วัน: 10 กุมภาพันธ์ 2026

กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ

ในวงการการเมืองไทยช่วงเลือกตั้ง ล่าสุดเกิดกรณีร้อนที่ กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569

กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล

เหตุการณ์เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หญิงรายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่แสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เธอฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ แล้วเข้าไปในคูหาเพื่อลงคะแนนให้เบอร์ 46 พรรคประชาชน (ปชช.) หรือ “ปชน.” ขณะที่กำลังจะหย่อนบัตรลงหีบ ประธาน กปน. สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและระงับเหตุได้ทัน บัตรเหล่านั้นจึงยังไม่เข้าหีบ

ขั้นตอนการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้น

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กกต. และฝ่ายปกครอง รีบมาตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทันที จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและเอกสารหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ในข้อหาผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 23 ซึ่งห้ามการกระทำที่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง

ในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นางจุฑาทิพย์ (นามสมมติตามข่าว) ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าถูกว่าจ้างจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้ว่าจ้าง แต่ล่าสุดเกิดจุดพลิกผัน เมื่อผู้ต้องหา กลับคำให้การ ปฏิเสธทุกข้อหา และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

พันตำรวจเอกเฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เมืองพะเยา ยืนยันแล้วว่า ได้แจ้งข้อหาตามกฎหมายดังกล่าว และผู้ต้องหาปฏิเสธทุกอย่าง ขอให้การในศาลต่อไป เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในระดับฐานรากของการเลือกตั้ง

ผลกระทบต่อการเลือกตั้งและสังคม

กรณี กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างพะเยา ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังบ่อนทำลายประชาธิปไตย

  • บัตรเลือกตั้ง 7 ใบที่ถูกฉีกและลงคะแนนผิดวิธี
  • การถูกจ้างวานจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
  • การกลับคำให้การ สร้างความสงสัยในพยานหลักฐาน
  • บทลงโทษตามมาตรา 23: จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าการเฝ้าระวังจาก กกต. และประชาชนจำเป็นมาก เพื่อป้องกันการโกงเลือกตั้ง

จากประสบการณ์ในอดีต การทุจริตเลือกตั้งมักเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น หากเจ้าหน้าที่อย่าง กปน. ถูกชักจูงง่าย ก็จะกระทบผลการเลือกตั้งทั้งเขตได้ ข้อมูลจาก กกต. ระบุว่ามีการร้องเรียนทุจริตกว่า 1,000 คดีในเลือกตั้งล่าสุด

เพื่อความโปร่งใส แนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบบัตรและรายงานข้อผิดพลาดทันที รวมถึงใช้แอปพลิเคชันของ กกต. ในการรายงานเหตุการณ์

ในมุมมองของผู้เขียน กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าประชาธิปไตยไทยยังต้องพัฒนาเรื่องการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่เลือกตั้งให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ข้อพิพาทผลเลือกตั้งครั้งใหญ่ได้ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตการสืบสวนต่อไปนะครับ

ที่มา – กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล

“อนุทิน” ย้ำยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจครบ 4 ปี

หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่พรรคภูมิใจไทยคว้าส.ส.ได้ถึง 190 เสียง “อนุทิน” ย้ำ ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี พร้อมย้อนแซวพรรคเพื่อไทยที่ชอบอ้างพิรุธทุกครั้งที่แพ้ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยทันที โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ยังไม่ใช่เวลาที่จะรีบร้อนพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องรอผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการจาก กกต. ก่อน

“อนุทิน” ย้ำ ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี

นายอนุทินเน้นย้ำว่าการเมืองต้องเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ชอบพูดอะไรที่ยังไม่ยืนยันจากหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง กกต. ซึ่งตอนนี้คะแนนนับได้เพียง 90% เท่านั้น ดังนั้นไม่ควรคาดเดาก่อนวางแผนคัดเลือกรัฐมนตรีหรือแบ่งโควตา “เราต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเพราะประชาชนเลือกมา คะแนนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 190 เสียง ดังนั้นต้องเคารพการตัดสินใจนั้น” อนุทินกล่าว

สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาล เขายืนยันว่าต้องรอผล ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ชัดเจนก่อน เพราะยังมีพรรคเล็กพรรคน้อยที่ต้องคำนวณ เมื่อมีคำถามว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ ท่ามกลางกระแสวิเคราะห์จากนักวิชาการว่าพรรคมีหลายกลุ่ม อนุทินหัวเราะเบาๆ และตอบว่า “ไม่กังวลเลย ผมทำงานถูกกฎหมาย ถูกศีลธรรม ไม่ฝืนใจประชาชน” เขามั่นใจว่าสามารถคุมพรรคร่วมได้ หากคุมไม่ได้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้

มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีด้วยผลงาน

อนุทินมองว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะอยู่ครบ 4 ปีแน่นอน โดยเน้นผลงานที่รวดเร็ว ตอบโจทย์ประชาชน และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ “วันพรุ่งนี้ต้องมาจากประสบการณ์วานนี้ ผมจะขับรถด้วยความระมัดระวัง ไม่เกินสปีด” เขายกตัวอย่างรัฐบาลเสียงข้างน้อยในอดีตที่ยังผลักดันนโยบายได้ แต่มาเอร์นี้เป็นเสียงข้างมาก ยิ่งมั่นใจ

ย้อนเพื่อไทย แพ้ก็บอกมีพิรุธทุกที

เมื่อพูดถึงข้อสังเกตของพรรคเพื่อไทยที่ชี้ว่าการเลือกตั้งมีพิรุธมาก อนุทินแซวตรงๆ ว่า “เวลาแพ้ก็มีพิรุธทุกที แต่ชนะไม่มี” สำหรับกระแสเรียกร้องนับคะแนนใหม่ เขาบอกว่าเป็นกระบวนการปกติ รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้ง เพียงประสานงาน รัฐบาลไม่รู้จำนวน ส.ส.แน่ชัดเพราะยังนับไม่จบ และหากกล่าวหาพิรุธคือกล่าวหา กกต. ไม่ใช่รัฐบาล

ประเด็น MOU 44 และพรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้ อนุทินยังเผยว่าจะหารือ ครม. เรื่องยกเลิก MOU 44 ในวันนั้นเลย สั่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องเตรียมการ เพราะ MOU นี้ไม่คืบหน้า ไม่มีประโยชน์ ต้องยกเลิกเพื่อผลประโยชน์ชาติ สำหรับข่าวไม่เอาพรรคก้าวไกลหรือพรรคอื่น เขาไม่ตอบ แต่พูด “โอเคนะครับ” แล้วเดินเข้าประชุม ครม.

ประเด็นสำคัญจากคำแถลงอนุทิน

  • ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล รอผล กกต. ชัดเจน
  • ฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก พรรคภูมิใจไทยได้ 190+ เสียง
  • มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการทำงานถูกต้อง
  • ย้อนเพื่อไทย ชอบอ้างพิรุธตอนแพ้
  • เดินหน้ายกเลิก MOU 44 ที่ไร้ผล
อนุทิน ชาญวีรกูล

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่สุด การที่อนุทินยืนยัน “อนุทิน” ย้ำ ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี แสดงถึงความมั่นใจและระมัดระวัง สะท้อนประสบการณ์ยาวนานในเวทีการเมือง หากรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นจริง คงต้องจับตาว่าจะผลักดันนโยบายอะไรบ้าง โดยเฉพาะเศรษฐกิจและ MOU 44 ที่ค้างคา

คุณคิดว่ารัฐบาลอนุทินจะอยู่ครบ 4 ปีจริงหรือ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “อนุทิน” ย้ำ ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี ย้อนเพื่อไทย แพ้ก็บอกมีพิรุธทุกที

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอน! เช็กเงื่อนไขรับ 2,000

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนไทยที่กำลังรอคอยเงินช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นคือ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอนแล้ว! หลังจากผลการเลือกตั้ง 2569 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่พรรคภูมิใจไทยของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” คว้าอันดับ 1 เรียบร้อย นโยบายเด่นอย่างคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่เคยหยุดชะงักเพราะพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ พ.ศ. 2568 กำลังจะเดินหน้าต่อแบบเต็มสูบเลยทีเดียว

หลายคนคงจำได้ว่า โครงการนี้เคยถูกพักไว้เพราะงบกลางใช้ไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 แต่ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ยืนยันชัดเจนว่า เมื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว จะเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่องทันที ส่วนนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ก็เสริมว่าพร้อมสนองนโยบายทันทีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ แม้งบเหลือแค่ 30,000 ล้าน แต่เชื่อว่าจัดการได้ และ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะเป็นโครงการแรกๆ ที่启动เลยครับ

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คืออะไร ทำไมต้องรอ?

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งใจช่วยเหลือประชาชน 10 ล้านสิทธิ โดยให้เงินคนละ 2,000 บาท แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่ไม่เคยร่วมโครงการมาก่อนหรืออยู่ในพื้นที่ประสบภัย (5 ล้านสิทธิ) และกลุ่มที่เคยร่วมเฟสแรก (5 ล้านสิทธิ) เงินนี้ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง ซื้อของกินของใช้จากร้านค้าที่ร่วมโครงการ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้คึกคักสุดๆ

ก่อนหน้านี้ โครงการหยุดไปเพราะปัญหางบประมาณ แต่ตอนนี้พร้อมลุยแล้ว แถมการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรอบใหม่ก็เตรียมพร้อมเช่นกัน เมื่อรัฐบาลใหม่上阵 ก็เริ่มได้เลย!

เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ต้องรู้ก่อน

เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ มาดูเงื่อนไขหลักๆ กันครับ ใครตรงตามกติกาเหล่านี้ มีสิทธิ์ลุ้นรับเงิน 2,000 บาทแน่นอน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชนที่ใช้งานได้
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามข้อมูล กระทรวงการคลัง ณ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่ถูกระงับสิทธิ์หรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มพิเศษ เช่น พื้นที่น้ำท่วมหรือชายแดน มีโอกาสสูงเลยนะครับ วิธีเช็กสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านเว็บ www.คนละครึ่ง.com หรือแอปเป๋าตัง รอประกาศวันเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ แล้วรีบสมัครเลย!

ทำอย่างไรให้ได้เงิน 2,000 จากคนละครึ่งพลัส เฟส 2?

ขั้นตอนไม่ยุ่งยากครับ 1) เตรียมบัตรประชาชนและโทรศัพท์ที่มีแอปเป๋าตัง 2) รอวันเปิดลงทะเบียน (คาดว่ารัฐบาลใหม่สั่งการเร็วๆ นี้) 3) ลงทะเบียนออนไลน์ สแกนหน้าตรงตามระบบ 4) ถ้าผ่าน รอรับแจ้งเตือนในแอป แล้วใช้จ่ายได้ทันที เงิน 2,000 นี้รัฐช่วยจ่าย 50% ของยอดซื้อ สูงสุดคนละ 10 บาทต่อรายการ ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจแบบนี้

นอกจากคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แล้ว ยังมีนโยบายอื่นๆ จากพรรคภูมิใจไทยที่คาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนอีกเพียบ เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร สร้างงาน สุขภาพฟรี ถ้าคุณกำลังมองหาเงินช่วยเดือน สิทธิ์นี้อาจเป็นคำตอบ ลองเช็กตัวเองว่าตรงเงื่อนไขไหม แล้วเตรียมตัวไว้เลยครับ

สรุปแล้ว คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่เป็นนโยบายจริงจังที่กำลังมา! ถ้าคุณยังไม่เคยได้สิทธิ์เฟสแรก หรืออยู่ในกลุ่มเป้าหมาย อย่าพลาดนะ รัฐบาลใหม่พร้อมแจก ช่วยเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ลองแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วย จะได้ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้โตไวขึ้น

คำแนะนำจากเรา: ติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และอัปเดตแอปเป๋าตังให้พร้อมใช้งาน สิทธิ์มีจำกัด รีบเช็กเลยวันนี้!

ที่มา – คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอน เช็กเงื่อนไขการลงทะเบียน ทำอย่างไรให้ได้เงิน 2,000

Honda ปล่อยไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่ นำโดย New Honda GB350C

Honda ปล่อยไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่ นำโดย New Honda GB350C ในงาน Honda Megafesto 2026 ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เน้นการผจญภัยและไลฟ์สไตล์สุดคูล ไม่ว่าจะเป็น New Honda GB350C, New Honda 500 Series E-CLUTCH, New Honda ADV160 และ New Honda CT125 เฉดสีใหม่ รถแต่ละรุ่นมาพร้อมดีไซน์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์นักขี่ทุกสไตล์

Honda ปล่อยไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่ นำโดย New Honda GB350C

ไลน์อัปนี้โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์การผจญภัยที่ผสานความคลาสสิก สปอร์ต แอดเวนเจอร์ และอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับคนรักมอเตอร์ไซค์ที่อยากได้ทั้งสไตล์และสมรรถนะ หากคุณกำลังมองหารถใหม่ Honda ปล่อยไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่ นำโดย New Honda GB350C คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

New Honda GB350C: จิตวิญญาณคลาสสิกเรโทร

New Honda GB350C ถ่ายทอดเสน่ห์รถคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ The Soul of Classic ดีไซน์เรียบหรู ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ไฟหน้าโครเมียม บังโคลนเหล็ก และเบาะแยก 2 ตอน มาตรวัด Analog-LCD สุดเรโทร เครื่องยนต์ 348 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขับนุ่มนวล มั่นคง มี HSTC และ ABS

  • เฉดสีใหม่: Mat Bullet Silver, Mat Sandstorm Beige
  • ราคา: 155,900 บาท
  • จำหน่ายที่ Honda BigWing
New Honda GB350C มอเตอร์ไซค์คลาสสิกใหม่

New Honda 500 Series E-CLUTCH: เทคโนโลยีอัจฉริยะไร้คลัตช์

New Honda 500 Series E-CLUTCH นำโดย CBR500R และ NX500 ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Norm for All เทคโนโลยี E-CLUTCH ทำให้ออกตัวและเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ไม่ต้องกำคลัตช์ เหมาะสำหรับมือใหม่และโปร

New Honda CBR500R E-CLUTCH: สปอร์ตเต็มสูบ Ignite the Race สี Grand Prix Red และ Mat Gunpowder Black ราคา 235,800 บาท

New Honda CBR500R E-CLUTCH

New Honda NX500 E-CLUTCH: แอดเวนเจอร์ The New Xventure Begins สี Graphite Black, Mat Gunpowder Black, Pearl Horizontal White ราคา 240,900 บาท

New Honda NX500 E-CLUTCH

New Honda ADV160: บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุยพรีเมียม

New Honda ADV160 คอนเซ็ปต์ The Next Daily Adventure หน้าจอ TFT 5 นิ้ว Honda RoadSync ไฟ LED กระจกบังลมปรับได้ เครื่อง eSP+ 160 ซีซี ABS HSTC สีใหม่ MATT SAHARA VENTURE, MATT NEBULA GREEN, MATT HYPER BLUE ราคา 101,900 บาท Black Edition 102,400 บาท

New Honda ADV160 สกู๊ตเตอร์ผจญภัย

New Honda CT125: Soul of Trail สุดคลาสสิก

New Honda CT125 ปลุกจิตวิญญาณ Trail ตั้งแต่ปี 1960 สี Asteroid Black Metallic, Pearl Smoky Gray, Glowing Red เครื่อง 125 ซีซี ท่อยกสูง ABS เซอร์วิสหลังปรับได้ แร็คใหญ่ ราคา 88,900 บาท

ไลน์อัปนี้แสดงให้เห็นว่า Honda ยังคงนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าถึงทุกคน ไม่ว่าจะขี่ในเมืองหรือลุยทางไกล มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่เหล่านี้มีจุดเด่นเรื่องความน่าเชื่อถือ ประหยัด และสนุกสนาน หากคุณเป็นแฟนฮอนด้า อย่ารอช้า รีบไปทดลองขับที่ศูนย์ Honda BigWing, Wing Center หรือ CUB House ใกล้บ้าน แล้วสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้เลยวันนี้!

ที่มา – Honda ปล่อยไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าใหม่ นำโดย New Honda GB350C

“สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

“สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวการเมืองสุดร้อนแรงมาอัพเดทกันครับ กรณี“สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอย่างหนัก หลังจากผลการเลือกตั้งออกมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน ยืนยันว่าต้องเคารพกฎหมายและผลคะแนนที่ชัดเจน ห่างกันเกือบ 5,000 เสียง จะมางอแงเรียกร้องนับใหม่ไม่ได้นะครับ

“สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 (ในข่าวบอก 2569 แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ถึงประเด็นที่ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะที่เขาเรียกว่า “แกนนำจิตวิญญาณ” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กปลุกปั่นให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี สุชาติย้ำว่าตัวเองทำหน้าที่ผู้สมัครเสร็จสิ้นตั้งแต่วันเลือกตั้ง วันที่ 7 ก.พ. แล้ว หลังจากนั้นก็มีผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรค รวมถึงกล้อง CCTV ทุกหน่วยเลือกตั้ง คอยจับตาการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด

สุชาติชี้แจงว่า การนับคะแนนหน้าเขตเลือกตั้งจบลงโดยกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ซึ่งเป็นข้าราชการดูแล มี 168 หน่วยในชลบุรี ถ้ามีบัตรเสียหรือไม่ตรง ก็แก้ไขตรงนั้นตามกฎหมายทันที “เราอยู่ประเทศไทย ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าเป็นนักการเมืองแล้วไม่ยอมรับกฎหมาย ก็คงเป็นนักการเมืองไม่ได้” สุชาติกล่าวอย่างหนักแน่น

คะแนนห่างชัดเจน ทำไมยังป่วน?

จากคะแนนที่สรุป สุชาติได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนคู่แข่งสีส้มได้ 41,000 คะแนน ห่างกันเกือบ 5,000 เสียง สุชาติยังสงสัยไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของฝ่ายนั้นด้วย ได้แค่ 43,000 เสียง ไม่ใช่ตัวเลขผิดปกติอะไร “นี่คือการไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ซึ่งไม่ควรเกิดในประเทศไทย” เขากล่าว

สุชาติท้าเลยครับ ถ้านับใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิม พวกที่ปลุกปั่นจะกล้าลาออกจาก ส.ส. หรือไม่? โดยเฉพาะคนที่อยู่หลังฉาก ใส่แมสก์ หมวก แว่นตา มาป่วน “ถ้าคุณกล้าไหมล่ะ” สุชาติถามกลับแบบแซ่บๆ

  • คะแนนชลบุรี เขต 1: สุชาติ 45,700 vs สีส้ม 41,000
  • ปาร์ตี้ลิสต์สีส้ม: 43,000 เสียง ไม่น่าสงสัย
  • ชลบุรี เขต 2: สุชาติยอมรับแพ้ตามคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า แม้ไม่เห็นหีบ
  • หน้าที่ กกต.: ชี้แจงกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ป่วน

ส่วนประเด็นภาพกระดาษทิ้งถังขยะที่โซเชียลแชร์ สุชาติ บอกอาจเป็นกระดาษแปะกระดาน A4 ที่เซ็นกัน ไม่ใช่หลักฐานผิดปกติ เป็นเรื่องให้ กกต. ชี้แจงเอง

สุชาติยังยกตัวอย่าง จ.ปทุมธานี ที่นับใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิม หรือ กทม. ที่เรียกร้องนับ 33 เขต ถ้าทุกคนทำแบบนี้ การเมืองจะไปต่อได้ยังไง? “ผมเหนื่อยมาหลายเดือน ตื่นตี 4-5 ไปหาเสียง ยืนร้อนๆ ขอคะแนนชาวบ้าน คะแนนนี้บริสุทธิ์จริงๆ” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงผู้ใหญ่

สุชาติเหน็บเหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม

จุดไคลแม็กซ์คือ สุชาติเหน็บฝ่ายป่วนว่า “เหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม” ถ้าวันหนึ่งอยากได้แล้วไม่ได้ ก็ร้องไห้ จะบริหารประเทศได้ยังไง? เขาย้ำว่าเป็นหน้าที่ กกต. ต้องจัดการ ถ้าทุกคนสงสัยแล้วเรียกร้องนับใหม่ ผู้สังเกตการณ์แต่ละพรรคทำหน้าที่อะไร?

สุชาติยืนยันไม่ซีเรียส ถ้ากกต.สั่งนับใหม่ก็ยอม แต่เชื่อว่าผลต้องเท่าเดิม และท้าทีมป่วนให้รับผิดชอบ นอกจากนี้ยังพูดถึงข่าวใส่ร้ายเรื่องแผ่นพับมีเงินติด สุชาติแจ้งความแล้ว “ทำไมเพิ่งมาทำตอนคะแนนออก?”

สรุปแล้ว เรื่องนี้สะท้อนหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง คือยอมรับกติกาและผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่ปลุกปั่นมวลชนแบบไร้เหตุผล สุชาติแสดงความเป็นนักกีฬาที่ดี ยอมรับแพ้ในเขต 2 แต่ยืนกรานในเขต 1 ที่ชนะชัดเจน

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยควรเน้นนโยบายช่วยประชาชนมากกว่าดราม่าคะแนน ถ้าทุกพรรคทำแบบนี้ ประเทศจะก้าวหน้าได้อย่างไร? คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับกรณี“สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 นี้ คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – “สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 เหน็บเหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 30 ปี “โจ้ พฤติกร” ผิด ม.112

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 30 ปี “โจ้ พฤติกร” ผิด ม.112 กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจในสังคมไทยอย่างมาก คดีนี้เกี่ยวข้องกับนายพฤติกร สาระกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โจ้” อดีตทีมงานของคณะก้าวหน้า ซึ่งถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผ่านการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 30 ปี “โจ้ พฤติกร” ผิด ม.112

การพิจารณาคดีเกิดขึ้นที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ตามคดีหมายเลขดำ อ.1486/2566 โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายพฤติกรในข้อหาดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

ที่น่าสนใจคือ จำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดี ทำให้ศาลต้องออกหมายจับและสั่งปรับนายประกัน ทนายความของคดีนี้คือ นายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและทนายความชื่อดัง ซึ่งเดินทางมาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษา เนื่องจากกำลังรับโทษจากคดีมาตรา 112 คดีอื่น

รายละเอียดข้อกล่าวหาในคดี

โจทก์ฟ้องว่านายพฤติกรได้โพสต์ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ถึง 27 มีนาคม 2565 โดยนำเข้าข้อมูลดังกล่าวสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ (ปัจจุบันคือ X) ข้อความเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการใส่ความ ทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง รวมถึงปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าใจผิดและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่สงบในราชอาณาจักร

จำเลยทราบดีว่าข้อมูลที่โพสต์นั้นเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แต่ยังคงกระทำผิดโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลและการรวมโทษ

ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว เห็นว่าจำเลยมีความผิดจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) โดยเป็นความผิดหลายกระทง รวม 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมโทษทั้งสิ้น 30 ปี

นอกจากนี้ ศาลสั่งให้นับโทษนี้ต่อจากคดีก่อนหน้า คือคดีหมายเลข อ.1485/2566 ที่ศาลพิพากษาจำคุกนายพฤติกร 20 ปี จากความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เช่นกัน ทำให้โทษรวมทั้งหมดสูงถึง 50 ปี

พื้นหลังของนายพฤติกรและบริบททางการเมือง

นายพฤติกร สาระกุล หรือ “โจ้ พฤติกร” เคยเป็นทีมงานของคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สนับสนุนการปฏิรูปสถาบันต่าง ๆ รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นคดีมาตรา 112 ที่เกิดขึ้นหลังการชุมนุมทางการเมืองในปี 2563-2564 ซึ่งมีบุคคลหลายคนถูกดำเนินคดีจากโพสต์หรือพูดในที่สาธารณะ

คดีมาตรา 112 มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่เสรีภาพการแสดงออก แต่ศาลยืนยันว่ากฎหมายนี้คุ้มครองสถาบันที่เป็นที่เคารพสักการะของชาติ

ผลกระทบและมุมมองต่อสังคม

คำพิพากษานี้สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อการละเมิดมาตรา 112 ในยุคดิจิทัล ที่โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูล ผู้ที่สนใจควรระมัดระวังการแสดงความเห็นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมไทยตระหนักถึงขอบเขตของเสรีภาพการแสดงออกท่ามกลางกฎหมายที่ปกป้องสถาบันหลัก หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีมาตรา 112 แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! ติดตามข่าวสารกฎหมายและการเมืองอัปเดตทุกวัน

ที่มา – ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 30 ปี “โจ้ พฤติกร” อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า ผิด ม.112

คนยังเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี “วรท” ยันโปร่งใส

สถานการณ์ตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป เมื่อคนยังเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี “วรท” ยันแพ้ได้ แต่ต้องโปร่งใส ชาวบ้าน นักศึกษา และผู้สมัครรวมตัวกันเฝ้าระวังหีบบัตรเลือกตั้งตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเช้า เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังพบข้อพิรุธหลายประการในการเก็บรักษาและนับผลเลือกตั้ง สส. เขต 1 จังหวัดชลบุรี

คนยังเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี “วรท” ยันแพ้ได้ แต่ต้องโปร่งใส

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านและนักศึกษาวัยรุ่นจำนวนมากต่างพากันมารวมตัวที่สถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งของ กกต. เขต 1 ชลบุรี ตั้งแต่ค่ำวันก่อนจนถึงเช้าวันนี้ พวกเขาพบข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น การไม่รัดกล่องบัตรด้วยเคเบิลไทร์ ไฟดับระหว่างนับคะแนนแต่พัดลมยังทำงาน และใบคะแนนที่มีความผิดปกติ ทำให้ทุกคนเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานการณ์ โดยมีรองเลขาธิการ กกต. และนายอำเภอเมืองชลบุรี คอยเฝ้าระวังร่วมด้วย ชาวบ้านกว่า 100 คนยังคงผลัดกันเฝ้าทั้งภายในและภายนอกสถานที่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ

นายฐิติวัฒน์ และนายญาณาธร วัย 19 ปี สองนักศึกษาที่มาร่วมเฝ้า เล่าว่า “พวกเราสงสัยมากในการนับคะแนนครั้งนี้ เพราะเราไปใช้สิทธิ์ด้วยตัวเอง และช่วงนับคะแนนไฟดับแต่พัดลมยังส่าย พวกเรานอนเฝ้าทั้งคืน ถ้าไม่นับใหม่จะไม่ไปไหนแน่นอน”

ชาวบ้านเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. ชลบุรี

วรท ผู้สมัครพรรคประชาชน ยืนยันแพ้ได้ แต่ต้องโปร่งใส

นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ชลบุรี จากพรรคประชาชน เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยตนเอง เขาเผยว่า “คนยังเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี “วรท” ยันแพ้ได้ แต่ต้องโปร่งใส สถานการณ์นี้เกิดจากการปลุกปั่นของเพจท้องถิ่น แต่ข้อพิรุธจริงๆ มี เช่น ไฟดับแต่พัดลมทำงาน กล่องไม่รัดเคเบิลไทร์ กกต. ต้องตอบคำถามและนับใหม่ เราแพ้ได้แต่ต้องโปร่งใส”

นายวรท ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยยืนยันว่าประชาชนออกมาด้วยตัวเองเพื่อปกป้องสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคประชาชนภาคตะวันออก กล่าวเสริมว่า “เราเฝ้าตั้งแต่เมื่อคืน พบปัญหาใบคะแนนผิดปกติ ฝ่ายกฎหมายเห็นว่านับใหม่ได้ และจะยื่นหนังสือถึง กกต. ชลบุรีและส่วนกลาง น่าเสียดายที่แม้เลขาฯ กกต. มาก็ตัดสินใจไม่ได้”

ขณะนี้ คณะกรรมการ กกต. 7 เสือ กำลังประชุมหาทางออก สถานการณ์ยังคงตึงเครียด ประชาชนยืนกรานจะไม่ยอมถอยหากไม่ได้รับความชัดเจน

ผู้สมัครวรท ร่วมเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนในการเลือกตั้งที่โปร่งใส ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ การเฝ้าระวังจากประชาชนจึงสำคัญยิ่ง หากคุณอยู่ในพื้นที่ชลบุรีหรือสนใจเรื่องการเมือง ควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจส่งผลต่อผลเลือกตั้ง ส.ส. เขตนี้

  • ข้อพิรุธหลัก: ไฟดับแต่พัดลมทำงาน
  • กล่องบัตรไม่รัดเคเบิลไทร์
  • ใบคะแนนผิดปกติ
  • เรียกร้องนับคะแนนใหม่ทันที

ในมุมมองของเรา การเลือกตั้งต้องโปร่งใส 100% เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย แนะนำให้แชร์ข่าวนี้และติดตามอัปเดต หากมีปัญหาคล้ายกันในพื้นที่คุณ ร่วมปกป้องสิทธิ์ด้วยนะ

ที่มา – คนยังเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี “วรท” ยันแพ้ได้ แต่ต้องโปร่งใส

“พริษฐ์” จี้ กกต. เปิดผลนับคะแนนรายหน่วย

“พริษฐ์” จี้ กกต. เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง รายหน่วย กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง สส. เมื่อไม่กี่วันก่อน ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งเผยแพร่ข้อมูลผลการนับคะแนนแบบรายหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดข้อครหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

“พริษฐ์” จี้ กกต. เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง รายหน่วย

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 หรือเข้าสู่วันที่ 2 หลังปิดหีบเลือกตั้ง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุชัดเจนว่า “ยิ่งโปร่งใส ยิ่งไร้ข้อครหา” โดยจี้ให้ กกต. เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,000 หน่วยทั่วประเทศทันที แม้แพ้ชนะจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่คะแนนเสียงของประชาชนทุกเสียงต้องได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด

เหตุผลหลักมาจากข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับกระบวนการนับและรวมคะแนน เช่น ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีรายงานความผิดปกติในคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ การเปิดข้อมูลรายหน่วยจะช่วยให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า คะแนนที่ประกาศตรงกับการบวกจากแต่ละหน่วยหรือไม่ และตรงกับภาพถ่ายตารางนับคะแนนที่อาสาสมัครเก็บไว้ รวมถึงข้อมูลบนเว็บไซต์ กกต. อีกด้วย

ประโยชน์ของการเปิดผลนับคะแนนรายหน่วย

  • ตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนเขตเลือกตั้ง โดยบวกคะแนนจากหน่วยย่อยทั้งหมด
  • เปรียบเทียบกับตารางนับคะแนนจริงหน้างานที่ถ่ายภาพไว้
  • ยืนยันข้อมูลที่บันทึกในระบบเว็บไซต์ กกต. ให้ตรงกันทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ที่แก้ไขในปี 2566 กำหนดชัดเจนว่ารายงานผลนับคะแนนรายหน่วย (เอกสาร 5/16, 5/17, 5/18) ต้องเผยแพร่บนเว็บไซต์ กกต. จังหวัด “โดยเร็ว” เพื่อป้องกันช่องโหว่เรื่องการปรับแต่งคะแนนหลังนับเสร็จ พริษฐ์ยังเสนอให้เปิดในรูปแบบ Excel เพื่อให้ตรวจสอบง่าย โดยตั้งคำถามว่า “โดยเร็ว” หมายถึงเกิน 2 วันหรือไม่?

พรรคประชาชนเตรียมยื่นหนังสือขอคัดเอกสาร

เพื่อแสดงความจริงจัง พรรคประชาชนวางแผนยื่นหนังสือต่อ กกต. ในวันเดียวกัน เพื่อขอคัดสำเนารายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยมาทำการตรวจสอบด้วยตัวเอง การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นการหาเสียงที่เข้มข้นมา

การเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังจากประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใสอาจบ่อนทำลายความศรัทธาได้ หาก กกต. ล่าช้าในการเปิดข้อมูล อาจนำไปสู่การร้องเรียนหรือคดีความเพิ่มเติม ในอดีต เร เคยเห็นตัวอย่างจากเลือกตั้งหลายครั้งที่การตรวจสอบรายละเอียดช่วยคลี่คลายข้อสงสัยได้จริง เช่น การนับคะแนนใหม่ในบางเขต

นอกจากประเด็นนี้ ยังมีเรื่องที่น่าสนใจ เช่น จำนวนหน่วยเลือกตั้งเฉลี่ย 200-300 หน่วยต่อเขต ทำให้การตรวจสอบทั้งหมดเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในยุคดิจิทัล การเปิดข้อมูลแบบเปิด (open data) จะช่วยให้พลเมืองใช้เครื่องมือ AI หรือสคริปต์ตรวจสอบอัตโนมัติได้ สร้างมาตรฐานใหม่ให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น

สุดท้ายแล้ว “พริษฐ์” จี้ กกต. เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง รายหน่วย ไม่ใช่แค่การเรียกร้องจากฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นหลักประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายควรสนับสนุน หาก กกต. ตอบสนองทันที จะช่วยลดความตึงเครียดและเร่งกระบวนการรับรองผลได้เร็วขึ้น คุณคิดว่ากกต. จะเปิดข้อมูลเมื่อไหร่? หรือมีข้อเสนอแนะอย่างไรในการตรวจสอบการเลือกตั้ง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น!

ที่มา – “พริษฐ์” จี้ กกต. เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง รายหน่วย ปชน. จ่อขอคัดเอกสารมาตรวจสอบ

มิสเตอร์บีสต์ ประกาศซื้อแอปการเงิน Gen Z

มิสเตอร์บีสต์ ประกาศเข้าซื้อกิจการแอปการเงิน Gen Z สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อไม่กี่วันก่อน ยูทูบเบอร์ชื่อดังระดับโลกที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดบนแพลตฟอร์มยูทูบ ประกาศข่าวใหญ่ผ่านบริษัท Beast Industries ของตัวเอง โดยเข้าซื้อแอป “Step” ซึ่งเป็นบริการทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มวัยรุ่นและ Gen Z โดยเฉพาะ ข่าวนี้ไม่เพียงทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ มิสเตอร์บีสต์ ในการช่วยเหลือคนรุ่นใหม่เรื่องการเงิน

มิสเตอร์บีสต์ ประกาศเข้าซื้อกิจการแอปการเงิน Gen Z: รายละเอียดข่าวใหญ่

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 จิมมี่ โดนัลด์สัน หรือที่รู้จักในชื่อ มิสเตอร์บีสต์ วัย 27 ปี ได้โพสต์ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Beast Industries เข้าซื้อกิจการ Step แล้ว แอปนี้ให้บริการบัตรเดบิต บัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย และเครื่องมือสร้างเครดิตสำหรับเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Z ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มิสเตอร์บีสต์เผยว่า ในวัยเด็กเขาไม่เคยได้รับการสอนเรื่องการบริหารเงิน การลงทุน หรือการสร้างเครดิตที่ดี ดังนั้นเขาจึงอยากมอบ “รากฐานทางการเงิน” ให้กับเยาวชนหลายล้านคนทั่วโลกผ่านแอปนี้

แม้รายงานข่าวจะยังไม่เปิดเผยมูลค่าการซื้อกิจการ แต่ Step และ Beast Industries ยังเงียบงันต่อคำถามเพิ่มเติม สิ่งที่น่าสนใจคือ การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานระหว่างคอนเทนต์บันเทิงและการเงินดิจิทัล ซึ่งกำลังมาแรงในยุคนี้

Step แอปการเงิน Gen Z คืออะไร และทำไมมิสเตอร์บีสต์ถึงสนใจ?

Step เป็นแพลตฟอร์ม neobank ที่เน้นกลุ่มเยาวชน โดยมีฟีเจอร์เด่นอย่างบัตรเดบิตที่พ่อแม่ควบคุมได้ บัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติ และโปรแกรมสร้างคะแนนเครดิตตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งช่วยให้ Gen Z เริ่มสร้างประวัติการเงินที่ดีตั้งแต่เด็ก แอปนี้ได้รับความนิยมในสหรัฐฯ ด้วยผู้ใช้หลักล้านคน และตอนนี้กำลังขยายสู่ตลาดโลก การที่ มิสเตอร์บีสต์ ประกาศเข้าซื้อกิจการแอปการเงิน Gen Z จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะคอนเทนต์ของเขามักเน้นการแจกเงินและท้าทายที่เกี่ยวข้องกับเงิน ทำให้เขาเข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ดี

มิสเตอร์บีสต์ ไม่ใช่แค่ยูทูบเบอร์ธรรมดา เขามียอด subscriber กว่า 450 ล้านคนบนยูทูบ คอนเทนต์ดังๆ อย่างการแข่งขันเอาชีวิตรอด 24 ชั่วโมง หรือแจกเงินล้านดอลลาร์ แต่ละคลิปใช้งบผลิตสูงถึงหลายล้านเหรียญสหรัฐ มีทีมงานกว่า 300 คน ความสำเร็จนี้ถูกต่อยอดสู่ธุรกิจอื่นๆ ด้วย

  • Feastables: แบรนด์ขนมช็อกโกแลตที่ทำรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี แซงหน้าธุรกิจคอนเทนต์ไปแล้ว
  • รายการทีวี: Beast Games บน Amazon Prime Video ด้วยเงินรางวัล 5 ล้านดอลลาร์
  • สวนสนุก: Beast Land ในซาอุดีอาระเบีย ดึงดูดผู้คนนับล้าน
  • โครงการสังคม: ปลูกต้นไม้ 20 ล้านต้น หรือสร้างบ่อน้ำในแอฟริกา

การเข้าซื้อ Step ถือเป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยง empire ของเขากับ fintech ซึ่งตลาดแอปการเงินสำหรับ Gen Z กำลังโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในไทยและเอเชียที่เยาวชนเริ่มสนใจการลงทุนผ่านแอปอย่าง Robinhood หรือ eToro สไตล์

ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ? เพราะ Gen Z หรือคนรุ่นที่เกิดหลังปี 1997 กำลังเผชิญปัญหาการเงิน เช่น หนี้บัตรเครดิตสูง และขาดทักษะพื้นฐาน มิสเตอร์บีสต์ ด้วยอิทธิพลมหาศาล สามารถทำให้การเรียนรู้การเงินสนุกได้ผ่านคอนเทนต์ เช่น วิดีโอสอนลงทุนหรือชาเลนจ์ออมเงิน ลองนึกภาพคลิปที่แจกบัตร Step ให้ผู้เข้าแข่งขันสิ!

ในมุมมองของผม นี่คือการลงทุนที่ฉลาดที่สุดของมิสเตอร์บีสต์ เพราะไม่ใช่แค่ซื้อบริษัท แต่คือการสร้าง impact ยั่งยืนให้สังคม ถ้าคุณเป็นพ่อแม่หรือ Gen Z เอง ลองโหลด Step มาดู แล้วติดตามอัพเดทจาก Beast Industries ว่ามีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่ คุณคิดว่ามิสเตอร์บีสต์จะทำแอปนี้ดังขนาดไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – “มิสเตอร์บีสต์” ยูทูบเบอร์คนดังที่มีผู้ติดตามมากสุดในโลก ประกาศเข้าซื้อกิจการแอปการเงินกลุ่ม Gen Z