วัน: 1 มีนาคม 2026

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีรอบคอบ หลังสหรัฐบุกอิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาให้คำแนะนำสำคัญต่อรัฐบาลไทยใหม่ ในการรับมือกับการบุกโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายวิโรจน์ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องวางท่าทีอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากล ไม่ควรกลัวจนละเลยหลักการ หรือผลีผลามเลือกข้าง โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เด็ดขาดทั้งด้านทหารและสงครามการค้า สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ เช่น การค้าขาย พลังงาน และความมั่นคง ดังนั้น รัฐบาลควรประเมินผลกระทบอย่างละเอียด

วิเคราะห์ท่าทีรัฐบาลไทยหลังสหรัฐบุกอิหร่าน

การบุกโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้าวฉาน ไทยซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านและพันธมิตร อาจเผชิญราคาน้ำมันพุ่งสูง นายวิโรจน์ แนะนำให้รัฐบาลใช้外交ที่สมดุล ไม่ประกาศจุดยืนชัดเจนทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ

แซวให้แมว 3 ตัวแบกครม. นอกจากประเด็นต่างประเทศ นายวิโรจน์ยังวิจารณ์การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ว่าเป็นระบบโควตา ใช้ "3 ทหารเสือ" คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ-รมว.คลัง เป็นหน้าเป็นตา ที่เหลือเกลี่ยโควตาตามพรรคร่วม ไม่ใช่จากความสามารถ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เองก็มีปัญหา เพราะสมาชิกแท้ๆ เพียง 70 คน ที่เหลือดูดมารวมจากมุ้งต่างๆ อาจไม่ภักดีเต็มที่ หากเปรียบเป็นทีมฟุตบอล ครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นตัวหลัก หากเจ็บก็ล้มทั้งทีม

300 เสียงในสภา: ไม่ง่ายอย่างที่คิด

แม้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเกือบ 300 เสียง แต่ไม่ใช่เสียงแท้ทั้งหมด ร้อยกว่าคนมาจากบ้านใหญ่ มีอำนาจต่อรอง ในระยะสั้นอาจราบรื่นเพราะ "ขี้ใหม่หมาหอม" แต่ระยะยาว "ขี้เก่าหมาแกว" อาจมีปัญหา นายวิโรจน์ เปรียบเหมือนประเทศราชที่ส่งบรรณาการแต่ต้องการผลตอบแทน หากไม่ได้อาจแข็งข้อ

  • เสียง 70 เสียงแท้: ควบคุมง่าย
  • เสียงร้อยกว่าจากมุ้งอื่น: มีทรัพยากรตัวเอง ต่อรองได้
  • เสี่ยงล้มครม. หากไม่แบ่งโควตาเหมาะสม

อ่านเกมนายธรรมนัส: ต้องการร่วม ไม่ใช่ล้มรัฐบาล

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิโรจน์ ชี้ว่าไม่ใช่ศัตรูจริง แต่เป็น "กิ๊กอยากชิงบ้าน" ต้องการร่วมรัฐบาลมากกว่าล้ม ข่าวขู่เลือกตั้งโมฆะอาจเป็นแค่กลยุทธ์เจรจา หากนายอนุทินยื่นมือ ก็อาจถอนทัพ ทั้งคู่อยู่ใต้ "กลุ่มจารีต" จึงไม่กล้าสู้สุดทาง

สรุปแล้ว “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้มั่นคง ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญของผู้นำไทย ควรเน้นผลประโยชน์ชาติเหนือการเมืองพรรค คุณคิดอย่างไรกับคำแนะนำนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569

กำลังรอคอยผลรางวัลใหญ่หรือเปล่า? LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว! งวดนี้ผู้โชคดีมากมายเตรียมตัวรับโชคกันเลย ไทยรัฐทีวีจะถ่ายทอดสดให้ทุกท่านได้ติดตามแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ไม่พลาดทุกวินาทีของการออกรางวัล

LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569

การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นกิจกรรมที่คนไทยทั่วประเทศเฝ้ารอคอยทุกเดือน โดยเฉพาะงวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 นี้ ที่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 คุณสามารถนั่งรอรับชมจากที่บ้านได้อย่างสะดวกสบาย เพียงเปิดทีวีหรือสตรีมออนไลน์ ก็ได้ลุ้นรางวัลใหญ่ รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท รองลงมาเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

วิธีติดตาม LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถติดตามได้ง่ายๆ ดังนี้:

  • ทางทีวี: ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 14.00 น.
  • ออนไลน์: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (thairath.co.th) มีทั้งไลฟ์สตรีมและอัปเดตผลทันที
  • แอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอปไทยรัฐเพื่อรับแจ้งเตือนผลรางวัล

หลังจากถ่ายทอดสดเสร็จ คุณสามารถตรวจผลทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์ทันที โดยมีทีมงานรายงานผลอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ช่วยให้คุณรู้ผลได้ในไม่กี่นาที

ขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 มีนาคม 2569 ได้ที่ไหน

ถ้าคุณโชคดีถูกรางวัล ไม่ต้องกังวลเรื่องขึ้นเงิน เพราะสามารถทำได้ง่ายๆ ที่ธนาคารรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ ดังนี้:

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา
  • ธนาคารออมสิน ทุกสาขา
  • ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา

สำหรับรางวัลทุกรางวัลยกเว้นรางวัลที่ 1 สามารถขึ้นเงินได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม แต่รางวัลที่ 1 มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 1% ของมูลค่ารางวัล หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถาม Call Center 0-2528-9999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลยังช่วยสนับสนุนโครงการสาธารณประโยชน์ของรัฐ เช่น การศึกษา สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานประเทศ สลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 และยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้ งวดละล้านใบ ขายหมดเกลี้ยงทุกครั้ง

เคล็ดลับการตรวจรางวัล: เตรียมสลากไว้ใกล้ตัว เปิดเว็บไทยรัฐ แล้วเช็คเลขทันทีหลังจบไลฟ์ หากถูกรางวัลใหญ่ อย่าลืมเก็บสลากให้ดีและลงทะเบียนก่อนขึ้นเงินเพื่อความปลอดภัย

สถิติย้อนหลังงวด 1 มีนาคม มักมีรางวัลที่ 1 ออกในช่วงบ่ายแก่ๆ ลุ้นกันสนุกแน่นอน สาวกเลขเด็ดห้ามพลาด!

ติดตาม LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569 แล้วมาแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนุกกับการลุ้นรางวัลไปด้วยกัน และอย่าลืมแบ่งปันโพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ที่ซื้อสลากงวดนี้ด้วยนะ

ที่มา – LIVE ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 มีนาคม 2569

“อนุทิน” พา “จ๋า” ถึงบุรีรัมย์แล้ว เตรียมเปิดการแข่งขัน โมโตจีพี 2569

“อนุทิน” พา “จ๋า” ถึงบุรีรัมย์แล้ว เตรียมเปิดการแข่งขัน โมโตจีพี 2569 เป็นข่าวที่แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วประเทศตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะแฟนโมโตจีพีที่รอคอยสนามบุรีรัมย์กันอย่างใจจดใจจ่อ

“อนุทิน” พา “จ๋า” ถึงบุรีรัมย์แล้ว เตรียมเปิดการแข่งขัน โมโตจีพี 2569

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ควงข้างนางสาวธนนนท์ นิรามิษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จ๋า” ภริยา เดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์เรียบร้อยแล้ว การเดินทางครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจสำคัญ คือการเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลให้กับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 หรือ “PTT Grand Prix of Thailand 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

บรรยากาศการต้อนรับคึกคักสุดๆ มีเจ้าหน้าที่ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำทีมข้าราชการ พนักงานรัฐ เจ้าหน้าที่ กองอาสารักษาดินแดน รวมถึงเด็กและเยาวชนในพื้นที่ มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังมีคณะผู้ติดตามสำคัญอย่าง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียง เช่น นายอนันต์ นาคนิยม จากชัยภูมิ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ จากนครราชสีมา นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ จากมหาสารคาม ร่วมลงพื้นที่ด้วย

ความสำคัญของการแข่งขันโมโตจีพี 2569 ที่บุรีรัมย์

การแข่งขันโมโตจีพีที่บุรีรัมย์ ถือเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่อง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้รับการยอมรับจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIM) ว่ามีมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส ทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักแข่งดังจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทีมโรงงานชั้นนำอย่าง Ducati, Yamaha, Honda หรือ Aprilia แฟนๆ ชาวไทยได้มีโอกาสเชียร์นักแข่งตัวเต็งอย่าง Marc Marquez, Fabio Quartararo หรือ Pecco Bagnaia อย่างใกล้ชิด

นอกจากความสนุกตื่นเต้นบนสนามแข่งแล้ว “อนุทิน” พา “จ๋า” ถึงบุรีรัมย์แล้ว เตรียมเปิดการแข่งขัน โมโตจีพี 2569 ยังสะท้อนถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมกีฬาและการท่องเที่ยว การมาถึงของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศแก่จังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่ามีนักท่องเที่ยวและผู้ชมหลายแสนคนทะลักเข้าพื้นที่ สร้างรายได้มหาศาลให้โรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการ SME

  • สนามช้างฯ: ความยาว 4.554 กม. โค้งหักศอกสุดโหด 12 จุด
  • ตารางการแข่ง: ซ้อม ควอลิฟาย และเรซหลักสุดสัปดาห์
  • กิจกรรมประกอบ: คอนเสิร์ต ปาร์ตี้ และโซนแฟนมิตติ้ง

สำหรับแฟนโมโตจีพีที่พลาดไม่ได้ อย่าลืมจองบัตรล่วงหน้าเพื่อสัมผัสความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. และเสียงเครื่องยนต์คำรามที่สะเทือนแผ่นดิน บุรีรัมย์ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีวัดพระศรีมหาธาตุ หรือเมืองโบราณพิมายให้เที่ยวด้วย

การที่นายกฯ อนุทินเลือกเดินทางมากับภริยา “จ๋า” แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ผู้นำที่ใกล้ชิดประชาชน และการลงพื้นที่ภาคอีสานบ่อยครั้งยิ่งตอกย้ำนโยบายพัฒนาต่างจังหวัด ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้โมโตจีพีกลายเป็นซิกเนเจอร์ของไทย ลุ้นกันว่าปีนี้ใครจะคว้าโพเดียมที่บุรีรัมย์! ถ้าคุณเป็นแฟนสปอร์ต อย่าลืมติดตามไลฟ์สตรีมและเชียร์ทีมไทยกันนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” พา “จ๋า” ถึงบุรีรัมย์แล้ว เตรียมเปิดการแข่งขัน โมโตจีพี 2569

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงได้ขานรับนโยบายทันที โดย ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. ได้แถลงข่าวว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง โดยเฉพาะ ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ราชการ บุคคลสำคัญ และพื้นที่เสี่ยงต่างๆ

รายละเอียดมาตรการที่ ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ

มาตรการหลักที่ถูกสั่งการมีหลายด้าน เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยง โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ: ยกระดับการคุ้มครองบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ และสถานที่สาธารณะที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย
  • สืบสวนและเฝ้าระวังต่างด้าว: ติดตามบุคคลต่างชาติจากประเทศเฝ้าระวังที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผู้ที่อาจกระทำผิดกฎหมาย
  • เพิ่มจุดตรวจชายแดน: เข้มงวดช่องทางเข้าออกประเทศ ชายแดนธรรมชาติ ท่าข้าม และท่าเรือต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง
  • เตรียมรับคนไทยกลับประเทศ: จัดแผนรองรับที่ท่าอากาศยานทุกแห่ง ป้องกันความแออัดและเหตุฉุกเฉิน โดยประสานกับสายการบินและหน่วยแพทย์
  • ช่วยเหลือผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว: ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1155 พร้อมล่ามภาษาต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศไทย เหล่าทัพ และหน่วยข่าวกรอง เพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ทำให้การตอบสนองรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การเฝ้าระวังข่าวปลอมและสื่อสังคมออนไลน์

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการติดตามตรวจสอบข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกัน Fake News หรือข่าวปลอมที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก สร้างความหวาดกลัว หรือนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมาย เช่น มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หากพบข้อมูลบิดเบือนที่กระทบความมั่นคง ศปก.ตร. จะดำเนินการปิดกั้นทันที โดยทำงาน 24 ชั่วโมง

ประสานงานระดับสากลเพื่อช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง

ตร.ยังประสานกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และช่องทางกงสุลตำรวจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูง สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน หรือกลุ่มติดอาวุธ ทำให้คนไทยหลายพันคนต้องอพยพ ตร.จึงเตรียมพร้อมทุกด้านเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในไทย

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องความมั่นคงภายใน แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนไทยที่อยู่ต่างประเทศ การยกระดับแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาไทยได้อีกด้วย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือการตอบสนองที่รวดเร็วและครอบคลุม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีปัญหา สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจ 191 หรือ 1155 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ

ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” 2 สส.กล้าธรรม ปัตตานี–นราธิวาส

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งใหญ่ ชื่อของ ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” 2 สส.กล้าธรรม ปัตตานี–นราธิวาส กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง หลังจากมีข่าวลือเรื่องการย้ายขั้วทางการเมืองไปทั่วโซเชียลมีเดีย แต่ทั้งสองท่านได้ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า จะยืนหยัดเคียงข้างพรรคกล้าธรรมต่อไป ไม่ว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม

ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” 2 สส.กล้าธรรม ปัตตานี–นราธิวาส ยันเดินหน้ากับพรรค

วันที่ 1 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูล) นายยูนัยดี วาบา ส.ส.ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อยืนยันจุดยืน โดยระบุว่าตนเองและนายลุตฟี หะยีอีแต ส.ส.นราธิวาส เขต 1 ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” ตามข่าวลือที่แพร่สะพัด คำว่า “งูเห่า” และ “งูเขียว” ในบริบทการเมืองไทย มักหมายถึงนักการเมืองที่ทรยศพรรคเดิม ย้ายข้างไปรวมกับฝ่ายตรงข้ามเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ทั้งคู่ยืนยันว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนขั้ว และยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคกล้าธรรมอย่างเหนียวแน่น

จุดยืนชัดเจน: เดินหน้ากับพรรคไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

“ไม่ว่าพรรคกล้าธรรม จะมีมติร่วมรัฐบาลหรือทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เราทั้งสองคนพร้อมเดินหน้าเคียงข้างกับพรรค และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่” นี่คือคำประกาศที่ทั้งสองท่านใช้แสดงความมุ่งมั่น

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่พรรคการเมืองหลายพรรคกำลังเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หลังผลเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลครองความนิยมสูง ส.ส.จากพื้นที่ชายแดนใต้อย่างปัตตานีและนราธิวาส มีบทบาทสำคัญเพราะเป็นพื้นที่敏感ที่ต้องการตัวแทนที่เข้าใจปัญหาท้องถิ่น เช่น ความขัดแย้ง ความมั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจ

  • นายยูนัยดี วาบา: ส.ส.ปัตตานี เขต 4 มีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่ เน้นแก้ปัญหาความยากจนและการศึกษา
  • นายลุตฟี หะยีอีแต: ส.ส.นราธิวาส เขต 1 อยู่ในกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรค
  • ทั้งคู่ยืนยันความจงรักภักดีต่อพรรคกล้าธรรม ที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการพัฒนาชาติ

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาการเมืองไทย โดยมีสมาชิกที่หลากหลาย รวมถึง ส.ส.จากภาคใต้ที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นดี การที่ทั้งสองท่านออกมาประกาศเช่นนี้ ช่วยลดกระแสข่าวลือ และเสริมความน่าเชื่อถือให้กับพรรคในสายตาประชาชน

บริบทการเมืองปัจจุบัน พรรคหลายพรรคกำลังแย่งชิงที่นั่งในรัฐบาล 3 ป. หรือรัฐธรรมนูญใหม่ มีข่าวการย้ายพรรคจำนวนมาก ส.ส.เหล่านี้จึงต้องพิสูจน์จุดยืนเพื่อรักษาความไว้วางใจจากผู้เลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ประชาชนต้องการนักการเมืองที่มั่นคง ไม่ใช่ “งู” ที่เปลี่ยนสีตามสถานการณ์

นอกจากนี้ การยืนยันจุดยืนยังสะท้อนถึงความสำคัญของ ส.ส.ท้องถิ่น ที่ไม่ใช่แค่ตัวแทน แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงนโยบายส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ปัญหาในปัตตานีและนราธิวาส เช่น การก่อความไม่สงบ การค้าชายแดน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ต้องอาศัย ส.ส.ที่รู้จริงและมุ่งมั่น

ผู้เขียนมองว่า การประกาศของทั้งสองท่านเป็นสัญญาณบวกต่อพรรคกล้าธรรม และการเมืองไทยโดยรวม แสดงให้เห็นว่านักการเมืองรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับหลักการมากกว่าผลประโยชน์ หากพรรคสามารถรักษาสมาชิกให้เหนียวแน่นได้ จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาลใหม่

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของ ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” 2 สส.กล้าธรรม ปัตตานี–นราธิวาส นี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ไม่ใช่ “งูเห่า” หรือ “งูเขียว” 2 สส.กล้าธรรม ปัตตานี–นราธิวาส ยันเดินหน้ากับพรรค

นายกฯ สั่ง ทอ. รับคนไทยอิหร่านด่วน ถกสมช.

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น ล่าสุด นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมช่วยเหลือทุกวิถีทาง

นายกฯ ระบุว่า ได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงและการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืน และสั่งการทันทีให้กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทย โดยลำดับแรกคือในอิหร่านที่ถือเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด รองลงมาคือประเทศอื่นๆ ที่มีสงคราม ไม่ว่าจะใช้เครื่องบินทหารที่อาจต้องแวะเติมน้ำมัน หรือเช่าเหมาลำให้รวดเร็วที่สุด รัฐบาลยังตรวจสอบน่านฟ้าที่ปิดและแผนอพยพผ่านประเทศที่สามด้วย

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

นายกฯ ย้ำว่า เครื่องบินพร้อมตลอด แต่ต้องพิจารณาปลายทางและเส้นทางบิน กระทรวงการต่างประเทศและคมนาคมจะใช้โค้ดการบินรัฐบาลเพื่อบินตรงไม่แวะเติมน้ำมันหากเป็นไปได้ “เราจะทำทุกวิถีทางให้คนไทยปลอดภัย หากอยากกลับ รัฐบาลพร้อมไปรับ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุดแบบเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยราว 7 หมื่นคนในพื้นที่สู้รบทั้งหมด รายละเอียดต้องรอแต่ละกระทรวงยืนยัน สถานทูตไทยทุกแห่งเปิดสายด่วนและศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม. แล้ว

เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ รับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

ด้านเศรษฐกิจ นายกฯ มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ดูแลรับมือผลกระทบ ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงาน จะพุ่งแน่นอน แต่ต้องลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด พรุ่งนี้ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. จะถกศูนย์ประชุมความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมทุกภาคส่วน รวมเอกชน ธนาคาร หอการค้า ผู้ส่งออก-นำเข้า เพื่อพยุงราคาสินค้า

นายกฯ ประเมินสถานการณ์ “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” ไม่ว่าจะลุกลามหรือไม่ ไทยต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน ลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

มาตรการรับมือที่รัฐบาลเตรียมไว้

  • ประสานกองทัพอากาศเตรียมอากาศยานทหารและเช่าเหมาลำ
  • ตรวจสอบน่านฟ้าและเส้นทางอพยพผ่านประเทศที่สาม
  • ประชุมสมช.ถกผลกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจ
  • มอบหมายกระทรวงคลังรับมือค่าครองชีพและพลังงาน
  • สถานทูตเปิดสายด่วนช่วยเหลือคนไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังวอนคนไทยในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูตอย่างเคร่งครัด เพราะแต่ละประเทศมีมาตรการความปลอดภัยทั้งคนของตนและชาวต่างชาติ

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลต่อไทยหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน การขนส่งสินค้าที่อาจสะดุด และความมั่นคงอาหาร รัฐบาลจึงต้องวางแผนเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนทราบข้อมูลจริงและไม่ตื่นตระหนก

ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลไทยแสดงความรวดเร็วในการตอบสนองครั้งนี้ได้ดี โดยเฉพาะการใช้กองทัพช่วยเหลือพลเรือน ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หวังว่ารัฐจะมีแผนสำรองเพิ่มเติม เช่น สต็อกพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน

เรียกร้องให้ชาวไทยทุกคนติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างสถานทูต และเตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนสถานทูตได้ทันที

ที่มา – นายกฯ เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่กำลังเขย่าความมั่นคงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ยืนหยัดมา 47 ปีแล้วนะครับ

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? นี้คือแผนลับเพื่อถอนรากถอนโคนโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่กำจัดคนคนเดียว ไตรตา พาร์ซี จาก Quincy Institute ในวอชิงตัน บอกว่าอิสราเอลเห็นโอกาสทองในการปิดฉากยุคสาธารณรัฐอิสลามจากเหตุการณ์นี้

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

ถึงคาเมเนอีอาจไม่ได้สั่งการทางทหารทุกวัน แต่สัญลักษณ์ของเขาคือหัวใจหลัก พาร์ซีชี้ว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลหวังให้แรงกระแทกนี้ทำให้ระบอบแตกหักจากภายใน ไม่ว่าจะจากกองทัพหรือประชาชนลุกฮือ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์เลยว่ามันคือโอกาสให้ชาวอิหร่านได้ประเทศคืน!

ทางเลือกที่สหรัฐฯ คาดหวังคือ 1) ประชาชนโค่นล้มระบอบศาสนาธิปไตย หรือ 2) ผู้นำใหม่จากระบบเดิมแต่ยอมประนีประนอมมากขึ้น แต่พาร์ซีสงสัยเพราะอิหร่านเคยเสนอนิวเคลียร์ดีกว่ายุคโอบามา แต่สหรัฐฯ ยังเลือกเผชิญหน้า แสดงว่าต้องการยอมจำนนเต็มตัว

เป้าหมายการสังหารลึกซึ้งแค่ไหน

เอยาล มายรอซ จาก University of Sydney บอกว่าการเปลี่ยนระบอบด้วยอากาศยานอย่างเดียวแทบเป็นไปไม่ได้ ชะตาอิหร่านขึ้นกับกลุ่มภายใน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่แข็งแกร่งสุด

ความเสี่ยงลุกลามทั่วภูมิภาค

คาเมเนอีไม่ใช่แค่ผู้นำอิหร่าน แต่เป็นผู้นำชีอะห์ที่มีอิทธิพลในเลบานอน อิรัก บาห์เรน ซาอุฯ UAE และปากีสถาน การสังหารนี้อาจจุดไฟกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และพันธมิตร หลังเหตุการณ์ 24 ชม. อิหร่านยิงฐานสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นเส้นแดงใหม่ คาดว่าความรุนแรงจะยกระดับ

ใครจะสืบทอดอำนาจหลังสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”

CIA ประเมินว่าผู้สืบทอดจากสายแข็ง IRGC แต่กระบวนการลับสุดๆ อาจเป็นบุคคลเดียหรือคณะตามรัฐธรรมนูญ ขณะเจรจานิวเคลียร์ อิหร่านผ่อนปรน แต่ผู้นำใหม่อาจแข็งกร้าวกว่า

  • Mojtaba Khamenei: ลูกชายคาเมเนอี ผู้ใกล้ชิดระบบ
  • Ebrahim Raisi: ประธานศาลฎีกา สายอนุรักษ์นิยม
  • IRGC Generals: กลุ่มทหารที่ควบคุมจริง

คำถามใหญ่: สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? จะล้มระบอบหรือทำให้แข็งแกร่งขึ้น? ถ้า IRGC ครองเต็ม อิหร่านอาจกลายเป็นรัฐทหาร ความสัมพันธ์ตะวันตกยิ่งห่าง

เหตุการณ์นี้เขย่าสมดุลตะวันออกกลาง อาจกำหนดอนาคตหลายทศวรรษ ในมุมผม มันคือจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนที่โลกต้องจับตา คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง หรือคลิกอ่านข่าวอิหร่านเพิ่มเติมเพื่ออัพเดท!

ที่มา – สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องชาวไทยที่กำลังพำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้คนไทยทุกคนทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

ประกาศฉบับนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 06.00 น. ผ่านเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาหลักคือ แนะนำให้คนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงที่มีฐานทัพสหรัฐ ไม่ควรรีบตื่นตระหนก แต่ให้หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัยอย่างปลอดภัย ติดตามข่าวสารจากทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตไทยอย่างใกล้ชิด

สาเหตุมาจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่สร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น กระทรวงฯ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แนวทางปฏิบัติตามประกาศกต.ฉบับ 3 สำหรับคนไทยในตะวันออกกลาง

  • ไม่ตื่นตระหนก: รักษาสติให้มั่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจ impulsively ที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
  • หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย: อยู่ในสถานที่ปลอดภัย ไม่ออกมาโดยไม่จำเป็น
  • ติดตามข่าวสาร: ฟังประกาศจากทางการท้องถิ่น สถานทูตไทย และสื่อที่น่าเชื่อถือ
  • ปฏิบัติตามมาตรการท้องถิ่น: เชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: ห้ามเดินทางไปอิหร่าน อิสราเอล หรือฐานทัพสหรัฐ

หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้เคียง หรือโทรสายด่วน Call Center กรมการกงสุล 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง Hotline กองคุ้มครองประชาชนในต่างประเทศ

ทำไมประกาศนี้ถึงสำคัญสำหรับคนไทยในต่างแดน

ในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น การมีประกาศจาก กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก ถือเป็นแนวทางที่ชัดเจนและทันท่วงที ช่วยลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น หลายประเทศในภูมิภาคนี้มีประวัติความไม่สงบมานาน และการโจมตีด้วยขีปนาวุธล่าสุดยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามในอิรักหรือซีเรีย คนไทยหลายรายรอดชีวิตได้เพราะปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูต ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีระบบช่วยเหลือที่พร้อมทำงานตลอดเวลา เพื่อให้คนไทยรู้สึกมั่นใจ

ข้อควรระวังเพิ่มเติมและเคล็ดลับความปลอดภัย

นอกจากคำแนะนำหลักแล้ว ควรเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้พร้อมไว้ในที่พัก หลีกเลี่ยงการใช้โซเชียลมีเดียแพร่ข่าวลือที่ไม่มีมูล ซึ่งอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกเพิ่ม ใช้แอปพลิเคชันของสถานทูตเพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

สำหรับคนไทยที่วางแผนเดินทางไปตะวันออกกลางในช่วงนี้ ควรรอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านรักษาความสงบและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การมีสติและเชื่อฟังผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ติดตามข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากช่องทางทางการของกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา – กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

จับล่ามไทย ร่วมบอสจีนเทา หนึ่งในเบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวอาชญากรรม เมื่อเกิดเหตุ จับล่ามไทย ร่วมบอสจีนเทา หนึ่งในเบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บงการสำคัญที่ช่วยหลอกลวงคนไทยไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา พบว่ามีหมายจับถึง 12 หมายจับติดตัว สร้างความตกใจให้กับประชาชนที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ

จับล่ามไทย ร่วมบอสจีนเทา หนึ่งในเบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่คอมมานโดจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.ก.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบังคับการตระเวนโต้ตอบพิเศษ (บก.ทล.) และกองบังคับการปราบปรามการโจรกรรม (บก.ปพ.) ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายวรวุฒิ มิตรเจริญ อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วหลายฉบับ รวม 12 หมาย โดยจับได้ที่บริเวณตรงข้ามศูนย์การค้าบนถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดกฎหมาย หรือข่มขืนใจผู้อื่น พาหรือส่งคนออกนอกราชอาณาจักรให้ตกอยู่ในอำนาจผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์หรือคอลเซ็นเตอร์ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

บทบาทสำคัญของล่ามไทยในแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2565 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและตำรวjkกัมพูชาร่วมกันช่วยเหลือคนไทย 24 คน จากนายจ้างชาวจีนในเมืองสีหนุ ประเทศกัมพูชา ผู้เสียหายทั้งหมดถูกส่งตัวกลับมาที่จังหวัดสระแก้ว และให้การกับ สภ.อรัญประเทศ ว่าคือจับล่ามไทย ร่วมบอสจีนเทา หนึ่งในเบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต มีส่วนสำคัญตั้งแต่ต้นจนจบ

นายวรวุฒิทำหน้าที่เป็นนายหน้า ใช้เฟซบุ๊กประกาศรับสมัครงานล่อใจคนไทยให้ไปทำงานในกัมพูชา เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึง ก็ถูกยึดโทรศัพท์ตัดการติดต่อ บ่ายเบี่ยงค่าจ้าง และบังคับให้ทำงานสแกมเมอร์ โดยล่ามคนนี้ยังแปลภาษารับคำสั่งจากบอสจีนเทา สั่งการคนไทยให้ทำยอดหลอกลวงเงินวันละ 3-5 หมื่นบาท

  • ประกาศรับสมัครงานปลอมผ่านโซเชียลมีเดีย
  • ยึดโทรศัพท์และตัดขาดโลกภายนอก
  • แปลคำสั่งจากบอสจีนให้คนไทย
  • บังคับทำยอดสแกมรายวัน
  • ตั้งกฎเหล็กโหด เช่น ห้ามเข้าห้องน้ำเกิน 12 นาที ปรับนาทีละ 10 ดอลลาร์

ที่น่าตกใจคือ ระหว่างเจ้าหน้าที่บุกช่วยเหลือ นายวรวุฒิยังขัดขวางโดยหลอกเหยื่อว่าตำรวจเป็น "ตำรวจปลอม" จะนำไปขายต่อ สร้างความหวาดกลัวเพื่อไม่ให้ได้รับการช่วยเหลือ

คำรับสารภาพและขยายผล

จากการสอบสวน นายวรวุฒิรับสารภาพว่าเป็นล่ามให้กลุ่มจีนเทา ได้ค่าจ้างเดือนละ 25,000-30,000 บาท ทำหน้าที่สื่อสารและสั่งงาน แต่ยืนยันว่าไม่ได้หลอกชักชวนเอง เพียงแปลภาษาเท่านั้น ปัจจุบันนำตัวส่ง สภ.อรัญประเทศ ดำเนินคดี และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปตที่ลากคนไทยไปเป็นเครื่องมือ โดยมีคนไทยด้วยกันเป็นเบื้องหลัง ประชาชนควรตรวจสอบงานในต่างประเทศให้ดี อย่าหลงเชื่อโฆษณาง่ายๆ ทางโซเชียล

ข้อคิดเห็น: การที่ล่ามไทยกลายเป็นเครื่องมือของบอสจีนเทา แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมข้ามชาติซับซ้อนขนาดไหน รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการปราบปรามและให้ความรู้ประชาชนมากขึ้น หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกหลอก สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สภ.ท้องที่หรือสายด่วน 191 เพื่อช่วยเหลือทันท่วงที

ที่มา – จับล่ามไทย ร่วมบอสจีนเทา หนึ่งในเบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต พบมีหมายจับถึง 12 หมาย