วัน: 29 มกราคม 2026

นายกฯ ชื่นชม แม่บ้านมหาดไทย เป็นลมใต้ปีก

“นายกฯ อนุทิน” ยกย่องแม่บ้านมหาดไทย “หลังบ้านที่เข้มแข็ง” ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลักปี 69 ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2569 ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok โดยมีผู้บริหารระดับสูง อธิบดีกรมต่าง ๆ และประธานแม่บ้านมหาดไทยทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 150 คน โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมบทบาทของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง ในฐานะ “หลังบ้านที่เข้มแข็งและอบอุ่น” และเป็น “ลมใต้ปีก” สำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวคนมหาดไทย พร้อมเน้นย้ำถึงการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ด้วยความเข้าใจ บำรุงสุขด้วยหัวใจ” ผ่านเครือข่ายชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดที่เข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้านนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงนโยบายหลัก 5 ด้าน ประจำปี 2569 เพื่อสร้างความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืนว่า  ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกขยะ ลดพลาสติก/โฟม และรณรงค์ถังขยะเปียกลดโลกร้อน ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เสริมความมั่นคงทางอาหาร ต่อยอดโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ OTOP บำบัดทุกข์ผู้ด้อยโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยแม่และเด็ก พร้อมหนุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ พัฒนาจิตใจ สนับสนุนโครงการร้อยใจไทยสืบสานราชธรรมทั้งแผ่นดิน และสร้างการรับรู้และสัมพันธ์ เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์และกิจกรรมสัญจร 4 ภาค

นายกฯ ชื่นชมแม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง

การประชุมใหญ่สามัญสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2569 ที่จัดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ในการสนับสนุนการทำงานของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ช่วยให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการดูแลครอบครัวและความเป็นอยู่ให้มีความมั่นคง

บทบาทสำคัญของแม่บ้านมหาดไทย

บทบาทของแม่บ้านมหาดไทยนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดูแลครอบครัว แต่ยังขยายขอบเขตไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคม โดยสมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาสุขภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

  • การส่งเสริมอาชีพ: สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้จัดฝึกอบรมและสนับสนุนให้สมาชิกและประชาชนทั่วไป มีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพต่างๆ เพื่อสร้างรายได้และยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ
  • การพัฒนาสุขภาพ: สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้รณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและส่งเสริมสุขภาพที่ดี
  • การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ยังได้ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ โดยการมอบสิ่งของบริจาค และให้กำลังใจ เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

การที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชม แม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง นั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง ในการพัฒนาประเทศชาติ การสนับสนุนและส่งเสริมให้สมาคมแม่บ้านมหาดไทย สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

พวกเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของแม่บ้านมหาดไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้น มาร่วมกันสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยการสนับสนุน นายกฯ ชื่นชมแม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง

ที่มา – นายกฯ ชื่นชมแม่บ้านมหาดไทยเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้คนมหาดไทยเข้มแข็ง

“อภิสิทธิ์” หนุนคุมเข้ม สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงเมืองกรุงเก่า ชูโมเดลปลดล็อกท้องถิ่น พัฒนาระบบขนส่งทางราง ลดปัญหาจราจร ดันการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หนุน แบงก์ชาติคุมเข้มเบิกเงินสดสกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวอยุธยา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือภาพความประทับใจเมื่อ น้องแทนไท เยาวชนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาให้ชม พร้อมเล่าอย่างภูมิใจว่าเคยได้พบกับนายอภิสิทธิ์ ในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พอทราบข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลยมารอพบให้กำลังใจที่นี่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า พรรคต้องการดึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอแนวทางกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาดีที่สุดสามารถบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาการท่องเที่ยวได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้อย่างตอบโจทย์ของคนพื้นที่เองเพื่อลดความซ้ำซ้อนงานระหว่างกระทรวงต่างๆได้ด้วย ในส่วนของรัฐบาลกลาง ถ้าได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขนส่ง “ระบบราง” เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปวางแผนต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อถูกถามถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ภาคใต้ไปเมื่อต้นสัปดาห์ พี่น้องชาวใต้ให้คำมั่นอย่างชัดเจนถึงจุดยืนการเมืองสุจริต ที่รับปากแล้วว่า เราประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามากำกับทิศทางรัฐบาลให้เป็น รัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และไม่สร้างความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม นี่คือสิ่งที่เราจะผลักดันนโยบายสำหรับประชาชนในทุกพื้นที่ได้

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดเสรี 2 เจริญกรุง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

“อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าจากการติดตามข้อมูลโพลเชิงลึกรายเขต พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เขตเลือกตั้งมีโอกาสลุ้นชัยชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกจากการลงพื้นที่จริงที่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสัดส่วนคะแนนจะมีความท้าทาย แต่ปัจจุบันฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่บางฝ่ายพยายามรณรงค์ให้เลือกเพื่อสกัดกั้นพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าหากวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงรายเขต การตัดสินใจเลือกตามธรรมชาติของฐานเสียงประชาธิปัตย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งให้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด

ส่วนที่บางพรรคมีการเปิดตัวแคนดิเดตฯ ที่บอกว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่เอาคนกลุ่มนั้นมาใช้ มันสะท้อนถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการวางตัวบุคลากรหาเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เน้นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางการเมืองควบคู่กับความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื่อว่าการผลักดันนโยบายให้สำเร็จในภาคบริหาร จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานทางการเมืองตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบริหารจัดการราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด “สำหรับประชาธิปัตย์แนวทางของเรา เราเอาบุคลากรที่พูดง่ายๆ คือทำงานการเมือง และก็ร่วมทำนโยบายมา เราคิดว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร มันราบรื่นกว่า หลายครั้งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาในการที่ต้องไปบริหารจัดการในเรื่องการเมือง เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ก็เป็นแนวคิดซึ่งแต่ละฝ่ายก็สามารถทำได้ ประชาธิปัตย์ก็เคยมีครับคนนอก แต่ว่าจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อนครับ”

หนุน ธปท. สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเพดานการเบิกถอนเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการปราบปราม “ทุนเทา” และธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

“ผมดีใจที่แบงก์ชาติขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง”

พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต. จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้

การที่นายอภิสิทธิ์ออกมาสนับสนุนให้มีการคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง” นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้การสนับสนุน

ที่มา – “อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

สุดระทึก! เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุด

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับเที่ยวบินของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส เมื่อเครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส มุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอน โดยมีคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ทางการสหรัฐฯ เร่งตรวจสอบสาเหตุ ในขณะที่สายการบินยืนยันความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน BA274 ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ซึ่งกำลังขึ้นบินจากท่าอากาศยานนานาชาติแฮร์รี รีด ในเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ปลายทางคือสนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา

กล้องไลฟ์สตรีมของ Flightradar จับภาพวินาทีสำคัญที่วัตถุบางอย่างหลุดออกจากบริเวณล้อหลังด้านขวาของเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ได้อย่างชัดเจน เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากที่เครื่องยนต์เร่งความเร็วและเครื่องบินเริ่มลอยตัวขึ้นจากรันเวย์

ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ขึ้น แต่เครื่องบินยังคงทำการบินต่อไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเวลานานเกือบ 10 ชั่วโมง ข้อมูลจาก FlightAware แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินขึ้นบินในเวลา 20:44 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงสหราชอาณาจักรอย่างปลอดภัยในเวลาประมาณ 14:30 น. ของวันที่ 27 มกราคม โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัสนี้

องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกำลังดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุ โดยระบุว่า “เที่ยวบิน BA274 สูญเสียยางล้อหนึ่งเส้นขณะขึ้นบิน อย่างไรก็ตาม เครื่องบินสามารถเดินทางต่อไปยังลอนดอนและลงจอดได้อย่างปลอดภัย”

โฆษกของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส กล่าวว่า “ความปลอดภัยและความมั่นคงคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการปฏิบัติงานของเรา และเรากำลังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส

เหตุการณ์ล้อหลุดขณะขึ้นบินไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2026 นี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มกราคม เที่ยวบินที่ 2323 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ซึ่งเดินทางจากเมืองชิคาโก ก็ประสบเหตุล้อหน้าหลุดขณะทำการลงจอดอย่างรุนแรงที่สนามบินออร์แลนโดในรัฐฟลอริดา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้องมีการระงับการใช้งานรันเวย์เป็นการชั่วคราว และ FAA ระบุว่าเครื่องบินได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้หลังจากการลงจอด

ผลกระทบจากเหตุการณ์เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุด

แม้ว่าเหตุการณ์เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องบินก่อนทำการบิน รวมถึงความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ความสำคัญของการบำรุงรักษา: เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาเครื่องบินตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น
  • การตรวจสอบก่อนทำการบิน: การตรวจสอบสภาพเครื่องบินอย่างละเอียดก่อนทำการบินเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกส่วนของเครื่องบินอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
  • การฝึกอบรมลูกเรือ: ลูกเรือควรได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ และร่วมกันหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส บินต่อถึงลอนดอนปลอดภัย (คลิป)

ด่วน! เครื่องบิน AT-6 ตกจอมทอง ดับ 2

เกิดเหตุระทึกขวัญ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ด่วน! เครื่องบิน AT-6 ตกจอมทอง ดับ 2

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10:50 น. ได้รับแจ้งเหตุ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง โดยคาดว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังระดมกำลังเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือในพื้นที่

รายละเอียดเหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง

จากรายงานเบื้องต้น พบว่า เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทางการแพทย์ หน่วยงานดับเพลิง และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนในพื้นที่:

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง และเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

เหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ ถือเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียและความเศร้าสลดใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทางทีมข่าวจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ หวังว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การค้นพบสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ด่วน เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ

ตำรวจทางหลวงแจง! **ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69** ไม่จริง

ข่าวลือว่อนโซเชียล! อ้างตำรวจเตรียม**ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69** ตำรวจทางหลวงรีบชี้แจงด่วน ไม่เป็นความจริง! ยังคงใช้การตรวจจับความเร็วเฉพาะจุดด้วยกล้องระบบ ASE ส่งข้อมูลให้ศูนย์ควบคุมเพื่อออกใบสั่ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยอ้างว่ากองบังคับการตำรวจทางหลวงเตรียมใช้มาตรการ**ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69** เป็นต้นไป ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน

ล่าสุด กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตำรวจทางหลวงไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการตรวจจับความเร็วในลักษณะดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงยังคงให้ความสำคัญกับการตรวจจับความเร็วเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยใช้มาตรการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล นั่นคือการตรวจจับความเร็วเฉพาะจุด ซึ่งจะเน้นในบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

มาตรการนี้ดำเนินการโดยใช้กล้องระบบ ASE (Automatic Speed Enforcement) ซึ่งเป็นระบบกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ทำงานโดยใช้เรดาร์ตรวจจับความเร็วของรถยนต์ตลอดเวลา หากรถคันใดขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ระบบจะทำการบันทึกภาพรถและป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการออกใบสั่งต่อไป

จุดติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วเหล่านี้จะถูกกำหนดขึ้นโดยพิจารณาจากความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ มาตรการนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และลดความสูญเสียบนท้องถนน

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และป้องกันการเข้าใจผิด ตำรวจทางหลวงจึงขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ข่าวลือเรื่องการ**ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69** นั้นไม่เป็นความจริง

ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69 ไม่เป็นความจริง!

หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับใบสั่งจราจรที่ได้รับ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการความช่วยเหลือบนท้องถนน สามารถติดต่อตำรวจทางหลวงได้ที่หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำความเข้าใจระบบตรวจจับความเร็วของตำรวจทางหลวง

เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงการทำงานของระบบตรวจจับความเร็วของตำรวจทางหลวงมากยิ่งขึ้น ขอย้ำอีกครั้งว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือการตรวจจับความเร็วเฉพาะจุดด้วยกล้อง ASE ซึ่งมีความแม่นยำสูง และสามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • กล้อง ASE ตรวจจับความเร็วอย่างไร? กล้อง ASE ใช้เรดาร์ในการตรวจจับความเร็วของรถที่วิ่งผ่าน เมื่อรถวิ่งเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด กล้องจะถ่ายภาพรถและป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ
  • ข้อมูลจะถูกส่งไปที่ไหน? ข้อมูลที่ได้จะถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและออกใบสั่ง
  • จุดติดตั้งกล้องอยู่ที่ไหน? กล้องจะถูกติดตั้งในจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

การตรวจจับความเร็วเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ข่าวลือเรื่องการ**ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69** แม้จะไม่เป็นความจริง แต่ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทบทวนเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ และตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้ร่วมใช้ถนนคนอื่นๆ

ที่มา – ตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ย เริ่ม 1 ก.พ. 69 ตำรวจทางหลวงแจง ไม่เป็นความจริง

ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. รับส่งในหมอชิต 2


ข่าวดีสำหรับผู้ใช้บริการรถโดยสาร! ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง จัดจุดจอดรับ-ส่งรถเมล์พลังงานไฟฟ้าภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเข้ารับ-ส่ง ภายในหมอชิต 2 เริ่มให้บริการ 29 ม.ค.69

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถโดยสารทางไกลและระบบขนส่งเมืองให้เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความยุ่งยากในการเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกับ บขส. จะช่วยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ที่เดินทาง โดย ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเมล์ไฟฟ้าเข้าจอดรับ-ส่ง บริเวณจุดพักคอยรถเมล์ ข้างเสาธง อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ทำให้ผู้โดยสารสามารถต่อรถ บขส. หรือรถเมล์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินออกไปนอกสถานี

เส้นทางรถเมล์ไฟฟ้าไทยสมายล์บัสที่ให้บริการในสถานีขนส่งหมอชิต 2

รถเมล์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดของ TSB จำนวน 8 เส้นทาง จะหมุนเวียนเข้ารับผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ดังกล่าวตลอดทั้งวัน ได้แก่

  • 2-48 (122) แฮปปี้แลนด์ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 3-45 (77) พระราม 3 – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 4-49 (170) บรมราชชนนี – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 2-16 (104) ท่าเรือปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 1-6 (52) ท่าเรือปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 1-56 (517X) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • 4-29E (529E) แสมดำ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) (ทางด่วน)
  • S6(555) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (ทางด่วน)

การที่ ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง บขส. และ ไทยสมายล์บัส ในการจัดจุดจอดรถ EV รับ-ส่งภายในสถานีหมอชิต 2 เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาสถานีขนส่งให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่ปลอดภัย ทันสมัย และเชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดมลพิษ ลดการรอรถริมถนน และป้องกันมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสหลอกลวงผู้โดยสารรอบนอกสถานี

ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น แต่ยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และช่วยแก้ปัญหามลพิษในเมืองอีกด้วย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทย

ที่มา – ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเข้ารับ-ส่ง ภายในหมอชิต 2 เริ่มให้บริการ 29 ม.ค.69

วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร ง่ายๆ ได้ผล!

เมื่อเดินทาง เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรถ และการเดินทางไกลมักจะมาพร้อมกับการรับประทานอาหาร คนในรถมักจะพกพาอาหารว่าง ขนม ของขบเคี้ยว หรือแม้แต่แวะซื้อกุ้งซื้อปลาสดๆ กลับมาทำกับข้าวที่บ้าน กลิ่นไม่พึงประสงค์จึงมักติดอยู่ในรถ แน่นอนว่ากลิ่นเหม็นส่วนใหญ่อาจมาจากสิ่งง่ายๆ ที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสารที่ต้องเปิดระบบปรับอากาศ เช่น ขยะ เศษอาหารจากการเดินทาง ถุงอาหารเหลือจากร้านไดร์ฟทรูพวกแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอดแสนอร่อย เนื้อหรือหมูย่างกินกับข้าวเหนียว

เศษอาหารที่ตกอยู่ใต้เบาะ หรือคราบสกปรกจากการพาน้องหมาเดินทางท่องเที่ยว ก้นของน้องหมามีต่อมสร้างกลิ่นอันรุนแรง หากแตกในรถนี่ ขอบอกเลยว่า นรกมีจริง และในความเป็นจริง เมื่อเราลงจากรถ ก็ปิดกระจกและประตูสนิทแน่นเพื่อป้องกันโขมย นั่นจะยิ่งทำให้กลิ่นเหม็น กลิ่นอับ ที่โคตรจะเหม็น นอกจากต่อมระเบิดของน้องหมา ก็คือน้ำที่เกิดจากการละลายของกุ้งสดแช่น้ำแข็งมาติดอยู่ที่พรมในห้องเก็บสัมภาระหรือแม้แต่ในห้องโดยสาร แล้วซึมเข้าไปพร้อมส่งกลิ่นฉาวโฉ่ออกมาเมื่อโดนแสงแดดจนแห้ง กลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร ถ้าในบ้านมีสมาชิกที่ต้องเดินทางพร้อมกันบ่อยๆ นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบเจอบ่อย

ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นในรถมีมานานจากพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องกินหรือขนของที่อาจสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ขณะเดินทาง กลิ่นในห้องโดยสารที่คละคลุ้งอบอวน ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตน้ำหอมปรับอากาศมากมายหลายแบรนด์ รวมถึงคาร์แคร์ที่รับทำความสะอาดภายใน ถ้าสกปรกมาก ก็ขับไปทิ้งไว้ที่คาร์แคร์ และน่าจะมีค่าใช้จ่ายถึงหลักพันเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำหอมแบบเจลหรือแบบสเปรย์ หรือน้ำหอมปรับอากาศแบบอื่นๆ กลิ่นเหม็นก็มักจะกลับมาเสมอ การใช้สเปรย์ปรับอากาศไม่ได้ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แค่กลบกลิ่นเหม็นด้วยกลิ่นอื่น จนกว่ากลิ่นหอมที่ใช้กลบนั้นจางหายไป แล้วกลิ่นเหม็นของน้ำกุ้งเน่าๆ ก็จะกลับมาเหมือนเดิม แหวะ…….

เพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นฉาวโฉ่ คุณต้องกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถออกไปด้วยการทำความสะอาดในจุดที่มีกลิ่นติดอยู่ ไม่ใช่แค่ใช้สเปรย์ปรับอากาศเพื่อสร้างกลิ่นหอมสดชื่น แต่พอสเปรย์จาง กลิ่นนรกก็โผล่มาทันที โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเอารถไปรับสาวนั้น มันน่าทุเรศสิ้นดีเลยทีเดียว

วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร

เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสารรถยนต์ เริ่มต้นด้วยการนำขยะทั้งหมดออก ทำความสะอาดคราบสกปรกทันที และดูดฝุ่นเบาะ พรม และห้องเก็บสัมภาระ ใช้วิธีแม่บ้านโบราณ โดยใช้เบกกิ้งโซดาสำหรับทำความสะอาดพรม เปลี่ยนไส้กรองแอร์ในห้องโดยสารซะ แน่นอนว่าน้ำกุ้งพอมันแห้งและอยู่ไปสักพัก ก็จะโชยกลิ่นทะเลเน่าออกมาเต็มๆ สำหรับกลิ่นน้ำกุ้งเน่าที่ฝังแน่นในพรม ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ เช็ดทำความสะอาด หรือหากไม่หายก็ให้ทิ้งพรมรองพื้นผืนนั้นไปซะเลย หมดเรื่อง

ขั้นตอนการกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสารอย่างละเอียด

การทำความสะอาดบริเวณที่เกิดกลิ่นเหม็น หากเป็นพลาสติก ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์อเนกประสงค์ตามคำแนะนำ เบาะหรือพรม ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะรถยนต์หรือพรม หรือจะใช้เครื่องทำความสะอาดด้วยไอน้ำหรือเครื่องดูดฝุ่นก็ได้ น้ำยาพวกนี้มักจะมีกลิ่นหอม ถ้าเอาออกจนหมด กลิ่นก็จะหมดไป แต่ถ้าเอาออกไม่หมด พอกลิ่นหอมของน้ำยาทำความสะอาดเจือจางลง เจ้ากลิ่นเหม็นก็จะโผล่ออกมารังควาญอีก

เมื่อได้กำจัดต้นตอของกลิ่นออกไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปในวันหยุดก็คือ ให้ทำความสะอาดพื้นผิวอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อยในรถ เพราะนั่นเป็นแหล่งที่มาของกลิ่นต่างๆ มั่วไปหมด ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในรถยนต์ที่มีคุณภาพ ลองของคาร์เนตก็ได้ เพราะเจ้าของแบรนด์นั้นรักรถประดุจลูก ใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร เช็ดพวงมาลัย คันเกียร์ ปุ่มและแผงควบคุม ที่วางแขน รวมไปถึงจุดอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อย การทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นพรมปูพื้นและพรมในรถที่ใช้งานบ่อย อย่าลืมทิ้งรองเท้าคู่ที่เหม็นอับด้วยล่ะ เพราะบางครั้ง ตัวการก็คือรองเท้าที่เหม็นหึ่งนั่นเอง

การรักษารถให้สะอาดอยู่เสมอ และหมั่นกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร เป็นประจำ จะช่วยให้คุณและผู้โดยสารมีประสบการณ์การเดินทางที่ดีและมีความสุขมากยิ่งขึ้น อย่าปล่อยให้กลิ่นไม่พึงประสงค์ทำลายบรรยากาศในรถของคุณ

วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่หากกลิ่นยังคงอยู่ หรือคุณไม่มีเวลาทำความสะอาดเอง การใช้บริการจากคาร์แคร์มืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ การป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นตั้งแต่แรก ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการนำอาหารที่มีกลิ่นแรงเข้าไปในรถ และทำความสะอาดรถเป็นประจำ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมภายในรถให้สะอาดและสดชื่นอยู่เสมอ

การเดินทางที่สะดวกสบายและไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ จะช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุขอย่างแน่นอน ลองนำวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร เหล่านี้ไปใช้ แล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

ที่มา – วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร

นรด. แจงปมบังคับเข้าค่าย รด. ตรงวันเลือกตั้ง

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เมื่อมีนักเรียนชั้น ม.6 ออกมาอ้างว่าถูกบังคับให้เข้าค่าย รด. ตรงกับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ทำให้เสียสิทธิในการเลือกตั้ง ล่าสุด หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวแล้ว

นรด. แจงปมนักเรียน ม.6 อ้างถูกบังคับเข้าค่าย รด. ตรงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

ตามที่มีรายงานข่าวว่า นักเรียนชั้น ม.6 ถูกบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่าย รด. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้ง ทำให้ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้นั้น ทางศูนย์ประชาสัมพันธ์ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้เผยแพร่เอกสารเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ทาง นรด. ระบุว่า ได้มีการจัดตั้งกองอำนวยการฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร ณ เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 15 มีนาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการฝึกภาคสนามให้กับนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2-3 ส่วนกลาง และชั้นปีที่ 4-5 ทั่วประเทศ ซึ่งจะจัดเป็นผลัดๆ ละ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับชั้นปีและเพศ

มาตรการอำนวยความสะดวกให้นักศึกษา รด. ใช้สิทธิเลือกตั้ง

เพื่อให้ นักศึกษาวิชาทหาร ที่มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนสามารถไปใช้สิทธิของตนเองได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง ทางศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร โดยโรงเรียนรักษาดินแดน จึงได้แจ้งไปยังสถานศึกษาต่างๆ ที่มีการเข้ารับการฝึกในช่วงเวลาดังกล่าว ให้ดำเนินการแจ้งให้นักศึกษาวิชาทหาร ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง หรือก็คือการเลือกตั้งล่วงหน้านั่นเอง

สำหรับ นักศึกษาวิชาทหาร ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และต้องการไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทาง นรด. ได้เปิดโอกาสให้สามารถขอเปลี่ยนไปฝึกในผลัดอื่นที่ไม่ตรงกับวันเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ ทางหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จะอำนวยความสะดวกในการปรับแผนการปฏิบัติงาน โดยจะประสานข้อมูลและวิธีการปฏิบัติกับสถานศึกษา เพื่อให้ นักศึกษาวิชาทหาร ทุกคนสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการฝึกของ นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนภูมิภาคด้วย

นอกจากนี้ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ยังได้ย้ำว่า ยึดถือนโยบายของกองทัพบกในการสนับสนุนการใช้สิทธิและการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้ความสำคัญกับการที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิมีเสียงในการเลือกผู้นำของตนเอง

ดังนั้น นักเรียน รด. ที่กังวลว่าจะเสียสิทธิเลือกตั้ง สามารถดำเนินการตามแนวทางที่ นรด. ได้ชี้แจงไว้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้

การชี้แจงของ นรด. ครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันว่า หน่วยงานให้ความสำคัญกับสิทธิของนักเรียนและประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกคนสามารถทำหน้าที่พลเมืองได้อย่างเต็มที่

ที่มา – นรด. แจงปมนักเรียน ม.6 อ้างถูกบังคับเข้าค่าย รด. ตรงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

ส่งกลับไทย! ซองเลือกตั้ง สส. นิวยอร์ก


สถานกงสุลใหญ่ไทยในนครนิวยอร์ก เริ่มต้นการจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับประเทศไทยแล้ว ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทาย

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลฯ ได้ดำเนินการรวบรวมและจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย เป็นครั้งแรก โดยใช้ถุงเมล์ทางการทูตจากสถานกงสุลใหญ่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี

การจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกมีจำนวน 1,757 ซอง และจะมีการจัดส่งรอบที่สองในวันที่ 30 มกราคม เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งทั้งหมดจะถูกส่งกลับมายังประเทศไทยทันเวลาสำหรับการนับคะแนน

สำหรับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายท่านในนครนิวยอร์ก ได้ประสบปัญหาจดหมายตอบรับจากสถานกงสุลฯ ถูกตีกลับโดยไปรษณีย์ท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากข้อผิดพลาดทางเทคนิคของการไปรษณีย์สหรัฐฯ ทางสถานกงสุลฯ ได้ประสานงานแก้ไขปัญหากับไปรษณีย์ส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว และไม่มีจดหมายตกค้างรอตีกลับอีกต่อไป

นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวว่า แม้การจัดการเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ครั้งนี้ จะเผชิญความท้าทายต่างๆ ทั้งเรื่องเวลาที่จำกัดจาก กกต. ปัญหาทางเทคนิคของไปรษณีย์ รวมถึงสภาพอากาศที่เลวร้ายจากพายุหิมะ แต่ทางสถานกงสุลฯ ได้พยายามแก้ไขปัญหาและสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังรู้สึกยินดีที่คนไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงให้ความสนใจและใช้สิทธิ์เกินความคาดหมาย โดยมีหลายท่านเดินทางฝ่าพายุหิมะมาส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองที่สถานกงสุลฯ

สำหรับการนับคะแนนการออกเสียงลงประชามตินอกราชอาณาจักร ที่สถานกงสุลฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานกงสุลใหญ่ นครนิวยอร์ก แมนฮัตตัน จะมีการเชิญสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์

ไพโรจน์ ปักษาษิณ ผู้สื่อข่าวนครนิวยอร์ก

สถานกงสุลไทยในนครนิวยอร์ก จัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย

การดำเนินการจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทยครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถานกงสุลใหญ่ในการอำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยในต่างแดน ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ

ความสำคัญของการจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย

การจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทยอย่างทันท่วงทีนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการออกเสียงของคนไทยในต่างแดน และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐต่อพลเมืองของตน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม การที่สถานกงสุลฯ สามารถจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในอนาคต

การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองทุกคน การที่คนไทยในนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงให้ความสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในต่างแดน หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยต่อไป

ที่มา – สถานกงสุลไทยในนครนิวยอร์ก จัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย