วัน: 25 ธันวาคม 2025

GULF มอบเงิน 23 ล้านบาท ดูแลครอบครัวทหารกล้า

บริษัท GULF มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 23 ล้านบาทจากกองทุน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและดูแลครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละชีพปกป้องอธิปไตยของชาติ

GULF มอบเงิน 23 ล้านบาท ดูแลครอบครัวทหารกล้า ผู้สละชีพเพื่อแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการดูแลครอบครัวทหารกล้าผู้เสียสละชีพเพื่อชาติ โดยมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 23 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการปกป้องอธิปไตยของชาติบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดเหตุปะทะในช่วงระหว่างวันที่ 8-23 ธันวาคม 2568

GULF มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวทหารกล้า

โดยมี พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และพลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน ณ กองบัญชาการกองทัพบก เงินช่วยเหลือดังกล่าวมาจาก “กองทุน 100 ล้านบาท” ที่ GULF จัดตั้งขึ้นเพื่อเยียวยาและเชิดชูเกียรติทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการส่งมอบในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียรวม 23 ครอบครัว

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทของคนไทย เรามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก ทั้งในทางตรงและทางอ้อม โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารบกอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางที่ GULF จะสามารถช่วยเหลือกองทัพได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีหรือระบบดาวเทียมที่เรามีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากคือการสนับสนุนทางอ้อม โดยเฉพาะการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ในฐานะที่ผมเองก็เติบโตมาในครอบครัวทหาร จึงมีความเข้าใจและตระหนักถึงความเสียสละของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า รวมถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของทหารผู้กล้าทุกท่าน ที่ผ่านมา เราได้มีการจัดตั้งกองทุน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในครั้งนี้ เมื่อทราบถึงเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทางบริษัทฯ ได้ประสานงานเพื่อขอมอบเงินสนับสนุนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาครอบครัวที่ต้องสูญเสียเสาหลักไป ในฐานะบริษัทไทย เราขอยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน และจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีสิ่งใดที่กองทัพต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม เรามีความยินดีและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพราะถือเป็นหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่ง ที่จะต้องรักชาติบ้านเมืองและเสียสละช่วยเหลือ ทั้งตรงทางอ้อมและจะทําให้ดีที่สุด”

GULF ช่วยเหลือครอบครัวทหารกล้า

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า “ในนามของกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของกำลังพลผู้เสียสละ ขอขอบพระคุณทาง GULF ที่ได้สละเวลามามอบเงินสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและญาติของกำลังพลผู้สูญเสียในครั้งนี้ ทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นย่อมนำมาซึ่งความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะกำลังพลทุกนายคือบุคคลสำคัญ เป็นทั้งพ่อ เป็นลูก และเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่มีใครอยากที่จะไปสูญเสียในลักษณะอย่างนั้น และทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว กองทัพรู้สึกเสียใจ และกำลังพลเหล่านั้นจะจารึกอยู่บนพื้นแผ่นดินแห่งนี้ ทั้งชื่อและนามสกุล จะเป็นเกียรติประวัติให้กับกองทัพและประเทศ ให้ลูกหลานได้รับทราบสืบต่อกันไปในอนาคตว่าพ่อหรือลูกของพวกเขา ได้เสียสละให้กับผืนแผ่นดินแห่งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลครอบครัวทหารกล้าเหล่านั้น”

GULF สนับสนุนกองทัพบก

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานของกองทุนฯ ในปัจจุบัน ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารกล้าที่สละชีพไปแล้วรวม 40 ครอบครัว เป็นเงิน 40 ล้านบาท พร้อมทั้งเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 10.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านสาธารณสุข โดยมอบเครื่องมือแพทย์มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี รวมยอดการส่งมอบความช่วยเหลือจากกองทุนจนถึงปัจจุบันเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนความเสียสละของเหล่าทหารไทยอย่างต่อเนื่อง

GULF ดูแลทหารกล้าและครอบครัว

นอกจากภารกิจกองทุน 100 ล้านบาท GULF ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากภารกิจความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ “GULF Care” จำนวนกว่า 2,000 ชุด แก่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิงตามจังหวัดต่าง ๆ การสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์พักพิง รวมถึงการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ เพื่อนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและดาวเทียมมาช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น GULF มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยเชื่อว่าความมั่นคงของชาติจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

GULF ขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน

GULF เพื่อความมั่นคงของชาติ

GULF ร่วมมือกับกองทัพ

GULF เคียงข้างและดูแลครอบครัวทหารกล้า

การสนับสนุนของ GULF ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมและการให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ การดูแลครอบครัวทหารกล้าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – GULF มอบเงิน 23 ล้านบาท ดูแลครอบครัวทหารกล้า ผู้สละชีพเพื่อแผ่นดิน

ปันสุขปีใหม่ “Money Cash Back” คืนเงินเหยื่อ

ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าโครงการ “Money Cash Back” ปันสุขปีใหม่ คืนเงินผู้เสียหายคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกว่า 1.17 ล้านบาท โครงการ ปันสุขปีใหม่ “Money Cash Back” คืนเงินผู้เสียหาย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นของขวัญปีใหม่จากตำรวจภูธรภาค 2 ให้กับประชาชน

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และโฆษกตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยผลการดำเนินงานตามโครงการ “Money Cash Back : ปันสุขปีใหม่ คืนเงินให้ผู้เสียหายคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ที่มุ่งเน้นการเร่งรัดติดตามทรัพย์สินและคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม

ตำรวจภูธรภาค 2 โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเสม็ด จังหวัดชลบุรี สามารถทลายเครือข่ายบัญชีม้า คอกม้า และขบวนการเดินเงินสดของกลุ่มอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนที่เงินจะถูกโอนออกนอกประเทศ พร้อมติดตามทรัพย์สินและนำเงินสดคืนสู่มือผู้เสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเชิงรุก มุ่ง “ตัดวงจรการเงิน” ของคนร้าย ควบคู่กับการเร่งคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชน

สำหรับคดีสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวสืบสวนในเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ พบการลักลอบซื้อ–ขายและเช่าบัญชีม้า ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้หลายเครือข่าย ตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมของกลางจำนวนมาก และทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายหลายรายครบถ้วน

ปันสุขปีใหม่ “Money Cash Back” คืนเงินผู้เสียหาย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

สรุปผลการดำเนินงาน

  • คืนเงินผู้เสียหายรวม: 1,177,063.04 บาท
  • อายัดเงินในระบบ: มากกว่า 1.4 ล้านบาท
  • เชื่อมโยงคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี: รวม 81 คดี
  • มูลค่าความเสียหาย: กว่า 80 ล้านบาท

โฆษกตำรวจภูธรภาค 2 ย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการร่วมกันของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและสถานีตำรวจภูธรเสม็ด ที่สามารถ “กระชากเงินคืนจากมือมิจฉาชีพ” ก่อนถูกโอนออกนอกประเทศ นำเงินกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง เปรียบเสมือนของขวัญปีใหม่ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

โครงการปันสุขปีใหม่ Money Cash Back คืออะไร?

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการติดตามและคืนเงินที่ถูกโกงไปกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชน

การที่ตำรวจภูธรภาค 2 สามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและคืนเงินให้ผู้เสียหายได้เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมและช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังมิจฉาชีพว่าการกระทำของพวกเขาจะไม่รอดพ้นจากการถูกจับกุมและดำเนินคดีอย่างแน่นอน

สำหรับประชาชนทั่วไป การตระหนักถึงภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการป้องกันตนเองจากอาชญากรรมออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมออนไลน์ และหากตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ควรรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

โครงการ ปันสุขปีใหม่ “Money Cash Back” คืนเงินผู้เสียหาย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคืนเงิน แต่เป็นการคืนความหวังและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เป็นของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่าและความหมายอย่างยิ่ง

ที่มา – ปันสุขปีใหม่ “Money Cash Back” คืนเงินผู้เสียหาย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ลูกค้าใจหาย! เรดซัน เตรียมปิดสาขาสุดท้าย 11 ม.ค. 69

ทำเอาลูกค้าใจหายกันเป็นแถว! ร้านอาหารเกาหลีชื่อดังอย่าง RedSun ประกาศเตรียมปิดสาขาสุดท้ายในวันที่ 11 มกราคม 2569 หลังเปิดให้บริการมานานหลายปี ทำเอาเหล่าสาวกอาหารเกาหลีต่างเข้ามาแสดงความเสียดายกันอย่างล้นหลาม

ลูกค้าใจหาย! เรดซัน เตรียมปิดสาขาสุดท้าย 11 ม.ค. 69

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา แฟนเพจ RedSun Thailand Tokpokki ได้ออกมาประกาศข่าวเศร้าว่า สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น G ซึ่งเป็นสาขาสุดท้ายของร้าน จะปิดให้บริการในวันที่ 11 มกราคม 2569 พร้อมข้อความสุดซึ้งว่า “REDSUN ส่งท้ายก่อนปิดร้าน ขอบคุณที่ให้เราได้เป็น “มื้อโปรด” ของทุกคนนะ” พร้อมกันนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความเสียดาย หลายคนบอกว่า RedSun คือร้านประจำที่ทานมาตั้งแต่สมัยเรียน บางคนก็บอกว่ารู้สึกใจหายที่จะไม่ได้ทานต๊อกบกกีรสชาติต้นตำรับที่คุ้นเคยอีกแล้ว นอกจากนี้ ยังมีผู้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดสาขาใหม่ในอนาคต ซึ่งทางเพจได้ตอบกลับว่า สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวจะเป็นสาขาสุดท้าย แต่ลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ RedSun Thailand Tokpokki ได้ทาง Facebook Fanpage

Red Sun หรือ เรดซัน เป็นร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีต้นกำเนิดจากประเทศเกาหลีใต้ โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2551 และขยายสาขามายังประเทศไทยในปี 2557 ซึ่งสาขาแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และเมนูที่หลากหลาย ทำให้ Red Sun กลายเป็นร้านอาหารเกาหลีที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน

ทำไมลูกค้าถึงใจหายกับการปิดตัวของ RedSun?

การปิดตัวของ RedSun สาขาสุดท้ายในประเทศไทย สร้างความรู้สึกใจหายให้กับลูกค้าหลายกลุ่มด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้:

  • รสชาติที่คุ้นเคย: RedSun เป็นที่รู้จักจากรสชาติอาหารเกาหลีที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะต๊อกบกกีที่ถือเป็นเมนู Signature ของร้าน
  • ความผูกพันกับแบรนด์: ลูกค้าหลายคนใช้บริการ RedSun มาตั้งแต่สมัยร้านเปิดตัวใหม่ๆ ทำให้เกิดความผูกพันกับแบรนด์
  • ความทรงจำดีๆ: ร้าน RedSun เป็นสถานที่ที่หลายคนใช้เวลากับเพื่อนฝูงและครอบครัว ทำให้มีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน

ถึงแม้ว่า RedSun จะปิดสาขาสุดท้ายไป แต่ความทรงจำและรสชาติอร่อยๆ จะยังคงอยู่ในใจของลูกค้าเสมอ ทางร้านได้กล่าวขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และหวังว่าลูกค้าจะยังคงจดจำ RedSun ในฐานะร้านอาหารเกาหลีที่มอบความสุขและความอร่อยให้กับทุกคน

สำหรับใครที่ยังอยากลิ้มลองรสชาติอาหารเกาหลีต้นตำรับ สามารถหาร้านอาหารเกาหลีอื่นๆ ที่มีรสชาติใกล้เคียง หรือลองทำอาหารเกาหลีทานเองที่บ้านก็ได้ มีสูตรอาหารเกาหลีมากมายให้เลือกสรรบนอินเทอร์เน็ต

หวังว่าทุกคนจะยังคงมีความสุขกับการทานอาหารเกาหลีต่อไปนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่มี RedSun แล้วก็ตาม

สรุป: การปิดตัวของร้านอาหารเกาหลีชื่อดังอย่าง RedSun ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับลูกค้าหลายท่าน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้เราได้ลองเปิดใจให้กับร้านอาหารใหม่ๆ และค้นหารสชาติที่ถูกใจต่อไป อย่างไรก็ตาม RedSun จะยังคงเป็นตำนานของร้านอาหารเกาหลีในใจของใครหลายๆคน

ลูกค้าใจหาย! เรดซัน เตรียมปิดสาขาสุดท้าย 11 ม.ค. 69 เป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่ก็เป็นธรรมดาของธุรกิจที่มีขึ้นมีลง อย่างไรก็ตามประสบการณ์และความทรงจำที่ดีกับร้านจะยังคงอยู่กับลูกค้าตลอดไป

ที่มา – ลูกค้าใจหาย ร้านอาหารเกาหลีชื่อดัง เตรียมปิดสาขาสุดท้าย 11 ม.ค. 69

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เตือนให้เบอร์แล้วอย่าจัดมหรสพ แต่เริ่มหาเสียงได้ ระวังติดป้ายบดบังทัศนียภาพและการจราจร เผยเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดเตรียมสถานที่รองรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร 33 เขต ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันแรกคือวันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ที่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน โดยด้านนอกเป็นที่ทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนได้มีการนำรถถ่ายทอดสดพร้อมอุปกรณ์มาติดตั้ง เพื่อรายงานบรรยากาศการรับสมัคร ขณะที่ด้านในอาคารเป็นพื้นที่สำหรับการรับสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเรียง สำหรับพักคอย สำหรับผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น. และพื้นที่รับสมัครทั้ง 33 เขต โดยมีการจัดวางตามผังที่ได้กำหนดไว้ ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านจราจรและความปลอดภัย ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลดินแดง เจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่เทศกิจ ดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่โดยรอบ สำหรับประชาชน หรือกองเชียร์ ที่จะเข้ามาติดตามการรับสมัครภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 จะมีการจัดเตรียมพื้นที่อัฒจันทร์ เป็นพื้นที่สำหรับลุ้นและให้กำลังใจผู้สมัคร

กกต.กทม.จัดสถานที่ เลือกตั้ง
กกต.กทม.จัดสถานที่

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ผู้สมัครจะเดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. เราจะให้ลงทะเบียนที่ด้านหน้าเรียงตามเขตทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลา 08.25 น. เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าเหลือในเวลาอีก 5 นาทีที่จะขีดเส้นใต้ เพื่อให้รู้ว่ามีผู้มาก่อนเวลา 08.30 น. มีกี่คน และเมื่อถึงเวลา 8.30 น. จะมีการปิดประตูเพื่อให้คนที่เหลือลงทะเบียนให้เสร็จ จากนั้นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะซักซ้อมขั้นตอนให้ผู้สมัครทราบว่ากระบวนการนั้นจะเริ่มต้นจากผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะจัดประชุมผู้สมัครเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครทำการตกลงกัน ถ้าตกลงกันได้ก็จะบันทึกไว้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก โดยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพร้อมเงินค่าสมัคร ถ้าไม่ครบ จะแจ้งให้ผู้สมัครมาสมัครในวันถัดไป โดยต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 16.30 น. พร้อมทั้งให้บันทึกไว้ว่าไม่ประสงค์จะสมัครในวันนี้

สถานที่รับสมัคร สส.

ผอ.กกต.กทม. กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือการจับสลาก ซึ่งจะจับ 2 ครั้ง ครั้งแรก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเป็นผู้จับสลากเพื่อจับหาลำดับผู้สมัครที่จะไปสมัครเลือกตั้ง และจับสลากหมายเลขประจำตัว เมื่อจับเสร็จในครั้งที่ 1 จะทำการบันทึกไว้ จากนั้นจะเข้าสู่การจับสลากครั้งที่ 2 โดยผู้สมัครเป็นผู้จับเองเพื่อให้ได้หมายเลขประจำตัวและลำดับในการยื่นใบสมัคร จากนั้นจะมีการทำบันทึกร่วมกันไว้แล้วเข้าสู่กระบวนการของการรับสมัครเลือกตั้ง ยื่นเอกสาร และจ่ายค่าสมัครเลือกตั้ง โดยผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งก็จะออกใบรับสมัครและใบเสร็จ ซึ่งก็จะถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการของการรับสมัคร เมื่อออกไปจากห้องรับสมัครแล้ว ผู้สมัครสามารถใช้หมายเลขดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่มีข้อพึงระวังว่า เมื่อออกไปแล้วห้ามไปจัดมหรสพหรือการรื่นเริง ห้ามไปจัดเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยง จนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง

การรับสมัคร สส.

เมื่อถามถึงการจัดระเบียบกรณีมีหัวหน้าพรรคและกองเชียร์มาให้กำลังใจผู้สมัคร ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สมัครเลือกตั้ง จะจัดพื้นที่ให้อยู่บริเวณอัฒจันทร์ทั้งหมด ส่วนในพื้นที่รับสมัครจะอนุญาตให้เพียง ผู้สมัคร 1 คน และผู้ช่วยอีก 1 คนเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ กทม. ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปได้ 90% ส่วนอีก 10% จะมีการซ้อมกระบวนการเสมือนจริงในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) ในเวลา 09.00 น. ตอนนี้คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม สถานที่พร้อม

เมื่อถามถึงนับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วหรือยัง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ตอนนี้ผู้สมัคร จะต้องมีการยื่นเอกสารก่อนดำเนินการ 4 อย่าง ประกอบด้วย 1. การหาเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้ช่วยหาเสียง 3. รถประจำการ และ 4. การจัดเวทีปราศรัย โดยให้แจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

กกต.กทม.

เมื่อถามถึงระเบียบการติดตั้งป้ายหาเสียง เพื่อไม่บดบังการจราจร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตามประกาศวิธีการหาเสียง กำหนดเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ขณะนี้หน่วยงานต่างๆกำลังแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.กทm. เพื่อให้ ผอ.กกต.กทม.ลงนามออกประกาศ อย่างไรก็ตามตอนนี้ พรรคการเมืองสามารถขึ้นป้ายหาเสียงได้เลย เพราะใช้แนวทางการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งรับประกันว่าไม่ผิด และในวันรับสมัครเลือกตั้งจะได้รับเอกสารเหล่านี้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงต้องไม่บดบังทัศนียภาพ เพื่อป้องกันอันตราย ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจไม่เห็นทาง อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอกำชับตรงนี้

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส.

  • สถานที่: ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
  • วันรับสมัคร: 27-31 ธันวาคม
  • สิ่งที่ต้องเตรียม: เอกสารหลักฐาน, เงินค่าสมัคร

ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ที่สนใจลงสมัคร สส. ในเขตกรุงเทพมหานคร อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

กกต.กทม.จัดสถานที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – กกต.กทม.จัดสถานที่ พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์: ส่องเลขธูปมงคลรับปีใหม่

เปิดโบสถ์ 1,000 ปี วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี เสกพระปิดตามหาอุตม์ ด้านสายมูไม่พลาดส่อง “เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์” ธูปมงคลไปเสี่ยงโชครับปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ ห้ามพลาดบทความนี้!

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อม นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีพุทธาภิเษก พระปิดตามหาอุตม์ รุ่น “เสริมบุญ หนุนบารมี โชคดี ทองพันล้าน” เป็นวาระที่ 2 ในโบสถ์มหาอุด วัดป่าเลไลยก์ อายุ 1,000 กว่าปี โดยมีหลวงตาแดง เจ้าอาวาสวัดมะนาว รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมพระเถราจารย์รวม 4 รูปอธิษฐานจิต ซึ่งวาระที่ 1 ได้รับความเมตตาจาก หลวงปู่สมบุญ ปิยธฺมโม เกจิอาวุโสแห่งสุพรรณบุรี อายุ 104 ปี อธิษฐานจิตปลุกเสก เพื่อแจกฟรี เป็นของขวัญปีใหม่ แก่นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาไหว้ขอพรในโบสถ์มหาอุด จ.สุพรรณบุรี-อ่างทอง ช่วงปีใหม่ ในระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 เท่านั้น

นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี และนักท่องเที่ยว ต้องลงทะเบียนเพื่อรับพาสปอร์ตจากวัดที่เข้าร่วมโครงการ และเดินทางไหว้พระตามเส้นทางท่องเที่ยวโบสถ์มหาอุด อ.เมืองสุพรรณบุรี เริ่มที่วัดป่าเลไลยก์, วัดแค, วัดสารภี, วัดหน่อพุทธารกูร, วัดพระรูป รวมถึง วัดหัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง, วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ และวัดเดิมบาง วัดขวางเวฬุวัน อ.เดิมบาง ส่วนที่ อ่างทอง 3 วัด ได้แก่วัดฝาง วัดบ้านป่า และวัดชัยสิทธาราม แล้วประทับตรา ณ จุดที่กำหนดในวัดนั้น ๆ หากประทับตราตั้งแต่ 3 วัดขึ้นไป รับวัตถุมงคลพระปิดตามหาอุตม์ เป็นของที่ระลึก จาก ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี ซึ่งสามารถรับรางวัล ณ วัดที่ร่วมกิจกรรม และ ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี

งานนี้ผู้ที่มาร่วมไหว้พระ ต่างไม่พลาด จุดธูปตัวเลข ขอโชค ปรากฏมีเลขธูป 2 แท่ง ที่เป็นเลขเดียวกัน คือ เลข 8-6-5 ที่ นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผอ.ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี อธิษฐานจุดขอโชค ทำให้นำเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ ไปเสี่ยงโชครับปีใหม่

เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในช่วงปีใหม่นี้ เลข 865 จากธูปมงคลถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ การเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดป่าเลไลยก์ก็ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่เป็นสิริมงคลอีกด้วย

ทำไมเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ถึงเป็นที่นิยม

  • วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง
  • มีเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน
  • เลขที่ได้จากธูปมงคลมักมีความแม่นยำ

นอกจากการเสี่ยงโชคแล้ว การเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ ขอพรที่วัดป่าเลไลยก์ ยังเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ ขอให้ทุกท่านโชคดี!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เสธ.ทบ. ยัน! กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

เสธ.ทบ. เผยถึงการประชุม GBC ยันทหารยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ซึ่งยังมีการปะทะต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ย้ำจุดยืนกัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ถึงข้อยุติในการประชุมว่า คงต้องติดตาม ขณะนี้เป็นเพียงการพูดคุยของฝ่ายเลขานุการ GBC เท่านั้น ซึ่งจะมีรายละเอียดว่าสามารถตกลงอะไรกันได้บ้าง ส่วนกัมพูชาจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายไทยหรือไม่นั้น ขอให้รอฟังการประชุม ทั้งฝ่ายเลขานุการ GBC รวมถึงในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 2 ประเทศ ขอย้ำว่า ในพื้นที่หน้าที่ของเรายังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง เรายังต้องทำและปฏิบัติ และทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า 1 ใน 3 ข้อเสนอ คือกัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะผู้รุกราน ปัจจุบันนี้ได้เห็นสัญญาณนั้นแล้วหรือไม่ ภายหลังได้มีการทำหนังสือมาถึงกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ตอบว่า กัมพูชาได้ส่งสัญญาณมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงต้นว่าคิดและอยากปฏิบัติเช่นนั้น แต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์เกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราต้องปกป้องอธิปไตย

เมื่อถามว่า กัมพูชาสงวนคำพูดหลบเลี่ยงที่จะประกาศหยุดยิงก่อนโดยใช้วิธีการให้ไทยและกัมพูชาประกาศหยุดยิงพร้อมกันหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาพยายามสื่อสารกับคนไทยในประเทศเช่นนั้น เมื่อถามว่าเรายังยืนยันในจุดยืนว่า ฝ่ายกัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า แน่นอน

เมื่อถามว่าปัจจุบันกัมพูชาอยู่ในสภาพที่สิ้นสภาพแล้วหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำลายไปหลายส่วน กำลังที่อยู่บริเวณเขตอธิปไตยของเรา ตอนนี้ทำได้ 90% แต่ในพื้นที่ทางลึก ยุทโธปกรณ์ที่เขามีอยู่ ก็ยังมีอีกจำนวนมาก แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด คิดว่าเราดำเนินการตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เป็นที่น่าพอใจ

กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

จุดยืนของไทยชัดเจน: กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้จะมีการประชุม GBC แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนคือจุดยืนของประเทศไทยที่ต้องการให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศหยุดยิงก่อน

การที่กัมพูชาส่งสัญญาณว่าจะทำในลักษณะเดียวกันนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ เนื่องจากเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นก่อน การประกาศหยุดยิงจึงเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้งและหันมาสู่การเจรจาอย่างสันติ

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้ย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของทหาร และได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการในพื้นที่ โดยระบุว่าสามารถทำลายกำลังของฝ่ายตรงข้ามไปได้มาก แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝั่ง การแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ การเจรจาและการสร้างความเข้าใจร่วมกันเป็นหนทางที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

การที่ประเทศไทยยืนหยัดในหลักการและจุดยืนที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่สำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน การเจรจาใดๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และคำนึงถึงความถูกต้องเป็นธรรม

สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน แต่การที่ประเทศไทยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและหนักแน่น จะช่วยให้การเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในที่สุด สิ่งสำคัญคือการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลและกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ถึงแม้ว่าการพูดคุยและการเจรจาจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การที่กองทัพยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยอย่างเข้มแข็ง เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ใครมารุกรานอธิปไตยของชาติ

ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างความเข้าใจอันดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต การทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และนำไปสู่ความสงบสุขในภูมิภาค

การยืนยันว่า กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่การเจรจาอย่างจริงจัง และแสดงถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี การที่ประเทศไทยยึดมั่นในหลักการนี้ จะช่วยให้การเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

ที่มา – เสธ.ทบ. ยันทหารยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ย้ำกัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

นิวยอร์กชวนคนไทย ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุก เชิญชวนคนไทยใน 10 มลรัฐ ให้รีบลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ก่อนหมดเขต 5 มกราคม 2569 นี้!

นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เน้นย้ำความสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงกลุ่มสมาคมและชมรมคนไทยใน 10 มลรัฐ ที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบ ได้แก่ คอนเนคทิคัต, เมน, แมสซาชูเซตส์, นิวแฮมเชียร์, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, โอไฮโอ, เพนซิลเวเนีย, โรดไอแลนด์ และเวอร์มอนต์

เป้าหมายหลักคือการเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทางออนไลน์ให้ทันกำหนด เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 ได้อย่างเต็มที่

การลงทะเบียนนั้นเปิดให้ทำได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด! อย่ารอช้า เพราะหากพลาดกำหนดนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้

กงสุลใหญ่นิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์คนไทย 10 มลรัฐ รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์กได้จัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งมีคนไทยจากนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งถึง 200 คน

คุณสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้เรียนเชิญนางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก และกงสุล ธรรมจิตร ฐิติมนตรี เข้าร่วมงาน และในโอกาสนี้ นางสาวสมใจฯ ได้ประชาสัมพันธ์และอธิบายขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ผ่านทางเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/ อย่างละเอียด

สถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมช่วยเหลือการลงทะเบียน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหาในการลงทะเบียนออนไลน์ โดยสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ในวันและเวลาราชการ

เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทางไทย (สำหรับผู้ที่บัตรประชาชนหมดอายุหรือไม่สามารถใช้ได้) หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สถานกงสุลใหญ่ฯ สามารถดำเนินการออกให้ใหม่ได้

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ทางอีเมล์ [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://newyork.thaiembassy.org

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ได้จัดการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งหมด 2,980 คน และมีผู้ใช้สิทธิถึง 2,597 คน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประเทศไทย

อย่าปล่อยให้สิทธิของคุณหลุดลอยไป! ลงทะเบียนวันนี้ เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยที่คุณอยากเห็น!

ที่มา – กงสุลใหญ่นิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์คนไทย 10 มลรัฐ รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา หลังเหตุปะทะ

ข่าวคราวการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดเจนในช่วงไฮซีซั่นนี้เอง

เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา

นายวิชิต สุกระสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ว่า ปกติแล้วช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เกาะช้างจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรป แต่ปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น

จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ต พบว่ามีการยกเลิกการจองห้องพักไปแล้วกว่า 30% สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงบริษัทประกันภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายแห่งไม่ให้ความคุ้มครองในสถานการณ์เช่นนี้

เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โรงแรมและรีสอร์ตริมหาดมักจะถูกจองเต็ม 100% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ปีนี้สถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทำไม เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตาถึงน่ากังวล?

การที่ เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผู้ประกอบการโรงแรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว และผู้ให้บริการขนส่ง

นายวิชิตกล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางมายังเกาะช้าง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกับพื้นที่และเชื่อมั่นในความปลอดภัยของเกาะ พวกเขาชื่นชอบน้ำทะเลใส หาดทรายสวย และทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย

ถึงแม้สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนจะเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ผู้ประกอบการยังคงเป็นห่วงและภาวนาให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็วที่สุด

สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถทำได้ในขณะนี้คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สู้รบอยู่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว และหาดไก่แบ้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางตาจริง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนๆ ที่ชายหาดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนอาบแดด ร้านอาหารริมหาดก็มีลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สถานการณ์ เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็วที่สุด การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และเกาะช้างจะกลับมาคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวอีกครั้งในเร็ววัน การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การฟื้นฟูการท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

ที่มา – เกาะช้าง นักท่องเที่ยวต่างชาติบางตา ยกเลิกบุ๊กกิ้งแล้ว 30% หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

“ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 เพื่อไทย กวาดโคราช

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เชื่อมั่นเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้พื้นที่นครราชสีมาทั้งหมด 16 เขต โวผู้สมัครมีศักยภาพ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย และพรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มเดินหน้าหาเสียงกันอย่างเข้มข้น ล่าสุด นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าในการ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช ยกจังหวัดอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ดูพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้แน่นอน เพราะการที่มีพรรคชาติพัฒนาได้เข้ามารวมกับพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ในพื้นที่โคราชมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และทำให้ผู้สนับสนุน ซึ่งเดิมอยู่คนละกลุ่มกัน มารวมพลังกัน ก็มั่นใจว่าจะทำให้ยกทั้งจังหวัดได้ ทั้งนี้ ในนครราชสีมามีทั้งหมด 16 คน พรรคเพื่อไทยมี สส.12 คน ซึ่งพรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่ผ่านมาได้ไป 3 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ 1 ที่นั่ง ดังนั้น ครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถเจาะฐานเสียงอีก 4 ที่นั่งได้

“ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราชยกจังหวัด

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เฟ้นหาผู้สมัคร ที่มีศักยภาพและมั่นใจว่าจะทำให้พื้นที่โคราชมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคมีพลังและเข้มแข็ง โดยจะทำให้พื้นที่โคราชมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

การที่นายประเสริฐออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถกวาดที่นั่งในจังหวัดนครราชสีมาได้ทั้งหมด นอกเหนือจากการรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนาแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหรือไม่

ปัจจัยที่ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจในการเลือกตั้ง 69 กวาดโคราช

  • ศักยภาพของผู้สมัคร: นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เฟ้นหาผู้สมัครที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่
  • การรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนา: การรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนาทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนจากทั้งสองพรรค
  • นโยบายที่โดนใจประชาชน: พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

อย่างไรก็ตาม การ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช จะเป็นจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงเจตจำนงของตนเอง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนทุกคน

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถกวาดที่นั่งในจังหวัดนครราชสีมาได้ทั้งหมด ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ พรรคการเมืองอื่นๆ จะมีกลยุทธ์อย่างไรในการแข่งขันกับพรรคเพื่อไทย และประชาชนจะตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันออกมาใช้สิทธิใช้เสียงของท่าน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อย่าลืมติดตามข่าวสารการ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช อย่างใกล้ชิดนะครับ

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ประชาชนชาวโคราชจะให้ความไว้วางใจพรรคเพื่อไทยมากน้อยแค่ไหน และพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำตามที่ประกาศไว้ได้หรือไม่ มาร่วมติดตามและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปด้วยกัน

ที่มา – “ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราชยกจังหวัด