วัน: 5 มกราคม 2026

ใครคือผู้เล่นอายุมากสุดในพรีเมียร์ลีก?


สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 40 ปี เจมส์ มิลเนอร์! กองกลางของ ไบรท์ตัน ถึงหลักไมล์สำคัญเมื่อวันที่ 4 มกราคม

และเขามีโอกาสที่จะเป็นผู้เล่นคนที่ 19 ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกหลังจากอายุ 40 ปี ในเกมต่อไปของ ไบรท์ตัน ที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ (เริ่มคิกออฟ 19:30 น. ตามเวลา GMT)

แต่คุณสามารถบอกชื่อผู้เล่น 18 คนที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในวัย 40 ปีขึ้นไปได้หรือไม่? นี่คือคำถามที่เราจะมาท้าทายความรู้ของคุณในวันนี้: ใครคือผู้เล่นอายุมากสุดในพรีเมียร์ลีก?

ใครคือผู้เล่นอายุมากสุดในพรีเมียร์ลีก?

การจะจดจำรายชื่อนักเตะทั้งหมดที่ผ่านการค้าแข้งมาอย่างยาวนานในลีกสูงสุดของอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะช่วยคุณเอง มาลองดูกันว่ามีใครบ้างที่ติดทำเนียบนักเตะอายุมากที่สุดที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก:

ทำเนียบนักเตะอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

  • 1. … (รอการเปิดเผย!)
  • 2. …
  • 3. …
  • ไล่เรียงไปจนถึงอันดับที่ 18

คุณอาจจะนึกถึงชื่อผู้รักษาประตูระดับตำนานอย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน หรือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่พวกเขายังไม่ใช่ผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุดในการลงสนามในพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่ามีนักเตะมากประสบการณ์หลายคนที่โลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดแห่งนี้ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรักษามาตรฐานการเล่นไว้ได้จนถึงอายุ 40 ปี

การที่นักฟุตบอลอาชีพจะสามารถเล่นได้จนถึงอายุ 40 ปีนั้นต้องอาศัยวินัยในการดูแลรักษาร่างกายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน และการฝึกซ้อม รวมถึงโชคเล็กน้อยที่ปราศจากอาการบาดเจ็บร้ายแรงที่อาจส่งผลต่ออาชีพค้าแข้ง

การมีประสบการณ์และความเข้าใจในเกมที่ลึกซึ้งก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนักเตะที่อายุมากขึ้นอาจจะไม่สามารถวิ่งไล่ตามความเร็วของนักเตะรุ่นใหม่ได้ แต่พวกเขาสามารถใช้ประสบการณ์ในการอ่านเกมและวางตำแหน่งได้อย่างชาญฉลาดเพื่อชดเชยข้อเสียเปรียบด้านความเร็ว

ใครคือผู้เล่นอายุมากสุดในพรีเมียร์ลีก? คำตอบอาจจะทำให้คุณประหลาดใจ! บางทีอาจเป็นผู้รักษาประตูจอมเก๋า บางทีอาจเป็นกองหลังมากประสบการณ์ หรืออาจจะเป็นกองกลางที่เปี่ยมไปด้วยเทคนิคและความสามารถในการควบคุมเกม

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม การได้เห็นนักเตะที่ยังคงสามารถโลดแล่นอยู่ในสนามได้แม้จะมีอายุมากแล้วนั้น ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นหลังและแฟนบอลทุกคน แสดงให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข และความมุ่งมั่นและความรักในกีฬาสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้

ดังนั้น ในขณะที่เรากำลังรอคอยการลงสนามของเจมส์ มิลเนอร์ในวัย 40 ปี ลองมาทายกันดูว่าใครคือนักเตะที่มีอายุมากที่สุดที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก และร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักเตะทุกคนที่ยังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับกีฬาฟุตบอล

ใครคือผู้เล่นอายุมากสุดในพรีเมียร์ลีก? มาร่วมสนุกและค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน!

ที่มา – Can you name the Premier League’s oldest ever players?

ปิดหนี้ไว ไปต่อได้! ลงทะเบียนช่วยคนเป็นหนี้

วันนี้เริ่มแล้ว! โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยเหลือผู้ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ให้สามารถปิดหนี้เสียและเคลียร์ประวัติได้ มาตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการกัน

วันที่ 5 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้เสียและเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  1. เป็นบุคคลธรรมดา
  2. มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568

ช่องทางการลงทะเบียน ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ทำได้ที่ไหน?

ธปท. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางต่อไปนี้:

  1. เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt)
  2. ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) (www.sam.or.th)
  3. ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ในระยะแรก โครงการจะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน

มาตรการชำระหนี้ในโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้

ในการดำเนินโครงการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมาย และนำมาปรับโครงสร้างหนี้ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน เช่น การลดยอดเงินต้นบางส่วน หรือยกเว้นดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคงค้างทั้งหมด หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้จริง ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น และมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีขึ้นในเครดิตบูโร เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้ง ลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองได้ดังนี้:

  1. จ่ายปิดจบหนี้: ชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ทันที
  2. ผ่อนชำระเป็นงวด: ผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมโครงการ

หลังจากลงทะเบียนแล้ว ลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ธปท. (BOT contact center 1213), SAM (call center 1443 กด 6) หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มีหนี้สินไม่เกิน 100,000 บาท ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทางการเงินที่ดีขึ้น อย่ารอช้า รีบตรวจสอบคุณสมบัติและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการกันนะครับ เพราะการเคลียร์หนี้ให้จบ จะช่วยให้เรามีอิสระทางการเงินและสามารถวางแผนชีวิตได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ลงทะเบียน “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยคนมีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ปิดหนี้เสีย เคลียร์ประวัติ

สลด! รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียว

อุบัติเหตุสลดใจ! รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียวในพื้นที่วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง

รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียว ยาย-หลานดับ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 พ.ต.อ.สมหมาย พิศุทธิ์เศรษฐุ์ศิริ ผกก.สภ.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้รายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียว โดยรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้เสียหลักชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างและการ์ดเรล ก่อนที่จะพลิกคว่ำตกข้างทาง บริเวณโค้งสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บ้านห้วยน้ำเค็ม หมู่ 11 ต.อุดมทรัพย์ หลักกิโลเมตร 243+100 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนราชสีมา-กบินทร์บุรี

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางบุญโฮม อินทร์สกุล และเยาวชนหญิงอีกหนึ่งราย ซึ่งทั้งสองเป็นยายและหลาน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 ราย อาสาสมัครกู้ชีพฮุก 31 ประจำจุด ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลปักธงชัย และโรงพยาบาลวังน้ำเขียว ในเวลาต่อมา ได้มีการเคลื่อนย้ายร่างของนายพรหมพิริยะ สุพรรณนอก ซึ่งมีอาการบาดเจ็บสาหัส ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้โดยสารทั้งหมด 14 ราย ได้ว่าจ้างนายดนัย อายุ 47 ปี (ผู้ขับขี่) เพื่อเดินทางเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.พิมาย และ อ.ชุมพวง ขณะที่รถตู้กำลังแล่นเข้าสู่พื้นที่ อ.ปักธงชัย ช่วงเข้าโค้งบริเวณหน้าสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นเส้นทางโค้งลงเขาที่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ได้เกิดเหตุการณ์รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียวขึ้น

สาเหตุของอุบัติเหตุรถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียว

นายดนัย ผู้ขับขี่รถตู้ อ้างว่าตนเองขับรถมาจากพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักตกถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สินทางราชการเสียหาย

เหตุการณ์รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียวครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงการขับรถในขณะที่ร่างกายอ่อนล้า เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ข้อควรระวังในการเดินทางช่วงเทศกาล:

  • ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนออกเดินทาง
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงการขับรถในขณะที่ร่างกายอ่อนล้า
  • หากรู้สึกง่วง ควรจอดพักรถในที่ที่ปลอดภัย

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เดินทางทุกท่าน และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ที่มา – รถตู้แหกโค้งลงเขาวังน้ำเขียว ยาย-หลานดับ บาดเจ็บ 14 ราย คนขับอ้างหลับใน

กกต.ย้ำ! วันนี้สุดท้าย ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1.5 ล้าน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอด 16 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร มีผู้ลงทะเบียนรวม 1.5 ล้านคน! อย่าลืม วันนี้คือวันสุดท้ายสำหรับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ใครยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบเลย!

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 สำนักงาน กกต. ได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า สรุปข้อมูลการลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 มีรายละเอียดดังนี้:

  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง: 5,063 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง: 1,420,850 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร: 105,816 คน

สำหรับวันนี้ (5 มกราคม) คือวันสุดท้ายของการเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า สำหรับผู้ที่มีธุระจำเป็นไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือผู้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง สามารถลงทะเบียนได้จนถึงเที่ยงคืนวันนี้

(ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า – ลงทะเบียนออกเสียงประชามติ)

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า

นอกจากนี้ กกต. ยังได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนรวม 620,476 คน แบ่งเป็น:

  • ผู้ขอใช้สิทธินอกเขต: 574,719 คน
  • ผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร: 45,757 คน

ช่องทางการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า (วันสุดท้าย!)

สำหรับวันนี้ (5 มกราคม) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หากคุณต้องการใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งจริง สามารถลงทะเบียนได้ผ่าน 3 ช่องทาง:

  1. ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูต/ผู้ได้รับมอบหมาย ก่อน 16.30 น.
  2. ยื่นทางไปรษณีย์ (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
  3. ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต/นอกราชอาณาจักร) ตลอด 24 ชั่วโมง (ระบบปิดอัตโนมัติ 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของคุณ และลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หากไม่สะดวกไปใช้สิทธิในวันจริง เสียงของคุณมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – กกต. ย้ำวันนี้วันสุดท้าย สรุป 16 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 1.5 ล้านคน

ไหม เจอถาม “มีทหารไว้ทำไม” คนจะเข้าใจมากขึ้น

ไหม เจอชาวบ้านตั้งคำถาม “มีทหารไว้ทำไม” เชื่อไม่เสียเปรียบ จากนี้คนจะเข้าใจมากขึ้น

“ศิริกัญญา” ลงพื้นที่ตลาดดินแดงหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เจอชาวบ้านตั้งคำถาม “มีทหารไว้ทำไม” แจงไม่ทำให้เสียเปรียบ แต่เสียดายไม่มีโอกาสได้อธิบายนโยบายใหม่ เชื่อ หลังจากนี้คนจะเข้าใจมากขึ้น

วันที่ 5 มกราคม 2569 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เขตดินแดง ช่วยนายกัณตภณ ดวงอัมพร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตดินแดง หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ โดยนางสาวศิริกัญญา ได้ฝากผู้สมัครหมายเลข 7 และพรรคประชาชน หมายเลข 46 รวมถึงขอให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะทุกเสียงของประชาชนคือความหวังของประเทศไทย ขณะที่ชาวบ้านก็ตอบรับและขอบคุณ นายกัณตภณ ที่ทำหน้าที่ สส.ในเขตดินแดง เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ขณะที่แม่ค้าบางส่วนก็ปฏิเสธไม่รับแผ่นพับหาเสียง

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งของการหาเสียงที่ตลาดประชาสงเคราะห์ ซอย 7 มีแม่ค้าเข้ามาสะท้อนว่า นายกัณตภณไม่เคยทำหน้าที่เลย บอกจะทำแต่ก็ไม่เคยทำ ขายของที่นี่มา 20 ปีแล้ว ไม่เคยช่วยแม่ค้าเลย ถ้าไม่เอาแม่ค้า แม่ค้าก็ไม่เอาเหมือนกัน ขณะที่แม่ค้าอีกคน มาพูดแทรกว่า เสียอย่างเดียวที่พูดว่า “มีทหารไว้ทำไม จะลบล้างสถาบัน อันนี้ไม่ควรพูด” นางสาวศิริกัญญา จึงชี้แจงว่า “ไม่มี อันนี้เราไม่เคยพูด” แม่ค้าจึงสวนว่า “แรมโบ้ไม่เคยพูด แต่พิธาพูด”

นางสาวศิริกัญญา ชี้แจงต่อไปว่า “ตอนนั้นทหาร เข้ามารัฐประหาร” แม่ค้าจึงพูดต่อว่า ถ้า สส. ดีกับแม่ค้าและประชาชนก็ดี ไม่ว่าจะเลือกได้ใคร เราก็ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากให้เราลงคะแนนให้ต้องไปพูดที่เขตห้วยขวางก่อน ให้แม่ค้าเข้าไปใช้พื้นที่สนามกีฬาการเคหะฯ เพราะปล่อยให้เป็นแหล่งมั่วสุม ให้พวกจักรยานยนต์เข้าไปจอด นายกัณตภณ ได้ตอบกลับว่า “จะขอรับฟังไว้ก่อน” โดยแม่ค้าพูดต่อว่า “รับฟังอีกแล้ว ถ้าทำไม่ได้ทีหลังเราจะได้จำไว้ ที่บ้านเราก็พร้อมที่จะยกคะแนนให้ แต่ถ้าทำอะไรให้เราไม่ได้ เราก็ไม่เลือก” นายกัณตภณ จึงบอกว่า “ด้วยอำนาจตอนนี้ สภาฯ ยุบแล้วเลือกตั้ง หากไปทำอะไรเกินก็จะผิดกฎหมายเลือกตั้ง”

หลังการลงพื้นที่ นางสาวศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปด้วยดี ได้รับการตอบรับจากประชาชนค่อนข้างมาก เนื่องจากผู้สมัครของพรรคได้ทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนการยุบสภาฯ ทำให้ประชาชนยังจดจำและเรียกชื่อผู้สมัครได้

ก่อนระบุต่อไปว่า ระหว่างการลงพื้นที่ประชาชนที่เข้ามาทักทายส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะปัญหาในแฟลตดินแดง รวมถึงประเด็นด้านสังคมต่าง ๆ ซึ่งการรับฟังเสียงสะท้อนและข้อร้องเรียนเหล่านี้ ถือเป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของ สส. ในพื้นที่ ทั้งงานด้านนิติบัญญัติ งานในสภาฯ และงานด้านสังคมที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แม้บางปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ทันที และบางปัญหายังต้องใช้เวลา แต่พรรคเข้าใจถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สส. และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงบรรยากาศการหาเสียงของแกนนำพรรคประชาชนที่มักถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นทหารและการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะกระทบต่อภาพลักษณ์พรรคและการหาเสียงหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา ตอบว่า ประเด็นลักษณะนี้มีฟีดแบ็กเข้ามาเป็นระยะ ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนพยายามทำความเข้าใจและรับมือด้วยสติ มีการอธิบายเหตุผลให้ประชาชนเข้าใจ แม้จะได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่พรรคเคารพในความเห็นที่แตกต่าง และมีเจตนาที่จะสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติของทุกการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองหยิบยกประเด็นชายแดน ทหาร และนโยบายมาตรา 112 มาเป็นจุดเด่นในการหาเสียง ขณะที่พรรคประชาชนกลับถูกโจมตีและตั้งคำถามในประเด็นดังกล่าว โดยยอมรับว่าในช่วงใกล้การเลือกตั้งอาจมีการสร้างกระแสหรือการตัดต่อคลิปโจมตีพรรค ซึ่งบางส่วนเข้าข่ายเป็นข่าวปลอม อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ยังพบว่ามีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ หลังติดตามข่าวกรณี สส. ของพรรคถูกทำร้ายร่างกาย และมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ไม่ได้รู้สึกเสียเปรียบทางการเมือง แต่รู้สึกเสียดายโอกาสและสมาธิในการสื่อสารนโยบายของพรรค เนื่องจากต้องใช้เวลาตอบคำถามในประเด็นที่ถูกโจมตี แทนที่จะได้พูดถึงนโยบายและสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากพรรคได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งวันนี้พรรคได้มีการนำเสนอนโยบายบางส่วนให้ประชาชนรับฟังแล้ว

สำหรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคนกรุงเทพฯ ประชาชนในเมืองได้รับผลกระทบจากปัญหาหลายด้าน ทั้งฝุ่นละออง PM2.5 และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งพรรคมีนโยบายแก้ไขในระดับรัฐบาล ไม่ใช่เพียงในอำนาจของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะปัญหา PM 2.5 ซึ่งคนกรุงเทพฯ จำนวนมากไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษ จำเป็นต้องใช้กลไกของรัฐบาลในการป้องกันการเผาในภาคเกษตร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเมืองหลวง

ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนยังมีนโยบายลดค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าโดยสาร และค่าเช่าที่อยู่อาศัย โดยเสนอแนวทางค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าในอัตราที่สมเหตุสมผล เดินทางได้ตลอดสายไม่เกิน 45 บาท รวมถึงนโยบายช่วยเหลือค่าเช่าที่อยู่อาศัยเดือนละ 1,000 บาท สำหรับประชาชนที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง

นอกจากนี้ นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ปัญหาของคนกรุงเทพฯ มีความหลากหลาย และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายใดนโยบายหนึ่ง แต่พรรคประชาชนเสนอภาพรวมนโยบาย ทั้งด้านค่าครองชีพและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยจากการลงพื้นที่ตลาด พบว่าพ่อค้าแม่ค้ายังคงกังวลเรื่องเศรษฐกิจซบเซา และเชื่อว่าประชาชนไม่สามารถตัดสินใจจากนโยบายเพียงข้อเดียว

ส่วนกระแสการนำประเด็นค่านิยมหรือสถานการณ์ชายแดนมาใช้ในการหาเสียง นางสาวศิริกัญญา ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากสามารถอธิบายและตอบคำถามของประชาชนได้ และจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา ยังไม่พบว่าประชาชนสะท้อนว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาแต่อย่างใด.

ทำไมถึงเกิดคำถาม “มีทหารไว้ทำไม”?

คำถามที่ว่า “มีทหารไว้ทำไม” กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนบางส่วนเกี่ยวกับบทบาทของทหารในสังคมและการเมืองไทย พรรคประชาชนพยายามที่จะสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปกองทัพและสร้างความโปร่งใสในการทำงานของทหาร

การตอบคำถามเกี่ยวกับ “มีทหารไว้ทำไม” อาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่สิ่งสำคัญคือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและตอบคำถามด้วยความจริงใจและโปร่งใส การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของทหารจะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยได้

การที่นางสาวศิริกัญญาออกมาตอบคำถามเรื่อง “ไหม เจอชาวบ้านตั้งคำถาม “มีทหารไว้ทำไม”” แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับประเด็นที่ละเอียดอ่อนและพยายามที่จะสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้พิจารณาและตัดสินใจว่า ต้องการให้ประเทศไทยเดินไปในทิศทางใด

ถึงแม้ว่าการตอบคำถามในประเด็นที่อ่อนไหวอาจทำให้เสียเวลาในการนำเสนอนโยบาย แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่พรรคการเมืองจะต้องรับฟังและตอบคำถามของประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน หากพรรคประชาชนสามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนได้สำเร็จ ก็จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในที่สุด

ที่มา – “ไหม” เจอชาวบ้านตั้งคำถาม “มีทหารไว้ทำไม” เชื่อไม่เสียเปรียบ จากนี้คนจะเข้าใจมากขึ้น

ตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 ช่วย 3 กลุ่ม

เตรียมตัวให้พร้อม! ตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 เงินช่วยเหลือเยียวยา 3 กลุ่มเปราะบาง ทั้งเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด, เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเงินเบี้ยผู้พิการ จะถูกโอนเข้าบัญชีในวันเดียวกัน

อ้างอิงจากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นที่คาดการณ์ว่า เงินช่วยเหลือค่าครองชีพของ 3 กลุ่มเปราะบาง ประจำเดือนมกราคม 2569 จะถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งประกอบด้วย เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด, เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเงินเบี้ยผู้พิการ สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ใหม่ ก็ยังสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิการช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 โอนช่วย 3 กลุ่มเปราะบาง

มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างสำหรับเงินช่วยเหลือในแต่ละกลุ่ม:

  1. เงินอุดหนุนบุตร หรือ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมพร้อมสำหรับการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 600 บาท ประจำเดือนมกราคม 2569 ในวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569 โดยผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสถานะการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้:

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน: http://csgcheck.dcy.go.th
  • แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

ตรวจสอบให้ดีว่าข้อมูลถูกต้องและบัญชีพร้อมรับเงินนะครับ

  1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เบี้ยผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด (สัญชาติไทย และไม่ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) จะได้รับการช่วยเหลือเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนตลอดชีพ โดยจำนวนเงินจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ดังนี้:

  • อายุ 60 – 69 ปี: 600 บาทต่อเดือน
  • อายุ 70 – 79 ปี: 700 บาทต่อเดือน
  • อายุ 80 – 89 ปี: 800 บาทต่อเดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาทต่อเดือน
  1. เบี้ยผู้พิการ

ผู้พิการทุกคนที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ มีสิทธิลงทะเบียนเพื่อขอรับ “เบี้ยความพิการ” ซึ่งมีอัตรา 800-1,000 บาทต่อเดือน โดยแบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้:

  • ผู้พิการที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี: 1,000 บาทต่อเดือน
  • ผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป: 800 บาทต่อเดือน

สำหรับผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาทต่อเดือน รวมเป็นเงิน 1,000 บาทต่อเดือน

หากท่านต้องการลงทะเบียนเพื่อรับเบี้ยผู้พิการ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด) หรือในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถติดต่อได้ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร

ตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569: สิ่งที่คุณต้องรู้

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 อย่าลืมเตรียมข้อมูลส่วนตัวและตรวจสอบช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์ให้พร้อม นอกจากนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยครับ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ ก็อย่ารอช้า รีบตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ

การตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ อย่าลืมตรวจสอบและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันเวลา

ที่มา – ตรวจสอบ เงินเข้าบัญชี 9 มกราคม 2569 โอนช่วย 3 กลุ่มเปราะบาง

รู้จัก “ซิเลีย ฟลอเรส” ภริยามาดูโร

ในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค. 2569) พวกเขาไม่เพียงควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ไปเท่านั้น พวกเขายังจับตัวภริยาของเขาไปด้วย นั่นก็คือ ซิเลีย ฟลอเรส

ซิเลีย ฟลอเรส อดีตทนายความในวัย 69 ปี ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเวเนซุเอลามาอย่างยาวนาน เธอเป็นนักการเมืองที่มีความสามารถในตัวเองและเป็นผู้มีบทบาทในการกำหนดชะตากรรมของประเทศมานานหลายทศวรรษ

เธอดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลามาหลายปี และช่วยเสริมสร้างฐานอำนาจของสามีให้แข็งแกร่งขึ้น หลังจากที่เขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2556 จนมาดูโรขนานนามเธอว่า “นักรบหมายเลขหนึ่ง” (First Warrior) ล้อกับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง (First lady)

ฟลอเรสเลือกที่จะลดบทบาทตัวเองลง เน้นภาพลักษณ์แม่ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น เธอเคยเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ Con Cilia en Familia และปรากฏตัวในสื่อของรัฐเป็นครั้งคราวเพื่อเต้นซัลซ่ากับสามี แต่ในเบื้องหลัง เชื่อกันว่าเธอเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาคนสำคัญของมาดูโร และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองของเขา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฟลอเรสถูกฟ้องร้องเรื่องการทุจริตและการเล่นพรรคเล่นพวกหลายข้อหา และมีสมาชิกในครอบครัวถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาลักลอบขนโคเคน แต่ตอนนี้ เธอก็ต้องเผชิญข้อหาค้ายาเสพติดและข้อหาเกี่ยวกับอาวุธในศาลนิวยอร์ก พร้อมกับสามีของเธอ

ซิเลีย ฟลอเรส กับ นิโกลัส มาดูโร
ซิเลีย ฟลอเรส กับ นิโกลัส มาดูโร

รู้จัก “ซิเลีย ฟลอเรส” ภริยามาดูโร ผู้ถูกสหรัฐฯ จับกุมตัวพร้อมสามี

ฟลอเรสพบกับมาดูโรในช่วงต้นทศวรรษ 90 ขณะที่เธอเป็นทนายความดาวรุ่งรุ่นใหม่ และได้รับหน้าที่เป็นทีมทนายแก้ต่างให้กับกลุ่มผู้ก่อการรัฐประหารที่ล้มเหลวในปี 2535 โดยหนึ่งในแกนนำของกลุ่มคือ ฮูโก ชาเวซ ชายผู้ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประธานาธิบดีจอมเผด็จการ คู่ปรับของสหรัฐอเมริกา

ในช่วงปีเหล่านั้นเองที่เธอได้พบกับมาดูโร ซึ่งในขณะนั้นทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับชาเวซ

“ผมได้พบกับซิเลีย ฟลอเรสในเส้นทางชีวิตนี้” มาดูโรย้อนความหลัง “เธอเป็นทนายความให้กับนายทหารผู้รักชาติหลายคนที่ถูกคุมขัง แต่เธอก็ยังเป็นทนายของท่านผู้บัญชาการชาเวซด้วย และก็นะ การเป็นทนายให้ผู้บัญชาการชาเวซในคุกน่ะ… มันเป็นงานที่หนักหนาสาหัสมาก … ผมเจอเธอในช่วงปีแห่งการต่อสู้เหล่านั้น แล้วเธอก็ทำให้ผมประทับใจ”

นับตั้งแต่นั้นมา โชคชะตาของทั้งคู่ก็ได้ผูกติดอยู่กับชาเวซและขบวนการทางการเมืองของเขาที่รู้จักกันในชื่อ “ชาบิสโม” (Chavismo)

หลังจากชาเวซชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2541 ฟลอเรสก็ก้าวหน้าในเส้นทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยได้เข้าเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติในปี 2543 และขึ้นเป็นประธานสมัชชาในปี 2549

ตลอด 6 ปีหลังจากนั้น เธอเป็นผู้นำรัฐสภาที่แทบจะครองอำนาจโดยพรรคการเมืองเดียว เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลักปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าการเลือกตั้งนั้นไม่เสรีและไม่ยุติธรรม

เมื่อชาเวซเสียชีวิตในปี 2556 ฟลอเรสได้ทุ่มกำลังสนับสนุนมาดูโรอย่างเต็มที่ จนเขาสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ตามมาได้อย่างหวุดหวิด

ฟลอเรสแต่งงานกับมาดูโรในปี 2556 เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาหลายปีเป็นทางการเสียที หลังก่อนหน้านั้นทั้งสองอาศัยอยู่ร่วมกันและช่วยกันเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน ซึ่งเป็นบุตรของเธอ 3 คน และบุตรของมาดูโร 1 คน

ภาพขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมาดูโรลงจากเครื่องบิน ที่ท่าอากาศยานในนิวยอร์ก
ภาพขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมาดูโรลงจากเครื่องบิน ที่ท่าอากาศยานในนิวยอร์ก

ทำความรู้จักกับ ซิเลีย ฟลอเรส

“ในสายตาของผู้ที่เกลียดชังฟลอเรส เธอถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่ทุจริตอย่างหนัก ละเมิดสิทธิมนุษยชน และโหดเหี้ยม” คริสโตเฟอร์ ซาบาตินี สมาชิกอาวุโสจากโครงการละตินอเมริกาของ Chatham House กล่าว

“เธอคือผู้กุมอำนาจหลังบัลลังก์” เขากล่าวเสริม “แต่ก็เหมือนกับผู้มีอำนาจหลังบัลลังก์ที่ดีคนอื่นๆ คุณจะมองไม่ค่อยเห็นร่องรอยการลงมือของเธอมากนัก จึงไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเธอมีอำนาจมากเพียงใด”

ด้านเอสเตฟานียา เรเยส นักรัฐศาสตร์ บอกกับ CNN ว่า เป็นการยากที่จะวัดปริมาณอำนาจของเธอ เพราะเธอใช้อำนาจนั้นจาก “เบื้องหลัง” และไม่ได้เป็นไปตามระบบสถาบัน

“หากมีการบริหารงานแบบผู้นำคู่ (dual leadership) จริง” เรเยสกล่าว “มันก็ไม่เคยถูกทำให้เป็นทางการ ต่างจากกรณีในนิการากัวระหว่างประธานาธิบดีแดเนียล ออร์เตกา และภริยาของเขา คือรองประธานาธิบดี โรซาริโอ มูริลโย”

เรเยสตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฟลอเรสปรากฏตัวในบทบาทสนับสนุนภาพลักษณ์ของความเป็นแม่ เพื่อหาทางเชื่อมโยงกับสาธารณชน แทนที่จะใช้บทบาทบุคคลที่ลงแข่งขันเลือกตั้ง

ภาพความเสียหายในเวเนซุุเอลาหลังสหรัฐฯ โจมตีใส่
ภาพความเสียหายในเวเนซุุเอลาหลังสหรัฐฯ โจมตีใส่

เผชิญข้อหาคอร์รัปชันมากมาย

ตลอดเส้นทางอาชีพของซิเลีย ฟลอเรส เธอต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตมากมาย

ในปี 2555 เธอถูกสหภาพแรงงานกล่าวหาเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวก (Nepotism) จากการใช้อิทธิพลในการจ้างงานคนถึง 40 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกในครอบครัวของเธอจำนวนมาก

ในเดือนพฤศจิกายน 2015 เธอเข้าไปพัวพันกับคดี “หลานชายนายพลค้ายา” เมื่อหลานชายของเธอสองคน คือ ฟรานซิสโก ฟลอเรส เด เฟรตัส และ เอฟราอิน อันโตนิโอ แคมโป ฟลอเรส ถูกจับกุมในประเทศเฮติ จากปฏิบัติการล่อซื้อของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA)

พวกเขาถูกจับได้ขณะพยายามลักลอบขนโคเคนน้ำหนัก 800 กิโลกรัมเข้าสู่สหรัฐฯ

ฟลอเรสกล่าวหาว่า ทางการสหรัฐฯ “ลักพาตัว” หลานชายของเธอ แต่ผู้พิพากษาได้ตัดสินจำคุกชายทั้งสองคนเป็นเวลา 18 ปีในข้อหาค้ายาเสพติด อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกส่งตัวกลับเวเนซุเอลาในปี 2022 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษภายใต้รัฐบาลของโจ ไบเดน

แต่เมื่อเดือนก่อน รัฐบาลทรัมป์ประกาศคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อหลานชายทั้งสองคน รวมถึงหลานชายคนที่สามคือ คาร์ลอส เอริก มัลปิกา ฟลอเรส โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “นิโคลัส มาดูโร และพรรคพวกอาชญากรในเวเนซุเอลา กำลังทำให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการมอมเมาประชาชนอเมริกัน”

สหรัฐฯ เปิดข้อกล่าวหาใหม่

หลังซิเลีย ฟลอเรสถูกจับกุมตัวได้ไม่นาน สหรัฐฯ ก็เปิดเผยข้อหาต่างๆ ที่พวกเขาจะยื่นฟ้องร้องเธอ ซึ่งรวมถึง ค้ายาเสพติด และการรับเงินสินบนจำนวนหลายแสนดอลลาร์ในปี 2550 เพื่อจัดแจงให้เกิดการพบปะกันระหว่าง “ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่” กับผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติของเวเนซุเอลา

เธอมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไปปรากฏตัวต่อศาลในรัฐนิวยอร์กในวันจันทร์นี้ (5 ม.ค. 2569)

สถานการณ์ของซิเลีย ฟลอเรส เป็นเครื่องเตือนใจว่า อำนาจและอิทธิพลสามารถนำไปสู่การล่วงละเมิดได้อย่างไร และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้

ที่มา – รู้จัก “ซิเลีย ฟลอเรส” ภริยามาดูโร ผู้ถูกสหรัฐฯ จับกุมตัวพร้อมสามี

โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? กูรูวิเคราะห์!

โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? กูรูวิเคราะห์!

โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? กูรูวิเคราะห์!

การแต่งตั้งเลียม โรเซเนียร์ เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของเชลซี กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการจากไปของเอ็นโซ มาเรสกา ท่ามกลางความตึงเครียดภายในสโมสร กูรูฟุตบอลหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของโรเซเนียร์ในการเข้ารับตำแหน่งนี้

โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? กูรูวิเคราะห์! จริงหรือ?

แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ นักวิเคราะห์ชื่อดัง ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้งเลียม โรเซเนียร์ เป็นผู้จัดการทีมเชลซีคนใหม่ พวกเขาชี้ให้เห็นถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมาของโรเซเนียร์ รวมถึงแนวทางการทำทีมที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะเหมาะกับเชลซีในยุคปัจจุบัน

กูรูหลายคนมองว่า โรเซเนียร์ มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง เขาเป็นโค้ชหนุ่มที่ไฟแรง มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมีความเข้าใจในเกมฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์ในการทำงานกับทีมระดับล่างมาก่อน ซึ่งน่าจะช่วยให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี

อย่างไรก็ตาม บางคนก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประสบการณ์ของโรเซเนียร์ ว่าจะเพียงพอสำหรับการคุมทีมใหญ่อย่างเชลซีหรือไม่ เชลซีเป็นสโมสรที่มีความคาดหวังสูง และมีนักเตะระดับโลกมากมาย โรเซเนียร์จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า เขาสามารถรับมือกับความกดดันเหล่านี้ได้

ความท้าทายของโรเซเนียร์ ในการคุมเชลซี

หากโรเซเนียร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมเชลซีจริง เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ประการแรกคือการสร้างทีมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เชลซีมีนักเตะใหม่เข้ามาหลายคนในช่วงซัมเมอร์นี้ โรเซเนียร์จะต้องทำให้พวกเขาสามารถเล่นร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่สองคือการพัฒนาเกมรุกของทีม เชลซีทำประตูได้ไม่มากเท่าที่ควรในฤดูกาลที่แล้ว โรเซเนียร์จะต้องหาแนวทางในการทำให้ทีมสามารถสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้มากขึ้น

ประการสุดท้ายคือการทำให้แฟนบอลเชลซีมีความสุข เชลซีเป็นสโมสรที่มีแฟนบอลที่คาดหวังสูง โรเซเนียร์จะต้องทำให้พวกเขาเห็นว่า ทีมกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ไม่ว่าโรเซเนียร์ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมเชลซีหรือไม่ การที่ชื่อของเขาได้รับการพูดถึงในฐานะผู้จัดการทีมเชลซี ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจแล้ว แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นโค้ชที่ได้รับการยอมรับในวงการฟุตบอล และมีอนาคตที่สดใสรออยู่

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งใครเป็นผู้จัดการทีมเชลซี ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารสโมสร พวกเขาจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ใครคือคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จ

แฟนบอลเชลซีก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ใครจะเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของพวกเขา และเขาจะสามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่

โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? นี่เป็นคำถามที่ไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเชลซี และมีผลต่ออนาคตของสโมสร

สรุปแล้ว การที่กูรูออกมาวิเคราะห์ว่า โรเซเนียร์เหมาะคุมเชลซี? นั้นเป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น แต่การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่ผู้บริหารของสโมสร

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เชลซีอาจประกาศกุนซือใหม่จันทร์นี้! – **โอกาสของเชลซี**

เลียม โรเซนอร์ เดินทางถึงลอนดอนแล้วเพื่อสรุปการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชของเชลซี

ตามที่ BBC Sport รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี โรเซนอร์ ผู้จัดการทีมสตราสบูร์กเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาแทนที่ เอนโซ มาเรสกา ที่ออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ไป

การเจรจาเพื่อแต่งตั้งโรเซนอร์อยู่ในขั้นตอนที่ก้าวหน้า และวัย 41 ปีอยู่ในเมืองหลวงเพื่อทำตามขั้นตอนก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของมาเรสกา

BlueCo ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อซื้อเชลซีในปี 2022 ได้เริ่มกระบวนการระบุผู้สมัครที่จะมาแทนที่โรเซนอร์ที่สโมสรน้องสาว สตราสบูร์ก

คาลัม แมคฟาร์เลน ผู้จัดการทีมรักษาการณ์ของเชลซีกล่าวว่า “มีโอกาสของเชลซี” ที่บอสคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งในวันจันทร์

โค้ชทีมอายุต่ำกว่า 21 ปีเข้ามาทำหน้าที่แทนหลังจากที่มาเรสกาแยกทางกับเชลซีหลังมีความขัดแย้งกับบุคคลสำคัญระดับผู้นำในสโมสร

เชลซีของแมคฟาร์เลนเสมอกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมจากกองกลางเอนโซ เฟอร์นันเดซ

แมคฟาร์เลนกล่าวหลังจบเกมว่า “ตอนที่ผมเข้ารับตำแหน่งครั้งแรก ผมได้รับแจ้งว่าผมจะต้องคุมเกมกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ดังนั้นนั่นคือสามวันกับกลุ่มนี้

“มีโอกาสของเชลซีที่ผู้จัดการทีมคนใหม่จะเข้ามาในวันจันทร์ นั่นคือสิ่งที่ผมได้รับแจ้งมาตั้งแต่แรก

“เห็นได้ชัดว่าเป็นวันอาทิตย์แล้ว ตอนนี้เรามุ่งเน้นไปที่เกมนี้เท่านั้น ผมมั่นใจว่าผมจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อผมออกจากงานแถลงข่าวนี้ แต่เท่าที่ผมรู้ ผู้จัดการทีมคนใหม่จะเข้ามาในเร็วๆ นี้ และผมจะนำทีมจนกว่าเขาจะเข้ามา”

โรเซนอร์คุมสตราสบูร์กเสมอกับนีซ 1-1 เมื่อวันเสาร์ และถูกถ่ายรูปที่สนามบินสตราสบูร์กโดยสิ่งพิมพ์ฟุตบอลฝรั่งเศส L’Equipe เมื่อวันอาทิตย์ โดยนั่งข้างๆ เดวิด เวียร์ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร

การแต่งตั้งมีความซับซ้อนเนื่องจากสตราสบูร์ก ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวอเมริกันเช่นเดียวกับเชลซี ต้องการคนมาแทนที่ เนื่องจากยังคงมีการเจรจากับผู้สมัครหลายราย

เป็นที่เข้าใจกันว่าแกรี โอนีล อดีตผู้จัดการทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน ได้พูดคุยกับสตราสบูร์กเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่ง

เวียร์ พร้อมด้วยมาร์ค เคลเลอร์ ประธานสโมสรสตราสบูร์ก กำลังดูแลขั้นตอนการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งของโรเซนอร์ ท่ามกลางความกังวลจากกลุ่มแฟนบอลของสโมสรฝรั่งเศสเกี่ยวกับการเปลี่ยนข้ามส่วนแบ่งหลายสโมสร

ไม่คาดว่าจะมีความขัดแย้งใดๆ ในฝั่งเชลซี

โอกาสของเชลซีในการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นที่เชลซีในเร็ววันนี้ การแต่งตั้งเลียม โรเซนอร์เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารทีมอย่างชัดเจน ด้วยวัยเพียง 41 ปี เขาเป็นโค้ชหนุ่มที่มีแนวทางการทำทีมที่น่าสนใจ และการตัดสินใจของ BlueCo ที่จะดึงเขามาร่วมงานแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเขา

โอกาสของเชลซีกับอนาคตที่สดใส

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลอาจดูเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยง แต่ในกรณีของเชลซี มันอาจเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นทีมและปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของนักเตะ การเข้ามาของโรเซนอร์อาจนำมาซึ่งแนวทางการเล่นใหม่ๆ กลยุทธ์ที่สดใหม่ และความกระตือรือร้นที่สามารถส่งผลดีต่อบรรยากาศในทีม

  • การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอาจเป็นจุดเปลี่ยน
  • โรเซนอร์นำความสดใหม่มาสู่ทีม
  • แฟนๆ เชลซีต่างคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามย่อมมาพร้อมกับความท้าทาย โรเซนอร์จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ เรียนรู้เกี่ยวกับนักเตะ และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับทีมงานเบื้องหลัง แต่หากเขาสามารถทำได้สำเร็จ เชลซีก็มีโอกาสของเชลซีที่จะกลับมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จอีกครั้ง

การแต่งตั้งโรเซนอร์อาจเป็นการเดิมพัน แต่ก็เป็นเดิมพันที่น่าสนใจ และแฟนๆ เชลซีทั่วโลกต่างก็เฝ้ารอที่จะได้เห็นว่าเขาจะนำพาทีมไปในทิศทางใด

ที่มา – ‘A chance’ Chelsea will name new boss on Monday as Rosenior jets in