วัน: 7 มีนาคม 2026

โรเบิร์ตสัน ยิงนำลิเวอร์พูลสุดบริสุทธิ์!

โรเบิร์ตสัน ยิงนำลิเวอร์พูลสุดบริสุทธิ์!

ประตูเปิดสนามที่สวยงามที่สุด! แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายจอมบุกของลิเวอร์พูล ทำแฟนบอลฮือฮาด้วยลูกยิงที่ ‘บริสุทธิ์สุด ๆ ที่คุณยิงได้!’ ในเกมเอฟเอคัพ รอบ 5 พบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่สนามโมลินูซ์ ลิเวอร์พูลบุกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม และสุดท้ายคว้าชัย 3-1

โรเบิร์ตสัน ยิงนำลิเวอร์พูล เปลี่ยนเกมในพริบตา

นาทีที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก โรเบิร์ตสัน ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ก่อนจะเลี้ยงบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แล้วซัดด้วยขวาแบบไม่ต้องคิด ลูกบอลพุ่งตรงกรอบเขตโทษ โค้งเข้าหาเสาไกลอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้รักษาประตูวูล์ฟส์ได้แต่ยืนมอง! คำพูดจากนักวิจารณ์ว่า ‘As pure as you can hit it!’ สมชื่อจริง ๆ ลูกนี้ไม่เพียงพาลิเวอร์พูลนำ 1-0 แต่ยังจุดประกายให้ทีมเล่นได้อย่างมั่นใจ

โรเบิร์ตสัน ไม่ใช่แค่แบ็คซ้ายธรรมดา เขาคือตัวขับเคลื่อนสำคัญของลิเวอร์พูลตั้งแต่สมัยเจอร์เก้น คล็อปป์ ด้วยความเร็ว การครอสที่แม่นยำ และลูกยิงที่อันตรายแบบนี้ ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนหงส์แดงทั่วโลก

วิเคราะห์ลูกยิงโรเบิร์ตสัน ยิงนำลิเวอร์พูล

มาดูเทคนิคกัน ลูกยิงนี้ โรเบิร์ตสัน ใช้การเปิดบอลด้วยปลายเท้า ทำให้เกิดโค้งสปินสูง ความเร็วบอลเกือบ 100 กม./ชม. และมุมตกที่สมบูรณ์แบบ นักวิเคราะห์ฟุตบอลชื่นชมว่ามันคล้ายกับลูกยิงตำนานของเดวิด เบ็คแฮม ถ้าคุณดูคลิปซ้ำ จะเห็นว่านายทวารวูล์ฟส์พุ่งไปทางผิดทิศ!

ผลการแข่งขัน ลิเวอร์พูล 3-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน

หลังจาก โรเบิร์ตสัน ยิงนำลิเวอร์พูล ทีมหงส์แดงเล่นได้เหนือชั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และคนอื่น ๆ ช่วยกันถล่มประตูเพิ่ม วูล์ฟส์ตีไข่กลับได้ลูกเดียว แต่ไม่พอ ลิเวอร์พูลเข้ารอบต่อไปอย่างน่าเชื่อถือ เกมนี้แสดงให้เห็นฟอร์มที่กลับมาดีของลิเวอร์พูลหลังช่วงที่ฟอร์มสะดุด

  • ประตูแรก: โรเบิร์ตสัน (นาที 40-ish)
  • ประตูที่สอง: ซาลาห์
  • ประตูที่สาม: ดิออซ
  • วูล์ฟส์: ลูกยิงปลายครึ่งหลัง

สถิติเกม: ลิเวอร์พูลครองบอล 58% ยิง 15 ครั้ง เข้ากรอบ 7 เทียบกับวูล์ฟส์ที่ยิงแค่ 9 สะท้อนถึงความเหนือกว่า

บทบาทของโรเบิร์ตสัน ในทีมลิเวอร์พูล

ตั้งแต่ย้ายมาจากฮุลล์ซิตี้ในปี 2017 โรเบิร์ตสันลงเล่นเกือบ 300 นัด ทำประตู 10 ลูก แอสซิสต์ 60+ เขาไม่ใช่แค่แนวรับ แต่เป็นปีกซ้ายตัวจริง สไตล์ pressing สูงของคล็อปป์เหมาะกับเขาเป๊ะ นี่คือเหตุผลที่แฟนบอลเรียกเขาว่า ‘โรโบ’

ในฤดูกาลนี้ แม้จะมีอายุ 30 แล้ว แต่ฟอร์มยังแจ่ม ลูกยิงนี้พิสูจน์ว่าเขายังมีของ ช่วยให้ลิเวอร์พูลลุ้นท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีกและแชมป์เอฟเอคัพ

ปฏิกิริยาจากแฟนบอลและนักวิจารณ์

โซเชียลมีเดียลุกเป็นไฟ! #RobertsonGoal แน่น Twitter แฟนลิเวอร์พูลโพสต์คลิปกันรัว ๆ นักข่าว BBC บรรยายว่าเป็นหนึ่งในประตูสวยที่สุดของฤดูกาล คล็อปป์ยิ้มแก้มปริหลังเกม ‘แอนดี้ทำได้ดีมาก มันคือประตูที่เปลี่ยนทุกอย่าง’

สำหรับวูล์ฟส์ เกมนี้เจ็บหนัก แต่กองเชียร์ยังเชียร์กันเต็มที่ สนามโมลินูซ์คือป้อมปราการ แต่คราวนี้เจอหงส์แดงที่มาแรงเกิน

สรุปแล้ว ลูกยิงของโรเบิร์ตสัน ไม่ใช่แค่ประตู แต่เป็นสัญลักษณ์ของทีมที่กำลังฟื้นตัว ลิเวอร์พูลมีโอกาสคว้าแชมป์หลายรายการ ถ้าทุกคนเล่นแบบนี้

คุณคิดยังไงกับประตูนี้? คอมเมนต์บอกเราหน่อย และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพกับเราต่อไป เพื่อไม่พลาดโมเมนต์สุดมันส์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก

เม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงจากแก๊งค้ายาในประเทศ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคมปีนี้

เม็กซิโก ในฐานะเจ้าภาพร่วม จะจัดการแข่งขันใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ กวาดาลาฮารา เมืองหลวงของรัฐฆาลิสโก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีรายงานผู้สูญหายกว่า 12,000 คน นอกจากนี้ยังมีเม็กซิโกซิตี้ และมอนเตร์เรย์ ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

เม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก ภายใต้แผน Kukulkan

ความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากกองทัพเม็กซิโกสังหาร เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์วานเตส หรือ เอล เมนโช หัวหน้าแก๊งคาร์เทลฆาลิสโก นิวเจเนอเรชัน (CJNG) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่น่ากลัวที่สุดในเม็กซิโก เอล เมนโชเป็นบุคคลที่ถูกตามหามากที่สุดในเม็กซิโกและสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ประกาศรางวัลนำจับ 15 ล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาวม์ ได้เปิดตัว แผน Kukulkan ซึ่งตั้งชื่อตามเทพงูของอารยธรรมมายา แผนนี้ครอบคลุมเมืองเจ้าภาพและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง โดยจะระดมกำลังเม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก หรือประมาณ 99,000 นายตามที่โรมัน วิญญาวัลโซ บาร์ริโอส หัวหน้าศูนย์ประสานงานฟุตบอลโลกของเม็กซิโกระบุ

กำลังพลประกอบด้วยทหาร 20,000 นาย ตำรวจ 55,000 นาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชน รวมถึงยานพาหนะทหารและพลเรือน 2,500 คัน เครื่องบิน 24 ลำ ระบบป้องกันโดรน และสุนัขดมกลิ่นวัตถุระเบิด

ฟีฟ่ายืนยันความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย

ประธานฟีฟ่า จิอันนี่ อินฟานติโน่ กล่าวว่าเขารู้สึก “มั่นใจมาก” ว่าการแข่งขันเม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แม้จะมีผู้เยี่ยมชมหลายล้านคนคาดว่าจะเดินทางมาร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีการปิดกั้นถนน เผายานพาหนะ และการยิงต่อสู้ระหว่างแก๊งกับกองทัพ เพื่อตอบโต้การสังหารหัวหน้าแก๊ง สถานการณ์นี้ทำให้รัฐบาลเม็กซิโกต้องเร่งเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

  • เมืองกวาดาลาฮารา: จุดร้อนความรุนแรงจาก CJNG
  • เม็กซิโกซิตี้: ปลอดภัย สนาม Azteca Stadium
  • มอนเตร์เรย์: เตรียมพร้อมต้อนรับแฟนบอล

สำหรับแฟนบอลที่วางแผนเดินทางไปเชียร์ทีมรักในเม็กซิโก ส่งกำลังรักษาความปลอดภัย 100,000 นาย ฟุตบอลโลก ควรติดตามข่าวสารล่าสุดและปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การจัดการฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแข่งขัน แต่ยังเป็นบททดสอบความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของเม็กซิโก ท่ามกลางปัญหาสังคมที่ซับซ้อน หากแผน Kukulkan สำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประเทศเจ้าภาพอื่นๆ ในอนาคต

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนไปดูฟุตบอลโลก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โรนัลโด้เดินทางสเปนรักษาเอ็นหลังหัวเข่า

โรนัลโด้เดินทางสเปนรักษาเอ็นหลังหัวเข่า

กัปตันทีมชาติโปรตุเกส คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเดินทางไปสเปนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าที่รุนแรงกว่าที่คาดคิดในตอนแรก

ดาวยิงวัย 41 ปี ผู้ทำประตูได้ถึง 21 ลูกจาก 22 นัดในศึกซาอุดิ โปร ลีกฤดูกาลนี้กับทีมจ่าฝูงอัล-นัสร ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่เอาชนะอัล-ไฟฮะ 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นเขายังพลาดการยิงจุดโทษอีกด้วย

โค้ชทีมอัล-นัสร จอร์จ เฮซุส กล่าวก่อนเกมกับทีมนีออมเมื่อวันเสาร์ว่า โรนัลโด้เดินทางไปสเปนรักษาเอ็นหลังหัวเข่า โดยจะไปที่กรุงมาดริดเพื่อรับการดูแลจากนักกายภาพบำบัดส่วนตัวของเขา

“ในเกมล่าสุด คริสเตียโน่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ หลังจากตรวจแล้วพบว่ารุนแรงกว่าที่เราคาดไว้” โค้ชเฮซุสกล่าว “เขาต้องพักฟื้นและฟื้นตัว เราหวังว่าเขาจะกลับมาเร็วๆ นี้เพื่อช่วยทีม”

โรนัลโด้เดินทางไปสเปนรักษาเอ็นหลังหัวเข่า: รายละเอียดอาการบาดเจ็บ

ยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยจะหายทันลงเล่นในเกมกระชับมิตรของทีมชาติโปรตุเกสกับเม็กซิโกวันที่ 29 มีนาคม และสหรัฐอเมริกาวันที่ 1 เมษายนหรือไม่ โรนัลโด้ซึ่งทำประตูรวมอาชีพไปแล้ว 965 ลูก เคยประกาศว่าจะไม่รีไทร์จนกว่าจะยิงครบ 1,000 ประตู

บริบทก่อนบาดเจ็บและอนาคตกับอัล-นัสร

อาการบาดเจ็บครั้งนี้เกิดขึ้นเดือนเดียวหลังจากที่โรนัลโด้กลับมาลงสนามให้อัล-นัสร หลังพลาดไป 3 นัด ท่ามกลางข่าวลือเรื่องอนาคตกับสโมสร เขาไม่พอใจการบริหารงานของกองทุนการลงทุนแห่งสาธารณรัฐซาอุดีอาระเบีย (PIF)

โรนัลโด้ย้ายมาอยู่在中东 ในเดือนธันวาคม 2022 หลังจากสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกยกเลิกโดย mutual consent เนื่องจากการสัมภาษณ์ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์สโมสร การย้ายครั้งนี้ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ราว 177 ล้านปอนด์ต่อปี และเพิ่งต่อสัญญาใหม่ 2 ปีในเดือนมิถุนายน

ฤดูกาลนี้ โรนัลโด้ยังคงฟอร์มร้อนแรง กลายเป็นกำลังหลักของอัล-นัสรที่นำจ่าฝูงลีก ยิงประตูถล่มทลายแม้จะอายุมากแล้ว การบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่านี้จึงเป็นข่าวร้ายทั้งสำหรับสโมสรและแฟนบอลทั่วโลก

ประวัติการบาดเจ็บของ CR7 และการฟื้นตัว

ตลอดอาชีพ โรนัลโด้เผชิญอาการบาดเจ็บหลายครั้ง แต่เขามักฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยวินัยและทีมงานมืออาชีพครั้งนี้ การเลือกไปรักษาที่สเปนซึ่งมีนักกายภาพส่วนตัวรออยู่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพของเขา

  • ยิง 21 ประตูจาก 22 นัดในลีกซาอุฯ
  • ประตูรวมอาชีพ 965 ลูก
  • ย้ายจากแมนยูมาอัล-นัสรตั้งแต่ปี 2022
  • ค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ 177 ล้านปอนด์/ปี

แฟนบอลต่างจับตาการฟื้นตัวของเขา โดยเฉพาะก่อนศึกทีมชาติที่สำคัญ การโรนัลโด้เดินทางไปสเปนรักษาเอ็นหลังหัวเข่าครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาพักไม่นานเพราะมาตรฐานการรักษาชั้นนำ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ อาการเอ็นหลังหัวเข่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยในนักเตะวัย 40+ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โรนัลโด้น่าจะกลับมาลงสนามได้ในไม่ช้า สิ่งนี้ย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของ CR7 ที่ยังคงครองวงการแม้กาลเวลาผ่านไป

ติดตามอัปเดตอาการบาดเจ็บของโรนัลโด้และข่าวฟุตบอลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข คำประกาศสุดแข็งกร้าวจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก สหรัฐฯ ยืนกรานจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน เว้นแต่จะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เลย

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

วันที่ 6 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข คำพูดนี้สะท้อนถึงนโยบายกดดันสูงสุดต่ออิหร่านที่ทรัมป์ยึดมั่นมาตลอดการบริหารประเทศ

ทรัมป์ยังขยายความว่า หลังจากอิหร่านยอมจำนนแล้ว สหรัฐฯ และพันธมิตรจะช่วยฟื้นฟูประเทศ โดยคัดเลือกผู้นำที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับจากประชาชน สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรกล้าหาญเพื่อดึงอิหร่านออกจากขอบเหวแห่งความพินาศ ทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ทรัมป์ปิดท้ายด้วยสโลแกนสุดโด่งดังที่ดัดแปลงมา “Make Iran Great Again” หรือ “ทำอิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ซึ่งคล้ายกับสโลแกนหาเสียงของตัวเอง

บริบทของคำประกาศทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน”

คำประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อิหร่านถูกกล่าวหาว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ทำให้สหรัฐฯ ต้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรและกดดันทางการทูต

นโยบายของทรัมป์ต่ออิหร่านนั้นแตกต่างจากสมัยโอบามาที่เคยทำข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA แต่ทรัมป์ถอนตัวออกมาและเรียกมันว่า “ข้อตกลงที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ตอนนี้เขายืนยันว่าจะไม่มีข้อตกลงใหม่เว้นแต่การยอมจำนนเต็มรูปแบบ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากจุดยืนนี้

  • เพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน เช่น โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หรือเพิ่มการสนับสนุนฮูติและฮิซบอลเลาะห์
  • ผลต่อราคาน้ำมัน: ตลาดพลังงานโลกอาจผันผวน หากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • พันธมิตรสหรัฐฯ: ประเทศอาหรับอย่างซาอุฯ และ UAE น่าจะสนับสนุน แต่ยุโรปอาจไม่เห็นด้วย
  • โอกาสฟื้นฟูอิหร่าน: หากสำเร็จตามแผน อาจนำไปสู่ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจบูม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า คำพูดของทรัมป์เป็นกลยุทธ์ “maximum pressure” เพื่อบังคับให้อิหร่านเจรจาจากจุดอ่อนแอ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามเป็นสงครามใหญ่

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังชี้ว่าอิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจาก санкции ทำให้ประชาชนไม่พอใจรัฐบาล ซึ่งเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตา เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางไปตลอดกาล

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนสุดโต่งของทรัมป์? มันจะนำไปสู่สันติภาพหรือสงคราม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

ลุ้นควอดรัปเปิล: อาร์เซนอล vs แมนฯ ซิตี้

ลุ้นควอดรัปเปิล: อาร์เซนอล vs แมนฯ ซิตี้

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สโมสรอังกฤษสองทีมเข้าถึงเดือนมีนาคมยังคงลุ้นควอดรัปเปิลครบทั้งสี่รายการ – พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, อีเอฟแอล คัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

นี่คือถ้วยรางวัลในประเทศที่สำคัญที่สุดสามรายการและแชมป์ระดับทวีปยุโรป อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือสองทีมที่พร้อมชิงชัยทั้งหมด เพราะกำลังแย่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ยังรอดในเอฟเอ คัพและแชมเปียนส์ ลีก และจะพบกันในนัดชิงชนะเลิศอีเอฟแอล คัพปลายเดือนนี้

อาร์เซนอลจะรับมือแมนส์ฟิลด์จากลีกวันในเอฟเอ คัพรอบ 5 วันเสาร์นี้ ขณะที่แมนฯ ซิตี้บุกเยือนนิวคาสเซิล

การจับสลากรอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ ลีกเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้สองทีมนำหัวตารางพรีเมียร์ลีกจะเจอกันได้แค่ในรอบชิงชนะเลิศเดือนพฤษภาคม

การคว้าควอดรัปเปิลเคยเกิดขึ้นมาก่อน กลาสโกว์ เซลติกจากสกอตแลนด์กวาดทุกอย่างในปี 1966-67 จบด้วยชัยชนะยูโรเปียน คัพอินเตอร์ มิลาน และนักเตะทั้งทีมเกิดในรัศมี 30 ไมล์จากเซลติก พาร์ค

แต่ทีมอื่นๆ เคยเข้าใกล้แค่ไหน?

ลุ้นควอดรัปเปิล อาร์เซนอล แมนฯ ซิตี้: ใกล้เคียงแค่ไหน

คุณอาจคิดว่าทีมที่คว้าเทอร์เบิลอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปี 1998-99 หรือแมนฯ ซิตี้ปี 2022-23 น่าจะเข้าใกล้ที่สุด และในแง่จำนวนถ้วยก็ถูกต้อง แต่ทั้งคู่ตกรอบลีกคัพในรอบรองชนะเลิศ (ยูไนเต็ดเดือนธันวาคม ซิตี้เดือนมกราคม) จึงไม่ได้ลุ้นทั้งสี่จนจบฤดูกาล

ทั้งสองเป็นทีมอังกฤษเพียงสองทีมที่ทำเทอร์เบิลได้ ลิเวอร์พูลเคยทำเวอร์ชันคล้ายๆ ในปี 1983-84 คว้าดิวิชั่น 1, ยูโรเปียน คัพ และลีกคัพ ขณะที่ซิตี้กวาดถ้วยในประเทศสามถ้วยปี 2018-19

หากดูจากระยะเวลา ลิเวอร์พูลฤดูกาล 2021-22 คือครั้งที่ทีมอังกฤษเข้าใกล้ที่สุด พวกเขาได้สองถ้วยในประเทศแล้ว แต่พลาดแชมป์ลีกแค่แต้มเดียวในวันสุดท้าย 22 พฤษภาคม ก่อนแพ้แชมเปียนส์ ลีกไฟนอลให้เรอัล มาดริดหกวันต่อมา

เชลซีก็ลุ้นสี่ถ้วยปีนั้น แต่แพ้ลีกคัพลิเวอร์พูลจุดโทษ 27 กุมภาพันธ์ และเอฟเอ คัพไฟนอลอีก ลิเวอร์พูลนำพรีเมียร์ลีกเดือนธันวาคมแต่จบที่สาม ตกรอบแชมเปียนส์ ลีก 8 ทีม (แต่ปลอบใจด้วยยูฟ่า ซูเปอร์คัพและคลับ เวิลด์คัพ)

ประวัติลุ้นควอดรัปเปิล อาร์เซนอล แมนฯ ซิตี้ ในยุโรป

เชลซีเกือบได้ในปี 2006-07 แต่พลาดแชมเปียนส์ ลีกเซมิให้ลิเวอร์พูลจุดโทษ 1 พฤษภาคม ลีกก็เป็นไปไม่ได้สัปดาห์ถัดไป ถ้วยไปยูไนเต็ด

ยูไนเต็ดปี 2008-09 ได้สองถ้วย เอฟเวอร์ตันชนะจุดโทษเอฟเอ คัพเซมิ 19 เมษายน ก่อนแพ้บาร์เซโลน่าไฟนอล

ในยุโรป ลีกคัพหายาก ฝรั่งเศสยกเลิกคูป เดอ ลา ลีก 2020 สเปนโคปา เดอ ลา ลีกาสั้นๆ ยุค 80 เยอรมนีลิกาโพคัลยกเลิก 2007 อิตาลีไม่มี

ชาติส่วนใหญ่มีซูเปอร์คัพ แต่ไม่นับเป็นควอดรัปเปิลแท้ๆ หากรวมแล้วบาเยิร์นปี 2012-13 และพีเอสเสียรนฤดูกาลที่แล้วได้สี่ถ้วย

เรนเจอร์สเกือบเข้าไฟนอลแชมเปียนส์ ลีก 1992-93 แต่ได้เทอร์เบิลสกอตติช พีเอสเสียรนใกล้เคียงปี 2019-20 ได้สามถ้วยในประเทศแต่แพ้บาเยิร์นไฟนอล

หากอาร์เซนอลและแมนฯ ซิตี้ผ่านเอฟเอ คัพวันเสาร์ นัดชิงอีเอฟแอล คัพที่เวมบลีย์ 22 มีนาคมจะสำคัญยิ่ง ในช่วง ‘สควีคกี้ บัม ไทม์’ ที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเคยพูด พวกเขาจะเจอกันที่เอติฮัด 19 เมษายน ซึ่งอาจตัดสินแชมป์ลีก

ลุ้นควอดรัปเปิล อาร์เซนอล แมนฯ ซิตี้ กำลังเข้มข้น คุณคิดว่าใครจะคว้าได้ทั้งสี่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รองกัปตันสกอตแลนด์ ‘เกียรติยศยิ่งใหญ่’ – คัธเบิร์ต

การเป็นรองกัปตันทีมสกอตแลนด์เป็น ‘เกียรติยศอันยิ่งใหญ่’ – คัธเบิร์ต

นักเตะกองกลางทีมสกอตแลนด์ เอริน คัธเบิร์ต กล่าวว่าการได้รับมอบหมายให้เป็นรองกัปตันก่อนเริ่มแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิง เป็น “เกียรติยศอันยิ่งใหญ่” และเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดในอาชีพของตัวเอง

ทีมสกอตแลนด์เปิดตัวท้าชิงตั๋วไปฟุตบอลโลกหญิง 2027 ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังบุกถล่มลักเซมเบิร์ก 5-0 เมื่อคืนวันอังคาร โดยคัธเบิร์ตมีส่วนช่วยทีมด้วยการแอสซิสต์ 2 ครั้ง

“เราทำตามแผนการเล่นทุกอย่างที่วางไว้” คัธเบิร์ตกล่าว “เรากดดันได้ดี บุก上前 กดดันคืน และสร้างโอกาสมากมาย”

การเป็นรองกัปตันทีมสกอตแลนด์เป็น ‘เกียรติยศอันยิ่งใหญ่’ – คัธเบิร์ต

คัธเบิร์ตลงเล่นให้ทีมชาติครั้งที่ 83 ในเกมกับลักเซมเบิร์ก และสะท้อนถึงการตัดสินใจของกุนซือเมลิสซา อันเดรอาตต้า ที่ดึงประสบการณ์ของเธอมาเป็นรองกัปตันคู่กับกัปตันคนใหม่ คาโรไลน์ วีร์

“การเล่นให้ทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนหรือเป็นหนึ่งในผู้นำหลักของทีม เป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ และผมตื่นเต้นมาก” เธอกล่าว

“ตั้งแต่เด็ก ผมอยากเล่นให้สกอตแลนด์ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้ลงเล่นให้ทีมชาติถึง 80 กว่าครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำทีม”

“แต่ทัศนคติของผมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนตอนเป็นรองกัปตันสโมสร ผมทำตัวเหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีปลอกแขนหรือไม่” คัธเบิร์ตกล่าว

กุนซือ ‘ลมหายใจใหม่’ สร้างความเชื่อมั่น

อันเดรอาตต้าคุมทีมชาติสกอตแลนด์มาเพียง 7 นัด แต่คัธเบิร์ตประทับใจกับโค้ชชาวออสเตรเลียรายนี้ และรู้สึกถึงผลกระทบเชิงบวกต่อทีมแล้ว

“กุนซือคือลมหายใจใหม่ พลังงานใหม่ โฟกัสใหม่” เธอกล่าว “เธอปลูกฝังความเชื่อมั่นให้เราอีกครั้ง ซึ่งอาจขาดหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ผมตื่นเต้นที่จะเล่นภายใต้การคุมทีมของเธอ”

“บรรยากาศดี เป็นการผสมผสานระหว่างงานและความสนุก”

สกอตแลนด์เคยไปเวิลด์คัพครั้งสุดท้ายในปี 2019 ที่ฝรั่งเศส และตอนนี้มุ่งมั่นสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้งด้วยการเอาชนะลักเซมเบิร์กที่แฮมป์เดนในวันเสาร์นี้ (17:00 GMT)

ในฐานะผู้เล่นตัวเก๋าจากปี 2019 คัธเบิร์ตหวังว่าประสบการณ์ของทีมจะช่วยในการเตรียมพร้อม

“ทุกคนรู้ว่าการไปเวิลด์คัพมีความหมายอย่างไรสำหรับนักเตะสกอตแลนด์” เธอกล่าว “แต่สำคัญคืออย่าคิดถึงอดีตมากเกินไป เรามีแคมเปญดีบ้างไม่ดีบ้าง ตอนนี้โฟกัสไปข้างหน้า”

“เรามีกลุ่มใหม่ กุนซือใหม่ แต่ต้องถ่ายทอดจุดสูงสุดและต่ำสุดของแคมเปญให้รู้”

คัธเบิร์ตเชื่อว่าคุณสมบัติที่ทีมพัฒนามาจากแคมเปญก่อนหน้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการลุ้นตั๋วไปบราซิลปีหน้า

“สิ่งสำคัญคือความยืดหยุ่นที่ต้องใช้ตลอดแคมเปญคัดเลือก” เธอกล่าว

การเป็นรองกัปตันทีมสกอตแลนด์เป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับคัธเบิร์ต และแสดงให้เห็นถึงบทบาทผู้นำที่เธอพัฒนาขึ้น ทีมสกอตแลนด์ภายใต้กุนซือใหม่กำลังสร้างโมเมนตัมที่น่าติดตาม

ติดตามการแข่งขันฟุตบอลหญิงทีมชาติสกอตแลนด์ต่อไป และเชียร์พวกเธอสู่เวิลด์คัพ 2027! คุณคิดว่าทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ