วัน: 14 มกราคม 2026

อักเยมัง คืนรังอาร์เซนอล ฟื้นฟู ACL

อักเยมัง คืนรังอาร์เซนอล ฟื้นฟู ACL

มิเชลล์ อักเยมัง กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ได้กลับคืนสู่สโมสร อาร์เซนอล เพื่อทำการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน

ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกตัดชื่อออกจากทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ในเดือนตุลาคม หลังจากเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดขณะปฏิบัติหน้าที่ให้กับทีมชาติอังกฤษ

ไบรท์ตัน เซ็นสัญญาคว้าตัว อักเยมัง มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันในช่วงซัมเมอร์ แต่ตอนนี้เธอจะดำเนินการฟื้นฟูร่างกายต่อในลอนดอนเหนือ

เธอได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม WSL 5 นัดจาก 6 นัดของไบรท์ตันในฤดูกาลนี้

หลังจากได้รับบาดเจ็บ สโมสร ‘นางนวล’ กล่าวว่า พวกเขาและสโมสร อาร์เซนอล ซึ่งเป็นสโมสรร่วมใน Women’s Super League วางแผนที่จะทำงานร่วมกันในโปรแกรมการฟื้นฟูร่างกาย โดยได้รับการช่วยเหลือจากทีมชาติอังกฤษและสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

ดาริโอ วีโดซิช หัวหน้าโค้ชของไบรท์ตัน กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ มิเชลล์ กลับมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ และได้ร่วมงานกับเธออีกฤดูกาล”

“แน่นอนว่า เราผิดหวังที่สัญญายืมตัวครั้งที่สองของเธอกับสโมสรต้องสิ้นสุดลง แต่การฟื้นฟูร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจของเธอต้องมีความสำคัญเป็นอันดับแรก”

“สำหรับคนที่อายุน้อยขนาดนี้ พรสวรรค์ของเธอในสนามและความแข็งแกร่งของตัวตนของเธอนอกสนามนั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง เธอเป็นผู้นำในทีมของเราอย่างเต็มภาคภูมิ และเรามั่นใจว่าเธอจะกลับมาลงสนามได้ในเร็วๆ นี้”

เบน เฮนส์, เอลเลน ไวท์ และ เจน บีตตี กลับมาอีกครั้งสำหรับพอดแคสต์ Women’s Football Weekly อีกฤดูกาลหนึ่ง ตอนใหม่จะออกทุกวันอังคารทาง BBC Sounds นอกจากนี้ ยังมีบทสัมภาษณ์และเนื้อหาพิเศษจาก Women’s Super League และอื่นๆ อีกมากมายบน ฟีด Women’s Football Weekly

อนาคตของมิเชลล์ อักเยมัง หลังการฟื้นฟู ACL

การกลับมาของ มิเชลล์ อักเยมัง สู่ อาร์เซนอล เพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ACL ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลและผู้ติดตาม WSL หลายคนต่างเฝ้ารอการกลับมาของเธอสู่สนามแข่งขัน

การที่อาร์เซนอลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายของเธอ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรที่มีต่อผู้เล่นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์เช่นเธอ

แม้ว่าอาการบาดเจ็บ ACL อาจเป็นอุปสรรคที่สำคัญ แต่มิเชลล์ อักเยมัง ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจและความมุ่งมั่นในการเอาชนะความท้าทายต่างๆ ที่ผ่านมา

ด้วยการสนับสนุนจากทีมแพทย์อาร์เซนอลและโปรแกรมการฟื้นฟูที่มีคุณภาพ เธอจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

แฟนบอลต่างหวังว่ามิเชลล์ อักเยมัง จะสามารถกลับมาลงสนามและแสดงศักยภาพที่แท้จริงของเธอได้อีกครั้งหนึ่ง โดยมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการแข่งขัน WSL และสร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติอังกฤษต่อไป

การที่สโมสรและทีมชาติให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของนักกีฬา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนให้นักกีฬาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือสภาพจิตใจ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาลงสนามได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จ

มิเชลล์ อักเยมัง เป็นนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามอง และความสำเร็จของเธอในอนาคตจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ดังนั้น การกลับมาของ อักเยมัง คืนรังอาร์เซนอล ฟื้นฟู ACL จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

อักเยมัง คืนรังอาร์เซนอล ฟื้นฟู ACL ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับแฟนบอลอาร์เซนอล

ที่มา – Agyemang returns to Arsenal for ACL recovery

ศธ. จับมือ UNESCO ยกระดับการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ UNESCO ยกระดับ การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันไอเดียเยาวชน พัฒนาครูและนักเรียนด้านดิจิทัลและ AI มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือความร่วมมือกับ นางสาวซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ณ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับการจัดการการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greening Education) และพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาไทย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ศธ. ให้ความสำคัญกับการการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสถานศึกษาอาชีวะสีเขียว (Green TVET) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ปัจจุบันมีศูนย์การเรียนรู้และสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการถึง 433 แห่ง และได้จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับแล้ว

ศธ. จับมือ UNESCO ยกระดับการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดผลอย่างแท้จริง ศธ. และ UNESCO มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขัน (Competition) เพื่อระดมไอเดียด้านสิ่งแวดล้อม (Green ideas) จากนักเรียนและเยาวชนโดยตรง เปิดโอกาสให้พวกเขาได้คิดและเสนอแนวทางปฏิบัติด้วยตนเอง แทนที่จะเป็นการรับนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เยาวชนรู้สึกเป็นเจ้าของและตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ ศธ. ยังได้เตรียมเสนอโครงการส่งข้าราชการไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานยูเนสโก ทั้งที่กรุงเทพฯ และปารีส เพื่อให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้ระบบงานระดับสากลและนำกลับมาพัฒนาประเทศ รวมถึงหารือความร่วมมือในการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลและ AI (AI Competency) ให้กับครูและนักเรียน เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี และความร่วมมือด้าน Ocean Literacy เพื่อสร้างความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเลแก่เยาวชน

นางสาวซูฮย็อน คิม กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของไทย โดยเฉพาะโมเดล Green TVET ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง พร้อมยินดีสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Global Skills Academy เพื่อพัฒนาทักษะครูด้าน AI และตอบรับข้อเสนอโครงการ Secondment ที่จะเปิดรับบุคลากรไทยไปร่วมงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติ

ความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

นางสาวคิมยังเน้นย้ำถึงวาระสำคัญในปี 2026 ที่ความสัมพันธ์ไทย-ยูเนสโก จะครบรอบ 65 ปี โดยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสนับสนุนงานของยูเนสโกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีเมืองสมาชิกใหม่ในเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning Cities) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในการศึกษาโลก

โครงการความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของเยาวชนไทย ให้พวกเขามีความรู้ ความสามารถ และจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน การสนับสนุนและผลักดันโครงการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ศธ. จับมือยูเนสโก ยกระดับการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง

“ธนาธร” ขอเสียงระยอง หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ


“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล แคมเปญหาเสียงครั้งล่าสุดที่ระยองกำลังเป็นที่จับตา

“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ลงพื้นที่สวนศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อช่วย นายกฤช ศิลปชัย ผู้สมัคร สส. เขต 2 พรรคประชาชน หาเสียง ท่ามกลางประชาชนกว่า 500 คนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง

นายธนาธรได้กล่าวปราศรัยถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคประชาชนและผู้สมัครทุกคน พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความผิดหวังที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเกินกึ่งหนึ่งแล้ว เขาย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะแตกต่างออกไป เนื่องจากไม่มี สว. มาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

ธนาธร ย้ำชัด ไม่สนับสนุน ภูมิใจไทย และ อนุทิน

นายธนาธรยังเรียกร้องให้ประชาชนหนักแน่นและไม่หลงเชื่อข่าวลือ และประกาศชัดเจนว่า “ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล จะไม่มีการโหวตให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลและจะไม่สนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เขาขอให้ประชาชนสนับสนุนพรรคประชาชนให้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพื่อเปิดประตูสู่ยุคใหม่แห่งความเสมอภาคและประชาธิปไตย

บรรยากาศในการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หลายคนได้มอบดอกไม้และขอถ่ายภาพร่วมกับนายธนาธรและนายกฤชอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ นายธนาธรยังได้ช่วยรณรงค์วิธีการลงคะแนนเลือกตั้ง โดยระบุให้กาเบอร์ 1 ในบัตรสีเขียว เลือกพรรคในบัตรสีชมพูเบอร์ 46 และกาเห็นชอบในบัตรสีเหลือง (ประชามติ) เพื่อร่วมกันเปิดประตูสู่ยุคสมัยใหม่ ยุคแห่งความเสมอภาค และประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ภายหลังการปราศรัย นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยฝากถึงประชาชนชาวระยองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมกันสู้เพื่ออนาคตอีกครั้ง เขาย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่างท่วมท้น แต่ต้องผิดหวังเพราะมีวุฒิสภามาขัดขวางไม่ให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ไม่มีวุฒิสภาแล้ว จึงขอแรงสนับสนุนให้พรรคประชาชนเป็นพรรคอันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน และเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศว่าจะป้องกันแชมป์ให้ได้ทุกเขต และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาทุนสีเทา

นายกฤชได้ให้สัมภาษณ์ว่ามีความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ และหวังว่าชาวระยองจะยังคงสนับสนุนพรรคประชาชนในทุกเขตเหมือนเดิม โดยจากการลงพื้นที่หาเสียงได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดีเสมอมา

การปรากฏตัวของนายธนาธรในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการช่วงชิงคะแนนเสียงในจังหวัดระยอง และตอกย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนในการไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป การที่นายธนาธรเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอเสียงสนับสนุนจากชาวระยองอย่างชัดเจน เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างแท้จริง

“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

ที่มา – “ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล

เจาะสเปก All New Honda Wave110 ปี 2026 ราคาเริ่ม 39,000 บาท

ฮอนด้าเวฟ : เจาะสเปก All New Honda Wave110 ปี 2026 ราคาเริ่ม 39,000 บาท ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม.ต่อลิตร

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ได้เปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ฮอนด้าเวฟ ได้รับบทบาทรถจักรยานยนต์คู่ใจของครอบครัวไทยมาโดยตลอด ซึ่งการออกแบบใหม่ของ All New Honda Wave110 นี้มาพร้อมสีสันใหม่และรายละเอียดงานดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้แบบ Emblem ตัวนูน เพิ่มมิติและความหรูหรา รวมถึงล้อแม็กสีคอปเปอร์ในรุ่นล้อแม็ก Special Edition ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความเท่และแตกต่างมากยิ่งขึ้น

All New Honda Wave110 ปี 2026

เจาะสเปก All New Honda Wave110 ปี 2026 ราคาเริ่ม 39,000 บาท

All New Honda Wave110 ปี 2026 มาพร้อมกับการปรับปรุงที่น่าสนใจหลายด้าน ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่น่าจับตามองในตลาดรถครอบครัว มาดูกันว่ามีอะไรใหม่บ้าง:

ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น

– ไฟหน้า LED พร้อมกับไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทัศนวิสัยในการขับขี่

– ไฟท้าย LED ที่ให้ความสว่างคมชัดยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยในเวลากลางคืน

All New Honda Wave110 ปี 2026

ฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบาย

– เพิ่มช่องชาร์จ USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

– สวิตช์กุญแจนิรภัยพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ ป้องกันการโจรกรรม

– ช่องเก็บของด้านหน้า และ ตะขอแขวนของอเนกประสงค์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้งาน

– กล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความจุ 10 ลิตร

All New Honda Wave110 ปี 2026

สมรรถนะและความปลอดภัย

– ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลิตร รองรับการเดินทางทั้งใกล้และไกลได้อย่างมั่นใจ

– เพิ่มความปลอดภัยด้วย ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้การเบรกมีความนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

All New Honda Wave110 ปี 2026

เครื่องยนต์และอัตราประหยัดน้ำมัน

– เครื่องยนต์ Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแรงทนทาน

– ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม.ต่อลิตร ทำให้ All New Honda Wave110 ปี 2026 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการรถจักรยานยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน

ราคา All New Honda Wave110 ปี 2026

  • ฮอนด้า เวฟ รุ่นล้อแม็ก Special Edition (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ล้อแม็กสีคอปเปอร์และโลโก้ Emblem ตัวนูนสีคอปเปอร์ เพิ่มความพรีเมียมอย่างมีสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำตาล และ สีดำ-น้ำตาล ในราคาแนะนำ 48,800 บาท
  • ฮอนด้า เวฟ รุ่นล้อแม็ก (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ให้เลือก 3 สี ได้แก่สีเทา-น้ำตาล , สีน้ำเงิน และ สีแดง ราคาแนะนำ 48,300 บาท
  • ฮอนด้า เวฟ รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ , สีน้ำเงิน-ดำ และ สีดำ-น้ำตาล ในราคาแนะนำ 46,300 บาท
  • ฮอนด้า เวฟ รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก) มาในสีดำ ราคาแนะนำ 39,000 บาท

โดยรวมแล้ว All New Honda Wave110 ปี 2026 มีการปรับปรุงที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และความสะดวกสบายในการใช้งาน หากคุณกำลังมองหารถจักรยานยนต์ที่คุ้มค่าและประหยัดน้ำมัน นี่อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

สำหรับใครที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์ครอบครัวที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน All New Honda Wave110 ปี 2026 ราคาเริ่ม 39,000 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันที่ครบครัน และเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน

ที่มา – เจาะสเปก All New Honda Wave110 ปี 2026 ราคาเริ่ม 39,000 บาท

แมนฯ ซิตี้ คว้าตัว คอฟฟีย์ เสริมแดนกลาง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซ็นสัญญากับ แซม คอฟฟีย์ กองกลางทีมชาติสหรัฐอเมริกา จาก พอร์ตแลนด์ ธอร์นส์ ด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง

ซิตี้จ่ายค่าตัวให้กับ คอฟฟีย์ ในราคาประมาณ 800,000 ดอลลาร์ (600,000 ปอนด์) ซึ่งเธอใช้เวลา 4 ปีในสโมสร National Women’s Soccer League (NWSL)

ดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้ตกเป็นเป้าหมายของซิตี้มาหลายเดือนแล้ว โดยสโมสรได้ยื่นข้อเสนอให้เธอในช่วงซัมเมอร์ แต่ถูกปฏิเสธ

“ซิตี้โดดเด่นจริงๆ ตั้งแต่เริ่มต้น อย่างแรกเลยคือรูปแบบการเล่น และเมื่อฉันดูทีมนี้ พวกผู้หญิงดูมีความสุข ใกล้ชิด และเชื่อมโยงกัน” คอฟฟีย์กล่าว

“ฉันคิดว่าฉันอยู่ในจุดที่อาชีพการงานของฉันรู้สึกพร้อมและมั่นคงในฐานะมืออาชีพ มันรู้สึกเหมือนเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะท้าทายตัวเองในลักษณะนี้จริงๆ”

“ข้อเท็จจริงที่ว่ามันเป็นทางการ ฉันอยู่ที่นี่ และทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและเกิดขึ้นจริง มันน่าตื่นเต้นมาก และฉันมีความพร้อมและความสุขกับทุกสิ่ง”

คอฟฟีย์ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก เธอลงเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา 42 นัด

เธอลงเล่นเกือบ 100 นัดให้กับพอร์ตแลนด์ ธอร์นส์ และช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์ NWSL Championship ปี 2022

กองกลางรายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย เอ็มมา เฮHayes อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2024

การแสดงความทะเยอทะยานของผู้มีความหวังในตำแหน่งแชมป์ – การวิเคราะห์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงของตาราง WSL โดยมีแต้มนำหน้าอยู่ 6 แต้ม และกำลังมุ่งหน้าสู่ตำแหน่งแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 10 ปี

เชลซีขวางทางพวกเขามาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา แต่ภายใต้การคุมทีมของ อันเดรีย เยเกิร์ตซ์ ซิตี้ได้สร้างความก้าวหน้าที่ดีในฤดูกาลนี้

เทเรส ซโยเกรน ผู้อำนวยการฟุตบอลหญิง สร้างผลกระทบตั้งแต่เข้าร่วมสโมสรในปี 2024 และพวกเขาได้แสดงความทะเยอทะยานในตลาดซื้อขายนักเตะ

ด้วยเหตุนี้ ทีมชุดของซิตี้จึงมีความลึกซึ้งในด้านคุณภาพ และ แซม คอฟฟีย์ เป็นผู้เล่นชื่อดังรายล่าสุดที่พวกเขาสามารถดึงดูดได้

ดาวเตะชาวอเมริกันรายนี้ได้รับการติดตามโดยสโมสร WSL หลายแห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และซิตี้ต้องแข่งขันเพื่อให้ได้ลายเซ็นของเธอ โดยธอร์นส์ปัดข้อเสนอมากมายทิ้งไป

เธอจะมอบตัวเลือกในแดนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ยูอิ ฮาเซกาวะ กองกลางคนสำคัญทีมชาติญี่ปุ่น กำลังจะเข้าร่วมทีมชาติของเธอในการแข่งขันเอเชียคัพ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม

เยเกิร์ตซ์กำลังสร้างทีมที่สามารถคว้าแชมป์ WSL ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถแข่งขันใน Women’s Champions League ในฤดูกาลหน้าได้ด้วย และ แซม คอฟฟีย์ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งนั้น

ทำไม แมนฯ ซิตี้ ถึงต้องคว้าตัว แซม คอฟฟีย์?

แซม คอฟฟีย์ จะเข้ามายกระดับทีม แมนฯ ซิตี้ อย่างไร เป็นคำถามที่น่าสนใจ ด้วยประสบการณ์และคุณภาพของเธอ เธอจะเข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญในแดนกลาง และช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับทวีป

การเซ็นสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ แมนฯ ซิตี้ ในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อท้าทายความเป็นจ่าฝูงในวงการฟุตบอลหญิง

โดยรวมแล้ว การได้ตัวแซม คอฟฟีย์มา ถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมของ แมนฯ ซิตี้ และเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิงอย่างแท้จริง

ที่มา – Manchester City sign USA midfielder Coffey

แกะรอยบึมปั๊ม! พบโกดังน้ำมันเถื่อน ยึด 9,230 ลิตร

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง แกะรอยหลักฐานตามกลุ่มคนร้ายวางระเบิดปั๊มน้ำมัน จ.นราธิวาส ตรวจพบโกดังเก็บน้ำมันเถื่อน คาดลักลอบนำเข้าจากมาเลเซีย ตรวจยึดของกลางกว่า 9,230 ลิตร

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ม.ค. 69 นายซูปียัน แดเมาะเล็งง นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต. น.ท.พีรพงษ์ วงษ์จิระเจริญกุล ผบ.ฉก.นย.ทร.33 พ.ตอ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ปชด.ที่ 5 ได้ร่วมสนธิกำลังกันติดตามความเคลื่อนไหวแกะรอยพิสูจน์ทราบ พร้อมทั้งไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน บ้านกวาลอซีรา ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ตามบริเวณตะเข็บชายแดนด้านอำเภอสุไหงโก-ลก

โดยขณะปฏิบัติหน้าที่พบโกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในซอยตันตรงกันข้ามกับปั๊มน้ำมัน พบรถเทรลเลอร์ รถยนต์กระบะ รถบรรทุก 10 ล้อ จำนวนกว่า 30 คัน และที่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะมีการบรรทุกแกลลอนน้ำมันเชื้อเพลิง พบนายแวอาแซ ยานยา อายุ 55 ปี เป็นเจ้าของโกดัง เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบ

พบว่าที่บริเวณท่าเรือ มีเรือติดเครื่องยนต์จอดอยู่ 4 ลำ และบนตลิ่งมีจุดระบายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยปั๊มไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง และถังเหล็กขนาดบรรจุ 200 ลิตร จำนวน 4 ถัง และจากการตรวจสอบโกดังพบแกลลอนน้ำมันพลาสติกคละสีที่บรรจุน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบถังพลาสติกบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่วางอยู่ท้ายของรถยนต์กระบะอีกจำนวนหลายคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีรถเทรลเลอร์อีกจำนวนหลายคัน มีการดัดแปลงถังน้ำมันเชื้อเพลิงจากขนาดบรรจุปกติ เป็นขนาดบรรจุ 1,200 ลิตร เจ้าหน้าที่พบความพิรุธ จึงสอบถามนายแวอาแซ แต่ได้รับคำตอบที่เชื่อถือไม่ได้

แกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊ม พบโกดังเก็บน้ำมันเถื่อน ยึดของกลางกว่า 9,230 ลิตร

และจากการรวบรวมน้ำมันเถื่อน ชนิดเบนซินและดีเซล ที่ตั้งและบรรจุในที่ต่างๆ รวม 6 จุด มีปริมาณน้ำมันทั้งสิ้น จำนวน 9,230 ลิตร โดยแยกเป็นน้ำมันเบนซิน 1,200 ลิตร น้ำมันดีเซล 8,030 ลิตร เจ้าหน้าที่จึงได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต อ.สุไหงโก-ลก มาร่วมตรวจสอบ พบว่าน้ำมันดังกล่าว น่าจะมีการลักลอบมาจากฝั่งประเทศมาเลเซีย โดยที่ผ่านมากลุ่มค้าน้ำมันเถื่อนจะรับซื้อน้ำมันดีเซลจากมาเลเซีย ในราคาลิตรละ 27 บาท ขายต่อในพื้นที่ลิตรละ 30 บาท ส่วนน้ำมันเบนซินรับซื้อลิตรละ 23 บาท ขายลิตรละ 26 บาท ซึ่งใน 1 ลิตร จะได้กำไรลิตรละ 3 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง และควบคุมตัวนายแวอาแซ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การปฏิบัติการ แกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊ม

การปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิด รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ การแกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊มครั้งนี้ นำไปสู่การค้นพบโกดังเก็บน้ำมันเถื่อน และการยึดของกลางกว่า 9,230 ลิตร ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญ

แกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊มครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสรรพสามิต ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

การลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังอาจเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ดังนั้นการปราบปรามอย่างต่อเนื่องและจริงจังจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

การ แกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊ม พบโกดังเก็บน้ำมันเถื่อน ยึดของกลางกว่า 9,230 ลิตร เป็นสัญญาณที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – จนท. แกะรอยคนร้ายลอบบึมปั๊ม พบโกดังเก็บน้ำมันเถื่อน ยึดของกลางกว่า 9,230 ลิตร

นายกฯ เยี่ยมเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว ช่วยเหลือเต็มที่

จากเหตุการณ์สุดสลดใจ เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรถไฟโดยสารที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด นายกฯ รุดที่เกิดเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว พร้อมให้คำมั่น รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

นายกฯ รุดที่เกิดเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครนขนาดใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ได้เกิดอุบัติเหตุหล่นทับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลราง ขบวนที่ 21 สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สร้างความเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ยอดสรุปความเสียหาย ณ เวลา 17.10 น. มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย และสูญหาย 3 ราย

ร่างของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อรอการพิสูจน์เอกลักษณ์ เนื่องจากสภาพศพส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ยากต่อการระบุตัวตน โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการพิสูจน์เอกลักษณ์ประมาณ 3-4 วัน

ต่อมาในเวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัย

นายกฯ ให้คำมั่นช่วยเหลือเต็มที่

นายกฯ รุดที่เกิดเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยา และการดูแลด้านอื่นๆ ที่จำเป็น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟในครั้งนี้ ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน:

  • รัฐบาลให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บ
  • รัฐบาลมอบเงินเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
  • หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดหาที่พักและอาหารแก่ผู้ประสบภัย
  • ประชาชนร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก จะต้องมีการตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

นายกฯ รุดที่เกิดเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลต่อความทุกข์ยากของประชาชน และความมุ่งมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือต่างๆ จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้บ้างไม่มากก็น้อย

ที่มา – นายกฯ รุดที่เกิดเหตุเครนตกทับรถไฟสีคิ้ว ยัน รัฐบาลช่วยเหลือผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บเต็มที่

“ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33

“ดร.เชน ยศชนัน” อ้อนขอคะแนนคนโคราช แดงทั้งแผ่นดิน เลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัด ส่งเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 “เต้น ณัฐวุฒิ” ซัด “อนุทิน” ใช้เหตุเครนถล่มทับรถไฟโยงการเมือง

เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลโนนสูง จ.นครราชสีมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 และผู้อำนวยการเลือกตั้ง น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 5 หาเสียง

นายยศชนัน ปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า “วันนี้ผมจะพยายามแนะนำทั้งชื่อเล่น ชื่อจริง แต่พ่อแม่พี่น้องจะเรียกอะไรก็ได้ แต่ขอให้เรียกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ได้หรือไม่ และวันนี้จะทำไม่ได้ถ้าโคราชไม่เลือกเพื่อไทยทั้ง 16 เขต ขอโคราชเป็นแดงทั้งแผ่นดิน ขอ สส.ยกจังหวัดทั้ง 16 เขตได้หรือไม่”

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายยศชนัน เดินทางต่อมาที่ลาน บริษัทเอี่ยมธงชัย อ.ปักธงชัย โดยพร้อมด้วยคณะลงพื้นที่ช่วย นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 12 หาเสียง มีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยจนเต็มล้นพื้นที่ โดย นายยศชนัน ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ส่งตนไปเป็นนายกรัฐมนตรี โดยสิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะทำคือการเติมเงินให้คนที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ความยากจน 3,000 บาท

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยตอนหนึ่งถึงกรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว ว่า ทันทีที่ทราบข่าวพรรคเพื่อไทยก็ให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลงดูพื้นที่เกิดเหตุเพื่อจะได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือในฐานะคนพื้นที่ นี่ไม่ใช่การเมือง ไม่ใช่เรื่องการหาเสียง เมื่อเกิดเหตุสูญเสียและสะเทือนขวัญก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ทั้งนี้ ตนได้ติดตามข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเมือง และให้ดูว่าในพื้นที่นครราชสีมา มี สส.พรรคใดมากที่สุด ซึ่งตนขอถามว่ามันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ เป็นเครนจากการสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นลงมาทับขบวนรถไฟโดยสาร ขอยืนยันว่าไม่ใช่การเมือง ใครเป็นรัฐบาลใคร เป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายใดก็แล้วแต่ ต้องช่วยคนไทยด้วยกัน

“การฉวยโอกาสแบบนี้มาแดกดันให้ดูว่าโคราช สส.พรรคใดมากที่สุด นั่นหมายความว่าอย่างไร พูดเพื่ออะไร ถูกหวยสีส้มเข้ามาเป็นนายกฯ 2 เดือน นอกจากนโยบายคนละครึ่ง และย้ายข้าราชการ แล้วยังมาพูดจากระแทกแดกดันในเหตุการณ์ความสูญเสียอีก” ก่อนกล่าวต่อไปว่า ดังนั้น ขอชวนคนโคราช ในการเลือกตั้งรอบนี้ ให้เข้าคูหากาพรรคเพื่อไทย 2 ใบยกจังหวัด เขาย้ายข้าราชการเป็นพันคน หากเลือกเพื่อไทยให้ได้ที่ 1 เพื่อย้ายนายกรัฐมนตรีสักคนจะเป็นไรไป

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา นายยศชนัน พร้อมด้วย นายสุริยะลงพื้นที่ช่วย นายอภิชา เลิศพชรกมล ผู้สมัคร สส. นครราชสีมา เขต 10 และ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัคร สส. นครราชสีมา เขต 11 หาเสียง โดยมีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายภาพนายยศชนันเป็นจำนวนมาก

นายยศชนัน ปราศรัยบนเวทีช่วงหนึ่งว่า วันนี้ตนจะมาบอกว่าจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยน หัวใจคือประชาชน และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเริ่มต้นความหวังของคนโคราชอีกครั้ง และถ้าให้ตนเข้าไปคนเดียวคงเหงา ขอโคราชยก 16 เขต และเพื่อความเติบโตที่ยั่งยืน หากเด็กโคราชอยากเรียนต้องได้เรียน และวันนี้พี่น้องที่รักไทยรักไทย วันนี้พวกเขาเหล่าเหล่านั้นก็ยังอยู่ และกลับมาช่วยเพื่อไทยและทำให้โคราชเจริญ

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของโคราชและประเทศไทย มาร่วมกันส่ง “ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศไปด้วยกัน

“ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33

ทำไมต้องเลือก “ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33?

  • วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน: นายยศชนันมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
  • ประสบการณ์และความสามารถ: ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมา นายยศชนันพร้อมนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
  • ความมุ่งมั่นและตั้งใจ: นายยศชนันมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าลังเลที่จะสนับสนุน “ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย

ที่มา – “ยศชนัน” อ้อนคนโคราช ส่งไปเป็นนายกฯ คนที่ 33 “เต้น” ซัด “หนู” ใช้เหตุเครนโยงการเมือง

ตม.นนท์ จับสาวพม่า แย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย

ตม.นนทบุรี บุกจับหญิงชาวเมียนมา แย่งอาชีพคนไทย เปิดโรงเรียนสอนทำผมให้ชาวเมียนมาด้วยกันเอง และมีลูกค้าชาวเมียนมาเข้ามาใช้บริการ สารภาพเปิดสอนมานานกว่า 3 เดือน นำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อผลักดันกลับประเทศ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 พ.ต.อ.พัดธงทิว ดามาพงศ์ ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.สุกฤษณ์ มีบำรุง รอง ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.หญิง พิชญ์สินี วัฒนจึงโรจน์ สว.ตม.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ ตม.ชุดสืบสวน พร้อมด้วย น.ส.อารยา ชัญถาวร จัดหางานจังหวัดนนทบุรี นายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ นายอภิชาติ สุขรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านบัวทอง หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังปรากฏคลิปหลักฐานว่า บ้านหลังดังกล่าวซึ่งมีหญิงสาวชาวเมียนมาอาศัยอยู่ ลักลอบเปิดเป็นร้านเสริมสวยสอนทำผมให้กับชาวเมียนมาด้วยกันเอง

จากการบูรณาการเข้าตรวจสอบ พบ Ms. NAN THU THU KWAW OO หรือ น.ส.นัน ตู ตู จอ อู อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งกำลังสอนทำผมให้กับหญิงสาวชาวเมียนมาอยู่ในบ้านอีกจำนวน 4 คน โดยทั้งหมดกำลังเรียนฝึกหัดวิธีการตัดผมและฝึกการยืดผม ซึ่งมีลูกค้าหญิงเมียนมาเข้ามาใช้บริการอยู่พอดีอีก 1 ราย ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นการทำงานในตำแหน่งช่างเสริมสวย ซึ่งเป็นอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว จึงได้แสดงตัวเข้าควบคุมตัว น.ส.นัน ตู ตู จอ อู อายุ 36 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนไว้ โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้

ตม.นนท์ จับสาวพม่า แย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย

สอบถาม น.ส.นัน ตู ตู จอ อู อายุ 36 ปี กล่าวว่า ตนไม่ได้เปิดเป็นร้านเสริมสวยเพื่อทำการสอนทำผมแต่อย่างใด เพียงแต่ตนเองว่างงาน จึงเปิดสอนทำผมให้ชาวเมียนมาที่สนใจมาเรียนเท่านั้น และตนก็ไม่ได้คิดเงินค่าสอนด้วย

แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ทราบว่า น.ส.นัน ตู ตู จอ อู สัญชาติเมียนมา ซึ่งถูกจับกุมในครั้งนี้ได้ลักลอบมาทำงานเป็นช่างเสริมสวย ช่างทำผมที่ร้านดังกล่าว โดยเริ่มทำงานมาได้ประมาณ 3 – 4 เดือน และมีรายได้จากการสอนทำผมให้กับลูกค้าชาวเมียนมา เดือนละ 8,000 บาท

ตม.นนท์ จับสาวพม่า แย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย

ส่วนหญิงที่มาทำผมอยู่ในร้านและหญิงสาวชาวเมียนมาที่มาเรียนทำผมในร้าน ในเบื้องต้นตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด จึงได้ปล่อยตัวไป เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว น.ส.นัน ตู ตู จอ อู มาทำการสอบปากคำที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อผลักดันกลับประเทศต่อไป

ตม.นนท์ บุกจับสาวพม่า แย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย

เรื่องราวการแย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ ตม.นนทบุรี บุกเข้าจับกุมหญิงชาวพม่าที่ลักลอบเปิดโรงเรียนสอนทำผม โดยมีลูกค้าชาวพม่าเข้ามาใช้บริการ ทำให้เกิดคำถามถึงการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองอาชีพของคนไทย

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบทำงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานและอาชีพสงวนสำหรับคนไทย การที่ตม.นนท์ เข้าดำเนินการจับสาวพม่าในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางการไทยเอาจริงกับการปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

ทำไมต้องแย่งอาชีพคนไทย?

คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ ทำไมชาวต่างชาติถึงเลือกที่จะแย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย หนึ่งในเหตุผลอาจเป็นเพราะความต้องการของตลาดแรงงานในกลุ่มชาวต่างชาติด้วยกันเอง หรืออาจเป็นเพราะมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มากกว่า

ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อคนไทยโดยตรง การที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความเป็นธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ

  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
  • การตรวจสอบและควบคุมแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด
  • การส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพของคนไทย

ประเด็นนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายและการบังคับใช้เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมและเศรษฐกิจที่ซับซ้อน การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความยั่งยืนให้กับสังคมไทย

การแย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ที่มา – ตม.นนท์ บุกจับสาวพม่า แย่งอาชีพคนไทยทำช่างเสริมสวย มีเปิดโรงเรียนสอนด้วย