WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ สร้างความกังวลให้กับหลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะหลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่ตอนเหนือของบังกลาเทศ แม้องค์การอนามัยโลกจะยืนยันว่าความเสี่ยงการระบาดยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ประชาชนควรตื่นตัวและระวังตัวจากการสัมผัสเชื้อไวรัสชนิดนี้
WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ รายละเอียดเหตุการณ์
ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 หญิงวัยระหว่าง 40-50 ปี ในพื้นที่ทางตอนเหนือของบังกลาเทศ เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายนี้เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม โดยมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ต่อมาพัฒนาเป็นน้ำลายไหลมาก สับสนมึนงง และชักกระตุกในที่สุด เธอเสียชีวิตหนึ่งสัปดาห์หลังแสดงอาการ และผลตรวจยืนยันการติดเชื้อในวันถัดมา
ที่น่าสนใจคือ ผู้เสียชีวิตไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อจากแหล่งในท้องถิ่น ปัจจุบันมีผู้สัมผัสใกล้ชิด 35 รายที่กำลังถูกเฝ้าระวัง แต่ผลตรวจทั้งหมดเป็นลบ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม
ไวรัสนิปาห์คืออะไร และแพร่กระจายอย่างไร
ไวรัสนิปาห์เป็นไวรัสโพลิโอไวรัสที่พบครั้งแรกในมาเลเซียปี 2541 มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75% ในผู้ติดเชื้อ โดยแพร่หลักผ่านค้างคาวผลไม้ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะสารคัดหลั่งในผลไม้หรือน้ำหวานจากต้นอินทผลัม แม้จะมีการแพร่จากคนสู่คนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย
ในบังกลาเทศ พบผู้ติดเชื้อเกือบทุกปี ปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หญิงรายนี้มีประวัติดื่มน้ำหวานสดจากต้นอินทผลัม ซึ่งเสี่ยงปนเปื้อนจากค้างคาวแม่ไก่ แต่ยังไม่ยืนยันสาเหตุแน่ชัด
อาการและการวินิจฉัยไวรัสนิปาห์
- อาการเริ่มต้น: ไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง
- อาการรุนแรง: น้ำลายไหล คลื่นไส้ อาเจียน สับสน ชัก และอาจถึงขั้นโคม่า
- ระยะฟักตัว: 4-14 วัน
การวินิจฉัยต้องใช้ PCR หรือ serological test ซึ่ง WHO แนะนำให้เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง
ผลกระทบและมาตรการรับมือหลัง WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ
ข่าว WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ เกิดขึ้นหลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อ 2 รายในรัฐเบงกอลตะวันตก ทำให้สนามบินในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพิ่มการตรวจวัดไข้และคัดกรองผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม WHO ยืนยันความเสี่ยงระดับนานาชาติยังต่ำ ไม่แนะนำจำกัดการเดินทางหรือค้า แนะนำให้หลีกเลี่ยงผลไม้ดิบ น้ำหวานสดจากต้นที่เสี่ยงปนเปื้อน และล้างมือบ่อยๆ
มาตรการป้องกันที่ทุกคนทำได้
- หลีกเลี่ยงดื่มน้ำหวานสดหรือกินผลไม้ที่ตกจากต้นโดยไม่ล้าง
- ไม่เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ใกล้ค้างคาว
- สวมหน้ากากและล้างมือเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
- แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสผู้ป่วย
บังกลาเทศมีระบบเฝ้าระวังที่ดี โดยร่วมมือกับ WHO ในการตรวจและควบคุมการระบาด ในอดีตเคยจัดการคลัสเตอร์ได้สำเร็จ
ไวรัสนิปาห์ยังไม่มีวัคซีนหรือยาเฉพาะ แต่การป้องกันพื้นฐานช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ในฐานะผู้ติดตามข่าวสุขภาพ เราควรตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก เพราะ WHO ประเมินความเสี่ยงต่ำ หากคุณเดินทางไปบังกลาเทศหรืออินเดีย ควรตรวจสอบมาตรการล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข
สุดท้ายนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อป้องกันข่าวลือที่อาจสร้างความตื่นตระหนกไม่จำเป็น
