วัน: 31 มกราคม 2026

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย พิธา สกล ธนาธร สระแก้ว แฉพรรคส้ม

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม ซึ่งเป็นกิจกรรมหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคประชาชนที่กระจายกำลังไปทั่วประเทศ สุดยอดมาก! ไม่ใช่แค่เวทีใหญ่ แต่ดาวกระจายไปทุกจังหวัด เรียกได้ว่าพลังประชาชนล้นทะลักเลยทีเดียว

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

เริ่มที่สกลนคร วันที่ 31 ม.ค. 2569 ณ ตลาดนัดหน้าค่าย บขส. พี่ๆ น้องๆ มาร่วมฟังปราศรัยจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน บรรยากาศคึกคักสุดๆ ปิยบุตรบอกว่าคาราวานประชาชน 8 เส้นทางทั่วไทย แบบนี้ไม่มีพรรคไหนเลียนแบบได้ เพราะมีดาวฤกษ์มากมาย แกนนำ ผู้ปราศรัย ส.ส. ผู้สมัครกระจายไปทุกหนแห่ง ขอให้สกลนครปักธงส้ม 7 เขต 7 คนเลยนะ!

ปิยบุตรยังชี้แจงชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ 3 ก๊ก แต่เป็น การเมือง 2 ขั้ว ขั้วเก่า vs ขั้วใหม่ พรรคประชาชนคือขั้วใหม่ที่ยังไม่เคยตั้งรัฐบาล อยากเปลี่ยนการเมืองให้โปร่งใส โค้งสุดท้ายนี้ ข้ามขั้วมาแล้ว อย่าทิ้งกันนะ 14.4 ล้านเสียงเดิม + อีกเท่าตัว = 28 ล้าน รัฐบาลประชาชนเกิดแน่!

ปิยบุตร ปราศรัยสกลนคร

พิธา ถอนคำสาปสกลนคร ปักธงส.ส. เขตแรก

พิธาต่อเลย บอกว่าครั้งนี้โอกาสทองปักธง ส.ส. สกลนครคนแรก ตั้งแต่อนาคตใหม่-ก้าวไกล มาเสมอๆ แพ้แค่ 2-3 พันคะแนน ครั้งนี้ถล่มทลาย ได้ 7/7 เขตแน่นอน! พิธายังเล่าว่าเป็นหนี้บุญคุณสกล จากการเรียนรู้ปัญหาที่ดินเกษตรกร นำไปอภิปราย “กระดุม 5 เมตร” ในสภา วันที่ 8 ก.พ. กาเปลี่ยน กาส้มทั้งสองใบ ส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบ!

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สกลนคร

ธนาธร สระแก้ว แฉคนจ้องทำลายพรรคส้ม

ข้ามไปสระแก้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปราศรัยที่ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว คาราวาน “ลูกน้ำเค็ม” บอกชัด พรรคประชาชนไม่ซื้อเสียง ไม่เลี้ยงหัวคะแนน แต่คัดคนเก่งมาบริหาร เช่น พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตทูตสหรัฐ จัดการปัญหาชายแดน สงครามการค้า.

ธนาธรแฉหนัก “เขาบอกว่าเป็นที่ 1 ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้” นี่คือการทำลายจิตใจ อยากให้หมดหวังกับสังคมใหม่ เท่าเทียม ประชาธิปไตยไร้โกง แต่เราจะไม่ยอม! กาส้มทั้งสองใบ หยุดรัฐบาลแข่ง ส่ง ณัฐพงษ์ เป็นนายก!

ธนาธร สระแก้ว

ภคมน-วีระยุทธ กระบี่ ย้อนรักชาติแบบไหน

ทางใต้ที่กระบี่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายก กับ ภคมน หนุนอนันต์ คาราวาน “บินหลาดง” ลานธารา กระบี่มารีนา. ภคมนบอก เดิมพันคืออนาคตไทย ต้องการการเมืองคนธรรมดา กล้าหาญ แม้ภาคใต้ยาก แต่เราต้องสู้! ย้อนถาม รักชาติแบบไหน เอาที่ดินเป็นสมบัติตัวเอง? แลนด์บริดจ์ถมทะเล? งบปฏิทินจากประกันสังคม? รัฐมนตรีคดียาเสพติด?

วีระยุทธอ้อน การเมืองเก่าบ้านใหญ่ ทุนผูกขาด ซื้อเสียง โกงกิน จีดีพีโตแค่ 1% เหลื่อมล้ำสูง พรรคประชาชนตั้งใจจริง นโยบายรอบด้าน ทีมเก่ง พิสูจน์จากฝ่ายค้านเชิงรุก. แต่ต้องฝันใหญ่ รัฐบาลส้มไม่ใช้เงินเริ่มต้น กา 8 ก.พ. ถล่มทลาย สร้างรุ่งอรุณใหม่!

ภคมน กระบี่

สรุปแล้ว ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม แสดงพลังขั้วใหม่ชัดเจน การเมือง 2 ขั้วชิงรัฐบาล อย่าปล่อยให้ขั้วเก่าครองต่อ เราเห็นแล้ว 2 ปีกว่า ยังวนลูปเดิมๆ

  • ปักธงสกล 7/7 เขต
  • สระแก้วหยุดทำลายฝัน
  • กระบี่ฝันใหญ่ไร้โกง

ความเห็นผมนะ การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนไทยจริงๆ พรรคประชาชนพิสูจน์แล้วว่าทำได้ ลุยเลย! วันที่ 8 ก.พ. ไปกา ส.ส. + นายก สีส้มทั้งสองใบ ชวนเพื่อนๆ มาด้วย สร้างรัฐบาลประชาชนกันเถอะ 🇹🇭🧡

ที่มา – ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

ดับแล้ว 28 ศพ อิสราเอลถล่มฉนวนกาซา โดนเต็นท์ผู้อพยพปาเลสไตน์

ดับแล้ว 28 ศพ อิสราเอลถล่มฉนวนกาซา โดนเต็นท์ผู้อพยพปาเลสไตน์ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาฮือฮาอีกครั้ง เมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่ในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้พลัดถิ่นที่พักพิงในเต็นท์ชั่วคราว

ดับแล้ว 28 ศพ อิสราเอลถล่มฉนวนกาซา โดนเต็นท์ผู้อพยพปาเลสไตน์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า การโจมตีครอบคลุมหลายพื้นที่ในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 ราย และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน หน่วยงานป้องกันพลเรือนในกาซาที่บริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี โดยเฉพาะในเมืองข่านยูนิสทางตอนใต้ ที่ถูกเฮลิคอปเตอร์อิสราเอลถล่มเต็นท์พักพิงของผู้พลัดถิ่น

ในจำนวนผู้เสียชีวิต 7 รายจากครอบครัวเดียวกันในข่านยูนิส ซึ่งเป็นครอบครัวผู้พลัดถิ่นทั้งหมด การโจมตีครั้งนี้ยังพุ่งเป้าไปที่อาคารที่พักอาศัย ศูนย์พักพิง สถานีตำรวจ และพื้นที่พลเรือนอื่นๆ ขณะที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟาในกาซาซิตี้รายงานเพิ่มเติมว่า เด็ก 3 รายและสตรี 2 รายเสียชีวิตจากอาคารที่อยู่อาศัยที่ถูกโจมตี

สาเหตุของการโจมตี: ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่าการโจมตีนี้เป็นการตอบโต้กลุ่มฮามาสที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดย IDF ร่วมกับหน่วยความมั่นคงอิสราเอล (ISA) ถล่มเป้าหมายสำคัญ เช่น ผู้บัญชาการฮามาส 4 ราย คลังอาวุธ โรงงานผลิตอาวุธ และฐานปล่อยจรวด 2 แห่งในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา

เหตุการณ์กระตุ้นเกิดจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา IDF ตรวจพบผู้ก่อการร้าย 8 รายออกจากอุโมงค์ใต้ดินในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองราฟาห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นที่วางกำลังของอิสราเอลตามข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568

  • นับตั้งแต่หยุดยิง: ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 504 ศพ
  • ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย
  • เป้าหมายโจมตี: คลังอาวุธ โรงงาน และฐานจรวด
  • ผู้เสียชีวิตหลัก: เด็ก สตรี และผู้พลัดถิ่น

กลุ่มฮามาสประณามการโจมตีนี้อย่างรุนแรง เรียกร้องให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงทันที และกล่าวหาอิสราเอลว่าดำเนินสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

ผลกระทบต่อชาวปาเลสไตน์และสถานการณ์โดยรวม

นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุ สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงเลวร้าย ผู้พลัดถิ่นนับล้านต้องอาศัยในเต็นท์และศูนย์พักพิงที่เปราะบาง การโจมตีแบบนี้ไม่เพียงทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษยธรรม โรงพยาบาลและสถานที่พักพิงถูกทำลายซ้ำซาก ส่งผลให้วิกฤตมนุษยธรรมรุนแรงยิ่งขึ้น

ชุมชนระหว่างประเทศเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างแท้จริง เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมเข้าถึงได้มากขึ้น สหประชาชาติเตือนว่าการละเมิดซ้ำๆ อาจนำไปสู่หายนะใหญ่หลวง

สำหรับชาวปาเลสไตน์ การสูญเสียครั้งนี้เป็นบาดแผลที่ยากจะเยียวยา โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกทั้งหมดจากเต็นท์เดียว ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจำเป็นต้องกำจัดภัยคุกคามเพื่อความมั่นคง

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ การเจรจาสันติภาพต้องเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งวงจรแห่งความรุนแรง

ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์สถานการณ์ตะวันออกกลางได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ดับแล้ว 28 ศพ อิสราเอลถล่มฉนวนกาซา โดนเต็นท์ผู้อพยพปาเลสไตน์

“เท้ง” ขอโหวตเตอร์ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมคาราวานหาเสียงสายอีสานใต้ “คมแฝก” ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังจากพ่อแม่พี่น้องชาวโคราชที่มาร่วมฟังกันแน่นขนัด สโลแกนหลักที่ดังกระหึ่มคือ “เท้ง” ขอโหวตเตอร์ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน ชี้ความหมายรักชาติคือรักประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาหลักของพรรคที่มุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง

“เท้ง” ขอโหวตเตอร์ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน ชี้ความหมายรักชาติคือรักประชาชน

“เท้ง” เริ่มปราศรัยด้วยการเล่าประสบการณ์ก่อนขึ้นเวที ที่อำเภอประทายซึ่งมีประชาชนมาร่วมให้กำลังใจ จับมือ ส่งความหวัง และหลายคนน้ำตาคลอเพราะรักพรรคนี้มาก เขาย้ำว่าความรู้สึกนี้เกิดจากหัวใจที่รักชาติ รักประชาชน โดยนิยามใหม่ว่า รักชาติคือรักประชาชน ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นการกระทำจริง

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา แม้พรรคประชาชนจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น การผลักดันกฎหมายก้าวหน้า แก้ไขความล้าหลังในอดีต เปิดเผยข้อมูลงบประมาณกองทุนประกันสังคมให้ประชาชนตรวจสอบได้ รู้ทันการทุจริต และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจำนวนมาก นี่คือหลักฐานว่าพรรคนี้จริงจังกับการเปลี่ยนแปลง

“8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน” เปลี่ยนโคราชจาก 3 เขตเป็น 16 เขต

ไฮไลต์สำคัญของการปราศรัยคือคำเรียกร้องให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยสโลแกน “เท้ง” ขอโหวตเตอร์ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ขอเปลี่ยนจาก 3 เขตเลือกตั้ง เป็น 16 เขตทั้งจังหวัด เพื่อให้ทุกอำเภอ ทุกตำบล มีตัวแทนที่มาจากประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ระบบเก่าที่เอาเปรียบพื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ “เท้ง” ยังขอให้ “หัวคะแนนธรรมชาติ” หรือด้อมส้ม ช่วยสื่อสารความหวังดีนี้ไปยังทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะสีไหน ส่งต่อความปรารถนาที่เรียบง่าย คือให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีเท่าเทียมกัน นี่คือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของพรรคประชาชน

เท้ง ปราศรัยโคราช
เท้ง ปราศรัยโคราช
เท้ง ปราศรัยโคราช
เท้ง ปราศรัยโคราช
เท้ง ปราศรัยโคราช

การปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่เป็นการจุดประกายความหวังให้ประชาชนเห็นว่าการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง หากเราร่วมมือกัน รักชาติคือรักประชาชน นี่คือคติที่ทุกคนควรนำไปใช้

  • เพิ่มเขตเลือกตั้งให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
  • ตรวจสอบงบประมาณโปร่งใส
  • นโยบายเท่าเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
  • แก้กฎหมายล้าหลังหลายฉบับ
  • ต่อสู้เพื่อสิทธิประชาชนในสภา

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ กาเลือกพรรคประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน สร้างประเทศไทยที่ประชาชนเป็นใหญ่จริงๆ ครับ!

ที่มา – “เท้ง” ขอโหวตเตอร์ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน ชี้ความหมายรักชาติคือรักประชาชน

“บิ๊กแจ๊ส” หาเสียงปทุมธานี เตรียมโต้พรรคดัง

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง “บิ๊กแจ๊ส หาเสียงปทุมธานี” กำลังเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือที่รู้จักกันในชื่อ บิ๊กแจ๊ส นายก อบจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 หมายเลข 8 พรรคกล้าธรรม อย่างคึกคัก เน้นย้ำถึงการเลือกคนทำงานจริง ไม่ใช่นักการเมืองพูดเก่ง

“บิ๊กแจ๊ส” หาเสียงปทุมธานี

วันที่ 31 มกราคม 2569 บิ๊กแจ๊สได้จัดคาราวานรถแห่ลุยพบปะประชาชนในชุมชนและตลาดสำคัญทั่ว จ.ปทุมธานี ประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคกล้าธรรมที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ กระแสตอบรับดีเยี่ยม ประชาชนแห่เข้ามาทักทาย ถามไถ่ และขอเอกสารนโยบายเพิ่มเติม บิ๊กแจ๊สย้ำว่า บิ๊กแจ๊ส หาเสียงปทุมธานี ครั้งนี้มุ่งดัน “ตั๊ก อัยรินทร์” ให้เข้าสภา เพื่อเป็นตัวแทนที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้จริง

บิ๊กแจ๊สยกตัวอย่างผลงานในอดีต เช่น ช่วงน้ำท่วมวิกฤติที่ตำบลคูคต อัยรินทร์ประสานกรมชลประทานและกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที สะท้อนความเข้าใจพื้นที่และการทำงานเชิงรุก หากได้เป็น ส.ส. จะช่วยประสานงบประมาณ ดึงโครงการพัฒนาจากระดับชาติมาสนับสนุน อบจ. และ อบต. ให้งานเดินหน้าเร็วขึ้น

เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยพรรคกล้าธรรม โต้ตอบพรรคดัง

นอกจากนี้ บิ๊กแจ๊สยังเผยว่า พรุ่งนี้ (1 ก.พ. 2569) จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคกล้าธรรม ที่ลานตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเคยใช้จัดงานมาแล้ว เดิมทีไม่ได้คิดขึ้นเวที แต่ถูกทั้งสองพรรคพาดพิงชื่อชัดเจน จึงต้องออกมาโต้แย้งและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน อย่ามาบิดเบือนประชาชน บิ๊กแจ๊สเชิญชวนพี่น้องมาร่วมฟัง เพื่อรับรู้ความจริง

ด้านตั๊ก อัยรินทร์ กล่าวว่า เธอเติบโตในปทุมธานี เห็นปัญหามาตลอด เช่น น้ำท่วมซ้ำซาก จราจรติดขัด สาธารณูปโภคไม่ทั่วถึง และโอกาสอาชีพสำหรับเยาวชน หากได้เป็น ส.ส. จะเป็นสะพานเชื่อมท้องถิ่นกับส่วนกลาง ผลักดันโครงการที่ตอบโจทย์จริง

ปัญหาหลักในปทุมธานีที่ต้องแก้ไข

ปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเผชิญปัญหาหลายประการที่ต้องการ ส.ส.ที่ทำงานจริงมาช่วยแก้ไข ดังนี้:

  • น้ำท่วมซ้ำซาก: ต้องเร่งปรับปรุงระบบระบายน้ำ ประสานงบจากกรมชลประทาน
  • จราจรติดขัด: พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ขยายถนนเชื่อมต่อกรุงเทพฯ
  • สาธารณูปโภค: ขยายระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกชุมชน
  • โอกาสเยาวชน: สร้างอาชีพ สนับสนุนสตาร์ทอัพ และการศึกษาวิชาชีพ
  • เศรษฐกิจท้องถิ่น: ดึงนักลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

นโยบายพรรคกล้าธรรมมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และการตรวจสอบผลงานอย่างโปร่งใส

“เราต้องการคนทำงานจริงมาเป็น ส.ส. เพื่อพัฒนาบ้านเรา… ขอโอกาสส่งตั๊ก อัยรินทร์ เข้าสภา พิสูจน์ด้วยผลงาน” บิ๊กแจ๊สกล่าว

การหาเสียงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมพรรคกล้าธรรมในการต่อสู้เพื่อปทุมธานี หากคุณเป็นคนปทุมธานี อย่าลืมเลือกหมายเลข 8 เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม มาร่วมเวทีพรุ่งนี้เพื่อฟังวิสัยทัศน์และข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง!

สรุปแล้ว บิ๊กแจ๊ส หาเสียงปทุมธานี ไม่ใช่แค่การหาเสียง แต่เป็นการจุดประกายให้ประชาชนตื่นตัว เลือกผู้แทนที่ทำงานจริงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ Opinion จากเรา: ในยุคที่นักการเมืองพูดเก่งเยอะ การเลือกคนที่พิสูจน์ผลงานได้อย่างบิ๊กแจ๊สและทีม จะนำพาปทุมธานีไปข้างหน้าได้แน่นอน

ที่มา – “บิ๊กแจ๊ส” หาเสียงปทุมฯ เผยเตรียมขึ้นเวทีปราศรัยพรรคกล้าธรรมพรุ่งนี้ โต้กลับพรรคดัง

จีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน

จีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองจีนอีกครั้ง ทางการจีนประกาศสอบสวนนายหวัง เสียงสี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน ในข้อหาละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งนัยยะชัดเจนว่าพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน

จีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน: รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2568 คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง (CCDI) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่านายหวัง เสียงสี่ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำกระทรวง กำลังถูกสอบสวนข้อหา “ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง” คำนี้ในจีนมักใช้แทนการกล่าวหาการคอร์รัปชันโดยตรง

การสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นายหวังยังอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่บ่อยนักสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน นายหวัง วัย 63 ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 หลังจากเคยดำรงตำแหน่งประธานบริษัท National Energy Investment Corp ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตพลังงาน

ประวัติและบทบาทล่าสุดของนายหวัง เสียงสี่

ก่อนหน้านี้ นายหวังปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 27 มกราคม 2568 โดยเข้าร่วมการประชุมภายในกระทรวง ซึ่งเป็นวาระที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงต้องทำการวิจารณ์ตนเองตามระเบียบของพรรค หลังจากนั้นจึงไม่มีวี่แววปรากฏตัวอีก จนกระทั่ง CCDI ประกาศสอบสวน

นอกจากนี้ สื่อรัฐอย่าง China Daily ยังรายงานว่า CCDI ได้สอบสวนนายซุน เส้าเฉิง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลีย內蒙古ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการปราบปรามที่กำลังแผ่ขยาย

บริบทการปราบคอร์รัปชันภายใต้สี จิ้นผิง

จีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน นี้ เป็นเคสล่าสุดในแคมเปญกวาดล้างทุจริตที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำเนินการอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ปี 2556 นายสีเคยกล่าวในเดือนนี้ว่า “การต่อต้านการทุจริตคือสมรภูมิที่จีนจะแพ้ไม่ได้” โดยในปีที่ผ่านมา มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึง 65 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การตรวจสอบขยายวงไปยังหลากหลายภาคส่วน เช่น:

  • นายจาง โหย่วเสีย นายพลระดับสูงสุดของกองทัพประชาชนจีน ซึ่งมีอำนาจรองจากนายสีเพียงผู้เดียว ถูกกระทรวงกลาโหมประกาศสอบสวนเมื่อสัปดาห์ก่อน
  • อดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยชั้นนำ
  • ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่
  • เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและระดับพรรคในเขตต่างๆ

แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยลดการทุจริต แต่ยังเสริมสร้างอำนาจให้กับนายสี โดย CCDI กลายเป็นเครื่องมือหลักในการกำจัดคู่แข่งและรักษาความบริสุทธิ์ของพรรค

ผลกระทบจากการจีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน

กรณีนี้สร้างความกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง เพราะแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครปลอดภัย แม้แต่รัฐมนตรีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน กระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรับผิดชอบภัยพิบัติธรรมชาติและเหตุฉุกเฉินต่างๆ อาจเผชิญความไม่แน่นอนในการบริหารงาน หากนายหวังถูกปลด

จากข้อมูลสถิติ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่าล้านคนถูกสอบสวน ส่งผลให้เกิดการปฏิรูประบบราชการและเพิ่มความเชื่อมั่นจากประชาชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปราบปรามนี้เป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาอำนาจพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าอาจใช้กำจัดศัตรูทางการเมืองด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือ แคมเปญนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรในปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวจีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน และพัฒนาการล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเมืองโลก

ที่มา – จีนสั่งสอบ รมต.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องสงสัยพัวพันคดีคอร์รัปชัน

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ปิดช่องโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ จากทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่าน พร้อมแนบประวัติและประสบการณ์การทำงานกว่า 38 ปี เพื่อขอให้ทุกคนรับไว้พิจารณา หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เธอพร้อมลุยเต็มที่เพื่อปิดช่องโกงและปฏิรูประบบรัฐให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี

วันที่ 31 มกราคม 2569 นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ได้เขียนจดหมายถึงประชาชนทุกคน และสำเนาถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชนอย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เพื่อยื่นตัวเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารรัฐบาลใหม่ ในจดหมาย เธอแนะนำตัวเองอย่างถ่อมตนว่า พร้อมรับใช้ประเทศและประชาชนทุกคน รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกเสียงได้เพราะข้อจำกัดต่างๆ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดอนาคตประเทศไทยไปอีกนาน เธอย้ำว่าความชอบธรรมต้องมาจากคะแนนเสียงประชาชนให้เกิน 200 เสียง ใกล้เคียง 250 เสียง เพื่อรัฐบาลที่มั่นคงและตรงใจประชาชนจริงๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเลยครับ

ประสบการณ์ 38 ปีที่สั่งสมมาเพื่อประเทศไทย

คุณรู้ไหมครับว่า “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ในสายกฎหมายภาษีอากร ตลาดทุน การลงทุน การฟื้นฟูกิจการ กฎหมาย และบริหารองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย เธอทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ความโปร่งใส และรับผิดชอบผลงานเสมอมา แม้คนนอกวงการอาจไม่ค่อยรู้จัก เพราะอาชีพนี้เน้นผลงานมากกว่าโฆษณา

  • กฎหมายภาษีอากร: เชี่ยวชาญปิดช่องโหว่ที่เอื้อทุจริต
  • ตลาดทุนและการลงทุน: ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง
  • บริหารรัฐวิสาหกิจ: จัดการองค์กรใหญ่ด้วยความโปร่งใส
  • สหกรณ์ออมทรัพย์: สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกนับล้าน
  • การฟื้นฟูกิจการ: ช่วยบริษัทล้มป่่วยกลับมาดีได้

การก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอ มีต้นทุนส่วนตัวสูง แต่เธอเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ เช่น คอร์รัปชัน ทุนสีเทา เศรษฐกิจอ่อนแอ ความเหลื่อมล้ำ ระบบราชการที่ล่าช้า และกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนขาดศรัทธา

พร้อมปิดช่องโกง ปฏิรูประบบรัฐอย่างจริงจัง

“เพียงพนอ” ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะลดอำนาจที่ไม่จำเป็น ปิดช่องโหว่ทุจริต สร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยทำงานเป็นทีมกับทุกกระทรวง ภายใต้ผู้นำที่มีเจตจำนงมั่นคงและยึดประโยชน์ประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่เชื่อการเปลี่ยนแปลงจากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทยเราตอนนี้เหลือเวลาไม่มาก ถ้าไม่เริ่มวันนี้ ต้นทุนจะยิ่งสูงในอนาคต เธอพร้อมทำงานสุดตัวและรับผิดชอบทุกการตัดสินใจ หากได้โอกาส

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา เราคิดว่านี่คือคนที่ใช่สำหรับตำแหน่งสำคัญในทีมบริหารเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไหน เธอก็พร้อมลุยปิดช่องโกงให้หมดสิ้น สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ระบบราชการและเศรษฐกิจ

ทำไมเราควรพิจารณา “เพียงพนอ”

เพราะเธอไม่ใช่แค่นักการเมืองมือใหม่ แต่เป็นมืออาชีพตัวจริงที่พิสูจน์ตัวเองมา 38 ปี การเลือกคนแบบนี้จะช่วยให้พรรคประชาชนจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งได้จริง นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และคืนความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอชวนทุกท่านใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีสติ พิจารณาประวัติและวิสัยทัศน์ของ “เพียงพนอ” และทีมพรรคประชาชนกันนะครับ การลงคะแนนของคุณคือกุญแจสู่ประเทศไทยที่โปร่งใสและก้าวหน้า ลองรับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณาดู แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแน่นอน!

ที่มา – “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ขอประชาชนรับไว้พิจารณา พร้อมทำงานปิดช่องโกง

วันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร เช็กข้อห้าม

วันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร? เป็นคำถามที่หลายคนค้นหาและสงสัยก่อนวันสำคัญนี้ เพราะนอกจากเช็กสิทธิ์เลือกตั้ง เตรียมบัตรประชาชนแล้ว การแต่งกายก็สำคัญไม่แพ้กัน เสื้อบางแบบอาจทำให้ถูกจับผิดกฎหมายได้ง่ายๆ ไทยรัฐออนไลน์สรุปข้อห้ามเสื้อที่ไม่ควรใส่ไปเลือกตั้งให้ชัดเจน ช่วยให้คุณไปโหวตได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ

การเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นโอกาสสำคัญของประชาชนทุกคนในการใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตประเทศ แต่เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น กกต. ได้กำหนดกฎระเบียบชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแต่งกายในวันลงคะแนน หากไม่รู้ อาจโดนปรับหรือจำคุกได้ มาดูรายละเอียดกันเลย

วันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร หรือเสื้อแบบไหน

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนเลยว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามสีเสื้อโดยตรง คุณใส่เสื้อสีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง หรือสีอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ปัญหาอยู่ที่ “สัญลักษณ์” และ “ข้อความ” บนเสื้อนั้นๆ ซึ่งอาจตีความว่าเป็นการหาเสียงหรือโฆษณาชวนเชื่อได้

ข้อห้ามหลักๆ ที่ต้องจำ

  • ห้ามสวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์พรรคการเมือง: ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ชื่อพรรค ภาพประกอบ หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง เช่น เสื้อพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย ฯลฯ รวมถึงกระเป๋า หมวก หน้ากากอนามัย รองเท้า ที่มีสัญลักษณ์เหล่านี้ด้วย
  • ห้ามใส่เสื้อแสดงหมายเลขพรรคหรือหมายเลขผู้สมัคร: แม้จะอ้างว่าเป็นเลขมงคลส่วนตัว เช่น เสื้อเบอร์ 1 เบอร์ 6 แต่ถ้าตรงกับหมายเลขจริงในบัตรเลือกตั้ง อาจถูกมองว่าเชียร์ผู้สมัครนั้นๆ
  • ห้ามเครื่องแต่งกายที่สื่อความหมายทางการเมือง: เช่น เสื้อที่มีคำว่า “โหวต” ร่วมกับชื่อพรรค หรือภาพการ์ตูนล้อการเมืองที่ชี้ชัดเจาะจง

ตัวอย่างเสื้อที่เสี่ยง: เสื้อบอลทีมชาติที่โลโก้คล้ายพรรค, เสื้อแฟนคลับศิลปินแต่มีหมายเลขตรงผู้สมัคร, หรือแม้แต่เสื้อที่มีธงชาติแต่ติดสติกเกอร์พรรค

วันเลือกตั้ง 2569 วันไหน เวลากี่โมง

  • เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต: อาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 2569, 08.00-17.00 น.
  • เลือกตั้งทั่วไปและประชามติ: อาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569, 08.00-17.00 น.

แนะนำไปเช้าๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว และแต่งตัวเรียบร้อย สบายๆ แต่ไม่มีสัญลักษณ์ต้องห้าม

หากฝ่าฝืนวันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร จะโดนโทษอะไร

การนำเสื้อหรือเครื่องแต่งกายดังกล่าวเข้าไปในคูหาหรือบริเวณหน่วยเลือกตั้ง ถือเป็นการโฆษณาหาเสียงผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 บทลงโทษรุนแรงคือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะตรวจเข้ม ถ้าพบจะให้เปลี่ยนเสื้อหรือไม่อนุญาตเข้าคูหา ดังนั้นเตรียมตัวให้ดี

เสื้อสีอะไรใส่ได้บ้าง แต่งตัวอย่างไรปลอดภัย

ใส่เสื้อสีพื้นเรียบ โปโลเสื้อ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ สบายๆ แบบ everyday look ได้หมด เพียงแต่อย่าใส่เครื่องประดับทางการเมือง สีที่แนะนำ: สีเทา สีดำ สีขาว หรือ pastel สีอ่อนๆ ที่ไม่มีนัยยะ

ทิปส์เพิ่มเติม: ถ้าอยากเชียร์พรรคโปรด ให้ใส่เสื้อเรียบๆ เก็บสัญลักษณ์ไว้ที่บ้าน หลังโหวตค่อยใส่เฉลิมฉลอง!

สรุปวันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร

ไม่ห้ามสี แต่ห้ามสัญลักษณ์พรรค หมายเลข และข้อความทางการเมือง รู้ไว้เพื่อไปโหวตอย่างถูกต้อง อ่านเพิ่ม:

สุดท้ายนี้ ไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ สร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง อย่าลืมเช็กสิทธิ์และแต่งตัวถูกกฎหมายนะ!

ที่มา – วันเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร เช็กข้อห้ามเสื้อที่ไม่ควรใส่ไปเลือกตั้ง

“สรวงศ์” สอน “อรรถกร” อย่าโยนผิด ตำแหน่ง รมต.รับผิดชอบ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองกับประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองกีฬาไทย ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง นั่นคือเรื่อง “สรวงศ์” สอน “อรรถกร” อย่าโยนผิดให้คนอื่น ตำแหน่ง รมต. มาพร้อมอำนาจ-ความรับผิดชอบ หลังจากที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาปราศรัยพาดพิงเรื่องการจัดงานซีเกมส์ ซึ่งถูกวิจารณ์หนักว่าล้มเหลวไม่เป็นมาตรฐาน นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีคนเก่าได้ออกมาสะกิดแรง เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบที่แท้จริง

“สรวงศ์” สอน “อรรถกร” อย่าโยนผิดให้คนอื่น ตำแหน่ง รมต. มาพร้อมอำนาจ-ความรับผิดชอบ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 นายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต 3 ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แสดงความเห็นหลังจากดูคลิปปราศรัยของนายอรรถกร เขารู้สึกเป็นห่วงแนวทางการทำงานมากๆ เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ใช่ของเล่น มันมาพร้อมกับอำนาจมหาศาลและความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง ควรจะแสดงภาวะผู้นำด้วยการยอมรับข้อเท็จจริงและผลจากการตัดสินใจของตัวเอง แทนที่จะโยนความผิดไปให้คนอื่นแบบนั้น

ในคลิปที่แพร่กระจาย นายอรรถกร พูดถึงปัญหาการจัดงานซีเกมส์ โดยบอกว่าปัญหาเกิดจากคนอื่น แต่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ การยกเลิกแผนงานและปรับเปลี่ยนแบบกะทันหันเกิดจากการตัดสินใจของฝ่ายบริหารเองในช่วงเวลาที่กระชั้นชิด ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการแข่งขันอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสถานที่แข่งขัน ปัญหางบประมาณที่ล่าช้า หรือมาตรฐานที่ต่ำกว่าที่คาดหวัง ทำให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์ในสายตานานาชาติ นายสรวงศ์ ชี้ว่าสิ่งเหล่านี้สังคมเห็นหมดแล้ว ไม่ต้องแก้ตัว

ทำไม “สรวงศ์” สอน “อรรถกร” เรื่องนี้ถึงสำคัญ

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ ยังพูดถึงคำพูดของนายอรรถกรที่บอกว่าการได้เป็นรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือ “ส้มหล่น” ลงมา เขาเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจเองจากผลงานที่เป็นรูปธรรม ว่าสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างแค่ไหน ตลอดการทำงานของตัวเอง นายสรวงศ์ ย้ำว่าไม่เคยนำประเด็นการเมืองมาเป็นตัวตั้ง แต่ยึดผลประโยชน์ของชาติและภาพลักษณ์ประเทศเป็นหลัก เพราะสุดท้ายแล้ว ตำแหน่งหน้าที่ไม่ใช่ที่มาอธิบายตัวเอง แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงานให้สังคมเห็นชัดๆ

มาดูปมปัญหาซีเกมส์กันแบบละเอียดหน่อยนะครับ การแข่งขันซีเกมส์ที่ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุด เจอปัญหามากมาย เช่น การยกเลิกกีฬาบางประเภทกะทันหัน สนามแข่งที่ไม่พร้อม ระบบขนส่งล้มเหลว และงบประมาณที่บานปลาย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ชั้นล่างเท่านั้น แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการระดับสูงสุด นายสรวงศ์ ในฐานะคนเคยผ่านตำแหน่งนี้มา เขาเข้าใจดีว่าต้องวางแผนล่วงหน้ายาวๆ ไม่ใช่เปลี่ยนแผน phút chót แบบนี้

  • ปัญหาหลัก: ยกเลิกแผนงานกระทันหัน ส่งผลต่อนักกีฬาและผู้จัด
  • ผลกระทบ: ภาพลักษณ์ไทยเสียหายในเวทีอาเซียน
  • บทเรียน: ผู้นำต้องกล้ายอมรับและแก้ไข ไม่โยนผิด

จากประสบการณ์ของนายสรวงศ์ สมัยที่เขาดูแลกระทรวง เคยจัดการงานใหญ่ๆ อย่างประสบความสำเร็จ โดยเน้นการทำงานเป็นทีมและรับผิดชอบร่วมกัน ไม่เคยผลักความผิดให้ลูกน้อง นี่คือตัวอย่างภาวะผู้นำที่แท้จริงที่สังคมไทยต้องการ โดยเฉพาะในยุคที่การเมืองกีฬาไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น

ประเด็น “สรวงศ์” สอน “อรรถกร” อย่าโยนผิดให้คนอื่น ตำแหน่ง รมต. มาพร้อมอำนาจ-ความรับผิดชอบ นี้ ไม่ใช่แค่การตำหนิส่วนตัว แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนในตำแหน่งสูง โดยเฉพาะรัฐมนตรี ว่าต้องคิดถึงชาติเป็นที่หนึ่ง ผลงานต้องตอบแทนประชาชน ไม่ใช่คำพูดสวยๆ

สุดท้ายนี้ ขอให้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกคน คุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? เห็นด้วยกับนายสรวงศ์มั้ยว่าตำแหน่งใหญ่ต้องรับผิดชอบใหญ่? มาคอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย จะได้ช่วยกันขับเคลื่อนการเมืองไทยให้ดีขึ้น!

ที่มา – “สรวงศ์” สอน “อรรถกร” อย่าโยนผิดให้คนอื่น ตำแหน่ง รมต. มาพร้อมอำนาจ-ความรับผิดชอบ

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะหน้าหนาวอย่างดุเดือด ล่าสุดทีมจากซิตี้กราวด์ได้ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์ โดยตกลงดีลคว้าตัวผู้รักษาประตูสเตฟาน ออร์เตก้า จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงสุด 500,000 ปอนด์ นี่ถือเป็นการเสริมทัพที่ชาญฉลาดสำหรับทีมของฌอน ไดช์ ที่กำลังต้องการความมั่นคงในแนวรับ

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์: รายละเอียดดีลออร์เตก้า

สเตฟาน ออร์เตก้า นายทวารชาวเยอรมันวัย 33 ปี เป็นตัวเลือกที่สามของแมนฯ ซิตี้ รองจากจานลุยจิ ดอนนารุมมา และเจมส์ เทรฟฟอร์ด ในฤดูกาลนี้ เขายังไม่ได้ลงสนามให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเลย และสัญญากำลังจะหมดในซัมเมอร์นี้ ออร์เตก้ามีประสบการณ์สูง ลงเล่น 56 นัดให้ซิตี้ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมปี 2022 และมีส่วนสำคัญในแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024 ฤดูกาลที่แล้วเขาลง 22 นัด รวมถึงนัดชิงคลับเวิลด์คัพและเอฟเอคัพที่แพ้คริสตัล พาเลซ

ความจำเป็นของฟอเรสต์เกิดจากอาการบาดเจ็บเข่าของจอห์น วิคเตอร์ ที่จะหลุดทีมไปจนจบฤดูกาล ก่อนหน้านี้พวกเขาคุยกับวูล์ฟส์เรื่องโจเซ่ ซ่า แต่สุดท้ายหันไปหาออร์เตก้าแทน ดีลนี้ราคาถูกและได้นายทวารคุณภาพสูง เหมาะกับสถานการณ์ทีมที่กำลังลุ้นเพลย์ออฟยูโรปาลีกและอยู่อันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก

เล็งดึงดาวดังจากอินเตอร์

นอกจากออร์เตก้า ฟอเรสต์ยังฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์ โดยเล็งตัวดาวิดे ฟราเตซี่ มิดฟิลด์อินเตอร์ มิลาน วัย 26 ปี ชาวอิตาลีที่ติดทีมชาติ 33 นัด ฤดูกาลนี้ลง 19 นัดให้อินเตอร์ พวกเขาต้องการยืมก่อนพร้อมออปชั่นซื้อขาด ฟราเตซี่จะช่วยเพิ่มพลังกลางสนามให้ทีมที่ต้องการลุ้นท็อปฮาล์ฟ

ฟอเรสต์เพิ่งเซ็นลอเรนโซ่ ลุคก้า กองหน้าจากนาโปลีแบบยืมตัว และยื่น 35 ล้านปอนด์ขอฌอง-ฟิลิปป์ มาต็ต้า จากคริสตัล พาเลซแต่โดนปฏิเสธ การเสริมทัพครั้งนี้แสดงถึงความทะเยอทะยานของทีม

  • จุดเด่นออร์เตก้า: ประสบการณ์แชมป์ลีก, ราคาถูก
  • จุดเด่นฟราเตซี่: อายุน้อย, ทีมชาติตัวจริง, สร้างสรรค์เกม
  • สถานการณ์ทีม: ลุ้นยูโรปา, แก้ปัญหาแนวรับ-กลาง

การย้ายทีมเหล่านี้จะช่วยฟอเรสต์หนีการลุ้นตกชั้นและลุ้นถ้วยยุโรปได้จริง นี่คือกลยุทธ์ตลาดซื้อขายที่ฉลาด

คุณคิดว่าดีลเหล่านี้จะพาฟอเรสต์ไปไกลแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Forest agree Ortega deal and target Inter’s Frattesi