วัน: 19 ธันวาคม 2025

TikTok รอดแบน! ByteDance ขายหุ้นให้สหรัฐฯ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการ! TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์แล้ว! หลังจากเผชิญมรสุมข่าวคราวเรื่องความมั่นคงปลอดภัยมาอย่างยาวนาน ล่าสุด ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ได้บรรลุข้อตกลงทางกฎหมายกับกลุ่มนักลงทุนจากสหรัฐฯ และต่างชาติ เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งจะเข้ามาดูแลและบริหารจัดการ TikTok ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน TikTok ทั่วโลก รวมถึงครีเอเตอร์ชาวไทยที่สร้างสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มนี้

โจว โช่วจือ (Shou Zi Chew) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok ได้แจ้งกับพนักงานภายในองค์กรว่า ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 22 มกราคมที่จะถึงนี้ สร้างความหวังและความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม

TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์

ตามรายละเอียดที่ปรากฏในบันทึกภายในบริษัท กลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยบริษัทชื่อดังอย่าง Oracle, Silver Lake และ MGX บริษัทด้านการลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้จะถือหุ้นรวมกันประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัทร่วมทุน ในขณะที่ ByteDance จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นไว้ที่ 19.9% ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 30.1% จะตกเป็นของบริษัทในเครือของนักลงทุนเดิมของ ByteDance โดย Oracle, Silver Lake และ MGX จะถือหุ้นในสัดส่วนรายละ 15%

เป้าหมายหลักของข้อตกลงครั้งนี้ คือการยุติความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ ByteDance ขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ ด้วยความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งข้อตกลงนี้สอดคล้องกับกรอบข้อตกลงที่เคยเปิดเผยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับการบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้แบนแอปพลิเคชัน TikTok หากไม่ขายกิจการให้แก่บริษัทสัญชาติอเมริกัน

TikTok ยืนยันว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานชาวอเมริกันกว่า 170 ล้านคน สามารถใช้งานแพลตฟอร์มต่อไปได้ โดยทางทำเนียบขาวได้เคยระบุว่า Oracle จะได้รับสิทธิ์ในการอนุญาตให้ใช้อัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ของ TikTok ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความนิยมของ TikTok

ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน 2024 สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายสั่งแบน TikTok หากไม่มีการขายกิจการ โดยกำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 20 มกราคม 2025 แต่กำหนดการนี้ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง ในระหว่างที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เจรจาข้อตกลงการโอนความเป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยเปิดเผยว่าได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนแล้ว แม้อนาคตของแพลตฟอร์มจะยังไม่แน่นอนหลังจากการพบปะกันของผู้นำทั้งสองในเดือนตุลาคม

ทำไม TikTok รอดโดนแบน จึงเป็นข่าวดี?

ข้อตกลงนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เพราะยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยวุฒิสมาชิก รอน ไวเดน จากพรรคเดโมแครต ได้แสดงความกังวลว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานชาวอเมริกัน และยังไม่ชัดเจนว่าจะทำให้อัลกอริทึมของ TikTok ปลอดภัยจากการแทรกแซงจากภายนอกได้จริงหรือไม่ แม้ว่าข้อตกลงจะกำหนดให้มีการฝึกอัลกอริทึมใหม่โดยใช้ข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกก็ตาม

ในส่วนของผู้ใช้งานเอง ผู้ประกอบการรายย่อยบางส่วนก็แสดงความกังวลเช่นกัน นาง ทิฟฟานี เซียนซี เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ได้แสดงความหวังว่า นักลงทุนใหม่จะรักษาสภาพแวดล้อมการใช้งานเดิม และปกป้องผู้ประกอบการรายย่อย โดย TikTok ระบุว่า มีธุรกิจขนาดเล็กกว่า 7 ล้านรายใช้แพลตฟอร์มเพื่อทำการตลาดในสหรัฐฯ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รักษา TikTok ไว้ต่อไป

TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ครีเอเตอร์ และธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก แม้ว่าข้อตกลงนี้จะยังคงมีข้อกังวลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า TikTok ยังคงมีความสำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางของ TikTok ในอนาคตอย่างไร? ต้องติดตามดูกันต่อไป!

ที่มา – TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์

“มนพร” ชูแก้หนี้สินครัวเรือน ชาวนครพนม

“มนพร เจริญศรี” ชูเลือกเพื่อไทยยก จ.นครพนม ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้านโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน ยกแบบอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ แก้หนี้ IMF สำเร็จมาแล้ว

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นางมนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยพบปะชาวบ้าน ชูนโยบายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมพลังชาวนครพนม เลือก ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต สส.เขต 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 นครพนม และ ดร.ชาญชัย คำจำปา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย โดยมีการชูนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ยืนยันความจำเป็นนโยบายแก้หนี้สินในครัวเรือน ในช่วงพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาหนี้สิน ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเกษตรกร มาแล้วจำนวนมาก สามารถฟื้นฟูสภาพคล่องในการค้า การลงทุน มีงานมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้ามาสานต่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน

นางมนพร กล่าวว่า ยอมรับว่ารัฐบาลไม่ได้มีโอกาสตั้งรัฐบาลมานานกว่า 10 ปี หลังเข้ามาตั้งรัฐบาลได้สองปี ได้เร่งผลักดันทุกนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย เนื่องจากเกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจ ทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพสูง ประชาชนเกิดหนี้สินมากขึ้น หาเงินยาก ทำให้พรรคเพื่อไทย พยายามเร่งช่วยเหลือปัญหาหนี้สินแก่ประชาชนมาตลอด สำหรับนโยบายที่จะต้องสานต่อคือ การแก้หนี้สินให้กับประชาชน ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ให้สามารถกู้ได้ คนละ 50,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำ นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้หนี้เสียสำหรับประชาชน ที่เป็นหนี้กับธนาคารรัฐ ไม่เกิน 2 แสนบาท ชำระเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นรัฐบาลช่วยเหลือ รวมถึงช่วยเกษตรกร พักชำระหนี้ ทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี โดยสองปีที่เป็นรัฐบาลแก้หนี้ช่วยเกษตรกรมาแล้วกว่า 6 แสนราย แต่วงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท หากเป็นรัฐบาลรอบหน้าเพิ่มวงเงินเป็น 5 แสนบาท

ถามว่า “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะเอาเงินมาจากไหน ยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลที่มีศักยภาพ ไม่ต้องกังวลจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนสร้างหนี้เพิ่ม จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถหาเงินมาบริหารประเทศได้ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่าง: รัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร สามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาหนี้ IMF จนสำเร็จมาแล้ว ทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตกลับมายืนหยัดบนเวทีอาเซียนอีกครั้ง ถึงเวลารวมพลังเลือกเพื่อไทย ทุกจังหวัด เข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สานต่อทุกนโยบายรวมถึงเดินหน้าแก้หนี้สินในครัวเรือน ให้ประชาชน มีงาน มีอาชีพมีรายได้ เพิ่มขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของประเทศ”

“มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนม

นางมนพร เจริญศรี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้หนี้สินครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวนครพนมและทั่วประเทศ การมีนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้

ทำไมการแก้หนี้สินครัวเรือนจึงสำคัญ?

การแก้หนี้สินครัวเรือน ไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อประชาชนมีหนี้สินมากเกินไป จะส่งผลให้กำลังซื้อลดลง การลงทุนน้อยลง และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาหนี้สินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เน้นการแก้หนี้สินครัวเรือน จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง การมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไข จะเป็นสิ่งที่นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

  • การพักชำระหนี้เป็นเวลา 3 ปี ช่วยให้เกษตรกรมีเวลาปรับตัว
  • การให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีคนค้ำ ช่วยให้ผู้ที่ต้องการเงินทุนเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้น
  • การลดหนี้เสีย ช่วยลดภาระของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาร่วมกันสนับสนุนนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยของเรา

ที่มา – “มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนมเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ยกจังหวัด

เดือด! บังกลาเทศประท้วง บุกสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่

บังกลาเทศประท้วงเดือด บุกสำนักงานหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง

สถานการณ์การเมืองในบังกลาเทศทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก ผู้ประท้วงจำนวนมากได้บุกเข้าไปยังสำนักงานของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง และจุดไฟเผาอาคาร หลังจากนักกิจกรรมจากขบวนการลุกฮือปี 2567 เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกยิง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุการณ์บังกลาเทศประท้วงเดือดในกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศ เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปยังสำนักงานของหนังสือพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ หนังสือพิมพ์ภาษาท้องถิ่น “Prothom Alo” และหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ “Daily Star” หลังมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของนายชารีฟ ออสมาน ฮาดี นักกิจกรรมทางการเมืองคนสำคัญจากเหตุถูกยิง

รายงานข่าวระบุว่าผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาอาคารสำนักงาน ในขณะที่ทหารและกองกำลังรักษาชายแดนถูกส่งมาประจำการโดยรอบ แต่ยังไม่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที สถานการณ์ บังกลาเทศประท้วงเดือด นี้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย

เหตุการณ์นำไปสู่ บังกลาเทศประท้วงเดือด

นายฮาดี ซึ่งเป็นโฆษกกลุ่มวัฒนธรรม “Inqilab Moncho” เป็นนักวิจารณ์รัฐบาลอินเดียและอดีตนายกรัฐมนตรี เชค ฮาซินา อย่างรุนแรง และมีแผนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครอิสระในการเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐบาลเฉพาะกาลประกาศจะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ แต่ล่าสุดเขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุถูกคนร้ายยิงขณะนั่งรถสามล้อกลางกรุงธากาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบและยิงก่อนหลบหนี

ทางด้านนายมูฮัมหมัด ยูนุส ผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาล ได้แถลงให้คำมั่นว่าจะนำตัวผู้ก่อเหตุยิงนายฮาดีมาลงโทษตามกฎหมาย พร้อมประกาศให้วันเสาร์เป็นวันไว้อาลัยทั่วประเทศ และเรียกร้องให้ประชาชนยับยั้งความรุนแรง ท่ามกลางความกังวลว่าความตึงเครียดทางการเมืองอาจลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์บังกลาเทศประท้วงเดือดครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงในบังกลาเทศ การเสียชีวิตของนายฮาดีได้จุดชนวนความโกรธแค้นและความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่สงบที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต รัฐบาลบังกลาเทศจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น

ที่มา – บังกลาเทศประท้วงเดือด บุกผาสำนักงานหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง

เชียงใหม่คึกคัก! ดอยอินทนนท์ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ”

นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวัง! เช้านี้ยอด “ดอยอินทนนท์” อุณหภูมิต่ำสุด 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ” ครั้งที่ 12 ของฤดูหนาว ทำให้ เชียงใหม่คึกคัก รับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็นและชมปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม

วันที่ 19 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวต่างพากันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนดอยอินทนนท์ หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่าสภาพอากาศบนพื้นราบและบนดอยสูงจะมีอุณหภูมิลดลงอีก 1-3 องศาฯ

ขณะที่วันนี้ สภาพอากาศหนาวเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา อากาศเปิดทำให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวต่างไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้เห็นพระอาทิตย์แสงแรกของวันที่สาดส่องสีทองอร่ามสวยงามแล้ว ยังเกิดปรากฏการณ์เหมยขาบ ขาวโพลนระยิบระยับเกาะบนหลังคารถยนต์และเกาะเก้าอี้ และตามพื้นหญ้าที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอย โดยนักท่องเที่ยวที่ได้เห็นต่างพากันตื่นเต้น

สำหรับวันนี้อุณหภูมิบนยอดหญ้าวัดได้ -2.6 องศาฯ ส่วนอุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์นั้นวัดได้ 4 องศาฯ จุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 4 องศาฯ ซึ่งการเกิดปรากฏการณ์เหมยขาบครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 12 ของฤดูหนาวปีนี้

ส่วนบริเวณลานกางเต็นท์ดอยปุย บนอุทยานสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ป่าใกล้เมืองนั้น บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน นักท่องเที่ยวต่างพากันไปกางเต็นท์นอนรับลมหนาวชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและชมวิวทิวทัศน์ 360 องศาของเมืองเชียงใหม่และชมดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยที่กำลังผลิบาน โดยอุณหภูมิต่ำสุดบนลานกางเต็นท์เช้านี้วัดได้ 13 องศาฯ.

เชียงใหม่คึกคัก! ดอยอินทนนท์ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ”

ปรากฏการณ์ “เหมยขาบ” ที่ดอยอินทนนท์ ทำให้ เชียงใหม่คึกคัก เป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาวนี้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสัมผัสความหนาวเย็นและชมความงามของธรรมชาติ หลายคนวางแผนเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทำไมดอยอินทนนท์ถึงเกิด “เหมยขาบ”?

ปรากฏการณ์เหมยขาบ เกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ทำให้ไอน้ำในอากาศกลายเป็นผลึกน้ำแข็งเกาะตามพื้นผิวต่างๆ เช่น ยอดหญ้า หลังคารถ หรือกิ่งไม้ เกิดเป็นน้ำแข็งสีขาวที่สวยงาม ชาวบ้านทางภาคเหนือเรียกว่า “เหมยขาบ” หรือ “แม่คะนิ้ง”

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไป เชียงใหม่คึกคัก ช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน

นอกจากดอยอินทนนท์แล้ว เชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม หรือร้านอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย รอให้คุณไปสัมผัสและค้นพบ

การที่ เชียงใหม่คึกคัก จากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้ เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัด และเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ

ที่มา – เชียงใหม่คึกคัก เช้านี้ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ” อีกแล้ว

ผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการ! พาเลซเจองานหนัก

เหมือนเกมสองนัดใน 48 ชั่วโมงยังไม่พอ คริสตัล พาเลซ ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับเกมเพลย์ออฟสองนัดเพิ่มเติมเพื่อทำให้ความฝันในยุโรปของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป

ผลเสมอที่น่าหงุดหงิด 2-2 เมื่อวันพฤหัสบดี กับแชมป์จากฟินแลนด์ KuPS ทำให้พาเลซอยู่นอกกลุ่มที่จะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติในคอนเฟอเรนซ์ลีก ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับสามของยุโรป

ดิ อีเกิลส์ ซึ่งประเดิมสนามในการแข่งขันระดับเมเจอร์ของยุโรป จะต้องลงเล่นเกมเพิ่มเติมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และ 26 กุมภาพันธ์ เพื่อสิทธิ์ในการเล่นในรอบน็อกเอาต์ หลังจากจบอันดับที่ 10 ในตาราง

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ บอสใหญ่ ตั้งชื่อทีมที่ไม่แข็งแกร่งนักซึ่งเต็มไปด้วยผู้เล่นชายขอบและนักเตะจากอะคาเดมี่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

ไม่ทันที่กรรมการจะเป่านกหวีดหมดเวลาที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ความสนใจของกลาสเนอร์ก็เปลี่ยนไปที่เกมพรีเมียร์ลีกในวันเสาร์ที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทันที

เกมทีมชุดใหญ่สองนัดใน 48 ชั่วโมงจะตามด้วยเกมคาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศที่ อาร์เซนอล ในวันอังคารหน้า และตอนนี้พาเลซ ซึ่งถูกลดชั้นจากยูโรปาลีกไปคอนเฟอเรนซ์ลีกเนื่องจากกฎการเป็นเจ้าของ ต้องเผชิญหน้ากับเกมยุโรปเพิ่มเติมอีกสองเกมในปีใหม่

หลังจากปรากฏตัวในรอบเพลย์ออฟคอนเฟอเรนซ์ลีกในเดือนสิงหาคมก่อนรอบแบ่งกลุ่ม พาเลซอาจจบฤดูกาลด้วยการลงเล่นทั้งหมด 68 นัดในการแข่งขันทั้งหมด รวมถึงคอมมิวนิตี้ ชิลด์

“ด้วยการลดชั้น เราได้เล่นเพลย์ออฟในเดือนสิงหาคม และด้วยผลการแข่งขันนี้ เราจะได้เล่นเพลย์ออฟในเดือนกุมภาพันธ์” กลาสเนอร์กล่าวหลังจบเกมเมื่อวันพฤหัสบดี

ผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการ มันเป็นเกมที่เราน่าจะชนะได้อย่างง่ายดาย”

“สิ่งเดียวที่ฉันไม่ชอบคือตอนนี้ ลีดส์ รู้รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของเราแล้ว เพราะมีผู้เล่นเพียง 11 คนที่ไม่ได้ออกสตาร์ท และจะไม่มีใครได้ออกสตาร์ททั้งสองเกม”

พาเลซยังคงอยู่ในยุโรป แต่ยังมีความไม่แน่นอน

แม้จะพลาดตำแหน่ง 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แต่อารมณ์ที่พาเลซยังคงสดใส

ดิ อีเกิลส์ เริ่มต้นป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ ที่ไม่ใช่ลีก มัคเคิลส์ฟิลด์ ในวันที่ 10 มกราคม และอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ โจลีน เลสคอตต์ เชื่อว่ากลาสเนอร์จะสามารถใช้ผู้เล่นชายขอบและเยาวชนของเขาเพื่อช่วยเขาจัดการกับความต้องการในการแข่งขันในยุโรปและในบ้าน

“พวกเขาต้องไปเยือนมัคเคิลส์ฟิลด์ในเอฟเอ คัพ, เพลย์ออฟในการแข่งขันนี้ บางทีพวกเขาอาจจะเล่นในเกมเหล่านั้นและให้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ได้พักบ้าง” เลสคอตต์กล่าวกับ TNT Sports

ในการเจอกับ KuPS กลาสเนอร์ส่ง โจเอล เดรคส์-โธมัส วัย 16 ปี, ดีน เบนามาร์ วัย 17 ปี และ จอร์จ คิง วัย 18 ปี ลงสนาม และทั้งสามคนจากอะคาเดมี่ก็ไม่ได้ดูขัดตาเมื่อพวกเขาประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่

ถึงกระนั้น บรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนยังคงอยู่ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค

กลาสเนอร์กำลังจะเข้าสู่ช่วงหกเดือนสุดท้ายของสัญญาของเขา และผู้บริหารของพาเลซเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการสูญเสียผู้จัดการทีมที่ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

การพูดคุยเกี่ยวกับสัญญาใหม่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่มีสัญญาณเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าชาวออสเตรียวัย 51 ปี ซึ่งเป็นผู้บงการชัยชนะยูโรปาลีกของไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในปี 2021-22 ใกล้จะผูกมัดอนาคตของเขา

อันที่จริง ก่อนเกมเมื่อวันพฤหัสบดี กลาสเนอร์กล่าวว่า: “ฉันไม่คิดถึงอนาคตของฉันเลยสักวินาที มันไม่สำคัญในตอนนี้”

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของ มาร์ค เกฮี และ อดัม วอร์ตัน ซึ่งทั้งคู่เป็นที่ต้องการของสโมสรอื่น

พาเลซจะพบกับใครในรอบเพลย์ออฟ

พาเลซจะค้นพบคู่ต่อสู้ในรอบเพลย์ออฟในวันที่ 16 มกราคม

ฟิออเรนติน่า ทีมจากอิตาลี ซึ่งเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 2022-23 จบอันดับที่ 15 และจะต้องเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายผ่านรอบเพลย์ออฟด้วย

ทีมอื่นๆ ในการจับสลากรอบเพลย์ออฟ ได้แก่ อาแซด อัลค์มาร์ ซึ่ง พาเลซเอาชนะ 3-1 ในการแข่งขันที่เซลเฮิร์สต์ พาร์คเมื่อต้นฤดูกาล

เลช พอซนาน ทีมจากโปแลนด์ และ ซัมซันสปอร์ สโมสรจากตุรกี ก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน รวมถึง KuPS ทีมที่เสมอพวกเขาเมื่อวันพฤหัสบดี

พาเลซจะไปได้ไกลแค่ไหน

ยังเร็วเกินไปที่แฟนๆ พาเลซจะเริ่มจองเที่ยวบินและห้องพักในโรงแรมสำหรับรอบชิงชนะเลิศที่เร้ดบูลล์ อารีน่า ในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากไม่สามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์โดยอัตโนมัติ

รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งเป็น 15 วันก่อนเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง

พาเลซยังคงต้องเจรจาอีก 9 เกม หากพวกเขาต้องการเป็นสโมสรอังกฤษทีมที่สามที่คว้าแชมป์การแข่งขันระดับสามของยุโรป ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นในปี 2021-22

หลังจากที่ เวสต์แฮม ชนะในปี 2022-23, เชลซี ทำได้ในปี 2024-25

โรม่าภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ชนะรอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในปี 2021-22 ขณะที่ โอลิมเปียกอส คว้าชัยชนะในปี 2023-24

นอกจาก เวสต์แฮม และ เชลซี ที่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ (2021-22) และ แอสตัน วิลล่า (2024-25) ต่างก็เข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้เช่นกัน

“เรามีผู้สนับสนุน คริสตัล พาเลซ มา 60 ปีที่ไม่เคยเห็นเราชนะอะไรเลย” กลาสเนอร์กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้เมื่อถูกถามถึงความทรงจำของเขาเกี่ยวกับ ชัยชนะในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลใหญ่ครั้งแรกของสโมสรจากทางใต้ของลอนดอน

“ท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของอารมณ์เหล่านี้ และฉันเห็นได้ในตอนนี้เมื่อเรากำลังพูดถึงเรื่องนี้

“มันเหมือนกันเมื่อคุณแต่งงานหรือเมื่อลูกๆ ของคุณเกิดมา ช่วงเวลาเหล่านี้จะคงอยู่ตลอดไป”

ผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการ และด้วยพาเลซที่ยังมีชีวิตอยู่ในยุโรป กลาสเนอร์จะมอบความทรงจำที่คงอยู่ตลอดไปให้กับแฟนๆ ได้อีกหรือไม่?

เส้นทางสู่ความสำเร็จในยุโรปยังคงเปิดกว้างสำหรับคริสตัล พาเลซ แม้ว่า ผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการ ในนัดล่าสุดจะเพิ่มความท้าทายให้พวกเขา แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทีมเวิร์ค พวกเขายังคงสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้

ที่มา – ‘Result is not what we wanted’ – games pile up for Palace

สส.เดโมแครต เผยภาพเอปสตีน บิล เกตส์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อ สส.เดโมแครต เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่จากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชื่อดัง ซึ่งมีภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนรวมอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นคือ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ และ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ ยังมีข้อความที่น่าสงสัยว่า “จะส่งผู้หญิงไปให้” ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้รับและผู้ส่งคือใคร

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยภาพถ่ายเพิ่มเติมอีก 68 ภาพจากทรัพย์สินของเอปสตีน ภาพบางส่วนถูกเซ็นเซอร์เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าของผู้ที่อาจเป็นเหยื่อ

ภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น สร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะมีภาพของ บิล เกตส์ ยืนอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ทราบชื่อ โดยใบหน้าของผู้หญิงในภาพถูกพรางไว้ ทำให้เกิดคำถามว่าเธอเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับเอปสตีนอย่างไร ก่อนหน้านี้ เกตส์เคยยอมรับว่าการใช้เวลาร่วมกับเอปสตีนเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่”

บิล เกตส์ กับผู้หญิงปริศนา

เกตส์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาและเอปสตีนเคยทานอาหารค่ำร่วมกันหลายครั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการการกุศล แต่โครงการดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบลง

นอกจาก บิล เกตส์ แล้ว ยังมีภาพของ โนม ชอมสกี นักภาษาศาสตร์ชื่อดัง ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายชุดนี้ โดยเป็นภาพที่เขานั่งอยู่บนเครื่องบินและกำลังพูดคุยกับเอปสตีน

ชอมสกีเคยมีชื่อปรากฏในเอกสารที่เชื่อมโยงกับเอปสตีนมาก่อน รวมถึงการโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการและเรื่องส่วนตัว เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเอปสตีนเคยช่วยเหลือเขาในการโอนเงินระหว่างบัญชี โดยที่ไม่มีเงินของเอปสตีนเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่เซนต์เดียว และเขายังกล่าวว่า “ผมรู้จักเขา และเราก็พบกันเป็นครั้งคราว”

โนม ชอมสกี กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ภาพถ่ายชุดนี้ยังมีภาพของ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ ซึ่งจากสถานที่และเสื้อผ้าที่ปรากฏในภาพ คาดว่าน่าจะถูกถ่ายในช่วงเวลาเดียวกับภาพที่เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เพียงแต่เป็นภาพจากมุมที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ การปรากฏตัวของบุคคลเหล่านี้ในภาพถ่าย ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ และบุคคลจำนวนมากที่อยู่ในภาพได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีของเอปสตีน

นอกเหนือจากภาพบุคคลแล้ว ยังมีภาพถ่ายหนังสือเดินทางและภาพหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงข้อความต่อเนื่องใน WhatsApp จากผู้ส่งที่ไม่ระบุตัวตน

ข้อความหนึ่งกล่าวถึง “เพื่อนแมวมอง” ที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเรียกเงิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเด็กสาวหนึ่งคน ข้อความถัดมาระบุว่า “ฉันจะส่งสาวๆ (girls) ไปให้คุณเดี๋ยวนี้” และต่อด้วยข้อความว่า “บางทีอาจจะมีใครบางคนที่เหมาะกับ J นะ?” ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อความเหล่านี้มาจากใคร ใครเป็นผู้รับ และ “J” ในข้อความคือใคร

การสนทนาระหว่างบุคคลปริศนา

ชุดข้อความดังกล่าวยังมีรายละเอียดส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ส่วนสูง สัดส่วน และน้ำหนัก ซึ่งถูกเซ็นเซอร์ไว้ โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวกำลังเดินทางมาจากเมืองหนึ่งในรัสเซีย

ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ “เอกสารเอปสตีน” ที่รัฐสภากำหนดให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยต่อสาธารณะ

พรรคเดโมแครตอ้างว่าการเผยแพร่ภาพถ่ายเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อความโปร่งใส โดยไม่มีข้อมูลบริบทอื่นเพิ่มเติม ในขณะที่พรรครีพับลิกันกล่าวหาว่าเดโมแครตเลือกเฉพาะบางภาพและเซ็นเซอร์ข้อมูลอย่างจงใจ

เอปสตีนกับผู้หญิงปริศนา

สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

ทำไมภาพชุดนี้ถึงสำคัญ?

การเปิดเผยภาพถ่ายชุดนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และอาจนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายที่ซับซ้อนของเจฟฟรีย์ เอปสตีน สิ่งที่น่าสนใจคือ บิล เกตส์ จะถูกเชื่อมโยงกับเรื่องนี้อย่างไร และข้อความลึกลับที่กล่าวถึงการส่งผู้หญิงมีความหมายว่าอะไร

  • สส.เดโมแครต ต้องการอะไรจากการเปิดเผยภาพเหล่านี้?
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง บิล เกตส์ และเอปสตีนลึกซึ้งแค่ไหน?
  • ใครคือบุคคลปริศนาที่อยู่ในภาพถ่ายและข้อความ?

คำถามเหล่านี้ยังคงรอคำตอบ และการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอาจนำไปสู่การเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม

การเปิดเผยภาพถ่ายจากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่มีภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง บิล เกตส์ และข้อความที่น่าสงสัย ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและความเชื่อมโยงที่อาจมีอยู่เบื้องหลังเรื่องราวนี้ การติดตามข่าวสารและรอคอยการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

แมนยูฯ เล็งคว้า เซเมนโย มกราคมนี้ – ข่าวลือ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งคว้าตัว อ็องตวน เซเมนโย ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม, รูเบน เนเวส ต้องการกลับพรีเมียร์ลีก, มีการเปิดเผยค่าฉีกสัญญาของ บรูโน่ แฟร์นานเดส และ บูกาโย่ ซาก้า ใกล้เซ็นสัญญา ‘ทำลายสถิติ’ กับ อาร์เซน่อล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อคว้าตัว อ็องตวน เซเมนโย กองหน้าของ บอร์นมัธ และทีมชาติกานา ในเดือนมกราคม และหวังว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าตัวนักเตะวัย 25 ปีรายนี้ (Telegraph – subscription required), external

รูเบน เนเวส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส วัย 28 ปี ปฏิเสธสัญญาใหม่กับสโมสร อัล-ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบีย และต้องการกลับมาเล่นในยุโรป โดยมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นไปได้สำหรับอดีตกองกลางของ วูล์ฟแฮมป์ตัน (Times – subscription required), external

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพิจารณาขาย ค็อบบี้ ไมนู วัย 20 ปี ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมก็ต่อเมื่อได้รับข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น และสโมสรก็ลังเลที่จะปล่อยกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้ออกไปแบบยืมตัวเช่นกัน (Sky Sports), external

เอ็นโซ่ มาเรสก้า หัวหน้าโค้ชของ เชลซี วัย 45 ปี เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณา หากผู้จัดการทีมชาวสเปน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วัย 54 ปี ออกจากเอติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงซัมเมอร์หน้า (Athletic – subscription required), external

แซงต์-เอเตียน ปฏิเสธข้อเสนอเริ่มต้น 8 ล้านยูโร (7 ล้านปอนด์) จาก เชลซี สำหรับ จีลียาน เอ็น’เกสซัน วัย 17 ปี แต่จะพิจารณาขายกองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้ในราคา 12.5 ล้านยูโร (11 ล้านปอนด์) (L’Equipe – in French), external

เคส สมิต นักเตะชาวดัตช์พรสวรรค์ของ AZ อัลค์มาร์ วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในสี่กองกลางที่ นิวคาสเซิล กำลังจับตาดู ขณะที่ ดายัน เมธาลี กองหลังชาวฝรั่งเศสของ ตูลูส วัย 19 ปี ก็เป็นที่สนใจของพวกเขาเช่นกัน (Mail – subscription required), external

บรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติโปรตุเกส วัย 31 ปี มีเงื่อนไขในสัญญาที่อนุญาตให้สโมสรนอกพรีเมียร์ลีกสามารถซื้อเขาได้ในราคา 56.6 ล้านปอนด์ (Mail – subscription required), external

แอตเลติโก มาดริด สนใจที่จะเซ็นสัญญากับ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษ วัย 28 ปี ซึ่งปัจจุบันถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Fichajes – in Spanish), external

เป็นไปได้ยากมากที่ บาเยิร์น มิวนิค จะใช้ตัวเลือกในการเซ็นสัญญาถาวรกับ นิโคลัส แจ็คสัน จาก เชลซี ในช่วงซัมเมอร์ โดยกองหน้าชาวเซเนกัลวัย 24 ปีรายนี้ถูกใช้เป็นตัวสำรองของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 32 ปี (Bild – in German), external

บูกาโย่ ซาก้า วัย 24 ปี จะกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ของ อาร์เซน่อล ที่ได้รับค่าเหนื่อยรายสัปดาห์ 300,000 ปอนด์ โดยสโมสรใกล้ที่จะประกาศข้อตกลงใหม่ทำลายสถิติสำหรับปีกทีมชาติอังกฤษ ซึ่งจะอยู่กับทีมไปจนถึงปี 2031 (Teamtalk), external

หลุยส์ กิลแยร์เม ปีกของ เวสต์แฮม ต้องการอยู่สู้เพื่อตำแหน่งของเขาในสโมสรต่อไป แม้จะมีรายงานข่าวเชื่อมโยงนักเตะชาวบราซิลวัย 19 ปีรายนี้กับการย้ายทีมในเดือนมกราคม (Sky Sports), external

มอร์แคมบ์ ทีมในเนชันแนลลีก สนใจที่จะขยายสัญญายืมตัวของ มัลดินี คาเคอร์รี กองหลังของ อาร์เซนอล โดยนักเตะทีมชาติแอลเบเนียวัย 20 ปีรายนี้ยังได้รับความสนใจจากสโมสรที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปในพีระมิดฟุตบอล (Sun), external

แมนยูฯ เล็งคว้า เซเมนโย มกราคมนี้ – ข่าวลือ

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมกำลังจะมาถึง และข่าวลือต่างๆ ก็เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในข่าวที่น่าสนใจคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งคว้า เซเมนโย มกราคมนี้ – ข่าวลือ ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมาก

ทำไม แมนยูฯ ถึงสนใจ เซเมนโย?

อ็องตวน เซเมนโย เป็นกองหน้าที่ทำผลงานได้ดีกับบอร์นมัธ ด้วยความเร็ว, ทักษะ และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของหลายสโมสร และด้วยปัญหาในแดนหน้าที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญอยู่ ทำให้การคว้าตัวเซเมนโยเข้ามาเสริมทัพดูเหมือนจะเป็นทางออกที่น่าสนใจ

นอกเหนือจากข่าว แมนยูฯ เล็งคว้า เซเมนโย มกราคมนี้ – ข่าวลือ แล้ว ยังมีข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น รูเบน เนเวส ที่ต้องการกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก และบรูโน่ แฟร์นานเดส ที่มีค่าฉีกสัญญาที่น่าสนใจ

แต่ไม่ว่าข่าวลือเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ สิ่งที่แน่นอนคือตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมนี้จะเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน แฟนบอลอย่างเราๆ ก็คงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดต่อไป และคอยลุ้นว่าทีมรักของเราจะมีการเสริมทัพอย่างไรบ้าง

การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งคว้า เซเมนโย มกราคมนี้ – ข่าวลือ นี้เป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรที่จะเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ที่มา – Man Utd plot Semenyo move in January – Friday’s gossip

อักเยมัง คว้าดาวรุ่งนักกีฬาแห่งปี

มิเชลล์ อักเยมัง กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ได้รับรางวัล BBC Young Sports Personality of the Year 2025 หรือ ดาวรุ่งนักกีฬาแห่งปี ของบีบีซี

นักเตะวัย 19 ปี มีปีที่ก้าวกระโดดอย่างมาก เมื่อเธอช่วยทีมสิงโตคำรามคว้าแชมป์ยูโร 2025 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพียงสามเดือนหลังจากประเดิมสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่

เธอพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการเป็นตัวสำรอง โดยทำประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมที่สำคัญ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ชนะสวีเดน และในเกมรอบรองชนะเลิศที่ชนะอิตาลี

ผลงานของเธอทำให้เธอได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ และต่อมาได้รับรางวัล Golden Girl สำหรับผู้เล่นดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรป

อักเยมัง ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Kopa Trophy สำหรับผู้เล่นหญิงอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

เธอถูกยืมตัวไปเล่นให้กับไบรท์ตันจากอาร์เซนอลตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 และทีมเจ้านกนางนวลเซ็นสัญญายืมตัวเธอกลับมาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม หลังจากประสบความสำเร็จกับทีมชาติอังกฤษ

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เธอทำไป 5 ประตูจากการลงเล่น 22 นัด โดยไบรท์ตันจบอันดับที่ 5 ในศึก Women’s Super League ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม อักเยมัง จะต้องพักตลอดฤดูกาล 2025-26 หลังจากเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ฉีกขาดขณะเล่นให้กับทีมสิงโตคำรามในเดือนตุลาคม

อักเยมัง คว้าดาวรุ่งนักกีฬาแห่งปี

อักเยมัง ได้รับรางวัลจาก ลูซี บรอนซ์ กองหลังทีมชาติอังกฤษและเชลซี และ แฮร์รี ไอคิเนส-อารีเทย์ ดาราจากรายการ Gladiators

ในปี 2024 ลุค ลิตเติล นักกีฬาปาเป้า ได้รับรางวัล Young Sports Personality of the Year

ลิตเติล วัย 18 ปี ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในปี 2025 พร้อมกับ ดาวินา เพอร์ริน นักคริกเก็ตหญิงทีมชาติอังกฤษวัย 19 ปี

คณะกรรมการตัดสินรางวัล Young Sports Personality of the Year ประกอบด้วย แม็กกี้ อัลฟอนซี ผู้ชนะการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกปี 2014, อานิต้า อาซันเต อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและนักฟุตบอลอาชีพ, ลิบบี เคล็กก์ นักวิ่งเหรียญทองพาราลิมปิกสองสมัย, คาร์ล แฟรมป์ตัน อดีตแชมป์โลกมวยสากล และ เอบอนี ไรน์ฟอร์ด-เบรนท์ นักคริกเก็ตผู้ชนะการแข่งขัน World Cup ปี 2009

จอช เดนเซล บุคคลในวงการสื่อและผู้ดำเนินรายการกีฬา, เคลลี เคตส์ ผู้ประกาศข่าวกีฬาและพิธีกรร่วมรายการ Match of the Day, ริอาธ อัล-ซามาร์ไร หัวหน้าบรรณาธิการข่าวกีฬาของ Daily Mail และ มอลลี ฮัดสัน นักข่าวกีฬาของ Times ก็อยู่ในคณะกรรมการเช่นกัน

ตัวแทนจาก BBC ได้แก่ อเล็กซ์ เคย์-เจลสกี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา, ฟิลิป เบอร์นี หัวหน้าฝ่ายเนื้อหา และ มาร์ค เวสตี ผู้อำนวยการสร้าง

เหตุผลที่ อักเยมัง คว้าดาวรุ่งนักกีฬาแห่งปี

  • ผลงานที่โดดเด่นในการแข่งขัน Euro 2025
  • ความสามารถในการทำประตูที่สำคัญ
  • รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
  • การได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Kopa Trophy
  • ผลงานที่น่าประทับใจกับสโมสรไบรท์ตัน

การคว้าตำแหน่ง ดาวรุ่งนักกีฬาแห่งปี ของ อักเยมัง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของเธอในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเธอจะสามารถสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้อีกหรือไม่ในอนาคต

ที่มา – Agyemang is Young Sports Personality of the Year

อดีตกองหน้าวูล์ฟส์ เอบังค์ส-เบล็ค ชนะคดีหมอ

อดีตกองหน้าวูล์ฟส์ ซิลแวน เอบังค์ส-เบล็ค ชนะคดีฟ้องร้องศัลยแพทย์! นักฟุตบอลที่อ้างว่าอาชีพของเขาต้องจบลงก่อนวัยอันควรเนื่องจากการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น ได้รับชัยชนะในการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อศัลยแพทย์ของเขาที่ศาลสูง

ซิลแวน เอบังค์ส-เบล็ค อดีตกองหน้าวูล์ฟส์ วัย 39 ปี กระดูกขาซ้ายหักในการแข่งขันกับเบอร์มิงแฮม ซิตี้ เมื่อปี 2013

เขาอ้างว่าในระหว่างการผ่าตัด ศาสตราจารย์เจมส์ คาลเดอร์ ได้ทำความสะอาดข้อต่อและนำกระดูกอ่อนบางส่วนออก ซึ่ง “ก่อให้เกิดการอักเสบ” และเร่งการพัฒนาของโรคข้อเข่าเสื่อมในข้อเท้าของเขา

ศัลยแพทย์ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ผู้พิพากษาหญิงแลมเบิร์ต พบว่าการส่องกล้องข้อ มีส่วนทำให้สุขภาพของเขาแย่ลง และประกาศว่าจำนวนค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายจะได้รับการประเมินในการพิจารณาคดีในอนาคต

เอบังค์ส-เบล็ค กล่าวว่า ศาสตราจารย์คาลเดอร์ ไม่ได้แจ้งให้เขาทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดอย่างเหมาะสม

ศัลยแพทย์ปฏิเสธเรื่องนี้และกล่าวว่า ถ้ามีอะไร การรักษาดังกล่าวช่วยยืดอายุการเล่นฟุตบอลของนักเตะออกไป เนื่องจากเขาเล่นต่อไปอีกหกปีก่อนจะเลิกเล่นในปี 2019

ผู้พิพากษาหญิงแลมเบิร์ต กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า หากไม่มีการส่องกล้องข้อ ผู้ร้องจะกลับสู่สภาพเดิมก่อนเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีอาการปวด”

อดีตกองหน้าวูล์ฟส์ เอบังค์ส-เบล็ค ชนะคดีหมอ

เอบังค์ส-เบล็ค เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในปี 2004

หนึ่งปีต่อมา เขาได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้ายส่วนล่าง

ในปี 2008 เขาเซ็นสัญญากับวูล์ฟส์ และการใช้ชีวิตค้าแข้งห้าปีของเขาที่โมลินิวซ์สิ้นสุดลงหลังจากการปะทะกับพอล โรบินสัน กองหลังเบอร์มิงแฮม ในเดือนเมษายน 2013

เอบังค์ส-เบล็ค กล่าวในคำให้การต่อศาลว่า น้ำหนักตัวทั้งหมดของโรบินสันลงไปที่ขาซ้ายส่วนล่างของเขา ซึ่งเขาเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน

เขาเชื่อว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเฉพาะกับเอ็นเท่านั้นและเขาขับรถกลับบ้าน แต่การสแกน MRI เผยให้เห็นว่ากระดูกหัก

หลังจากพบศาสตราจารย์คาลเดอร์ เขาได้รับการผ่าตัดข้อเท้าซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม

เขาออกจากวูล์ฟส์ในฤดูร้อนนั้น และลงเล่นอีก 71 นัดในลีกอาชีพหลังจากย้ายไปเล่นให้กับอิปสวิช ทาวน์, เปรสตัน นอร์ธ เอนด์, ชรูว์สบิวรี ทาวน์ และเชสเตอร์ฟิลด์

ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซิเมียน มัสกรีย์ เคซี ตัวแทนของเอบังค์ส-เบล็ค บอกกับศาลว่า “การเริ่มมีอาการและการพัฒนาและการเร่งตัวของโรคข้อเข่าเสื่อมทำให้เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของผู้ร้องต้องจบลงก่อนวัยอันควร”

ศาสตราจารย์คาลเดอร์ กล่าวว่าอาการบาดเจ็บนั้นร้ายแรง และจะเป็นการประมาทเลินเล่อหากไม่ทำการผ่าตัด

แต่ผู้พิพากษาหญิงแลมเบิร์ต กล่าวว่า เอบังค์ส-เบล็ค ได้รับความเดือดร้อนจาก “กระดูกข้อเท้าหักเฉียบพลันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เธอกล่าวเสริมว่า “เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้แล้ว ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจที่จะทำการส่องกล้องข้อ และขั้นตอนอื่นๆ นั้น ไม่สมเหตุสมผลและไม่สมเหตุสมผล”

ทำไมเรื่องราวของอดีตกองหน้าวูล์ฟส์ เอบังค์ส-เบล็ค ชนะคดีหมอ ถึงเป็นที่สนใจ?

เรื่องราวของเอบังค์ส-เบล็ค เป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงความสำคัญของการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการผ่าตัด และยังแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรม

การที่ศาลตัดสินให้เขาชนะคดี ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาทางการแพทย์ที่ไม่เหมาะสม กล้าที่จะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม นอกจากนี้ คดีนี้ยังเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของแพทย์ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ผู้ป่วย เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาของตนเองได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน

คดีนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย และความสำคัญของการตัดสินใจทางการแพทย์ที่มีข้อมูลครบถ้วน การที่อดีตกองหน้าวูล์ฟส์ เอบังค์ส-เบล็ค ชนะคดีหมอ ทำให้เกิดการตระหนักถึงสิทธิของผู้ป่วยและการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

ที่มา – Ex-Wolves striker Ebanks-Blake wins court battle against surgeon