วัน: 5 กุมภาพันธ์ 2026

ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000

ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000

ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000 คนในการแข่งขัน UEFA Youth League นัดที่พบกับอินเตอร์ มิลาน ทำให้กลายเป็นแมตช์เยาวชนที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์นี้

การแข่งขันที่น่าประทับใจนี้จัดขึ้นที่สนาม RheinEnergieStadion สนามใหญ่ของบุนเดสลีกาในเยอรมนี ซึ่งมีความจุกว่า 50,000 ที่นั่ง บัตรเข้าชม sold out หมดเกลี้ยงก่อนแข่งมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟนบอลโคโลญจน์ แม้ทีมเยาวชนชุด U-19 จะแพ้ให้อินเตอร์ มิลาน 1-3 แต่สถิติผู้ชม 50,000 คนนี้ก็ทำลายสถิติเดิมที่ Trabzonspor ของตุรกีเคยทำไว้ 40,368 คน เมื่อเดือนเมษายน 2025 นัดที่พบอินเตอร์เช่นกัน

ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000 อย่างไร

เหตุการณ์ ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000 นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 โดยแฟนบอลบ้านเกิดมาร่วมเชียร์กันแน่นสนาม สร้างบรรยากาศสุดมันส์เหมือนนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์โลก สนาม RheinEnergieStadion ที่เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2006 ก็ช่วยยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทีมเยาวชนโคโลญจน์ภายใต้การนำของโค้ชชาญฉลาด พยายามสู้สุดตัวแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อผู้มาเยือนจากอิตาลีที่ฟอร์มร้อนแรง

ความสำคัญของสถิติผู้ชมในฟุตบอลเยาวชน

สถิติใหม่นี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนถึงการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีที่ให้ความสำคัญกับอะคาเดมี่เยาวชน โคโลญจน์เป็นตัวอย่างที่ดีในการดึงดูดแฟนบอลมาสนับสนุนรุ่นเล็ก ส่งผลดีต่อการเติบโตของนักเตะเยาวชนที่ได้สัมผัสแรงเชียร์มหาศาล ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและลดความกดดันในการขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

ทีมชุดใหญ่ของโคโลญจน์ปัจจุบันรั้งอันดับ 10 ในบุนเดสลีกา และเคยลงเล่นยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในฤดูกาล 2022-23 การที่เยาวชนสร้างสถิติใหญ่ขนาดนี้ อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตของสโมสร โดยนักเตะ U-19 หลายคนมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในอนาคตอันใกล้

เปรียบเทียบสถิติผู้ชม UEFA Youth League

  • โคโลญจน์ vs อินเตอร์ มิลาน: 50,000 คน (2026)
  • Trabzonspor vs อินเตอร์: 40,368 คน (2025)
  • สถิติก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 20,000 คน

จากสถิติข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่า ทีมเยาวชนโคโลญจน์ทำลายสถิติผู้ชม 50,000 ได้อย่างเหนือชั้น สร้างมาตรฐานใหม่ให้ทัวร์นาเมนต์เยาวชนยูฟ่า นอกจากนี้ยังช่วยโปรโมทฟุตบอลเยาวชนให้เข้าถึงมวลชนมากขึ้น แฟนบอลทั่วโลกต่างชื่นชมโคโลญจน์ที่ทำให้แมตช์เยาวชนกลายเป็นอีเวนต์ใหญ่

บทเรียนจากแมตช์นี้

แม้จะแพ้ แต่ทีมเยาวชนโคโลญจน์ได้ประสบการณ์ล้ำค่า การเล่นต่อหน้าแฟนบอล 50,000 คนช่วยพัฒนาจิตใจนักเตะรุ่นเยาว์ อินเตอร์ มิลานที่ชนะ 3-1 แสดงให้เห็นถึงคุณภาพอะคาเดมี่อิตาลีที่แข็งแกร่ง สโมสรอื่นๆ ในบุนเดสลีกาควรนำมาเป็นแบบอย่างในการสนับสนุนเยาวชน

ในยุคที่ฟุตบอลอาชีพแข่งขันดุเดือด การลงทุนในเยาวชนคือกุญแจสู่ความสำเร็จระยะยาว โคโลญจน์พิสูจน์แล้วว่าการสร้างบรรยากาศดีๆ สามารถดึงดูดผู้ชมจำนวนมากได้ แม้แต่ในระดับเยาวชน นี่คือแรงบันดาลใจสำหรับสโมสรไทยที่อยากพัฒนาอะคาเดมี่ฟุตบอล

คุณคิดอย่างไรกับสถิติใหม่นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลยุโรปเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชายแดนเกิดเหตุ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาดูจะร้อนระอุไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ. 2566 นี้ หลายคนคงกังวลว่าอาจจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นใช่ไหมครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะ! ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชายแดนเกิดเหตุ แต่ละหน่วยทหารไทยมีแนวทางรับมือที่ชัดเจนและพร้อมสุดๆ วันนี้เรามีข้อมูลมาจากโฆษกกองทัพบก พลตรีวินธัย สุวารี ที่เพิ่งพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์มาฝากกัน

ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชายแดนเกิดเหตุ

หลังจากพาสื่อลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ในเขตกองทัพภาคที่ 1 หรือกองกำลังบูรพา โฆษกกองทัพบกได้สรุปภาพรวมให้ฟังแบบชัดๆ เลยครับ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะฝั่งกัมพูชาแค่สับเปลี่ยนกำลังพลใหม่ๆ ทำให้วินัยหย่อนยานบ้าง ไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าวหรือตั้งใจยั่วโมโหไทยเลย ยังพอรับฟังเหตุผลได้ และไทยก็ปฏิบัติตามกรอบสากล คอยดูแลความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก ไม่มีพลเรือนหรือชาวบ้านบาดเจ็บสักราย

จุดประสงค์หลักในการพาสื่อลงพื้นที่

การพาสื่อลงไปครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ข้อเลยครับ เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพจริงๆ

  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้บังคับหน่วยทหารไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กึ่งชุมชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แสดงให้เห็นว่าไทยคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนมากแค่ไหน ทำตามกฎกติกาทุกอย่าง
  • เปิดเผยความยากลำบากในการปฏิบัติการ แม้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ต้องใช้ไหวพริบ ปฏิภาณในการวางกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยกำลังพลให้ได้

เทียบกับพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ที่มีป่าเขามากกว่า เหตุการณ์อย่างเสียงระเบิดหรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ใกล้ฐานไทย มักเกิดจากความผิดพลาดของกำลังพลกัมพูชาใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่การคุกคามจริงจัง แค่หย่อนวินัยเฉยๆ อาจมียั่วบ้างแต่ไม่กระทบไทยมากนัก

แนวทางรับมือหากเกิดเหตุในวันเลือกตั้ง

สำหรับวันที่ 8 ก.พ. ถ้าทหารกัมพูชาเสียวินัยอีก โฆษกย้ำชัด ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชายแดนเกิดเหตุ แต่ละหน่วยจะรับมือตามพื้นที่เลยครับ มีช่องทางสื่อสารประสานงาน ถ้าฝั่งนั้นไม่ร่วมมือหรือละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ก็มีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม นอกจากนี้ระดับนานาชาติก็จับตาดูทั้งไทยและกัมพูชา ไทยได้คำชื่นชมเยอะเรื่องมืออาชีพ ต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ แต่ถ้าต้องโต้ ก็โต้แบบมีเหตุผล ไม่ยอมให้อ้างวินัยหย่อน!

อย่างกรณีที่กัมพูชายิงแฟลร์หรือลูกระเบิดตกใกล้ฐานแล้วบอกว่าเสียวินัย โฆษกมองว่ายังสมเหตุสมผลได้ ถ้าท่าทีประสานงานไม่ก้าวร้าว แต่ถ้าแข็งกร้าว คงต้องเปลี่ยนวิธีรับมือ เอาเป็นว่าตอนนี้สถานการณ์ยังควบคุมได้ ไทยพร้อมทุกสถานการณ์

เพื่อขยายความเข้าใจ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะแถวปราสาทพระวิหารหรือสระแก้ว มักมีปัญหาเรื่องเขตแดนมาอย่างยาวนาน แต่ครั้งนี้กองทัพบกแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรักษาความสงบ โดยเฉพาะช่วง敏感อย่างวันเลือกตั้งที่ทุกคนจับตามอง กองทัพไทยไม่เพียงแค่เฝ้าระวัง แต่ยังวางแผนไว้รอบด้าน ทั้งการติดต่อสื่อสาร การตอบโต้ และการประสานระดับสูง ทำให้ประชาชนวางใจได้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา ทำให้การวางกำลังต้องละเอียดอ่อน กองทัพบกจึงเน้นยุทธวิธีที่ยืดหยุ่น ปรับตามสถานการณ์ real-time เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักคือปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยประชาชน

สรุปแล้ว เพื่อนๆ ไม่ต้องกังวลมากนะครับ กองทัพบกพร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชายแดนเกิดเหตุ แน่นอน! มันแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของทหารไทยที่ได้รับการยอมรับระดับโลก

คุณคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารความมั่นคงและการเมืองล่าสุดนะครับ!

ที่มา – ทบ. เชื่อมั่น หากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ชายแดนเกิดเหตุ แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ

ดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก แย่ต่อฟุตบอลหรือไม่?

ดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก แย่ต่อฟุตบอลหรือไม่?

เมื่อ เชลซี ปล่อยตัว ดาวิด ดาร์โทร ฟอฟาน่า ด้วยสัญญายืมตัวไปยังสตราสบูร์กในวันเดดไลน์ เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ที่ย้ายระหว่างสองสโมสรฤดูกาลนี้

การซื้อขายระหว่างพันธมิตร BlueCo เริ่มทำให้หลายคนเริ่มสงสัย

ไม่ใช่แค่ยืมตัวอย่างฟอฟาน่า แต่บางคนย้ายไปมาด้วยค่าตัวด้วย

เชลซีดึงตัวกุนซือ ลิอัม โรสเนียร์ มาจากสตราสบูร์ก ทำให้สตราสบูร์กไม่พอใจมาก

ไม่มีหลักฐานว่ามีอะไรผิดปกติ ทุกดีลทำตามกฎทั้งหมด

แต่ ดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก จำนวนมากขนาดนี้ในกรณี multi-club ownership (MCO) จะเป็นปัญหาสำหรับฟีฟ่า หรือยูฟ่าหรือไม่?

ผู้กำหนดนโยบายกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด

จนถึงตอนนี้ มีแค่การตัดสิทธิ์สโมสรจากรายการแข่งขันที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ปีที่แล้ว ฟีฟ่าตัดสิทธิ์ เลออน จากฟุตบอลคลับเวิลด์คัพ และยูฟ่าลดชั้นคริสตัล พาเลซ จากยูโรป้า ลีก

ธุรกิจย้ายทีมของเชลซีเคยเป็นตัวเร่งให้ฟีฟ่าเปลี่ยนกฎมาแล้ว คราวนี้จะเป็นอีกหรือไม่?

ดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก เชื่อมโยงกันอย่างไร

เชลซีและสตราสบูร์กร่วมมือกันภายใต้กลุ่ม BlueCo ของท็อดด์ โบห์ลี่ และ Clearlake Capital ในปี 2023

สองปีแรก สตราสบูร์กได้ประโยชน์มากที่สุด

ผู้เล่น 6 คนจากเชลซีไปสตราสบูร์ก 5 คนยืม 1 คนถาวร

สตราสบูร์กใช้เงินได้แบบไม่เคยฝันถึง

ก่อน BlueCo 3 ฤดูกาล สตราสบูร์กใช้เงินต่อฤดูกาล £6.1m, £3.9m, £9.5m

หลังจากนั้น £52.6m, £53.6m, £96.5m สูงสุดในลีกเอิง แซงพีเอสจีด้วยซ้ำ

ทรัพยากรช่วยให้สตราสบูร์กไล่ล่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลที่แล้ว

แต่ซัมเมอร์ที่แล้ว แนวโน้มเปลี่ยน เชลซีเริ่มครอง

อย่างมามาดู ซาร์ร์ ย้ายถาวรจากสตราสบูร์กมาอยู่เชลซีในเดือนมิถุนายน

เด็ก 20 ปีลงสนามแค่ 1 นัดในคลับเวิลด์คัพ แล้วยืมกลับสตราสบูร์ก เดือนนี้เชลซีเรียกคืน

BlueCo บอกว่านี่คือพัฒนาการ ผู้เล่นได้ลงสนามสม่ำเสมอแล้วกลับมาเก่งขึ้น

ส่วนอิเช่ ซามูเอล-สมิธ แบ็คซ้ายจากเชลซีไปสตราสบูร์กเดือนกรกฎาคม แล้วเชลซียืมคืนเดือนกันยายน ส่งต่อไปสวอนซี

ในโลก MCO มันสมเหตุสมผล ชิลเวลล์ไม่อยู่ในแผน ซามูเอล-สมิธเลยเป็นตัวสำรอง เชลซีคืนเงิน £6.5m แล้วส่งไปแชมเปียนชิพ

เอ็มมานูเอล เอเมก้า กัปตันทีม จะย้ายมาอยู่เชลซีสิ้นฤดูกาล

อัลตร้าสตราสบูร์กที่เกลียด BlueCo เรียกร้องให้คืนปลอกแขน

คนนอกมองว่าผู้เล่น (และกุนซือ) ถูกเชลซีโยกย้ายตามใจ

อารอน อันเซลมิโน่ ยืมจากเชลซีไปดอร์ทมุนด์ครึ่งฤดูกาลแรก แล้วเชลซีเรียกคืนส่งไปสตราสบูร์กแทนซาร์ร์ เขาร้องไห้ตอนจากดอร์ทมุนด์

เชลซีกำลังเล่นหมากรุกเพื่อกลยุทธ์ตัวเอง

แต่การเรียกคืนยืมแล้วส่งต่อไม่ใช่เรื่องแปลก แมนยูทำกับแฮร์รี่ อามาสส์เหมือนกัน

ฟีฟ่าจะตรวจสอบดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก หรือไม่?

เชลซีเคยโดนฟีฟ่าจับตา ส่งผลให้เปลี่ยนกฎปี 2022

เชลซี ยูเว่ อตาลันต้า ถูกมองว่าเก็บผู้เล่นเยอะแล้วยืมทัพใหญ่

ฟีฟ่าจำกัดยืมผู้ใหญ่ 6 คน และยืมไปสโมสรเดียวไม่เกิน 3

เชลซีบอกว่าใช้สิทธิ์เต็มที่

ฟีฟ่าไม่มีแผนเปลี่ยนกฎตอนนี้

เคียแรน แมกไกร์ บอกว่าฟีฟ่าจะลำบากถ้าจงใจเลือกปฏิบัติ MCO จะหาช่องโหว่

ครึ่งหนึ่งของสโมสรท็อป 5 ลีกยุโรปอยู่ใน MCO แล้ว

เชลซีไม่ใช่ตัวแย่สุด ดูวัตฟอร์ด-อูดิเนเซ่ ที่โปโซ่ครอบครอง

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซื้อ 4 จากบอตาโฟกู แล้วมูริลโล่ย้ายตรงข้าม

ความกังวลเรื่องอิทธิพล MCO ยังอยู่

ยูฟ่าตำหนิ MCO มาตลอด รายงาน 2023 บอกว่าบิดเบือนตลาด โอนราคาตามใจนักลงทุน ไม่ยุติธรรม

พรีเมียร์ลีกตรวจสอบให้ราคายุติธรรม

MCO เติบโตต่อเนื่อง BlueCo ซื้อสตราสบูร์กปีนั้น

ยูฟ่าทำได้แค่จำกัดการแข่งขัน เช่น ห้ามแมนยู-นีซ แมนซิตี้-เฆโรน่า โอนกัน

ยูฟ่าจะเข้มงวดขึ้น มองว่าเป็นภัยต่อความซื่อสัตย์

สตราสบูร์กได้ทั้งได้และเสียจากเชลซี

เชลซีบอกว่าไม่ยุติธรรมที่โดนโจมตี เพียงเพราะ MCO แต่ทำตามกฎ

รีดบูลล์ทำเหมือนกัน ขายเซวาลด์-เซสโก้จากซัลซ์บวร์กไปไลป์ซิก

ดีต่อผู้เล่นและสโมสร ผู้เล่นกลับมาเก่งขึ้นอย่างแอนเดรย์ ซานโตส, ซาร์ร์

หรือดีอร์เย่ เปโตรวิช ขายต่อบอร์นมัธ £25m หลังจากสตราสบูร์ก

สตราสบูร์กได้เครือข่ายสเก๊าต์เชลซี อย่างโจควิน พานิเชลลี่ ซื้อ £14m ยิง 11 ลูก ลีกเอิง ได้แคปอาร์เจนตินา ปฏิเสธข้อเสนอ £43m

สโมสรฝรั่งเศสอื่นๆ บ่นว่าสตราสบูร์กได้เปรียบเกิน

แต่ปัญหาคือเชลซีเรียกตัวเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นคือข้อแลกเปลี่ยน

แฟนบอลอาจไม่ชอบ แต่เกิดมานาน เชลซีแค่ทำแบบของตัวเอง

คุณคิดว่า ดีลย้ายทีม เชลซี-สตราสบูร์ก จะเปลี่ยนฟุตบอลอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่เว็บเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

มูลนิธิ IMET ตอกย้ำ ปลดล็อกทางรอด SE ไทย

ในยุคที่วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมท้าทายหนักหน่วง องค์กรเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise (SE) ในไทยหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาการบริหารจัดการที่ทำให้เติบโตได้ยาก มูลนิธิ IMET จึงตอกย้ำความสำเร็จในการ ปลดล็อกทางรอด SE ไทย ผ่านโครงการ IMET MAX X ปีที่ 3 ที่เพิ่งเปิดรับสมัครไปเมื่อเร็วๆ นี้ โครงการนี้ไม่ใช่แค่เวิร์กช็อปธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ผู้นำ SE ได้รับการ mentoring จากผู้บริหารระดับสูง 18 ท่านจากองค์กรชั้นนำ ช่วยพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสเติบโตก้าวกระโดด

ปลดล็อกทางรอด SE ไทย ด้วยพลัง IMET MAX X

โครงการ IMET MAX X ภายใต้มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (IMET) ออกแบบมาเพื่อยกระดับศักยภาพผู้นำองค์กรเพื่อสังคมให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะระบบหลังบ้านอย่างการเงิน การตลาด และการวัดผลที่มักเป็นจุดอ่อนของ SE หลายแห่ง ในปีนี้ มีผู้นำรุ่นพี่ที่เคยผ่านหลักสูตรกลับมาสวมบท Mentor ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการพลิกองค์กรตัวเองให้ยั่งยืน สร้าง An eXponential Effect for Good หรือผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ

จากประสบการณ์ 2 ปีที่ผ่านมา องค์กรที่เข้าร่วมอย่างเทใจ (Taejai), กลุ่มลูกเหรียง, Noburo, ครัวตั้งต้นดี, insKru, Sati และ Buddy HomeCare ต่างประสบความสำเร็จในการจัดระเบียบองค์กร สร้างรายได้มั่นคง และขยายผลกระทบทางสังคมได้กว้างขึ้น นี่คือตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า ปลดล็อกทางรอด SE ไทย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

เคสตัวอย่าง: พลิกวิกฤตสู่ความสำเร็จที่จับต้องได้

คุณเมฆ-ธนะชัย สุนทรเวช จาก “ครัวตั้งต้นดี” โครงการภายใต้สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่ฝึกทักษะทำอาหารและชีวิตให้ผู้พ้นโทษ เล่าว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการ องค์กรเกือบล้มเพราะระบบการเงินไม่โปร่งใส งานไม่กระจาย ปัญหาสะสม แต่หลังจาก Mentor ช่วยวินิจฉัยและวางระบบใหม่ องค์กรรอดและเดินหน้าสร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไปได้ ลดการกระทำผิดซ้ำของผู้พ้นโทษอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกเคสคือคุณชมพู่-วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ จาก “กลุ่มลูกเหรียง” สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ที่ช่วยเยียวยาเยาวชนจากความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เธอบอกว่า Mentoring ช่วยให้ตั้งโจทย์ถูกต้อง เปลี่ยนวิธีทำงานเป็นระบบ จนขยายผลช่วยเยาวชนได้มากขึ้น Mentor ไม่ใช่แค่ที่ปรึกษา แต่เหมือนทีมเดียวกันที่ผลักดันให้สำเร็จจริง

น.ส.จิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย ประธานโครงการ IMET MAX X เน้นย้ำว่า Passion เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบหลังบ้านแข็งแกร่ง ทั้งการตลาด บัญชี และวัดผล มิเช่นนั้น SE ที่มีอุดมการณ์ดีแค่ไหนก็อาจหยุดชะงัก โครงการนี้จึงทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ชวนคิด ช่วยคิด จัดระเบียบให้พร้อมโตยั่งยืน

ประโยชน์ที่ SE ไทยจะได้รับจากการปลดล็อกทางรอด

นอกจากเคสจริงแล้ว โครงการ IMET MAX X ยังมอบเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SE เติบโต ดังนี้

  • ระบบหลังบ้านมืออาชีพ: จัดการการเงิน บัญชี โปร่งใส ลดความเสี่ยงล้มละลาย
  • กลยุทธ์การตลาด: เพิ่มรายได้ ขยายฐานลูกค้า โดยไม่ทิ้ง mission สังคม
  • การวัดผลกระทบ: ใช้ data ขับเคลื่อน แสดงผลลัพธ์ชัดเจน ดึงดูดผู้สนับสนุน
  • เครือข่ายผู้บริหาร: เชื่อมโยงกับ mentor ชั้นนำ 18 ท่าน สร้างโอกาสใหม่ๆ
  • การเติบโตแบบก้าวกระโดด: จากวิกฤตสู่ยั่งยืน ด้วย mentoring เข้มข้น

SE ไทยจำนวนมากมีศักยภาพมหาศาล แต่ขาดแค่ “ระบบ” ที่ดี IMET MAX X คือคำตอบที่ช่วย ปลดล็อกทางรอด SE ไทย ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง

ใครบ้างที่สมัครได้

เปิดรับผู้นำทางสังคม (Social Changemakers) จากองค์กรนิติบุคคล ประเภทบริษัทจำกัดหรือมูลนิธิ ที่อยากยกระดับองค์กร สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ imetmaxx.org/apply สอบถามเพิ่ม LINE OA: @imetmaxx หรือ [email protected]

หากคุณคือผู้นำ SE ที่พร้อมพลิกวิกฤตสู่การโตก้าวกระโดด อย่ารอช้า! สมัคร IMET MAX X ปี 3 วันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยที่ยั่งยืน ในมุมมองของผม โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยองค์กร แต่ช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้ประเทศ โดยระบบที่ดีคือพื้นฐานของทุกความสำเร็จ

ที่มา – มูลนิธิ IMET ตอกย้ำความสำเร็จ ปลดล็อกทางรอด SE ไทย พลิกวิกฤตสู่การโตก้าวกระโดด

กกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย ถูกกฎหมาย

ช่วงนี้ข่าวการเมืองร้อนแรงมาก โดยเฉพาะเรื่องนโยบายพรรคการเมืองที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชนและสื่อต่างๆ ล่าสุดมีประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ กกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย ซึ่งหลายคนแชร์ข่าวว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ยื่นเอกสารนโยบายแจกเงินตามกฎหมาย และ กกต. เตรียมสั่งปรับ แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นอย่างนั้นเลยครับ

กกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 16.20 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการ กรณีที่มีข่าวในโซเชียลมีเดียอ้างว่าพรรคเพื่อไทยละเมิดกฎหมายเรื่องนโยบาย “เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” ซึ่งเป็นนโยบายแจกเงินให้ประชาชน กกต. ยืนยันชัดเจนว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยได้ส่งเอกสารนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินมาให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาแล้ว และทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมืองและ กกต. ยังไม่มีมติหรือความเห็นใดๆ ตามที่ข่าวลือแพร่กระจาย กกต. จึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งที่มา官方 เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจกระทบความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

นโยบาย “เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” คืออะไร

นโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการแจกเงินหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แต่ถูกตั้งคำถามว่าต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลหรือไม่ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคต้องยื่นเอกสารนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินเพื่อให้ กกต. ตรวจสอบ หากไม่ยื่นหรือไม่ถูกต้องจึงจะถูกดำเนินการ แต่ในกรณีนี้ พรรคเพื่อไทยทำครบถ้วนแล้ว

กระบวนการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมืองของ กกต.

กกต. มีหน้าที่สำคัญในการรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยมีขั้นตอนตรวจสอบดังนี้

  • รับเอกสารนโยบาย: พรรคต้องยื่นเอกสารนโยบายที่ประกาศโฆษณาหรือหาเสียง หากเกี่ยวข้องกับการใช้เงิน
  • ตรวจสอบความถูกต้อง: ดูว่าตรงตามกฎหมายหรือไม่ เช่น ไม่เกินงบประมาณรัฐ ไม่หลอกลวงประชาชน
  • แจ้งผล: หากพบปัญหาจะแจ้งพรรคให้แก้ไข หรือสั่งปรับ หากฝ่าฝืน
  • ชี้แจงสาธารณะ: ออกแถลงการณ์หากมีข่าวลือ เพื่อป้องกัน Fake News

จากข้อมูลล่าสุด กกต. ยืนยันว่ากกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย แล้วว่าไม่มีปัญหา และหากมีคืบหน้าจะแจ้งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ

ทำไมข่าวลือแบบนี้ถึงแพร่กระจายง่าย

ในยุคโซเชียลมีเดีย ข่าวปลอมหรือข้อมูลบิดเบือนแพร่เร็วมาก โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายอยากครองวาระการเมือง กรณีนี้คล้ายกับข่าวก่อนหน้าที่ กกต. ตรวจพบ 51 พรรคมีนโยบายไม่ตรงปก ส่อหนี้สินพุ่ง รวมถึงพรรคของ “เต้” มงคลกิตติ์ที่ฝ่าฝืนประกาศ กกต. (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์นี้)

ประชาชนควรตรวจสอบแหล่งข่าว เช่น เว็บไซต์ กกต. อย่างเป็นทางการ ก่อนแชร์ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สรุปคือ กกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย ชัดเจนว่าพรรคทำถูกต้อง ข่าวลือไม่จริง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของ กกต. ในการรักษาความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งไทย ในมุมมองของผม การมีหน่วยงานกลางอย่าง กกต. คอยตรวจสอบเป็นเรื่องดีมาก แต่ประชาชนเองก็ต้องฉลาดในการรับข่าวสารด้วย

ข้อคิดทิ้งท้าย: อย่าให้ข่าวปล่อยหลอกได้ ติดตามข้อมูลจริงเพื่อการตัดสินใจเลือกตั้งที่ถูกต้อง หากชอบบทความนี้ แชร์ต่อและกดติดตามบล็อกเพื่อข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันครับ!

ที่มา – กกต. แจงปมตรวจสอบนโยบายเพื่อไทย พรรคส่งเอกสารให้พิจารณาถูกต้องตามกฎหมาย

การไฟฟ้านครหลวง แจงปมดินหล่นทับคนงานสถานีบางนา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสำคัญเกี่ยวกับการไฟฟ้านครหลวง แจงปมดินหล่นทับคนงานสถานีบางนา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนให้ความสนใจ หลังเกิดอุบัติเหตุเศร้าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ได้ออกชี้แจงอย่างละเอียดเพื่อคลายข้อกังวล โดยยืนยันว่าเป็นเหตุสุดวิสัย แต่โครงสร้างหลักยังมั่นคง และพร้อมดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

การไฟฟ้านครหลวง แจงปมดินหล่นทับคนงานสถานีบางนา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 23.30 น. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางนา ถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า ในโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสุขุมวิท 81 – สุขุมวิท 107 ขณะที่บริษัทผู้รับจ้างกำลังขุดดินเพื่อติดตั้งระบบค้ำยัน (Bracing) ชั้นที่ 3 ภายในระบบป้องกันดินพัง (Sheet pile) จู่ๆ ดินด้านข้างก็ร่วงหล่นลงมาทับผู้ปฏิบัติงานสัญชาติเมียนมา จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ผลการตรวจสอบหลังเกิดเหตุ

ทันทีที่ทราบเรื่องการไฟฟ้านครหลวง แจงปมดินหล่นทับคนงานสถานีบางนา โดย MEA ได้รุดเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งดาย พบว่าโครงสร้างระบบป้องกันดินพังทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาพมั่นคง ไม่มีการวิบัติหรือแตกร้าวเชิงโครงสร้าง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด MEA สั่งหยุดงานชั่วคราวในขั้นตอนนั้นทันที และให้ผู้รับจ้างทบทวนแผนความปลอดภัยใหม่

  • เปลี่ยนให้ผู้ปฏิบัติงานใช้กระเช้าแทนการยืนบนพื้นบ่อ
  • กำชับตรวจสอบสภาพชั้นดินอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนเริ่มงาน
  • ทบทวนแนวปฏิบัติทั้งหมดให้เข้มงวดตามมาตรฐานสากล
  • เน้นย้ำความปลอดภัยให้ผู้รับจ้างทุกฝ่าย

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า MEA ให้ความสำคัญกับชีวิตผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก แม้จะเป็นโครงการใหญ่เพื่อพัฒนาเมืองก็ตาม

การดูแลเยียวยาผู้เสียหาย

ในส่วนของการช่วยเหลือ MEA ส่งผู้แทนเข้าแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทันที และยืนยันว่าจะเป็นตัวกลางประสานงานกับบริษัทผู้รับจ้าง เพื่อให้ครอบครัวได้รับการเยียวยาตามสิทธิทางกฎหมายและหลักมนุษยธรรมอย่างรวดเร็วและเหมาะสมที่สุด ไม่ทิ้งให้ต้องลำบากเดี่ยวๆ

โครงการสายไฟฟ้าใต้ดินนี้มีความสำคัญมากต่อกรุงเทพฯ เพราะช่วยลดปัญหาสายไฟระโยงระยาง เพิ่มความสวยงาม ลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร และยกระดับระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ในทุกการก่อสร้างย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการขุดบ่อลึกแบบนี้ที่ต้องเจอดินหลวมหรือน้ำใต้ดิน MEA จึงยึดหลักมาตรฐานสากลมาตลอด และเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง อุบัติเหตุแบบนี้มักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพดินที่ไม่แน่นอน หรือการขาดการตรวจสอบที่เพียงพอ แต่ MEA แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบด้วยการตอบสนองรวดเร็วและโปร่งใส หากเทียบกับโครงการอื่นๆ ในไทย นี่คือตัวอย่างที่ดีของการจัดการวิกฤต

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่าในฐานะประชาชนเราควรสนับสนุนโครงการพัฒนาเมือง แต่ก็ต้องเรียกร้องความปลอดภัยให้มากขึ้น หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับการไฟฟ้านครหลวง แจงปมดินหล่นทับคนงานสถานีบางนา ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของชีวิต

ข้อคิดทิ้งท้าย: ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในเทคโนโลยีและการฝึกอบรมจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ในระยะยาว

ที่มา – “การไฟฟ้านครหลวง” แจงปมดินหล่นทับคนงาน ในบ่อก่อสร้างสายไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางนา

อว.ผนึกกำลังลงนาม MOU พัฒนากำลังคน AI ยานยนต์ไฟฟ้า

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงนำทางด้วยการผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ในการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง ล่าสุด อว.ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอุตสาหกรรมอนาคต

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัด อว.

อว.ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI และยานยนต์ไฟฟ้า

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ ห้องกมลทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ โดย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัด อว. เป็นประธาน ร่วมด้วยผู้บริหารจากบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ชั้นนำ มหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่ง มี 2 หลักสูตรหลัก

หลักสูตร Industrial AI Literacy and Application for Non-Technical Student

หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาทักษะ AI ให้แก่นักศึกษาที่ไม่ใช่สายเทคนิค เพื่อนำไปประยุกต์ในอุตสาหกรรมจริง ผู้ร่วมลงนาม 8 หน่วยงาน ได้แก่

  • บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท อาลีบาบา คลาวด์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ต้าหัว เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
  • สมาคมไทยไอโอที
  • สถาบันอาหาร
  • Intel Semiconductor (US) LLC.
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ให้สัมภาษณ์กับสื่อ
กลุ่มผู้ร่วมลงนามและ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์

หลักสูตรเชิงปฏิบัติการพัฒนากำลังคนยานยนต์ไฟฟ้า

เน้นทักษะเฉพาะทาง EV เพื่อรองรับการเติบโตอุตสาหกรรม ผู้ร่วม 12 หน่วยงาน แบ่งเป็น

ภาคอุตสาหกรรม:

  • บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ไมล์ เซฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • บริษัท ซุส อีวี (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท พระนคร ยนตรการ จำกัด
กลุ่มภาคอุตสาหกรรม

ภาคการศึกษา:

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.
  • ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
กลุ่มภาคการศึกษา

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า “อว. มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสมรรถนะสูง มีทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานในอนาคต

พิธีลงนาม

การร่วมมือ อว.ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI และยานยนต์ไฟฟ้า นี้ จะช่วยให้บุคลากรไทยมีทักษะเชิงปฏิบัติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลผลักดัน EV และ AI สู่ Thailand 4.0 ลดการพึ่งพาต่างชาติ เพิ่มการแข่งขันระดับโลก

ในอนาคต คาดว่าจะมีหลักสูตรอบรมนับพันคน สร้าง ecosystem ที่แข็งแกร่ง นักศึกษาจะได้ฝึกงานจริงกับบริษัทชั้นนำ เปิดโอกาสอาชีพในอุตสาหกรรม EV ที่คาดโต 30% ต่อปี และ AI ที่ขยายตัวทั่วทุกภาคส่วน

ความเห็นส่วนตัว การริเริ่มนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ของอว. หากดำเนินต่อเนื่อง ไทยจะกลายเป็นฮับเทคโนโลยีอาเซียนได้อย่างแท้จริง สนับสนุนด้วยการลงทุนจากเอกชนยักษ์ใหญ่

สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม? ติดตามข่าวสารการศึกษาและนวัตกรรมจากอว. และแชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่โอกาสให้เยาวชนไทย!

ที่มา – อว.ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI และยานยนต์ไฟฟ้า

เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569 รู้ผลเมื่อไร

วันเลือกตั้งใหญ่มาถึงแล้ว! วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศพร้อมใจกันออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. และ投เสียงในผลประชามติ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้านตามทะเบียนราษฎร หลังจากปิดหีบแล้ว หลายคนคงสงสัยว่า เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569 เป็นอย่างไร รู้ผลแบบไม่เป็นทางการเมื่อไร วันนี้เรามีข้อมูลครบถ้วนจาก กกต. มาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยครับ

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่ยังมีประชามติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กระบวนการทั้งหมดออกแบบมาเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เริ่มตั้งแต่ปิดหีบเลยนะครับ ไม่ต้องรอนาน!

เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569

หลังจากปิดการโหวตเวลา 17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะเริ่มนับคะแนน ngay หน้าหน่วยเลยครับ โดยเปิดให้ประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์และผู้สนใจเข้าดูได้ทุกขั้นตอน จนเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันการทุจริต เมื่อนับเสร็จ กปน. จะบันทึกผลลงระบบ ECT Report 69 ซึ่งมีขั้นตอนย่อย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: ถ่ายภาพเอกสารรายงานผลการนับคะแนน แล้วอัปโหลดขึ้นระบบ เพื่อเก็บหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน
  • ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลตัวเลขสำคัญ เช่น จำนวนผู้มีสิทธิ์ จำนวนบัตรที่ใช้ไป คะแนนที่แต่ละผู้สมัครหรือพรรคการเมืองได้รับ รวมถึงคะแนนผลประชามติ
  • ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง จากนั้นกดยืนยันส่งข้อมูลไปยังศูนย์รวมคะแนนอำเภอ (อนุ กกต. เขต)

ข้อมูลจากทุกหน่วยจะไหลไปยังศูนย์อำเภอทันที ที่นั่นจะตรวจสอบความถูกต้อง ยืนยัน แล้วระบบกลางจะประมวลผลคะแนนทั้งแบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ แสดงผลผ่าน Dashboard ออนไลน์ให้ดูเรียลไทม์

เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569 รู้ผลไม่เป็นทางการเริ่มเมื่อไร

ส่วนที่หลายคนรอสุดๆ คือเวลาแสดงผล! หลังปิดหีบไม่นาน ระบบจะเริ่มรายงานผลคะแนนแบบไม่เป็นทางการประมาณ 18.30 น. เป็นต้นไปครับ โดยจะแสดงไม่เกิน 95% ของหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต เพื่อให้เห็นแนวโน้มชัดเจน ผลนี้ยังไม่ใช่ทางการนะ แต่ช่วยให้เราคาดการณ์ได้เร็วมาก เหมาะสำหรับนักข่าว นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไปที่อยากอัปเดตทันเหตุการณ์

ทำไมต้องมีผลไม่เป็นทางการ? เพราะช่วยสร้างความมั่นใจในระบบ สร้างกระแสให้สื่อรายงานสดๆ และลดข่าวลือไปได้เยอะ ครั้งก่อนๆ หลายคนเคยงงว่าทำไมผลช้า คราวนี้ กกต. ปรับระบบดีขึ้น รวดเร็ว แม่นยำกว่าเดิมแน่นอน

ช่องทางติดตามผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์

ไม่ต้องกลัวพลาด! มีช่องทางง่ายๆ ดังนี้

  • เว็บไซต์หลัก: ectreport69.ect.go.th – Dashboard สวยงาม อัปเดตทุกนาที
  • เว็บพันธมิตรสื่อชั้นนำ เช่น ไทยรัฐ ออนไลน์ สยามสเตชั่น แชนแนล 7 ที่จะไลฟ์สดและแสดงกราฟคะแนน
  • แอปพลิเคชันมือถือของ กกต. หรือแอปข่าวที่ร่วมรายงาน

แนะนำให้รีเฟรชหน้าจอบ่อยๆ นะครับ โดยเฉพาะช่วง 19.00-22.00 น. ที่ผลจะออกมาเกือบครบ อย่าลืมเช็คคะแนนทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ ให้ครบถ้วน

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลเลือกตั้ง 2569

ผลไม่เป็นทางการนี้เป็นแค่แนวโน้มเท่านั้น ผลทางการจะประกาศตามกฎหมาย อาจใช้เวลา 7-30 วัน ขึ้นกับการตรวจสอบอุทธรณ์ หากมีข้อพิพาท ยังไงก็เชื่อถือระบบ ECT Report 69 ได้ เพราะมีหลักฐานถ่ายภาพทุกหน่วย สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลช่วยเร่งความเร็ว ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ ทำให้ไทยก้าวหน้าเรื่องประชาธิปไตยมากขึ้น หากคุณเป็นคนที่สนใจการเมือง ลองวิเคราะห์คะแนนแต่ละเขตดูสิครับ จะเห็นพฤติกรรมผู้โหวตชัดเจน

สุดท้ายนี้ กระบวนการ เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569 แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของ กกต. ที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้มากขึ้น อย่าลืมติดตามผลผ่านช่องทางที่แนะนำ และแชร์ข้อมูลดีๆ นี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในประชาธิปไตยไทย!

ที่มา – เปิดขั้นตอนการรายงานผลเลือกตั้ง 2569 ผลประชามติ จะรู้ผลแบบไม่เป็นทางการเมื่อไร

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย เริ่มเดือดแล้วนะเพื่อนๆ! พรรคประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ไม่ยอมใครเลย ต่างพากันทุ่มงบขึ้นป้ายบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หวังดึงใจคนเมืองและชาวบ้านทุกสารทิศ ให้กาเลือกพวกเขาวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มาดูกันว่าพรรคไหนทำอะไรบ้าง

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศหาเสียงคึกคักสุดๆ พรรคการเมืองใหญ่ๆ รีบปูพรมโฆษณาแบบจัดหนัก โดยเฉพาะบิลบอร์ดที่เห็นชัดเจนตามถนนหลัก หวังให้ประชาชนจำภาพและนโยบายได้ติดตา สงครามบิลบอร์ดนี้ไม่ใช่แค่ป้ายโฆษณา แต่เป็นการต่อสู้ดึงคะแนนเสียงในวินาทีสุดท้ายเลยล่ะ

พรรคประชาชน สีส้ม ปล่อยแคมเปญ “เปลี่ยน” ทั่วประเทศ

เริ่มจาก

พรรคประชาชน สีส้มสุดแซ่บ ขึ้นบิลบอร์ดแคมเปญ “เปลี่ยน” ทั่วกรุงเทพฯ ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง นครศรีธรรมราช อยุธยา ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา สมุทรปราการ และนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ปลุกใจให้ทุกคน “เปลี่ยนอนาคตประเทศ” ด้วยปลายปากกาที่คูหา นอกจากนี้ยังนัดด้อมส้มมาร่วมปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง วันที่ 6 ก.พ. เวลา 16.00 น. ใครพร้อมเปลี่ยนไปเชียร์กัน!

เพื่อไทย สีแดง ปูพรมจอ LED “ยศชนันทำได้”

ตามมาด้วย

พรรคเพื่อไทย สีแดงสุดฮอต เดินเกมดิจิทัลจัดเต็ม ปูพรมจอ LED และดิจิทัลบิลบอร์ดหลายร้อยจุดทั่วไทย กรุงเทพฯ ขอนแก่น โคราช นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ ลำปาง ชูแคมเปญ “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” ของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกฯ ตอกย้ำการยกเครื่องประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้คนทุกวัย ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย วันที่ 6 ก.พ. 17.00 น. ที่สนามเทพหัสดิน อย่าพลาด!

ภูมิใจไทย สีน้ำเงิน ขายมืออาชีพแก้เศรษฐกิจ

พรรคภูมิใจไทย สีน้ำเงิน ไม่ยอมแพ้ ขึ้นบิลบอร์ดยักษ์กลางกรุงฯ สื่อสารนโยบายแก้ปากท้อง เศรษฐกิจฐานราก คุณภาพชีวิต ด้วยมืออาชีพ เชิญชวนออกมาใช้สิทธิ์ นัดมวลชนปราศรัยใหญ่ วันที่ 6 ก.พ. 16.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใครอยากเห็นการเมืองมือโปร ไปเลย!

ประชาธิปัตย์ สีฟ้า แคมเปญ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์”

ปิดท้ายด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ สีฟ้า รุกหนักตั้งแต่ 3 ก.พ. เปิดแคมเปญ Out of Home Media ที่แลนด์มาร์คอย่างลานพาร์ค พารากอน แยกรัชดา-ลาดพร้าว ชู 3 ข้อความเด็ด: 1.ทางรอดที่ปลอดภัย 2.ไว้ใจอภิสิทธิ์ 3.ไล่เทา เลือกฟ้า กา 2 ใบ เน้นการเมืองสุจริต ปราศรัยใหญ่ วันที่ 6 ก.พ. 17.00 น. ที่ One Bangkok Forum สัญญาณพร้อมกลับมาเป็นที่พึ่งคนรุ่นใหม่

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้ายนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคไหนก็ทุ่มสุดตัว ประชาชนอย่างเราต้องฉลาดเลือกนะ ไปใช้สิทธิ์วันอาทิตย์นี้ เปลี่ยนอนาคตไทยให้ดีขึ้น ลองขับรถดูป้ายพวกนี้แล้วตัดสินใจเองเลย!

ที่มา – สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย