วัน: 25 กุมภาพันธ์ 2026

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เป็นข่าวใหญ่ที่คนการเมืองและประชาชนกำลังจับตา หลังจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่ที่มี สส. ถึง 192 คน และกำลังเตรียมตัวเป็นแกนนำรัฐบาล การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่รวมตัวกันธรรมดา แต่เป็นการวางแผนกลยุทธ์สำคัญที่จะกำหนดอนาคตรัฐบาลไทยชุดใหม่

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้จะจัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 8-9 มีนาคม 2567 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานนำ นอกจากนี้ยังมีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมด้วย สส. ทั้ง 192 คนจะมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทำให้เป็นการประชุม สส. ครั้งแรกหลังเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ

สาระสำคัญของ 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์

นอกจากกำหนดทิศทางการทำงานของ สส. ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรคจะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ โดยรวบรวมจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและลำดับความเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน สส. แต่ละคนจะได้สะท้อนปัญหาในเขตเลือกตั้งของตน เพื่อนำไปรวบรวมเป็นนโยบายหลักที่จะแถลงต่อรัฐสภา

  • กำหนดนโยบายเร่งด่วน: ฟังเสียงประชาชนจาก สส. 192 เขต
  • เจรจาพรรคร่วม: เคาะเลือกพรรคพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง
  • วางยุทธศาสตร์: เตรียมแถลงนโยบายต่อสภาให้ชัดเจน
  • เสริมทีม领导: แคนดิเดตนายกฯ และรองนายกฯ จะนำเสนอวิสัยทัศน์

ไฮไลต์สำคัญคือการมีมติชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล คณะกรรมการบริหารพรรคจะรับฟังความเห็นจาก สส. ก่อนตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วม เช่น พรรคที่เห็นพ้องในนโยบายหลัก เพื่อให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้ทันที โดยไม่ล่าช้าหรือขัดแย้งภายใน

บุรีรัมย์ถูกเลือกเป็นสถานที่เพราะเป็นฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะตระกูลชิดชอบที่ครองพื้นที่มานาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสถานที่ทันสมัย เหมาะสำหรับการประชุมขนาดใหญ่ สามารถรองรับ สส. และทีมงานได้สบายๆ พร้อมบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การประชุม 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นเอกภาพของพรรค หากมีมติตรงกัน จะเร่งให้การเจรจาพรรคร่วมสำเร็จเร็วขึ้น ช่วยให้ไทยมีรัฐบาลใหม่ภายในเวลาที่กำหนด หลีกเลี่ยงวิกฤตว่างเปล่ารัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยมีจุดเด่นเรื่องนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชน เช่น การผลักดันยาเสพติดให้พ้นภัย การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่ง สส. 192 คนจะช่วยขยายนโยบายเหล่านี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด ค่าครองชีพ และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ประชาชนทั่วไปต่างคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำพาประเทศก้าวหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่พรรคภูมิใจไทยมีฐานเสียงแข็งแกร่ง การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นการรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการตัดสินใจในวันที่ 8-9 มีนาคมนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้ารัฐบาลไทย คุณคิดว่าพรรคไหนจะได้ร่วมรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ที่มา – 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

จับแก๊งลัก จยย. เยาวชน 16 ปี ยึด 15 คันส่งชายแดน

ข่าวร้ายสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์หลายคน เมื่อมีแก๊งโจรกรรมรถจยย.โผล่มาอาละวาดในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี แต่โชคดีที่ตำรวจสภ.สามโคกลงมือเด็ดขาด จนนำไปสู่การ จับแก๊งลัก จยย. ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 16 ปี ของกลาง 15 คัน เตรียมส่งชายแดน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีผู้ต้องหา 3 คน รถกระบะตู้ทึบ 1 คัน และรถจยย.อีก 15 คันที่กำลังรอส่งไปขายยังประเทศลาว

จับแก๊งลัก จยย. ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 16 ปี ของกลาง 15 คัน เตรียมส่งชายแดน

พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี นำทีมแถลงข่าวสุดอลังการ หลังจากชุดสืบสวนสภ.สามโคกไล่ล่าแก๊งนี้มาอย่างดุเดือด เริ่มจากเหตุลักรถจยย.ฮอนด้า PCX160 สีเทาดำ หน้าหอพักในซอยหมู่บ้าน ม.2 ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก เมื่อ 13 ก.พ. 2567 เวลาตี 0 ตรวจกล้องวงจรปิดพบว่ารถกระบะตู้ทึบอีซูซุ ดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน 3ฒฉ-8872 กทม. คือรถลำเลียง

วันที่ 19 ก.พ. ตำรวจบุกจับนายทินกร ธรรมอุโมงค์ อายุ 26 ปี ชาวเชียงราย ได้ที่ลานจอดรถ ม.5 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมยึดรถกระบะคันนั้นและรถจยย.อีก 2 คันที่แจ้งหายจากสภ.คลองหลวงและสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ นายทินกรสารภาพว่ารับรถมาจากคู่หูเยาวชนเพื่อส่งให้นายทุนที่นครพนม ไปขายลาว

ขยายผลจับเยาวชนผู้ก่อเหตุหลัก

จากคำให้การของนายทินกร ชุดสืบสวนขยายผล หานายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ชาวปทุมธานี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาวพิจิตร ซึ่งเป็นมือลักจริงๆ จับได้วันที่ 23 ก.พ. ริมถนนเลียบทางรถไฟ ม.2 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี พร้อมรถจยย.ฮอนด้าเวฟ 110 สีแดงที่ใช้ก่อเหตุ ข้อหาร่วมลักทรัพย์กลางคืน ใช้ยานพาหนะพาทรัพย์หนี

ทั้งนี้ สามารถยึดรถจยย.ของกลางได้รวม 15 คัน ที่ซ่อนไว้ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี รถเหล่านี้ถูกขโมยจากปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหายังสารภาพส่งไปแล้วอีก 25 คัน ตำรวจกำลังลุยจับนายทุนต่อ

พฤติการณ์การก่อเหตุของแก๊งนี้

แก๊งนี้ใช้วิธีตระเวนลักรถจยย.ยามค่ำคืน โดยเยาวชน 2 คนลงมือลัก ส่วนนายทินกรรับช่วงต่อบรรทุกรถใส่กระบะตู้ทึบ รถรุ่นฮิตอย่าง PCX เวฟ เป็นเป้าหมายหลักเพราะขายง่ายในตลาดมืดชายแดน สถานที่เกิดเหตุกระจายหลายจังหวัด แสดงถึงเครือข่ายใหญ่

  • เริ่มก่อเหตุมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567
  • ลักรถเกือบ 40 คัน (ยึด 15 ส่งแล้ว 25)
  • ใช้รถกระบะตู้ทึบหลบตา
  • ส่งขายลาวผ่านนครพนม
  • ผู้กระทำหลักเป็นเยาวชนวัย 16-17 ปี

ทำไมเยาวชนถึงเข้ากลุ่มโจร?

หลายคนสงสัยว่าทำไมเด็กวัย 16 ถึงกล้าทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จากข้อมูลตำรวจ คาดว่าได้รับการชักชวนจากนายทุนเงินดี รถจยย.มือสองขายได้คันละหมื่นกว่าบาท สร้างรายได้มหาศาล แต่สุดท้ายโดนจับเพราะกล้องวงจรปิดและการสืบสวนแน่นหนา

วิธีป้องกันรถจยย.ไม่ให้ถูกแก๊งลักแบบนี้

พล.ต.ต.พีรพล เตือนเจ้าของรถจยย.ให้ระวัง อย่าปล่อยรถจอดล่อใจโจร ใช้มาตรการเหล่านี้ช่วยได้

  • ล็อกโซ่ล้อหรือดิสเบรก ทำให้โจรลำบากในการลากรถหนี
  • จอดในที่ปลอดภัย มีกล้อง CCTV หรือผู้ดูแล
  • ติด GPS Tracker ติดตามรถได้ real-time
  • แกะป้ายทะเบียนชั่วคราว ถ้าจอดนาน
  • ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองกรณีถูกขโมย

สถิติโจรกรรมรถจยย.ในไทยปีละหลายหมื่นคัน โดยเฉพาะรุ่นสกู๊ตตี้และออโต้บิ๊กไบค์ การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าตำรวจไม่ยอมให้อาชญากรรมลอยนวล

ในมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์ จับแก๊งลัก จยย. ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 16 ปี ของกลาง 15 คัน เตรียมส่งชายแดน ชี้ให้เห็นปัญหาสังคมเยาวชนเสี่ยงหลงผิด ควรมีมาตรการป้องกันตั้งแต่ครอบครัวและชุมชนควบคู่การบังคับใช้กฎหมาย ถ้าคุณมีรถจยย.รีบเช็คระบบป้องกันวันนี้เลย! แชร์ประสบการณ์ป้องกันรถของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันลดอาชญากรรม

ที่มา – จับแก๊งลัก จยย. ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 16 ปี ของกลาง 15 คัน เตรียมส่งชายแดน

บทบาทตัวแทนชรูส์บิวรี ‘สนุกมาก’ สำหรับฮาร์ท

บทบาทตัวแทนชรูส์บิวรี ‘สนุกมาก’ สำหรับฮาร์ท

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ โจ ฮาร์ท ได้กลับมาที่สโมสรบ้านเกิด ชรูส์บิวรี ทาวน์ ในฐานะผู้ช่วยโค้ชผู้รักษาประตูชั่วคราว สำหรับชัยชนะเหนือซัลฟอร์ด ซิตี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาเผยว่าได้นำประสบการณ์ทั้งหมดจากอาชีพที่เต็มไปด้วยถ้วยแชมป์มาช่วยทีมลีกทูที่กำลังฟอร์มร้อนแรงทีมนี้

นี่เป็นงานเพียงคืนเดียวสำหรับนักวิจารณ์ของรายการแมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ผู้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย และเอฟเอคัพ 1 สมัยกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ 3 สมัย และถ้วยรางวัลอื่นๆ อีก 4 รายการกับเซลติก อาชีพของเขาที่เริ่มต้นที่ชรูส์บิวรีในปี 2003

ฮาร์ท วัย 38 ปี เข้ามาเติมเต็มตำแหน่งโค้ชที่ว่าง หลังจากเสนอตัวช่วยผู้จัดการทีมกาวิน คาวาน เพื่อนร่วมทีมเก่าที่ชรูส์บิวรี โทรมาถามว่า “รู้จักใครไหมที่จะมาช่วย”

บทบาทตัวแทนชรูส์บิวรี ‘สนุกมาก’ สำหรับฮาร์ท

“มันสนุกมากเลย” ฮาร์ทให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio Shropshire “ผมรู้สถานการณ์โค้ชผู้รักษาประตูตอนนี้ และผมสนิทกับกาวินมาก ผมอยากเข้ามาช่วย

“ผมอยากใช้ทุกอย่างที่สะสมมาจากหลายปี แต่ในขณะเดียวกัน ผมเคารพสิ่งที่ทีมกำลังสร้างที่นี่ และพรุ่งนี้ผมจะไม่อยู่ต่อ ถ้าช่วยได้บ้างก็ดีแล้ว”

ประสบการณ์จากอาชีพนักเตะชื่อดัง

ฮาร์ทเกิดที่ชรูส์บิวรี ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และลงเล่น 58 นัด ก่อนถูกขายไปแมนฯ ซิตี้ตอนอายุ 19 ปีในปี 2006 ดีลที่ราคาขึ้นถึง 1.5 ล้านปอนด์ สิ่งที่ทำให้เขากลับมาใส่ชุดชรูส์บิวรีอีกครั้งคือโอกาสช่วยแมทธิว ค็อกซ์ ดาวรุ่งวัย 22 ปีที่ยืมมาจากเบรนท์ฟอร์ด และวิลล์ บรู๊ค ผู้รักษาประตูสำรอง

เมื่อถูกถามว่ารู้สึกแปลกไหมที่ได้สวมเครื่องหมายสโมสรอีกครั้ง ฮาร์ทตอบว่า “มันแปลก แต่ชีวิตผมทั้งหมดมันแปลกอยู่แล้ว

“พอโอกาสมาถึงและพวกเขาถาม ผมก็เสนอตัวเพื่อช่วยค็อกซี่และวิลล์ในคืนนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้มาทำและเราชนะในคืนนี้”

ชัยชนะที่ซัลฟอร์ด ทำให้ชรูส์บิวรีชนะในลีก 5 นัดติด และเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกฟื้นที่น่าทึ่งภายใต้คาวาน ที่แพ้เพียงนัดเดียวใน 7 นัดตั้งแต่รับงานปลายเดือนมกราคม

คาวานบอกว่าเป็น “เกียรติยศที่แท้จริง” ที่มีฮาร์ทอยู่เคียงข้างในการชนะนัดล่าสุดที่พาทีมขึ้นมาอยู่อันดับ 17 ห่างโซนตกชั้น 12 แต้ม

“เขาเป็นคนดีมาก และแสดงความถ่อมตัวที่อยากมาช่วยเรา” คาวานกล่าว “ผมและเดวิด เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ช่วยผู้จัดการ โทรหาเขาเพื่อขอความช่วยเหลือและถามว่ารู้จักใครไหม

“เขาสมัครใจมาช่วยและเป็นลมใหม่ให้ทีม ลูกทีมชอบเขามาก เขาอยากกลับมาที่สโมสรบ้านเกิดเพื่อช่วยอะไรได้บ้าง แต่ไม่อยากให้คนคิดมาก แค่เพื่อนช่วยเพื่อนจริงๆ”

บทบาทตัวแทนชรูส์บิวรี ‘สนุกมาก’ สำหรับฮาร์ท แสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับสโมสรบ้านเกิด แม้เขาจะมีอาชีพระดับท็อป แต่ยังคงพร้อมช่วยเหลือเสมอ นี่คือตัวอย่างของความรักในฟุตบอลที่แท้จริง

คุณคิดว่าฮาร์ทจะกลับมาช่วยชรูส์บิวรีอีกไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลลีกทูเพิ่มเติมกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ เป็นข่าวใหญ่ที่สายตาชาวโลกกำลังจับจ้อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากแหล่งข่าวภายในพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า อดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลคนนี้กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญที่สุดในสภาใหม่ของเมียนมา การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ชัดเจนของกองทัพเมียนมาในการรักษาอำนาจ แม้จะมีการเลือกตั้งและเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือนก็ตาม

จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

หลังรัฐประหารปี 2021 รัฐบาลทหารเมียนมามีกำหนดถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นทางการเมื่อสภาชุดใหม่เปิดประชุมเดือนหน้า แต่บรรยากาศยังคงตึงเครียด นายขิ่น ยี หรือ Khin Yi ประธานพรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคที่กองทัพหนุนหลังตั้งแต่ปี 2010 คือตัวเต็งอันดับหนึ่ง แหล่งข่าวจากพรรคถึง 3 รายยืนยันกับรอยเตอร์ว่า เขาจะได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งนี้มีพลังอำนาจมหาศาล เพราะต้องควบคุมการเลือกประธานาธิบดี ผ่านกฎหมาย อนุมัติงบประมาณ และเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลสำคัญ

บทบาทสำคัญของขิ่น ยี ในเวทีการเมืองเมียนมา

ขิ่น ยี ไม่ใช่หน้าใหม่ เขาเคยเป็นพลจัตวาและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความใกล้ชิดกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารอย่างมาก แหล่งข่าวระบุว่าอดีตนายพลหลายคนในพรรค USDP มีโอกาสได้รองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ 2 แต่สำหรับขิ่น ยี ตำแหน่งประธานสภาฯ คือที่ที่เหมาะสมที่สุดจากประสบการณ์และบทบาทของเขา

ระบบรัฐธรรมนูญเมียนมาให้กองทัพครองที่นั่งสภา 25% อัตโนมัติ และควบคุมกระทรวงหลักอย่างกลาโหม กิจการชายแดน และมหาดไทย ผลเลือกตั้งล่าสุด พรรค USDP กวาดที่นั่งถึง 81% ทั้งสภาสูงสภาล่าง แม้การเลือกตั้งเกิดท่ามกลางสงครามกลางเมืองและผู้มาใช้สิทธิ์น้อย แต่ก็เพียงพอให้รัฐสภาตกอยู่ใต้การควบคุมของกองทัพ

  • พรรค USDP กวาดที่นั่ง 81% ในสภาทั้งสอง
  • กองทัพควบคุมกระทรวงสำคัญ 3 แห่ง
  • สภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพใหม่ 5 ชุด เพื่อกำกับทั้งพลเรือนและทหาร

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งสภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพ คณะกรรมการ 5 รายชุดใหม่ เพื่อดูแลการบริหารทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร นักวิเคราะห์เชื่อว่านี่คือกลไกที่ช่วยให้มิน อ่อง หล่าย ขึ้นเป็นประธานาธิบดีโดยไม่ต้องปล่อยอำนาจกองทัพ

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญต่อการเมืองเมียนมา

ถิ่น จอ เอ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ วิเคราะห์ว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ มีอิทธิพลมากกว่ารองประธานาธิบดีที่เป็นเชิงพิธีการ “นี่คือตำแหน่งที่จะใช้อำนาจได้มากที่สุด หากไม่ได้เป็นประธานาธิบดี” ขณะที่ ส.ส.ใหม่จาก USDP บอกว่าข้อมูลการแต่งตั้งเป็นความลับสุดยอด แต่ในการประชุมพรรคล่าสุด ขิ่น ยี ถูกทาบทามให้เป็นรองประธานาธิบดี แต่เขาปฏิเสธเพราะอยากมีบทบาทในสภามากกว่า

สถานการณ์การเมืองเมียนมาในปัจจุบันยังคงซับซ้อน สงครามกลางเมืองรุนแรง ผู้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการเลือกตั้ง การที่พรรค USDP ชนะถล่มทลายจึงถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส แต่สำหรับกองทัพ มันคือชัยชนะที่ยืนยันอำนาจเบ็ดเสร็จ การจับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่นักการเมืองและนักลงทุนต้องไม่พลาด

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากองทัพเมียนมาไม่ยอมเสียอำนาจง่ายๆ แม้จะมีการเลือกตั้ง ผู้ติดตามข่าวสารควรจับตาดูพัฒนาการต่อไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม สีคิ้ว-พระราม 2

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” ซึ่งเป็นอุบัติเหตุใหญ่ในโครงการก่อสร้างสำคัญของประเทศ การสอบสวนครั้งนี้กำลังเร่งหาความจริง เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2”

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนถล่มในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด รวมถึงโครงการพระราม 2 ในการประชุมครั้งที่ 6 นี้ มีการรายงานความคืบหน้าไปแล้วถึง 75% โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านวิศวกรรมได้นำวัสดุ อุปกรณ์จากจุดเกิดเหตุมาทดสอบทางเทคนิค และสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

แม้บางข้อมูลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์ ตรวจสอบ และประเมินตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ผลมีความน่าเชื่อถือสูงสุด

การประชุมสอบเครนถล่ม

กรอบเวลาการสอบสวนและผู้รับผิดชอบ

กำหนดกรอบเวลา 45 วัน สรุปผลภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2567 เพื่อชี้แจงสาธารณชนอย่างโปร่งใส ในครั้งถัดไปจะรวบรวมสรุปขั้นสุดท้าย เสนอปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีคมนาคม ก่อนแถลงอย่างเป็นทางการ

โครงสร้างผู้เกี่ยวข้องแบ่ง 3 ฝ่ายหลัก:

  • เจ้าของงาน: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำหรับสีคิ้ว, กรมทางหลวงสำหรับพระราม 2
  • ผู้รับจ้าง: บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ทั้งสองโครงการ
  • ที่ปรึกษา/ควบคุมงาน: CSC สำหรับสีคิ้ว, กรมทางหลวงควบคุมเองสำหรับพระราม 2
โครงสร้างโครงการ

นายจิระพงศ์ ย้ำว่า การตรวจสอบต้องโปร่งใส หาต้นเหตุจริง ไม่ยอมรับคำอธิบายคลุมเครืออย่าง “เหตุสุดวิสัย” หากไม่มีหลักฐาน จะตรวจสอบความบกพร่องจากเจ้าของงาน ผู้รับเหมา หรือที่ปรึกษา รวมถึงเป็นความผิดพลาดเฉพาะบุคคลหรือระบบ

นโยบายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ชัดเจน ต้องได้ข้อเท็จจริง ไม่ตั้งธงล่วงหน้า แต่ตอบคำถามสังคมได้ครบถ้วน

บทเรียนและความสำคัญของการสอบสวน

เหตุการณ์เครนถล่มเหล่านี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ ของไทย ที่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเป็นโครงการอนาคตของชาติ ต้องเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ การมีผู้รับผิดชอบชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาเพิ่มการตรวจสอบอุปกรณ์หนักอย่างเครนให้เข้มงวดขึ้น ฝึกอบรมบุคลากร และใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

สรุปแล้ว คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุด หากสรุปได้ทันเวลา จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานโปร่งใส คุณคิดว่าผู้รับผิดชอบหลักคือใคร? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์กันครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” ขีดเส้นมีนาคมนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงมาฝากกันเลย จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนแล้วนะครับ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลเจรจากันจนได้ข้อยุติคร่าวๆ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีการเปิดเผยโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีแบบเบื้องต้น ทำให้แฟนข่าวการเมืองอย่างเราตื่นเต้นกันไม่น้อย มาดูกันว่าพรรคไหนได้อะไรบ้าง และจะส่งผลต่อนโยบายบ้านเมืองยังไง

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยดูจะเป็นตัวเต็งใหญ่เลยครับ ได้โควตารัฐมนตรีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง และควบคุมบังเหียนถึง 14 กระทรวงหลักๆ ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและ民生 ส่วนพรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ได้แบ่งเค้กไป 8 เก้าอี้ ที่เหลือแจกจ่ายให้พรรคพลังประชารัฐและพรรคเล็กๆ อีก ส่วนกระทรวงกลาโหมยังรอลุ้นบุคคลภายนอกเข้ามาคุม เหมือนจะเป็นด่านสุดท้ายที่ยังไม่เคลียร์

โควตานายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ 5 ตำแหน่ง

เริ่มจากโควตาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีก่อน มี 5 ที่นั่งเด่นๆ ได้แก่:

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
  • กระทรวงกลาโหม ยังรอพิจารณาคนเหมาะสม

กระทรวงการคลัง การต่างประเทศ พาณิชย์ ล้วนเป็นกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ถ้าภูมิใจไทยได้คุม นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คงมาแบบจัดเต็มแน่นอน

รายชื่อกระทรวงหลักที่ภูมิใจไทยคุม 14 แห่ง

พรรคภูมิใจไทยได้กระทรวงเด็ดๆ เพียบเลยครับ เช่น:

  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงคมนาคม
  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงวัฒนธรรม
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • สำนักนายกรัฐมนตรี

นี่คือพอร์ตสำคัญทั้งหมด ถ้าดูจากรายชื่อผู้สมัครรับตำแหน่ง ก็มีตัวเด่นๆ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นนายกรัฐมนตรีและคุมกระทรวงมหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กระทรวงคมนาคม, นายไชยชนก ชิดชอบ ดิจิทัล, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สาธารณสุข, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อุตสาหกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น ทรัพยากรธรรมชาติฯ, นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกอีกหลายคนอย่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์

นอกจากนี้ยังมี นายวราวุธ ศิลปอาชา จากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ย้ายมาร่วม รอรับตำแหน่งเพิ่มเติมหลังเจรจาเสร็จ

พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้ และพรรคอื่นๆ

ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 8 ตำแหน่ง คาดคุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศึกษาธิการ, แรงงาน ชื่อเด่นอย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่วนพลังประชารัฐและพรรคเล็กได้อีก 3 เก้าอี้ น่าจะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การแบ่งแบบนี้แสดงให้เห็นอิทธิพลของภูมิใจไทยที่แข็งแกร่งมาก ถ้าดูจากกระทรวงที่ได้ ทั้งมหาดไทย คมนาคม สาธารณสุข พลังงาน ล้วนกระทบชีวิตประชาชนโดยตรง คาดว่านโยบายอย่างรถไฟฟ้า ท่องเที่ยวหมอพร้อม จะเร่งเดินหน้าเร็วขึ้น นอกจากนี้ การคลังและพาณิชย์ในมือเดียวกัน จะช่วยประสานเศรษฐกิจได้ดี ส่วนเพื่อไทยได้กระทรวงศึกษาเกษตร ที่ตรงกับฐานเสียงชาวนา นักศึกษา

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการเคาะตัวจริงจากนายกฯ และพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่เค้าลาง จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ แบบนี้ ทำให้เห็นอนาคตชัดขึ้นเยอะ

คุณคิดยังไงกับการแบ่งโควตาครั้งนี้? พรรคภูมิใจไทยจะบริหารได้ดีแค่ไหน หรือมีดราม่าอะไรรออยู่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ ทุกวัน!

ที่มา – จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

ดร.เรือบิน เผยบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่น Big Data

การเลือกตั้งในประเทศไทยกำลังเผชิญประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา นั่นคือเรื่อง บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ซึ่ง “ดร.เรือบิน” หรือนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ออกมาเผยว่าสามารถพิสูจน์ได้แล้ว ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปเชื่อมโยงกับบุคคลที่มาใช้สิทธิได้ สร้างความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้เป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต

“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร

ในที่ประชุมของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ดร.เรือบินได้อธิบายวิธีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้กล้องบันทึกภาพผู้มาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งใหม่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวัน จากนั้นนำภาพมาจำลองด้วย AI เพื่อคาดเดาการเลือกตั้งของแต่ละคน โดยเปรียบเทียบกับลำดับบัตรสีเขียวและสีชมพูในช่วงนับคะแนน สามารถจับคู่ได้ว่าบัตรใบไหนเป็นของผู้ใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่

กระบวนการนี้เผยให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ เพราะผู้ที่ตั้งใจทุจริตสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงสำเร็จหรือไม่ แม้จะไม่แม่นยำ 100% แต่ก็เพียงพอต่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะหากหน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมเป็น Big Data เพื่อวางแผนทางการเมืองระยะยาว

สมชัย ศรีสุทธิยากร เสนอเลือกตั้งจำลองถอดรหัสบาร์โค้ด

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าบัตรสีเขียวมี QR Code ที่เชื่อมกับเล่มบัตร ซึ่งแต่ละเล่มมี 20 ใบ ใช้โค้ดเดียวกัน จึงอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่างที่สแกนได้ด้วยมือถือ แสดงรหัส 9 หลักของแต่ละใบ ทำให้ย้อนกลับไปยังบุคคลได้ง่ายๆ เพียงแค่สังเกตหน่วยเลือกตั้ง

เพื่อพิสูจน์ชัดเจน สมชัยประกาศจัดเลือกตั้งจำลองในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. โดยเชิญสื่อมวลชน 10 คนมาใช้สิทธิในคูหา ถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นให้ทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีมและทีมประชาชน 5 ทีม (นักศึกษา มัธยม ประถม ประชาชนทั่วไป) ถอดรหัสบาร์โค้ดภายใน 30 นาที โดยใช้อุปกรณ์ตัวเอง เพื่อแสดงว่าบัตรเลือกตั้งแบบนี้ไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเชิญอัครราชทูต各国และนักวิชาการมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงส่งเรื่องไปยังวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง เพื่อยืนยันว่าการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไม่มีความลับในการออกเสียง

ความเสี่ยงของบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรต่อประชาธิปไตย

บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ไม่เพียงเปิดช่องให้ทุจริต แต่ยังเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต. อ้างว่าใช้ป้องกันบัตรปลอม แต่ดร.เรือบินมองว่าถ้านับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ จะเห็นความคลาดเคลื่อนชัดเจน การเลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่มีโค้ดนี้แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ไข

  • ช่องโหว่หลัก: บาร์โค้ดเชื่อมลำดับผู้มาโหวต
  • เครื่องมือถอดรหัส: AI + กล้องบันทึก + สแกนมือถือ
  • ผลกระทบ: Big Data สำหรับวางแผนซื้อเสียงและจัดการการเมือง
  • แนวทางแก้: เลือกตั้งจำลอง + ปฏิรูป กกต. + แก้รัฐธรรมนูญ

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรอิสระ เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและยุติธรรมแท้จริง หากปล่อยไว้ ประชาธิปไตยไทยอาจถูกบ่อนทำลายจากเทคโนโลยีที่ควรช่วยเหลือ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรนี้? มันจะเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสกันเถอะ!

ที่มา – “ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นถูกใช้ข้อมูล Big Data วางแผนการเมือง

กกต. แจ้งความเอาผิดกลุ่มภาคประชาชน ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ คือ กกต. แจ้งความเอาผิดกลุ่มภาคประชาชน ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาและถกเถียงกันอย่างมากในสังคมออนไลน์ เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาว กรุงเทพฯ และ กกต. ไม่ยอมปล่อยผ่านแน่นอน มาดูรายละเอียดกันแบบชิลๆ กันเลยครับ

กกต. แจ้งความเอาผิดกลุ่มภาคประชาชน ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร แต่เชื่อว่าเป็น 67 นะครับ) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. ได้เดินทางไปแจ้งความที่กองปราบปราม บช.ก. เพื่อเอาผิดกลุ่มบุคคล 4-5 ราย ที่ก่อความวุ่นวายในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว ระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ พวกเขาถูกกล่าวหาว่าเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่าย QR Code และพยายามถอดรหัส เพื่อหวังพิสูจน์ผลเลือกตั้งและสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับ กกต.

กกต. แจ้งความเอาผิดกลุ่มถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

นายครรชิต ยืนยันว่า การกระทำนี้เป็นขบวนการชัดเจน เกินขอบเขตกฎหมาย และมีเจตนาดิสเครดิตการทำงานของเจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส 100% หลักฐานที่นำไปแจ้งความก็แน่น ทั้งภาพจากเจ้าหน้าที่และโพสต์ในโซเชียลมีเดีย จะขยายผลดำเนินคดีเพิ่มอีกด้วย

เกิดอะไรขึ้นในวันเลือกตั้ง 22 ก.พ.

ในวันดังกล่าว กลุ่มภาคประชาชนบุกเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง สร้างความปั่นป่วนด้วยการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งจำนวนมาก พยายามสแกน QR Code เพื่อถอดรหัสผลคะแนน ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎเลือกตั้งชัดเจน เจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้หมดแล้ว และตอนนี้เข้าสู่กระบวนการกฎหมายเต็มตัว

ข้อหาที่ กกต. ดำเนินการ

  • ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
  • กระทำผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา เช่น บุกรุก ล่วงละเมิด
  • หากโพสต์ออนไลน์สร้างความเสียหาย จะเอาผิดเพิ่มทั้งนั้น

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงชัดว่าการตรวจสอบประชาชนทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ถ้าออกนอกกรอบแบบนี้ กกต. ต้องดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งเด็ดขาด

รองเลขาธิการ กกต. แจ้งความ
เหตุการณ์ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้ เพราะ กกต. จะตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ ด้วย ถ้าพบพฤติกรรมคล้ายกัน จะดำเนินการทั้งประเทศ บทลงโทษอาจถึงขั้นจำคุกหรือตัดสิทธิ์เลือกตั้ง ต้องรอศาลตัดสิน แต่ชัดเจนว่ากฎหมายเข้มงวดเรื่องนี้

ในมุมมองของผมนะครับ การเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้เต็มที่ แต่ต้องเคารพกฎเกณฑ์ ถ้าทุกคนทำเกินเลยแบบนี้ ระบบจะพังหมด แนะนำให้ใช้ช่องทางถูกต้องอย่างการร้องเรียน กกต. ดีกว่าครับ สุดท้ายนี้ ถ้าคุณคิดเห็นยังไง มาคอมเมนต์讨论กันด้านล่างเลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่าน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจประเด็นนี้ให้มากขึ้น!

ที่มา – กกต. แจ้งความเอาผิดกลุ่มภาคประชาชน ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง 22 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า

ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า

โดย Dale Johnson ผู้สื่อข่าวฟุตบอล

สิบปีแล้วที่จิอัคคินี อินฟานติโน ได้รับเลือกเป็นประธานฟีฟ่า ด้วยภารกิจกู้ฟุตบอลโลกให้รอดพ้นวิกฤต

ทศวรรษที่ผ่านมามีทั้ง ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง การขยาย และล่าสุดคือข้อถกเถียงร้อนๆ

อินฟานติโนเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางฟีฟ่าที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต widespread หลังเซปป์ แบลตเตอร์ ลาออก

การเงินฟีฟ่าอยู่ในขั้นวิกฤต มี หลุมดำ 550 ล้านดอลลาร์ หลังสปอนเซอร์ถอนตัว

อินฟานติโนคือความหวังใหม่ “ผมจะทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อนำฟุตบอลกลับสู่ฟีฟ่า และฟีฟ่ากลับสู่ฟุตบอล” เขากล่าว

วันนี้ฟีฟ่ามั่นคงสุดๆ คาดรายได้ 13 พันล้านดอลลาร์ ในรอบ 3 ปี

แต่ตัวเลขเหล่านี้มาจาก 클럽เวิลด์คัพ ที่ขัดแย้ง และเวิลด์คัพใหญ่สุด พร้อมตั๋วแพง

อินฟานติโนปะทะสหภาพผู้เล่นและฟุตบอลยุโรป แต่ยังครองบัลลังก์แน่น

นี่คือเรื่องราว ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า

ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า

อย่าลืมว่าต่อจากแบลตเตอร์คือมิเชล พลาตินี แต่เขาพัวพัน скандал ทำให้อินฟานติโน จากเลขาฯ ยูฟ่า ขึ้นมาแทน

อินฟานติโนคือคนที่แฟนบอลรู้จักจากจับสลากแชมเปียนส์ลีกเท่านั้น

ฟีฟ่าต้องปฏิรูปใหญ่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องผู้บริหารหลายคน

นโยบายของเขาคือเพิ่มเงินพัฒนาสมาคมสมาชิกเป็นสองเท่า สำหรับแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐาน ค่าเดินทางทีมเล็ก

ขยายเวิลด์คัพเป็น 48 ทีม ชนะเลือกตั้งแบบสูสี 115 ต่อ 88 เสียง

“วันใหม่ รุ่งอรุณใหม่” Greg Dyke กล่าว อินฟานติโนสัญญาฟื้นภาพลักษณ์ ใช้เงินเพื่อฟุตบอล

อินฟานติโนโดดเด่นในเวิลด์คัพกาตาร์

เวิลด์คัพ 2018 รัสเซีย และ 2022 กาตาร์ รออยู่ การโหวตมีดราม่า

ช่วงแรกอินฟานติโนเงียบ แต่กาตาร์เขากลายเป็นดาวเด่น โดดป้องจากคำวิจารณ์สิทธิแรงงาน

กล่าวหาสื่อยุโรป “เสแสร้ง เหยียดเชื้อชาติ” พูดดัง “วันนี้ผมรู้สึกเป็นกาตาร์ เป็นอาหรับ เป็นแอฟริกัน เป็นเกย์ เป็นคนพิการ เป็นแรงงานข้ามชาติ”

กล้องทีวีจับภาพเขาทุกนัด รายงานว่าผู้กำกับสั่งให้ถ่ายเขา อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเกม ถ้าไม่เล่นโทรศัพท์

ดราม่าอินฟานติโนเริ่มรุนแรง

หลังกาตาร์ เขาสร้างข่าวต่อเนื่อง คลับเวิลด์คัพฤดูร้อน 2025 สหรัฐฯ

ฟีฟ่าปฏิเสธว่าไม่ปรึกษาฟิฟโพรและลีกโลก

เวิลด์คัพ 2030 สามทวีป 2034 ซาอุฯ แบบไม่มีคู่แข่ง

นอร์เวย์งดโหวต บอกบ่อนทำลายการปฏิรูป

ถ้วยคลับเวิลด์คัพสลัก “แรงบันดาลใจจากประธานฟีฟ่า จิอัคคินี อินฟานติโน”

อินฟานติโนใกล้ชิดทรัมป์

ยูฟ่าหงุดหงิดความสนิทกับทรัมป์ ทัวร์ตะวันออกกลางมาสาย 2 ชม. ที่คองเกรส ยูฟ่าทวงเดินออก

คลับเวิลด์คัพที่นั่งว่าง แต่เขาบอก “ประสบความสำเร็จที่สุด”

จับสลากเวิลด์คัพสุดหรู ทรัมป์ได้รางวัลสันติภาพฟีฟ่า

ตั๋วเวิลด์คัพแพงสุด นัดชิง 3,119 ปอนด์ ป้องกันว่าความต้องการบ้าๆ

ขอโทษหลังพูดไม่มีชาวอังกฤษถูกจับในกาตาร์

ทำไมอินฟานติโนยังอยู่ยง

ไม่มีคู่แข่งจริงจัง แม้ยุโรปวิจารณ์ แต่โลกอื่นได้ประโยชน์เงิน

เพิ่มเงินสมาคมละ 5 ล้านดอลลาร์ สหพันธ์ 40 ล้าน FIFA Forward 2.8 พันล้านโปรเจกต์ 1,600

รอบใหม่เพิ่ม 30% อีก 5 ล้านต่อสมาคม 60 ล้านต่อสหพันธ์

เลือกตั้งไร้คู่แข่ง 2019 2023 สามารถลง 2027 ได้ สมัยแรกนับแค่ 3 ปี

เอเชียแอฟริกาได้ประโยชน์มหาศาล จะท้าทายยาก

คุณคิดอย่างไรกับ ขยายตัว ปฏิรูป ดราม่า: 10 ปีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ