วัน: 4 กุมภาพันธ์ 2026

ตลาดซื้อขายมกราคมเคยแผ่วเบาเสมอหรือ

ดูเหมือนจะนานมาแล้ว แต่ตลาดซื้อขายมกราคมเคยสร้างโมเมนต์เดดไลน์เดย์สุด-iconic มาหลายครั้ง

นึกถึง Andrey Arshavin ที่บินมาถึงลอนดอนที่ปกคลุมด้วยหิมะในปี 2008 เพื่อเซ็นสัญญากับ อาร์เซนอล สภาพอากาศแย่จนต้องเลื่อนเดดไลน์ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หรือปี 2013 Peter Odemwingie กองหน้าของเวสต์บรอมที่ขับรถ 120 ไมล์จากเบอร์มิงแฮมไปลอนดอน เพื่อหวังเซ็นกับควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส แบบ徒労เปล่า

และปี 2011 คือเดดไลน์เดย์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดซื้อขายมกราคม ลิเวอร์พูล คว้าตัว Andy Carroll จาก นิวคาสเซิ่ล พร้อม Luis Suarez จากอาแจ็กซ์แบบช็อกโลก

หลังจากนั้น ตลาดซื้อขายมกราคมเคยแผ่วเบาเสมอหรือ ก็มีโมเมนต์บ้าง แต่เดดไลน์เดย์กลับกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

พรีเมียร์ลีกเพิ่งมีเดดไลน์เดย์ที่เงียบที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีแค่ 7 ดีลเท่านั้น

เดดไลน์เดย์ไม่ได้คึกคักมานานแล้ว ปี 2024 มี 13 ดีล, 2023 มี 16, 2022 มี 14

ในลีกท็อปอื่นๆ เดดไลน์เดย์ก็เงียบเหงาเหมือนกัน บางทีฟุตบอลอังกฤษอาจถูกสปอยล์มากเกินไป

6 ทีมใหญ่ไม่ค่อยใช้เงินหนักในตลาดซื้อขายมกราคม

ในช่วงหลัง ดีลเด่นๆ ในช่วงท้ายคือ Enzo Fernandez เพียงคนเดียว

กองกลางทีมอาร์เจนตินาที่เพิ่งได้รางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมเวิลด์คัพ 2022 ย้ายจากเบนฟิก้ามา เชลซี ด้วยค่าตัวสถิติอังกฤษ £106.8m ในตอนนั้น

การใช้เงินของเชลซีกำหนดโทนตลาดทั้งหมด สร้างสถิติพรีเมียร์ลีกใหม่ £815m โดยเชลซีใช้ £284.1m (34.86%)

เป็นเพราะการลงทุนล่าช้าของเจ้าของใหม่หลังเทคโอเวอร์ฤดูร้อนก่อนหน้า ทำให้เป็นข้อยกเว้นในยุคหลังโควิด

ดีล Fernandez ลากยาวทั้งคืน สุดท้ายสำเร็จในวินาทีสุดท้าย

ฤดูกาลนี้ Dwight McNeil จาก เอฟเวอร์ตัน ไป คริสตัล พาเลซ คงเทียบได้ แต่ไม่สำเร็จซะด้วย

ทีมใหญ่ไม่ค่อยซื้อหนักมกราคม เว้นแต่จำเป็นจริงๆ

อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ไม่เซ็นใครตั้งแต่ 2023 เชลซี (£13.5m) และ แมนฯ ยูไนเต็ด (£27.5m) ก็น้อยใน 2025

แมนฯ ซิตี้ ทำขัดแนวโน้มสองฤดูกาลหลัง Pep Guardiola เปลี่ยนทีม

2025 ใช้ £188m กับ Nico Gonzalez, Omar Marmoush, Abdukodir Khusanov, Vitor Reis

มกราคมนี้ใช้ £84m กับ Semenyo และ Guehi ที่พร้อมใช้งานในพรีเมียร์ลีก

ตลาดซื้อขายมกราคมเคยแผ่วเบาเสมอหรือ: ตัวอย่างเดดไลน์เดย์ดัง

  • 2008: Arshavin เซ็นอาร์เซนอลท่ามกลางหิมะ
  • 2011: Carroll + Suarez สู่ลิเวอร์พูล
  • 2013: Odemwingie ขับรถล้มเหลว
  • 2018: Aubameyang ไปอาร์เซนอล, Van Dijk สู่ลิเวอร์พูล

ต้องย้อนไป 2018 ที่ 6 ทีมใหญ่ใช้เงินรวมเยอะ พรีเมียร์ลีกทั้งลีก £500m ทีมใหญ่ £322m อาร์เซนอลนำ £86m (26.71%)

เทียบ 2023 เชลซีรับผิดชอบ 73.39% จาก £387.1m ของทีมใหญ่

10 ปีหลัง มีแค่ 3 ตลาดมกราคมที่ใช้เงินมากกว่าปีนี้

ไม่แปลกที่ 2024 ใช้แค่ £95m ต่ำสุดใน 10 ปี ต่ำกว่าโควิด 2021 £2.1m

หลัง 98 ดีลใน 2023 จำนวนดีลคงที่ 75, 77, 78

ปีนี้ £390m ลดจากซัมเมอร์ £421m แต่พุ่งจาก 2024

บางทีเดดไลน์เดย์ทำให้ภาพลวงตา? เพราะโดยรวมไม่ใช่ตลาดจน

10 ตลาดมกราคมหลัง มีแค่ 2018, 2023, 2025 ที่ใช้เงินมากกว่า

เดดไลน์เดย์ก็คล้าย แค่ 3 ปีที่เกิน £100m

ดังนั้น ตลาดซื้อขายมกราคมเคยแผ่วเบาเสมอหรือ? นอกจากข้อยกเว้นไม่กี่ครั้ง มันอาจไม่เคยพิเศษจริงๆ

สถิติชี้ว่าทีมใหญ่รอซัมเมอร์มากกว่า และ FFP ทำให้ระวังตัว สร้างความสมดุลให้ลีก

คุณคิดว่าตลาดซื้อขายมกราคมปีหน้าจะคึกคักขึ้นไหม? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วติดตามอัปเดตฟุตบอลจากเรา!

ที่มา – Has the January transfer window always felt flat?

51 พรรค นโยบายไม่ตรงปก ส่อหนี้พุ่ง-พรรคเต้ฝ่าฝืน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนฉ่าเลยนะครับ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกมาแฉหนัก ว่ามีถึง 51 พรรค การเมืองที่มีนโยบายไม่ตรงปก ที่หาเสียงไว้กับประชาชน แต่พอมาดูในแบบฟอร์มที่ยื่นให้ กกต. แล้วกลับคลุมเครือ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณและแหล่งที่มาของเงิน ส่อเค้าจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งปรี๊ด! แล้วยังมีพรรคทางเลือกใหม่ของ “เต้” มงคลกิตติ์ ที่โดนจับได้ว่าฝ่าฝืนประกาศ กกต. อีกด้วย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

นโยบายไม่ตรงปก ใน 51 พรรคการเมือง

จากข้อมูลที่ กกต. เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 พบว่านโยบายที่พรรคเหล่านี้ประกาศโฆษณาหาเสียงในเวทีสาธารณะ สื่อต่างๆ ไม่ตรงกับที่แจ้งในตารางตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 หลายนโยบายคลุมเครือ ไม่ระบุชัดว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ เงินมาจากไหน จะทำยังไงให้ยั่งยืนทางการคลัง? ถ้าปล่อยไปแบบนี้ อาจกระทบวินัยการเงินการคลังของชาติ ทำให้หนี้สาธารณะทะลุเพดานได้ง่ายๆ เลยครับ

กกต. แบ่งประเด็นปัญหาหลักๆ ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ นะครับ

ประเด็นที่ 1: วงเงินงบประมาณไม่ชัด

  • บางพรรคระบุวงเงินรายปี บางที่รวม 4 ปี บางโครงการ ทำให้เปรียบเทียบยาก
  • แนะนำให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจโหวตได้ถูกต้อง

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้านโยบายใช้เงินเป็นแสนล้าน แต่ไม่บอกชัดว่าจะเอาเงินมาจากไหน ประชาชนจะเชื่อถือได้ยังไง?

ประเด็นที่ 2: แหล่งที่มาของเงินคลุมเครือ

หลายพรรคบอกแค่ว่า “ใช้งบแผ่นดิน” แต่ไม่บอกรายละเอียด เช่น ปีไหน งบกลางหรือเงินสำรอง? หรือถ้ากู้เงิน ก็ต้องตาม พรบ.บริหารหนี้สาธารณะ ไม่ให้เกินกรอบ กกต. ย้ำต้องระบุชัด 6 แหล่งหลัก:

  • งบประมาณแผ่นดิน
  • เงินกู้ตามกฎหมาย
  • มาตรา 28 พรบ.วินัยการเงินการคลัง (แต่มีกรอบไม่เกิน 32% ของงบปีนั้น)
  • เงินกองทุนต่างๆ
  • PPP ร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน
  • อื่นๆ เช่น ลดภาษี (ต้องคำนวณ Tax Expenditure)

ยกตัวอย่าง ถ้าลดภาษี ก็ต้องบอกว่ารัฐเสียรายได้เท่าไหร่ จะชดเชยยังไง มิฉะนั้นขาดดุลงบประมาณหนักแน่!

ส่วนประเด็นที่ 3 ภาพรวมงบทุกนโยบาย ก็ไม่ชัดเพราะแหล่งเงินมั่วซั่ว

ความเสี่ยงหนี้พุ่งจากนโยบายไม่ตรงปก

นโยบายส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ เช่น สวัสดิการถ้วนหน้า ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน อุดหนุนผู้สูงอายุ ซึ่งกินงบ 70% อยู่แล้ว แถมหลายพรรคลดภาษีอีก รายได้รัฐหด กู้เพิ่ม สัดส่วนหนี้/GDP อาจทะลุ 70% จากแผนปัจจุบัน 69.36% ในปี 2570 เสี่ยงโดนลดเครดิตเรทติ้ง นักลงทุนหนี ต้นทุนกู้แพง บาทอ่อน อนาคตเศรษฐกิจแย่แน่ครับ

กกต. ยังเตือนเรื่องความคุ้มค่า Cost-Benefit Analysis ต้องทำจริง อย่าปล่อย moral hazard เช่น พักหนี้แบบไม่มีเงื่อนไข ลูกหนี้ไม่พยายามไถ่ถามจริงๆ นะ

พรรคทางเลือกใหม่ของ “เต้” มงคลกิตติ์ ฝ่าฝืนประกาศ กกต.

พิเศษเลยครับ พรรคนี้ส่งนโยบายเพิ่ม 32 ข้อ ช้าเกินเดดไลน์ 20 วันก่อนเลือกตั้ง ตามประกาศ กกต. 2568 ข้อ 4 แถมบางนโยบายหาเสียงอาจผิด พรบ.เลือกตั้ง มาตรา 73,74,132 และ พรบ.พรรคการเมือง มาตรา 22 ด้วย หัวหน้าพรรคคือ นายราเชน ตระกูลเวียง สิระนายกฯ คือ เต้ มงคลกิตติ์ ต้องจับตาดู!

กกต. ให้ความเห็นภาพรวมทั้ง 51 พรรค ไม่เจาะจงพรรคละนโยบาย เพื่อป้องกันการเมืองโจมตีกันเอง

สรุปนะครับ นโยบายไม่ตรงปก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันกระทบอนาคตชาติทั้งแผ่นดิน ประชาชนอย่างเราต้องฉลาด ตรวจสอบนโยบาย แหล่งเงิน ความยั่งยืนก่อนกดคะแนน อย่าให้สัญญาหวานหลอกตา ถ้าอยากให้ไทยเข้มแข็ง ลองแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันตรวจสอบพรรคที่เราจะเลือกด้วยนะครับ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง!

ที่มา – 51 พรรค นโยบายไม่ตรงปก ส่อหนี้พุ่ง-พรรค “เต้ มงคลกิตติ์” ฝ่าฝืนประกาศ กกต.

London City Lionesses เตรียมเซ็น Marcetto

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิง! London City Lionesses เตรียมเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ Marcetto สาว Danes วัย 22 ปี จากสโมสร Madrid CFF ในลีกสเปน ด้วยสัญญาถาวรแบบค่าตัวไม่แพง ทีมจาก Women’s Super League (WSL) อย่าง London City Lionesses กำลังมุ่งมั่นสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น โดยผู้เล่นรายนี้เป็นเป้าหมายหลักมานาน

London City Lionesses เตรียมเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ Marcetto

London City Lionesses ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 6 ในตาราง WSL ได้เล็งเห็นศักยภาพของ Malou Marcetto มาตั้งแต่แรก เธอเคยลงเล่นให้ทีมชาติเดนมาร์กระดับเยาวชน รวมถึง 10 นัดในรุ่น U-23 ทำให้ทีมเชื่อมั่นในอนาคตของเธอ เดิมทีสโมสรหวังเซ็นฟรีตอนสัญญาเดิมหมดในซัมเมอร์ แต่คราวนี้ปิดดีลได้เร็วกว่ากำหนดในหน้าต่างตลาดเดือนมกราคมนี้

ประวัติและจุดเด่นของ Malou Marcetto

Malou Marcetto เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่มีความสามารถรอบด้าน เธอเล่นให้ Madrid CFF ใน Liga F ลีกหญิงสเปน ซึ่งกลายเป็นแหล่งล่าตัวโปรดของ London City หลังจากเพิ่งแต่งตั้งกุนซือชาวสเปน Eder Maestre เข้ามาคุมทีม ผู้เล่นสาว Danes ผู้นี้จะนำพลังเยาวชนและการแข่งขันในแดนกลางมาสู่ทีม เพิ่มความลึกให้กับขุมกำลัง

  • อายุ 22 ปี สดและมีศักยภาพสูง
  • ติดทีมชาติเดนมาร์ก U-23 10 นัด
  • เคยเป็นเป้าหมายของ London City มานาน
  • ย้ายจาก Madrid CFF ด้วยค่าตัวเล็กน้อย

นโยบายเสริมทัพของ London City ในฤดูกาลนี้ชัดเจน คือผสมผสานระหว่างดาวรุ่งพรสวรรค์สูงกับสตาร์ชื่อดัง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการดึง Delphine Cascarino กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสเข้ามาในช่วงนี้เช่นกัน แต่คาดว่าจะไม่เสริมใครเพิ่มก่อนเดดไลน์ 23:00 GMT วันอังคารนี้

การมาของ Marcetto จะช่วยเพิ่มการแข่งขันในทีม โดยเฉพาะในตำแหน่งมิดฟิลด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุก London City Lionesses กำลังก้าวสู่การเป็นทีมท็อปใน WSL ด้วยการลงทุนในเยาวชนแบบนี้ ภายใต้การนำของ Eder Maestre ที่คุ้นเคยกับ Liga F พวกเขาหวังพัฒนา Marcetto ให้กลายเป็นกำลังหลักในอนาคตอันใกล้

นอกจากนี้ สโมสรยังมีแผนสร้างสมดุลในทีม โดยผสมผสานประสบการณ์จากสตาร์อย่าง Cascarino กับพลังหนุ่มสาวอย่าง Marcetto ทำให้ทีมมีมิติมากขึ้นในฤดูกาลที่เหลือ ผู้เล่นใหม่ทั้งคู่น่าจะช่วยพยุงอันดับ 6 ให้สูงขึ้น และลุ้นท็อป 4 ได้ไม่ยาก

ฟุตบอลหญิงอังกฤษกำลังบูม และ London City Lionesses คือหนึ่งในทีมที่น่าจับตา การเซ็นสัญญา London City Lionesses เตรียมเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ Marcetto ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของสโมสร

ติดตามข่าวสารฟุตบอลหญิง WSL และการย้ายทีมล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตเด็ดๆ!

ที่มา – London City Lionesses set to sign midfielder Marcetto

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชนยูเครนที่กำลังเผชิญกับคลื่นหนาวสุดขั้ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 โดยรัสเซีย发动การโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนมหาศาล มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง (ballistic missiles) จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ เพื่อทำลายโรงไฟฟ้าและระบบพลังงานทั่วประเทศ บริษัท DTEK ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานเอกชนรายใหญ่ของยูเครน ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงไฟฟ้าในกรุงเคียฟ และเมืองโอเดสซา ส่งผลให้เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในปีนี้

ผลกระทบรุนแรงมาก โดยเฉพาะในสภาพอากาศหนาวเย็นจัดที่อุณหภูมิลดลงถึง -20 องศาเซลเซียส อาคารชุดพักอาศัยกว่า 1,000 แห่งในเคียฟขาดระบบทำความร้อนทันที โรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเสียหายหนักจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ชาวยูเครนต้องเผชิญกับความมืดมิดและความหนาวเหน็บ โดยไม่มีไฟฟ้าและความร้อน

รายละเอียดการโจมตีรัสเซียรัวมิสไซล์

  • ขีปนาวุธวิถีโค้งและขีปนาวุธร่อนกว่า 70 ลูก
  • โดรนโจมตีอีก 450 ลำ เพื่อล่อระบบป้องกันทางอากาศ
  • กองทัพอากาศยูเครนสกัดกั้นได้เพียง 38 ลูก
  • เสียงไซเรนดังนานกว่า 7 ชั่วโมงในเคียฟ

เซเลนสกีประณามว่ารัสเซียเลือกใช้วิธี “ก่อการร้ายและยกระดับความรุนแรง” แทนการทูต พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรใช้นำ “แรงกดดันขั้นสูงสุด” ต่อมอสโก การโจมตีเกิดขึ้นหลัง “ข้อตกลงพักรบด้านพลังงาน” ที่ทรัมป์ตกลงกับปูตินสิ้นสุดลง ซึ่งเซเลนสกีมองว่ารัสเซียใช้เวลานี้สะสมอาวุธ

ผลกระทบต่อประชาชนและการตอบโต้จากนานาชาติ

ยูเครนขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันทางอากาศ โดยเฉพาะระบบ Patriot จากสหรัฐฯ เซเลนสกีโพสต์บน X ว่า “การจัดส่งขีปนาวุธทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญ หากไม่กดดันรัสเซีย สงครามจะไม่มีวันสิ้นสุด” เลขาธิการนาโต้กระตุ้นสมาชิกจัดส่งอาวุธด่วน โดยยืนยันว่าการโจมตีนี้ไม่แสดงถึงความจริงใจในการสร้างสันติภาพ

สถานการณ์ รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา นี้ สะท้อนถึงความโหดร้ายของสงครามที่ยืดเยื้อ ชาวยูเครนต้องอดทนกับความทุกข์ทรมานทั้งจากกระสุนและสภาพอากาศสุดโหด ในขณะที่โลกจับตามองการตอบสนองจากชาติตะวันตก

นอกจากนี้ การโจมตีโครงสร้างพลังงานยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน ทำให้โรงงานหยุดชะงักและประชาชนต้องรวมตัวกันในที่หลบภัย ความเสียหายคาดว่าจะใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟู โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่กำลังจะยาวนาน

เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้อีก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ยูเครนเร่งเสริมระบบป้องกันทางอากาศ และนานาชาติควรเพิ่มการสนับสนุนด้านอาวุธขั้นสูง

ติดตามข่าวสารสงครามรัสเซีย-ยูเครน และอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับการโจมตีครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา