วัน: 22 กุมภาพันธ์ 2026

‘ผมเป็นของซาอุฯ’ – โรนัลโด้มุ่งมั่นกับอัลนัสร

‘ผมเป็นของซาอุฯ’ – โรนัลโด้มุ่งมั่นกับอัลนัสร

คริสเตียโน่ โรนัลโด้่ ยืนยันว่าตัวเองมีความสุขกับอัลนัสร หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องอนาคตของเขากับสโมสรซาอุดีอาระเบีย

ดาวยิงวัย 41 ปีชาวโปรตุเกสรายนี้ เคยมีรายงานว่าต้องการไม่พอใจกับการบริหารของสโมสรที่อยู่ภายใต้กองทุนเพื่อการลงทุนแห่งสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย (PIF) และพลาดลงสนามไป 3 นัดล่าสุด

แต่ล่าสุดเขา กลับมาลงเล่นสัปดาห์ที่แล้ว และหลังจากทำประตูได้ 2 ลูกในชัยชนะ 4-0 เหนืออัลฮาเซ็ม เมื่อวันเสาร์ ทำให้ทีมของเขาขยับขึ้นนำจ่าฝูงศึกซาอุดี โปร ลีก แค่ 1 คะแนน โรนัลโด้่ยืนยันว่าเขาต้องการอยู่ต่อ

“ผมมีความสุขมาก” ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Thmanyah ของซาอุดีอาระเบีย “อย่างที่ผมพูดมาตลอด ผมเป็นของซาอุดีอาระเบีย

“เป็นประเทศที่ต้อนรับผม ครอบครัว และเพื่อนๆ ได้ดีมาก ผมมีความสุขที่นี่ และต้องการอยู่ต่อไป

“สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องผลักดันต่อไป [เพื่อแชมป์ลีก] เราอยู่จ่าฝูงแล้ว ทำหน้าที่ของเรา ชนะ และกดดัน ดูกันสิ้นสุดฤดูกาลจะเป็นอย่างไร”

‘ผมเป็นของซาอุฯ’ – โรนัลโด้มุ่งมั่นกับอัลนัสร: พื้นหลังการย้ายทีม

โรนัลโด้ ย้ายมาอยู่在中东 ในเดือนธันวาคม 2022 หลังจากสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกยกเลิกโดยข้อตกลงร่วมกัน เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ได้เงินเดือนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยรายได้ปีละ 177 ล้านปอนด์

แต่ตั้งแต่มาถึง สโมสรแชมป์ลีก 10 สมัยอย่างอัลนัสร ยังคว้าแชมป์ได้เพียงรายการอาหรับ คลับ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2023 เท่านั้น

ชัยชนะเมื่อวันเสาร์ทำให้พวกเขานำอัลฮิลาล 1 คะแนน และยังเข้ารอบรองชนะเลิศเอเอฟซี เอเชียน คัพ อีกด้วย

อนาคตของโรนัลโด้กับ ‘ผมเป็นของซาอุฯ’ – โรนัลโด้มุ่งมั่นกับอัลนัสร

การประกาศยืนยันของโรนัลโด้นี้ ช่วยดับข่าวลือที่เคยรุนแรง โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเขาอาจย้ายไปทีมอื่นในยุโรปหรือเอเชีย แต่คำพูด “ผมเป็นของซาอุฯ” แสดงถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง

ซาอุดีอาระเบียกำลังผลักดันฟุตบอลให้เป็นกีฬายอดนิยม ด้วยการดึงดูดซูเปอร์สตาร์อย่างโรนัลโด้ ซึ่งช่วยยกระดับลีกให้มีผู้ชมทั่วโลก

ฤดูกาลนี้ อัลนัสรโชว์ฟอร์มร้อนแรง โรนัลโด้ยิงไปแล้วกว่า 30 ประตูในทุกรายการ แฟนบอลต่างคาดหวังแชมป์ลีกสมัยแรก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทอง

นอกจากนี้ โรนัลโด้ยังมีบทบาทนอกสนาม เช่น การโปรโมทการท่องเที่ยวและธุรกิจในซาอุดี ทำให้สัญญาของเขามีมูลค่าสูงลิ่ว

  • ประวัติการย้ายทีมของโรนัลโด้: จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน สู่แมนยู เรอัล มาดริด ยูเวนตุส และกลับแมนยู ก่อนมาอัลนัสร
  • สถิติในซาอุดี โปร ลีก: ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาล
  • เป้าหมายฤดูกาลนี้: แชมป์ลีกและบอลถ้วยเอเชีย

การตัดสินใจอยู่ต่อของโรนัลโด้ ไม่เพียงช่วยทีม แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อโปรเจกต์ฟุตบอลซาอุฯ ที่ลงทุนมหาศาล

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่อาจเป็นบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่สำหรับ CR7 ที่อายุ 41 แต่ยังคงฟอร์มการเล่นระดับโลก

ติดตามข่าวสารฟุตบอลล่าสุดและอัปเดตผลงานโรนัลโด้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อุบัติเหตุสลดกระบะตกคลอง ดับ 3 ศพ รอดเด็ก 10 ขวบ

อุบัติเหตุสลด หนุ่มขับกระบะพาญาติไปซื้อของ เสียหลักตกคลอง ดับ 3 ศพ เด็ก 10 ขวบรอด เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวเน็ตและคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราต้องระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะบนถนนลูกรังที่คดเคี้ยวและอันตราย

อุบัติเหตุสลด หนุ่มขับกระบะพาญาติไปซื้อของ เสียหลักตกคลอง ดับ 3 ศพ เด็ก 10 ขวบรอด

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 14.45 น. ร.ต.ท.ณธกร เดโชกิจธวัช รอง สว.สอบสวน สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกคลองเลียบถนน 3032 หมู่บ้านบางกระพ้น หมู่ 2 ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียนสุพรรณบุรี จมอยู่ใต้น้ำในคลองอย่างมิด พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์รีบกระโดดลงน้ำช่วยเหลือ สามารถนำเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ชื่อ ด.ญ.ณัชญา ออกมาได้ 1 ราย และรีบนำส่งโรงพยาบาลเดิมบางนางบวชทันที เด็กน้อยโชคดีรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด

อุบัติเหตุสลด หนุ่มขับกระบะพาญาติไปซื้อของ เสียหลักตกคลอง ดับ 3 ศพ เด็ก 10 ขวบรอด

หลังจากนั้น ทีมกู้ภัยลงน้ำช่วยเหลือต่อ พบผู้เสียชีวิตอีก 3 รายติดอยู่ในรถ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่ทั้งหมดไม่รอด ชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสกนธ์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ, นายพีรพงษ์ อายุ 23 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.นางบวช และ น.ส.สุพรรณษา อายุ 17 ปี ชาววังลึก อ.สามชุก ทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน ก่อนเกิดเหตุกำลังจะออกไปซื้อของใช้

สาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุสลดนี้

จากข้อมูลเบื้องต้น รถกำลังวิ่งบนถนนเลียบคลองซึ่งเป็นทางลูกรัง รถเกิดเสียหลักตกลงไปในคลองกะทันหัน ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบช่วยเหลือ แต่ช่วยได้เพียงเด็ก 1 รายเท่านั้น ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ฝนตกพื้นลื่น ความเร็วสูง หรือสภาพรถที่ไม่พร้อม

อุบัติเหตุสลด หนุ่มขับกระบะพาญาติไปซื้อของ เสียหลักตกคลอง ดับ 3 ศพ เด็ก 10 ขวบรอด ทำให้เห็นถึงความอันตรายของถนนลูกรังในชนบท ซึ่งมักขาดรั้วกั้นและพื้นผิวไม่เรียบ

บทเรียนและคำแนะนำป้องกันอุบัติเหตุ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ลองมาดูคำแนะนำที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ดังนี้

  • ตรวจสภาพรถก่อนใช้งาน: ยางรถต้องดี ช่วงล่างแน่น ระบบเบรกพร้อมใช้งาน
  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: ลดความเร็วบนทางลูกรัง หลีกเลี่ยงการแซงกะทันหัน
  • สวมเข็มขัดนิรภัยทุกคน: รวมถึงผู้โดยสารตอนท้าย เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
  • หลีกเลี่ยงขับในสภาพอากาศแย่: ถ้าฝนตกหนักให้เลื่อนการเดินทาง
  • มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตในรถ: เช่น เสื้อชูชีพ หากขับเลียบน้ำ

สถิติจากกรมทางหลวงพบว่า อุบัติเหตุจากรถตกคลองหรือทางลูกรังในไทยมีจำนวนมากกว่า 1,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากความประมาท สาเหตุหลักคือไม่สวมเข็มขัดและขับเร็วเกิน

ในมุมมองของผม เหตุการณ์อุบัติเหตุสลดนี้แสดงให้เห็นว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน การเดินทางไปซื้อของธรรมดาๆ สามารถกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ในพริบตา หวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะเข้มแข็ง และขอให้เด็กน้อยที่รอดชีวิตปลอดภัย

หากคุณมีเคล็ดลับความปลอดภัยการขับขี่ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ กันนะครับ ช่วยกันลดอุบัติเหตุได้จริง!

ที่มา – อุบัติเหตุสลด หนุ่มขับกระบะพาญาติไปซื้อของ เสียหลักตกคลอง ดับ 3 ศพ เด็ก 10 ขวบรอด

เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน ฝนถล่ม ลมแรง 23-25 ก.พ. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีข่าวสำคัญที่เราควรเตรียมตัวกันให้พร้อมเลยนะครับ เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน กำลังจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้ออกประกาศเตือนแล้ว โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑลด้วย ใครที่อยู่ในโซนนี้ต้องเช็คบ้านเช็คเรือนให้ดีเลยครับ

เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน

จากรายงานของนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลังจากที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ร่วมกับประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาเจอกับอากาศร้อนจัดในบ้านเรา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนักบางแห่ง แถมยังมีฟ้าผ่าด้วยนะครับ อันตรายมาก!

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวัง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ

  • ภาคเหนือ: ทุกจังหวัด (17 จังหวัด)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทุกจังหวัด (20 จังหวัด)
  • ภาคกลาง: ทุกจังหวัด ยกเว้นเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ (รวมกรุงเทพมหานคร)

รวมแล้วกว่า 60 จังหวัดเลยทีเดียว ปภ. ได้ประสานงานไปยังศูนย์ป้องกันภัยเขตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า และจัดเตรียมเครื่องจักรพร้อมทีมช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุ

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

พายุฤดูร้อนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ จากประสบการณ์ปีก่อนๆ เรามักเห็นต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้มทับรถ บ้านเรือนเสียหาย ไฟดับ และเกษตรกรเสียหายหนัก โดยเฉพาะผลไม้และพืชผัก ลมกระโชกแรงสามารถพัดปลิวทุกอย่างได้เลย ฝนถล่มหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ด้วย

เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาทนะครับ ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • ตรวจสอบบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงแข็งแรง กำจัดกิ่งไม้แห้ง
  • หลีกเลี่ยง การอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้าย หรือเสาไฟ
  • ระวังฟ้าผ่า ห้ามยืนกางร่มโลหะหรืออาบน้ำกลางแจ้ง
  • เกษตรกร: ทำค้ำยันต้นไม้ ห่อผ้าพันผลไม้ เก็บเกี่ยวที่สุกแล้ว
  • นักเดินทาง: เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” สำหรับติดตามประกาศเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และถ้าต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่าน Line “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” (@1784DDPM) หรือโทรสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. ครับ

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงนี้ แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดี เราสามารถลดความเสียหายได้มาก ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้ให้คนใกล้ตัวด้วยนะครับ การตื่นตัวคือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากภัยธรรมชาติ!

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอพายุฤดูร้อนมา แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกคน

ที่มา – เตือน 60 จังหวัด เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” ฝนถล่ม ลมกระโชกแรง 23-25 ก.พ. 69

กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หลังจากที่การเลือกตั้งใหม่ใน กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต ปิดหีบไปเรียบร้อย ทีมงาน กปน. ก็ลงมือ นับคะแนนกันอย่างรวดเร็วทันที ตื่นเต้นมากเพราะประชาชนและนักการเมืองแห่มาสังเกตการณ์เพียบ บรรยากาศคึกคักสุดๆ เหมือนดูบอลโลกเลยล่ะ!

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พายุฝนเล่นงานหนัก ทำให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย ต้องเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ บริเวณอาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์นั่นเอง เมื่อเวลา 17.26 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มนับคะแนนทั้ง สส. แบ่งเขต สส. บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ จนกระทั่ง 18.16 น. เสร็จสิ้นพอดี ผลออกมาทำให้แฟนๆ พรรคประชาชนกรี๊ดแตกแน่นอน

กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต

นี่คือหัวใจของข่าววันนี้เลยครับ กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต ไม่ใช่แค่ชนะ สส. แบ่งเขตเท่านั้น แต่ปาร์ตี้ลิสต์ก็กวาดเรียบด้วย มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยนะ

ผลคะแนนบัตร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

  • อันดับ 1: นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ 134 คะแนน – ชนะขาดลอยเลย!
  • อันดับ 2: นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ พรรคเพื่อไทย 76 คะแนน
  • อันดับ 3: นายถนอม อ่อนเกตุพล พรรคภูมิใจไทย 50 คะแนน
  • อันดับ 4: น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร พรรคประชาธิปัตย์ 18 คะแนน

ผลคะแนนบัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 143 คะแนน – เหมาแบบไม่เกรงใจใคร
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 63 คะแนน
  • อันดับ 3: พรรคเพื่อไทย 39 คะแนน
  • อันดับ 4: พรรคประชาธิปัตย์ 23 คะแนน
  • อันดับ 5: พรรคไทยภักดี 6 คะแนน

ผลบัตรประชามติ

  • เห็นชอบ 203 คะแนน – มากกว่า 70%
  • ไม่เห็นชอบ 87 คะแนน
  • ไม่แสดงความเห็น 13 คะแนน

เห็นมั้ยครับ ผลออกมาแบบนี้ พรรคประชาชนครองใจชาวคันนายาวเต็มๆ ชาวบ้านที่นี่ดูจะชื่นชอบนโยบายของพรรคนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องแก้ปัญหาชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯ ที่รถติด น้ำท่วม อะไรพวกนี้ การที่พรรคกวาดทั้งเขตและลิสต์ แสดงให้เห็นถึงกระแสที่แรงมากในพื้นที่เขตคันนายาว ก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งทั่วไป พรรคนี้ก็ทำผลงานดีอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งเด่นชัดเพราะเป็นการเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย ทำให้เห็นภาพชัดเจน

บริบทและสาเหตุที่ต้องเลือกตั้งใหม่

อย่างที่บอกไป พายุมรสุมวันที่ 8 ก.พ. ทำให้บัตรเลือกตั้งเปียกชุ่ม เสียหายจำนวนมาก ทาง กกต. เลยต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ในหน่วยนี้เท่านั้น ประชาชนในพื้นที่ออกมาใช้สิทธิ์กันเกือบเต็ม เพิ่มจากครั้งก่อนด้วยซ้ำ นักการเมืองจากหลายพรรคเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ บรรยากาศตึงเครียดแต่ยุติธรรม ทุกคนจับตาผลเพราะเขตนี้ถือเป็นเขตเดือดของ กทม.

ถ้าดูแนวโน้มทั้งหมด ในกรุงเทพฯ เขต 15 นี้ พรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเคยแกร่ง แต่คราวนี้พรรคประชาชนแซงโค้งแบบไม่คาดคิด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรุ่นใหม่ที่อยากเห็นการเมืองที่สดชื่น ตรงไปตรงมา ไม่ยึดติดกรอบเก่าๆ

วิเคราะห์ผลกระทบต่อการเมืองใหญ่

ผล กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต นี้ ไม่ใช่แค่ชัยชนะเล็กๆ แต่เป็นสัญญาณสำคัญต่อภาพรวม สส.กทม. ในอนาคต พรรคประชาชนอาจได้ที่นั่งเพิ่มในสภา ทำให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนไป ส่วนประชามติที่เห็นชอบท่วมท้น แสดงว่าประชาชนในพื้นที่สนับสนุนวาระนั้นชัดเจน ใครที่กำลังติดตามสถานการณ์การเมืองไทย คงต้องจับตาเขตอื่นๆ ต่อไป เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่

เพื่อนๆ คิดยังไงกับผลนี้บ้าง? พรรคประชาชนจะไปได้ไกลแค่ไหนใน กทม. ลอง comment มาคุยกันได้นะครับ หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวการเมืองเพิ่ม แชร์โพสต์นี้และกดติดตาม blog เราด้วย สัญญาว่าจะมีข้อมูลเจาะลึกแบบนี้มาให้เรื่อยๆ!

ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือ insight สุดล้ำค่าของการเมืองไทยยุคใหม่ ที่พรรคเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ชัด สามารถพลิกเกมได้ ถ้าพรรคใหญ่ไม่ปรับตัว อาจเสียพื้นที่ในเมืองหลวงไปแบบถาวรเลยนะ

ที่มา – กทม. หน่วย 10 เขต 15 นับคะแนนเสร็จแล้ว “พรรคประชาชน” เหมาทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์

พบศพทารกปริศนาหน้าบ้านเช่า แห้งเหลือแต่กระดูก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

พบศพทารกปริศนาหน้าบ้านเช่า แห้งเหลือแต่กระดูก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เป็นข่าวชocker ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อชาวบ้านใน จ.สงขลา พบซากศพเด็กทารกสภาพแห้งกรอบนอนอยู่หน้าบ้านเช่าร้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรัดตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาความจริง

พบศพทารกปริศนาหน้าบ้านเช่า แห้งเหลือแต่กระดูก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบซากศพทารกอายุประมาณ 1-2 เดือน บริเวณลานจอดรถหน้าบ้านเช่าร้าง ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านทุ่งใหญ่ ตำบลคอหงส์ จังหวัดสงขลา

หลังรับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมประสานงานกับกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสงขลาและแพทย์เวรจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที สภาพศพทารกไม่ทราบเพศ สวมชุดหมีสีขาวและแพมเพิร์ส คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ โดยศพแห้งเหลือแต่กระดูก

คำให้การจากเจ้าของบ้านเช่า

นางสาววงศ์แข อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านเช่าที่อาศัยอยู่คนเดียวในบริเวณนั้น เล่าว่าตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อช่วงบ่าย จากช่างไฟฟ้าของการไฟฟ้าที่มาซ่อมแซม แล้วแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็มาบอกตนเอง ตนเองยืนยันว่าไม่รู้เรื่องศพเด็ก และไม่เคยเห็นศพอยู่ตรงนั้น

“เวลาฉันเข้าออกบ้าน ฉันขับรถถอยหลังออกไปทำธุระ แล้วกลับมาก็เลี้ยวรถเข้าบ้าน ไม่ค่อยได้สนใจดูพื้น” นางสาววงศ์แข กล่าวด้วยความงุนงง

  • สภาพศพ: แห้งกรอบ คาดตาย 2 สัปดาห์ สวมชุดหมีขาวและแพมเพิร์ส
  • สถานที่: ลานจอดรถหน้าบ้านเช่าร้าง หมู่ 6 บ้านทุ่งใหญ่ ต.คอหงส์ จ.สงขลา
  • เจ้าของบ้าน: นางสาววงศ์แข อายุ 75 ปี อาศัยคนเดียว
  • การตรวจสอบ: กล้องวงจรปิดรอบบริเวณ และชันสูตรศพที่ รพ.สงขลานครินทร์

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อหาภาพบุคคลต้องสงสัยที่อาจนำศพทารกมาทิ้งไว้ ส่วนศพถูกส่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อหาสาเหตุการตายและเอกลักษณ์เพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปริศนาที่ชาวบ้านตั้งคำถาม

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก หลายคนตั้งคำถามว่า ใครคือผู้ปกครองของทารก และเพราะเหตุใดจึงทิ้งศพไว้หน้าบ้านเช่าร้างแบบนี้? เป็นไปได้ว่าอาจเป็นการทิ้งบุตรที่ไม่พึงประสงค์ หรือเกิดเหตุร้ายที่ยังไม่เปิดเผย

จากสถิติในอดีต ปัญหาการทิ้งทารกในประเทศไทยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มักเชื่อมโยงกับปัญหาครอบครัว สังคม และการขาดการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบบ้านเช่าร้างว่ามีใครอยู่อาศัยล่าสุดหรือไม่ และขยายผลไปยังกล้องวงจรปิดร้านค้าใกล้เคียง คาดว่าจะมีเบาะแสสำคัญในเร็ววัน

เหตุการณ์ พบศพทารกปริศนาหน้าบ้านเช่า แห้งเหลือแต่กระดูก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด นี้ เตือนใจให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหา โปรดติดต่อสายด่วน 1323 เพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือทันที

ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคมครับ

ที่มา – พบศพทารกปริศนาหน้าบ้านเช่า แห้งเหลือแต่กระดูก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 ไอติมสังเกตการณ์

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีข่าวร้อน ๆ มาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งใหม่เมื่อช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่ผ่านมา งานนี้มีคุณไอติม หรือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วยตัวเองเลย สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ ก่อนที่พรรคประชาชนจะยื่นฟ้องมาตรา 157 ในสัปดาห์นี้ด้วย

เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 “ไอติม” ร่วมสังเกตการณ์

มาดูรายละเอียดกันหน่อยนะครับ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อข่าวเขียน 2569 คงพิมพ์ผิด) เวลา 17.00 น. หีบเลือกตั้งปิดลงแล้วที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ณ อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว นอกจากนี้ยังมีเลือกตั้งใหม่ที่อุดรธานีและน่านด้วย แต่โฟกัสหลักอยู่ที่ กทม. นี่แหละ

บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนและสื่อมวลชนมารอสังเกตการณ์นับคะแนนเพียบ คุณไอติมให้สัมภาษณ์ว่า ถ้ากกต. ยืนยันว่าการเลือกตั้งวันนี้ยังเป็นการออกเสียงลับเหมือนเดิม ก็ต้องได้ผลเหมือนวันที่ 8 ก.พ. นะ ถ้าแนวทางต่างออกไป ก็เท่ากับยอมรับว่ามีปัญหาในบัตรเลือกตั้ง หรือช่องโหว่จาก กกต. เองเลย

5 สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาในการนับคะแนนครั้งนี้

คุณไอติมยังเน้นย้ำ 5 เรื่องที่ต้องเช็คให้ดี เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส มาดูกันครับ:

  • บัตรเลือกตั้งต้องมี barcode/QR code โดยเฉพาะบัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (สีชมพู) ต้องมีรหัสบัตรเฉพาะใบ ไม่ใช่แค่รหัสเล่มหรือหน่วย
  • ตอนรับบัตร ต้องเห็นรหัสบัตรที่ขั้ว เช่น Axxxxx0001 ชัด ๆ
  • คนต่อคิวกัน รหัสบัตรต้องเรียงลำดับ เช่น 0001 กับ 0002
  • เจ้าหน้าที่เขียนลำดับผู้มีสิทธิ์ที่ขั้ว (ลำดับในบัญชี ไม่ใช่ลำดับรับบัตร)
  • นับคะแนนต้องชูบัตรขานเสียงต่อหน้า ทุกใบเลยนะ

เห็นมั้ยครับ เรื่องพวกนี้สำคัญมาก เพื่อป้องกันการตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ พรรคประชาชนยืนยันว่า “ลับ” หมายถึงตรวจสอบย้อนไม่ได้จริง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่ยากหน่อย ไม่ได้กล่าวหา กกต. ทุจริตจงใจ แต่บาร์โค้ดกับเลขขั้วในวันที่ 8 ก.พ. มันทำให้ไม่ลับแล้วอ่ะ

พรรคประชาชนเตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157

นอกจากนี้ พรรคยังมอบหมาย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมาย จัดทำคำฟ้องมาตรา 157 แล้วเกือบเสร็จ รอผลสังเกตการณ์วันนี้ไปเติม แล้วยื่นสัปดาห์นี้เลย ข่าวนับคะแนนเริ่มตอน 17.26 น. ที่ กทม. ส่วนน่านกับอุดรธานีก็กำลังนับอยู่

เป็นการเลือกตั้งใหม่ที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ถ้าวันนี้ต่างจากเดิม ก็น่าสนใจมากว่าจะมีผลยังไงต่อคดีใหญ่

ส่วนตัวผมคิดว่า การมีตัวแทนพรรคอย่างคุณไอติมไปสังเกตการณ์แบบนี้ดีมาก ช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้มากขึ้น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็เป็นสัญญาณดีสำหรับประชาธิปไตยไทยนะครับ

ติดตามผลนับคะแนนแบบสด ๆ ได้ที่ช่องทางข่าวต่าง ๆ และอย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งหน้าด้วยนะทุกคน! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ด้วยล่ะ

ที่มา – เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 “ไอติม” ร่วมสังเกตการณ์ ก่อน ปชน. ยื่นฟ้อง 157

พรรคประชาชน ปรับทัพสู้ระบบอุปทัมภ์ ตั้งอาสาส้มทุกหมู่บ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ จาก พรรคประชาชน ปรับทัพสู้ระบบอุปถัมภ์ กันเลย พรรคที่กำลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หลังถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งล่าสุด โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรค เผยแผนเด็ดในการตั้ง “อาสาส้ม” เครือข่ายอาสาสมัครที่จะครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อสู้กับระบบอุปถัมภ์ที่ครอบงำการเมืองมานาน นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้พรรคใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นจริงๆ

พรรคประชาชน ปรับทัพสู้ระบบอุปถัมภ์ เริ่มจากอาสาส้ม

ในงานสัมมนาใหญ่ของพรรคที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมาว่า พรรคต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นกว่านี้ หลังจากเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แม้จะได้คะแนนบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง แต่ยังแพ้ในเขตเลือกตั้งหลายแห่ง เพราะระบบอุปถัมภ์หรือที่เรียกกันว่า “บ้านใหญ่” ยังแข็งแกร่ง

แผนหลักคือการตั้ง อาสาส้ม หรือ อสส. ให้ครอบคลุมทุหมู่บ้าน อาสาส้มเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” ของพรรค สะท้อนปัญหาชาวบ้าน เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน การซื้อสิทธิ์-ขายเสียงที่หนาหูในเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงช่วยส่งข่าวสารให้ผู้สมัคร ส.ส. ผลักดันนโยบายแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมท้องถิ่น ประเพณีต่างๆ เพื่อสร้างความใกล้ชิด ไม่ใช่แค่นโยบายบนเวที แต่ลงพื้นที่จริงจัง

อาสาส้มช่วยสู้ระบบอุปถัมภ์อย่างไร

ระบบอุปถัมภ์คือเครือข่ายอิทธิพลที่ผูกมัดชาวบ้านด้วยผลประโยชน์ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม พรรคประชาชนจึงตอบโต้ด้วยเครือข่ายอาสาประชาชนที่อิสระ อาสาส้มจะช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจาก “โซ่ตรวน” ของระบบเก่า โดยเข้าไปแก้ปัญหาจริงๆ เช่น สุขภาพ การศึกษา ถนนหนทาง ทำให้ชาวบ้านเห็นว่ามีทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งบ้านใหญ่

  • ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน: สร้างฐานรากทั่วประเทศ
  • เฝ้าระวังทุจริต: รายงานการซื้อเสียงแบบเรียลไทม์
  • สะท้อนปัญหา: เชื่อมโยงชาวบ้านกับ ส.ส. และนโยบาย
  • กิจกรรมชุมชน: สร้างความผูกพันระยะยาว

นี่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแผนปฏิบัติที่ถอดจากบทเรียนเลือกตั้ง โดยยอมรับว่าพรรคทำงานเชิงรุกในพื้นที่น้อยเกินไป แม้ประชามติจะได้ 60% แต่ต้องเสริมด้วยการทำงานฐานราก

แผนดูแล ส.ส. สอบตกและการปรับโครงสร้างพรรค

สำหรับผู้สมัครที่ยังไม่ผ่านการเลือกตั้ง พรรคไม่ทิ้งใคร! ทุกคนยังมีไฟเต็มเปี่ยม จะให้ทำงานต่อในกรรมาธิการ งานพรรค หรือตำแหน่งในสภา จัดสัมมนา 2 วันเพื่อเร่งเคาะผู้สมัครใหม่ ลงพื้นที่เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังเตรียมประชุมใหญ่เดือนมีนาคม เพื่อวางยุทธศาสตร์ชัดเจน

เรื่องคดี 44 ส.ส. ที่ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา หัวหน้าพรรคยืนยันไม่ยึดติดตำแหน่ง หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะไปสร้างเครือข่ายพื้นที่แทน มีทีมกฎหมายยื่นคำร้องปกป้อง ส.ส. 10 คนหลัก และมีบุคลากรพร้อมขึ้นแทน เช่น ประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่กังวลภายในพรรคเลย

สาเหตุแพ้เลือกตั้งและบทเรียนสำคัญ

จากถอดบทเรียน พรรคสรุป 2 ภาพใหญ่: 1) ประชาชนเห็นด้วยกับแนวคิดพรรค 60% ทั่วประเทศ แม้แพ้ภูมิใจไทยหรือกล้าธรรมในบางเขต แต่ยังได้แชมป์บัญชีรายชื่อ 2) ทำงานพื้นที่ตั้งรับไม่ดี ไม่เชิงรุกพอ จึงแพ้ระบบอุปถัมภ์

พรรคย้ำว่าไม่ดูถูก “บ้านใหญ่” เพราะประชาชนเลือกด้วยเหตุผล แต่จะสู้ด้วยการเข้าใกล้ชิด แก้ปัญหาจริง เปลี่ยนการเมืองจากบนลงล่าง

ส่วนตัวผมมองว่า แผน พรรคประชาชน ปรับทัพสู้ระบบอุปถัมภ์ นี้คือก้าวย่างสู่การเมืองใหม่ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถ้าทำได้จริง จะช่วยลดอิทธิพลอุปถัมภ์ได้เยอะ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? อยากเป็นอาสาส้มไหม ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่เพื่อไม่พลาดอัปเดต!

บทความนี้มีประมาณ 850 คำ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ที่มา – พรรคประชาชน ปรับทัพสู้ระบบอุปถัมภ์ เตรียมตั้ง “อาสาส้ม” ครอบคลุมหมู่บ้านทั่วประเทศ

“เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่

การเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยดราม่า โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหามากมาย ล่าสุด “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นหัวข้อร้อนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นการยอมรับปัญหาของบัตรเลือกตั้งเดิมที่ใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบและฟ้องร้องทางกฎหมาย

“เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักในชื่อ “เท้ง” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปลี่ยนแบบบัตรเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะบัตรสีชมพูสำหรับบัญชีรายชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีเลขต้นขั้วอีกต่อไป แม้จะมีบัตรเก่าค้างเหลือหลายล้านใบ แต่กกต. ไม่นำมาใช้ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งเดิม

ยอมรับบัตรเดิม 8 ก.พ. มีปัญหา

เท้งย้ำว่าการกระทำนี้เท่ากับกกต. มัดตัวเอง โดยเป็นการยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มีช่องโหว่ร้ายแรง โดยเฉพาะเรื่องเลขต้นขั้วที่สามารถใช้สืบย้อนได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้พรรคไหน แม้กกต. จะแถลงว่าการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่กฎหมายจริงห้ามแค่บัตรที่กาบัตรแล้ว การถ่ายก่อนฉีกหรือจำเลขได้ยังเป็นไปได้ กกต. รู้ดีถึงช่องโหว่นี้ จึงต้องพิมพ์บัตรใหม่เพื่อปิดช่องว่าง

นอกจากนี้ เท้งยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง พรรคประชาชนเตรียมยื่นเรื่องเอาผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ พภาคประชาสังคมก็เริ่มร้องทุกช่องทางแล้ว

ปัญหาบัตรเขย่งและความไม่โปร่งใส

เท้งชี้ให้เห็นถึงปัญหาบัตรเขย่งที่เพิ่มขึ้น โดยขอให้กกต. เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส เช่น จำนวนบัตรขีดคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต 5/11 และแบบบัญชีรายชื่อ 5/18 ในทุกหน่วย เปรียบเทียบกับภาพที่ประชาชนบันทึก เพื่อตรวจสอบว่าคะแนนตรงกันหรือไม่ หากบวกคะแนนแล้วยังเขย่ง แสดงถึงปัญหาใหญ่

  • บัตรเลือกตั้งเดิมมีเลขต้นขั้ว สามารถสืบย้อนผู้โหวตได้
  • กกต. แถลงว่าความลับการเลือกตั้งสมบูรณ์ แต่กลับเปลี่ยนบัตร แสดงถึงความขัดแย้ง
  • บัตรเก่าถูกเก็บในหีบแล้ว หากไม่มีปัญหาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
  • พรรคประชาชนเตรียมแผนรับมือทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีเลือกตั้งโมฆะ

หากถามถึงแผนหากเลือกตั้งโมฆะ เท้งระบุว่าพรรคได้ประชุมสัมมนาและเตรียมพร้อมทุกไทม์ไลน์ โดยนายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ชี้แจงภาพใหญ่ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล

มาตรา 157 และบทบาทของกกต.

มาตรา 157 ในประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้น ซึ่งสามารถลงโทษจำคุกได้ถึง 7 ปี เหมาะสมกับกรณีนี้ที่กกต. อาจละเลยปัญหา ทำให้ประชาชนสงสัยในความเป็นกลาง การเลือกตั้งต้องมีความลับสูงสุด ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่เปิดหีบได้ง่ายๆ

จากประเด็น “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ สะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรม หากปล่อยไว้ อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนเป็นสัญญาณดีที่ช่วยตรวจสอบอำนาจรัฐ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย สมัครรับข่าวสารการเมืองอัปเดตฟรีทางอีเมลได้เลยวันนี้!

ที่มา – “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ มัดผิดตัวเอง ยอมรับบัตรเดิม 8 ก.พ. มีปัญหา

“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดได้จุดประเด็นร้อน“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะประเด็นบัตรเขย่งและบัตรขย่มจำนวนหลายแสนใบที่ไม่ใช่แค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณอันตรายต่อความศักดิ์สิทธิ์ของบัตรเลือกตั้ง

“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง

พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่าการเลือกตั้งคือรากฐานของประชาธิปไตยไทย ความสุจริตและเที่ยงธรรมคือสัญญาพิเศษระหว่างรัฐกับประชาชน หากกระบวนการถูกตั้งคำถาม ความเชื่อมั่นจะสั่นคลอน นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมที่รุนแรงขึ้น กรณีนี้เกิดขึ้นหลังการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เมื่อ 18 ก.พ. 2566 ผ่านเว็บไซต์ Ect Report 69 ของ กกต. นักวิชาการอย่าง อาจารย์สฤณี อาชวานันทกุล และอาจารย์ลอย ชูพงษ์ทอง วิเคราะห์ข้อมูล พบบัตรเขย่งและบัตรขย่มรวมกว่า 324,000 ใบ

ที่น่าตกใจคือ เพียง 2 วันต่อมา กกต. ปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนและภาคส่วนอื่นตรวจสอบข้อมูลได้ยาก พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า กกต. ไม่สามารถแก้ตัวด้วยคำว่า ‘Human Error’ ได้ง่ายๆ ต้องทำงานเชิงรุก สืบสวนไต่สวน สั่งระงับหรือเลือกตั้งใหม่ เพื่อปกป้องคะแนนเสียงประชาชน

3 วิกฤตศรัทธาที่สังคมต้องการคำตอบชัดเจน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่าสังคมไม่ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการความจริงใน 3 วิกฤตหลัก:

  • วิกฤต “ความลับ” ของคูหาเลือกตั้ง: QR-Code ในบัตรสีเขียวและ Barcode ในบัตรสีชมพู ทำให้การโหวตไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กำลังมีคดีฟ้องศาลปกครองสูงสุดและผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • วิกฤต “บัตรเขย่ง” หรือบัตรผี: จำนวนบัตรในหีบมากกว่าผู้ลงชื่อรับบัตร แสดงถึงความผิดปกติที่เข้าข่ายไม่สุจริต กกต. ต้องสืบสวนด่วน
  • วิกฤต “ส่วนต่างผิดธรรมชาติ”: ผู้มีสิทธิ์รับบัตร 2 ใบ แต่หลังนับคะแนน พบบัตรสองสีต่างกันมหาศาล ต้องตรวจสอบเชิงลึก

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังเสนอแนวทางกู้ศรัทธา โดยให้ กกต. เปิดกล่องดำ กระบวนการเลือกตั้ง ดังนี้

  • ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ (Audit) ร่วมกับตัวแทนประชาชน ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์และนิติวิทยาศาสตร์
  • ตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็น รอยนิ้วมือ กับบัตรจริง และบัญชีผู้มาใช้สิทธิ ป้องกันสวมสิทธิ์
  • เปิดเผยขั้นตอนทั้งหมดให้ประชาชนเข้าถึง เพราะเป็นข้อมูลสาธารณะ

ทำไม “ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ถึงสำคัญ

การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการปกป้องสิทธิประชาชนตามกฎหมาย หาก กกต. ดำเนินด้วยความสุจริต การเปิดเผยจะคืนศรัทธาได้ แต่หากนิ่งเฉย ความคลุมเครือจะกลายเป็นบรรทัดฐาน บั่นทอนประชาธิปไตยทั้งระบบ หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงคืออำนาจสูงสุด ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี ปิดท้ายว่า อยากให้เลือกตั้ง 2566 เป็นจุดเปลี่ยนของความโปร่งใส ไม่ใช่การเลือกตั้งที่ “โกงมากที่สุด” ในประวัติศาสตร์ไทย

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบเลือกตั้งไทย ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบบัตรเขย่ง บัตรขย่ม และระบบ QR-Code จะช่วยยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้งในอนาคต หาก กกต. ตอบสนองเชิงรุก จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้องค์กรอิสระอื่นๆ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การเลือกตั้งที่โปร่งใสสำคัญต่ออนาคตไทยอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น!

ที่มา – “ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง