วัน: 22 กุมภาพันธ์ 2026

อุตุฯ ประกาศพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 เตือนฟ้าคะนอง

กรมอุตุนิยมวิทยาออก พายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 แล้ว! เตือนประชาชนในประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบก่อนใคร เพื่อนๆ ในพื้นที่อื่นๆ อย่างภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก ก็เตรียมตัวให้พร้อม เพราะพายุกำลังมาแน่นอน ในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนักบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าด้วยนะ

พายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2: พื้นที่เสี่ยงและผลกระทบ

ประกาศจากเว็บไซต์กรมอุตุฯ ชัดเจนเลยว่า พายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 จะเริ่มกระหน่ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นขยายวงกว้างไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก พื้นที่เหล่านี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะลมกระโชกแรงอาจทำให้ต้นไม้หัก โต๊ะเก้าอี้ปลิว หรือหลังคาพังได้ง่ายๆ ลูกเห็บก็อาจทำลายผลผลิตทางการเกษตร ส่วนฝนหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในที่ลุ่ม

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เริ่มแรกสุด รับมือพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง
  • ภาคเหนือและภาคกลาง: ตามมาในวันถัดไป รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: เตรียมรับมือลูกเห็บและฟ้าผ่า

สาเหตุที่ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2

สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือและอีสาน ขณะที่อากาศตอนบนร้อนจัด ยิ่งทำให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้ได้ง่าย พายุฤดูร้อนในไทยมักเกิดช่วงกุมภาพันธ์-เมษายน ก่อนเข้าหน้าฝน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราต้องปรับตัว

ในปีที่ผ่านมา เราก็เคยเจอพายุแบบนี้ทำความเสียหายหนัก เช่น ต้นไม้ล้มทับรถ บ้านเรือนพัง หรือเกษตรกรเสียหายผลผลิต ถ้าพื้นที่ของคุณอยู่ในโซนเสี่ยง อย่ารอช้า เริ่มเตรียมการเลย

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ถ้าต้องออกข้างนอก อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝน และเช็คพยากรณ์อากาศก่อนเสมอ สำหรับเกษตรกร รีบเสริมความแข็งแรงให้เรือนกระจก ไม้ผล และที่พักสัตว์เลี้ยง ป้องกันความเสียหายจากลมแรง ลูกเห็บ หรือฝนตกหนัก นอกจากนี้ ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคหวัดหรือภูมิแพ้กำเริบ

  • ยึดเหนี่ยวสิ่งของหลวมๆ ในบ้านและสวน
  • เตรียมไฟฉาย เทียน และน้ำดื่มสำรองกรณีไฟดับ
  • แจ้งเตือนคนในครอบครัวและเพื่อนบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ในช่วงพายุเข้า

สุดท้าย ติดตามประกาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ที่ www.tmd.go.th โทร 1182 หรือ 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชม. การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ในมุมมองผม สภาพอากาศไทยแปรปรวนแบบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วยกันลดโลกร้อนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ลองแชร์ประสบการณ์เจอพายุฤดูร้อนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – อุตุฯ ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 2 เตือนพื้นที่เฝ้าระวังฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

ริชาร์ดส์: ป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป

ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่เพิ่งจบลง เชลซีทำแฟนบอลใจหายใจคว่ำอีกครั้ง หลังจากเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะนำก่อนด้วยประตูของตัวเอง แต่เชลซีที่เหลือผู้เล่น 10 คน กลับโดนทวงประตูคืนในช่วงทดเจ็บจากลูกตั้งเตะ Micah Richards อดีตแนวรับแมนฯ ซิตี้ และกูรูรายการ Match of the Day ออกมาวิจารณ์อย่างหนักว่า ป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป สำหรับคู่แข่ง

ป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป ริชาร์ดส์ฟันธง

Richards ไม่ได้พูดเล่นๆ เขาชี้ว่าการจัดระเบียบแนวรับของเชลซี โดยเฉพาะในจังหวะลูกตั้งเตะนั้น ดูอ่อนหัดและขาดความเป็นผู้นำอย่างเห็นได้ชัด “มันง่ายเกินไปที่จะเล่นกับเชลซีในลูกตั้งเตะ” Richards กล่าวในรายการ พร้อมยกตัวอย่างลูกประตูตีเสมอของเบิร์นลีย์ ที่แนวรับสิงห์บลูยืนเกะกะกันเอง ไม่มีใครสั่งการให้ชัดเจน Wayne Rooney พันธมิตรกูรูก็เห็นด้วย ระบุว่าเชลซีขาด “leadership and organisation” ในเกมรับ ซึ่งเป็นปัญหาครอนิกที่ตามหลอกหลอนทีมมาตลอดฤดูกาล

ปัญหาการป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป เกิดจากอะไร?

หากวิเคราะห์ลึกๆ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธเด็ดของทีมใหญ่หลายทีมในพรีเมียร์ลีก แต่เชลซีกลับรับมือไม่ได้ซักที สถิติฤดูกาลนี้เผยว่าเชลซีเสียประตูจากลูกตั้งเตะมากถึง 15 ประตูแล้ว ซึ่งสูงที่สุดในท็อป 6 ของลีก สาเหตุหลักๆ ได้แก่:

  • ขาดผู้นำในแนวรับ: ไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คตัวเก๋าที่สั่งการเพื่อนได้ดีพอ เช่น Thiago Silva ที่ย้ายออกไปแล้ว
  • การซ้อมไม่เข้มข้น: ดูจากภาพช้าลูกประตูเบิร์นลีย์ ผู้เล่นยืนผิดตำแหน่งชัดเจน
  • ความฟิตและสมาธิ: เล่น 10 คนช่วงท้ายเกม สมาธิหลุดง่าย โดยเฉพาะนาทีทดเจ็บ

เชลซียังทำแต้มหลุดมือหลายนัดจากปัญหานี้ ส่งผลให้การลุ้นท็อปโฟร์ยิ่งลำบาก Enzo Maresca กุนซือใหม่ต้องเร่งแก้ไขด่วน ก่อนที่คู่แข่งจะเจาะจุดอ่อนนี้ซ้ำๆ

ผลกระทบจากการป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป

นอกจากเสียแต้มในเกมนี้ การที่ ป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป ยังส่งผลต่อความมั่นใจของทีมทั้งหมด แนวรับอย่าง Levi Colwill และแนวรับอื่นๆ ถูกวิจารณ์หนัก ขณะที่แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามถึงแท็คติกของ Maresca ที่เน้นบุกแต่เกมรับหลวม ถ้าไม่แก้ไข ฤดูกาลนี้อาจจบไม่สวยงาม

เปรียบเทียบกับทีมอื่น แมนฯ ซิตี้ของ Pep เก่งลูกตั้งเตะสุดๆ เพราะมีระบบชัดเจน ลิเวอร์พูลก็มี Van Dijk คอยคุม เชลซีต้องเรียนรู้จากนี้

ในมุมมองของผม เชลซีควรลงทุนเซ็นเตอร์แบ็คจอมแอร์แอเรียคนใหม่ และเพิ่มการซ้อมลูกตั้งเตะให้เป็นประจำ สุดท้ายแล้ว ป้องกันลูกตั้งเตะเชลซีง่ายเกินไป นี่แหละคือจุดอ่อนใหญ่ที่ต้องปิดให้ได้ ถ้าทำได้ ทีมจะแข็งแกร่งขึ้นเยอะ ลองคิดดูสิ ถ้าเชลซีรับลูกตั้งเตะได้แน่นปึ้ก พวกเขาจะลุ้นแชมป์ได้สบายๆ

คุณคิดยังไงกับปัญหานี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเชลซีอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ 180 ปี

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี เป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้วงการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วโลก เกาะโฟลรีอานา (Floreana) แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต่ายักษ์เคยหายไปนานแสนนาน ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่กลับมาอีกครั้ง นักวิทยาศาสตร์ใช้ความพยายามนานกว่า 20 ปีในการเพาะพันธุ์และฟื้นฟูสายพันธุ์นี้ จนสำเร็จในที่สุด

เต่ายักษ์กลับสู่เกาะกาลาปากอส

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เต่ายักษ์จำนวน 158 ตัววัยอ่อนถูกปล่อยลงสู่เกาะโฟลรีอานา เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 180 ปี โครงการนี้ดำเนินการโดยอุทยานแห่งชาติกาลาปากอสและองค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์กาลาปากอส (GCT) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ

เต่ายักษ์ หรือ Giant tortoise มีบทบาทสำคัญในฐานะ “วิศวกรระบบนิเวศ” พวกมันช่วยกระจายเมล็ดพืช กินพืชรุกราน และปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ธรรมชาติให้สมดุล การหายไปของพวกมันทำให้เกาะเสื่อมโทรม แต่ตอนนี้พวกมันกลับมาแล้ว

สาเหตุการสูญพันธุ์ของเต่ายักษ์กาลาปากอส

สายพันธุ์ Chelonoidis niger niger บนเกาะโฟลรีอานาสูญพันธุ์ในช่วงทศวรรษ 1840 เนื่องจากนักเดินเรือจับไปเป็นเสบียงอาหารนับพันตัว การล่าแบบนี้ทำลายประชากรอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ แพะและสัตว์ต่างถิ่นที่มนุษย์นำเข้าก็รุกรานแหล่งอาหารของเต่า ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย

กระบวนการเพาะพันธุ์ย้อนกลับ (Back-breeding)

โครงการเริ่มต้นในปี 2560 หลังค้นพบเต่าที่มีเชื้อสายบรรพบุรุษบนเกาะอิซาเบลาในปี 2551 นักวิทยาศาสตร์คัดเลือกเต่าลูกผสม 23 ตัวที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงที่สุด นำไปเพาะเลี้ยงบนเกาะซานตาครูซ จนถึงปี 2568 มีลูกเต่าฟักออกมามากกว่า 600 ตัว โดยหลายร้อยตัวพร้อมปล่อยสู่ธรรมชาติ

  • ค้นพบเต่าบรรพบุรุษบนภูเขาไฟวูล์ฟ เกาะอิซาเบลา
  • คัดเลือกเต่า 23 ตัวที่มี DNA ใกล้เคียง
  • เพาะพันธุ์ในพื้นที่ควบคุม
  • ฟักไข่และเลี้ยงจนโต ปล่อย 158 ตัวแรก
ภาพเต่ายักษ์กาลาปากอส
ภาพจาก AFP PHOTO / ECUADOR’S MINISTRY OF ENVIRONMENT

ดร.เจน โจนส์ ประธาน GCT กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาตื่นเต้นที่พิสูจน์ความสำเร็จจากการร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ชุมชนท้องถิ่น และองค์กร” ความสำเร็จนี้ไม่เพียงช่วยเกาะโฟลรีอานา แต่ยังเป็นแบบอย่างสำหรับการฟื้นฟูสายพันธุ์ทั่วโลก

หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นแหล่งกำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน เต่ายักษ์ที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละเกาะมีลักษณะต่างกัน การนำ “เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี จึงมีความหมายทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยควบคุมพืชรุกรานและฟื้นฟูป่า ทำให้สัตว์อื่นๆ เช่น นกและสัตว์เลื้อยคลาน ได้ประโยชน์ตามมา ในอนาคต คาดว่าจะปล่อยเต่าเพิ่มอีกหลายพันตัว

ข่าวดีเรื่องนี้ชวนให้คิดถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ หากเราลงมือทันที สายพันธุ์ที่สูญหายไปแล้วก็มีโอกาสกลับมาได้ ลองติดตามโครงการอนุรักษ์อื่นๆ และสนับสนุนด้วยการบริจาคหรือแบ่งปันข้อมูล เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – “เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี

กวาร์ดิโอล่าบอกทีมจิบค็อกเทล กดดันอาร์เซนอล

ภาพเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยิ้มกว้างยกกำปั้นโบกมือทุกทิศทางในเอติฮัด สเตเดี้ยม ก่อนบอกลูกทีมให้จิบค็อกเทลผ่อนคลาย แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของชัยชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืนนี้

ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 ส่งสัญญาณดังลั่นว่า “ถึงตาเธอแล้ว อาร์เซนอล” กวาร์ดิโอล่าพอใจมาก จนให้วันหยุดลูกทีม 3 วัน บอกให้ “สนุกกับชีวิต” ด้วย “ไกปิรินญ่า และ ไดกิริ”

ไม่รู้ลูกทีมจะทำตามคำบอกตรงๆ หรือเปล่า แต่การฉลองหลังชัยชนะแสดงให้เห็นความหมายสำคัญ ชัยชนะนี้นำพาแมนฯ ซิตี้ ตามหลังปืนใหญ่แค่ 2 คะแนน หลังอาร์เซนอลพลิกเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่กำลังร่วงโซนท้ายตารางกลางสัปดาห์

ปฏิกิริยาตื่นเต้นของกวาร์ดิโอล่าตอนนกหวีดสุดท้าย สะท้อนทั่วสนาม เขาบอกว่า “ความเชื่อมโยงกับแฟนบอลคืนนี้ดีที่สุดในฤดูกาล เรามีพลังงานดีๆ และเราต้องการพลังนี้จนจบฤดูกาล”

“แม้จะไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบ แต่เราคือทีม และนี่คือสิ่งที่ต้องทำในช่วงโค้งสุดท้าย”

กวาร์ดิโอล่าบอกทีมจิบค็อกเทล กดดันอาร์เซนอลหนัก

นี่อาจไม่ใช่แมนฯ ซิตี้ชุดเดิมที่เคยถล่มทลาย ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ในอดีต แต่กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการแชมป์ยังรู้วิธีพาทีมทะยาน ชัยชนะนี้เพิ่มแรงกดดันให้อาร์เซนอลก่อนดวล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วันอาทิตย์

70% ของขุมกำลังปัจจุบันยังไม่เคยลุ้นแชมป์ แต่ยังมีตัวเก๋าอย่างรูเบน ดิอาส และโรดรี้ รวมถึงกวาร์ดิโอล่าที่ช่ำชอง มิเกล อาร์เตต้าต้องตอบโต้ในนอร์ธลอนดอน ดาร์บี้ ที่สเปอร์สมีกิโกร ตูเดอร์ คุมทีมชั่วคราว

แมนฯ ซิตี้แสดงความเหนียวแน่นแม้ฟอร์มไม่เพอร์เฟกต์

แมนฯ ซิตี้ อาจไม่ไหลลื่นเหมือนยุคทอง แต่แสดงความแข็งแกร่ง เอาชนะนิวคาสเซิ่ลที่เพิ่งบิน 5,000 ไมล์ดวลคาราบัคในยูซีแอลเพลย์ออฟ

เออร์ลิง ฮาลานด์ นำร่องด้วยการกดดัน ป้องกันลูกกลางอากาศ และครอสให้ นิโก้ โอ’ไรลลี่ ซัดประตูชัยตัวที่สอง กวาร์ดิโอล่าชม “เขา MVP คืนนี้ ถ้าไม่มีฮาลานด์เป็นไปไม่ได้”

โอ’ไรลลี่แจ่มทั้งสองประตูและเล่นหลากหลายหลังแนวรุก น่าสนใจสำหรับโธมัส ทูเคิ่ล กุนโดลทีมชาติอังกฤษ นิวคาสเซิ่ล ของลูอิส ฮอลล์ ก็ยิงได้ แสดงศักยภาพแบ็คซ้ายทีมชาติดี

แมนฯ ซิตี้ อาจไม่ใช่เครื่องจักรไร้ที่ติเหมือน 4 สมัยติด แต่ความทรงจำยังหลอนคู่แข่ง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูอิตาลีตัวใหม่ ชูถ้วยยูซีแอลกับพีเอสจีฤดูกาลก่อน ไล่ล่าถ้วยใหม่กับซิตี้

เขาอาจอ่อนเรื่องรับลูกครอส แต่เซฟเหนือชั้นชดเชยได้ เซฟเมสซี่ที่ลิเวอร์พูล และเซฟฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ท้ายเกมที่นี่ ช่วยรักษาชัยชนะ

นกหวีดสุดท้ายดัง สนามเอติฮัดระเบิดเฮ ชัยชนะเหล่านี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน แมนฯ ซิตี้ ชนะทั้งหมด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกสมัย

ตอนนี้แรงกดดันย้ายไปอาร์เซนอล ที่ต้องบุกสเปอร์สทีมอันตราย

  • ประเด็นเกี่ยวข้อง: พรีเมียร์ลีก, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ฟุตบอล

กวาร์ดิโอล่าบอกทีมจิบค็อกเทล สัญญาณว่าซิตี้พร้อมลุ้นแชมป์เต็มสูบ แฟนปืนโตต้องระวัง ฤดูกาลนี้แย่งกันจนหยดสุดท้าย! ติดตามอัปเดตฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกับเรา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ดู Match of the Day สด BBC One

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชอบดูฟุตบอลกันมั้ย? วันนี้เรามีเรื่องเด็ดให้ดูกันแบบสดๆ กับ ดู Match of the Day สด BBC One โปรแกรมไฮไลท์ฟุตบอลสุดฮิตจาก BBC ที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกไม่ควรพลาด! ตอนนี้กำลังออกอากาศอยู่ที่เวลา 22:25 น. ทางช่อง BBC One ผ่าน iPlayer รับชมได้ฟรีแบบลื่นๆ ไม่มีสะดุด

ดู Match of the Day สด BBC One รับชมไฮไลท์สุดมันส์

Match of the Day คือรายการที่รวบรวมไฮไลท์สำคัญจากแมตช์พรีเมียร์ลีกทุกคืนสุดสัปดาห์ นำเสนอโดยผู้บรรยายและนักวิเคราะห์ชื่อดัง วิเคราะห์เกมลึกซึ้ง แถมสัมภาษณ์นักเตะเด็ดๆ ด้วย ถ้าคุณพลาดแมตช์สดไป ไม่ต้องห่วง รายการนี้สรุปให้ครบทุกประตู ทุกจังหวะสำคัญ วันนี้เป็นตอน 2025/26: 21/02/2026 อย่ารอช้า รีบไป ดู Match of the Day สด BBC One ก่อนจะจบ!

โปรแกรมถัดไปหลัง Match of the Day

หลังจากนี้ตอน 23:35 น. มี The Football Interview Series 1: Michael Carrick รออยู่ สัมภาษณ์สุดเข้มข้นกับอดีตนักเตะดัง คุยเรื่องฟุตบอลแบบเจาะลึก เหมาะสำหรับแฟนบอลตัวยง

  • Match of the Day – กำลังออกอากาศตอนนี้
  • The Football Interview – 23:35 น.

นอกจากนี้ยังมีรายการเด่นบน BBC One อีกเพียบ เช่น The Walsh Sisters, Michael McIntyre’s Big Show, Death in Paradise, Gladiators, Silent Witness และอื่นๆ อีกมากมาย หลากหลายแนว ทั้งดราม่า คอมเมดี้ และเรียลลิตี้

ทำไมต้องดู Match of the Day สด BBC One?

1. คุณภาพสูง: ถ่ายทอดสดจากสตูดิโอ BBC ชั้นนำ
2. วิเคราะห์เจ๋ง: คอมเมนเตเตอร์มือฉมังอย่าง Alan Shearer, Gary Lineker
3. ฟรีและง่าย: เข้า iPlayer ด้วยบัญชี BBC Account ดูได้ทุกที่
4. อัพเดททันใจ: ไฮไลท์ใหม่ๆ จากแมตช์ล่าสุด

แฟน Arsenal, Man U, Liverpool, Chelsea ต้องชอบแน่นอน! ถ้าอยากติดตามตาราง BBC One ชมได้ที่ BBC One Schedule

นอกจากนี้ในหมวด Comedy มี Ludwig, Amandaland สุดฮา Entertainment อย่าง Race Across the World, Gladiators Drama สุดเข้มข้น Blue Lights, Nightsleeper ดูเพลินๆ ได้ทั้งวัน

สรุปแล้ว ดู Match of the Day สด BBC One คือตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับคืนฟุตบอล รีบไปเช็ค iPlayer กันเลยครับ รับรองติดงอมแงม! ถ้าชอบอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ นะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อเบอร์ดีน ‘หดหู่’ ต้องการผู้จัดการทีมแค่ไหน

อเบอร์ดีน ‘หดหู่’ ต้องการผู้จัดการทีมแค่ไหน

เวลาผ่านไป 48 วันนับตั้งแต่ Aberdeen ไล่ Jimmy Thelin ผู้จัดการทีมที่พาทีมคว้า Scottish Cup ออกไป และตั้งแต่นั้นมา พวกเขาแพ้ 5 จาก 6 นัดในลีก

ชัยชนะ 6-2 เหนือ Livingston ทีมบ๊วยคือชัยชนะเดียวใน Scottish Premiership ภายใต้การดูแลชั่วคราวของ Peter Leven ใน 4 นัดที่แพ้ พวกเขาไม่ยิงประตูได้เลย ชัยชนะเหนือ Motherwell เมื่อคืนวันพุธช่วยรักษาความหวังลุ้น Scottish Cup อีกสมัย

แต่ความพ่ายแพ้ 3-2 คาบ้านต่อ Dundee เมื่อวันเสาร์ ทำให้แสงสว่างใน Granite City ดับวูบ Willie Miller อดีตกัปตันในตำนานสรุปความรู้สึกที่ Pittodrie ว่า “หดหู่” แฟนบอลไม่มีใครเถียงท่ามกลางฟอร์มแพ้ 8 จาก 10 นัดลีก

ผู้จัดการชาวนอร์เวย์ Eirik Horneland คือตัวเต็ง แต่สโมสรบอกว่าจะประกาศหัวหน้าโค้ช “ในเร็วๆ นี้” แต่ยังไม่มีวี่แวว

อเบอร์ดีน ‘หดหู่’ ต้องการผู้จัดการทีมแค่ไหน

ผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์แล้วตั้งแต่มีข่าว Horneland จะย้ายมารับงานสิ้นฤดูกาล แต่ภาพรวมซับซ้อนขึ้นเมื่ออดีตโค้ช Brann และ Saint-Etienne ออกทีวีในนอร์เวย์และไม่ยืนยันอนาคต

อาจมีปัญหาค้างคา บางคนคาดเดา แต่ถ้า Horneland ตกลงย้ายซัมเมอร์ Aberdeen รอได้ไหม? Miller เชื่อว่าความพ่ายแพ้ล่าสุดจะเพิ่มแรงกดดันให้ดึงผู้จัดการใหม่มาทำงานทันที

“มันเพิ่มแรงกดดันให้พาผู้จัดการใหม่เข้าสนามและเริ่มงาน” เขากล่าวใน BBC Sportsound “แฟน Aberdeen คงสิ้นหวัง ต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ย้อนไป 1 ปีคือช่วงหดหู่ ยกเว้นนัดชิง Scottish Cup ที่สุดยอด”

ผู้จัดการใหม่จะ ‘ทำให้ทุกอย่างสงบ’

การ重建ทีมภายใต้ Lutz Pfannenstiel

Lutz Pfannenstiel ผู้อำนวยการกีฬาที่เข้ามาเดือนพฤศจิกายน กำลังนำการ重建 Aberdeen หลังเปลี่ยนผู้เล่นมหาศาลใน 2 ปี – 31 คนใน 4 หน้าต่างโอน

ทีมที่ขาดเอกภาพต้องการตัวตนที่แข็งแกร่ง Pfannenstiel ยืนยัน และเริ่มงานมกราคมด้วยผู้เล่นใหม่ 7 คน มันคือวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ยอมรับความเจ็บปวดระยะสั้น

แต่ฟุตบอลไม่ยอมตรรกะเสมอไป “การได้งาน Aberdeen คือสิทธิพิเศษ” Ryan Stevenson อดีตมิดฟิลด์ Hearts กล่าวใน Sportsound

“ถ้ามีปัญหาส่วนตัวหรืออุปสรรค บอร์ดควรตัดขาด หาคนอื่น ผมไม่อยากเชื่อว่าสโมสรใหญ่จะนิ่งเฉยจนจบฤดูกาล พวกเขาชนะคัพ แต่ลงมือเร็ว คุณคือ Aberdeen มันจะทำให้แฟนและนักเตะสบายใจ”

ประเด็นที่ Stevenson ชี้คือการทำให้ทุกอย่างสงบ Aberdeen ไร้ความสม่ำเสมอฤดูกาลนี้ ใช้ผู้เล่นมากสุดใน Premiership เปลี่ยนนายทวาร คู่เซ็นเตอร์ และระบบไม่หยุด รวมถึงเสียงจากม้านั่งสำรองต่างกัน

จาก Thelin สู่ Leven, Pfannenstiel และ Tony Docherty ผู้ช่วยใหม่ ถ้าผลงานชั่วคราวดีขึ้น จะซื้อเวลาได้ แต่แพ้ Dundee United วันอังคาร เสียงเรียกร้องจะดังขึ้น

สถานการณ์ย่ำแย่ของ Aberdeen ทำให้ อเบอร์ดีน ‘หดหู่’ ต้องการผู้จัดการทีมแค่ไหน เป็นคำถามใหญ่ สโมสรต้องตัดสินใจเร็วเพื่อฟื้นฟูทีมและความเชื่อมั่นแฟนบอล การรอ Horneland อาจเสี่ยงเกินไปกับฟอร์มที่กำลังถล่มทลาย

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การนำผู้จัดการใหม่เข้ามาจะช่วยสร้างเอกภาพและจุดประกายใหม่ Aberdeen ที่เคยยิ่งใหญ่สมควรได้สิ่งที่ดีกว่านี้ คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์กับเราเพื่ออัปเดตต่อเนื่อง!

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เบิร์นลีย์ ‘รังเกียจ’ คำเหยียดเชื้อชาติเมจบรี

เบิร์นลีย์ ‘รังเกียจ’ คำเหยียดเชื้อชาติที่ส่งถึงกองกลางฮันนิบาล เมจบรี หลังจากเกมพรีเมียร์ลีกกับเชลซี นี่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แฟนบอลทั่วโลก โดยสโมสรออกแถลงการณ์ประณามอย่างหนักแน่น

เบิร์นลีย์ ‘รังเกียจ’ คำเหยียดเชื้อชาติเมจบรี หลังเกมเสมอเชลซี

หลังจากที่เบิร์นลีย์เสมอกับเชลซี 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมจบรี นักเตะชาวตูนิเซีย ได้รับข้อความเหยียดเชื้อชาติผ่านอินสตาแกรม สโมสร เบิร์นลีย์ จึงออกแถลงการณ์ทันทีว่า “เรารังเกียจและประณามอย่างสุดซึ้ง” โดยระบุว่าไม่มีที่ว่างสำหรับการเหยียดเชื้อชาติในสังคม

เมจบรีโพสต์ภาพข้อความเหยียดนั้นลงอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นว่า “ปี 2026 แล้วยังมีคนแบบนี้อยู่ จงให้การศึกษาแก่ตัวเองและลูกหลานด้วยเถิด” สโมสรได้รายงานเรื่องนี้ให้ตำรวจและเมต้า (เจ้าของอินสตาแกรม) แล้ว และคาดหวังการตอบสนองที่เด็ดขาดจากทุกฝ่าย

ประวัติการเหยียดเชื้อชาติต่อเมจบรี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เมจบรีถูกเหยียดเชื้อชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มิลูติน ออสมาจิช จากพรีสตัน นอร์ธ เอ็นด์ ถูกแบน 9 นัดและปรับ 21,000 ปอนด์ หลังถูกตัดสินว่ามีการเหยียดเชื้อชาติต่อเมจบรีในเกมแชมเปียนชิพกับเบิร์นลีย์ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นปัญหาความเกลียดชังที่ยังฝังรากในฟุตบอล

ในเกมกับเชลซี เมจบรีเป็นฝ่ายโดนฟาวล์จากเวสลีย์ ฟอฟาน่า จนได้ใบเหลืองใบแรก ก่อนที่กองหลังเชลซีจะโดนใบแดงในจังหวะที่สอง สโมสรยืนยันว่าจะสนับสนุนเมจบรีเต็มที่ พร้อมเรียกร้องให้แฟนบอลร่วมประณาม

ปัญหาเหยียดเชื้อชาติในพรีเมียร์ลีก

เบิร์นลีย์ ‘รังเกียจ’ คำเหยียดเชื้อชาติเมจบรี สะท้อนปัญหาใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ พรีเมียร์ลีกมีนโยบาย zero-tolerance ต่อการเหยียดทุกชนิด แต่เหตุการณ์ยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สโมสรต่างๆ อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล ก็เคยเผชิญปัญหาคล้ายกัน

  • การรายงานทันที: สโมสรต้องแจ้งตำรวจและแพลตฟอร์มโซเชียล
  • บทลงโทษหนัก: ต้องเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำผิด
  • การศึกษา: แคมเปญรณรงค์ต่อต้าน racism ในชุมชน

แฟนบอลเบิร์นลีย์เองก็ออกมาประณามการกระทำนี้ สร้างความสามัคคีในชุมชน สิ่งนี้ช่วยให้เมจบรีรู้สึกได้รับการสนับสนุน

บทบาทของสโมสรในการต่อต้าน racism

เบิร์นลีย์แสดงจุดยืนชัดเจนด้วยนโยบาย zero-tolerance พวกเขาจะทำงานร่วมกับพรีเมียร์ลีก ตำรวจ และเมต้า เพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิด นี่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับสโมสรอื่นๆ ที่ควรเลียนแบบ

ฟุตบอลคือเกมที่รวมคนทุกเชื้อชาติไว้ด้วยกัน การเหยียดเชื้อชาติทำลายจิตวิญญาณกีฬา เราต้องร่วมมือกันกำจัดมันให้สิ้นซาก BBC Sport ได้ติดต่อเมต้าเพื่อขอคำตอบแล้ว

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าฟุตบอลยังต้องพัฒนาไปอีกไกล สโมสร แฟนบอล และหน่วยงานต้องทำงานหนักขึ้น ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มี racism ฟุตบอลจะสวยงามยิ่งกว่านี้แค่ไหน

CTA: ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและปัญหาสังคมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา สนับสนุนนักเตะทุกคนให้เล่นฟุตบอลอย่างยุติธรรม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เด็กอิตาลีดับสลด หลังปลูกถ่ายหัวใจแผลน้ำแข็งกัด

เด็กอิตาลีดับสลด หลังได้รับการปลูกถ่าย หัวใจที่เป็นแผลน้ำแข็งกัด กลายเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจคนทั้งโลก เมื่อเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบเสียชีวิตหลังจากหัวใจที่ปลูกถ่ายให้เขาเสียหายรุนแรงจากกระบวนการขนส่งที่ผิดพลาด

เด็กอิตาลีดับสลด หลังได้รับการปลูกถ่าย หัวใจที่เป็นแผลน้ำแข็งกัด

เหตุการณ์悲剧นี้เกิดขึ้นกับ ด.ช.โดเมนิโก เด็กชายวัย 2 ขวบจากอิตาลี ที่เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากต่อสู้กับอาการทรุดหนักเกือบ 2 เดือน โรงพยาบาลโมนัลดีในเมืองเนเปิลส์ยืนยันว่า เด็กน้อยเผชิญภาวะทางคลินิกที่รุนแรงกะทันหันและไม่สามารถย้อนกลับได้

สาเหตุหลักจากความผิดพลาดในการขนส่งหัวใจ

หัวใจที่นำมาปลูกถ่ายปลายเดือนธันวาคม 2568 ถูกขนส่งจากเมืองโบลซาโน ห่างกว่า 800 กิโลเมตร มาถึงเนเปิลส์ โดยวางสัมผัสน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) โดยตรง ส่งผลให้เนื้อเยื่อหัวใจถูกน้ำแข็งกัดจนเสียหายอย่างหนัก ทนายความของครอบครัว ฟรานเชสโก เปตรุซซี เผยว่าภาชนะขนส่งไม่เหมาะสมและขาดเครื่องวัดอุณหภูมิแจ้งเตือน

การขนส่งอวัยวะเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมาก โดยปกติหัวใจต้องรักษาอุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส ไม่ควรสัมผัสน้ำแข็งแห้งที่เย็นจัดถึง -78 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำลายเซลล์เนื้อเยื่อได้ทันที เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบ

การตอบสนองจากทางการและสังคม

อัยการอิตาลีเริ่มสอบสวนทันที โดยบุคลากรทางการแพทย์ 6 รายตกเป็นผู้ต้องหา กระแสประชาชนโกรธแค้นทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี โพสต์แสดงความเสียใจบน X ว่า “ชาวอิตาลีทั้งประเทศโศกเศร้ากับการจากไปของโดเมนิโก นักสู้ตัวน้อยที่จะอยู่ในใจตลอดไป” และมั่นใจว่ารัฐจะตรวจสอบให้กระจ่าง

รัฐมนตรีสาธารณสุข ออราซิโอ สกิลลาชี ย้ำว่า ระบบสาธารณสุขอิตาลียอดเยี่ยม แต่เหตุการณ์นี้ต้องชี้แจงให้ชัด เพื่อไม่ให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่น

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
  • ปลายธ.ค. 2568: ปลูกถ่ายหัวใจที่เสียหาย
  • ม.ค.-ก.พ. 2569: ใช้เครื่องช่วยชีวิตนานเกือบ 2 เดือน มารดาวิงวอนพระสันตะปาปา
  • กลางก.พ.: ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่สามารถปลูกถ่ายใหม่ได้
  • 21 ก.พ. 2569: เด็กเสียชีวิต
  • ปัจจุบัน: สอบสวนดำเนินต่อ

บทเรียนจากโศกนาฏกรรม

กรณีเด็กอิตาลีดับสลดนี้เน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานการขนส่งอวัยวะทั่วโลก ในไทยเอง เราก็มีระบบปลูกถ่ายอวัยวะที่พัฒนาขึ้น แต่ต้องระวังปัญหาคล้ายกัน เช่น การควบคุมอุณหภูมิและการฝึกอบรมบุคลากร ครอบครัวโดเมนิโกเรียกร้องบันทึกทางการแพทย์ทั้งหมด เพื่อความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการใช้เครื่องช่วยชีวิตนานเกินไปอาจกระทบปอด ตับ ไต ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าชีวิตมนุษย์เปราะบางเพียงใด โดยเฉพาะเด็กน้อยที่รอคอยโอกาส第二生 ความสูญเสียครั้งนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ระบบที่ดีขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อสร้างความตระหนักในการบริจาคอวัยวะที่ปลอดภัย

ที่มา – เด็กอิตาลีดับสลด หลังได้รับการปลูกถ่าย หัวใจที่เป็นแผลน้ำแข็งกัด

เคนยิงสองลูก! บาเยิร์นนำบุนเดสลีกา 9 แต้ม

เคน ยิงสองลูก บาเยิร์นนำบุนเดสลีกา

ในค่ำคืนที่แฟนบอลบาเยิร์น มิวนิค รอคอย แฮร์รี่ เคน สร้างผลงานสุดยอดด้วยการ เคน ยิงสองลูก บาเยิร์นนำบุนเดสลีกา อย่างห่างเหิน หลังจากทีมเสือใต้เอาชนะไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต 3-2 ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า การยิงประตูสองลูกของเคนไม่เพียงช่วยให้ทีมคว้าสามคะแนน แต่ยังขยายช่องว่างนำเป็น 9 แต้มเหนือทีมตามหลัง

ผลงานโดดเด่นของแฮร์รี่ เคน ในแมตช์นี้

เคนที่ย้ายมาร่วมทีมบาเยิร์นในฤดูกาลนี้ แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในการล่าตาข่ายอีกครั้ง ลูกแรกของเขามาในช่วงต้นเกมจากการเลี้ยงบอลทะลุแนวรับฝั่งตรงข้าม ก่อนจะซัดเน้นๆ เข้าประตู ส่วนลูกที่สองเป็นการโหม่งลูกเตะมุมที่สมบูรณ์แบบ ทำให้สกอร์นำ 2-0 ไปแล้ว แม้แฟรงก์เฟิร์ตจะไล่ตามจนเสมอได้ แต่บาเยิร์นก็พลิกกลับมาชนะได้ในที่สุด

ฤดูกาลนี้ เคนยิงไปแล้วกว่า 20 ประตูในบุนเดสลีกา ทำให้เขาเป็นดาวยิงอันดับหนึ่งของลีก และช่วยให้บาเยิร์นครองจ่าฝูงอย่างมั่นคง นักเตะชาวอังกฤษรายนี้ปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างลงตัว ภายใต้การคุมทีมของโค้ชที่ไว้ใจในตัวเขา

ภาพรวมแมตช์บาเยิร์น vs ไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต

  • สกอร์สุดท้าย: บาเยิร์น 3-2 แฟรงก์เฟิร์ต
  • ประตู: เคน (2 ลูก), ผู้เล่นอื่น 1 ลูก สำหรับบาเยิร์น / แฟรงก์เฟิร์ต 2 ลูก
  • สถิติการครองบอล: บาเยิร์น 65%
  • การยิงเข้ากรอบ: บาเยิร์นเหนือกว่า

แมตช์นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แฟรงก์เฟิร์ตที่กำลังลุ้นท็อปโฟร์ พยายามสู้สุดตัว โดยมีจังหวะโต้กลับอันตรายหลายครั้ง แต่แนวรับบาเยิร์นที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะนอยเออร์ในกรอบเขตโทษ ช่วยเซฟทีมไว้ได้หลายหน การ เคน ยิงสองลูก บาเยิร์นนำบุนเดสลีกา จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม

ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์บุนเดสลีกา

ชัยชนะนัดนี้ทำให้บาเยิร์นหนีห่างไลป์ซิกและ Dortmund ไปไกล 9 แต้มแล้ว เหลือการแข่งขันอีกไม่กี่นัด ทีมเสือใต้น่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 33 ได้อย่างสบายมือ แฟนบอลเริ่มฉลองล่วงหน้าแล้ว แต่โค้ชยังเตือนให้ทีมรักษาความมุ่งมั่น

สำหรับเคน นี่คือฤดูกาลที่เขาจะถูกจดจำ หลังจากพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกกับท็อตแน่มมาหลายปี การย้ายมาบุนเดสลีกาช่วยให้เขาได้สัมผัสความสำเร็จ เคนให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “ผมดีใจที่ช่วยทีมได้ และหวังว่าจะยิงต่อไปเพื่อแชมป์”

นอกจากนี้ บาเยิร์นยังมีโปรแกรมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รออยู่ ซึ่งเคนก็พร้อมลุยเต็มที่ การ เคน ยิงสองลูก บาเยิร์นนำบุนเดสลีกา สร้างความมั่นใจให้ทีมมหาศาล

วิเคราะห์ฟอร์มผู้เล่นสำคัญ

  • แฮร์รี่ เคน: ผู้เล่นยอดเยี่ยมของแมตช์ ยิง 2 แอสซิสต์ 1
  • มุลเลอร์: สร้างสรรค์เกมได้ดี
  • แนวรับบาเยิร์น: แข็งแกร่งแม้เสีย 2 ลูก

ด้านแฟรงก์เฟิร์ต แม้แพ้แต่แสดงศักยภาพได้ดี โดยเฉพาะกองหน้าที่ทำ 2 ประตู แต่กองกลางขาดความสมดุล ทำให้แพ้ในท้ายเกม

สรุปแล้ว นัดนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าบาเยิร์นยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในบุนเดสลีกา การนำ 9 แต้มทำให้โอกาสเสียแชมป์แทบเป็นศูนย์ แฟนบอลควรจับตาดูฟอร์มของเคนต่อไป เพราะเขาอาจกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลีก

คุณคิดอย่างไรกับผลงานของเคน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลบุนเดสลีกา更新ล่าสุดกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ