำคัญในสัปดาห์นี้กับเอสโตเนียและอิตาลี ซึ่งอาจทำให้ประเทศนี้เข้าถึงการแข่งขันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

เชเยลเดรุป กล่าวว่าเขาได้รับวิดีโอและแชร์ให้เพื่อนโดยไม่ทราบเนื้อหาทั้งหมด และลบทันทีที่ได้รับแจ้งว่ามีอะไรอยู่ในนั้น

“สิ่งที่ผมทำในเดนมาร์กตอนนั้นผิดกฎหมายและไม่โอเค ผมจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่” เขากล่าว

“ผมอยากจะขอโทษก่อนอื่นสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบจากวิดีโอ จากนั้นก็ถึงเพื่อน ครอบครัว นายจ้าง ประเทศ และแฟนๆ ทุกคนที่ผมทำให้ผิดหวัง”

“ผมหวังว่าผมจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดของผมได้ ผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายมาก่อน หรือเกี่ยวข้องกับตำรวจ ดังนั้นผมจึงตกใจมานานแล้วขณะที่สิ่งนี้เกิดขึ้น”

เขากล่าวว่าเขา “พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลที่ตามมา” และกระตุ้นให้ผู้คนอย่า “ดูหรือเผยแพร่วิดีโอที่มีเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือน่ารังเกียจ”

“ความผิดที่ผมจะถูกตัดสินว่ามีความผิดนั้นไม่ได้สะท้อนถึงตัวตนของผมในฐานะบุคคลและสิ่งที่ผมยืนหยัดเพื่อ”

ยังไม่ทราบว่าวิดีโอมีเนื้อหาอะไร แต่เชเยลเดรุป กล่าวว่ามันคือ “สิ่งที่ปรากฏว่าเป็นชายหนุ่มสองคนในวิดีโอคุณภาพเก่า” ซึ่งเขาได้ส่ง “โดยไม่คิด”

เขากล่าวว่าเขา “เห็นเพียงไม่กี่วินาทีแรกและไม่ใช่สิ่งที่วิดีโอพัฒนาไป”

เชเยลเดรุป กล่าวว่าเขาให้ความร่วมมือกับตำรวจเดนมาร์กและถูกตั้งข้อหาสำหรับความผิดดังกล่าว โดยกล่าวว่าเขาจะถูกตัดสินว่ามีความผิด “ในอนาคตอันใกล้” และมีแนวโน้มที่จะได้รับโทษรอลงอาญา

สื่อเดนมาร์กกล่าวว่าผู้เล่นมีกำหนดจะปรากฏตัวในศาลในปลายเดือนนี้

แถลงการณ์ของเขาเกิดขึ้นหลังจากการรายงานข่าวในเดนมาร์กที่กล่าวหาว่านักฟุตบอลที่ไม่เปิดเผยชื่อถูกตั้งข้อหาในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือแบ่งปันเนื้อหาทางเพศที่มีบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี

รุย คอสต้า ประธานสโมสรเบนฟิก้าของโปรตุเกส ถูกระบุว่ากล่าวว่าสโมสรจะสนับสนุนเชเยลเดรุป

เมื่อพูดเมื่อวันเสาร์ สตาเล่ โซลบัคเค่น ผู้จัดการทีมนอร์เวย์ กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับเชเยลเดรุป ซึ่งเขาบอกว่าได้ทำ “สิ่งที่โง่เขลาอย่างไม่น่าเชื่อ”

เขากล่าวเสริมว่า: “เขายอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วและกำลังรับผิดชอบต่อการกระทำของเขา”

“ผมมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเขาได้เรียนรู้จากสิ่งนี้แล้วและเขาจะไม่มีวันทำอะไรแบบนี้อีก”

“นี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับอันเดรียส ดังนั้นเราจึงต้องดูแลเขาให้ดีเมื่อเขาเข้าร่วมทีมในวันจันทร์”

นอร์เวย์กำลังจะปรากฏตัวในการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 โดยนำหน้ากลุ่มคัดเลือกอยู่สามแต้มโดยเหลือการแข่งขันอีกสองนัด

เชเยลเดรุป กล่าวเสริมว่า: “ผมรู้ด้วยว่าสิ่งนี้จะเป็นการรบกวนที่ไม่จำเป็นต่อทีมชาตินอร์เวย์ก่อนเกมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา”

“ความตั้งใจของผมคือการแชร์สิ่งนี้หลังจากเกมเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป”

BBC Sport ได้ติดต่อทนายความของเชเยลเดรุป และสำนักงานอัยการเดนมาร์กเพื่อขอความคิดเห็น

ผลกระทบต่อทีมชาตินอร์เวย์และความรับผิดชอบของนักกีฬา

คดีของ แข้งนอร์เวย์เสี่ยงถูกตัดสินคดีแชร์คลิปผิดกฎหมาย นั้นเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อทั้งตัวนักกีฬาเองและทีมชาติ การกระทำที่ขาดความยั้งคิดเพียงครั้งเดียว สามารถส่งผลเสียต่อชื่อเสียงและโอกาสในการเล่นฟุตบอลระดับโลกได้ เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับนักกีฬาอาชีพทุกคนว่า พวกเขาต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและผลที่จะตามมาจากการกระทำของตนเอง

ในขณะที่ แข้งนอร์เวย์เสี่ยงถูกตัดสินคดีแชร์คลิปผิดกฎหมาย กำลังเผชิญกับผลที่ตามมาจากการกระทำของเขา สังคมก็ควรให้โอกาสเขาในการแก้ไขข้อผิดพลาดและพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง การเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและพัฒนาตนเอง

เรื่องราวของ แข้งนอร์เวย์เสี่ยงถูกตัดสินคดีแชร์คลิปผิดกฎหมาย นี้ สอนให้เราตระหนักถึงอันตรายของการแชร์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ และความสำคัญของการคิดให้รอบคอบก่อนที่จะกระทำการใดๆ ก็ตาม

ที่มา – Norway footballer facing conviction for sharing illegal video

นายกฯ ชื่นชม “ชัชชาติ” ดูแลประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ

“นายกฯ อนุทิน” ตรวจเยี่ยมจุดบริการก่อนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” น้ำตาคลอในความจงรักภักดีของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ชื่นชม “ชัชชาติ” บริหารจัดการ กำชับอำนวยความสะดวก

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนที่มาเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณสนามหลวง

โดยทันทีที่มาถึง นายชัชชาติ ได้พานายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยพยาบาล พนักงานรักษาความสะอาด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและอาสาสมัคร โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงหนึ่งเจ้าหน้าที่คัดแยกขยะของ กทม. ได้ชี้ไปทาง นายชัชชาติ พร้อมกล่าวว่า ลูกพี่เก่ง ทำให้ นายชัชชาติ ออกตัวว่าไม่ใช่ เป็นเพราะทีมงานเข้มแข็ง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินลงไปที่จุดสแกนก่อนเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รออยู่ด้านล่างเข้ามาทักทายพูดคุย รวมถึงถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเอง โดยนายชัชชาติ ยังได้พานายกรัฐมนตรีเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมพูดคุยกัน

ต่อมา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในพระราชพิธีครั้งนี้ ว่า ตั้งแต่เช้าได้รับรายงานว่ามีประชาชนจำนวนมากมาถวายบังคมพระบรมศพ ขอชื่นชมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และนายชัชชาติ ตนมองว่ามีการจัดเตรียมความพร้อมอย่างมาก อาหารการกิน ที่พักรับรอง ไม่ให้เกิดความลำบากกับประชาชน พวกเราเข้ามาดูกันในวันแรก ดูการบริหารจัดการการเข้าไปถวายสักการะ จะทำอย่างไรให้รวดเร็ว สวยงาม สมพระเกียรติยศ รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย เท่าที่ทราบมาตอนนี้การจัดการดีมาก มีโรงอาหารพระราชทาน หน่วยงานภาครัฐนำอาหาร-เครื่องดื่มมามอบให้เพื่อความสะดวก น่าจะเป็นไปได้ด้วยดีและจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถามว่ามีอะไรที่อยากจะเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุ ส่วนตัวคิดว่าผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่าง กทม. ดูแลดีอยู่แล้ว ตนต้องเอ่ยปากชื่นชมผ่านนายชัชชาติ ว่ามีการเตรียมพร้อมที่มาก รวมถึงมีจิตอาสามาช่วย ในช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของความจงรักภักดี ทุกคนทำด้วยใจ เมื่อทำด้วยใจแล้วผลงานต่างๆ ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ต่างๆ ก็จะออกมา เป็นสิ่งที่สวยงาม ตนไปเจอประชาชนทั่วประเทศ เราต้องเข้าถึงและถวายบังคมพระบรมศพครบทุกคน ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

ส่วนคำถามว่าจะดูแลเรื่องการคมนาคมอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า เรามีการอำนวยความสะดวก ซึ่งตนจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอำนวยความสะดวก พร้อมนำเสนอว่าจะจัดการอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเดินทาง

“พอมาถึงที่นี่แล้ว โอ้โหอากาศร้อน เราต้องทำให้พวกเขากราบพระบรมศพ ถ้าเป็นไปได้ก็ไปชมความงามของเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ศาลหลักเมือง รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ผมคิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีทำให้มีความคึกคักขึ้นมา เศรษฐกิจก็ดีด้วย ยิ่งช่วงนี้มีโครงการคนละครึ่งพลัสด้วย พี่น้องประชาชนก็ได้ความเป็นสิริมงคลจากการถวายบังคมพระบรมศพ และยังได้จับจ่ายใช้สอย อย่างน้อยก็ได้หาความสำราญบ้างก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา”

ในช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวถึงประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางด้วยเท้า นายกรัฐมนตรีย้อนถามทันทีว่า จริงหรือ เป็นแคมเปญอะไรหรือไม่ เดี๋ยวจะดูแลอย่างดีเลย ถ้าพี่น้องประชาชนตั้งใจที่จะมากราบขนาดนั้นแล้วไม่มียานพาหนะ ขอให้แจ้งความจำนงที่นายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ตนจะให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับเลยว่าเราต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีแรงบันดาลใจที่สูงส่งขนาดนี้ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ให้ครบทุกคน.

นายกฯ ชื่นชม “ชัชชาติ” ดูแลประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ

จากสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ นายกฯ อนุทินได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างราบรื่นและสมพระเกียรติ

นายกฯ ชื่นชมการจัดการของ “ชัชชาติ”

นายกฯ อนุทิน ชื่นชมการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันดูแลประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพอย่างเต็มที่ การจัดการที่เป็นระบบ และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ทำให้การเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

  • การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม
  • การจัดเตรียมที่พัก
  • การดูแลด้านการแพทย์และพยาบาล
  • การรักษาความปลอดภัย

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างแข็งขัน แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความตั้งใจจริงที่จะดูแลประชาชน

การที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ การชื่นชมการทำงานของนายชัชชาติและเจ้าหน้าที่ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ที่มา – นายกฯ ตรวจเยี่ยมประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ ชื่นชม “ชัชชาติ” จนท.-อาสาสมัคร

รวบหนุ่มวิศวะ! **รับเงินบัญชีม้าแปลงคริปโต**

ตำรวจบุกจับหนุ่มวิศวะไฟฟ้า กลายเป็นหัวโจก **รับเงินบัญชีม้าแปลงคริปโต** ฟอกเงินส่งนายทุนจีน! เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตำรวจชุดสืบสวน บก.น.6 ปราบปรามสแกมเมอร์ ได้ทำการจับกุมหนุ่มวิศวะไฟฟ้าที่ผันตัวมาเป็นหัวโจก รับเงินจากเหล่าบัญชีม้า เพื่อร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีหน้าที่แปลงเงินเป็นคริปโตและฟอกเงินส่งต่อนายทุนชาวจีน

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท.ไมตรี ธิมา สว.กก.สส.บก.น.6 นำกำลังเข้าจับกุม นายณัฐประชา อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1059/2568 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองไผ่ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ได้ติดต่อแอดมินเพจ “Baby Sitters Love” และ Line: Service Buy&Sell ซึ่งโฆษณาว่าสามารถจัดหาพี่เลี้ยงเด็กได้ จากนั้นถูกหลอกให้โอนเงินค่ามัดจำและค่าบริการหลายครั้ง ผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากมีรูปแบบแผนงานและการพูดจาที่น่าเชื่อถือ ต่อมายังถูกชักชวนให้ลงทุนเทรดทอง โดยอ้างว่าจะได้รับเงินปันผลสูง ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินไปลงทุนด้วย ในช่วงแรกๆ ได้รับเงินปันผลจริง แต่หลังจากนั้นก็เริ่มไม่ได้ และสุดท้ายไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง โดยรวมแล้วได้โอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 792,356 บาท

**รับเงินบัญชีม้าแปลงคริปโต** : เส้นทางสู่การจับกุม

จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้มีการกระจายเงินเข้าบัญชีม้าต่างๆ ก่อนที่จะทำการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม แล้วนำไปแปลงเป็นเงินสกุลคริปโต ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.6 ได้ทำการสืบสวนไล่เส้นทางการเงินจนสามารถจับกุมพวกบัญชีม้าที่ร่วมขบวนการได้ 4 ราย ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้นำเงินไปให้นายณัฐประชา เพื่อรวบรวมและแปลงเป็นเงินคริปโตฯ ส่งต่อไปยังผู้สั่งการที่เป็นชาวจีนอีกทอดหนึ่ง

จากการสอบสวน นายณัฐประชาได้ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมขบวนการดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่ง สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลเพื่อหาผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า นายณัฐประชาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมีภรรยาเป็นครู แต่ได้ผันตัวเข้ามาร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย **รับเงินบัญชีม้าแปลงคริปโต** ตามคำสั่งของชาวจีนอีกทอดหนึ่ง

ทำไมต้องคริปโต?

การใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการฟอกเงินกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มอาชญากร เนื่องจากคริปโตเคอร์เรนซีมีความเป็นส่วนตัวสูง และสามารถโอนย้ายข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้ยากต่อการติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาเทคนิคและเครื่องมือในการติดตามและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี

บัญชีม้าคืออะไร? บัญชีม้าคือบัญชีธนาคารที่ถูกเปิดขึ้นโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของบัญชีที่แท้จริง มักถูกใช้เพื่อรับและโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การฉ้อโกง การพนัน หรือการค้ายาเสพติด

การที่หนุ่มวิศวะไฟฟ้ารายนี้ผันตัวมา **รับเงินบัญชีม้าแปลงคริปโต** แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและวิวัฒนาการของอาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบัน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

ที่มา – จับหนุ่มเรียนวิศวะ หัวโจกรับเงินจากเหล่าบัญชีม้า มาแปลงเป็นคริปโต ฟอกส่งนายทุนจีน