วัน: 1 มกราคม 2026

อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล สำเร็จ!

การขายสโมสรฮาร์ทลีพูล ยูไนเต็ด (Hartlepool United) ที่รอคอยมานานได้ข้อสรุปแล้ว โดย แลนดอน สมิธ (Landon Smith) นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกัน ได้เข้าซื้อสโมสรจากเนชันแนลลีก

การเทคโอเวอร์ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม สองปีเก้าเดือนหลังจากที่ ราช สิงห์ (Raj Singh) ได้ประกาศขายสโมสรเป็นครั้งแรก ในแถลงการณ์ยืนยันว่า สมิธ ได้เข้าซื้อหุ้นควบคุมทั้งหมด “โดยมีผลทันที” โดยข้อตกลงนี้ถือเป็นการเริ่มต้น “บทใหม่ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของสโมสร”

สมิธ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนหลักของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Tailwind Group ในรัฐมินนิโซตา กล่าวว่า เขามาพร้อมกับแผนการที่จะฟื้นฟูฮาร์ทลีพูลให้กลับสู่ English Football League และลงทุนในสโมสรทั้งในและนอกสนาม พร้อมทั้ง “เสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงิน”

“หลังจากที่ได้พิจารณาสโมสรในเนชันแนลลีกและ EFL หลายแห่งแล้ว เห็นได้ชัดว่า Pools มีศักยภาพ รวมถึงประโยชน์จากงานพื้นฐานที่ได้ดำเนินการภายใต้การดำรงตำแหน่งของเจ้าของคนปัจจุบัน” สมิธ กล่าวกับเว็บไซต์สโมสร

“ผมตั้งตารอที่จะสร้างต่อยอดจากสิ่งนั้น และผมมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะลงทุนในสโมสรสำหรับสิ่งที่ผมหวังว่าจะเป็นอนาคตที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง”

อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล สำเร็จ!

สิงห์ออกจากสโมสรหลังจากดำรงตำแหน่งเจ้าของมาเกือบแปดปี เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มนักลงทุนที่มีชื่อเสียง ซึ่งรวมถึง เจฟฟ์ สเตลลิง (Jeff Stelling) ผู้ประกาศข่าว และแม้ว่าการเลื่อนชั้นกลับสู่ EFL จะประสบความสำเร็จในปี 2021 แต่สโมสรก็ตกชั้นกลับสู่ระดับนอกลีกหลังจากนั้นเพียงสองฤดูกาล

การตกชั้นดังกล่าวกระตุ้นให้สิงห์พยายามที่จะขายสโมสร แต่ลักษณะที่ยืดเยื้อของการเจรจาของนักธุรกิจกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ทำให้เกิดความไม่สงบในหมู่แฟนบอล และนำไปสู่การที่เขาลาออกจากตำแหน่งประธานในเดือนมีนาคม เนื่องจากถูกแฟนบอลบางคนคุกคามส่วนตัว

ลักษณะที่ยืดเยื้อของการเทคโอเวอร์ยังทำให้ สเตลลิง ลาออกจากตำแหน่งประธานในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากวิธีการที่สิงห์ปฏิบัติต่อผู้ซื้อที่มีศักยภาพ

“การค้นหาเจ้าของที่เหมาะสมต้องใช้เวลานานกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้ และในบางจุดฉันก็ตั้งคำถามว่าฉันควรจะทำต่อไปหรือไม่” สิงห์กล่าวในแถลงการณ์ประกาศการเทคโอเวอร์

“แลนดอนมาพร้อมกับความกระตือรือร้น ทักษะ และการสนับสนุนทางการเงิน ที่จะช่วยให้สโมสรเติบโตไปได้ดีในบทต่อไป และฉันขอเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนทุกคนให้การสนับสนุนเขา แต่อดทนและเห็นอกเห็นใจแผนการและความคืบหน้าด้วย”

อนาคตของฮาร์ทลีพูลหลัง อเมริกันเทคโอเวอร์

การเข้ามาของ แลนดอน สมิธ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนบอลฮาร์ทลีพูล ที่ต้องการเห็นสโมสรกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ในด้านอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการ สมิธน่าจะนำความเชี่ยวชาญมาพัฒนาทั้งในส่วนของทีมและโครงสร้างพื้นฐานของสโมสร

สิ่งที่น่าจับตามองคือแผนการลงทุนระยะยาวของสมิธ รวมถึงการดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่ทีม และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนท้องถิ่น การ อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล ครั้งนี้ จึงเป็นความหวังใหม่ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับสโมสร

  • การลงทุนในทีมเยาวชน
  • การปรับปรุงสนามแข่งขัน
  • การสร้างความสัมพันธ์กับสปอนเซอร์

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ฮาร์ทลีพูลกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงในวงการฟุตบอลอังกฤษ การ อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล จึงเป็นก้าวสำคัญที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

การเปลี่ยนแปลงเจ้าของสโมสรครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในทันที แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความคาดหวัง แฟนบอลฮาร์ทลีพูลคงต้องให้เวลาและสนับสนุนสมิธในการสร้างทีมให้แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในระยะยาว การ อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป

การ อเมริกันเทคโอเวอร์ฮาร์ทลีพูล ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อฟุตบอลอังกฤษ แม้แต่ในระดับล่างๆ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความนิยมของพรีเมียร์ลีกที่ดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก

ที่มา – American Smith completes Hartlepool takeover

รอง ผบ.ตร. สั่งสอบคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน

จากกรณีคลิปไวรัลที่ถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดท่านหนึ่ง กำลังแนะนำแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว คาดปมคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ให้เน้นตักเตือนบริการ

รอง ผบ.ตร. สั่งสอบคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมรายงานผลให้ทราบในทันที เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยคาดการณ์ว่าประเด็นหลักของการตรวจสอบครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่เนื้อหาในคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ที่มีการแนะนำให้เน้นการตักเตือนและบริการประชาชนเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานมีการตรวจพบสื่อโซเชียล กรณีผู้บริหารระดับสูงนอกสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติตำหนิข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจจุดสกัดที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่

ในกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่นิ่งนอนใจอย่างแน่นอน ได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวตรวจสอบโดยด่วน แล้วให้รีบรายงานข้อเท็จจริง เพื่อจะได้ดำเนินการส่งเรื่องให้ต้นสังกัดของผู้บริหารดังกล่าวทราบ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีประชาชนเดินทาง ใช้รถใช้ถนนมากกว่าช่วงเวลาปกติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จึงต้องมีมาตรการเข้มในการดูแลความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบูรณาการกำลังตำรวจร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตลอดช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีสถิติการเดินทางและการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในรอบปี

ภารกิจการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน พร้อมเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ, ขับรถเร็ว, ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้ทางร่วมกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันกับศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร มีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โปรดเข้าใจและให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป้าหมายเดียวคือ “ส่งทุกคนกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย”

ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ./หน.คณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดตรวจ(ด่านตรวจ) ในห้วงที่ผ่านมามีจับกุมอาชญากรรมอื่นอีกมากมาย อาทิเช่น วันที่ 26 ธ.ค.68 สภ.หนองขาว ภ.7 จับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 25 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 6.5 เม็ด วันที่ 28 ธ.ค. 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุมผู้ต้องหา รวม 3 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พร้อมของกลางสัตว์ป่า 31 ตัว ที่สำคัญนั้นวันที่ 30 ธ.ค.68 สภ.ท่าฉัตรไชย ภูเก็ต ภ.8 จับกุมวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ลูก และเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุมผู้ต้องหา รวม 9 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า โลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปที่อ้างว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กำลังสอนตำรวจตั้งด่าน โดยบอกว่า

ประเด็นสำคัญในคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน

“ช่วงนี้เน้นตักเตือนบริการด้วยความห่วงใย เป็นภาพที่ดีกับเรา เขาด่าตำรวจทั้งประเทศอยู่แล้ว ไม่เห็นเหรอ ตั้งด่าน จะเก็บส่วย ไปเก็บอะไรกันหรือเปล่า มันเป็นคดีกันอยู่ ตอนนี้มันแรงๆ กันอยู่ เบาไว้ก่อน เน้นการบริการ เน้นเป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดความคิดดีๆ ต่อภาพพจน์ของเรา เข้าใจไหม ไปบอกด้วยว่าผู้ว่าฯ สะท้อนถึงผู้การฯ ไปด้วยเลย” ซึ่งประเด็นดังกล่าว กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง.

การตรวจสอบกรณีคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของทั้งข้าราชการตำรวจและผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ซึ่งผลการตรวจสอบและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการปฏิบัติงานที่เหมาะสม และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนต่อไป

ที่มา – รอง ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน คาดปมคลิป ผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ให้เน้นตักเตือนบริการ

ประธานศาลฎีกา ส่งสารปีใหม่ 2569 ถึงคนไทย

ประธานศาลฎีกา “อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ส่งสารอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2569 ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน โดยยืนยันว่าศาลยุติธรรมยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรมอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งย้ำถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้หลักแห่งความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ส่งสารอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2569 ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ โดยมีใจความสำคัญดังนี้:

“พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ผมและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพร้อมใจกันน้อมจิตอธิษฐานต่อคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดอภิบาลประทานพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าแก่ปวงชาวไทยตราบชั่วกาลนาน”

ประธานศาลฎีกา ยังได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรมในปีที่ผ่านมาว่า “ปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี รักษาความเป็นธรรม ตลอดจนคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรมภายใต้ความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม และปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรมตลอดมา”

“ประธานศาลฎีกา” ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย

ภายหลังเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ท่านได้กำหนดนโยบาย “คุณธรรมนำทาง สร้างศรัทธา พัฒนาคุณภาพ” เพื่อมุ่งยกระดับการอำนวยความยุติธรรมของศาลไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยมีแนวทางสำคัญ 3 ประการ ดังต่อไปนี้:

นโยบายสำคัญในการอำนวยความยุติธรรม

  • คุณธรรมนำทาง: มุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม ดำรงตนตามแบบอย่างอันดีงามของตุลาการ เพื่อให้การวินิจฉัยคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในกระบวนการยุติธรรมอย่างยั่งยืน
  • สร้างศรัทธา: ศาลยุติธรรมตระหนักดีว่า ศรัทธาของประชาชนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในกระบวนการยุติธรรม เราจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อลดช่องว่างเสรีภาพของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาการบริการให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น และอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหลากหลายมิติและให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
  • พัฒนาคุณภาพ: ศาลยุติธรรมไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนพัฒนาระบบงานและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง เที่ยงธรรม เพื่อให้ศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ศาลยุติธรรมยังคงยืนหยัดปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยึดมั่นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติสืบไป

ในศุภวาระอันเป็นมงคลนี้ ผมขอส่งความสุขและความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน ผมขออาราธนาอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและภยันตรายทั้งปวง มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง มีสติตั้งมั่นอยู่บนความถูกต้อง พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีทุกประการ และขอให้ประเทศไทยสงบสุขสถาพรตลอดไป

สวัสดีปีใหม่ 2569

สารอวยพรปีใหม่จากท่านประธานศาลฎีกา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศาลยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง และเป็นกำลังใจให้ประชาชนชาวไทยก้าวผ่านปีใหม่นี้ไปด้วยความหวังและความเข้มแข็ง

ที่มา – “ประธานศาลฎีกา” ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย

พปชร.เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล


โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล “จตุพร” ควง “กนกนุช” ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง ไหว้พระ สวดมนต์ข้ามปีวัดไผ่เขียว ด้าน “ตรีนุช” วางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลำดับที่ 1 พร้อม น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแกนนำดูแลการเลือกตั้ง สส.กทม.ของพรรค พร้อมนางกนกนุช กลิ่นสังข์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคโอกาสใหม่ กราบไหว้พระ ขอพรให้คนไทยพบกับสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ โอกาสใหม่ๆ ในชีวิตตลอดปี 2569 ที่วัดเวฬุวนาราม หรือวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง กทม. พร้อมเข้าชมถ้ำนาคาที่มีรูปปั้นสลักลายสวยงามของพญาอนันตนาคราช รวมถึงสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคล

ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลเช่นกัน เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 วันที่ 1 มกราคม 2569 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค พปชร. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ผู้สมัคร สส.สระแก้ว เขต 2 หมายเลข 6 โพสต์ภาพร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่วมกับพี่น้องชาว ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พร้อมขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตของทุกท่านให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป

โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันขึ้นปีใหม่ ผู้คนมักจะเดินทางไปวัดทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว การทำบุญยังเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส และเป็นการสร้างกุศลให้กับตนเองอีกด้วย

ทำไมต้องทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล?

  • เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว
  • เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส
  • เพื่อสร้างกุศลให้กับตนเอง อันจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
  • เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต
  • เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

การทำบุญในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร การบริจาคเงิน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ล้วนเป็นการสร้างกุศลและความดีงาม ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

นอกจากนี้ การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการขอพรให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้คนดี มีความสามารถ เข้ามาบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ดังนั้น การ ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล จึงเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สังคม และประเทศชาติ

สำหรับพรรคการเมือง การทำบุญในช่วงเทศกาลสำคัญยังถือเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในวัฒนธรรมและประเพณีของไทย รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนอีกด้วย

ที่มา – โอกาสใหม่-พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

มาเรสก้าลาออก! เชลซีจบฤดูกาล 2025 ไม่สวย

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม เชลซี หลังจากพาทีมจบอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก

กุนซือชาวอิตาลีวัย 45 ปีรายนี้ แยกทางกับสโมสรหลังจากคว้าแชมป์สโมสรโลกได้ไม่ถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงท้ายของฤดูกาลแรกของเขาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

“เนื่องจากยังมีเป้าหมายสำคัญที่ต้องเล่นใน 4 รายการ รวมถึงการผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก เอ็นโซ่และสโมสรเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ทีมมีโอกาสที่ดีที่สุดในการกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง” เชลซี กล่าว

สิงห์บลูส์ชนะเพียง 1 นัดจาก 7 เกมลีกหลังสุด และเก็บได้เพียง 6 แต้มจาก 6 เกมในเดือนธันวาคม ทำให้ตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 15 แต้ม

แต่ผลการแข่งขันเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของเรื่องราวทั้งหมด

มาเรสก้าสร้างความพอใจให้กับบุคคลสำคัญที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงผู้อำนวยการกีฬา พอล วินสแตนลีย์ และ ลอเรนซ์ สจ๊วต รวมถึงเจ้าของร่วมผู้ทรงอิทธิพลอย่าง เบห์ดาด เอ็กห์บาลี โดยการพา เชลซี จบอันดับท็อปโฟร์ คว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีที่แล้ว

แต่ความสำเร็จก็เปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองในความสัมพันธ์ของเขากับผู้บริหารอย่างรวดเร็ว

มาเรสก้าสร้างความตกตะลึงให้กับแม้กระทั่งทีมงานของเขาเอง เมื่อหลังจากเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ซึ่งเป็นชัยชนะในพรีเมียร์ลีกเพียงครั้งเดียวของ เชลซี ในเดือนธันวาคม เขากล่าวว่า “หลายคน” ทำให้ “48 ชั่วโมงที่แย่ที่สุด” ของเขานับตั้งแต่เข้าร่วมสโมสร

ความคิดเห็นเหล่านั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนทีมงานหรือผู้บริหารระดับสูงของสโมสร ซึ่งต้องการให้การสนทนาใดๆ เป็นความลับ

แต่ความขัดแย้งก็ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านั้น

มาเรสก้าหวังที่จะยกระดับชื่อเสียงของเขาหลังจากประสบความสำเร็จกับสิงห์บลูส์ผ่านโอกาสนอกสโมสร เขาวางแผนที่จะตีพิมพ์หนังสือ แต่ถูกขัดขวาง และพูดที่ Il Festival dello Sport ซึ่งเป็นงานในอิตาลีที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ La Gazzetta dello Sport โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสโมสร

นอกจากนี้เขายังเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า เขาไม่เห็นด้วยกับสโมสร ที่ไม่เซ็นสัญญากองหลังตัวกลางหลังจากที่ เลวี่ คอลวิลล์ ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดในช่วงปรีซีซั่น ผู้บริหารของสโมสรอธิบายว่าการทำเช่นนั้นอาจกระตุ้นให้ จอช อาเชียมปง ผู้เล่นจากอคาเดมี ขอย้ายทีม ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่การที่มาเรสก้าต้องถอย

อดีตผู้จัดการทีมเลสเตอร์ยังได้เปลี่ยนเอเยนต์จาก Wasserman Agency ไปเป็น Jorge Mendes และมีการพูดถึงเขาในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมาเรสก้าได้ปฏิเสธ

นอกจากนี้ เขายังหลีกเลี่ยงการสวมชุดวอร์มของสโมสรมากขึ้น โดยเลือกสวมเสื้อผ้าของตัวเองแทน

หลังจากเกมสุดท้ายของเขากับ เชลซี ซึ่ง เสมอกับบอร์นมัธ 2-2 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ผู้ช่วยผู้จัดการทีม วิลลี่ กาบาเยโร่ กล่าวว่า มาเรสก้ารู้สึกไม่สบายเกินกว่าที่จะทำหน้าที่สื่อหลังเกมได้ แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าการขาดของเขาเป็นผลมาจากความไม่พอใจของเขาที่มีต่อสโมสรมากกว่า

และเป็นที่สังเกตได้ว่าเมื่อ เชลซี โพสต์วิดีโอความยาว 52 วินาทีบนโซเชียลมีเดียในวันส่งท้ายปีเก่าสรุปปีของพวกเขา กลับไม่มีร่องรอยของมาเรสก้า

สำหรับตัวเขาเอง กุนซือชาวอิตาลีเชื่อว่าแรงกดดันที่มีต่อเขาไม่ยุติธรรมเมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยากลำบาก และมีเส้นแบ่งที่ถูกล้ำเส้นในแง่ของความพยายามที่จะมีอิทธิพลต่อการเลือกทีมของเขา

ในขณะที่เขาไม่ได้โกรธเกี่ยวกับการดูแลทีมอายุน้อย เขารู้สึกว่าความคาดหวังของแฟนบอลจำเป็นต้องได้รับการจัดการเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงอาการบาดเจ็บที่สำคัญของ คอลวิลล์ และ โคล พาลเมอร์ กองหน้า

เชลซี ตั้งใจที่จะประเมินตำแหน่งของเขาเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลหากผลการแข่งขันดีขึ้น แต่ความไม่มีความสุขของมาเรสก้าเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเขาแยกทางกันเร็วขึ้น

เกมต่อไปของสิงห์บลูส์คือการพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเดือนที่ยากลำบากซึ่งรวมถึงเกมกับ อาร์เซนอล และ นาโปลี ด้วย

มาเรสก้าลาออก! เชลซีจบฤดูกาล 2025 ไม่สวย

ทำไมมาเรสก้าถึงลาออก?

สาเหตุหลักๆ มาจากความขัดแย้งกับผู้บริหารเชลซีและความไม่พอใจในการทำงาน

  • ความสัมพันธ์ที่ขุ่นเคืองกับผู้บริหาร
  • การแทรกแซงการเลือกทีม
  • ความไม่พอใจในสภาพแวดล้อมการทำงาน

มาเรสก้าลาออก! เชลซีจบฤดูกาล 2025 ไม่สวย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับแฟนบอลเชลซีที่หวังจะเห็นการพัฒนาของทีมภายใต้การคุมทีมของมาเรสก้า แต่ด้วยปัญหาภายในที่สะสม การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อนาคตของเชลซีหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร? ต้องติดตามกันต่อไปว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ และจะสามารถพาสิงห์บลูส์กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้หรือไม่

มาเรสก้าลาออก! เชลซีจบฤดูกาล 2025 ไม่สวย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เชลซีต้องเผชิญ และต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเร่งด่วนเพื่อกลับมาเป็นทีมชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง

ที่มา – Maresca leaves Chelsea after turbulent end to 2025

มาเรสก้า อาจลาเชลซีก่อนเจอแมนฯ ซิตี้


มาเรสก้า อาจลาเชลซีก่อนเจอแมนฯ ซิตี้

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีม เชลซี อาจจะออกจากตำแหน่ง ก่อนเกมวันอาทิตย์ที่จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้บริหารสโมสรแย่ลง

สิงห์บลูส์ ชนะเพียงครั้งเดียวในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก 7 นัดหลังสุด และอยู่อันดับ 5 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 15 แต้ม

หลังจากการแข่งขันล่าสุดที่เสมอกับ บอร์นมัธ 2-2 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ผู้ช่วยผู้จัดการทีม วิลลี่ กาบาเยโร่ กล่าวว่ามาเรสก้ารู้สึกไม่สบายเกินกว่าที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าการหายตัวไปของเขาเป็นเพราะเขากำลังพิจารณาถึงก้าวต่อไป

มีรายงานว่ามีการประชุมบอร์ดบริหารในวันปีใหม่เพื่อแก้ไขสถานการณ์

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะหลุดจากเส้นทางในลีก แต่ เชลซี ก็เข้าถึงรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ และกำลังเตรียมที่จะเริ่มการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกใหม่ และจะได้พบกับชาร์ลตันในเอฟเอ คัพ รอบสาม

จากความมั่นคง สู่ปัญหา

เมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน เชลซี ดูเหมือนจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดี โดยทีมอยู่อันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก และเพิ่งถล่มบาร์เซโลนาในแชมเปียนส์ลีก

หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม พวกเขาชนะในลีกเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น และไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันเท่านั้นที่ทำให้มาเรสก้าตกเป็นเป้าสนใจ แต่ยังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างเขากับผู้บริหารสโมสร

มาเรสก้าทำให้บุคคลสำคัญในสโมสรและทีมงานของเขาตกตะลึง เมื่อหลังจากเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ซึ่งเป็นชัยชนะในพรีเมียร์ลีกเพียงครั้งเดียวของ เชลซี ในเดือนธันวาคม เขาบอกว่า “หลายคน” ทำให้ “48 ชั่วโมงที่เลวร้ายที่สุด” ของเขานับตั้งแต่เข้าร่วมสโมสร

ความคิดเห็นเหล่านั้นมาจากจุดแข็งหลังจากผลงานที่ดี แต่ผู้บริหารสโมสรกลับมองข้ามไป ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์

ถึงกระนั้น แผนการยังคงเป็นการทบทวนเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเพื่อตัดสินใจว่าจะเดินหน้ากับมาเรสก้าต่อไปหรือแยกทางกัน

แรงกดดันนั้นมีสองทาง และผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับมุมมองของมาเรสก้ากล่าวว่าเขาสามารถเดินจากไปได้เนื่องจากเขาไม่มีความสุขกับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงการสนับสนุนให้เลือกผู้เล่นบางคน และการที่สโมสรไม่ปกป้องคุณภาพงานของเขา

ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง โดย เชลซี ตอนนี้อยู่ใกล้กับอันดับ 15 มากกว่าอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก

เชลซี จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดต่อไป โดยไม่มีโมอิเซส ไกเซโด้ กองกลางที่ติดโทษแบน เพื่อเริ่มต้นเดือนที่ยากลำบาก ซึ่งรวมถึงเกมกับ อาร์เซนอล และนาโปลีด้วย

และเป็นไปได้ว่า ก่อนช่วงเวลาที่สำคัญนั้น มาเรสก้า จะไม่ได้เป็นผู้จัดการทีมอีกต่อไป

เป้าหมายหลักของ เชลซี คือการผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก ซึ่งยังคงเป็นไปได้ โดยสโมสรอยู่อันดับที่ 5 มี 30 แต้ม หลังจาก 19 เกม ในขณะที่ตั้งเป้าหมายที่จะไปให้ถึงรอบลึกๆ ในบอลถ้วยด้วย

เกิดอะไรขึ้นกับมาเรสก้าเบื้องหลัง?

เชลซี พอใจกับมาเรสก้าเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว หลังจากที่เขานำทีมผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของเขา รวมถึงการคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ ลีก ซึ่งคาดการณ์กันไว้อย่างกว้างขวาง และการคว้าแชมป์สโมสรโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

มีความยินดีและการสนับสนุนอย่างแท้จริงจากบุคคลสำคัญที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงพอล วินสแตนลีย์ และลอว์เรนซ์ สจ๊วต ผู้อำนวยการกีฬา และเบห์แดด เอ็กบาลี เจ้าของทีมที่มีอิทธิพล

ตามกลยุทธ์ที่ตกลงกันเมื่อแต่งตั้งมาเรสก้าจากเลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2024 ซึ่งสโมสรจ่ายเงิน 10 ล้านปอนด์ เขาเน้นไปที่การฝึกสอนทีม ขณะที่ผู้ที่อยู่เหนือเขากำกับดูแลเจ้าหน้าที่เบื้องหลัง แผนกการแพทย์ และการย้ายทีม

นโยบายการย้ายทีม ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญากับผู้เล่นดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลกจากลีกเล็กกว่า เพื่อสร้างทีมที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ยังคงมีอยู่

มาเรสก้าจะรู้ว่าเขากำลังเซ็นสัญญาอะไร ข้อร้องเรียนของเขาไม่ได้เกี่ยวกับคุณภาพของผู้เล่นของเขาหรือกลยุทธ์ แต่เกี่ยวกับความเข้าใจในงานของเขากับกลุ่มดาวรุ่งนี้

ชาวอิตาลีได้รับการสนับสนุนให้หมุนเวียนผู้เล่นในทีม แต่เขามักจะรู้สึกว่าเมื่อเขาทำเช่นนั้นในพรีเมียร์ลีก ทีมของเขาจะเสียคะแนน เขายังกระตุ้นให้นักข่าวตั้งคำถามกับผู้บริหารอีกด้วย

ผู้ที่คุ้นเคยกับความคิดของเขากล่าวว่าเขาได้ปกป้องงานของเขาเพราะเขาเชื่อว่าเขากำลังทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายคนยอมรับ โดยพิจารณาจากอายุของทีม เขายังรู้สึกว่าสโมสรควรให้การปกป้องเขาจากภายนอกที่แข็งแกร่งกว่านี้

มาเรสก้ายังต้องการที่จะทำกิจกรรมภายนอกบางอย่างหลังจากประสบความสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้เสนอที่จะตีพิมพ์หนังสือ ซึ่งถูกสโมสรบล็อก และพูดที่ Il Festival dello Sport ในเมืองเตรนโต ประเทศอิตาลี โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก เชลซี ในงานที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ La Gazzetta dello Sport

ความคิดเห็น “48 ชั่วโมงที่เลวร้ายที่สุด” ของเขาเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าแก่เจ้าหน้าที่สโมสรหรือผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจะชอบให้การสนทนาดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ข้อสังเกตดังกล่าวยังทำให้สมาชิกในทีมของเขาเองประหลาดใจ

มาเรสก้ายังวิพากษ์วิจารณ์ เชลซี อย่างเปิดเผยที่ล้มเหลวในการเซ็นสัญญากองหลังตัวกลางหลังจากที่เลวี โคลวิลล์ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดในช่วงปรีซีซั่น ผู้บริหารอธิบายว่าการทำเช่นนั้นอาจกระตุ้นให้จอช อาเชียมปง กองหลังดาวรุ่งจากอคาเดมีร้องขอการย้ายทีม ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่การที่มาเรสก้าถอย

คนใกล้ชิดกับมาเรสก้ากล่าวว่าเขากำลังพิจารณาถึงอนาคตของเขาเอง

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนเอเยนต์ จากเอเยนซี่ Wasserman ไปเป็น Jorge Mendes พร้อมกับการเชื่อมโยงกับการย้ายไปแทนที่เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมาเรสก้าปฏิเสธ

นอกจากนี้ เขายังหลีกเลี่ยงการสวมชุดวอร์มของสโมสรมากขึ้น โดยเลือกสวมเสื้อผ้าของตัวเองแทน

เชลซี มีประวัติผลงานที่ไม่ดีในเดือนธันวาคม โดยเก็บได้เพียง 62 แต้มจาก 120 แต้มที่เป็นไปได้ในช่วง 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาเผชิญกับช่วงเวลาที่ชนะเพียง 2 ครั้งตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์

โอกาสของมาเรสก้าในการคุมทีมเชลซี

บริบทนี้แสดงให้เห็นว่า เชลซี สามารถรับสถานการณ์เลวร้ายได้ในอดีต สถานการณ์ยังคงสามารถแก้ไขได้ แต่ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับผู้บริหารสโมสรตึงเครียด หมายความว่าผลลัพธ์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างสถานะของมาเรสก้า

เชลซีจะก้าวไปข้างหน้าได้หรือไม่?

เชลซี เผชิญกับตารางการแข่งขันที่แน่นขนัดในเดือนมกราคมในการแข่งขัน 4 รายการ

พวกเขาเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก ตามด้วยชุดลอนดอนดาร์บี้ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน กับ ฟูแล่ม, คริสตัล พาเลซ, เบรนท์ฟอร์ด และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนสิ้นเดือน

นอกจากนี้ พวกเขายังมีเกมเอฟเอ คัพ รอบสาม ที่ต้องออกไปเยือนชาร์ลตัน, เกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก กับ อาร์เซนอล จ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก และเกมแชมเปียนส์ลีกที่สำคัญ 2 นัด คือ ในบ้านพบกับปาฟอส และออกไปเยือนนาโปลี

เชลซี ต้องการที่จะชนะทั้งสองเกมในยุโรปอย่างสมจริงเพื่อหลีกเลี่ยงรอบเพลย์ออฟ และรักษาอันดับ 1-8 ในรอบแบ่งกลุ่ม

ดูเหมือนว่าจะเป็นเกณฑ์ที่ต่ำสำหรับการผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 โดยอิงจากช่วงต้นของฤดูกาลในประเทศนี้ โดยอันดับที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกอาจเพียงพอ และ 1.6 แต้มต่อเกมคือเกณฑ์มาตรฐานปัจจุบันในตารางที่แน่นขนัด เพื่อรักษาตำแหน่ง

สถานการณ์ของเอ็นโซ่ มาเรสก้ากับเชลซีนั้นน่าติดตามอย่างใกล้ชิด และอนาคตของเขากับสโมสรยังคงไม่แน่นอน ผลการแข่งขันที่ออกมาจะเป็นตัวตัดสินสำคัญในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล

ที่มา – Maresca could leave Chelsea before Man City match

จอห์นสัน ถก กลัสเนอร์ ก่อนซบ พาเลซ

จอห์นสัน ถก กลัสเนอร์ ก่อนซบ พาเลซ

เบรนแนน จอห์นสัน เตรียมเข้าพบ โอลิเวอร์ กลัสเนอร์ ผู้จัดการทีม คริสตัล พาเลซ ในวันพฤหัสบดีนี้ ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายจาก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์หรือไม่

BBC Sport เข้าใจว่ามีความคาดหวังเพิ่มขึ้นว่าข้อตกลงจะเสร็จสมบูรณ์ แต่การเจรจาจะเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จของการย้ายทีม

พาเลซ ตกลงค่าตัวกับ ท็อตแนม เพื่อเซ็นสัญญากับกองหน้าวัย 24 ปีรายนี้แล้ว แต่ยังรอไฟเขียวเพื่อสรุปข้อตกลง

การพูดคุยระหว่าง จอห์นสัน ทีมชาติเวลส์ กับ กลัสเนอร์ จะมุ่งเน้นไปที่บทบาทของผู้เล่นในทีม อนาคตของสโมสร และความทะเยอทะยานเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน

หากการเจรจาประสบความสำเร็จ คาดว่า จอห์นสัน จะเซ็นสัญญากับ พาเลซ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ทำไมพาเลซถึงต้องการ จอห์นสัน

เขาเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของ พาเลซ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม และสโมสรต้องการที่จะสรุปข้อตกลงให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

BBC Sport เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ท็อตแนม พร้อมที่จะขาย จอห์นสัน ซึ่งเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยจำนวน 18 ประตู

แม้จะประสบความสำเร็จส่วนตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งรวมถึงการทำประตูชัยให้ ท็อตแนม ในชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูโรปาลีกที่ บิลเบา แต่ จอห์นสัน ไม่อยู่ในแผนระยะยาวของผู้จัดการทีม โธมัส แฟรงค์

การเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่าง จอห์นสัน กับ กลัสเนอร์ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเขาอย่างแท้จริง พาเลซ มองว่า จอห์นสัน จะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ทีมขาดหายไป และพร้อมมอบโอกาสให้เขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ การย้ายทีมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองของ จอห์นสัน ที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง

การย้ายทีมครั้งนี้ยังมีความสำคัญต่อ คริสตัล พาเลซ ด้วย พวกเขากำลังมองหาผู้เล่นที่จะเข้ามาเพิ่มมิติในเกมรุก และ จอห์นสัน ก็เป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ด้วยความเร็ว ความสามารถในการเลี้ยงบอล และความเฉียบคมในการทำประตู เขาจะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพา พาเลซ ก้าวไปข้างหน้า

ดังนั้น การเจรจาในครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อทั้งสองฝ่าย เราต้องติดตามกันต่อไปว่าผลลัพธ์ของการเจรจาจะเป็นอย่างไร และ จอห์นสัน จะได้สวมเสื้อ คริสตัล พาเลซ ในที่สุดหรือไม่

การได้ จอห์นสัน มาร่วมทีม จะทำให้เกมรุกของพาเลซมีความหลากหลายและน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

ที่มา – Johnson to hold talks with Palace boss Glasner

“พรรคพลวัต” ค้านเต็มที่! ผลักดันนิคมฯ จะนะ ไม่ทำตาม SEA

“พรรคพลวัต” หาเสียงจะนะ ประกาศคัดค้านเต็มที่ หากผลักดันนิคมอุตสาหกรรม ไม่ทำตาม SEA

นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์ฯ พรรค ลงพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ชูเศรษฐกิจชุมชนเป็นโมเดล พร้อมประกาศเสียงดัง หากรัฐบาลใดผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยไม่ทำตาม SEA จะเจอการคัดค้านอย่างถึงที่สุด!

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย พรรคพลวัต ลงพื้นที่บ้านนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อพบปะเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และกลุ่มเต่าไข่ ที่ทำผลิตภัณฑ์ปลาเส้น และรองเท้าไหมพรม ซึ่งเป็นตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง

นายกัณวีร์กล่าวว่า พรรคพลวัตมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน จึงได้เชิญนายอภิสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาร่วมศึกษาดูงานที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น โดยได้ชมการสาธิตการทำปลาเส้นของกลุ่มเต่าไข่ และการผลิตรองเท้าถักไหมพรม ซึ่งสร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านเป็นอย่างดี จนกลายเป็นอาชีพหลักอีกอาชีพหนึ่งของพวกเธอ

นายอภิสิทธิ์กล่าวเสริมว่า ได้รับฟังข้อมูลจากนายรุ่งเรือง ระหมันยะ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และภรรยา ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเต่าไข่ ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์สามารถสร้างอาชีพและรายได้จากการทำงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและท้องทะเลได้อย่างลงตัว ผลิตภัณฑ์จากปลาตากแห้งแปรรูปเป็นปลาเส้นสร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน นอกจากนี้ ยังมีรองเท้าถักไหมพรมจากการฝึกอบรมในช่วงต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะและช่วงโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันส่งไปขายถึงโคลอมเบียแล้ว

“ผลผลิตของชุมชนจะนะพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อนำสิ่งแวดล้อมและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดและมีช่องทางการจำหน่าย ก็สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ทำให้สามารถทำงานที่บ้าน ดูแลครอบครัวได้สะดวกสบาย ซึ่งทราบว่าพวกเขามีรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิมจากการขายของในตลาด นี่คือตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชนขนาดย่อมที่ประสบความสำเร็จได้หากเราให้ความสำคัญกับมัน อย่างไรก็ตาม บางผลิตภัณฑ์ต้องการความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ตู้อบอนามัยสำหรับอบปลาแห้ง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า จะนะเป็นโมเดลเศรษฐกิจชุมชนที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง การนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนการผลิตเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการใช้ Design Thinking เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน

นายกัณวีร์กล่าวว่า เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและพี่น้องชาวจะนะเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อปกป้องพื้นที่จากนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นปลาเส้น ปลาเค็มฝังทราย หรือรองเท้า ล้วนมีประวัติศาสตร์ของนักรบผ้าถุงที่ต่อสู้หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถูกจารึกไว้ในรองเท้า เป็นมูลค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์ของชุมชน

นายรุ่งเรืองกล่าวว่า พวกเขาต่อต้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพราะอุตสาหกรรมเหล่านั้นไม่ได้แค่กลืนสินค้า แต่กลืนจิตวิญญาณของคนในพื้นที่ด้วย นิคมอุตสาหกรรมขนาด 20,000 ไร่ จะทำให้หาดใหญ่น้ำท่วมหนักกว่าเดิม และปัญหาน้ำท่วมในจะนะจะรุนแรงขึ้นอย่างมาก หากมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ปลายน้ำ เมืองจะนะคงจมอยู่ใต้น้ำมิดหลังคา เพราะภัยพิบัติเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด

“ขณะนี้พวกเราไม่ไว้วางใจ SEA ที่มีผลการศึกษาว่าพื้นที่จะนะไม่เหมาะกับการทำนิคมอุตสาหกรรม แม้จะเป็นยุทธศาสตร์ 15+1 ที่รวมสงขลาและปัตตานี และสภาพัฒน์ฯ จะสรุปมาแล้ว แต่เรายังไม่มั่นใจในรัฐมนตรีใหม่ หากใครเป็นรัฐบาลก็อยากฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย” นายรุ่งเรืองกล่าว

พรรคพลวัต ประกาศคัดค้านเต็มที่ หากไม่ฟังเสียง SEA

นายกัณวีร์ย้ำว่า พรรคพลวัตจะต่อต้านอย่างถึงที่สุด หากรัฐบาลใหม่ไม่นำผลการศึกษา SEA มาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ อ.จะนะ เพราะต้องยอมรับในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน หากไม่ยึดถือหลักการนี้ แล้วจะศึกษาไปทำไม

“ถ้ารัฐบาลไหนมาผลักดัน ผมจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะ SEA มีเหตุผลในการตัดสินใจ เมื่อบอกว่าจัดตั้งไม่ได้เพราะจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต ก็ต้องพิจารณาตามผลการศึกษา หากใครจะดันทุรังไม่ทำตาม เราจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด”

นายกัณวีร์ยืนยันว่า พรรคพลวัตสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาเป็นองค์ความรู้เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน และเชื่อมั่นว่า หากชุมชนใช้ฐานทรัพยากรมาต่อยอดสร้างรายได้ได้ จะเป็นรากฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย

การที่พรรคพลวัตออกมาแสดงจุดยืนอย่างแข็งขันเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น การผลักดันนิคมอุตสาหกรรมโดยไม่คำนึงถึงผลการศึกษา SEA อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งและความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ในภายหลัง

ที่มา – “พรรคพลวัต” หาเสียงจะนะ ประกาศคัดค้านเต็มที่ หากผลักดันนิคมอุตสาหกรรม ไม่ทำตาม SEA

เลขเด็ดพญาบึ้ง: โค้งสุดท้ายลุ้นโชคปีใหม่นี้!

โค้งสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว! นักเสี่ยงโชคแห่ขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง เสี่ยงทายจากอ่างทอง งวดนี้หวังเฮงรับปีใหม่กันถ้วนหน้า ใครที่กำลังมองหาเลขสวยๆ ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา บรรดานักเสี่ยงโชคจำนวนมากเดินทางไปทำพิธีขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง บริเวณสนามหญ้าของบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง เพื่อหวังจะได้เลขนำโชคไปเสี่ยงดวงในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้

สำหรับพิธีขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง นั้น นักเสี่ยงดวงได้เตรียมกระดาษที่เขียนตัวเลข 1-10 จำนวน 3 ชุด จากนั้นนำกระดาษแต่ละแผ่นหย่อนลงไปในรูของพญาบึ้ง แล้วรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อลุ้นให้พญาบึ้งนำกระดาษตัวเลขที่หย่อนไว้ คาบออกมาวางไว้บริเวณปากรู ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญ! พญาบึ้งได้ดันกระดาษตัวเลขออกมา 3 ตัวเลขด้วยกัน ซึ่งได้แก่เลข 2, 4 และ 9 ทำให้นักเสี่ยงโชคต่างพากันจดเลขดังกล่าวไว้ เพื่อนำไปเสี่ยงดวงในช่วงปีใหม่ งวดวันที่ 2 มกราคมที่จะถึงนี้

เลขเด็ดพญาบึ้ง

ความเชื่อเรื่องพญาบึ้งให้โชคลาภนั้น เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หลายคนเชื่อว่าพญาบึ้งเป็นสัตว์นำโชค ที่สามารถดลบันดาลให้ผู้ที่ศรัทธาได้รับโชคลาภและความสำเร็จได้ ดังนั้น ในช่วงใกล้วันหวยออก เราจึงมักจะเห็นผู้คนเดินทางไปขอเลขเด็ดจากพญาบึ้งตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ทำไมต้องขอเลขเด็ดพญาบึ้ง?

เหตุผลที่หลายคนนิยมขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง นั้น อาจเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า พญาบึ้งเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณพิเศษ สามารถรับรู้ถึงโชคลาภที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การขอหวยจากพญาบึ้ง ยังเป็นพิธีกรรมที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถทำได้ด้วยตนเอง ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักเสี่ยงโชคเป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่สนใจอยากลองเสี่ยงโชคกับ เลขเด็ดพญาบึ้ง ในงวดนี้ อย่าลืมพิจารณาเลข 2, 4 และ 9 ที่ได้จากพิธีเสี่ยงทาย รวมถึงลองนำไปจับคู่กับเลขอื่นๆ ที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงความบันเทิงอย่างหนึ่งเท่านั้น ควรเล่นอย่างมีสติ และไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดที่มีไปกับการซื้อหวย เพราะไม่มีอะไรสามารถรับประกันได้ว่าท่านจะถูกรางวัลอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดี มีความสุข และร่ำรวยเงินทองในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้นะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ