วัน: 28 ธันวาคม 2025

สลด! เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา

เกิดเหตุสลด เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของบราซิล นักบินเสียชีวิต ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวจำนวนมาก กองทัพอากาศบราซิลเร่งสอบสวนหาสาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสลดใจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) ที่นครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อเครื่องบินเล็กประเภทอัลตราไลท์ลากป้ายโฆษณา ประสบอุบัติเหตุตกกลางทะเล บริเวณชายหาดโคปาคาบานา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก

ทางการบราซิลได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว ซึ่งบันทึกวินาทีที่เครื่องบินลำนี้ดิ่งลงทะเลในลักษณะ “ส่วนหัวพุ่งตรงลงน้ำ” อย่างรวดเร็วเมื่อเวลาประมาณ 12:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เครื่องบินจมหายไปในทะเลทันที

หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยจากสำนักงานดับเพลิงได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยใช้ทั้งเจ็ตสกี เรือยาง นักประดาน้ำ และการสนับสนุนทางอากาศ รวมถึงมีการนำอุปกรณ์โซนาร์ มาใช้ค้นหาซากเครื่องบินและตรวจสอบว่ามีผู้ประสบเหตุเพิ่มเติมหรือไม่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้กู้ร่างของนักบินขึ้นมาได้แล้ว และส่งไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรและระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ

กองทัพอากาศบราซิลแถลงว่า ขณะนี้ได้เปิดการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้แล้ว ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าเป็นเครื่องบินรุ่น Cessna 170A ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อโฆษณา ขณะเกิดเหตุกำลังทำหน้าที่ลากป้ายโฆษณาผ่านพื้นที่ชายหาด

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนอยู่บนชายหาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน การเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของบราซิลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้เครื่องบินขนาดเล็กในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น แม้ว่าการลากป้ายโฆษณาทางอากาศจะเป็นวิธีที่น่าสนใจในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ต้องมีการพิจารณาถึงความปลอดภัยอย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีก

สาเหตุที่ทำให้ เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา คืออะไร?

ขณะนี้กองทัพอากาศบราซิลกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา โดยจะมีการตรวจสอบสภาพเครื่องบิน ประวัติการบิน และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

ความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องบิน

  • การตรวจสอบสภาพเครื่องบินอย่างสม่ำเสมอ
  • การฝึกอบรมและประเมินความสามารถของนักบิน
  • การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการบินอย่างเคร่งครัด
  • การวางแผนเส้นทางการบินที่ปลอดภัย
  • การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน

การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านการบินเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน การลงทุนในเทคโนโลยีและฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

เหตุการณ์ เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา นับเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยด้านการบิน และร่วมกันหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – เครื่องบินเล็กดิ่งพุ่งลงทะเลหน้าหาดโคปาคาบานา นักบินเสียชีวิต

ภูมิใจไทยได้เบอร์ 37: หาเสียงเลือกตั้ง 2569

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง พรรคภูมิใจไทยได้รับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “หมายเลข 37” เพื่อใช้ในการหาเสียง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้จับสลากด้วยตนเอง

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ได้เริ่มเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ พรรคการเมืองต่างๆ ได้เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครตั้งแต่เช้าตรู่ และทยอยลงทะเบียนตามลำดับเวลาที่มาถึง จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจับลำดับในการจับสลาก โดยมีประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ ก่อนที่หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารที่ได้รับมอบหมายจะออกมาจับหมายเลขประจำพรรค เพื่อใช้ในการหาเสียงในการเลือกตั้ง 2569 ต่อไป ในเวลา 10.00 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้สรุปจำนวนพรรคการเมืองที่เดินทางมาถึงก่อนเวลา 08.30 น. ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 52 พรรค

พรรคภูมิใจไทยได้เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “หมายเลข 37”

ต่อมาในเวลา 10.16 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้เริ่มจับสลากเพื่อเรียงลำดับพรรคการเมืองที่จะขึ้นมาจับหมายเลขประจำพรรค ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับการจับสลากเป็นลำดับที่ 38 ในการขึ้นจับสลากหมายเลขพรรคการเมืองที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง

ขั้นตอนการจับหมายเลขพรรคการเมืองได้เริ่มขึ้นในเวลา 10.34 น. และในเวลา 11.01 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นจับสลากหมายเลขประจำพรรคด้วยตนเอง ซึ่งผลปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับ “หมายเลข 37” เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

ความหมายของเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “หมายเลข 37” กับพรรคภูมิใจไทย

การได้ เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “หมายเลข 37” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้

พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนานโยบายให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยของเรา

พรรคภูมิใจไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและติดตามข่าวสารของพรรคมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่าลืม! เลือกตั้งครั้งหน้า มองหาเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “หมายเลข 37” พรรคภูมิใจไทย

ที่มา – เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย ได้ “หมายเลข 37” ใช้หาเสียงเลือกตั้ง “อนุทิน” จับสลากเอง

เพื่อไทยได้ เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ 9! ลุยหาเสียงต่อ

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนพรรค นำจับหมายเลขผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ 9 ติดป้ายรถแห่ ขึ้นหาเสียงทันที

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมจับหมายเลข สส. บัญชีรายชื่อ เพื่อนำไปหาเสียงทั่วประเทศ

โดยนายจุลพันธ์ ได้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ขึ้นไปจับหมายเลขด้านบนเวทีเป็นลำดับที่ 13 ได้เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 9 ซึ่งจะนำไปใช้หาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจับหมายเลขหรือเบอร์ที่ใช้หาเสียงเสร็จสิ้น แคนดิเดตทั้ง 3 คน จะขึ้นรถแห่ออกจากโรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ เพื่อไปพบปะมวลชนสวนหย่อมเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ และพบปะมวลชนแฟลตเคหะทุ่งสองห้อง เขตดอนเมือง

เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” ขึ้นรถแห่หาเสียงทันที

การได้มาซึ่งเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้ง เพราะเป็นหมายเลขที่ประชาชนจะใช้ในการลงคะแนนให้กับพรรคที่ตนเองสนับสนุน การที่พรรคเพื่อไทยได้หมายเลข 9 ทำให้ง่ายต่อการจดจำและเป็นที่คุ้นเคยของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ความหมายของเบอร์ 9 กับพรรคเพื่อไทย

หลายคนอาจมองว่าตัวเลขที่ได้มาจากการจับสลากเป็นเพียงตัวเลข แต่ในทางการเมืองแล้ว ตัวเลขแต่ละตัวอาจมีความหมายแฝงหรือเป็นนิมิตหมายที่ดีได้ สำหรับพรรคเพื่อไทย การได้หมายเลข 9 อาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับความก้าวหน้า ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคต้องการสื่อสารไปยังประชาชน

การขึ้นรถแห่หาเสียงทันทีหลังจากการจับสลากได้เบอร์ เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความสนใจและดึงดูดความสนใจจากประชาชน การที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านขึ้นรถแห่พร้อมกัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความพร้อมในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การเลือกที่จะไปพบปะมวลชนในพื้นที่เคหะทุ่งสองห้องและแฟลตเคหะทุ่งสองห้อง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงประชาชนในทุกระดับชั้น การรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่เข้ามาบริหารประเทศ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความเจริญก้าวหน้าของประเทศในอนาคต ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด และการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของแคนดิเดตทั้ง 3 ท่าน ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ การได้เบอร์ 9 มาครอง และการเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของท่าน

ที่มา – เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” ขึ้นรถแห่หาเสียงทันที

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก: เที่ยวบินดีเลย์อื้อ!

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหนักในช่วงหลังเทศกาลคริสต์มาส เที่ยวบินหลายพันเที่ยวบินต้องดีเลย์และถูกยกเลิก ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเผชิญกับความวุ่นวายในการเดินทางกลับบ้านหรือไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ

พายุฤดูหนาว Devin แผลงฤทธิ์พัดถล่มพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ทำให้เกิดหิมะและน้ำแข็งสะสมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในนครนิวยอร์กที่ทำสถิติหิมะตกหนักสุดในรอบเกือบ 4 ปี สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สายการบินต่างๆ ต้องตัดสินใจยกเลิกและปรับเปลี่ยนตารางการบินกว่า 9,000 เที่ยวบิน ขณะที่ผู้ว่าการรัฐได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลาอันตรายนี้

สถานีโทรทัศน์และสำนักข่าวต่างๆ รายงานสถานการณ์พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำถึงความรุนแรงของพายุและความยากลำบากในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว หลายพื้นที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องจากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างล่าช้าและอันตราย

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คในนครนิวยอร์ก มีปริมาณหิมะสะสมสูงถึง 11 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 นอกจากนี้ พื้นที่ทางตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวยอร์ก รวมถึงรัฐคอนเนตทิคัต ก็เผชิญกับหิมะที่ตกลงมาอย่างหนาแน่น โดยวัดปริมาณได้ระหว่าง 15-25 เซนติเมตร

ข้อมูลจากเว็บไซต์ FlightAware แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของการพายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ต่อการเดินทางทางอากาศ โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐฯ ถูกยกเลิกหรือล่าช้าสะสมกว่า 9,000 เที่ยวบิน โดยเฉพาะสนามบินหลัก 3 แห่งในนิวยอร์ก ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี ท่าอากาศยานลากวาร์เดีย และท่าอากาศยานนานาชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี ประสบปัญหาเที่ยวบินดีเลย์และยกเลิกเป็นจำนวนมาก

สายการบินช่วยเหลือผู้โดยสาร

แม้ว่าสถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่สายการบินหลักอย่าง American Airlines, United Airlines และ JetBlue ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเลวร้ายนี้ มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระให้กับผู้โดยสารที่ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางเนื่องจากพายุหิมะ

นางเคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กว่าครึ่งรัฐ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดตลอดช่วงที่พายุกำลังพัดกระหน่ำ เช่นเดียวกับรัฐนิวเจอร์ซีย์ที่ประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งจำกัดการใช้รถบรรทุกเชิงพาณิชย์บนทางหลวงสายหลักหลายเส้นทาง เนื่องจากสภาพถนนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและเป็นอันตราย

ถึงแม้ว่าในช่วงบ่ายวันเสาร์ พายุจะเริ่มอ่อนกำลังลงและเหลือเพียงหิมะโปรยปรายเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเตือนให้ประชาชนระวังเรื่องอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ซึ่งอาจทำให้หิมะที่ละลายกลายเป็น “Black Ice” หรือแผ่นน้ำแข็งใสที่มองไม่เห็นบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ขับขี่

การเดินทางในช่วงฤดูหนาวมักมาพร้อมกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้า การตรวจสอบพยากรณ์อากาศ และการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น หากจำเป็นต้องขับรถในสภาพอากาศที่มีหิมะหรือน้ำแข็ง ควรขับด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็ว และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น

พายุหิมะที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบของสภาพอากาศที่รุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของเรา การตระหนักถึงความเสี่ยงและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ เที่ยวบินดีเลย์-ยกเลิกนับพัน กระทบการเดินทางช่วงหลังคริสต์มาส

“ปวีณา” อยากทำให้สังคมดี: ร่วมงานกล้าธรรม

“ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ลั่นไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่ ด้าน “ธรรมนัส” ยกเป็นบุคลากรทรงคุณค่า แย้ม ยังมีคนมาอีกเรื่อยๆ

นางปวีณา หงสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม ว่า พรรคกล้าธรรม ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคม และอยากที่จะให้เรามาช่วยกันพัฒนาสังคมด้วยกัน ซึ่งปัญหาสังคมขณะนี้เกิดช่องโหว่ขึ้นมา จากที่ตนได้คร่ำหวอดปัญหานี้มา 30 กว่าปีได้เห็นปัญหาที่แท้จริง เป็นเรื่องที่ยากที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริง และยากที่จะนำไปสู่นโยบาย โดย ร.อ.ธรรมนัส อยากให้มาอยู่พรรคกล้าธรรม เมื่อพรรคกล้าธรรม กล้าที่จะทำงานเพื่อสังคมร่วมกับตน เมื่อเขาให้โอกาสที่จะเข้าไปสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อนำเรื่องทั้งหลายทั้งปวงไปสู่นโยบายถ้าได้เป็นรัฐบาล เรื่องสังคมยังมีหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข ตนอยากทำงานเพื่อให้สังคมดีร่วมกับ พรรคกล้าธรรม ถ้าเราไม่แก้ไขวันนี้สังคมจะล่มสลาย

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวถึงเหตุผลในการเชิญนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้าร่วมทำงานกับพรรคกล้าธรรม ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อว่า เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทางสังคม และดูแลสังคมมาโดยตลอด ทางพรรคก็เลยมีมติว่าเชิญมาเป็นที่ปรึกษาดูแลประชาชนภาคสังคม สวัสดิการในหลายๆเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกันนานหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เห็นท่านทำงานอย่างจริงๆ จังๆ เป็นคนคล้ายๆ กัน เคมีตรงกัน เมื่อถามว่า จะเชิญบุคคลสำคัญอื่นๆ มาอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จะมีมาเรื่อยๆ เป็นบุคคลที่มีประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ

“ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่

นางปวีณา หงสกุล ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเร่งด่วน โดยกล่าวว่า หากเราไม่ลงมือแก้ไขปัญหาในวันนี้ สังคมอาจจะล่มสลายในอนาคต การเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่มี มาช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

ทำไม “ปวีณา” ถึงอยากทำให้สังคมดีร่วมกับพรรคกล้าธรรม

เหตุผลสำคัญที่นางปวีณาตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม คือความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานของพรรค ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างจริงจัง พรรคกล้าธรรมเล็งเห็นถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของนางปวีณาในการทำงานด้านสังคมมาอย่างยาวนาน จึงได้เชิญเข้าร่วมงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสังคมของพรรค

การร่วมมือกันในครั้งนี้ นางปวีณามองว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะนำปัญหาต่างๆ ที่ได้พบเจอมาตลอด 30 กว่าปี ไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย หากพรรคกล้าธรรมได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ นางปวีณามั่นใจว่าจะสามารถผลักดันนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังได้กล่าวถึงนางปวีณาว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างยิ่ง การได้นางปวีณาเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้นต่อไป

การตัดสินใจของนางปวีณา หงสกุล ในการเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น แม้ว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนางปวีณา ผนวกกับความตั้งใจจริงของพรรคกล้าธรรม เชื่อมั่นได้ว่าสังคมไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การร่วมงานกันครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศ

ที่มา – “ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่

แดง-น้ำเงิน จับขั้วคุย ก่อนจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์


การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อวันแรกคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อพรรคใหญ่จับขั้วคุยกันก่อนจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ โดยมีภาพนายยศชนันท์ วงษ์สวัสดิ์ ไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็นที่พูดถึง

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บรรยากาศการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก พรรคการเมืองต่างทยอยเดินทางมาตรวจสอบเอกสารและชำระค่าสมัคร โดยขั้นตอนการจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์นั้น จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครตกลงลำดับกันก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะแบ่งการจับหมายเลขออกเป็น 2 รอบ

รอบแรก ประธานกรรมการการเลือกตั้งจะเป็นผู้จับลำดับการจับสลากเบอร์ให้แต่ละพรรค ซึ่งจะเป็นลำดับเดียวกับการยื่นเอกสาร

รอบที่สอง แต่ละพรรคจะส่งตัวแทนจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อใช้ในการหาเสียง เมื่อได้เบอร์แล้ว พรรคการเมืองสามารถนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียงได้ทันที

จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงินค่าสมัครจำนวน 10,000 บาท ซึ่งสามารถชำระเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีกองทุนพรรคการเมืองก็ได้ และยื่นเอกสารการสมัคร

ขั้นตอนสุดท้ายคือ การส่งนโยบายการหาเสียงของพรรค และรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแต่ละพรรคสามารถเสนอชื่อได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ หรือจะไม่เสนอชื่อเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในเวลา 08.30 น. ยังไม่สามารถเริ่มจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ได้ เนื่องจากยังมีพรรคการเมืองที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารอีก 37 พรรค

ก่อนเริ่มกระบวนการจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 และ สน.ทุ่งสองห้อง มาอำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยจำนวน 200 นาย ทันทีที่นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงห้องจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ ได้เข้าไปยกมือไหว้สวัสดีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว 

ต่อมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ยืนล้อมวงพูดคุยกับนายวราวุธ ศิลปอาชา และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จากพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ได้เข้ามาทักทายนายอนุทินด้วยท่าทีเรียบร้อย และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ก็ได้เข้ามาพูดคุยกับนายอนุทินเช่นกัน ขณะที่นายอนุทินก็ได้ยืนคุยกับ นางสาวตรีนุช เทียนทอง จากพรรคพลังประชารัฐด้วย

ต่อมาในเวลา 08.50 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งว่ามีพรรคการเมืองที่มาลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น. รวมทั้งสิ้น 52 พรรค โดยทุกพรรคจะต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนก่อน จึงจะมีสิทธิจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้การรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กกต.ยังยืนยันความพร้อมในการรับสมัครและการรับแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าลงทะเบียนก่อนวันที่ 5 มกราคม 2569 และลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2569

แดง-น้ำเงิน ล้อมวงคุยกันก่อนจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์

ความสำคัญของการจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์

การจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลือกตั้ง เพราะเบอร์ที่ได้จะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในการหาเสียง ทำให้ประชาชนจดจำพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การวางแผนและเตรียมตัวก่อนการจับสลากจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การจับขั้วพูดคุยกันก่อนการจับเบอร์ อาจเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองบางอย่าง หรืออาจเป็นเพียงการทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม, การจับขั้วดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองในอนาคต

ที่มา – “แดง-น้ำเงิน” ล้อมวงคุยกันก่อนจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ “ยศชนัน” ไหว้ “อนุทิน”

พี่จ่าปืนโหด BTR-3E1: ยานเกราะปืนกล 30 มม.

พี่จ่าปืนโหด ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 ติดตั้งปืนกลอัตโนมัติ ZTM-1 ขนาด 30 มม.

บีทีอาร์-3 (BTR-3) คือรถลำเลียงพลหุ้มเกราะล้อยางขนาด 8×8 ที่ผลิตโดย Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau (KMDB) ในประเทศยูเครน ออกแบบโดย ADCOM Manufacturing จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปัจจุบันรถ BTR-3 มีประจำการในหลายประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน ชาด คาซัคสถาน เมียนมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย และไนจีเรีย รถรุ่นนี้ได้รับการยอมรับในด้านความคล่องตัวและความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ

BTR-3E1 เป็นยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบกที่ผลิตในยูเครน โดยมีพื้นฐานมาจากรถตระกูล BTR ที่มีต้นกำเนิดในรัสเซีย ตัวถังรถผลิตจากเหล็กกล้าชนิดแข็งผสมใยสังเคราะห์ KEVLAR ด้านใน ทำให้สามารถป้องกันกระสุนขนาด 7.62 มม. ได้ และยังสามารถเพิ่มการป้องกันเป็นกระสุนขนาด 12.7 มม. ได้ด้วยการเสริมแผ่นเซรามิค BTR-3E1 สามารถบรรทุกกำลังพลได้ 9 นาย ประกอบด้วย ผู้บังคับรถ พลขับ พลยิง และพลประจำรถ

ระบบอาวุธหลักของ BTR-3E1 พี่จ่าปืนโหด

ระบบอาวุธของ BTR-3E1 นั้นมีความหลากหลายและทรงพลัง ทำให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย:

  • ปืนกลอัตโนมัติ ZTM-1 ขนาด 30 มม. ติดตั้งบนป้อมปืน มีกระสุน 400 นัด อัตราการยิง 330 นัดต่อนาที ระยะยิงหวังผล 4,000 เมตร (ภาคพื้นดิน) และ 2,000 เมตร (ทางอากาศ)
  • ระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง BARRIER (BARRIER ANTI-TANK MISSILE SYSTEM: BARRIER ATMS) นำวิถีด้วยแสงเลเซอร์ พร้อมจรวด ยิงหวังผลที่ระยะ 5,500 เมตร
  • เครื่องยิงลูกระเบิด AG-17 หรือ AGS-17 ขนาด 30 มม. (30 mm AUTOMATIC GRENADE LAUNCHER) พร้อมลูกระเบิดยิง ระยะหวังผล 1,700 เมตร
  • ปืนกล KT-7.62 (PKT) ขนาด 7.62 มม. พร้อมกระสุน 2,000 นัด ระยะยิงหวังผล 2,000 เมตร
  • เครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 81 มม. พร้อมลูกระเบิดควัน 6 นัด

BTR-3E1 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล mercedes benz ขนาด 320 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติของ Allison Transmission และระบบพยุงตัวรถแบบอิสระ ยางล้อเป็นแบบ RUN FLAT ที่สามารถควบคุมการเติมลมได้ขณะขับเคลื่อน น้ำหนักรถอยู่ที่ 16 ตัน ความเร็วสูงสุดบนถนนคือ 100 กม./ชม. และในน้ำคือ 10 กม./ชม.

คุณสมบัติเด่นอื่นๆ ได้แก่ ความสามารถในการข้ามเครื่องกีดขวางสูง 0.5 เมตร ข้ามคูดักรถถังกว้าง 2 เมตร ไต่ลาดชัน 30 องศา และไต่ลาดเอียง 25 องศา นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาการทรงตัวของปืน ระบบติดตามเป้าหมาย กล้องตรวจการณ์รอบทิศทาง ระบบกรองอากาศป้องกัน CBRN และระบบทำความเย็น

เพื่อให้ทหารม้าสามารถเคลื่อนกำลังเข้าตีได้อย่างคล่องแคล่ว เข้าใกล้หรือชิดแนวข้าศึกได้มากที่สุด พร้อมกับสามารถยิงสนับสนุน กดดัน ฐานที่มั่นของข้าศึก BTR-3E1 จึงเป็นยานเกราะที่ตอบโจทย์การปฏิบัติภารกิจที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุม การเสริมสร้างศักยภาพด้านอาวุธในการโจมตีรถถัง ช่วยให้เกิดความอ่อนตัวในการปฏิบัติภารกิจที่หลากหลายครอบคลุมทุกมิติ

โดยรวมแล้ว พี่จ่าปืนโหด ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 ติดตั้งปืนกลอัตโนมัติ ZTM-1 ขนาด 30 มม. เป็นยานเกราะล้อยางที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งในด้านการป้องกัน การโจมตี และการเคลื่อนที่ ทำให้เป็นกำลังรบที่สำคัญในกองทัพบกไทย

การมี พี่จ่าปืนโหด ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 ติดตั้งปืนกลอัตโนมัติ ZTM-1 ขนาด 30 มม. ช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับกองทัพไทยในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

ที่มา – พี่จ่าปืนโหด ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 ติดตั้งปืนกลอัตโนมัติ ZTM-1 ขนาด 30 มม.

เมียนมาเริ่มแล้ว! เลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร 5 ปี

เมียนมาเริ่มแล้ว! การเลือกตั้งถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีหลังจากการรัฐประหาร ท่ามกลางข้อกังขาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเมียนมาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาลทหารที่ประกาศว่านี่คือการหวนคืนสู่ประชาธิปไตย หลังจากการยึดอำนาจเมื่อ 5 ปีก่อนนำไปสู่ความขัดแย้งภายในประเทศ

เมียนมาเริ่มแล้ว จัดเลือกตั้งครั้งแรก 5 ปีหลังกองทัพก่อรัฐประหาร

เมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือนในช่วงเวลาสั้นๆ 10 ปี ที่เต็มไปด้วยความหวังและการปฏิรูป

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลือกตั้งในปี 2563 ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางอองซานซูจีได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ได้ทำการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา โดยอ้างว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้ง

นางซูจีถูกจำคุก 27 ปีในข้อหาต่างๆ ซึ่งถูกมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนพรรค NLD ก็ถูกยุบไป เหล่านักกิจกรรม นักการทูต และผู้แทนจาก UN ต่างประณามการเลือกตั้งที่จัดขึ้นในช่วงเวลาที่แบ่งแยกนี้ โดยชี้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่เอื้อประโยชน์แก่พันธมิตรของกองทัพเท่านั้น และมีการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง

พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งสนับสนุนกองทัพ ถูกคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงการฟอกเขียวระบอบเผด็จการทหารเท่านั้น

สถานการณ์ในเมียนมาปัจจุบันยังคงมีความขัดแย้ง ทำให้ไม่มีการลงคะแนนเสียงในพื้นที่ที่ควบคุมโดยกลุ่มกบฏ

รายละเอียดการ เลือกตั้งในเมียนมาเริ่มต้นขึ้นแล้ว

สำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร การเลือกตั้งรอบแรกเริ่มในเวลา 6:00 น. ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่างย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์

แตกต่างจากอดีตที่นางซูจีสามารถเรียกร้องผู้สนับสนุนได้จำนวนมาก การเลือกตั้งครั้งนี้ขาดบรรยากาศของการรวมตัวอย่างคึกคัก รัฐบาลทหารยังได้เปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงเพื่อยึดคืนพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง

นางโม โม มยิน กล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้เลยที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเสรีและยุติธรรม เราจะสนับสนุนการเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหารได้อย่างไร ในเมื่อกองทัพนี้เป็นผู้ทำลายชีวิตของพวกเรา?”

“เรากลายเป็นคนไร้บ้าน ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า และใช้ชีวิตอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย” เธอกล่าว

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ยังคงยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหนทางไปสู่การปรองดอง แม้ว่าจะไม่ได้ตอบรับคำขอสัมภาษณ์จาก AFP

การลงคะแนนเสียงรอบที่สองจะมีขึ้นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า และรอบสุดท้ายในวันที่ 25 มกราคม รัฐบาลทหารยอมรับว่าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในเกือบ 1 ใน 5 ของเขตเลือกตั้ง

นายโวลเกอร์ เติร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวว่าการเลือกตั้งนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการปราบปราม

นายซอ ตุน จากกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) กล่าวว่า “มีหลายวิธีที่จะสร้างสันติภาพ แต่พวกเขาไม่เลือกวิธีเหล่านั้น กลับเลือกที่จะจัดการเลือกตั้งแทน เราจะสู้ต่อไป”

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ว่าจะนำพาเมียนมาไปในทิศทางใดต่อไปในอนาคต

ที่มา – เมียนมาเริ่มแล้ว จัดเลือกตั้งครั้งแรก 5 ปีหลังกองทัพก่อรัฐประหาร

เชลซีและลีดส์จับตา McAtee – ข่าวลือวันอาทิตย์

ข่าวลือล่าสุดในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกระอุ! เชลซีและลีดส์จับตา McAtee อย่างใกล้ชิด อาร์เซนอลพิจารณาคว้าตัวดาวรุ่งจากเอซี มิลาน ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเสริมทัพด้วยกองกลางตัวเก่งในช่วงซัมเมอร์หน้า

เชลซีและลีดส์จับตา McAtee

เชลซีและลีดส์จับตา McAtee อย่างใกล้ชิด โดยทั้งสองทีมต่างให้ความสนใจในตัวเจมส์ McAtee มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 23 ปีของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ สถานการณ์ของ McAtee กำลังเป็นที่จับตามองของหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก (Mail) , external

อาร์เซนอลกำลังพิจารณาคว้าตัว ดาวิเด้ บาร์เตซากี แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวอิตาลีวัย 19 ปี ของเอซี มิลาน มาร่วมทีมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ (Caughtoffside) , external

มานู โคเน่ กองกลางชาวฝรั่งเศสของโรม่า วัย 24 ปี ตกเป็นข่าวว่าเตรียมย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์หน้า (Sportsmole) , external

ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ เตรียมยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อยเทียบเท่า คริสเตียน โรเมโร่ ให้กับ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน กองหลังชาวดัตช์วัย 24 ปี เพื่อรั้งตัวไว้กับทีม (Teamtalk), external

ลูอิส ดังค์ กองหลังกัปตันทีมไบรท์ตัน วัย 34 ปี ตัดสินใจขยายสัญญากับทีมออกไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล หลังจากเงื่อนไขการต่อสัญญาอัตโนมัติถูกเปิดใช้งาน (Athletic – subscription required) , external

โจชัว เซิร์กซี กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 24 ปี ได้รับการยืนยันจาก จาน ปิเอโร กัสเปรินี กุนซือของโรม่า ว่าเขามีตำแหน่งในแผนการเล่น 3-4-2-1 ของทีม (Gazzetta – in Italian), external

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์, เชลซี และ แอสตัน วิลล่า ต่างให้ความสนใจในตัว ซานติอาโก้ คาสโตร กองหน้าชาวอาร์เจนติน่าวัย 21 ปี ของโบโลญญ่า (Gazzetta dello Sport via Sport Witness) , external

ออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาให้ จอห์น เทอร์รี่ อดีตกองหลังของเชลซี เข้ามารับงานผู้จัดการทีมเป็นครั้งแรก (Sun), external

ทำไมเชลซีและลีดส์ถึงให้ความสนใจ McAtee?

การที่ เชลซีและลีดส์จับตา McAtee บ่งบอกถึงศักยภาพที่น่าสนใจของมิดฟิลด์รายนี้ McAtee มีทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ วิสัยทัศน์ในการเล่นที่กว้างไกล และความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจของหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก

การย้ายทีมของ McAtee อาจเกิดขึ้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนที่จะถึงนี้ ซึ่งแฟนบอลของ เชลซีและลีดส์จับตา McAtee ต่างก็หวังว่าทีมรักของตนจะสามารถคว้าตัวดาวรุ่งรายนี้มาร่วมทีมได้สำเร็จ

อนาคตของ McAtee จะเป็นอย่างไรต่อไป? แฟนบอลต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ข่าวลือการย้ายทีมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในโลกของฟุตบอล การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลทุกคน

ที่มา – Chelsea & Leeds monitoring McAtee – Sunday’s gossip