วัน: 15 มกราคม 2026

รัฐบาลเตือน! ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง 14-16 ม.ค.

รัฐบาลเตือนฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค. ปี 2569 ย้ำคุมเข้มแหล่งกำเนิด งดเผา พร้อมพิจารณาขยาย WFH เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษในเขตเมือง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับอัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมและไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงหลังวันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป

นางสาวลลิดา ระบุว่า รัฐบาลได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สื่อสารและประสานหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะการงดการเผาในช่วงอากาศปิด พร้อมทั้งประสานกรุงเทพมหานครพิจารณายกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) รวมถึงการขยายระยะเวลาการทำงานแบบ Work From Home เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละออง พร้อมทั้งทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในกรณีมลพิษข้ามพรมแดนควบคู่กันไป

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานคุณภาพอากาศ ณ วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่น PM2.5 โดยภาพรวมของประเทศปรับตัวสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตบางรัก ปทุมวัน และสาทร มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง ขณะที่หลายพื้นที่อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ ศกพ. ขอความร่วมมือประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการจราจร และหากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันฝุ่น พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai

รัฐบาลเตือนฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค.

ทำไมรัฐบาลถึงเตือนเรื่องฝุ่น PM 2.5 พุ่ง?

สาเหตุที่รัฐบาลออกมาเตือนเรื่องสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค. นี้ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงดังกล่าวมีลักษณะปิด ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในปริมาณมาก อีกทั้งอัตราการระบายอากาศต่ำ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถระบายออกไปได้ ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 รุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่

ผลกระทบจาก ฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค. นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย ดังนั้นการติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจาก ฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค. เราควร:

  • ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง
  • สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้
  • ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการปล่อยมลพิษ
  • ดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว

สถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค. เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข การลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ การใส่ใจสุขภาพของตนเอง และการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

ที่มา – รัฐบาลเตือนฝุ่น PM 2.5 พุ่งช่วง 14-16 ม.ค คุมเข้มแหล่งกำเนิด–งดเผา พิจารณาขยาย WFH

เครนก่อสร้างพระราม 2 ถล่ม: ความเสียหายและผู้เสียชีวิต

เปิดภาพความเสียหายอุบัติเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม! เกิดเหตุสลดทับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิต รายละเอียดเป็นอย่างไร อ่านต่อได้ที่นี่

ความเสียหายจากเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม มีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่มลงมา บริเวณเกาะกลางถนน ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ก่อนถึงสะพานท่าจีน ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แรงกระแทกส่งผลให้รถยนต์ 2 คันที่กำลังสัญจรผ่านไปมา ถูกทับและได้รับความเสียหายอย่างหนัก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สร้างความเสียใจแก่ผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดการสถานการณ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากสภาพการจราจรค่อนข้างติดขัดและหนาแน่น

อุบัติเหตุครั้งนี้ จุดประกายคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่หลายจุดต่อเนื่องกัน ที่ผ่านมา ถนนเส้นนี้เคยเกิดอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกันมาแล้วหลายครั้ง สร้างความกังวลใจและความไม่มั่นใจในความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

ประชาชนจำนวนมากจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเพิ่มความเข้มงวดในด้านมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดใจเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบอุปกรณ์และโครงสร้าง การฝึกอบรมบุคลากร และการวางแผนการทำงานอย่างรัดกุม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

สาเหตุเบื้องต้นของเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม

ถึงแม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่มีการคาดการณ์ถึงปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุเบื้องต้น เช่น ความผิดพลาดทางเทคนิคของตัวเครนเอง สภาพพื้นดินที่ไม่มั่นคง หรือความประมาทในการควบคุมการทำงานของเครน อย่างไรก็ตาม การสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดได้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุการณ์ เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม จะถูกรายงานให้ทราบต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างสูงสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมา และคนงานทุกคน ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ประชาชน

ภาพจาก เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่มา – ความเสียหาย เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม มีผู้เสียชีวิต

ดอยอินทนนท์เช้านี้ ฟ้าเปิด! หนาว 5 องศา

นักท่องเที่ยวคึกคัก! เช้านี้ที่ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว บอกเลยว่าดอยอินทนนท์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างเดินทางพากันไปสัมผัสอากาศหนาว คุณภาพอากาศดีท้องฟ้าเปิด ถึงแม้ว่าวันนี้อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์จะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยอุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 5 องศาฯ แต่ก็ยังถือว่าหนาวอยู่ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวสุดฟินที่ได้สัมผัสอากาศหนาวและได้ชมพระอาทิตย์แสงแรกของเช้าวันใหม่ ที่ค่อยๆโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าสาดแสงสีทองอย่างสวยงามราวภาพวาด ทำให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปชมพระอาทิตย์อดใจไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ดอยอินทนนท์

ทั้งนี้ ข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวทั้งหมด 3,051 คน

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่าภาคเหนือจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกด้วย อุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31 องศาฯ สำหรับยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 6-11 องศาฯ.

เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวดอยอินทนนท์ในช่วงนี้ เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะอากาศยังคงหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าและกลางคืน นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อไป “ดอยอินทนนท์”

  • เสื้อกันหนาว, ถุงมือ, หมวก
  • รองเท้าที่ใส่สบาย เหมาะกับการเดิน
  • กล้องถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพความประทับใจ
  • ยาประจำตัว (ถ้ามี)
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ

การเดินทางไปดอยอินทนนท์ สามารถทำได้โดยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารประจำทาง แต่แนะนำให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชัน

นอกจากอากาศหนาวและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ที่ดอยอินทนนท์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ น้ำตกวชิรธาร และตลาดม้ง ให้ได้แวะชมและซื้อของฝากอีกด้วย

อย่าลืมแวะไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่สวยงามที่ดอยอินทนนท์กันนะคะ รับรองว่าจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างแน่นอน

การได้เห็นแสงแรกของวันที่ดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาว เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน ลองหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมใครๆ ก็หลงรักดอยอินทนนท์

ที่มา – เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

ด่วน! อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว กระทบเที่ยวบิน

ทั่วโลกกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่า อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินนานาชาติหลายสายการบิน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่ทวีสูงขึ้นในภูมิภาค

รายงานระบุว่า อิหร่านได้ประกาศ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 22.15 น. ตามเวลา GMT ของคืนวันพุธที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา การปิดน่านฟ้านี้ครอบคลุมเที่ยวบินทั้งหมด ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA)

ตามประกาศแจ้งเตือนด้านการบิน (NOTAM) ระบุว่า การปิดน่านฟ้าครั้งนี้มีระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยสิ้นสุดในเวลา 00.30 น. ตามเวลา GMT อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการขยายเวลาเพิ่มเติม หากสถานการณ์โดยรวมยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

การตัดสินใจ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างมาก มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในภูมิภาค หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาเตือนว่า เตหะรานพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากวอชิงตันตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการบินพาณิชย์ เนื่องจากการยิงขีปนาวุธและโดรนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งต่างๆ ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าใจผิดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ

อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อสายการบินใดบ้าง?

การปิดน่านฟ้าส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบินหลายแห่งทั่วโลก IndiGo สายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ออกมายอมรับว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ในขณะที่เที่ยวบินของ Aeroflot สายการบินแห่งชาติรัสเซีย ที่มุ่งหน้าไปยังกรุงเตหะราน ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินกลับไปยังกรุงมอสโก หลังจากมีการประกาศปิดน่านฟ้า ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนีได้ออกคำเตือนใหม่ให้กับสายการบินของประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน หลังจากที่ Lufthansa ได้ปรับแผนการบินในตะวันออกกลาง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ยังคงมีคำสั่งห้ามเที่ยวบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน และไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศอยู่แล้ว นอกจากนี้ สายการบินอื่นๆ เช่น flydubai และ Turkish Airlines ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังอิหร่านหลายเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน

เว็บไซต์ Safe Airspace ซึ่งดำเนินการโดยองค์กร OPSGROUP ระบุว่า สายการบินจำนวนมากได้ทำการลดหรือระงับการให้บริการ และหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งเตือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางทหาร รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการยิงขีปนาวุธ หรือการเสริมกำลังป้องกันทางอากาศ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดเกี่ยวกับอากาศยานพลเรือน

Lufthansa ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านและอิรักจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และจะให้บริการเฉพาะเที่ยวบินกลางวันไปยังเทลอาวีฟและอัมมาน เพื่อหลีกเลี่ยงการพักค้างคืนของลูกเรือ ในขณะที่สายการบิน ITA Airways ของอิตาลี ซึ่ง Lufthansa ถือหุ้นรายใหญ่ ก็ได้ประกาศระงับเที่ยวบินกลางคืนไปยังเทลอาวีฟเช่นกันจนถึงสัปดาห์หน้า

สถานการณ์ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว นี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการบินพลเรือนในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและปรับตัวอย่างรวดเร็วของสายการบินต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

ที่มา – ด่วน อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่

ฮาร์ตส์ ‘ม้ามืด’ แต่ยังนำจ่าฝูง

ฮาร์ตส์ ‘ม้ามืด’ แต่ยังนำจ่าฝูง

หากการที่ฮาร์ตส์ชนะโดยมีผู้เล่น 10 คนที่ดันดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดูเหมือนเป็นการประกาศศักดา พวกเขาก็เพิ่มเดิมพันกับเซนต์เมียร์เรนในอีกสี่วันต่อมา

ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าหลังจากเบนิ บานิงกิเมได้รับใบแดงเพียง 14 นาที ทีมนำของสกอตติชพรีเมียร์ชิพก็ขัดขืนสถานการณ์ของพวกเขาอีกครั้งด้วยการทำสองประตูในครึ่งหลังและยังคงนำหน้าจ่าฝูงหกแต้มต่อไป

ไม่เหมือนกับช่วงสุดสัปดาห์ที่พวกเขามีประตูขึ้นนำและเหลือเกมให้เล่นอีกครึ่งหนึ่ง เกมที่ไทน์คาสเซิลในวันพุธเป็นเกมที่ไม่มีสกอร์เมื่อจำนวนผู้เล่นของพวกเขาลดลง

“ผมบอกว่าวันอาทิตย์เป็นสามแต้มที่ดีที่สุด แต่นั่นเหนือกว่าไปมาก” เดเร็ก แมคอินเนสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

แต่มีบางสิ่งที่โค้ชของฮาร์ตส์พูดที่โดดเด่น

“เราไม่มีความร่ำรวยเหมือนเรนเจอร์สและเซลติก” เขากล่าว “เรายังคงจ่าย ‘ค่าจ้างของฮาร์ตส์'”

“ผมคิดว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้นที่นั่นว่าเราอยู่ในระดับเดียวกัน เราเป็นม้ามืดอย่างมาก”

มันคือความคิดที่ว่าพวกเขาถูกล้อมที่ช่วยให้ฮาร์ตส์ทำผลงานได้ดีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และเหตุผลว่าทำไมมันอาจกระตุ้นให้พวกเขาคว้าแชมป์ได้อย่างน่าทึ่ง

ชัยชนะ ‘ประกาศศักดา’ ครั้งที่สองพิสูจน์ความกล้าหาญของฮาร์ตส์

ข้อความจากแมคอินเนสชัดเจนตลอดทั้งฤดูกาล – ‘ตัดสินเราหลังจากสองรอบของการแข่งขัน’ ตอนนี้แคมเปญมาถึงช่วงนั้นแล้ว

และถ้าวันนี้เป็นวันพิพากษาของฮาร์ตส์ ใบแดงของบานิงกิเมก็ช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากความผิดได้อย่างไร้เหตุผล

เมื่อเข้าสู่เกมนี้ พวกเขาเป็นทีมเต็ง เซนต์เมียร์เรนกำลังวนเวียนอยู่ในท่อระบายน้ำ วิกฤตอาการบาดเจ็บในแดนกลางได้ฉีกหัวใจของทีมผู้ชนะลีกคัพของสตีเฟน โรบินสัน

แต่การถูกคาดหวังให้ชนะไม่ใช่สิ่งที่ฮาร์ตส์รู้สึกสบายใจเสมอไป ในช่วงที่ฟอร์มตกเพียงครั้งเดียวในฤดูกาลนี้ พวกเขาถูกเสมอกับเซนต์เมียร์เรน, ดันดี ยูไนเต็ด, มาเธอร์เวลล์ และคิลมาร์น็อค และแพ้ให้กับทีมอเบอร์ดีนที่กำลังดิ้นรน

เกมเหล่านั้นทั้งหมด – ยกเว้นมาเธอร์เวลล์นอกบ้าน – เป็นเกมที่ฮาร์ตส์ตั้งเป้าที่จะคว้าชัยชนะ

แต่กลับเป็นเกมที่พบกับโอลด์เฟิร์มที่พวกเขาฉายแสง

ตั้งแต่ปี 1960 พวกเขาไม่เคยชนะสามเกมติดต่อกันกับคู่แข่งจากกลาสโกว์ พวกเขาชนะลีกในฤดูกาลนั้น

ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในช่วงชนะสี่เกม โดยมีเซลติกในบ้านอยู่ตรงหน้า

การเผชิญหน้าเหล่านั้นอาจสร้างความแตกต่าง แต่ชัยชนะเหนือดันดีและเซนต์เมียร์เรนเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าพวกเขาจะไม่ล้มหายไป

สองครั้งที่พวกเขาตัวผู้เล่นน้อยกว่า สองครั้งที่พวกเขาต่อสู้ต่อไปและอ้างสิทธิ์ในการชนะ

“พูดถึงผลลัพธ์ที่ประกาศศักดา” อัลลัน เพรสตันผู้เชี่ยวชาญกล่าวใน Sportsound “นี่คือผลลัพธ์ที่ประกาศศักดาสำหรับฮาร์ตส์ เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ 15 นาที และพวกเขาสมควรที่จะชนะมากกว่านี้”

หากมีสิ่งที่เรียกว่าการเสมอกันที่ประกาศศักดา ฮาร์ตส์ก็ทำได้เช่นกัน ตามหลังมาเธอร์เวลล์ 3-0 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ดูเหมือนว่าฟองสบู่ของแมคอินเนสกำลังจะแตก แต่พวกเขากลับมาเสมอกัน 3-3

พวกเขาไม่สามารถทำผลงานเดียวกันได้กับฮิเบอร์เนียนในการแข่งขันเอดินเบิร์กดาร์บี้หลังจากคริสต์มาส แต่พวกเขาก็ได้รับการเซฟสุดยอดจากราฟาเอล ซัลลิงเกอร์เพื่อคว้าแต้ม

แมคอินเนสผู้กล้าหาญยังคงเล่นทีละเกม

ตอนนี้ แมคอินเนสต้องตอบคำถามเกี่ยวกับโอกาสในการคว้าแชมป์ของฮาร์ตส์และไม่เบี่ยงเบน อย่างไรก็ตาม เขาอยู่มานานและเป็นผู้ดำเนินการที่ชาญฉลาด

“ผมมีความเชื่อเสมอว่าเราสามารถชนะเกมต่อไปได้” เขาตอบเมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของเขาเองในโอกาสในการคว้าแชมป์ “เรามี 50 แต้มในครึ่งหนึ่งของเกมที่เล่น และนั่นคือการยิงที่ยอดเยี่ยม

“เราตั้งเป้าหมายในการประชุมครั้งสุดท้ายของผมก่อนเกมลีกนัดแรก – 18 ชัยชนะจะทำให้เราไปยุโรป ตอนนี้เราอยู่ที่ 15 แล้วและเรายังไม่ออกจากเดือนมกราคม

“เห็นได้ชัดว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปเมื่อคุณก้าวไปข้างหน้า แต่เราแค่ต้องการที่จะตั้งใจทำงาน”

ทีละเกม แล้วทำไมต้องหยุดตอนนี้? นั่นเป็นข้อความที่ส่งถึงทีมจนถึงฤดูกาลนี้

ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ กัปตันทีมก็กล่าวเช่นเดียวกัน

“สถานการณ์กลับกลายเป็นเราอีกครั้งด้วยใบแดง” เขาบอกกับ BBC Scotland “แต่เมื่อคืนก่อน [กับดันดี] เราเล่นนานมากโดยมีผู้เล่น 10 คน ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าเราทำได้

“ผลลัพธ์ที่ดีนำมาซึ่งความเชื่อมั่นให้กับทีมเสมอ เราต้องการอยู่ในอันดับต้น ๆ และนั่นคือสิ่งที่เราอยู่ เราแค่สนุกกับมัน”

ความเห็นของแฟนบอลเกี่ยวกับโอกาสในการเป็น ฮาร์ตส์ ‘ม้ามืด’ แต่ยังนำจ่าฝูง

แฟนบอลฮาร์ตส์ อย่างน้อยก็สามารถหยุดเล่นอย่างขี้อายได้ เหมือนที่แชงค์แลนด์พูด พวกเขาแค่ต้องสนุกกับมัน ใครจะรู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่?

นี่คือสิ่งที่พวกเขาพูด:

คาลัม: อีกหนึ่งถ้อยแถลงใหญ่จากฮาร์ตส์ ตอบคำถามที่ยังหลงเหลืออยู่จากนักวิจารณ์เกี่ยวกับความกล้าหาญและความแข็งแกร่งทางจิตใจของพวกเขา ควรให้รางวัลอย่างจริงจังแก่เดเร็ก แมคอินเนสและการตัดสินใจที่เขาทำภายใต้ความกดดัน ฉันคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของผู้จัดการทีมและความเชื่อมั่นของเขาในทีมที่เขากดดันเพื่อทำประตูในเกมนี้ แทนที่จะพยายามล็อคสิ่งต่างๆ และตัดสินใจเพื่อหนึ่งแต้ม

จอห์น: ถ้าฮาร์ตส์ชนะลีก มันจะทำได้ด้วยเกมแบบนี้ ดูเหมือนว่าทีมจะไม่สามารถทำลายพวกเขาได้ และนั่นเป็นเพราะเดเร็กและทีมแสดงให้เห็นถึงหัวใจและความมุ่งมั่นที่จะไม่แพ้

เดวิด: ชัยชนะที่สำคัญ อย่าลืมว่าโอลด์เฟิร์มมีเกมยุโรปให้กังวลในช่วงสองสามสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งฮาร์ตส์สามารถมุ่งเน้นไปที่การทำให้นักเตะฟิตและเตรียมพร้อมสำหรับเกมลีกที่สำคัญ

ปีเตอร์: หัวใจของฉันพุ่งตรงไปที่ปากทันทีที่บานิงกิเมถูกส่งออกไปในเวลาเพียง 14 นาที การเปลี่ยนแปลงที่ตามมาที่ทำโดยแมคอินเนสในรูปแบบ และการเปลี่ยนตัวของเขา เป็นเพียงสิ่งที่เก่งกาจ และจิตวิญญาณที่คำแนะนำของเขาถูกดำเนินการนั้นเพิ่มความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของฉันในทีมนี้และผู้จัดการทีม

ฮาร์ตส์ ‘ม้ามืด’ แต่ยังนำจ่าฝูง โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ร่วมส่งแรงใจเชียร์ให้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่!

ที่มา – Hearts ‘underdogs by long shot’ but still setting Premiership pace

โอ’นีลขอความอดทนดีลเซลติก

มาร์ติน โอ’นีล ผู้จัดการทีมเซลติก เรียกร้องให้แฟนบอลอดทนขณะที่สโมสรพยายามเสริมทัพเพื่อไล่ตามฮาร์ทส์และป้องกันแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ

โอ’นีลยังคงรักษาสถิติชนะรวดในประเทศในฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะเหนือฟัลเคิร์ก 1-0 ทำให้ทีมยังตามหลังจ่าฝูงอยู่ 6 แต้ม

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวัง ซึ่งมีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงสองครั้ง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันจากแฟนบอลให้เสริมทัพ

คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าของเซลติก บรรยายถึงฟอร์มการเล่นว่า “ขาดความกระตือรือร้น” และถามว่า “แผนการเสริมทัพหายไปไหนหมด?”

“เรากำลังดำเนินการในหลายๆ เรื่อง และแน่นอนว่าเมื่อถึงสิ้นสุดตลาดซื้อขาย เราน่าจะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทีม” โอ’นีลกล่าวกับ BBC Scotland

“ผมคิดว่าเวลาของผมที่นี่หมดแล้ว ดังนั้นผมจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องกลับมาเก็บกวาดอีกครั้งและมองหาผู้เล่น เพียงแค่ให้เวลาเราหน่อย ให้โอกาสผมอีกนิด แล้วเราจะโอเค

“เป้าหมายคือการพยายามชนะเกมฟุตบอล แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการเพิ่มคุณภาพเพื่อช่วยเหลือนักเตะที่นี่”

เซลติกต้องการมากกว่ากองหน้าหรือไม่?

การพูดคุยเกี่ยวกับเซลติกส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ความต้องการกองหน้า หรืออาจจะสองคน

เบนจามิน ไนเกรน ทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะฟัลเคิร์กได้ และกลายเป็นนักเตะเซลติกคนแรกที่ทำได้ 10 ประตูในลีกฤดูกาลนี้

ทั้งๆ ที่นักเตะทีมชาติสวีเดนรายนี้ไม่ได้เล่นเป็นกองหน้า แต่เล่นในตำแหน่งกองกลางหรือปีก และเขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 14 จาก 22 เกมในลีก

เซลติกทำประตูได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 10 ประตูในฤดูกาลนี้ มีอัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูที่ดีที่สุดเป็นอันดับสี่ และอยู่อันดับรองสุดท้ายในด้านความแม่นยำในการยิงประตู

แชมป์เก่าทำได้ 39 ประตูจาก 22 เกม หลังจากจำนวนเกมเท่ากันในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาทำไปได้ 61 ประตู

สถิติการทำประตูของพวกเขานั้นน่าตกใจ

ไดเซน มาเอดะ ดาวซัลโวสูงสุดของฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งทำไป 7 ประตูในพรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ ส่วนใหญ่ทำประตูได้จากตำแหน่งปีกซ้าย

อย่างไรก็ตาม จอห์น คอลลินส์ อดีตกองกลางของเซลติก เชื่อว่ากองหน้ามากประสบการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้

“มันยากที่จะเล่นฟุตบอลหากไม่มีกองหน้าตัวเป้า” เขากล่าวในรายการ Sportsound ของ BBC Scotland “คนที่คุณสามารถส่งบอลให้ได้ และคุณรู้ว่าบอลจะอยู่กับเขา”

“ถ้าคุณเป็นกองกลาง คุณสามารถเล่นบอลหนึ่งสอง โดยรู้ว่าพวกเขาสามารถส่งบอลคืนให้คุณได้ คุณไม่สามารถทำแบบนั้นกับมาเอดะ เขาชอบวิ่งทะลุแนวรับ คุณไม่สามารถประสานงานกับเขาได้”

“เขาทำอย่างดีที่สุดแล้ว แต่เขาไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าที่แท้จริงสำหรับผม กองหน้าตัวเป้าที่ดีสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้

“คุณได้โอกาสครึ่งๆ กลางๆ จากนั้นคุณก็นำ 3-0 โอกาสที่เซลติกสร้างขึ้น หากคุณมีกองหน้าที่ดี คุณจะชนะอย่างสบายๆ”

ยูเลียน อเราโฮ แบ็คขวา ได้ย้ายมาร่วมทีมแบบยืมตัวจากบอร์นมัธในเดือนนี้ ขณะที่เซลติกพยายามแก้ไขจุดอ่อนในด้านอื่นๆ ด้วย ท่ามกลางอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลักบางคน

เนื่องจากการใช้โอกาสเปลืองเป็นปัญหาในช่วงฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของวิลฟรีด แนนซี แต่ไม่ใช่ปัญหาหลักของพวกเขาในการเจอกับฟัลเคิร์ก

พวกเขาทำได้เพียงสองครั้งที่ยิงเข้ากรอบ และถูกทีมของจอห์น แม็กลินน์เล่นงานในบางช่วง ซึ่งพวกเขาไล่บอลในแดนกลางและทำงานหนักอย่างไม่น่าเชื่อ

ผลที่ตามมาคือเจ้าบ้านสร้างโอกาสได้ดีกว่าและเล่นฟุตบอลได้อย่างลื่นไหล

คัลลัม แม็คเกรเกอร์ ถูกโดดเดี่ยวเมื่อมีบอลอยู่ในแดนกลาง แม้ว่าไนเกรนและอาร์เน เองเกิลส์จะออกสตาร์ทเคียงข้างเขา

คอลลินส์เชื่อว่าทีมต้องการกองกลางที่มีความแข็งแกร่งและปีกอีกด้วย

“เองเกิลส์มีเกมที่ดีและเกมที่ธรรมดามากๆ ไนเกรนมีทั้งเกมที่ดีและไม่ดี และขาดความสม่ำเสมอ” อดีตผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของเซลติกกล่าว

“ผู้เล่นคนหนึ่งที่ต้องการบอลอยู่เสมอคือคัลลัม แม็คเกรเกอร์ ทุกสัปดาห์เขามีมาตรฐานของเขา พวกเขาต้องเพิ่มคุณภาพในแดนกลางให้มากขึ้น”

เกมลีกนัดต่อไปของเซลติกเป็นเกมสำคัญในการออกไปเยือนฮาร์ทส์ ซึ่งเป็นเกมที่จะช่วยกำหนดชะตากรรมของตำแหน่งแชมป์

หากไม่มีผู้เล่นหน้าใหม่พร้อมลงสนามในตอนนั้น แฟนบอลคงจะโกรธมาก แม้ว่าโอ’นีลจะขอความอดทนก็ตาม

แฟนบอลพูดอะไรกันบ้าง?

ปีเตอร์: เราถูกทีมที่อยู่ในแชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้วเล่นงาน เราต้องการผู้เล่นใหม่หลายคน หากโอ’นีลไม่ได้พวกเขา เขาควรทำเหมือนที่เบรนแดน ร็อดเจอร์สทำและเดินจากไป

จอห์น: ฟอร์มการเล่นที่แย่ เราได้รับการบอกกล่าวอยู่เสมอว่าเราต้องการผู้เล่นใหม่ แต่เหมือนกับตลาดซื้อขายที่ผ่านมา เราเฝ้ารอการเซ็นสัญญาใหม่ทุกวัน แต่จนถึงตอนนี้เราได้มาเพียงแค่ข้อตกลงยืมตัวเดียว มันน่าหงุดหงิดเมื่อเรามีเงินกองอยู่ในธนาคารมากมาย

อัลฟี่: ดีขึ้นมาก แต่มาร์ตินรู้ว่าเราต้องการผู้เล่นที่มีคุณภาพ ยังไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่ง

เดวี่: ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทีมเซลติกชุดนี้แย่ขนาดไหน เป็นการรับชมที่เจ็บปวดมากสำหรับแฟนบอล

โอ’นีลขอความอดทนแฟนบอลเซลติกเรื่องเสริมทัพ

เรื่องการเสริมทัพของเซลติกยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตาม และการที่ โอ’นีลขอความอดทนจากแฟนบอลแสดงให้เห็นว่าสโมสรกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาผู้เล่นที่เหมาะสม การเสริมทัพที่มีคุณภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ และเป็นการตอบสนองความต้องการของแฟนบอลที่ต้องการเห็นทีมประสบความสำเร็จ

ที่มา – O’Neill calls for patience on Celtic transfers

โรเซนอร์ปกป้องซานเชซ! ความผิดพลาดของซานเชซ

เลียม โรเซนอร์ ผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวว่าเขา “ต้องรับผิดชอบ” ต่อความผิดพลาดของ โรเบิร์ต ซานเชซ เนื่องจากเขาปกป้องผู้รักษาประตูของเขาหลังจากการแพ้ อาร์เซนอล 3-2 ในรอบรองชนะเลิศคาราบาวคัพ นัดแรก

ผู้เล่นทีมชาติสเปนวัย 28 ปีรายนี้ มีส่วนผิดพลาดในสองประตูแรกของอาร์เซนอล ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยโรเซนอร์เปิดเผยว่าทีมของเขาโดนอาการป่วยเล่นงาน

ซานเชซ ไม่สามารถเคลียร์ลูกเตะมุมของ ดีแคลน ไรซ์ ได้ ทำให้ เบน ไวท์ เปลี่ยนบอลเข้าไป ในขณะที่การครอสของฟูลแบ็กของทีมปืนใหญ่ลอดผ่านมือของผู้รักษาประตู ทำให้ วิคเตอร์ เกียวเคเรส ทำประตูจากระยะใกล้ได้

มาร์ติน ซูบิเมนดี ของอาร์เซนอล ก็ทำประตูได้เช่นกัน แต่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ตัวสำรองของเชลซี ยิงสองครั้งเพื่อให้ทีมของเขาอยู่ในเกม

ในเกมเหย้าเกมแรกของเขาในฐานะบอสทีมสิงห์บลูส์ โรเซนอร์เปิดเผยว่าเขากำลังทำงานเกี่ยวกับแนวทางยุทธวิธีใหม่สำหรับ ซานเชซ: ความผิดพลาดของซานเชซ เป็นสิ่งที่เขาต้องแก้ไข

“มันเป็นเป้าหมายของทีม ไม่ใช่แค่ ร็อบ [ซานเชซ] เท่านั้น” เขากล่าว “ผมขอให้ ร็อบ ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ก่อนเกม ผมบอกเขาอย่างชัดเจนว่า เมื่อผู้เล่นของผมทำผิดพลาด ผมต้องรับผิดชอบ นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบ”

“เขาเซฟได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลัง นั่นอาจทำให้เราตกรอบไปเลย เขาจะพัฒนาในแง่ของความเข้าใจ”

“นั่นเป็นเกมแรกของ ร็อบ กับผม ผมทำงานร่วมกับเขามาสองวัน ผมต้องใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในทีม นั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่

“ผมไม่ต้องการทำเช่นนั้นจนส่งผลเสียต่อผลการแข่งขัน แต่ผมต้องแน่ใจว่าเราชนะตอนนี้ แต่เราจะพัฒนาต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามที่เราต้องการในฤดูกาลนี้ มันเป็นเส้นแบ่งที่ละเอียดมาก

“มีแง่บวกมากมายในการแสดงของ ร็อบ สิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับผมคือ ผมปกป้องผู้เล่นของผม ผมขอให้เขาทำสิ่งต่างๆ หากเขาทำผิดพลาดในการทำตามที่ผมขอ นั่นก็เป็นความผิดของผม

“ผมมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าในระยะยาวเราจะพัฒนาในฐานะทีมด้วยข้อความที่เรามอบให้เขาในการเล่นทั้งหมด งานของผมคือช่วยพวกเขา ไม่ใช่ตำหนิพวกเขา”

โรเซนอร์ปกป้องซานเชซ! ความผิดพลาดของซานเชซ

โรเซนอร์ รู้สึกยินดีกับทีมของเขาอย่างกว้างขวางแม้จะพ่ายแพ้ ซึ่งเป็นการคุมทีมครั้งแรกของเขา และเน้นย้ำถึงแง่บวกในการแสดงของแต่ละบุคคลเกือบทุกคน

“ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเราคือ เรามีอาการป่วย และบาดเจ็บจำนวนมาก และเรากำลังเล่นกับทีมที่ดีมากๆ” โรเซนอร์กล่าวเสริม

โคล พาลเมอร์, รีซ เจมส์ และ มาโล กุสโต ต่างสอบตกในการทดสอบความฟิตในช่วงท้าย ในขณะที่ มอยเซส ไกเซโด้ ติดโทษแบน และอาการป่วยทำให้ เลียม เดลาป และ เจมี่ กิตเทนส์ ต้องนั่งข้างสนามเช่นกัน

ในส่วนของ พาลเมอร์ โรเซนอร์ กล่าวว่า “เขามีอาการตึงเล็กน้อยที่ต้นขา หากคุณให้ผู้เล่นลงเล่นเร็วเกินไปในเดือนมกราคมด้วยอาการตึงเล็กน้อย มันอาจกลายเป็นพัก 6 สัปดาห์ได้ ผมไม่สามารถเสีย โคล พาลเมอร์ ไป 6 สัปดาห์ได้ เพราะเขาเก่งมาก”

เขาเสริมว่า เจมส์ “โดนกระแทกอย่างแรงที่สะโพก” แต่ “หวังว่าเขาจะกลับมาได้ในวันเสาร์”

“กิตเทนส์ ป่วยเมื่อคืนนี้ เลียม เดลาป มีกำหนดลงเล่น เขาป่วยสี่ชั่วโมงก่อนเกม” เขากล่าว

“ทั้งสองคนมีอุณหภูมิสูงมาก สูงอย่างอันตราย หวังว่าพวกเขาจะได้พักผ่อน และจะโอเคสำหรับวันเสาร์”

โรเซนอร์ ต้องการชี้ให้เห็นว่า เชลซี แข่งขันได้ดีกับทีม อาร์เซนอล ที่แพ้เพียงสองครั้งในการแข่งขันทั้งหมดในฤดูกาลนี้ และทีมของเขายังสามารถต่อสู้กลับได้ในนัดที่สองที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์

“วันนี้เรากำลังเล่นกับทีมที่เพรสซิ่งดีที่สุดในยุโรป ด้วยทีมที่แข็งแกร่งเต็มที่ และเราขาดผู้เล่นไปจำนวนมาก” เขากล่าวเสริม

“ผมภูมิใจในความกล้าหาญของผู้เล่นในการพยายามดำเนินการในบางแง่มุมที่ผมขอ ในหกวัน เรามีสองเกม ผมไม่ได้ขอเวลา เพราะผมคิดว่ากลุ่มนี้ดีพอที่จะชนะได้ในตอนนี้

“แต่ผมต้องใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในทีมด้วย มิฉะนั้นการที่ผมอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นมันจึงเป็นสมดุลที่ละเอียดอ่อน และหวังว่าแฟนๆ จะได้เห็นความก้าวหน้าของทีม แต่เราต้องชนะไปพร้อมๆ กันด้วย”

ทำไมการปกป้องซานเชซ! ความผิดพลาดของซานเชซ จึงสำคัญ

การปกป้องผู้เล่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้จัดการทีม เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่พวกเขามีต่อผู้เล่นของตน การที่โรเซนอร์ออกมาปกป้องซานเชซ แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเขามั่นใจว่าซานเชซจะพัฒนาขึ้นได้

นอกจากนี้ การปกป้องผู้เล่นยังช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในระยะยาว การที่ผู้เล่นรู้ว่ามีผู้จัดการทีมที่พร้อมจะสนับสนุนพวกเขา จะทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้นและกล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น

ถึงแม้ว่าเชลซีจะแพ้ในนัดนี้ แต่โรเซนอร์ก็ยังมองเห็นแง่บวก และเชื่อว่าทีมของเขายังสามารถกลับมาได้ในนัดที่สอง การที่เขามุ่งเน้นไปที่การปกป้องผู้เล่น และให้กำลังใจทีม แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของเขา และความมุ่งมั่นที่จะนำเชลซีไปสู่ความสำเร็จ

สรุปแล้ว: ความผิดพลาดของซานเชซ เป็นส่วนหนึ่งของเกม และการที่โรเซนอร์ออกมาปกป้องเขา เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่ง

ที่มา – Sanchez mistakes ‘on me’ – Rosenior defends Chelsea keeper

อาร์เซนอลกับการก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ แต่ยังเสียดาย

สถิติของอาร์เซนอลในรอบรองชนะเลิศภายใต้การคุมทีมของมิเกล อาร์เตต้าไม่ได้สวยหรูนัก

แต่หลังจากไม่สามารถเอาชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียวในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศสองนัดก่อนหน้านี้ 4 ครั้ง ชัยชนะ 3-2 ของอาร์เซนอลเหนือเชลซี ในคาราบาว คัพ ทำให้พวกเขาเหลืออีกเพียงนัดเดียวก็จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ชัยชนะในเอฟเอ คัพเมื่อปี 2020

ก่อนหน้านี้ทีมปืนใหญ่แพ้ในรอบรองชนะเลิศ 4 ครั้งติดต่อกัน โดยยิงได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นตัวเต็งที่จะยุติฝันร้ายในรอบรองชนะเลิศที่เอมิเรตส์ สเตเดียมในวันที่ 3 กุมภาพันธ์

ทีมของอาร์เตต้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ โดยเป็นจ่าฝูงทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก และผ่านเข้าสู่รอบที่สี่ของเอฟเอ คัพ

เกมนี้เป็นเกมที่ 32 ของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ และพวกเขาแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งทั้งสองครั้งเป็นการไปเยือนลิเวอร์พูลและแอสตัน วิลลาในพรีเมียร์ลีก

แต่ อาร์เตต้าและลูกทีมมีความรู้สึกว่าชัยชนะของพวกเขาน่าจะมากกว่านี้ก่อนเกมที่สอง ในขณะที่พวกเขาต้องการคว้าโอกาสในการชูถ้วยรางวัลในการแข่งขันอีเอฟแอล คัพ รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 22 มีนาคม

อาร์เตต้ากล่าวว่า “อย่างแรกเลย ผมต้องชื่นชมผู้เล่นสำหรับผลงาน สำหรับเกมที่เราเพิ่งเล่นกับคู่ต่อสู้ที่ดีจริงๆ”

“ด้วยคุณภาพมากมายในสนามนั้น เรามีความรู้สึกเมื่อจบเกมหลังจาก 1-3 และช่วงเวลาที่เราครองเกมได้อย่างมากในช่วงเวลานั้นว่าเรามีโอกาสครั้งใหญ่สองครั้งในการทำประตูที่สี่ และผลลัพธ์จะแตกต่างออกไปมาก”

“แต่ในตอนนั้นพวกเขามีจังหวะ พวกเขาสร้างลูกเตะมุม พวกเขาทำประตูได้ และเกมก็ดำเนินต่อไป ความรู้สึกนั้นจึงไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราต้องให้คุณค่ากับสิ่งที่ทีมทำอีกครั้ง”

คืนที่สดใสที่จำเป็นมากสำหรับกียอเคเรส

กองหน้า วิคเตอร์ กียอเคเรส ไม่ได้สนุกกับการเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับอาร์เซนอลอย่างที่เขาต้องการนับตั้งแต่ย้ายมาจากสปอร์ติงด้วยค่าตัว 64 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์

กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ไม่ได้ทำประตูเลยนับตั้งแต่ยิงจุดโทษใส่เอฟเวอร์ตันเมื่อเดือนที่แล้ว และประตูของเขาที่พบกับเชลซีเป็นประตูแรกจากการเล่นโอเพ่นเพลย์นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

นักเตะวัย 27 ปีรายนี้ดูเหมือนจะขาดความมั่นใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผลงานของเขาในเกมนี้ดูเหมือนผู้เล่นที่ยิงได้ 97 ประตูจากการลงเล่น 102 เกมให้กับสปอร์ติงมากขึ้น

นอกจากนี้ เขายังแอสซิสต์ให้ มาร์ติน ซูบิเมนดิ ยิงประตูที่สามของอาร์เซนอล เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะเข้าสู่เกมนัดที่สองที่เอมิเรตส์ด้วยการนำ

กียอเคเรส กล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำ และผมสามารถทำได้บ่อยขึ้น วันนี้เราชนะ และเราจะเดินหน้าต่อไป”

“มันยังคงเป็นเกมที่สอง แต่แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีที่ได้กลับมาพร้อมกับชัยชนะและความได้เปรียบสำหรับเกมที่สอง แต่เรายังคงต้องทำผลงานให้ดีในนัดที่สอง”

“ผมคิดว่ามันเป็นเกมที่ยาก เราป้องกันได้ดี พวกเขาเป็นอันตรายเสมอเมื่อมีการโต้กลับ แต่ผมคิดว่าเราป้องกันได้ดี น่าเสียดายที่เสียไปสองประตู แต่ในเกมรุกเราทำได้สามประตู ดังนั้นผมจึงมีความสุขกับสิ่งนั้น”

มันจะดีกว่านี้ได้ไหม

เมื่อทีมปืนใหญ่นำ 2-0 ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถทำประตูได้ตามต้องการ

อย่างไรก็ตาม อเลฮานโดร การ์นาโช ยิงประตูตีตื้นให้เชลซีเป็น 2-1

การจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมของซูบิเมนดิทำให้อาร์เซนอลขึ้นนำสองประตูเป็นครั้งที่สองในเกมนี้ แต่อีกครั้งที่ทีมปืนใหญ่ปล่อยให้หลุดมือไปกับการทำประตูที่สองของ การ์นาโช

การนำสองประตูไปเอมิเรตส์ ซึ่งอาร์เซนอลไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาลนี้ จะทำให้ทีมปืนใหญ่อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งอย่างมาก แต่เชลซียังคงอยู่ในเกมนี้

เบน ไวท์ ผู้ทำประตู กล่าวว่า “ครึ่งหลังเราเล่นได้ไม่ดีนัก และปล่อยให้พวกเขากดดันเรามากขึ้น”

“นั่นคือวิธีที่เราเสียประตู มันไม่ได้มาตรฐานของเราจริงๆ มันน่าผิดหวังเล็กน้อยในครึ่งหลัง แต่ก็ยังเป็นชัยชนะ”

อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในตำแหน่งของเกม และอาร์เตต้ารู้สึกผิดหวังกับการเล่นในช่วงท้ายเกม แต่กุนซืออาร์เซนอลมุ่งเน้นไปที่เกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันเสาร์นี้ (17:30 GMT)

กุนซือชาวสเปนกล่าวว่า “ในอีก 20 นาที ผมจะเริ่มคิดถึงฟอเรสต์และเริ่มเตรียมตัวและทำให้แน่ใจว่าทุกคนฟื้นตัวจากสิ่งนั้น”

“นั่นคือสิ่งที่ผมทำเป็นประจำ ผมมีความสุขมากกับสิ่งที่เราทำในคืนนี้ เก็บมันไว้ และตอนนี้มุ่งเน้นไปที่เกมต่อไป”

อาร์เซนอลกับการก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ

ชัยชนะเหนือเชลซีถือเป็นก้าวสำคัญของอาร์เซนอลในการ ก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ ที่เคยตามหลอกหลอนพวกเขามา อย่างไรก็ตาม มิเกล อาร์เตต้าและลูกทีมยังคงรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถรักษาสกอร์นำสองประตูไว้ได้ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในเกมเลกที่สองยากลำบากขึ้น

การที่ทีมเสียสองประตูในบ้าน ทำให้ อาร์เซนอลกับการก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปในเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดียม แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งในบ้าน แต่เชลซีก็ยังคงมีศักยภาพที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้

อาร์เซนอลกับการก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ จะสำเร็จได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวและความมุ่งมั่นของทีมในการเล่นเกมที่สอง ซึ่งพวกเขาจะต้องเล่นด้วยความรัดกุมและไม่ประมาท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

โดยรวมแล้ว ชัยชนะในเกมแรกถือเป็นผลงานที่ดีของอาร์เซนอล แต่พวกเขายังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อ อาร์เซนอลกับการก้าวข้ามฝันร้ายรอบรองฯ อย่างแท้จริง

ที่มา – Arsenal take step to ending semi-final nightmares – but regrets remain

สหรัฐฯ เริ่มเฟส 2 แผนสันติภาพกาซา

ความคืบหน้าล่าสุดในความพยายามที่จะนำสันติสุขมาสู่ฉนวนกาซา สหรัฐอเมริกาได้ประกาศการเริ่มต้น เฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

แผนสันติภาพนี้ ซึ่งเริ่มต้นโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนผ่านจากข้อตกลงหยุดยิงไปสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยเน้นที่การปลอดทหาร การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ และการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วง

สหรัฐฯ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา

ทูตพิเศษของสหรัฐฯ กล่าวว่า เฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา จะมุ่งเน้นไปที่การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อบริหารฉนวนกาซา รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้ฉนวนกาซาเป็นเขตปลอดทหารโดยสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการสู้รบ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนดังกล่าวขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มฮามาส ซึ่งสหรัฐฯ คาดหวังให้ปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างครบถ้วน รวมถึงการส่งคืนตัวประกันที่ยังเหลืออยู่ หากไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ ได้เตือนว่าอาจต้องเผชิญกับผลกระทบที่ร้ายแรง

ความท้าทายในการฟื้นฟู

การฟื้นฟูฉนวนกาซาเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากอาคารและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศและการสู้รบ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีคำถามเกี่ยวกับอำนาจและโครงสร้างของรัฐบาลเฉพาะกาลที่จะเข้ามาบริหารฉนวนกาซา รวมถึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มฮามาสในกระบวนการทางการเมืองในอนาคต ความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรและการดำเนินโครงการฟื้นฟูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในหมู่ประชาชน

ประเทศตัวกลาง เช่น กาตาร์ ตุรกี และอียิปต์ ได้แสดงความยินดีต่อการจัดตั้งรัฐบาลเทคโนแครตของปาเลสไตน์ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดมั่นในข้อตกลงอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนและสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูบูรณะกาซา

ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโอกาสความสำเร็จของแผนสันติภาพดังกล่าว โดยมองว่ากระบวนการนี้อาจถูกจัดฉากมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายอิสราเอล และละเลยสิทธิและเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์

ในขณะที่ สหรัฐฯ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา องค์การสหประชาชาติ (UN) และกลุ่มสิทธิมนุษยชนชั้นนำยังคงเรียกร้องให้อิสราเอลอนุญาตให้มีการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ได้อย่างไร้อุปสรรค ซึ่งรวมถึงอาหาร อุปกรณ์สำหรับที่พักอาศัย และเครื่องจักรที่จำเป็นในการกำจัดซากปรักหักพังและฟื้นฟูบ้านเรือน

สหรัฐฯ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการคำนึงถึงผลประโยชน์และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวปาเลสไตน์

การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในฉนวนกาซาต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม การให้ความสำคัญกับการพัฒนา การศึกษา และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจะช่วยให้ประชาชนชาวปาเลสไตน์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตที่สดใส

ที่มา – สหรัฐฯ ประกาศ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา