วัน: 9 พฤศจิกายน 2025

คุณจำไลน์อัพ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล ได้ไหม?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ โดยทั้งสองทีมต่างต้องการที่จะลดช่องว่างจากจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซนอล

ในอดีตเคยมีการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างทั้งสองทีม โดยเกมที่ซิตี้เอาชนะ 2-1 ในเดือนมกราคม 2019 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากพวกเขาคว้าแชมป์ลีกด้วยคะแนนเดียว ลิเวอร์พูลนำอยู่เจ็ดแต้มก่อนเริ่มเกมนั้น

นั่นคือแมตช์ที่เราเลือกสำหรับแบบทดสอบรายชื่อผู้เล่นตัวจริงสุดสัปดาห์นี้

คุณจำผู้เล่นได้กี่คน? ขอให้โชคดี!

คุณจำไลน์อัพ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล ได้ไหม?

เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกมากมาย เรามาย้อนความทรงจำกันหน่อยดีกว่าว่าใครอยู่ในสนามบ้างในวันนั้น ลองนึกถึงชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม แล้วมาดูกันว่าคุณจะตอบถูกกี่คน

ลองทายไลน์อัพ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล ดูสิ

จำได้ไหมว่าใครเป็นผู้รักษาประตูของแมนฯ ซิตี้ในเกมนั้น? หรือกองหลังตัวกลางของลิเวอร์พูลคือใคร? ลองใช้ความรู้และความทรงจำของคุณเพื่อเติมเต็มรายชื่อผู้เล่นให้ครบถ้วน

คำใบ้เล็กๆ น้อยๆ: ลองนึกถึงผู้เล่นที่โดดเด่นในช่วงเวลานั้น หรือผู้เล่นที่มักจะอยู่ในรายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม

เคล็ดลับ: อย่าลืมว่าอาจมีผู้เล่นดาวรุ่งหรือผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักอยู่ในทีมด้วย

ทำแบบทดสอบนี้ไม่เพียงแต่ท้าทายความทรงจำของคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอีกด้วย การแข่งขันระหว่าง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล มักจะเต็มไปด้วยความดราม่าและคุณภาพที่สูง ทำให้แต่ละเกมเป็นสิ่งที่น่าจดจำ

นอกจากนี้ การรู้จักไลน์อัพของเกมสำคัญๆ ในอดีต ยังช่วยให้เราเข้าใจถึงพัฒนาการของทีมและผู้เล่น รวมถึงแท็กติกที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาดูกันว่าคุณจะทำได้ดีแค่ไหนกับแบบทดสอบ คุณจำไลน์อัพ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล ได้ไหม?

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง การทดสอบความรู้เกี่ยวกับเกมสำคัญๆ ในอดีตเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงความรักและความเข้าใจในกีฬาชนิดนี้ ลองท้าทายเพื่อนของคุณ แล้วมาดูกันว่าใครจะจำไลน์อัพได้แม่นยำที่สุด!

นอกจากเกม แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล แล้ว ยังมีเกมคลาสสิกอื่นๆ อีกมากมายที่คุ้มค่าแก่การจดจำ ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมเหล่านั้น แล้วคุณอาจจะพบรายละเอียดที่น่าสนใจที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

การติดตามข่าวสารและสถิติฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณมีความรู้ที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอล และสามารถทำแบบทดสอบต่างๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

หวังว่าคุณจะสนุกกับการทำแบบทดสอบนี้ และได้รับความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับฟุตบอลไปพร้อมๆ กัน อย่าลืมแชร์ผลลัพธ์ของคุณกับเพื่อนๆ และร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับเกมที่น่าจดจำนี้!

ต้องการทดสอบความจำของคุณ? เล่น แบบทดสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หรือไปที่ หน้าแบบทดสอบฟุตบอลโดยเฉพาะของเรา และลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนเพื่อรับแบบทดสอบล่าสุดส่งตรงไปยังอุปกรณ์ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลของทีมใด การได้ย้อนกลับไปดูเกมเก่าๆ ก็มักจะสร้างความสุขและความทรงจำดีๆ เสมอ และการทดสอบความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต ก็เป็นวิธีที่ดีในการเชื่อมต่อกับกีฬาที่คุณรัก

ที่มา – Can you name the line-ups from Man City 2-1 Liverpool?

พสกนิกรหลั่งไหลกราบพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันแรกของการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 กรุงเทพมหานครได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศบริเวณสนามหลวงและอุโมงค์หน้าพระลาน ซึ่งประชาชนเดินทางมาด้วยความสงบและสำรวม เพื่อร่วมกราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้สักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.

พสกนิกรหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ทางกรุงเทพมหานครได้เปิดจุดพักคอยสำหรับประชาชนตั้งแต่เวลา 07.30 น. และภายในเวลา 14.00 น. ของวันดังกล่าว มีผู้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” แล้วกว่า 4,800 คน ท่ามกลางความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดเตรียมความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมา

มีการจัดเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับจุดบริการ เส้นทาง และข้อปฏิบัติในการเข้ากราบถวายบังคม นอกจากนี้ ยังมีจุดพักคอยบริเวณสนามหลวงที่สามารถรองรับประชาชนได้ถึง 9,000 คน พร้อมทั้งบริการน้ำดื่ม ห้องสุขา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงจุดบริการอาหารและน้ำดื่มฟรี ตลอดจนจุดยืม-คืนเครื่องแต่งกายสุภาพสำหรับผู้ที่แต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ

การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในการกราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมรถวีลแชร์และรถกอล์ฟไว้ให้บริการ โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมพิธีอันสำคัญนี้ได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย

ในส่วนของการเดินทาง กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม จัดรถ ขสมก. ให้บริการฟรีใน 16 เส้นทาง รวมถึงเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา นอกจากนี้ ยังมีสายด่วน 1818 ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทาง การแต่งกาย และข้อปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ากราบถวายบังคม

ขอความร่วมมือประชาชนแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และสะท้อนถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย

การหลั่งไหลของพสกนิกรในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักและความเคารพที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราควรน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – พสกนิกรหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” วันแรกจำนวนมาก

วิกฤต! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 ฝั่งบางศรีเมืองเผชิญวิกฤตน้ำท่วมหนักเนื่องจากน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมถนน สูงกว่า 50 เซนติเมตร และในบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถเล็ก รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ เจ้าหน้าที่เตือน ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง อาจทำให้รถดับได้ และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ผลจากการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนของกรมชลประทาน ส่งผลกระทบต่อจังหวัดท้ายเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณถนนใต้จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 5 ฝั่งบางศรีเมือง ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งขาเข้าและขาออก ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บนถนนคู่ขนานทั้งสองฝั่ง ระดับน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนสูงกว่า 50 เซนติเมตร และบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจำเป็นต้องปิดกั้นถนนช่องทางคู่ขนานที่ถูกน้ำท่วมสูง และแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเปลี่ยนไปใช้ช่องทางหลักแทน อย่างไรก็ตาม ช่องทางหลักเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเลนซ้าย ทำให้ถนนนครอินทร์ฝั่งขาเข้าเหลือเพียง 2 ช่องจราจร (เลนกลางและเลนขวาสุด) ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

สถานการณ์ปัจจุบันและการแนะนำ

ส.ต.อ.วัชรพงษ์ คำมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบนถนนตั้งแต่เวลาประมาณ 10 โมงเช้า จนกระทั่งท่วมเต็มพื้นผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนาน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้และต้องปิดถนนช่องทางคู่ขนาน ซึ่งใช้เป็นจุดกลับรถใต้สะพาน สถานการณ์ ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง ทำให้รถยนต์ไม่ควรวิ่งผ่านเนื่องจากเริ่มมีรถดับหลายคันเกิดขึ้น รถไฟฟ้าควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและควรใช้ช่องทางหลักแทน

จากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้น ขอแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนนครอินทร์-พระราม 5 ในช่วงนี้ไปก่อน เนื่องจากน้ำท่วมผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนานทั้งสองฝั่ง และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง: ตรวจสอบระบบไฟ ระบบเครื่องยนต์ และระบบเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ศึกษาเส้นทางล่วงหน้า: วางแผนการเดินทางและสำรวจเส้นทางสำรอง
  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ติดตามข่าวสาร: อัปเดตข้อมูลสภาพการจราจรและสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วม ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรของทุกท่าน

ที่มา – ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

2 รมต.ฉะเชิงเทรา! รับมือวิกฤตน้ำ สั่งตั้งเครื่องผลักดัน

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด 2 รัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา สั่งการเชิงรุกรับมือวิกฤตน้ำ “สุรศักดิ์” ย้ำ อว. พร้อมบูรณาการร่วมหน่วยงานในพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา วางแผนระบายน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำรับมือพายุถล่ม

วันที่ 9 พฤศจิกายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการระบายน้ำในพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก โดยมี นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) นายไวฑิต โอชวิช ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์น้ำ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าร่วม ที่ลานอเนกประสงค์วัดสุทธาวาส ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา

จากสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเข้าสู่ภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเผชิญหน้ากับปัจจัยซ้อนทางอุทกภัยถึง 3 ระลอกพร้อมกัน ได้แก่ 1) น้ำเหนือหลากและน้ำท่วมขังเดิม: พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะทุ่งรับน้ำต่างๆ มีปริมาณน้ำสะสมในระดับสูง 2) น้ำทะเลหนุนสูง: ในช่วงวันที่ 6-13 พฤศจิกายน 2568 ภาวะน้ำทะเลหนุนดันมวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้าลงอย่างมาก และ 3) น้ำฝนจากพายุลูกใหม่: อิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” จะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 นั้น ก่อให้เกิดมวลน้ำมหาศาลไว้ในพื้นที่ ทำให้ศักยภาพการระบายน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความเสี่ยงที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างและยาวนานขึ้น

นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและทำงานร่วมกันในเชิงรุก ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอู่ทหารเรือ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการสำรวจและกำหนดจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำหรือเรือผลักดันน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จำนวน 10 จุด เรือผลักดันน้ำ 50 ลำ คาดการณ์สามารถผลักดันน้ำได้ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเราไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุน แต่คือหน่วยงานที่ทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมีหน่วยงานหลักอย่าง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ที่จะร่วมกันบูรณาการข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อรับมือวิกฤตน้ำในพื้นที่ อาทิ ข้อมูลดาวเทียมจากดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ในการติดตามและจัดทำแผนที่พื้นที่น้ำท่วมจริง (Real-time Flood Extent) ทำให้เราเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และแอปพลิเคชัน Thai water ครอบคลุมสถานการณ์น้ำในปัจจุบันและสามารถคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น ปริมาณฝน, ระดับน้ำในแม่น้ำและเขื่อน, คลื่นลมในทะเล, พายุ และคุณภาพอากาศ

“นอกจากนี้ การบูรณาการข้อมูลดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานปฏิบัติงานในพื้นที่ สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถวางแผนการระบายน้ำล่วงหน้า กำหนดจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำได้อย่างตรงจุด และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของ อว. ที่จะใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ เพื่อบรรเทาผลกระทบและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนให้ได้มากที่สุด“ นายสุรศักดิ์ กล่าว

2 รมต.ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา รับมือวิกฤตน้ำ สั่งตั้งเครื่องผลักดัน

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทั้งสองท่านในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุน

เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อรับมือวิกฤตน้ำ

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือ การเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

  • กำหนดจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 10 จุด
  • ใช้เรือผลักดันน้ำ 50 ลำ
  • คาดการณ์ผลักดันน้ำ 5 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

การบูรณาการข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เป็นกุญแจสำคัญในการรับมือวิกฤตน้ำในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไป จะสามารถช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

ที่มา – 2 รมต.ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา รับมือวิกฤตน้ำ รมว.อว. สั่งตั้ง 50 เครื่องผลักดันน้ำบรรเทาอุทกภัย

ลิณธิภรณ์ ชี้ “ศิริกัญญา” รอก่อนวิกฤติ?

“หญิง ลิณธิภรณ์” ถาม “ศิริกัญญา” ปมพูดรัฐบาลยังไม่ถึงขั้นผิดร้ายแรง ชี้ ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้หมายถึงล้มรัฐบาลเสมอไป ยัน การตรวจสอบกับการผลักดันแก้ไข รธน. ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความใน X (ทวิตเตอร์) ว่า ถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่า “รัฐบาลยังไม่ถึงขั้นผิดร้ายแรง” อาจเป็นคำที่สะท้อนว่าพรรคประชาชนกำลังรอให้วิกฤติเกิดก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ แต่ฝ่ายค้านควรทำหน้าที่ดับไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ใช่รอให้ลุกไหม้ทั้งบ้าน

น.ส.ลิณธิภรณ์ เผยต่อไปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เป็นกลไกตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านมีสิทธิและหน้าที่เต็มที่ในการใช้ช่องทางนี้ เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชนและความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน การเข้าชื่อ 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงเป็นสิ่งที่ชอบธรรมอย่างยิ่ง

“ขอขอบคุณแกนนำพรรคประชาชนที่ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าอาจเลือกใช้กระบวนการตรวจสอบในรูปแบบอื่น ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละพรรคในฐานะฝ่ายค้านเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อ สส.ของพรรคประชาชนหลายท่าน ทั้งคุณโรม (นายรังสิมันต์ โรม) และคุณรักชนก (น.ส.รักชนก ศรีนอก) ได้ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาบางประเด็น พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีบางคนในเชิงสาธารณะ แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในสภาฯ ซึ่งเป็นช่องทางที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองและสามารถเปิดเผยข้อมูลหลักฐานได้เต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นระบบมากกว่าการตั้งคำถามภายนอก”

ส่วนกรณีความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากพรรคประชาชนกังวลว่าการยื่นอภิปรายจะกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยพร้อมพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน เพราะจุดยืนของเราชัดเจนว่า การตรวจสอบรัฐบาลกับการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน สิ่งสำคัญคือฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาบานปลาย เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้หมายถึงการล้มรัฐบาลเสมอไป แต่คือการทำให้รัฐบาลต้องตอบคำถามต่อสาธารณะ และปรับปรุงการบริหารงานให้ดีขึ้น.

ลิณธิภรณ์ ชี้คำพูด “ศิริกัญญา” สะท้อนรอให้วิกฤติเกิดก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ

จากกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของรัฐบาล ทำให้ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาแสดงความเห็นโต้ตอบ โดยตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรคประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล

น.ส.ลิณธิภรณ์มองว่า คำพูดของ น.ส.ศิริกัญญาที่ว่า “รัฐบาลยังไม่ถึงขั้นผิดร้ายแรง” นั้น อาจสะท้อนถึงแนวทางการทำงานของพรรคประชาชนที่เน้นการรอให้เกิดวิกฤติก่อนแล้วจึงค่อยเข้าตรวจสอบ ซึ่งขัดกับหลักการทำงานของฝ่ายค้านที่ควรจะทำหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ

การตรวจสอบรัฐบาล: หน้าที่สำคัญของฝ่ายค้าน

น.ส.ลิณธิภรณ์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ โดยพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน พร้อมที่จะใช้ช่องทางนี้ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้ น.ส.ลิณธิภรณ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของ สส.พรรคประชาชนหลายท่านที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่างๆ ผ่านสื่อ แต่กลับไม่ใช้กลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ซึ่งเป็นช่องทางที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองและสามารถเปิดเผยข้อมูลหลักฐานได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ น.ส.ลิณธิภรณ์ กำลังสื่อสาร คือ การที่พรรคฝ่ายค้านควรร่วมมือกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และใช้กลไกที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ มุมมองของ น.ส.ลิณธิภรณ์ ที่มองว่า การตรวจสอบรัฐบาลและการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน และสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจเป็นทางออกสำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน น.ส.ลิณธิภรณ์ ชี้คำพูด “ศิริกัญญา” สะท้อนรอให้วิกฤติเกิดก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ เป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – “ลิณธิภรณ์” ชี้คำพูด “ศิริกัญญา” สะท้อนรอให้วิกฤติเกิดก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ

ตร. แถลงผลปราบสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เตรียมแถลงผลปราบ “สแกมเมอร์” ครั้งใหญ่ ตอกย้ำความมุ่งมั่น ในการเดินหน้าเชิงรุกปราบปรามสแกมเมอร์ทุกรูปแบบอย่างเต็มกำลัง

วันที่ 9 พ.ย. 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”เตรียมแถลงผลปฏิบัติการปราบปรามสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งจะมีการรวบรวมผลการดำเนินการจากทุกหน่วยทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าเชิงรุกปราบปรามสแกมเมอร์ทุกรูปแบบอย่างเต็มกำลัง ตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศสงครามไซเบอร์สแกม ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกประเภท โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ

พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปฏิบัติการ MONEY CASH BACK อย่างต่อเนื่อง สามารถหยุดยั้งการโอนเงิน ติดตามเงินของผู้เสียหายคืนได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รับการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่าง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ ศูนย์ PCT และศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ WARROOM IAC และสถาบันการเงิน โดยล่าสุด สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถนำเงินคืนผู้เสียหายได้รวมกว่า 1.2 ล้านบาท

คดีที่ 1 สภ.ศรีราชา อายัดเงินได้ 300,320 บาท ขณะบัญชีม้ากำลังถอนเงิน โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2568 ตำรวจ สภ.ศรีราชา ได้รับการประสานจาก WARROOM IAC และทีมสืบสวนทุจริตด้านดิจิทัล ฝ่ายป้องกันอาชญากรรมทางการเงินของธนาคารแห่งหนึ่ง ว่าพบความเคลื่อนไหวผู้ต้องสงสัยภายในธนาคาร ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรวจสอบ พบนายอำนาจฯ กำลังรอถอนเงินสด 300,320 บาท จึงเข้าควบคุมตัว

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอำนาจยอมรับว่า ได้รับว่าจ้างให้ถอนเงินโดยแลกค่าจ้างเพียง 4,000 บาท ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดคุมตัว นางธัญญพัทธ์ ทำหน้าที่ควบคุมการถอนเงิน จากการสอบสวนสารภาพว่าได้รับว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ให้ดูแลการถอนเงิน เมื่อตรวจสอบที่มาของเงิน พบมีผู้เสียหายรายหนึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.ท่าข้าม กรุงเทพมหานคร ถูกหลอกลงทุน โอนเงินให้แก๊งมิจฉาชีพผ่านบัญชีของนายอำนาจ 301,141 บาท จึงให้เข้าร้องทุกข์ เพื่อดำเนินการคืนเงินตามโครงการ MONEY CASH BACK

อีกคดี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมเครือข่ายคอกม้า 12 ราย ยึดเงินสดกว่า 927,000 บาท โดย ศปอส.ตร. สืบสวนเส้นทางการเงินและติดตามผู้ต้องสงสัยในเครือข่ายบัญชีม้า ก่อนเข้าตรวจสอบที่ธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา พบกลุ่มบุคคล 12 ราย พฤติการณ์ตรงกับข้อมูลเครือข่ายบัญชีม้า จึงเข้าควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด 927,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การว่าเห็นโฆษณาชักชวน “รับเช่าบัญชี รายได้สูง” ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เช่น “หารายได้เสริมง่ายๆ” และ “ไม่ง้อเงินเดือน” อ้างว่าถูกแอดมินในไลน์หลอกให้ส่งเอกสารส่วนตัว และบัญชีธนาคารเพื่อเช่าบัญชี โดยได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 5,000 บาท เมื่อถึงวันถอนเงิน แอดมินจะสั่งการผ่านโทรศัพท์ตลอดเวลา และมีผู้คุมบัญชีคอยติดตามดูแลในพื้นที่ เมื่อถอนเงินเสร็จจะนำเงินทั้งหมดส่งต่อให้ผู้รวบรวมเงินตามคำสั่ง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและธนาคารเอกชน เพื่อหยุดยั้งเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ผบ.ตร.ชมเชยชุดสืบสวน สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และตำรวจภูธรภาค 1 ที่สามารถดำเนินการเชิงรุก รวดเร็ว เฉียบขาด จนนำไปสู่การยึดเงินคืน และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งเครือข่าย และขอเตือนผู้หลงผิดให้เช่าบัญชี รับจ้างกดเงินแลกกับรายได้ไม่กี่บาท ทั้งที่รู้ว่าเป็นขบวนการอาชญากรรมที่ตำรวจมุ่งมั่นปราบปรามเด็ดขาด จริงจัง ต้องถูกดำเนินคดี รับโทษหนักทั้งจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท เสียสละ เพื่อคุ้มครองประชาชนจากภัยอาชญากรรมออนไลน์ และขอให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวัง หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1441 หรือ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การแถลงผลการปราบปรามสแกมเมอร์ครั้งใหญ่นี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ของ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

ความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส เพื่อให้การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนควรตระหนักถึงกลโกงของมิจฉาชีพ และระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ที่มา – “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ตอกย้ำความมุ่งมั่น เตรียมแถลงผลปราบ “สแกมเมอร์” ครั้งใหญ่

แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล: เอติฮัดสำคัญแค่ไหน?

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่าการพบกับลิเวอร์พูลในเกมที่ 1,000 ของเขาในฐานะผู้จัดการทีมคือ “โชคชะตาของจักรวาล” หลังจากที่พวกเขาร่วมกันครองวงการฟุตบอลอังกฤษในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แปดตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาตกเป็นของสองมหาอำนาจ โดยซิตี้คว้าแชมป์ไป 6 สมัยในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงสถิติ 4 สมัยติดต่อกัน

แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล พบกันที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันอาทิตย์ (16:30 GMT) โดยมีความเป็นไปได้ที่โชคชะตาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะถูกกำหนดโดยผลการแข่งขันอย่างมาก

เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรื่องราว สองทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีกที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนานนี้ ขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ตามล่า

อาร์เซนอลเคยถูกบดบังรัศมีจากความเหนือกว่าของซิตี้และลิเวอร์พูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สำหรับตอนนี้อย่างน้อยที่สุด “ปืนใหญ่” คือผู้ถูกล่ามากกว่าผู้ล่า

มิเกล อาร์เตตา พาจ่าฝูงของลีกอาจมีแต้มนำหน้าทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ถึงเก้าแต้ม และนำหน้าลิเวอร์พูล 10 แต้ม หากพวกเขาไม่ทำแต้มหลุดมือในช่วงท้ายเกมที่ซันเดอร์แลนด์เมื่อคืนวันเสาร์ โดย ไบรอัน บร็อบบีย์ ทำประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ “แมวดำ” เสมอ 2-2

ช่องว่างของคะแนนในการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลล่าสุดนั้นเล็กน้อยมาก หากอาร์เซนอลชนะ ทีมที่แพ้ในวันอาทิตย์ หากมี อาจต้องหวนกลับมาคิดว่าการแข่งขันเริ่มหลุดมือไปจากพวกเขาแล้ว แม้จะเพิ่งผ่านไปเพียง 11 เกมก็ตาม

ตอนนี้ ประตูเปิดออกแล้ว

แมนฯ ซิตี้ & ลิเวอร์พูล มีความหวังใหม่หรือไม่?

ความได้เปรียบของอาร์เซนอลเริ่มดูมีความหมายอย่างมาก จนกระทั่งถึงนาทีที่ 94 ที่ซันเดอร์แลนด์ เพราะการมีแต้มนำมากกว่า 10 แต้มในพรีเมียร์ลีกนั้นถูกพลิกกลับมาชนะเพียงสามครั้งเท่านั้น

คงเร็วเกินไปที่จะตัดทีมที่มีคุณภาพอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองทีมแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการกลับคืนสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา หลังจากสะดุดไปก่อนหน้านี้ในฤดูกาล

ตอนนี้ ถ้าจะมีอะไร อาร์เซนอลเสียประตูในช่วงท้ายเกมที่สนามสเตเดียมออฟไลท์ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นก่อนการปะทะกันล่าสุดระหว่าง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล เสียอีก

ในลิเวอร์พูล กวาร์ดิโอลา มีคู่ต่อสู้ที่เขาพบว่ายากที่จะเอาชนะได้ – ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ และต่อมาคือ อาร์เน สล็อต ซึ่งทีมของเขาคว้าแชมป์โดยเอาชนะเขาไปกลับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

กวาร์ดิโอลา คุมทีมซิตี้ในเกมพรีเมียร์ลีก 18 นัดที่พบกับลิเวอร์พูล ชนะเพียง 5 นัด เสมอ 7 นัด และแพ้ 6 นัด ในทุกรายการแข่งขัน เขาลงเล่น 24 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 8 นัด และแพ้ 10 นัด

อดีตบอสใหญ่ของบาร์เซโลนาและบาเยิร์น มิวนิก รู้ดีว่าอะไรเดิมพันอยู่ในการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดนี้ โดยความยอดเยี่ยมของอาร์เซนอลได้เพิ่มแรงกดดันเข้าไปอีก

กวาร์ดิโอลา กล่าวถึงการไล่ล่าที่ซิตี้กำลังเผชิญอยู่ว่า: “คุณหวังเสมอว่าคุณจะทำได้ดีขึ้นและพวกเขาจะทำแต้มหล่น สิ่งที่เราทำได้คือชนะเกมของเราและเข้าใกล้พวกเขามากขึ้น”

กวาร์ดิโอลา รู้ว่าอาร์เซนอลกำลังสร้างทีมที่สามารถไล่ล่าแชมป์ได้ เขากำลังรอคอยที่จะดูว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งที่จะรักษาการเริ่มต้นที่รวดเร็วของพวกเขาได้หรือไม่

“ในช่วงสองหรือสามปีที่ผ่านมา หลังจากกระบวนการสร้างสโมสรและทีมใหม่ อาร์เซนอลก็อยู่ที่นั่น สิ่งที่พวกเขาทำในช่วงสองหรือสามฤดูกาลนั้นยอดเยี่ยมมาก” กวาร์ดิโอลา กล่าว

“แต่นี่คือช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ไม่มีใครชนะการแข่งขันในต้นเดือนพฤศจิกายน คุณสามารถแพ้ได้ – แต่ไม่มีใครชนะ”

“ผมรู้ว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเร็วแค่ไหน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลิเวอร์พูล ‘หายนะ หายนะ’ และตอนนี้พวกเขาชนะสองครั้งและมันคือ ‘พวกเขากลับมาสู่จุดที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง?’

“ผมมั่นใจว่าผู้จัดการทีมมองสถานการณ์ในมุมที่กว้างขึ้นเล็กน้อย”

“ในฤดูกาลหนึ่งๆ มักจะมีขึ้นและลงเสมอ”

เยอร์เกน คล็อปป์ เฮดโค้ชของลิเวอร์พูล มั่นใจเช่นกันว่าอาจมีการพลิกผันในการแข่งขันชิงแชมป์ แต่ความสำคัญของเกมนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือประเมินต่ำเกินไปได้

คล็อปป์ กล่าวว่า: “ในขณะนี้ มันไม่ใช่การดูตารางคะแนนลีก มันเป็นเพียงการพยายามชนะเกมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้”

“แต่แน่นอนว่าสองทีมที่ดีมากกำลังจะเล่นกัน และอนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะได้เห็นกัน”

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือตัวเราเอง เราต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเตะฟิตสมบูรณ์ และจากนั้นเราจะมาดูกันว่ามันจะนำไปสู่ที่ใด”

“ซิตี้เป็นเกมของตัวเอง การเล่นนอกบ้านกับพวกเขานั้นเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยากที่สุดที่เรามีตลอดทั้งฤดูกาล นี่คือเกมที่ทุกคนตั้งตารอคอย”

การกลับมาของ ไรอัน กราว็องเบิร์ช, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โดมินิก โซบอสซ์ไล ทำให้ลิเวอร์พูลดูคุ้นเคยและมีชัยชนะมากขึ้นในสองเกมที่ผ่านมากับแอสตัน วิลลา และ เรอัล มาดริด โดยมี โซบอสซ์ไล เป็นกำลังสำคัญ

“โดมินิก โดดเด่นมาตลอดทั้งฤดูกาล” คล็อปป์กล่าว “แต่สองเกมล่าสุดนำสิ่งต่างๆ ออกมาจากทีมและตัวเขามากยิ่งขึ้น ผมชอบการทำงานของเขาที่ไม่มีบอลจริงๆ แต่ในเกมเหล่านี้อาจจะสูงกว่ามาตรฐานของเขาเองด้วยซ้ำ”

ถ้าลิเวอร์พูลสามารถชนะการดวลแดนกลางที่เอติฮัด สเตเดียม พวกเขาจะเชื่อว่าพวกเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังพัฒนาขึ้นก็จะรู้สึกมั่นใจไม่แพ้กัน

เวทีพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งล่าสุดแล้ว

ฮาแลนด์จะสามารถเอาชนะ ฟาน ไดจ์ค ได้หรือไม่?

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ทำประตูที่ 27 ของฤดูกาลให้กับสโมสรและทีมชาติในเกมที่ซิตี้เอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อดีตทีมเก่าของเขา 4-1 ในแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันพุธ

มันเป็นช่วงเวลาที่น่าทึ่ง แม้แต่ตามมาตรฐานของกองหน้าที่อันตรายที่สุดในโลก

พลังที่ไม่อาจต้านทานได้มาพบกับวัตถุที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ เมื่อ ฮาแลนด์ เผชิญหน้ากับ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ในวันอาทิตย์ นี่คือการดวลส่วนตัวที่จะเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันอย่างมาก

ฮาแลนด์ จะมุ่งมั่นที่จะยุติสถิติที่ไม่เป็นไปตามแบบฉบับของเขาในการเจอกับกัปตันทีมชาติฮอลแลนด์ของลิเวอร์พูล

นับตั้งแต่เข้าร่วมทีมซิตี้ในเดือนกรกฎาคม 2022 ฮาแลนด์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 5 เกมที่พบกับ ฟาน ไดจ์ค และยังคงมองหาชัยชนะครั้งแรก โดยมีการแพ้ 3 ครั้งและเสมอ 2 ครั้ง ชัยชนะเพียงครั้งเดียวของ ฮาแลนด์ ในการเจอกับลิเวอร์พูลเกิดขึ้นในคาราบาวคัพ รอบสี่ในเดือนธันวาคม 2022 เมื่อเขาทำประตูในเกมที่ชนะ 3-2 แต่ ฟาน ไดจ์ค ไม่ได้ลงเล่น

สตีเฟน วอร์น็อค อดีตกองหลังลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ กล่าวกับ BBC Sport ว่า: “หากคุณมองหาจุดสำคัญที่เกมจะชนะและแพ้ จากมุมมองของลิเวอร์พูลคือการหยุด ฮาแลนด์ แต่กุญแจสำคัญคือทั้งหมดจะมาจากแดนกลาง และหยุดบอลที่ส่งถึงเขา”

“มันจะขึ้นอยู่กับว่ากองกลางของลิเวอร์พูลสามารถกดดันซิตี้ได้หนักเท่าที่พวกเขาทำกับแอสตัน วิลลาและเรอัล มาดริดได้หรือไม่”

วอร์น็อค กล่าวเสริมว่า: “การต่อสู้ระหว่าง ฟาน ไดจ์ค และ ฮาแลนด์ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการบริการที่ ฮาแลนด์ ได้รับ และจากนั้นมันจะขึ้นอยู่กับ ฟาน ไดจ์ค และ [อิบราฮิมา] โกนาเต ที่จะหยุดเขา มันขึ้นอยู่กับ ฮาแลนด์ ว่าคู่ต่อสู้หลักของเขาจะเป็นใครก็ได้ ถ้าเขาเล่นกับ โกนาเต แล้ว ฟาน ไดจ์ค ก็ทำอะไรไม่ได้ และในทางกลับกัน

“สิ่งสำคัญที่ลิเวอร์พูลต้องทำคือพยายามหยุดการส่งบอลตั้งแต่ต้นทาง และป้องกันไม่ให้บอลถูกส่งเข้าไปหาเขา มันจะขึ้นอยู่กับกองกลางของลิเวอร์พูลที่จะป้องกันไม่ให้นักเตะสร้างสรรค์เกมของซิตี้เงยหน้าขึ้นมา เช่น ฟิล โฟเดน และ รายัน แชร์กี ที่ทำกับบอร์นมัธเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว และส่งบอลเหล่านั้น”

คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ เชื่อว่าความภาคภูมิใจส่วนตัวจะเป็นเชื้อเพลิงในการเผชิญหน้าระหว่าง ฮาแลนด์ และ ฟาน ไดจ์ค ด้วย

“มันจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ” ซัตตัน กล่าว “ฟาน ไดจ์ค จะมีความภาคภูมิใจแบบนั้นที่เขาจะมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ฮาแลนด์ เพราะแนวรับของลิเวอร์พูลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

“แน่นอนว่าลิเวอร์พูลสามารถทำให้ ฮาแลนด์ เงียบได้ – พวกเขาเพิ่งทำเช่นเดียวกันกับแนวรุกของเรอัล มาดริด ซึ่งรวมถึง คีเลียน เอ็มบัปเป และ วินิซิอุส จูเนียร์ – แต่ฉันจะเลือก ฮาแลนด์ มากกว่ากองหน้าคนใดของพวกเขาในตอนนี้ ดังนั้นนี่คือบททดสอบขั้นสุดยอดสำหรับ ฟาน ไดจ์ค”

เกมระหว่าง **แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล** ที่เอติฮัด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางของฤดูกาลนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะในการดวลครั้งสำคัญนี้ แล้วผลการแข่งขัน **แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล** จะส่งผลต่อการลุ้นแชมป์อย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – Man City and Liverpool become hunters – how key is Etihad meeting?

ตะลึง! พบใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลก กว่า 100 ตร.ม.

นักวิจัยค้นพบใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลกขนาดมหึมากว่า 100 ตารางเมตร ภายในถ้ำมืดสนิทบริเวณพรมแดนระหว่างแอลเบเนียกับกรีซ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแมงมุมมากกว่า 111,000 ตัว ถือเป็นใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

การค้นพบครั้งนี้ ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ในวารสาร Subterranean Biology โดยระบุว่า ใยแมงมุมขนาดมหึมานี้ตั้งอยู่ในเขตที่มืดมิดถาวรของถ้ำ และกินพื้นที่ถึง 106 ตารางเมตร ไปตามผนังของทางเดินแคบ ๆ ที่มีเพดานต่ำใกล้ทางเข้าถ้ำ นักวิจัยชี้ว่า โครงสร้างของใยเป็นส่วนผสมของเนื้อเยื่อรูปกรวยนับพันชิ้น

ดร. อิสต์วาน อูรัค รองศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาและหัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า นี่เป็นหลักฐานแรกของพฤติกรรมการอยู่รวมกันเป็นอาณานิคมในแมงมุมสองสายพันธุ์ทั่วไป และน่าจะเป็นใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการค้นพบ

“หากผมพยายามถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่ท่วมท้นเมื่อเห็นใยแมงมุม ผมคงต้องเน้นย้ำถึงความชื่นชม ความเคารพ และความขอบคุณ คุณต้องสัมผัสด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร” ดร. อูรัคกล่าว

อาณาจักรแมงมุมขนาดใหญ่นี้ตั้งอยู่ใน “ถ้ำกำมะถัน” (Cave of Sulphur) ซึ่งเป็นโพรงที่เกิดจากกรดซัลฟิวริกจากการออกซิเดชันของไฮโดรเจนซัลไฟด์ในน้ำใต้ดิน

แม้ว่านักวิจัยชุดนี้จะไม่ใช่กลุ่มแรกที่เห็นใยแมงมุมยักษ์ ที่มีการค้นพบครั้งแรกโดยนักสำรวจถ้ำชาวเช็กในปี 2022 แต่การวิเคราะห์ดีเอ็นเอและตัวอย่างที่เก็บมาในปี 2024 ยืนยันว่า อาณานิคมนี้ประกอบด้วยแมงมุมสองสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปใกล้ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ได้แก่ Tegenaria domestica หรือที่รู้จักกันในชื่อแมงมุมโรงนา/แมงมุมบ้าน และ Prinerigone vagans

จากการประมาณการของ ดร. อูรัคและทีมงาน พบแมงมุม T. domestica ประมาณ 69,000 ตัว และ P. vagans มากกว่า 42,000 ตัว รวมเป็นกว่า 111,000 ตัว

ดร. อูรัคกล่าวเสริมว่า แม้แมงมุมสองสายพันธุ์นี้จะแพร่หลาย แต่การที่ทั้งสองสปีชีส์มาอยู่ร่วมกันในโครงสร้างใยเดียวกันในจำนวนมหาศาลเช่นนี้ถือเป็น “กรณีที่ไม่เหมือนใคร” และเป็นหนึ่งในอาณานิคมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

“เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องอนุรักษ์อาณานิคมนี้ไว้ แม้จะมีความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากที่ตั้งของถ้ำซึ่งอยู่ระหว่างสองประเทศก็ตาม” ดร. อูรัคกล่าว พร้อมระบุว่า นักวิจัยกำลังดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเปิดเผยรายละเอียดของผู้อยู่อาศัยในถ้ำกำมะถันต่อไป.

พบใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลก จริงหรือ?

การค้นพบใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลกในถ้ำลึกเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก แต่ก็กระตุ้นให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับระบบนิเวศในถ้ำและความสามารถในการปรับตัวของแมงมุมเหล่านี้ การที่แมงมุมสองสายพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันในอาณานิคมขนาดใหญ่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยพบเห็น และอาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเฉพาะในถ้ำกำมะถันแห่งนี้

ความสำคัญของการอนุรักษ์ใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลก

ดร. อูรัคเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์อาณานิคมแมงมุมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากที่ตั้งของถ้ำที่อยู่ระหว่างสองประเทศ การอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยที่เปราะบางเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพและพลวัตของระบบนิเวศในถ้ำ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมงมุมเหล่านี้อาจเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคม วิวัฒนาการ และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

ทำไมการค้นพบใยแมงมุมนี้ถึงสำคัญ?

  • เป็นหลักฐานแรกของการอยู่ร่วมกันของแมงมุมสองสายพันธุ์ในอาณานิคมขนาดใหญ่
  • แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของแมงมุมในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก
  • อาจนำไปสู่การค้นพบใหม่ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคมของแมงมุม

การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราทึ่งกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แต่ยังกระตุ้นให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการสำรวจและการอนุรักษ์โลกใต้ดินของเรา การปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์เช่นถ้ำกำมะถันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

หากคุณสนใจเรื่องแมงมุมและสิ่งมีชีวิตใต้ดิน อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นพบที่น่าทึ่งนี้และร่วมกันสนับสนุนการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่เปราะบางเหล่านี้!

ที่มา – พบใยแมงมุมใหญ่ที่สุดในโลก 100 ตร.ม. ในถ้ำกรีซ-แอลเบเนีย คาดมีแมงมุมกว่า 1 แสนตัว (คลิป)

ดุสิตโพลชี้ ประชาชนพร้อม “เลือกตั้ง 2569” แต่กังวล

ผลสำรวจสวนดุสิตโพล ชี้ ประชาชนค่อนข้างพร้อม “เลือกตั้ง 2569” แต่กังวลเกิดความขัดแย้งหรือการเมืองซ้ำรอยเดิม อยากเห็นความพร้อมทำงานจริงจัง มอง พรรคประชาชน พร้อมที่สุด รองลงมาภูมิใจไทย-เพื่อไทย

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความพร้อมของพรรคการเมืองกับการเลือกตั้ง” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,174 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2568 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2569

  • อันดับ 1 ค่อนข้างพร้อม (56.81%)
  • อันดับ 2 พร้อมมาก (26.58%)
  • อันดับ 3 ยังไม่ค่อยพร้อม (13.80%)
  • อันดับ 4 ไม่พร้อมเลย (2.81%)

2. ประชาชนคิดอย่างไรกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2569 (สามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง)

  • อันดับ 1 กังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งหรือการเมืองซ้ำรอยเดิม (53.15%)
  • อันดับ 2 อยากให้กติกาและระบบเลือกตั้งยุติธรรม (43.44%)
  • อันดับ 3 เชื่อว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี (36.29%)
  • อันดับ 4 พรรคการเมืองและผู้สมัครมีการเตรียมความพร้อมกันมากขึ้น (30.41%)อันดับ 5 ต้องรอดูว่าจะมีเลือกตั้งวันใด ต้องกาบัตรอะไรบ้าง (28.11%)

3. ประชาชนอยากเห็นพรรคการเมืองเตรียมตัวเลือกตั้งอย่างไร (สามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง)

  • อันดับ 1 มีทีมงานมืออาชีพ พร้อมทำงานจริงหลังการเลือกตั้ง (56.39%)
  • อันดับ 2 เตรียมนโยบายที่ชัดเจน เน้นแก้ปัญหาประชาชนได้จริง (50.43%)
  • อันดับ 3 ใช้งบประมาณเลือกตั้งอย่างโปร่งใส (47.36%)
  • อันดับ 4 รับฟังความคิดเห็นและปรับนโยบายให้ตรงกับความต้องการของประชาชน (46.25%)
  • อันดับ 5 ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะช่วงหาเสียง (40.29%)

4. “5 พรรคการเมือง” ที่ประชาชนคิดว่ามีความพร้อมในการเลือกตั้ง

  • อันดับ 1 ประชาชน 18.99%
  • อันดับ 2 ภูมิใจไทย 16.87%
  • อันดับ 3 เพื่อไทย 15.25%
  • อันดับ 4 กล้าธรรม 13.97%
  • อันดับ 5 ประชาธิปัตย์ 9.54%
  • พรรคอื่นๆ เช่น ชาติไทยพัฒนา 4.86% พลังประชารัฐ 4.68% รวมไทยสร้างชาติ 2.73% ไทยสร้างไทย 2.64% ฯลฯ 25.38%

ทางด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น แต่ยังมีเงาความไม่ไว้วางใจต่อการเมืองไทยอยู่ไม่น้อย โดยกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์ซ้ำรอยเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงอยากเห็นกติกาและระบบเลือกตั้งที่ยุติธรรมและเคารพเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ พรรคการเมืองควรจัดทัพเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมทำงานจริงหลังการเลือกตั้ง และพิสูจน์ให้ได้ว่าพร้อมจริง ไม่ใช่แค่คำพูด

ขณะที่ ผศ.ศิริมา บุญมาเลิศ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า จากผลโพลสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความพร้อมที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในต้นปี 2569 แต่ที่ตัวเลขยังไม่สูงมากนัก เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทำให้การเมืองเกิดการพลิกผันอย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และมีการสลับขั้วเปลี่ยนข้างกันเกิดขึ้น โดยอ้างถึงการปลดล็อกทางการเมือง

มาในครั้งนี้แม้จะมีการทำ “บันทึกข้อตกลง” (Memorandum of Agreement : MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนว่าจะผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาภายใน 4 เดือน และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะให้ไทม์ไลน์คร่าวๆ ไว้ว่าประมาณสิ้นเดือนมกราคม 2569 จะยุบสภาแล้วก็ตาม แต่พรรคภูมิใจไทยก็มีเบื้องหลังหลายคดีที่ต้องสะสาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮั้ว สว. และเขากระโดง รวมทั้งท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนหน้านี้ และการพยายามสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ตามวลีของพรรคคือ “พูดแล้วทำ” พร้อมกับการเดินเกมเตรียมความพร้อมเลือกตั้งกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคกล้าธรรม การดึงเกมยุบสภาและการมีดีลลับทางการเมืองอาจเกิดขึ้น จนทำให้เกิดการพลิกผันทางการเมืองอย่างไม่คาดคิดอีกครั้งก็เป็นได้.

เลือกตั้ง 2569 ประชาชนคิดอย่างไร?

ผลสำรวจจากสวนดุสิตโพลแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนเกี่ยวกับ “เลือกตั้ง 2569” ที่กำลังจะมาถึง โดยประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม ความคาดหวังคือการเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

พรรคการเมืองกับการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569

ประชาชนคาดหวังให้พรรคการเมืองเตรียมพร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพ นโยบายที่ชัดเจนและการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญในการเตรียมตัวสำหรับ “เลือกตั้ง 2569”

นอกจากนี้ ประชาชนยังกังวลถึงเรื่องกติกาและระบบเลือกตั้งที่ต้องมีความยุติธรรม รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความพร้อมและความคาดหวังของประชาชนต่อ “เลือกตั้ง 2569”

ดังนั้น พรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน โดยการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานจริงและการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ “เลือกตั้ง 2569” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ถึงแม้ผลสำรวจจะชี้ให้เห็นถึงความกังวลของประชาชน แต่ก็เป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับพรรคการเมืองที่จะต้องรับฟังและปรับปรุง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่มา – ดุสิตโพลชี้ ประชาชนค่อนข้างพร้อม “เลือกตั้ง 2569” แต่กังวลเกิดสถานการณ์ซ้ำรอย