วัน: 1 กุมภาพันธ์ 2026

ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกคนไทย

ในวันที่การเมืองไทยกำลังร้อนระอุ ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทย ออกมาใช้สิทธิเพื่อชาติ ได้กลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ คุณตาผู้กล้าคนนี้สูญเสียขาจากสมรภูมิสงครามเวียดนาม แต่ยังคงมุ่งมั่นเดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่จังหวัดยโสธร แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาธิปไตยที่แท้จริง

ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทย ออกมาใช้สิทธิเพื่อชาติ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โดมอเนกประสงค์โรงเรียนยโสธรพิทยาคม อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร บรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) นอกเขตเลือกตั้งคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ พี่น้องประชาชนต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่ก่อนเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ กกต. และลูกเสือจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทย ออกมาใช้สิทธิเพื่อชาติ

ไฮไลต์ของวันนี้คือเรื่องราวของคุณตาวัย 81 ปี อดีตทหารผู้กล้าที่สูญเสียขาขณะรบในสงครามเวียดนาม แม้ภูมิลำเนาจะอยู่กรุงเทพฯ แต่คุณตาเลือกพักผ่อนที่ยโสธรและตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อมาลงคะแนน โดยเหมารถยนต์มา 500 บาท “ร่างกายพิการแต่สิทธิสำคัญ ต้องมาเลือกคนและพรรคที่ใช่เพื่อบริหารประเทศ” คุณตากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแลดี และยืนยันว่าจะมาทำประชามติอีก พร้อมฝากถึงคนไทยทุกคน “อย่านอนหลับทับสิทธิ ช่วยกันเลือกคนดีเพื่อชาติ”

ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง

ภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ยโสธร

นายธีรวุธ ไชยนนท์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่ามีหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า 6 จุดใน 3 เขตเลือกตั้ง สถานการณ์เรียบร้อยดี โดยข้อมูลผู้ลงทะเบียนดังนี้

  • เขต 1: นอกเขตที่โดมโรงเรียนยโสธรพิทยาคม 1,430 คน / ในเขตหอประชุมอำเภอเมือง 33 คน
  • เขต 2: นอกเขตที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย 322 คน / ในเขตหอประชุมอำเภอ 3 คน
  • เขต 3: นอกเขตหอประชุมอำเภอกุดชุม 545 คน / ในเขตโดมที่ว่าการอำเภอ 6 คน
บรรยากาศเลือกตั้งล่วงหน้ายโสธร

เรื่องราวของ ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทย ออกมาใช้สิทธิเพื่อชาติ ไม่เพียงสร้างความประทับใจ แต่ยังเตือนใจเราทุกคนว่าการเลือกตั้งคือโอกาสเปลี่ยนแปลงประเทศ สิทธิหนึ่งเสียงของคุณมีค่ามากกว่าที่คิด แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่จิตวิญญาณรักชาติยังคงแข็งแกร่ง คุณตาเป็นตัวอย่างของคนรุ่นเก่าที่เสียสละเพื่อชาติในอดีต และยังคงทำหน้าที่พลเมืองในปัจจุบัน

การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนยโสธร ที่เตรียมพร้อมทุกด้านเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ยโสธรยืนยันความพร้อมรับมือผู้มาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีส่วนร่วมทางการเมืองยิ่งสำคัญ เพื่อเลือกผู้นำที่พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้เยาวชน

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกท่านคิดตามคุณตา สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่ของฟรี แต่เป็นเครื่องมือกำหนดอนาคตชาติ ถ้าคุณรักประเทศไทย ลุกขึ้นมาออกเสียงวันเลือกตั้งตัวจริงและประชามติกันเถอะ! พลังประชาชนจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

ที่มา – ตาวัย 81 ปี อดีตทหารกล้า เข้าคูหาเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทย ออกมาใช้สิทธิเพื่อชาติ

“ชัยวุฒิ” นำทีมพรรครักชาติ บวงสรวงศาลหลักเมือง

“ชัยวุฒิ” นำทีมพรรครักชาติ บวงสรวงศาลหลักเมือง ขอทุกพรรคสร้างค่านิยมรักชาติ เป็นกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้นำทีมผู้บริหารและผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด

“ชัยวุฒิ” นำทีมพรรครักชาติ บวงสรวงศาลหลักเมือง ขอทุกพรรคสร้างค่านิยมรักชาติ

กิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่ตลาดเสาร์อาทิตย์ พัฒนาการคูขวาง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง โดยมีนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค และนายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค ร่วมเดินทาง ทีมงานขึ้นรถแห่เปิดเพลง “รักชาติ 35” ที่ดัดแปลงจากเพลงฮิต “เชฟบ๊ะ” ทำให้บรรยากาศคึกคัก ผู้คนมาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก

ไฮไลต์น่ารักเกิดขึ้นเมื่อเด็กชายฝาแฝด “น้องไข่ตุ๋น” และ “น้องไข่ต้ม” ที่เคยถ่ายรูปกับนายชัยวุฒิสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำหน้าได้ รีบวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปคู่กันอีกครั้ง สร้างรอยยิ้มให้ทุกคน

พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

หลังลงพื้นที่ตลาด นายชัยวุฒิและทีมพรรครักชาติ เดินทางไปยังศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงขอพรให้การหาเสียงราบรื่น สิริมงคล และประสบความสำเร็จในโค้งสุดท้าย พิธีนี้สะท้อนถึงความเคารพประเพณีท้องถิ่นและความเชื่อมั่นในพลังศรัทธา

ข้อเรียกร้องสร้างค่านิยมรักชาติในคนรุ่นใหม่

ในช่วงสัมภาษณ์ นายชัยวุฒิได้ตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ ว่ามีแผนปลูกฝังค่านิยมรักชาติ รักบ้านเมือง และความเสียสละอย่างไร ชวนทุกพรรคร่วมกันสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลชาติบ้านเมืองอนาคต

เขายังวิจารณ์ปรากฏการณ์ที่ทำให้ความภาคภูมิใจในชาติถูกลดทอน โดยกลุ่ม “ด้อม” “ไอโอ” และอินฟลูเอนเซอร์ที่สร้างความแตกแยก ย้ำว่าความมั่นคงชาติต้องอาศัยทุกคน โดยเฉพาะในยุคที่สงครามใกล้ตัวมากขึ้น

นโยบายพรรครักชาติเน้นการสร้างความสามัคคีและรักชาติ นี่คือตัวอย่าง:

  • ปลูกฝังค่านิยมรักชาติในเยาวชนผ่านการศึกษาและสื่อ
  • ส่งเสริมความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย
  • เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามภายนอกด้วยความสามัคคี
  • พัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเพื่ออนาคตคนรุ่นใหม่

“ชัยวุฒิ” นำทีมพรรครักชาติ บวงสรวงศาลหลักเมือง ขอทุกพรรคสร้างค่านิยมรักชาติ จึงไม่ใช่แค่งานหาเสียง แต่เป็นการจุดประกายแนวคิดสำคัญ หากไม่มีแผ่นดินไทย สิทธิเสรีภาพก็ไร้ความหมาย นายชัยวุฒิกล่าวอย่างหนักแน่น

การกระทำเช่นนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรครักชาติในฐานะพรรคที่ยึดมั่นหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้สนับสนุน โดยเฉพาะในภาคใต้ที่ประชาชนให้ความสำคัญกับประเพณีและความมั่นคง

ในมุมมองของผู้เขียน การปลูกฝังค่านิยมรักชาติต้องเริ่มจากผู้นำการเมืองทุกพรรค หากคนรุ่นใหม่เติบโตมาด้วยความรักชาติ สังคมไทยจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับแนวคิดนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระแสค่านิยมรักชาติให้แพร่หลาย

ที่มา – “ชัยวุฒิ” นำทีมพรรครักชาติ บวงสรวงศาลหลักเมือง ขอทุกพรรคสร้างค่านิยมรักชาติ

ประกันสังคมเปิดแอป sso plus แล้ว!

ประกันสังคม sso plus มาแล้วนะครับ! สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ภายใต้กระทรวงแรงงาน ได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชันสุดล้ำนี้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ประกันตนอย่างเราทุกคนสามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เงินสมทบ และสิทธิประโยชน์ได้ง่ายๆ ผ่านมือถือ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเสียเวลาไปที่สำนักงานอีกต่อไป

จากโพสต์ล่าสุดบนเฟซบุ๊กเพจ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน บอกว่าตั้งแต่เปิดบริการเวลา 9.00 น. มีผู้ใช้งานทะลุ 67,000 รายแล้ว เฉลี่ย 1,700 รายต่อนาที! นี่แสดงให้เห็นว่าทุกคนตื่นเต้นแค่ไหนกับแอปใหม่นี้ แต่ก็อาจทำให้ระบบโหลดข้อมูลช้าไปบ้าง โดยเฉพาะข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคนที่ต้องทยอยอัปเดตให้ครบ 100% ตามภาระงาน

ประกันสังคม sso plus คืออะไร

แอป ประกันสังคม sso plus คือเครื่องมือดิจิทัลที่ สปส. พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนมาตรฐาน 39 (จ้างงาน), ม.33, ม.39, ม.40 ทุกประเภท สามารถเช็คสถานะประกันสังคมได้ทันใจ ไม่ว่าจะเป็นยอดเงินสมทบที่นายจ้างและลูกจ้างจ่าย ประวัติการเบิกสิทธิรักษาพยาบาล ค่ารักษา เงินชราภาพ หรือแม้กระทั่งยื่นขอรับสิทธิออนไลน์ได้เลย แถมยังแจ้งเตือนสำคัญๆ ผ่านมือถืออีกด้วย

ระบบนี้รองรับการใช้งานจำนวนมาก โดย สปส. จัดการคิวตามลำดับ first-come-first-served และเฝ้าระวังปรับปรุงประสิทธิภาพตลอดเวลา ถ้าคุณลองเข้าใช้งานแล้วข้อมูลยังไม่ครบ อย่าตกใจนะครับ มันกำลังโหลดให้สมบูรณ์อยู่ รอสักพักเดี๋ยวก็พร้อม

ประโยชน์เด่นของแอปประกันสังคม sso plus

  • ตรวจสอบยอดสมทบ: ดูเงินที่นายจ้าง-ลูกจ้างจ่ายได้ real-time ไม่ต้องรอหนังสือแจ้ง
  • สิทธิประโยชน์ครบ: เช็คสิทธิเบิกจ่าย 39 โรค สูงสุด 30,000 บาท/ปี, เงินทดแทนกรณีชราภาพ, ว่างงาน
  • ยื่นคำร้องออนไลน์: ขอเอกสาร รับรองสิทธิ, เปลี่ยนสถานะ ทำได้จากมือถือ
  • แจ้งเตือนอัตโนมัติ: กำหนดวันเกิดสิทธิ, ชำระสมทบล่าช้า
  • เข้าถึง 24/7: ไม่ต้องไปสำนักงานยื่นคิวยาว

วิธีดาวน์โหลดและเริ่มใช้งานประกันสังคม sso plus

ใช้งานง่ายมาก! ดาวน์โหลดแอป “sso plus” ได้ทั้ง iOS และ Android จาก App Store หรือ Google Play Store ค้นหาคำว่า “sso plus” หรือ “ประกันสังคม” ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่านที่ตั้งเอง (หรือใช้ OTP จาก SMS) จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนหรือแอปหมอพร้อม

  1. ดาวน์โหลดแอปประกันสังคม sso plus
  2. สมัคร/ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน
  3. รอโหลดข้อมูล (อาจใช้เวลา 1-2 วันแรก)
  4. สำรวจเมนูต่างๆ และใช้งานได้เลย

ถ้าเจอปัญหาโหลดช้า ลองล็อกเอาท์แล้วล็อกอินใหม่ หรืออัปเดตแอปเวอร์ชันล่าสุด ทีม สปส. กำลังเร่งปรับระบบให้เร็วขึ้นแน่นอน

เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประกันสังคม sso plus

เพื่อให้การใช้งานลื่นไหล แนะนำหลีกเลี่ยงช่วง peak time อย่าง 9.00-11.00 น. และ 14.00-16.00 น. ในวันแรกๆ ใช้ Wi-Fi แรงๆ แทน 4G และเคลียร์แคชโทรศัพท์บ่อยๆ นอกจากนี้ แอปนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบ e-Service สปส. เดิม ทำให้ข้อมูลอัปเดต sync กันหมด

ในฐานะผู้ประกันตน เราควรเช็คข้อมูลสมทบทุกเดือน เพื่อป้องกันนายจ้างค้างจ่าย ซึ่งอาจกระทบสิทธิชราภาพในอนาคต แอปนี้ช่วยให้เราควบคุมชีวิตการเงินหลังเกษียณได้ดีขึ้นจริงๆ

สรุปแล้ว แม้ ประกันสังคม sso plus จะเพิ่งเปิดใหม่และอาจมีบั๊กนิดหน่อย แต่ศักยภาพสูงมาก รีบดาวน์โหลดมาลองใช้ซะวันนี้ แล้วแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ จะได้เข้าถึงสิทธิกันทุกคน!

ที่มา – “ประกันสังคม” เปิดให้บริการแอปฯ “sso plus” แล้ว อาจใช้ระยะเวลาโหลดข้อมูล

กกต. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางกะปิ เกิน 50%

กกต. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางกะปิ ในวันนี้ พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้ามากกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะที่โครงการตะวันนา 2 แขวงคลองจั่น ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 58,000 คน เรียกได้ว่าทำให้ กกต. มั่นใจมากขึ้นในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้

กกต. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางกะปิ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ก.พ. 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้งประจำ กกต. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขต ณ โครงการตะวันนา 2 ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งล่วงหน้าในกรุงเทพมหานคร เพราะมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดถึง 58,683 คน จากยอดรวมกว่า 800,000 คนทั่วกรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบพบว่าทุกอย่างจัดการได้ดีเยี่ยม แม้จำนวนผู้ลงทะเบียนจะเยอะ แต่เขตบางกะปิและ กกต.กรุงเทพฯ ได้วางแผนแบ่งโซนตามภูมิภาคอย่างชาญฉลาด ทำให้ไม่มีแออัดหรือสับสน ช่วงเช้าเท่านั้นก็มีผู้มาใช้สิทธิเกิน 50% แล้ว และยังไม่มีปัญหาหรือร้องเรียนใดๆ เลย

มั่นใจมาใช้สิทธิเกินร้อยละ 50 จากยอดลงทะเบียน

นายสิทธิโชติ กล่าวอย่างมั่นใจว่า กกต. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางกะปิ ครั้งนี้ยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าจะสำเร็จเกินเป้า ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วควรรีบมาใช้สิทธิภายใน 17.00 น. วันนี้ เพราะถ้าพลาดจะไปใช้สิทธิในวันจริง 8 ก.พ. 2569 ไม่ได้นะครับ

ภาพรวมทั่วประเทศก็ปกติสุดๆ ประชาชนมาใช้สิทธิเยอะ แต่ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือทำลายบัตรเลย คาดว่าช่วงบ่ายจะคึกคักยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังย้ำเรื่องความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง ทุกใบมีโค้ดกำกับ ไม่มีพิมพ์ซ้ำแน่นอน หลังปิดหีบจะรวบรวม คัดแยก ส่งด้วยไปรษณีย์ไทย มีการรักษาความปลอดภัย 24 ชม. และกล้อง CCTV ตลอดทาง

สำหรับบัตรจากต่างประเทศและนอกราชอาณาจักร ก็ทยอยส่งกลับมาแล้ว 50% จะคัดแยกส่งต่อตามปกติ ส่วนเรื่องลงประชามติล่วงหน้า ย้ำว่าทำไม่ได้เพราะขัดกฎหมาย อาจโมฆะได้ เสียเงินเสียเวลาเปล่าๆ

บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า ที่หน่วยเลือกตั้งบางกะปิ

ทีมข่าวลงพื้นที่จริง พบว่าก่อนเปิด 8.00 น. เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสุดๆ แบ่ง 85 ชุดเลือกตั้งตาม 4 ภูมิภาค สีแยกชัด: ภาคใต้ม่วง 34 ชุด, อีสานน้ำตาล 23 ชุด, กลาง-ตะวันออก-ตะวันตก ชมพู 20 ชุด, เหนือเขียว 12 ชุด ประชาชนสแกน QR เช็คลำดับง่ายจัง

  • มีกองตรวจสอบข้อมูล ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
  • ระดมเจ้าหน้าที่ กทม. จิตอาสา รด. ดูแลทั่วถึง
  • รถพยาบาล เคลื่อนที่ ตำรวจ 86 ชุด เทศกิจ จราจร
  • รถ booster สัญญาณมือถือ-เน็ต
  • ที่จอดรถ 1,000 คัน แนะใช้ขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าสีเหลือง สถานีบางกะปิ หรือเรือคลองแสนแสบ

หลัง 17.00 น. คัดแยกบัตร ส่ง 9 ชุดไปรษณีย์ ก่อน 18.00 น. ไปยังจังหวัดต่างๆ เรียบร้อยหมด

การเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของประชาชนไทยที่สูงมาก หากทุกคนร่วมมือแบบนี้ ประชาธิปไตยของเราจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่าลืมเช็คสิทธิและไปใช้สิทธิให้ครบทุกคนนะครับ จะได้เลือกผู้แทนที่แท้จริง!

ที่มา – กกต. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางกะปิ มั่นใจมาใช้สิทธิเกินร้อยละ 50 จากยอดลงทะเบียน

อิสราเอลถล่มกาซาระลอกใหญ่ ดับ 32 ศพ ตอบโต้ฮามาส

อิสราเอลถล่มกาซาระลอกใหญ่ ดับแล้ว 32 ศพ อ้างตอบโต้ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สร้างความสูญเสียหนักหน่วงในฉนวนกาซา ทางการท้องถิ่นรายงานว่าการโจมตีทางอากาศหลายระลอกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย โดยรวมเด็กและสตรีจำนวนมาก หนึ่งในจุดที่รุนแรงคือการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่เต็นท์ผู้พลัดถิ่นในเมืองข่านยูนิส

อิสราเอลถล่มกาซาระลอกใหญ่ ดับแล้ว 32 ศพ อ้างตอบโต้ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

หน่วยป้องกันภัยพลเรือนของฮามาสแจ้งว่าที่ข่านยูนิสทางใต้ ครอบครัวหนึ่งถูกสังหารทั้ง 7 รายจากกระสุนเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่กาซาซิตี โรงพยาบาลอัล-ชิฟายืนยันเด็ก 3 รายและหญิง 2 รายเสียชีวิตจากอาคารพังถล่ม วิดีโอจากพื้นที่แสดงภาพเศร้าสร้อย ศพเด็กๆ ถูกขุดจากซากปรักหักพัง ญาติผู้เสียชีวิตคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ด้วยน้ำตา “หลานสาวตัวน้อย 3 คนนอนตายกลางถนน หยุดยิงที่ไหน เด็กทำผิดอะไร?”

กองทัพอิสราเอลชี้แจงการโจมตี

กองทัพอิสราเอล (IDF) ยอมรับปฏิบัติการ โดยอ้างตอบโต้ฮามาสละเมิดข้อตกลงวันศุกร์ พวกเขาระบุกำจัดผู้ก่อการร้าย 8 รายจากอุโมงค์ราฟาห์ตะวันออก ร่วมกับ ISA โจมตีผู้บัญชาการฮามาส 4 ราย คลังอาวุธ โรงงานผลิต และฐานยิงขีปนาวุธ 2 แห่งในกาซากลาง

นอกจากนี้ อิสราเอลถล่มกาซาระลอกใหญ่ ครั้งนี้เกิดก่อนเปิดด่านราฟาห์ และใกล้จุดเริ่ม “ข้อตกลงหยุดยิงระยะสอง” โดยทูตสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ซึ่งมุ่งฟื้นฟูและปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธ

ปฏิกิริยาจากนานาชาติและฮามาส

อียิปต์ประณามรุนแรง เรียกร้องอดทน กาตาร์ตำหนิอิสราเอลละเมิดซ้ำซาก ฮามาสขอให้สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์หยุด “สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” สงครามเริ่ม 7 ต.ค. 2023 ยอดตายกาซา 71,660 ราย สหประชาชาตiyนิยมตัวเลขน่าเชื่อถือ แม้อิสราเอลไม่ให้สื่อตรวจสอบ

ตั้งแต่หยุดยิง 10 ต.ค. 2025 ชาวปาเลสไตน์ตาย 509 ราย ทหารอิสราเอล 4 นาย สถานการณ์ตึงเครียดท่ามกลางความหวังฟื้นฟู

  • จุดโจมตีหลัก: ข่านยูนิส, กาซาซิตี, ราฟาห์
  • ผู้เสียชีวิต: เด็ก-สตรีจำนวนมาก
  • ข้ออ้างอิสราเอล: ตอบโต้ผู้ก่อการร้าย
  • ผลกระทบ: ความสูญเสียมนุษย์และมนุษยธรรม

วิกฤตนี้สะท้อนปัญหายาวนานในตะวันออกกลาง การโจมตีทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเปราะบาง ผู้คนในกาซายังลำบากจากสงครามยืดเยื้อ การฟื้นฟูต้องอาศัยสันติภาพแท้จริง

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – อิสราเอลถล่มกาซาระลอกใหญ่ ดับแล้ว 32 ศพ อ้างตอบโต้ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

“แสวง” รับ จับซื้อเสียงช่วงเตรียมการ ยากกว่าป้องกัน

“แสวง” รับ จับซื้อเสียงช่วงเตรียมการ ยากกว่าป้องกัน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ วันนี้เราจะมาสรุปภาพรวมให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ จากการแถลงของนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ยอมรับตรง ๆ ว่าการจับกุมการซื้อเสียงในช่วงเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกันเสียอีก พร้อมอัปเดตปัญหาเบอร์ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนที่หายไปจากบอร์ดหน้าหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

“แสวง” รับ จับซื้อเสียงช่วงเตรียมการ ยากกว่าป้องกัน

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.45 น. นายแสวง บุญมี ได้แถลงข่าวภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. ทั้งในเขตและนอกเขตทั่วประเทศ โดยบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตมี 8,610 คน นอกเขต 2,206,138 คน และกลุ่มผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ 1,666 คน มีหน่วยเลือกตั้งในเขต 521 แห่ง นอกเขต 524 แห่ง และหน่วยพิเศษ 22 แห่ง

ตั้งแต่เปิดโหวตเวลา 08.00 น. เป็นต้นมา 2 ชั่วโมงแรกทุกอย่างลื่นไหล แม้บางพื้นที่อย่างเขตบางกะปิที่มีผู้ลงทะเบียนกว่า 58,000 คน หรือเขตจตุจักรและเชียงใหม่ที่เกิน 50,000 คน จะมีปัญหาสถานที่ไม่พอหรือรถติดบ้าง แต่ กกต. ประสานตำรวจจัดการจราจรได้ทัน ส่งผลให้ประชาชนเข้าคิวโหวตได้เร็ว

ปมเบอร์ผู้สมัครพรรคประชาชนหายจากบอร์ด แก้ไขเรียบร้อย

ส่วนประเด็นฮือฮาที่ จ.ชลบุรี เบอร์ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนหายจากบอร์ดหน้าหน่วย จังหวัดแก้ไขทันที ขณะที่ จ.ลำปาง มีเบอร์ซ้ำคือเลข 6 แต่เลข 8 หายไป ก็แจ้งแก้เรียบร้อย นายแสวงยังเตือนประชาชนหลังโหวตแล้ว อย่าพูดบอกว่าเลือกพรรคไหน เพราะอาจถูกตีความเป็นการยุยงหรือร้องเรียนได้ ขึ้นกับเจตนาและข้อเท็จจริง

เมื่อถามถึงการซื้อเสียง นายแสวงย้ำ 2 เรื่องใหญ่: 1. สร้างบรรยากาศหาเสียงดี ๆ ไม่ก้าวร้าว 2. รักษาความสุจริต ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง โดยมี กกต. และตำรวจทั่วประเทศกว่าเกือบครึ่ง ลงพื้นที่ข่าวกรอง เน้นป้องกันเป็นหลัก เพราะจับซื้อเสียงช่วงเตรียมการ ยากกว่าป้องกันจริง ๆ การหาพยานหรือจับตอนเตรียมเงินก็ยาก

  • การร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นหาเสียงโซเชียล ไม่ใช่ซื้อเสียง
  • พื้นที่แข่งขันเดือด 42 จังหวัด กกต. สั่งดูแลเข้ม
  • ใช้ข้อมูลธนาคารจาก ธปท. ตรวจสอบการเบิกเงินผิดปกติ
  • กฎหมายมาตรา 76 ห้ามทั้งเตรียมและซื้อ ย้ำ “มีเงินแต่ซื้อไม่ได้”

นายแสวงชี้แจงคำพูดเก่า ๆ ที่ว่า “เตรียมเงินได้แต่อย่าซื้อ” ว่าพูดเร็วไป ขอแก้ว่าเน้นป้องปราม กดดันไม่ให้ใช้เงินได้ ส่วนมาตรา 73 การเตรียมการก็ผิด แต่จับต้องมีหลักฐาน ขอหมายศาล ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สอบสวน ต้องอาศัยตำรวจ ถ้าข่าวดีและมีหลักฐานชัด ล็อกได้เลย

ภาพรวมการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นความพยายามของ กกต. ในการรักษาความโปร่งใส แม้ปัญหาการซื้อเสียงจะเป็นจุดอ่อน แต่การป้องกันและข่าวกรองเข้มข้นจะช่วยลดปัญหาได้มาก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูง

สำหรับประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กกต. หรือตำรวจท้องถิ่น เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมต่อไป เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ใจ

ที่มา – “แสวง” รับ จับซื้อเสียงช่วงเตรียมการ ยากกว่าป้องกัน ปมเบอร์ ปชน. หายจากบอร์ด แก้ไขแล้ว

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ.

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 “รังสิมันต์ โรม” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ปล่อยคลิปวิดีโอสุดเข้มข้นเพื่อปลุกพลังให้ประชาชนชาวไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเรียกร้องให้ “กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ” คลิปนี้ไม่ใช่แค่การหาเสียงธรรมดา แต่เป็นการเล่าย้อนประวัติศาสตร์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่สมัยต่อต้านรัฐประหารปี 2557 จนถึงคดีล่าสุดที่ถูกฟ้องที่ศาลพะเยา

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. เล่าประสบการณ์ถูกดำเนินคดี

คลิปวิดีโอของ รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน เพราะเขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเมืองในชีวิต เมื่อรัฐประหารปี 2557 เกิดขึ้น ภาพการสลายชุมนุมหน้าหอศิลป์ยังคงติดตา แม้เวลาจะผ่านไปกว่าทศวรรษ โรมถูกดำเนินคดีที่ศาลทหาร เพียงเพราะลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตย ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามถึง “ความยุติธรรม” ในสังคมไทย

ล่าสุด โรมและน.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ต้องเดินทางไปศาลจังหวัดพะเยา หลังถูก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท เพียงเพราะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ คลิปนี้จึงเป็นเหมือนการย้ำเตือนว่า การต่อสู้ยังไม่จบ และการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนแปลง

เส้นทางนักกิจกรรมสู่ผู้แทนราษฎรของรังสิมันต์ โรม

กว่าสิบปีที่ผ่านมา รังสิมันต์ โรม ไม่เคยกลัวอำนาจ เขาใช้กฎหมายและเสียงของประชาชนต่อสู้กับความอยุติธรรม นี่คือไทม์ไลน์สำคัญ:

  • 2557: ต่อต้านรัฐประหาร ถูกจับและดำเนินคดีที่ศาลทหาร
  • หลังรัฐประหาร: ถูกล่าแม่มดด้วยกฎหมายเพื่อปิดปากผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
  • 2569: ถูกฟ้องที่พะเยา จากการตรวจสอบผลประโยชน์ชาติ
  • 8 ก.พ. 2569: เรียกร้องให้ประชาชนกาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

โรมโพสต์ข้อความประกอบคลิปว่า “ผมไม่เคยคิดเลยว่ารัฐประหารปี 2557 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ” เขาเชื่อมั่นว่าความหวาดกลัวของผู้มีอำนาจจะยิ่งเร่งให้กงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงหมุนเร็วขึ้น “ท้ายที่สุด พวกเขาจะกลายเป็นเพียงอดีต”

คลิปนี้ไม่เพียงเล่าเรื่องส่วนตัว แต่ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของสังคมไทย เช่น การใช้อำนาจรัฐปิดปากฝ่ายค้าน การฟ้องร้องเพื่อข่มขู่ และความจำเป็นต้องมีผู้แทนที่กล้าสู้เพื่อประชาชน ในยุคที่พรรคประชาชนกำลังสร้าง “ยุคสมัยใหม่” การเลือกตั้ง 8 ก.พ. จึงเป็นสงครามเพื่ออนาคต

ทำไมต้องกา 8 ก.พ. เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย

การที่ รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ ทำให้หลายคนตื่นตัว เพราะมันชี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยไทยยังเปราะบาง หากไม่เลือกผู้แทนที่กล้าเสียสละ ระบบเก่าจะวนลูปต่อไป โรมย้ำว่า “ผู้มีอำนาจหยุดกงล้อไม่ได้” และเชิญชวนทุกคนออกมา vote เพื่อยุติวงจรนี้

จากประสบการณ์ส่วนตัว โรมมองว่าความยุติธรรมต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่อำนาจชั่วคราว คลิปนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ลุกขึ้นตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ที่หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง

สุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกาเลือกตั้ง แต่เป็นการกำหนดชะตาชาติ คุณพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงหรือยัง? ออกมา vote 8 ก.พ. เพื่อประเทศไทยที่ยุติธรรมกว่าเดิม ลองดูคลิปของรังสิมันต์ โรม แล้วตัดสินใจเองครับ

ที่มา – “รังสิมันต์ โรม” ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569

LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569

วันนี้เป็นวันที่หลายคนรอคอย! LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังจะเริ่มต้นแล้ว ติดตามรับชมได้ทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถดูถ่ายทอดสดได้อย่างสะดวกสบายผ่านทีวีหรือออนไลน์บนเว็บไทยรัฐออนไลน์ หลังจากนั้นก็สามารถตรวจผลทุกรางวัลได้ทันทีที่เว็บไซต์ของเราเลยครับ

การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้ ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่คนไทยไม่พลาด โดยเฉพาะรางวัลใหญ่ที่หลายคนฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท หรือรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ที่มีคนถูกรางวัลจำนวนมากทุกงวด สำหรับผู้ที่สนใจ LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถเตรียมตัวรอช่องทางรับชมได้ดังนี้

ช่องทางการรับชม LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569

  • ไทยรัฐทีวี ช่อง 32: ถ่ายทอดสดตั้งแต่ 14.00 น. ตรงเวลาเป๊ะ
  • ไทยรัฐออนไลน์: ดูผ่านเว็บและแอปพลิเคชัน สะดวกสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด
  • YouTube ช่องไทยรัฐ: ค้นหา “ถ่ายทอดสดหวย” เพื่อดูย้อนหลังได้
  • Facebook Live: เพจไทยรัฐทีวี อัปเดตแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ หลังจากพิธีการออกรางวัลเสร็จสิ้น คุณสามารถตรวจผลรางวัลได้ง่ายๆ ที่ไทยรัฐออนไลน์ โดยมีผลรางวัลครบทุกประเภท ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ไปจนถึงเลขท้าย 2 ตัว เพียงพิมพ์เลขสลากของคุณลงในช่องตรวจหวย ก็รู้ผลทันที ไม่ต้องรอ!

วิธีขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 กุมภาพันธ์ 2569

ถ้าคุณโชคดีถูกรางวัล ไม่ต้องกังวลเรื่องขึ้นเงิน เพราะรัฐบาลอำนวยความสะดวกเต็มที่ สามารถขึ้นเงินรางวัลได้ที่:

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.): ทุกสาขาทั่วประเทศ
  • ธนาคารออมสิน: ทุกสาขา
  • ธนาคารกรุงไทย: ทุกสาขา สำหรับทุกรางวัลยกเว้นรางวัลที่ 1

สำหรับ รางวัลที่ 1 มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 1% แต่รางวัลอื่นๆ ขึ้นได้ฟรี หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่ Call Center โทร. 0-2528-9999 ทุกวันทำการ อย่าลืมนำสลากต้นฉบับไปด้วยนะครับ และควรไปขึ้นเงินภายใน 2 ปีนับจากวันออกรางวัล

ประเภทรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่คุณต้องรู้

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น นี่คือรายละเอียดรางวัลทั้งหมด:

  • รางวัลที่ 1: 1 รางวัล รางวัลละ 6,000,000 บาท
  • รางวัลใกล้เคียงรางวัลที่ 1: 100 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
  • รางวัลที่ 2: 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
  • รางวัลที่ 3: 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
  • รางวัลที่ 4: 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
  • รางวัลที่ 5: 100 รางวัล รางวัลละ 6,000 บาท
  • เลขท้าย 3 ตัว: 1,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท
  • เลขท้าย 2 ตัว: 1 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท

การออกรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใต้การกำกับดูแลที่โปร่งใส 100% ทำให้ผู้เล่นมั่นใจได้ทุกงวด นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับสำหรับนักเสี่ยงโชค เช่น เลือกเลขเด็ดจากแนวทางอาจารย์ดัง หรือดูดวงจากปฏิทินจีน แต่สุดท้ายแล้วโชคก็คือสิ่งสำคัญที่สุด

หากคุณพลาดการถ่ายทอดสด ไม่เป็นไร เพราะไทยรัฐออนไลน์มีคลิปย้อนหลังและผลรางวัลอัปเดตไวมาก สมัครรับแจ้งเตือนผ่าน LINE Official เพื่อไม่พลาดผลหวยงวดหน้า!

คำแนะนำ: ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือสังคม

ติดตาม LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569 และงวดต่อๆ ไปกับเรา แล้วโชคลาภจะตามมา!

ที่มา – LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2569

ลุยค้น 11 จุด รวบ 4 ผู้ต้องหา อุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือปฏิบัติการสุดเข้มข้นของกองปราบที่ ลุยค้น 11 จุด รวบ 4 ผู้ต้องหา อุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้ ซึ่งเป็นคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของไทย ปฏิบัติการนี้ชื่อว่า “Zero Shadow: ล่า ล้าง เงา” ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามมาเฟียและกลุ่มอาชญากรที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืด

ลุยค้น 11 จุด รวบ 4 ผู้ต้องหา อุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับทีมกองปราบปราม นำโดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีกหลายท่าน ได้เปิดปฏิบัติการใหญ่ กระจายกำลังพลเข้าตรวจค้น 11 จุดในพื้นที่จังหวัดตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้แก่ นายสุชาติ, นายเชิดศักดิ์, นายกิตติศักดิ์ และนายจิรพงศ์ ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ ของกลางที่ยึดได้มีสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และชุดเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ

ที่มาของคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้

คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 6 สิงหาคม 2567 (ตามเนื้อหาเดิม 2568 อาจพิมพ์ผิด) ชาวบ้านพบศพนายสุรศักดิ์ ชายทวีป อายุ 22 ปี ถูกยิง 6 นัด ทิ้งไว้ในสวนปาล์มริมถนนเลียบเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง ในกระเป๋าสะพายพบจดหมายสุดสะเทือนใจถึงแม่ว่า “อยากกลับบ้านแล้วครับแม่ ช่วยลูกหน่อย… ขอให้ใครก็ได้มาไถ่ชีวิตลูก” พร้อมบัญชีเงินกู้นอกระบบ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามาจากหนี้สินเงินกู้นอกระบบ

จากการสืบสวนพบว่านายสุรศักดิ์เคยเป็นพนักงานทวงหนี้ให้กลุ่มนายทุนในภาคใต้ แต่แอบยักยอกเงินลูกหนี้ไปใช้ส่วนตัว ทำให้ถูกนายทุนจ้างกลุ่มอดีตตำรวจ วัยรุ่นติดยา และมือปืนมาอุ้มตัว กักขังในบ้านพักที่ตรังเพื่อเรียกค่าไถ่ แต่ผู้ตายหาเงินไม่ทันและพยายามหลบหนี สุดท้ายถูกฆ่าทิ้ง

  • ผู้ต้องหาหลัก: นายสุชาติ (อดีตตำรวจ), นายเชิดศักดิ์ (อดีตตำรวจ), นายกิตติศักดิ์, นายจิรพงศ์
  • ของกลางสำคัญ: สมุดบัญชี, มือถือ, เสื้อผ้าก่อเหตุ
  • พื้นที่ปฏิบัติการ: ตรัง, กระบี่, สุราษฎร์ธานี

ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่จับผู้กระทำผิด แต่ยังเปิดโปงเครือข่ายเบื้องหลัง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่าจะขยายผลไล่จับผู้มีอิทธิพลและนายทุนที่สั่งการต่อไป คดีแบบนี้แสดงให้เห็นปัญหาเงินกู้นอกระบบที่ลุกลามเป็นอาชญากรรมรุนแรงในท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคใต้ที่มักมีมาเฟียท้องถิ่นครองอิทธิพล

จากสถิติตำรวจ คดีอุ้มเรียกค่าไถ่ในไทยเพิ่มขึ้น 20% ในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับหนี้สินและยาเสพติด การที่กองปราบบุกจับได้แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีว่ากฎหมายยังทำงานได้ แม้ผู้ร้ายจะมีเส้นสาย

บทเรียนจากคดีนี้

คดี ลุยค้น 11 จุด รวบ 4 ผู้ต้องหา อุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้ สอนให้เราระวังเรื่องเงินกู้นอกระบบ หลีกเลี่ยงการกู้ยืมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากถูกขู่เข็น สำหรับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ควรติดตามข่าวสารเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของทีมสืบสวนกองปราบที่ทำงานหนักเพื่อปิดคดีในเวลาอันสั้น

ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการปราบปรามอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด แต่เรายังต้องแก้ปัญหาต้นตออย่างเงินกู้นอกระบบและการคอร์รัปชันในวงการตำรวจเก่าให้สิ้นซาก คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? คิดว่าปฏิบัติการแบบนี้จะช่วยลดอาชญากรรมได้มากแค่ไหน? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้กันนะ!

ที่มา – ลุยค้น 11 จุด รวบ 4 ผู้ต้องหา อุ้มเรียกค่าไถ่ ฆ่าโหดเขาจิงโจ้