วัน: 4 มีนาคม 2026

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเข้มราคาสินค้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันนะครับ หลังจากมีกระแสในโซเชียลมีเดียเรื่องราคาสินค้าที่อาจจะพุ่งขึ้นเพราะสถานการณ์โลก กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเข้มราคาสินค้า แล้วล่ะครับ อธิบดีกรมการค้าภายใน นายวิทยากร มณีเนตร ได้สั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบทันที แบ่งเป็น 4 ชุดใหญ่ นำโดยตัวอธิบดีและรองอธิบดีเอง เพื่อเช็คสถานการณ์จริงๆ ที่สถานีบริการน้ำมัน ห้างค้าส่งค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านค้า และตลาดกลางค้าส่งสำคัญทั่วประเทศ

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเข้มราคาสินค้า

เริ่มจากที่ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อธิบดีลงไปตรวจด้วยตัวเอง พบว่าทุกอย่างปกติมากครับ สินค้ามีเพียบ ปริมาณวันละ 8,000 ตัน ราคายังทรงตัว ไม่มีขึ้นแบบฉวยโอกาส ตลาดยังยืนยันว่าถ้ามีอะไรเปลี่ยนจะรีบรายงานกรมทันที ไม่ต้องห่วงเลยนะครับ

ผลตรวจสถานีบริการน้ำมันและห้างโมเดิร์นเทรด

รองอธิบดีลงตรวจปั๊มน้ำมัน 3 แห่งในกรุงเทพฯ และนนทบุรี พบคนใช้บริการคึกคัก น้ำมันมีพอ ตรึงราคาตามนโยบายรัฐบาลชัดเจน ไม่ขึ้นแน่นอน ส่วนขายแกลลอนก็พิจารณาให้เกษตรกรและโรงงานที่จำเป็นได้ครับ

ส่วนห้างใหญ่ๆ อย่างแม็คโคร ท็อปส์ โลตัส บิ๊กซี สต๊อกสินค้าเต็ม สินค้าจำเป็นผลิตในไทยเองเยอะ ไม่กระทบจากต่างประเทศ ราคาปกติหมดเลย

  • ตลาดกลางค้าส่ง: สินค้าพร้อมขาย ราคาไม่ผันผวน
  • สถานีบริการน้ำมัน: น้ำมันเพียงพอ ตรึงราคา
  • ห้างโมเดิร์นเทรด: สต๊อกครบ ราคาเสถียร
  • ร้านค้าปลีกย่อย: เฝ้าระวังทั่วประเทศ

กรมยังส่งสายตรวจไปร้านเล็กๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย เพื่อป้องกันการกักตุนหรือขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะช่วงที่ทุกคนกังวลจากข่าวต่างประเทศ

นอกจากนี้ กรมยังตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ต้นทุนเชิงลึก เช่น ราคาน้ำมันกระทบสินค้าอะไรบ้าง ต้นทุนปิโตรเคมี ปุ๋ย ฯลฯ จะหารือกับผู้ประกอบการเพื่อบริหารสต๊อกและราคา โดยเฉพาะสินค้านำเข้า ขอให้ตรึงราคาก่อนต้นทุนจริงเปลี่ยน

คำเตือนชัดเจน ห้ามฉวยโอกาสเด็ดขาด

อธิบดีย้ำชัด ปัจจุบันต้นทุนยังไม่แรงพอให้ขึ้นราคา ผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสเด็ดขาด ถ้าพบขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินคดีทันทีตามกฎหมาย หนักแน่นมากครับ

สรุปแล้ว สถานการณ์ราคาสินค้าทั่วประเทศยังปกติ สินค้ามีพอซื้อ ไม่ต้องตื่นตระหนก กรมการค้าภายในดูแลใกล้ชิดแบบนี้ ประชาชนอย่างเรามั่นใจได้เลย

สำหรับเพื่อนๆ ถ้าพบร้านไหนราคาผิดปกติหรือกักตุน แจ้งสายด่วน 1569 ได้ 24 ชั่วโมงนะครับ ช่วยกันเฝ้าระวัง รัฐบาลจะได้ดูแลทุกคนได้ดีขึ้น ในมุมผมคิดว่าการที่ กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเข้มราคาสินค้า แบบนี้เป็นสัญญาณดี แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนจริงๆ หวังว่าราคาจะเสถียรต่อไปครับ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะ!

ที่มา – กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเข้มราคาสินค้า เตือนห้ามฉวยโอกาสปรับราคา พบดำเนินคดีทันที

เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก

เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก

เอลลิส ฮิวส์ ระบุว่า เวลส์ จะตั้งเป้าชนะทุกนัดที่เหลือในกลุ่มคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิง หลังจากเสมอเช็ก 2-2

ฮิวส์ลงมาเป็นตัวสำรองและโขกประตูตีเสมอนาที 93 ช่วยให้เวลส์เสมอ 2-2 ในนัดเปิดสนามศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2027 ที่บราซิล

ทีมของเรียน วิลกินสัน ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในนัดที่ยูเฮอร์สเก้ ฮราดิสเต้ แต่ก็สู้จนได้คะแนนสำคัญในกลุ่ม B1

เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก โดยคาดว่าเวลส์และเช็กจะแย่งจ่ากลุ่มกัน โดยทั้งสองทีมจะเจอกับมอนเตเนโกรและแอลเบเนียซึ่งเป็นนัดที่ชนะได้ ก่อนปิดกลุ่มที่คาร์ดิฟฟ์ในเดือนมิถุนายน

ทีมวิลกินสันจะลุ้นชัยชนะแรกเมื่อเจอมอนเตเนโกรที่ลลาเนลลี่วันเสาร์นี้ (16:30 GMT)

“เราไม่มีข้ออ้างที่จะไม่พยายามชนะทุกนัดในกลุ่มนี้ เราจะกลับบ้าน รีเซ็ต และตั้งตารอเล่นในบ้าน” ดาวยิงชาร์ลตัน แอธเลติก ฮิวส์ กล่าว

“เราจะแก้ไขและคว้า 3 แต้ม แล้วปิดแคมป์นี้ให้สวยงาม”

เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก

ไม่มีทางเข้ารอบอัตโนมัติสำหรับเวลส์เพราะไม่ได้อยู่ในลีก A ทีมของวิลกินสันอาจต้องผ่านเพลย์ออฟ 3 นัดเพื่อไปบราซิล

การจบจ่ากลุ่มสำคัญเพราะจะเจอทีมรอง-สามจากกลุ่มลีก B ในเพลย์ออฟรอบแรก ถ้าจบสองหรือสาม จะเจอทีมสี่จากลีก A หรือแชมป์กลุ่ม B

เวลส์ได้เปรียบในการลุ้นจ่ากลุ่มหลังไม่แพ้เช็กนอกบ้าน ฮิวส์ วัย 24 กล่าวว่าการแพ้จะน่าผิดหวังมาก “เราอยากชนะแต่ไม่มา เกมเป็นแบบนี้ เรารับคะแนนและกลับบ้าน”

โปรแกรมสำคัญของเวลส์ในศึกคัดบอลโลก

  • เสมอเช็ก 2-2 (นอกบ้าน)
  • เจอมอนเตเนโกร (บ้าน – วันเสาร์นี้)
  • เจอแอลเบเนีย
  • ปิดด้วยเช็ก (บ้าน – มิถุนายน)

การ เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก จะช่วยสร้างโมเมนตัมสำคัญ ทีมหญิงเวลส์ภายใต้กุนซือวิลกินสันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการกลับมาจากตามหลัง โดยเฉพาะประตูตีเสมอของฮิวส์ที่เป็นจุดเปลี่ยน

นักเตะอย่างฮิวส์จากชาร์ลตัน แอธเลติก กำลังอยู่ในฟอร์มที่พร้อมช่วยทีม ด้วยประสบการณ์ในลีกอังกฤษ เธอคือตัวอย่างของ generational talent ที่เวลส์มี

กลุ่ม B1 ถือเป็นสนามลุ้นที่สูสี เวลส์หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้นอกบ้าน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบใหญ่ ผู้เล่นทุกคนต้องโฟกัสที่ชัยชนะในนัดต่อไปเพื่อสร้าง เวลส์ตั้งเป้าชนะต่อเนื่องคัดบอลโลก

นอกจากนี้ ฟุตบอลหญิงเวลส์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนจาก BBC Sport Wales และแฟนบอลในประเทศ การคัดเลือกนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทอง

ติดตามโปรแกรมต่อไปของเวลส์ และเชียร์ทีมรักให้คว้าตั๋วไปบราซิล! คุณคิดว่าเวลส์จะจ่ากลุ่มได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล

คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล สถานการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นจริงบนเกาะสวรรค์แห่งการท่องเที่ยว จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน ชาวบ้าน ผู้ประกอบการรถโดยสาร และธุรกิจเรือท่องเที่ยว ต่างพากันแห่รถมาสะสมน้ำมัน จนปั๊มน้ำมันแทบแตก

คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล

วันที่ 4 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบนเกาะสมุยคึกคักผิดปกติ ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากต่างนำรถยนต์ รถสองแถว และรถบรรทุกมาจอดรอคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดเป็นกิโลเมตร โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่หมดเกือบทุกปั๊ม นี่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สาเหตุหลักมาจากความตื่นตระหนกของชาวเกาะที่กลัวน้ำมันขาดแคลนและราคาจะพุ่งสูงขึ้น แม้หน่วยงานรัฐจะยืนยันว่าน้ำมันยังเพียงพอ แต่ผู้คนก็ยังไม่วางใจ

คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล

สาเหตุหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ระบบขนส่งน้ำมันไปเกาะสมุยอาศัยรถสิบล้อบรรทุกน้ำมันลำเลียงด้วยเรือเฟอร์รี่วันละ 1 เที่ยว ส่งให้ปั๊มต่างๆ ตามคำสั่งซื้อ แต่เมื่อความต้องการพุ่งสูงจากความตื่นตระหนก น้ำมันในสต็อกวันนั้นหมดเกลี้ยง ผู้ใช้ต้องรอถึงบ่ายวันถัดไป ส่งผลให้เกิดภาพแถวยาวเหยียดตลอด 3 วัน

นายสมหมาย วิสิทธิ์ เจ้าของรถสองแถวบนเกาะสมุย เล่าว่า วันนี้รอคิวเติมนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อสำรองน้ำมันให้เพียงพอสำหรับวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติพรุ่งนี้ วันนี้ต้องหยุดวิ่งเพราะน้ำมันใกล้หมด “ผู้ประกอบการอย่างเราต้องใช้น้ำมันเยอะทุกวัน ถ้าขาดจริงกระทบท่องเที่ยวหนักแน่ รถโดยสาร เรือท่องเที่ยวจะหยุดชะงัก” เขากล่าว

แถวยาวเติมน้ำมันเกาะสมุย
รถรอคิวเติมน้ำมันเกาะสมุย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะสมุย

ปั๊มน้ำมันหลายแห่งปรับเพิ่มการสั่งซื้อจาก 1 คันเป็น 2 คันต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการ แต่สถานการณ์ยังตึง ปัจจุบันเกาะสมุยพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง หากน้ำมันขาดแคลนจริง จะกระทบรถรับส่งสนามบิน รถทัวร์ และเรือเฟอร์รี่ ทำให้รายได้ผู้ประกอบการหายวับ

  • รถสองแถวและแท็กซี่: หยุดวิ่ง ส่งผลนักท่องเที่ยวลำบาก
  • เรือท่องเที่ยว: สำรองน้ำมันเพื่อความปลอดภัย
  • ชาวบ้านทั่วไป: แห่ซื้อสะสม สร้างความวุ่นวาย
  • ปั๊มน้ำมัน: สต็อกไม่ทัน ต้องรอเรือเฟอร์รี่

เพื่อป้องกันปัญหา แนะนำให้ผู้ประกอบการวางแผนสำรองน้ำมันอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง รัฐควรเร่งสื่อสารข้อมูลชัดเจนและเพิ่มการขนส่ง

สุดท้ายนี้ สถานการณ์คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล เป็นเครื่องเตือนใจให้เราติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกและเตรียมพร้อม หากคุณอยู่เกาะสมุย ลองแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้!

ที่มา – คนบนเกาะสมุย ตื่นน้ำมันขาดแคลน นำรถมาเข้าคิวเติม แถวยาวเป็นกิโล

เปิด 100 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง กกต.รับรอง

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ เปิด 100 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง กกต. รับรอง พรรคประชาชนมากสุด 32 คน เป็นประเด็นที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้มีมติประกาศรับรอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ครบ 100 คนแล้ว นี่คือรายชื่อที่ทุกคนรอคอย!

เปิด 100 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง กกต. รับรอง พรรคประชาชนมากสุด 32 คน

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 เวลา 16.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดย กกต. ได้รับรอง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มอีก 3 เขต ได้แก่ จังหวัดพะเยา เขต 1 จันทบุรี เขต 1 และเขต 2 แต่ยังไม่รับรอง จ.สุพรรณบุรี เขต 2 เพราะพบหลักฐานว่าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต. จะดำเนินการสืบสวนต่อไป

เรื่องนี้หลายคนตั้งคำถามว่า กกต. กำลังโยนบาปให้ กปน. หรือเปล่า? รองเลขาฯ ชี้แจงชัดเจนเลยครับ ว่า กปน. เป็นอาสาสมัครที่ กกต. ให้ความสำคัญ แต่เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว ถือเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำตามระเบียบ กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าทำเพื่อช่วยพรรคการเมืองใด ก็ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย นี่คือหลักการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น

พรรคประชาชนครองแชมป์ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 32 คน รองลงมา ภูมิใจไทย 19 คน

มาดูกันว่าพรรคไหนได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์กี่คนบ้าง จากการคำนวณคะแนนสะสมทั่วประเทศตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. พรรคประชาชนนำโด่งด้วย 32 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน และพรรคอื่นๆ ที่เหลือกระจายกัน นี่สะท้อนถึงกระแสความนิยมของพรรคใหญ่ๆ ในระบบ party list ที่แบ่งสัดส่วนตามคะแนนที่ได้รับ

  • พรรคประชาชน 32 คน
  • พรรคภูมิใจไทย 19 คน
  • พรรคเพื่อไทย 16 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน
  • พรรคเศรษฐกิจ 3 คน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน
  • พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน
  • พรรคกล้าธรรม 2 คน
  • พรรครวมใจไทย 1 คน
  • พรรคประชาชาติ 1 คน
  • พรรคใหม่ 1 คน
  • พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 คน
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน
  • พรรคมิตินี้ใหม่ 1 คน
  • พรรคไทยภักดี 1 คน
  • พรรคไทยสร้างไทย 1 คน
  • พรรครวมพลังประชาชน 1 คน
  • พรรคเสรีรวมไทย 1 คน
  • พรรคทางเลือกใหม่ 1 คน
  • พรรคไทรวมพลัง 1 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ 1 คน

การรับรองครั้งนี้ทำให้ สส. ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด คือ 100 คน สำหรับ party list ซึ่งจะช่วยให้การจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พรรคประชาชนที่ได้มากสุด แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ส่วนพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย ก็ยังคงมีน้ำหนักในสภาด้วยจำนวนที่น่าพอใจ

แต่ประเด็นสุพรรณบุรี เขต 2 ยังค้างคาใจหลายคน เพราะอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรืออุทธรณ์ได้ ถ้าการสืบสวนยืนยันความไม่สุจริต นี่อาจเป็นตัวอย่างสำคัญในการรักษาความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้งในอนาคต

สรุปแล้ว เปิด 100 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง กกต. รับรอง ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ภาพรวมการเมืองชัดเจนขึ้น พรรคประชาชนนำด้วย 32 คน จะมีผลต่อการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ต้องติดตามต่อไปครับ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับจำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของแต่ละพรรค? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่าน เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเรียลไทม์!

ที่มา – เปิด 100 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง กกต. รับรอง พรรคประชาชนมากสุด 32 คน

ราคาทองคำแท่งวันนี้ 4/3/69 ผันผวน 41 ครั้ง

สวัสดีครับชาวนักลงทุนทองคำทุกท่าน! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงเกี่ยวกับ ราคาทองคำแท่งวันนี้ วันที่ 4 มีนาคม 2569 กันเลย สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาถึง 41 ครั้งตลอดวัน! ผันผวนแบบไม่ยั้ง ส่งผลให้ราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 77,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออก 78,000 บาท ถือเป็นวันที่ตลาดทองคำในประเทศคึกคักมากๆ เลยครับ

สถานการณ์ราคาทองคำในวันนี้เริ่มต้นด้วยการปรับลดครั้งใหญ่ตั้งแต่เปิดตลาด และขึ้นลงแบบไม่แน่นอนตลอดทั้งวัน นักลงทุนหลายคนคงลุ้นกันตัวโก่ง ว่าทิศทางจะไปทางไหน มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ราคาทองคำแท่งวันนี้ 4 มีนาคม 2569

สมาคมค้าทองคำเปิดประกาศครั้งแรกเวลา 09.04 น. ปรับลดลง 1,550 บาท ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวและผันผวนต่อเนื่อง นี่คือรายการปรับราคาทั้ง 41 ครั้ง:

  • ครั้งที่ 1 (09.04 น.): ปรับลด 1,550 บาท
  • ครั้งที่ 2 (09.10 น.): ปรับขึ้น 150 บาท
  • ครั้งที่ 3 (09.28 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 4 (09.35 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 5 (09.37 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 6 (09.40 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 7 (09.50 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 8 (09.56 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 9 (09.59 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 10 (10.05 น.): ปรับลด 150 บาท
  • ครั้งที่ 11 (10.23 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 12 (10.52 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 13 (11.10 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 14 (11.16 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 15 (11.49 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 16 (12.06 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 17 (12.32 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 18 (12.46 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 19 (12.52 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 20 (12.52 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 21 (13.03 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 22 (13.07 น.): ปรับลด 200 บาท
  • ครั้งที่ 23 (13.10 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 24 (13.31 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 25 (13.34 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 26 (13.43 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 27 (13.51 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 28 (14.01 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 29 (14.15 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 30 (14.37 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 31 (14.43 น.): ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 32 (15.09 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 33 (15.24 น.): ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 34 (15.37 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 35 (15.47 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 36 (16.02 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 37 (16.20 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 38 (16.31 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 39 (17.06 น.): ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 40 (17.13 น.): ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 41 (17.17 น.): ปรับขึ้น 100 บาท

สรุปราคาทองคำแท่งวันนี้

หลังจากผันผวนหนักทั้งวัน ราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อบาทละ 77,000 บาท ขายออกบาทละ 77,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 75,466.48 บาท ขายออก 78,000 บาท เรียกได้ว่าราคาปิดวันยังอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

สาเหตุหลักของความผันผวนนี้ มาจากปัจจัยภายนอกอย่างราคาทองคำโลกที่เคลื่อนไหวตามดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยเฟด และสถานการณ์ geopolitics ทั่วโลก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่ผันผวนก็มีส่วนทำให้ราคาทองในไทยปรับบ่อยขนาดนี้

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ถ้าถามว่า ราคาทองคำแท่งวันนี้ จะไปต่อหรือไม่? ในมุมมองของผม แนวโน้มทองคำยังคงเป็นขาขึ้นระยะยาว เพราะเงินเฟ้อทั่วโลกยังสูงและเศรษฐกิจไม่แน่นอน แนะนำให้สะสมแบบทยอยซื้อ โดยเฉพาะช่วงราคาดิ่งลงแบบวันนี้

อย่าลืมติดตามอัพเดทราคาทองคำประจำวันกับเราได้ทุกวันนะครับ! ถ้าคุณมีประสบการณ์การลงทุนทอง คอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลย สนใจปรึกษาการลงทุน สามารถ inbox มาได้ตลอด 24 ชม.

ที่มา – ราคาทองคำแท่งวันนี้ 4 มีนาคม 2569 ผันผวน 41 ครั้ง ขายออกบาทละ 77,200 บาท

รมว.อว.เตรียมแผนช่วยเหลือฉุกเฉินนักศึกษาในอิหร่าน

สวัสดีครับทุกคน ในช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุมาก โดยเฉพาะในอิหร่านและประเทศใกล้เคียง ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองและการสู้รบ ทำให้หลายคนเป็นห่วง โดยเฉพาะนักศึกษากับบุคลากรไทยที่กำลังเรียนอยู่ที่นั่น วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก ว่า รมว.อว.เตรียมแผนช่วยเหลือฉุกเฉิน นักศึกษา-บุคลากร ในอิหร่านและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง แล้วนะครับ

รมว.อว.เตรียมแผนช่วยเหลือฉุกเฉิน นักศึกษา-บุคลากร ในอิหร่านและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้ทุกมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบข้อมูลนักศึกษาและบุคลากรไทยที่ติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงทันทีเลยครับ เพราะสถานการณ์การสู้รบในอิหร่านและตะวันออกกลาง กำลังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยประมาณหลายพันคน

จากข้อมูลล่าสุดที่ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศไทย พบว่านักศึกษาไทยกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคนี้ดังนี้

  • อิหร่าน: 180 คน
  • อิสราเอล: 56 คน
  • จอร์แดน: 360 คน
  • อียิปต์: 3,400 คน
  • ซาอุดีอาระเบีย: 425 คน
  • เยเมน: 120 คน
  • อิรัก: 10 คน

ตัวเลขเหล่านี้ชัดเจนเลยว่ามีคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในอียิปต์ที่เยอะสุด กระทรวง อว. จึงกำลังรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเตรียมแผนช่วยเหลือให้ทันท่วงที

มาตรการเร่งด่วนที่กำลังดำเนินการ

ไม่รอช้าครับ สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งได้รับคำสั่งให้ประสานงานใกล้ชิดกับนักศึกษาและบุคลากรในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ 24 ชม. และร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศไทย รวมถึงสถานทูตไทยในแต่ละประเทศ เพื่อวางแผนดูแลความปลอดภัย แผนอพยพฉุกเฉิน และการเดินทางกลับไทยหากจำเป็น

รมว.อว. เน้นย้ำว่า “หากสถานการณ์เลวร้ายลง เราพร้อมดำเนินการตามแผนฉุกเฉินทันที โดยให้ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง” นี่คือคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะเลย

ทำไมสถานการณ์ตะวันออกกลางถึงกระทบนักศึกษาไทย?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมนักศึกษาไทยถึงไปเรียนที่นั่นเยอะ จริงๆ แล้ว ภูมิภาคตะวันออกกลางมีมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการแพทย์ วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในอียิปต์และซาอุดีอาระเบีย ที่มีทุนการศึกษาดีๆ และโอกาสฝึกงานระดับโลก แต่ด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ปีนี้เกิดการปะทะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอิหร่านที่ตึงเครียดกับอิสราเอล

กระทรวง อว. จึงไม่นิ่งนอนใจ กำชับให้ทุกคนรายงานตัว สื่อสารผ่านไลน์กลุ่มหรือแอปเฉพาะ เพื่อให้ช่วยเหลือได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้นักศึกษาติดต่อสถานทูตเป็นประจำ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และเตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม

คำแนะนำสำหรับครอบครัวและนักศึกษาที่กังวล

ถ้าคุณมีคนใกล้ชิดอยู่ที่นั่น ลองเช็คข้อมูลกับมหาวิทยาลัยตัวเองดูนะครับ สามารถติดต่อ hotline กระทรวง อว. หรือกรมการกงสุลได้เลย 24 ชม. นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกเกินไป

ในมุมมองของผม สถานการณ์แบบนี้เป็นบททดสอบว่ารัฐบาลไทยจะดูแลคนของตัวเองได้ดีแค่ไหน ดีใจที่เห็นการเคลื่อนไหวเร็วแบบนี้ หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและกลับบ้านได้ไวๆ นะครับ สุดท้ายนี้ เชิญชวนทุกท่านแชร์บทความนี้ เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายถึงคนที่ต้องการ และติดตามข่าวอัปเดตจากเราต่อไป!

ที่มา – รมว.อว.เตรียมแผนช่วยเหลือฉุกเฉิน นักศึกษา-บุคลากร ในอิหร่านและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

รัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศ

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการศึกษาต่อต่างประเทศ เมื่อรัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศหลังพบว่าจำนวนการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยจากนักเรียนกลุ่มนี้พุ่งสูงผิดปกติ สร้างความฮือฮาและความกังวลให้กับนักเรียนนานาชาติทั่วโลก โดยเฉพาะจากภูมิภาคที่มีปัญหาความไม่สงบ

รัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศ หลังยื่นขอลี้ภัยพุ่งสูงผิดปกติ

ซาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการสั่งระงับการออกวีซ่านักเรียนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน, แคเมอรูน, เมียนมา และซูดาน เนื่องจากพบการละเมิดเงื่อนไขวีซ่าอย่างแพร่หลาย นักเรียนจากประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ช่องทางวีซ่านักเรียนเพื่อเข้าประเทศ จากนั้นยื่นขอเป็นผู้ลี้ภัยแทนการศึกษาต่อ

สาเหตุหลักของมาตรการรัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศ

ในช่วงปี 2021-2025 จำนวนนักเรียนจาก 4 ประเทศนี้ที่ยื่นขอผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 16,000 คนจากกลุ่มนี้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลอังกฤษ สถิติที่น่าตกใจคือ:

  • อัฟกานิสถาน: กว่า 95% ของนักเรียนที่มาด้วยวีซ่านักเรียนยื่นขอผู้ลี้ภัย
  • เมียนมา: จำนวนการยื่นขอเพิ่มขึ้น 16 เท่า จากสถิติเดิม
  • แคเมอรูนและซูดาน: เพิ่มขึ้นรวมกันถึง 330%

พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ระบบผู้ลี้ภัยของสหราชอาณาจักรใกล้จะไม่ยั่งยืน รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อลดจำนวนผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ผลกระทบจากการระงับวีซ่านักเรียน

มาตรการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักเรียนจาก 4 ประเทศที่ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าใหม่ได้ชั่วคราว จนกว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 รัฐบาลยังประกาศลดระยะเวลาคุ้มครองผู้ลี้ภัยเหลือเพียง 30 เดือนเท่านั้น เพื่อเร่งรัดกระบวนการและป้องกันการใช้ระบบในทางที่ผิด

สำหรับนักเรียนไทยและนานาชาติที่สนใจเรียนต่ออังกฤษ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะนโยบายตรวจสอบวีซ่าอาจเข้มงวดขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อังกฤษยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการศึกษา โดยมีมหาวิทยาลัยชั้นนำมากมาย แต่ผู้สมัครต้องพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงในการศึกษา ไม่ใช่เส้นทางลี้ภัย

คำแนะนำสำหรับนักเรียนที่วางแผนเรียนต่ออังกฤษ

  • ตรวจสอบประวัติส่วนตัวและประเทศต้นทางให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสงสัย
  • เตรียมเอกสารหลักฐานการเงินและการศึกษาที่ครบถ้วน
  • เลือกหลักสูตรและสถาบันที่มีชื่อเสียง เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติวีซ่า
  • ติดตามเว็บไซต์ทางการของ UKVI (UK Visas and Immigration) เป็นประจำ

นโยบายรัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศนี้สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาความสมดุลของระบบ移民และการศึกษา หากปล่อยไว้โดยไม่จัดการ อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต

คุณคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่? หรือจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอังกฤษในฐานะศูนย์กลางการศึกษาโลก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศนะครับ!

ที่มา – รัฐบาลอังกฤษระงับออกวีซ่านักเรียน 4 ประเทศ หลังยื่นขอลี้ภัยพุ่งสูงผิดปกติ

กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสุดฮอตในวงการยานยนต์ไทยมาฝากกันครับ นั่นคือเรื่อง กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA เพื่อเคลียร์ค่าปรับที่ค้างคาให้กับรัฐบาลไทย หลังจากที่ NETA ไม่ทำตามข้อตกลงเดิม เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะเกี่ยวข้องกับมาตรการส่งเสริม EV ที่รัฐทุ่มงบมหาศาลเพื่อดึงดูดการลงทุน

กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต จากกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเผยว่า ทางกรมกำลังติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานทูตจีน เพื่อขอความช่วยเหลือในการเจรจากับรัฐวิสาหกิจในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA หรือที่รู้จักกันในชื่อรถไฟฟ้าเนต้า นี่เป็นเพราะ NETA เคยสัญญาว่าจะลงทุนผลิตรถ EV ในประเทศไทย โดยจ้างโรงงานผลิตในไทย แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่ทำตามนั้นเลยสักคัน

แทนที่จะผลิตในไทย NETA เลือกนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่ายในไทยถึง 18,000 คัน และได้รับเงินชดเชยจากมาตรการรัฐบาลไทยคันละ 150,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท! แต่เมื่อไม่ทำตามสัญญา กรมสรรพสามิตจึงต้องเดินหน้าฟ้องร้องตามกฎหมาย และเรียกค่าปรับเป็น 2 เท่าของมูลค่าความเสียหาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการคำนวณตัวเลขค่าปรับทั้งหมดครับ ฟังดูแล้วรัฐบาลไทยซีเรียสมากเลยนะ

กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA อย่างไร

การประสานงานครั้งนี้ กรมสรรพสามิตหวังให้สถานทูตจีนช่วยเป็นตัวกลางเจรจา เพื่อให้รัฐวิสาหกิจจีนในมณฑลเจ้อเจียงกดดัน NETA ให้เคลียร์ค่าปรับและอาจชดใช้เพิ่มเติม มันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ไทย-จีนที่แน่นแฟ้นในระดับรัฐต่อรัฐ แม้จะเป็นเรื่องค่าปรับ แต่ก็อาจนำไปสู่การลงทุนจริงในอนาคตได้ หาก NETA อยากกลับมาขายรถในไทยต่อ

มาตรการ EV3.0 และ EV3.5: พื้นหลังของปัญหา

เพื่อให้เข้าใจบริบท มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในไทยถูกออกแบบมาเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ในอาเซียน และกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก

  • EV 3.0 (พ.ศ. 2565-2568): ให้เงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน ร่วมกับการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต มีผู้ประกอบการเข้าร่วมถึง 32 บริษัท เช่น BYD, MG, GWM และอื่นๆ
  • EV 3.5 (พ.ศ. 2567-2570): สานต่อ EV 3.0 โดยลดเงินอุดหนุนเหลือสูงสุด 100,000 บาทต่อคันสำหรับรถยนต์นั่งและกระบะไฟฟ้า และ 10,000 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีผู้ประกอบการ 11 บริษัทเข้าร่วม เน้นความต่อเนื่องและยั่งยืนมากขึ้น

มาตรการเหล่านี้ประสบความสำเร็จมาก ตลาดรถ EV ในไทยปี 2568 มียอดจดทะเบียนใหม่สูงถึง 122,128 คัน เพิ่มขึ้น 74% จากปี 2567 ที่ 70,137 คัน ค่ายรถต่างๆ แข่งขันกันหั่นราคาแบบดุเดือด ทำให้ EV เข้าถึงคนไทยมากขึ้น เพราะข้อดีอย่างประหยัดน้ำมัน ไม่ปล่อยมลพิษ และบำรุงรักษาน้อย

แต่กรณี NETA กลับเป็นบทเรียนราคาแพง รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยไปแล้ว แต่ผู้ประกอบการไม่ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น การตั้งโรงงานผลิตในไทยหรือถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและเป้าหมายฮับ EV

แนวโน้มตลาด EV ไทยและบทเรียนจาก NETA

ถึงแม้จะมีดราม่ากับ NETA แต่ตลาด EV ไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 คาดว่าจะมีค่ายรถจีนและญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนผลิตจริงมากขึ้น เช่น Great Wall Motor ที่เริ่มสร้างโรงงานแล้ว หรือ BYD ที่ขยายไลน์ผลิต นอกจากนี้ รัฐยังมีแผนเพิ่มแรงจูงใจ เช่น สร้างสถานีชาร์จทั่วประเทศ และลดภาษีแบตเตอรี่

ประโยชน์ของ EV ไม่ใช่แค่ประหยัด แต่ยังช่วยลดคาร์บอน ลดนำเข้าน้ำมัน และสร้างงานในอุตสาหกรรมใหม่ หากคุณกำลังมองหารถ EV คันแรก ลองเช็คเงื่อนไขชดเชยจากกรมสรรพสามิตก่อนซื้อนะครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์

ในมุมมองของผม เรื่อง กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลไทยปกป้องผลประโยชน์ชาติได้ดี และจะทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติต้องจริงจังกับสัญญามากขึ้น สุดท้ายแล้ว ไทยจะได้ประโยชน์จาก EV จริงๆ ไม่ใช่แค่ขายรถแล้วจบ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิครับ หรือถ้าสนใจข่าว EV อัปเดต ลองสมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้เลย จะได้ไม่พลาดข้อมูลดีๆ!

ที่มา – กรมสรรพสามิต ประสานสถานทูตจีนช่วยเจรจารถไฟฟ้า NETA เคลียร์ค่าปรับให้ไทย

‘หัวใจเต้นแรง’ – วอร์น็อค กลับมาคุมทีมวัย 77

‘หัวใจเต้นแรง’ – วอร์น็อค กลับมาคุมทีมวัย 77

นีล วอร์น็อค วัย 77 ปี ผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์มากที่สุดในอังกฤษ กลับมาคุมทีมอีกครั้งหลังจากห่างหายไปกว่า 2 ปี โดยนำทีม Torquay United เสมอ 2-2 กับ Farnborough ในลีก National League South “คุณไปร้านกาแฟได้แค่นั้นแหละ ให้อาหารไก่และเป็ดได้แค่นั้น แล้วมันก็ทำให้คุณมีสมาธิแบบนั้น” วอร์น็อคกล่าวหลังเกม

นี่คือเกมแรกของเขาในรอบกว่า 2 ปี ทำให้สถิติการคุมทีมในฟุตบอลอาชีพของเขาถึง 1,627 นัด หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือชั่วคราวแทนพอล วอตตันที่ถูกปลดเมื่อต้นสัปดาห์

“หัวใจเต้นแรงเลย ก่อนเกมรู้สึกตื่นเต้น แบบที่ลืมไปหมดแล้ว” เขาบอกกับ BBC Radio Devon “ผมรู้สึกตึงๆ นิดหน่อยเพราะไม่ได้วิ่งอะไรมาก แต่เป็นอะดรีนาลีนทั้งนั้น ได้ผลลัพธ์ดีๆ กับแฟนบอลด้วย แฟนๆ เขายอดเยี่ยมมาก”

‘หัวใจเต้นแรง’ – วอร์น็อค กลับมาคุมทีมวัย 77

ดูเหมือนวอร์น็อคที่เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้เจ้าของทีมใหม่ของ Torquay ตั้งแต่พฤษภาคม 2024 จะไม่เคยห่างจากม้านั่งตัวสำรองเลย Torquay โดนนำก่อนจากประตูของเวส ฟองกัค นาทีที่ 11 แม้เพื่อนร่วมทีม Farnborough จะปล่อยบอลลอดขาในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้ผู้รักษาประตูเจมส์ ฮามอนมองไม่เห็น

“ผู้ตัดสินบอกผมตอนพักครึ่งว่าไม่มี干扰 ผมถามว่าใครบอก เขาบอกเส้นหลัก” วอร์น็อคตอบโต้แบบฉบับเขา “เส้นหลักมองไม่เห็นบอลลอดขาแน่ๆ พวกเขาก็แต่งเรื่องไปเรื่อยแหละ แต่ช่างเถอะ นั่นคือชีวิต”

ซอนนี่ บลู โล-เอเวอร์ตัน ตามตีเสมอจากลูกคอร์เนอร์ตรงๆ นาที 60 เมสัน บลูมฟิลด์ พลิกนำ 2-1 จากความลังเลของฮามอน แต่คีเรียน วิลสัน ยืมจากเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ตีเสมอชวดนาที 88 ทำให้ Torquay คว้าอีก 1 คะแนน

‘หัวใจเต้นแรง’ – วอร์น็อค กลับมาคุมทีมวัย 77 และอนาคตข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม Torquay ยังไม่ชนะมา 6 นัด รั้งอันดับ 4 ห่างผู้นำดอร์คิง วันเดอร์เรอร์ส 9 คะแนน หลังเคยนำ 3 คะแนนก่อนช่วงฟอร์มทรุดที่ทำให้วอตตันโดนไล่ออก “ผมบอกเด็กๆ ว่าคืนนี้แค่ทุ่มสุดตัว 100% ถ้าไม่พอ ผมไม่เคยตำหนิ” วอร์น็อคที่เคยคุม Torquay ครั้งแรกปี 1993 กล่าว “ทุกคนทุ่มสุดตัว ผมไม่ตำหนิใคร แม้จะตามหลัง 0-1 แฟนบอลยังเชียร์ พวกเขาเห็นความพยายาม ตอนพักครึ่งผมคิดว่าเราชนะได้”

วอร์น็อคจะคุมทีมที่เพลนมัวร์นานแค่ไหน? เขาไม่แน่ใจ แต่บอกว่ามีคนสนใจตำแหน่งมาก และหวังว่าจะแต่งตั้งกุนซือใหม่ก่อนจบฤดูกาล “ผมสนุกมาก แค่นั้นเอง พวกเขาต้องมองหาผู้จัดการใหม่ก่อนสิ้นฤดูกาล แต่โอกาสดีสำหรับใครสักคน มีใบสมัครเพียบ น่าสนุก ดีใจที่ไม่ต้องเลือกเอง”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: Torquay United, ฟุตบอล, National League

การกลับมาของวอร์น็อควัย 77 แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์และ passion ในฟุตบอลไม่มีวันหมดอายุ มันเป็นแรงบันดาลใจให้โค้ชรุ่นใหม่ๆ ที่อยากอยู่ในวงการนี้ยาวๆ คุณคิดยังไงกับการคัมแบ็กครั้งนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลลีกเล็กๆ ที่น่าติดตามได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ