วัน: 11 ธันวาคม 2025

เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! ภาคใต้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก เช็กด่วน! พื้นที่ไหนบ้างต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง “น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก”

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 12 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนผ่าน

ในช่วงวันที่ 14-16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

คลื่นลมแรงในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง อนึ่ง ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2568 เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ภาคใต้ ช่วงวันที่ 11 – 15 ธันวาคม 2568 โดยมีพื้นที่เสี่ยงดังนี้:

  • จ.นครศรีธรรมราช: อ.เมืองนครศรีธรรมราช พรหมคีร ลานสกา เชียรใหญ่ ชะอวด ท่าศาลา ปากพนัง ร่อนพิบูลย์ สิชล หัวไทร พระพรหม นบพิตำ และเฉลิมพระเกียรติ
  • จ.พัทลุง: อ.เมืองพัทลุง กงหรา เขาชัยสน ตะโหมด ควนขนุน ศรีบรรพต บางแก้ว ป่าพะยอม และศรีนครินทร์
  • จ.สงขลา: อ.เมืองสงขลา สะบ้าย้อย ระโนด กระแสสินธุ์ และสะเดา
  • จ.ตรัง: อ.ย่านตาขาว
  • จ.ปัตตานี: อ.หนองจิก ปะนาเระ มายอ ทุ่งยางแดง สายบุรี ยะหริ่ง ยะรัง และกะพ้อ
  • จ.ยะลา: อ.เบตง ธารโต บันนังสตา และรามัน
  • จ.นราธิวาส: อ.ตากใบ และสุไหงปาดี

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่า หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 11-12 ธันวาคม 2568

ลักษณะฝนที่ตกในช่วงนี้จะเป็นกลุ่มฝนที่เคลื่อนตัวผ่านไป ไม่ใช่ฝนตกแช่เหมือนที่ผ่านมา อาจมีน้ำท่วมขังเล็กน้อยในบางพื้นที่จากการที่ขยะอุดตันท่อระบายน้ำ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาในการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง “น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก”

พรรคประชาชนล่าชื่อ! อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พรรคประชาชนเดินเกมล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แบบลงมติ

เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 11 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจากอาคารรัฐสภา ว่า ภายหลังจากที่โหวต มาตรา 256/28 ที่มติที่ประชุมรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ในการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้กลับไปใช้เสียงสว.1ใน3 มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเสียงสส.พรรคภูมิใจไทย ไปร่วมโหวตพลิกมติกมธ.เสียงข้างมากด้วยนั้น ล่าสุด เวลา 20.00 น. ทางแกนนำพรรคปชน.ได้ตามตัว สส.พรรคปชน. ให้ไปร่วมลงชื่อเพื่อเสนอญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แบบลงมติ ทันที

พรรคประชาชนเดินเกมล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

สถานการณ์ทางการเมืองร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อพรรคประชาชน (ปชน.) เริ่มต้นเดินหน้ากระบวนการสำคัญทางการเมือง นั่นคือการล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบททางการเมืองที่ซับซ้อน และมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบัน

การตัดสินใจของพรรค ปชน. ในการผลักดันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ เป็นผลมาจากการพิจารณาถึงปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคฝ่ายค้านมักจะใช้กลไกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เปิดเผยข้อผิดพลาด และนำเสนอทางเลือกเชิงนโยบายให้กับประชาชน

เหตุผลเบื้องหลังการล่าชื่อเสนอญัตติ

มีหลายเหตุผลที่อาจเป็นแรงจูงใจให้พรรค ปชน. ตัดสินใจเดินหน้าในครั้งนี้ ประการแรกคือ ความไม่พอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในบางประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน หรือต่อผลประโยชน์ของประเทศ ประการที่สองคือ การต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคฝ่ายค้านยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างแข็งขัน

การเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ดังนั้น การล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจาก สส. ฝ่ายค้านและ สส. จากพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาลในบางประเด็น

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นโอกาสสำคัญที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ซักถามข้อเท็จจริงจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างเปิดเผย การอภิปรายอาจนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขนโยบาย หรืออาจนำไปสู่การลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี หรือทั้งคณะรัฐบาล หากมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ

ผลของการล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ครั้งนี้ จะมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ถือเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะการเคลื่อนไหวของพรรค ปชน. อาจจุดประกายการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – พรรคประชาชนเดินเกมล่าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ถกแก้รัฐธรรมนูญ: ตัดเสียง สว. วุ่น! สว.ประเทืองขู่

การถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสิทธิ์ สว. ในการลงมติ ซึ่งนำไปสู่การโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนระหว่าง สส. และ สว. ประเด็นสำคัญอยู่ที่การลดเสียงของ สว. 1 ใน 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเปิดช่องให้เผด็จการรัฐสภาหวนคืนมา

ถกแก้รัฐธรรมนูญ: โต้กันเดือดเรื่องการตัดเสียง สว.

ในการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ในวาระ 2 โดยมีประเด็นสำคัญคือ มาตรา 256/28 ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สว. หลายท่านได้ออกมาอภิปรายโดยมีแนวทางเดียวกันคือ ต้องการให้คงเสียงของ สว. 1 ใน 3 ไว้ในการให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลเพื่อป้องกันการใช้เสียงข้างมากลากไปจนเกิดเผด็จการรัฐสภา และเป็นการยึดหลักการคำนึงถึงเสียงข้างน้อย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ได้อภิปรายว่า การมีเสียง สว. 1 ใน 3 จะสร้างดุลยสภาใน 4 ด้าน ได้แก่ ป้องกันเผด็จการรัฐสภา, เป็นหลักประกันคุณภาพในการแก้กติกาประเทศ, รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขยากกว่ากฎหมายทั่วไป, และเป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สว. กล่าวว่า สว. มาจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มอาชีพ ไม่ได้มาจากกลุ่มการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ สว.

ในขณะที่ นายขจิตร ชัยนิคม สส. กล่าวว่า การใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภามีความชอบธรรมแล้ว และไม่ควรตัดสินด้วยเสียงเพียง 1 ใน 3 ของ สว.

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กล่าวว่า อย่าให้ประชาชนตีตราว่าเป็นตัวถ่วงรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้นับเสียง สส. สว. 1 เสียงเท่ากัน

นางสาวภิญญาพัชร์ ศันสนีย์ชีวิน สว. กล่าวว่า การตัดอำนาจ สว. เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ และจะทำให้เกิดเผด็จการเสียงข้างมาก

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า การมีเสียง สว. 1 ใน 3 เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นการขโมยอำนาจประชาชน

สส.-สว. โต้กันเดือด เรื่องถกแก้รัฐธรรมนูญ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. กล่าวว่า สว. ก็เป็นนักการเมือง และอำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนชาวไทย

นางสาวรัชนีกร โต้ตอบว่า เพิ่งมาเป็นนักการเมือง และไม่ใช่นักการเมืองที่เป็นตลอดปีตลอดชาติ

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส. กล่าวว่า การที่กรรมาธิการอ้างว่า สส. มองแต่คะแนนเสียง สว. มองแต่บ้านเมือง เป็นการดูถูก สส.

ในการประชุมได้เกิดการประท้วงไปมาระหว่าง สส. และ สว.

นายประเทือง มนตรี สว. กล่าวประท้วงว่า “ซ้ำซาก วนไปวนมา พวกท่านไม่ต้องคิดมาก ไปคิดคืนนี้ คิดว่าในวาระ 3 ถ้าทำอย่างนี้ ท่านคิดว่าจะได้เสียงจาก สว. หรือไม่ ขอให้ไปคิดตริตรองดูให้ดี”

นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ต้องเคารพเสียงข้างมากของระบอบประชาธิปไตย

ประเด็นการถกแก้รัฐธรรมนูญยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน

กมธ. ฝ่ายค้านแจง เสียงข้างมากใช้กันทั่วโลก

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการคงไว้ซึ่งเสียงของ สว. 1 ใน 3 และยืนยันว่าหลักการเสียงข้างมากใช้กันทั่วโลก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส. กล่าวว่า กติกาที่มีอยู่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากมาก และต้องการให้ประเทศพ้นจากความล้าหลัง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. กล่าวว่า จะต้องมีการทำประชามติถึง 3 ครั้งเพื่อถามความเห็นชอบจากประชาชน

การถกแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์จะส่งผลต่ออนาคตของประเทศในหลายด้าน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้รัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ไขเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง การถกแก้รัฐธรรมนูญยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการโต้เถียงที่ดุเดือด

ที่มา – ถกแก้รธน. โต้กันเดือดตัดเสียง สว. 1 ใน 3 “สว.ประเทือง” ขู่ให้รอดู วาระ 3

คุณหญิงพจมานร่วมสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์

คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พร้อมด้วยลูกสาว ได้เดินทางไปร่วมในพิธีสวดอภิธรรมศพ นางสมนึก สุขวิมล มารดาของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ

พิธีสวดอภิธรรมศพ นางสมนึก สุขวิมล จัดขึ้น ณ วัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี หลังจากที่ท่านได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยสิริอายุ 101 ปี 6 เดือน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา การจากไปของท่าน สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง

นอกเหนือจากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และบุตรสาวแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความเคารพและไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย อาทิ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายที่มาร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวสุขวิมล

คุณหญิงพจมานร่วมสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์

การปรากฏตัวของคุณหญิงพจมานในงานสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความเคารพนับถือที่มีต่อครอบครัวสุขวิมล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รายละเอียดพิธีสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์

พิธีสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ วัดนครอินทร์ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย แต่ก็อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากกำลังใจที่ทุกคนมอบให้แก่ครอบครัวสุขวิมล

การสูญเสียมารดาอันเป็นที่รักยิ่ง ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และครอบครัว แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างและความดีงามที่ท่านได้สร้างสมไว้ จะเป็นพลังให้ท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

นางสมนึก สุขวิมล เป็นที่รักและเคารพของคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด ท่านเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต การจากไปของท่านถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของครอบครัวสุขวิมล

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และครอบครัวสุขวิมล ในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ ขอให้ดวงวิญญาณของนางสมนึก สุขวิมล สู่สุคติในสัมปรายภพ

การที่คุณหญิงพจมาน และบุคคลสำคัญต่างๆ มาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ มารดา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความสัมพันธ์อันดีที่ท่านมีต่อครอบครัวสุขวิมล การให้กำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญและมีความหมายอย่างยิ่ง

ที่มา – คุณหญิงพจมาน-ลูกสาว ร่วมสวดอภิธรรมศพ มารดา “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์”

ส.ป.ก. ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน เลขาธิการ ส.ป.ก. เร่งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้น 3 มาตรการด่วน คือ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่เสียหาย

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) เป็นประธานในการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ส.ป.ก. และปฏิรูปที่ดินจังหวัดจากศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ส.ป.ก. จะให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ อย่างเต็มที่ รวมถึงครอบครัวของทหารที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยให้ ส.ป.ก. จังหวัดตรวจสอบข้อมูลและรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ โครงการต่างๆ ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ จะต้องรอจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยก่อน

ส.ป.ก. ชู 3 มาตรการด่วน ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู ดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

มาตรการและแผนการให้ความช่วยเหลือที่ ส.ป.ก. กำหนดไว้ประกอบด้วย:

  1. มาตรการเร่งด่วน: สำนักบริหารกลาง (สบก.) จะดำเนินการช่วยเหลือด้านสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดย ส.ป.ก. จังหวัดจะต้องสำรวจและแจ้งข้อมูลไปยัง สบก. และสำนักบริหารกองทุน (สบท.) จะออกมาตรการลดหรืองดหนี้สินของเกษตรกร
  2. มาตรการช่วยเหลือข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และจ้างเหมาบริการ: กองการเจ้าหน้าที่ (กกจ.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยให้แจ้งความประสงค์ไปยัง กกจ.
  3. มาตรการฟื้นฟูเกษตรกร: สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) จะให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหาย โดยจะรวบรวมข้อมูลและความต้องการของเกษตรกรเพื่อจัดทำโครงการเสนอขออนุมัติจากคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.)

สถานการณ์ปัจจุบันของ ส.ป.ก. จังหวัดต่างๆ และผลกระทบต่อเกษตรกร:

  • ส.ป.ก.ศรีสะเกษ: พื้นที่เสี่ยงหลักคือ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จังหวัดได้จัดเตรียมศูนย์อพยพไว้รองรับ
  • ส.ป.ก.สุรินทร์: พื้นที่ได้รับผลกระทบคือ อำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก อำเภอสังขะ และอำเภอบัวเชด โครงการต่างๆ ของ ส.ป.ก. ได้รับผลกระทบ จังหวัดได้จัดเตรียมศูนย์อพยพไว้รองรับ
  • ส.ป.ก.บุรีรัมย์: ชะลอโครงการต่างๆ ไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะยุติ
  • ส.ป.ก.จันทบุรี: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ส.ป.ก.ตราด: เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงและยานพาหนะสำหรับอพยพ
  • ส.ป.ก.สระแก้ว: มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวนมาก กำลังขยายศูนย์พักพิงเพิ่มเติม
  • ส.ป.ก.อุบลราชธานี: เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับผลกระทบใน 4 อำเภอ

ส.ป.ก. มุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาตรการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

จากรายงานสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า ส.ป.ก. ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกรเเละผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบอย่างจริงจัง โดยการออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น เเละพร้อมที่จะฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

ที่มา – ส.ป.ก. ชู 3 มาตรการด่วน ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู ดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

งานกาชาด 2568: รถรับส่ง BTS สนามกีฬาฯ-สวนลุม

เดินทางไป “งานกาชาด 2568” ง่ายๆ! เช็กจุดบริการรถรับ-ส่งฟรี เส้นทาง BTS จากสนามกีฬาฯ–สวนลุมพินี ทั้งขาไปและขากลับ ให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30-23.00 น. ทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น

กรุงเทพมหานคร โดย สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จัดบริการ BMA Feeder รับ –ส่งฟรี! เส้นทาง BTS สนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2) – สวนลุมพินี (ประตู 1) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย ตลอดช่วงงานกาชาด 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568 โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 – 23.00 น. ของทุกวัน (ออกทุก 30 นาที / ให้บริการรวม 3-4 คัน)

งานกาชาด 2568

เส้นทางรถรับส่งฟรี งานกาชาด 2568

  • ขาไป: สนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2) → สวนลุมพินี

ออกจากจุดจอด สนามกีฬาแห่งชาติ (ถนนพระราม 1)

เข้าซอย จุฬาฯ 5 → จุฬาฯ 9

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนพระราม 4 ผ่านสามย่านมิตรทาวน์

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน วิทยุ → ถึง สวนลุมพินี ประตู 1 (จุดหมายปลายทาง)

  • ขากลับ: สวนลุมพินี → สนามกีฬาแห่งชาติ

จาก สวนลุมพินี ประตู 1 มุ่งหน้าแยกสารสิน – เพลินจิต

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน เพลินจิต – พระราม 1

กลับสู่จุดเริ่มต้นบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2)

รถรับส่งที่ให้บริการเป็นรถไฟฟ้า EV จำนวน 20 ที่นั่ง พร้อมรองรับผู้พิการ 2 ที่นั่ง ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ผ่านแอป ViaBus ได้ตลอดเวลา ทำให้วางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ค้นหา ‘ViaBus’ ใน App Store หรือ Play Store ได้เลย! อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการให้บริการอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพการจราจรในพื้นที่

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไป งานกาชาด 2568 อย่าลืมใช้บริการรถรับส่งฟรีจาก BTS สนามกีฬาแห่งชาติไปยังสวนลุมพินี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมายให้ร่วมสนุกและเลือกซื้อสินค้าหลากหลาย อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้!

วางแผนการเดินทางของคุณให้พร้อม แล้วไปสนุกกับงานกาชาด 2568กัน! นอกจากบริการรถรับส่งฟรีแล้ว ยังมีตัวเลือกการเดินทางอื่นๆ อีกมากมาย เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถโดยสารประจำทาง ลองศึกษาเส้นทางที่เหมาะกับคุณที่สุด เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและเพลิดเพลินไปกับงานกาชาดอย่างเต็มที่

ที่มา – “งานกาชาด 2568” เช็กจุดบริการรถรับ-ส่ง เส้นทาง BTS สนามกีฬาฯ–สวนลุมพินี

F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูกที่ตราด: รายงานล่าสุด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด ตึงเครียด หลังมีรายงานว่าเครื่องบิน F-16 บินทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ มาติดตามรายละเอียดของเหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด กัน

F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด โดยมีรายงานว่าเครื่องบิน F-16 ซึ่งสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพเรือ ได้ทำการทิ้งระเบิดจำนวน 4 ลูก ลงบนแนวคูที่ทหารกัมพูชาขุดไว้ บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเรือนประชาชนในตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.55 น. โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายแนวป้องกันที่ทหารกัมพูชาสร้างขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้ายึดพื้นที่ของนาวิกโยธินไทย หลังจากเครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดแล้ว เรือรบและปืนใหญ่ภาคพื้นดินก็ได้ทำการยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

รายละเอียดเหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ที่ตราด

หลังจากการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ช่วงเวลาประมาณ 16.10 น. ได้มีการปะทะกันด้วยปืนเล็กเป็นเวลาประมาณ 1 นาที ก่อนที่เสียงปืนใหญ่จะดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายนาที สถานการณ์บริเวณชายแดนยังคงตึงเครียด และมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

เหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด นี้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ทางหน่วยงานภาครัฐได้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น การเจรจาและการใช้สันติวิธีเป็นแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในภูมิภาค

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน

การที่ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – F-16 บินทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด

ความมุ่งมั่นเอเมรี่ พลิกฟื้นวิลล่า

เมื่อ 11 สัปดาห์ก่อน แอสตัน วิลล่า ไร้ชัยชนะและรั้งอันดับสามจากท้ายตารางพรีเมียร์ลีก แต่ปัจจุบันภายใต้การนำของ อูไน เอเมรี่ พวกเขาอยู่อันดับสาม และมีการพูดถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์

ชัยชนะเหนืออาร์เซนอล 2-1 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา และเป็นชัยชนะครั้งที่ 63 ของเอเมรี่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

เขามีอัตราชนะ 54.94% จาก 162 เกม และมีเพียงอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เก็บแต้มได้มากกว่าวิลล่า 67 แต้ม จาก 34 เกมในปี 2025

พวกเขายังต้องเจอกับบาเซิลในยูโรปาลีก โดยรู้ว่าชัยชนะจะทำให้พวกเขาเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แน่นอน

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเริ่มต้นฤดูกาลที่ย่ำแย่ จนตกลงไปอยู่ในสามอันดับสุดท้าย

มอนชี่ ประธานฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอลของวิลล่า ออกจากทีมไปในเดือนกันยายน และอำนาจการใช้จ่ายในช่วงซัมเมอร์ของเอเมรี่ถูกจำกัด

แต่สามเดือนต่อมา คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ วิลล่าจะจริงจังแค่ไหนในการลุ้นแชมป์

ทำไมความมุ่งมั่นเอเมรี่ จึงสำคัญต่อการพลิกฟื้นวิลล่า?

อะไรที่เอเมรี่เปลี่ยนแปลง คำตอบง่ายๆ คือ ไม่มีอะไร

เอเมรี่มีความกล้าที่จะนำทางทีมผ่านปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล

วิลล่าเปลี่ยนจากทีมที่ต้องดิ้นรนในพรีเมียร์ลีกในปี 2022 ไปสู่รอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกภายใต้เอเมรี่

การเสมอแบบไร้สกอร์กับนิวคาสเซิล และความพ่ายแพ้ 1-0 ที่เบรนท์ฟอร์ด เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ก่อนที่คริสตัล พาเลซ จะยุติสถิติไร้พ่ายในบ้าน 12 เดือนของวิลลา

นอกจากนี้ ยังมีความคาดหวังว่าเอมิ มาร์ติเนซ จะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เขาก็อยู่ต่อ และวิลล่าก็คว้าตัว จาดอน ซานโช, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และวิคตอร์ ลินเดลอฟ เข้ามา

พวกเขายังคงรู้สึกว่าเริ่มต้นฤดูกาลได้อ่อนแอกว่าเดิม หลังจากเสีย มาร์คัส แรชฟอร์ด และ มาร์โก อาเซนซิโอ ไป

ทีมต้องการการเปลี่ยนแปลงในช่วงซัมเมอร์

แต่เอเมรี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แม้ว่าโอลลี่ วัตกินส์ จะยิงประตูได้เพียงครั้งเดียวในช่วง 19 เกมแรก

เอเมรี่มองว่าสนามฝึกซ้อมที่โบดี้มัวร์ ฮีธ เป็นป้อมปราการ

เมื่อเขาถูกถามเป็นการส่วนตัวว่าเขาควรเปลี่ยนแท็กติกส์หรือแนวทางของทีมหรือไม่ เขาก็ไม่พอใจ

วิลล่าไม่ได้ฝึกซ้อมนานขึ้น และเซสชั่นวิดีโอโดยละเอียดของเอเมรี่ก็ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยน

อดีตบอสของอาร์เซนอล ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเซบีย่า ได้รับการอธิบายว่าเป็นพลังธรรมชาติ

ระดับการควบคุมที่เขามีในวิลล่านั้นไม่ควรมองข้าม

มันแตกต่างจากที่อาร์เซนอล เมื่อเอเมรี่เข้ารับตำแหน่งต่อจากอาร์แซน เวนเกอร์ในปี 2018 และอยู่ได้เพียง 18 เดือน

เอเมรี่จะพาอาร์เซนอลไปได้ไกลแค่ไหนถ้าเขาได้รับการสนับสนุนแบบเดียวกับมิเกล อาร์เตต้า

เขานั่งอยู่สามแต้มหลังสโมสรเก่าของเขาในขณะที่เขาพยายามที่จะช่วยวิลล่าผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งที่สองในสามฤดูกาลและมีส่วนร่วมในการลุ้นแชมป์

“ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น[การลุ้นแชมป์]” เขากล่าวหลังประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจเหนืออาร์เซนอล “ผมรู้ว่า 38 แมตช์เป็นเรื่องยากมาก เราไม่ใช่คู่แข่ง”

ความมุ่งมั่นเอเมรี่ กับแผนการที่สม่ำเสมอ

ด้วยการยึดมั่นในหลักการของเขา ความเชื่อของเอเมรี่จึงฉายแววออกมา

วิลล่าชนะ 9 จาก 10 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พวกเขายังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถืออย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อดูจาก 5 เกมหลังสุด พวกเขามีการครองบอลและการเข้าเขตโทษน้อยกว่าในช่วง 5 เกมแรกที่ไร้ชัยชนะ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของเอเมรี่ สถิติอื่นๆ ล้วนเพิ่มขึ้น

ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือ 8.8 xG ใน 5 เกมหลังสุด เทียบกับ 3.8 ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล

มีการยิงมากขึ้น (75 ต่อ 52) สร้างโอกาสใหญ่ได้มากขึ้น (10 เทียบกับ 6) สัมผัสมากขึ้นในกรอบเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม และเข้าปะทะมากขึ้น

และเพื่อตอบคำถามที่ว่าทำไมความมุ่งมั่นเอเมรี่ จึงสร้างความเเตกต่าง เพราะเป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวิลล่า และนำพาทีมไปข้างหน้าได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งยังทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเอเมรี่ ในการทำทีม เเละสร้างความมุ่งมั่นเอเมรี่ ให้เเก่นักเตะภายในทีม

สรุปได้ว่า อูไน เอเมรี่ เป็นกุนซือที่มีความมุ่งมั่นและศรัทธาในแนวทางของตนเองอย่างแรงกล้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แอสตัน วิลล่า กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายก็ตาม

ที่มา – Emery’s perseverance & belief key to Villa resurgence

เพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค.นี้

พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว! เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. ชูวิสัยทัศน์ “ยกเครื่องประเทศไทย” เน้นแก้เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้วยหลักคิดวิทยาศาสตร์ งานนี้พลาดไม่ได้!

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 พรรคเพื่อไทยได้ประกาศกำหนดการสำคัญ นั่นคือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. อย่างเป็นทางการ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 10:00 น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย สถานที่ซึ่งจะเผยแพร่กรอบวิสัยทัศน์หลักของพรรคในการขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้แคมเปญที่น่าสนใจอย่าง “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” โดยเน้นการแก้ไขวิกฤตของประเทศด้วยกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ บนข้อมูลที่เชื่อถือได้และอยู่บนความเป็นไปได้จริงเท่านั้น

เพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค.นี้

กรอบวิสัยทัศน์หลัก 3 ด้านที่จะถูกนำเสนออย่างละเอียดในงานเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. ประกอบด้วย:

  • เศรษฐกิจ: เน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ลดความเปราะบางของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถแข่งขันและยืนหยัดได้ในเวทีโลก
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ยกระดับระบบพื้นฐานของประเทศให้ก้าวทันการพัฒนาในทศวรรษหน้า ครอบคลุมทั้งด้านดิจิทัลเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ, คมนาคมขนส่งที่สะดวกและรวดเร็ว, และการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • คุณภาพชีวิต: ผลักดันนโยบายที่จะสร้างสังคมที่น่าอยู่สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม มุ่งเน้นการเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำในระบบต่างๆ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

ทำไมต้องยกเครื่องประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์?

พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของประเทศ การใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมถึงการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้พรรคสามารถกำหนดนโยบายที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงานต่างๆ โดยเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการตัดสินใจให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยระบุว่าทั้ง 3 ประเด็นนี้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเพื่อแข่งขันในยุคเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยจะมีการถ่ายทอดสดงานเปิดตัวผ่านทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของพรรค เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถรับชมและติดตามความเคลื่อนไหวได้โดยสะดวก

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค.นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม การนำวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศเป็นแนวทางที่น่าสนใจ และน่าติดตามว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

ที่มา – พท.แย้มเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. ชูวิสัยทัศน์ “ยกเครื่องประเทศไทย” ด้วยวิทยาศาสตร์