วัน: 15 มีนาคม 2026

ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องดราม่าร้อนฉ่าในแวดวงการเมืองไทยกับประเด็น ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด หลังจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาปฏิเสธว่าตัวเองไม่รู้จัก “เจ๊เอ๋” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ปมช่วยเคลียร์ใบอนุญาตซื้อปืนให้ลูกชาย เรื่องนี้จุดประเด็นฮือฮาไปทั่วโซเชียลเลยนะคะ ใครติดตามอยู่บ้างยกมือขึ้น!

ย้อนดูจุดเริ่มต้นกันก่อน เจ๊เอ๋ หรือนางสาวณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์สายขายของออนไลน์ที่ดังมาก ๆ จากการไลฟ์สดขายสินค้าทุกวัน เคยเล่าในรายการโทรทัศน์ยอดนิยมว่า ลูกชายของเธอซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืน ไปขอใบอนุญาต ป.3 (ใบอนุญาตซื้อ พก และครอบครองปืน) แต่ติดขัดตรงนายอำเภอไม่ยอมเซ็นให้ เธอเลยยกหูโทรหา “อนุทิน” แค่กริ๊งเดียวเท่านั้นแหละคะ ใบอนุญาตก็ออกมาเรียบร้อยทันที ฟังแล้วก็อึ้งใช่ไหมล่ะคะ

ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด

พอเรื่องนี้ถูกหยิบยกมาถาม “อนุทิน” ในการให้สัมภาษณ์ เขาก็ยืนกรานชัดเจนเลยค่ะว่า ตนเองไม่รู้จักเจ๊เอ๋เป็นการส่วนตัว ไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ ไม่เคยสนิทสนมกัน เคยเจอหน้าแค่ครั้งเดียวตอนงานอะไรสักอย่าง แต่เรื่องใบอนุญาตปืนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตัวเขาตรง ๆ แน่นอน ฟังดูเหมือนพยายามเคลียร์ตัวเองสุด ๆ เลยนะคะ แต่เจ๊เอ๋ของเราจะยอมให้จบง่าย ๆ ได้ยังไง

ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม 2569 เจ๊เอ๋โผล่มาสวนกลับแบบไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือดสุด ๆ ผ่านสื่อ โดยโพสต์ข้อความและพูดถึงประเด็นนี้แบบจัดเต็ม คำพูดแซ่บ ๆ ที่ว่า “ต่อไปนี้เราจะไม่โกรธกันแล้วนะ เพราะว่าเราไม่รู้จักกัน ไม่เคยคุยกัน ไม่เคยพูดคุยกัน เพราะฉะนั้น แมสก์กล่องละ 1,800 น้ำท่วมก็เอาอยู่ รอบนี้น้ำมันมีพอให้ประชาชนใช้ ถ้าเราเปิด เธออย่าโกรธเรานะ เพราะเราไม่รู้จักกัน” โอ้โห แซ่บปรี๊ดแตกไปเลยค่ะ! นึกภาพตามแล้วขำกลิ้ง

ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด มาจากปมอะไรบ้าง

นอกจากนั้น เจ๊เอ๋ยังทิ้งท้ายเพิ่มอีกว่า “ตอนยังไม่มีตำแหน่งกับตอนมีตำแหน่ง คนละคนกันเลยนะ” คำนี้แหละค่ะที่ทำเอาชาวเน็ตปั่นป่วน เพราะเหมือนจี้จุดเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเมื่อมีอำนาจ มาดูกันว่าปมนี้มันร้อนแรงยังไง

  • ปมใบอนุญาต ป.3: ใบอนุญาตประเภทนี้เป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ พก และครอบครองอาวุธปืนตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะนักกีฬายิงปืนอย่างลูกเจ๊เอ๋ที่ต้องใช้ในการฝึกซ้อมแข่งขัน แต่กระบวนการขออนุญาตนั้นซับซ้อน ต้องผ่านนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • คำเล่าของเจ๊เอ๋: โทรกริ๊งเดียว ทุกอย่างคลี่คลาย ชี้ให้เห็นอิทธิพลของคนดังหรือเส้นสาย?
  • การปฏิเสธของอนุทิน: ยันไม่รู้จัก ไม่เกี่ยว แต่ยอมรับเคยเจอหน้า ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วใครช่วย?
  • น้ำท่วม-แมสก์-น้ำมัน: เจ๊เอ๋โยงประเด็นปัญหาประชาชนที่ผ่านมา อย่างราคแมสก์แพงตอนโควิด น้ำท่วม น้ำมันแพง สะท้อนความผิดหวังในตัวนักการเมือง

ดราม่านี้ไม่ใช่แค่ปากเสียงธรรมดานะคะ มันสะท้อนภาพการเมืองไทยที่คนดังกับนักการเมืองปะทะกันแบบเปิดเผย ชาวเน็ตแยกฝ่ายชัดเจน บ้างเชียร์เจ๊เอ๋ที่กล้าพูด บ้างปกป้องอนุทินที่ยืนยันข้อเท็จจริง ในขณะที่หลายคนสงสัยว่าความจริงเบื้องหลังคืออะไรกันแน่

เจ๊เอ๋เองก็เป็นตัวละครที่น่าสนใจมากค่ะ จากแม่ค้าออนไลน์ที่ไลฟ์ขายของยอดขายทะลุล้าน กลายเป็นอินฟลูฯ ที่มีผู้ติดตามหลักแสน ลูกชายยังเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติด้วย ส่วนอนุทินก็เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเป็นนายกฯ มาได้ยังไงก็รู้กันดี ดราม่านี้เลยยิ่งน่าติดตาม

มาดูมุมกฎหมายกันบ้างค่ะ ใบอนุญาตปืนในไทยควบคุมเข้มงวดมาก ต้องมีเหตุผลชัดเจน เช่น ใช้ในการกีฬา การล่าสัตว์ หรือป้องกันตัว หากมีเส้นสายแทรกแซงจริง อาจเข้าข่ายผิดวินัยหรือกฎหมายได้นะคะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ทุกอย่างยังเป็นคำพูดปะทะคำพูด

ในฐานะคนเขียนบล็อกที่ตามข่าวการเมืองแบบใกล้ชิด เหตุการณ์ ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด ครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าสื่อโซเชียลมีพลังมากแค่ไหน คนดังอย่างเจ๊เอ๋สามารถท้าทายนักการเมืองระดับสูงได้เลย มันดีตรงที่กระตุ้นให้ประชาชนตั้งคำถามกับอำนาจ แต่ก็เสี่ยงต่อการกลายเป็นข่าวลือได้ง่าย ๆ

สุดท้ายแล้ว คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้คะ? เจ๊เอ๋พูดถูกหรืออนุทินพูดจริง? คอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยนะคะ หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวการเมืองเดือด ๆ แบบนี้ต่อเนื่อง สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้เลย รับรองไม่พลาดทุกดราม่า!

ที่มา – ไม่เกรงใจแล้วนะ “เจ๊เอ๋” สวนกลับเดือด หลัง “อนุทิน” บอกไม่รู้จัก ปมเคลียร์ใบอนุญาตซื้อปืน

ประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ รมว.พลังงาน ครม.อนุทิน 2

เฮ้ย! ข่าวโผคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 โค้งสุดท้ายออกมาแล้วนะครับ และชื่อที่หลายคนตื่นเต้นสุดๆ คือ ประวัติ “ขิง เอกนัฏ” ลูกเลี้ยง “สุเทพ” ที่ถูกวางตัวให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จากเดิมที่เคยลือว่าจะกลับคุมกระทรวงอุตสาหกรรม แต่สุดท้ายมาลงที่พลังงานแทน มีข่าวด้วยว่าปู่อินทรี สุเทพ เทือกสุบรรณ บิดาเลี้ยงของขิง เดินหน้าจีบโควตานี้จากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ด้วยตัวเองเลย วันนี้เรามาเจาะลึก ประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ กันแบบละเอียดยิบ ว่าหนุ่มคนนี้มีของดีอะไรบ้าง จากนักเรียนนอกสู่นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง!

ประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ

ประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ

เริ่มจากพื้นฐานกันก่อน ชื่อเต็มของเขาคือ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ชื่อเล่น “ขิง” เกิดวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2529 ปัจจุบันอายุ 40 ปีพอดี บุตรชายของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ กับดร.ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ แต่พ่อแม่หย่าร้างกัน จากนั้นคุณแม่ศรีสกุลก็มาแต่งงานใหม่กับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตรองนายกฯ สุดแกร่ง ทำให้ขิงกลายเป็นลูกเลี้ยงของปู่อินทรีคนดังนี่เอง ครอบครัวนี้ network แน่นมากในวงการเมืองไทยเลยนะ

ด้านการศึกษา ขิงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกตัวจริง! จบมัธยมจาก Charterhouse School ในสหราชอาณาจักร โรงเรียนดังระดับโลก จากนั้นบินตรงไป มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการจัดการ (Engineering, Economics & Management – EEM) และยังคว้าปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการจากที่เดิมอีก เก่งขนาดนี้ อนาคตต้องไกลแน่ๆ

การศึกษาขิง เอกนัฏ จากออกซ์ฟอร์ด

เส้นทางการเมืองของประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ

ขิงก้าวเข้าสู่วงการการเมืองตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ ปี 2544 อายุแค่ 25 ปี ก็เป็น ส.ส.กรุงเทพฯ เขตทวีวัฒนา-หนองแขม สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และเป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุดในสภาฯ ชั่วนั้น! พลิกผันครั้งใหญ่มาที่ปี 2556-2557 ขิงกลายเป็นแกนนำและโฆษกของ กปปส. ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พูดเก่ง ฉะฉาน จนดังเปรี้ยงปร้างทั่วประเทศ เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออก

ก้าวสู่รัฐมนตรีในประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ

หลังเว้นวรรค ลาออกจากประชาธิปัตย์ ปี 2565 ขิงย้ายไปร่วมก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นเลขาธิการพรรค สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ พอรทสช.เข้ารัฐบาลกับเพื่อไทย ขิงได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในครม.แพทองธาร ชินวัตร มีผลงานเด่นอย่างตั้ง “ชุดสุดซอย” ปราบโรงงานผิดกฎหมาย สร้างภาพลักษณ์นักสู้คอร์รัปชันได้ดี

ล่าสุด เมื่อรทสช.แตกก๊ก ขิงแยกทางกับหัวหน้าพรรคพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย ช่วยดูแลพื้นที่ กทม. แม้พลาดสส. แต่โควตาครม.อนุทิน 2 วันที่ 15 มี.ค. 2569 ชื่อขิงถูกจัดให้เป็น รมว.พลังงาน มีกระแสว่าสุเทพช่วยเจรจาโควตานี้จากนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เอง

  • 2544: ส.ส.ประชาธิปัตย์ อายุน้อยสุด
  • 2556-2557: โฆษก กปปส. ดังระเบิด
  • 2565: เลขาฯ รทสช.
  • ครม.แพทองธาร: รมว.อุตสาหกรรม
  • ครม.อนุทิน 2: รมว.พลังงาน (ใหม่!)
ขิง เอกนัฏ ใน กปปส.
เส้นทาง การเมือง ขิง เอกนัฏ
ครม.อนุทิน 2 ขิง เอกนัฏ

พูดตรงๆ นะ ประวัติ ขิง เอกนัฏ ลูกเลี้ยง สุเทพ แสดงให้เห็นว่านักการเมืองไทยรุ่นใหม่ต้องมีทั้งสมอง (ออกซ์ฟอร์ด) กล้า (กปปส.) และ network (สุเทพ) ถึงจะรุ่ง การนั่งเก้าอี้พลังงานนี้น่าจะนำนโยบายพลังงานสะอาดหรือลดราคาน้ำมันมาสร้างผลงานได้ดี คุณคิดว่าขิงจะทำได้แค่ไหน? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเรา!

ที่มา – ประวัติ “ขิง เอกนัฏ” ลูกเลี้ยง “สุเทพ” นั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน ในครม.อนุทิน 2

DSI ยุติสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง หลุดคดีพิเศษ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตที่ติดตามข่าวการเมืองและคดีความยุติธรรม วันนี้เรามีอัปเดตสุดฮอตเกี่ยวกับ DSI ยุติสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง ที่กลายเป็นประเด็นร้อนมาตลอดหลายเดือน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าต้องหยุดสืบสวนคดีนี้แล้ว เพราะหลุดจากขอบเขตคดีพิเศษ หลังจากสืบมานาน 7 เดือนเต็ม เหตุผลหลักมาจากตำรวจกองปราบปรามการทุจริต (ตร.ปปป.) กำลังสอบสวนประเด็นเดียวกัน และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไปแล้วตามกฎหมาย พร.ป. ป.ป.ช. ทำให้ DSI ต้องส่งไม้ต่อไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก

DSI ยุติสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง เหตุผลทางกฎหมายชัดเจน

เรื่องนี้เริ่มต้นจากกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยร้องทุกข์ต่อ DSI ให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่บุกรุกที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ พื้นที่กว่า 4,414 ไร่ ซึ่งเป็นเขตที่ดินของการรถไฟฯ แต่ถูกครอบครองและออกเอกสารสิทธิ์โดยผิดกฎหมาย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI สั่งให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบสวนคดีเลขที่ 97/2568 รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยาน และประสานเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ

แต่หลังสืบสวนนาน 7 เดือน วันที่ 24 ก.ค. 2568 DSI มีมติไม่รับเป็นคดีพิเศษ ล่าสุดวันที่ 15 มี.ค. 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษก DSI ชี้แจงว่า คดีนี้เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นหน้าที่ ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินผิด และคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดิน ระหว่างสืบ DSI ทราบว่าตร.ปปป. สอบสวนเรื่องเดียวกันจากผู้ร้องทุกข์เดียวกัน และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. แล้ว

ทำไม DSI ต้องยุติสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง

ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หากมีหน่วยงานอื่นสืบประเด็นเดียวกัน DSI ต้องส่งสำนวนไปรวม เพื่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ DSI จึงยุติตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดอำนาจ ป.ป.ช. ชัดเจน สำนวน DSI ส่งไปเน้นข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่ร้องทุกข์

  • สถานะคดีปัจจุบัน: ป.ป.ช. รับสำนวนจากตร.ปปป. และ DSI เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง
  • คดีปกครอง: กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนมาตรา 61 แต่มีมติไม่เพิกถอนโฉนด ถูกฟ้องเพิกถอนมติในศาลปกครอง
  • คดีแพ่ง: ระหว่างกรมที่ดิน การรถไฟฯ และราษฎร ค้างอยู่ในศาล
  • DSI ส่งข้อมูลเพิ่มให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยท้องถิ่น เพื่อดำเนินการทางปกครองต่อ

ที่ดินเขากระโดง ต.อิสาณ และ ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ มีค่าทางธรรมชาติและเศรษฐกิจ การบุกรุกที่ดินรัฐแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากปล่อยไว้จะกระทบทรัพย์สินแผ่นดินและความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม คดีนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตที่ดินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชุมชนและหน่วยงานรัฐ

บทเรียนจากกรณี DSI ยุติสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐที่ต้องเคารพขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย แม้ DSI จะสืบละเอียดแต่สุดท้ายต้องส่งต่อ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการหรือประชาชนที่สนใจที่ดินสาธารณะ ควรติดตามพัฒนาการ เพราะอาจมีผลต่อนโยบายจัดการที่ดินในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีคดีค้างอีกมากที่ต้องรอศาลตัดสิน

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของ DSI ในครั้งนี้? มันยุติธรรมหรือเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลจริงๆ ตามติดข่าวอัปเดตคดีที่ดินเขากระโดงกับเราต่อไปนะครับ!

ที่มา – DSI ยอมรับ ยุติสืบสวนคดี “ที่ดินเขากระโดง” หลุดคดีพิเศษ เหตุ ตร.ปปป. สอบเรื่องเดียวกัน

บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส

บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส – ข่าวลือฟุตบอลล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตติชช่วงนี้มีข่าวลือร้อนๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่อง บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส ที่กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลเรนเจอร์สนั่งไม่ติด นายทวารวัย 33 ปีอย่างแจ็ค บัตแลนด์ เพิ่งฉลองวันเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2027 เขาแสดงท่าทีพร้อมต่อสัญญากับทีมไอบร็อกซ์ โดยบอกว่าชอบความท้าทายที่นี่มาก

บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญากับเรนเจอร์ส: รายละเอียดสำคัญ

บัตแลนด์ย้ายมาร่วมทีมเรนเจอร์สแบบยืมตัวก่อนจะเซ็นสัญญาถาวร และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา การที่ บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส ถือเป็นข่าวดีสำหรับกุนซือและแฟนบอล เพราะเขาคือกำลังหลักในแนวรับ หากต่อสัญญาได้ จะช่วยเสริมความมั่นคงให้ทีมลุ้นแชมป์สก็อตติชพรีเมียร์ลีกต่อไป

สถานการณ์สัญญาของบัตแลนด์กับเรนเจอร์ส

จากรายงานของ The Scotsman บัตแลนด์บอกว่า “ผมรักความท้าทายที่เรนเจอร์ส” ทำให้สโมสรมีแววได้ลายเซ็นใหม่ในเร็วๆ นี้ นี่คือก้าวสำคัญสำหรับทีมที่ต้องการสร้างทีมแข็งแกร่งในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ฮาร์ทส์ของมิเดิลเทียนปฏิเสธข้อเสนอจากเซลติกสำหรับคลาว디오 บราก้า ดาวยิงวัย 26 ปีที่ย้ายมาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว พวกเขาไม่อยากขายให้คู่แข่งร่วมลีกโดยเด็ดขาด

อเบอร์ดีนภายใต้กุนซือใหม่สตีเฟ่น ร็อบินสัน วางแผนดึงนักเตะฟรีเอเย่นต์มาช่วยทีมหลุดพ้นโซนตกชั้น ขณะที่ดาร่า จิคีมี กองหลังเยาวชนของเซลติกเลือกย้ายไปลิเวอร์พูลแทนที่จะต่อสัญญากับแชมป์เก่า

ข่าวลือฟุตบอลสกอตติชอื่นๆ ที่น่าติดตาม

  • แดเนี่ยล เบนนี่ ปีกคิวพีอาร์ลูกครึ่งฮ่องกง-ออสเตรเลีย ยังหวังติดทีมชาติสกอตแลนด์ไปเวิลด์คัพ
  • อดซอนน์ เอดูอาร์ด อดีตดาวยิงเซลติก ยังลังเลเรื่องรับใช้เฮติเพราะฝันเล่นให้ฝรั่งเศส
  • ตอรี่ ด็อชช์ตี้ อดีตกุนซือดันดี้อดีตโรสส์ เคาน์ตี้ เป็นตัวเต็งกุนซือใหม่เซนต์ มิร์เรน
  • แฟนบอลสกอตแลนด์ขอตั๋วเวิลด์คัพมากกว่าแฟนอังกฤษ 36,000 ใบ!

ข่าวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความคึกคักในลีกสกอตติช โดยเฉพาะ บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส ที่อาจเปลี่ยนโฉมทีมในฤดูกาลหน้า แฟนบอลเรนเจอร์สคงเฮลั่นหากดีลนี้สำเร็จ

การแข่งขันในสกอตติชพรีเมียร์ลีกเข้มข้นมากขึ้นทุกปี เรนเจอร์สต้องรักษานักเตะหลักไว้ให้ได้ หากบัตแลนด์อยู่ต่อ พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์มากขึ้น นอกจากนี้ การดึงตัวผู้เล่นใหม่ของอเบอร์ดีนก็เป็นจุดที่น่าจับตา

สำหรับเซลติก การเสียจิคีมีไปลิเวอร์พูลเป็นการลงทุนระยะยาว แต่พวกเขายังแข็งแกร่งอยู่ ด้านฮาร์ทส์ การปกป้องบราก้าก็เป็นกลยุทธ์ฉลาดในการรักษาตำแหน่งท็อปซิกซ์

ในมุมมองของผม บัตแลนด์พร้อมขยายสัญญาเรนเจอร์ส คือข่าวที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้ เพราะนายทวารดีๆ หายาก และเขาจะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันแชมป์เซลติก ติดตามอัปเดตข่าวฟุตบอลสกอตติชได้ที่นี่เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กรมปกครองแจงปมเจ๊เอ๋ขอใบอนุญาตปืนไร้คำสั่งนายกฯ

近日ข่าวดังในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกรณี “เจ๊เอ๋” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่อ้างว่าต้องโทรหานายกรัฐมนตรีเพื่อขอใบอนุญาตซื้อปืนให้ลูกชายนักกีฬายิงปืน ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการออกใบอนุญาตอาวุธปืน ล่าสุด กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ เป็นการดำเนินการตามปกติตามกฎหมายเท่านั้น

กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 หลังจากที่มีข่าวลือและการนำเสนอในสื่อออนไลน์และทีวีเมื่อวันก่อนหน้าว่า “เจ๊เอ๋” ต้องโทรไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ป.3 (ใบอนุญาตซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน) ภายใน 2 ชั่วโมง สำหรับบุตรชายที่เป็นนักกีฬายิงปืนที่อำเภอเมืองสระบุรี

จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากนายทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี พบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่มีหลักฐานใดๆ ว่ามีการสั่งการจากนายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูง และไม่มีคำร้องจากบุตรชายของเจ๊เอ๋ด้วยซ้ำ

ไทม์ไลน์เหตุการณ์: 2 ครั้งที่ยื่นขอใบอนุญาต

  • ครั้งแรก: ตุลาคม 2566 – เจ๊เอ๋และสามีเข้าไปยื่นขอใบอนุญาต ป.3 ในนามสามี โดยแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อการกีฬา แต่ตรวจพบว่าสามีมีปืนครอบครองอยู่แล้ว 1 กระบอก และขาดหนังสือรับรองนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืน เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงกฎหมายและผู้ยื่นเดินทางกลับ โดยไม่มีการอนุมัติ
  • ครั้งที่สอง: 10 กันยายน 2567 – สามีเจ๊เอ๋ยื่นขอรับโอนปืนจากอำเภอเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมแนบเอกสารครบถ้วน รวมถึงหนังสือรับรองนักกีฬา นายทะเบียนจึงพิจารณาออกใบอนุญาตตามขั้นตอนปกติ

สรุปคือ กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ว่าเป็นกระบวนการมาตรฐาน ไม่มีบุตรชายยื่นขอ และใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตซื้อปืนแบบ ป.3 ตามกฎหมาย

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจขอใบอนุญาตซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • คำร้องตามแบบ ป.3
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองจากสถานีตำรวจว่ามิใช่บุคคลต้องห้าม
  • สำหรับวัตถุประสงค์กีฬา: หนังสือรับรองจากสมาคมกีฬายิงปืนหรือสนามยิงปืน
  • ไม่ครอบครองปืนเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด (บุคคลธรรมดาไม่เกิน 2 กระบอกสำหรับกีฬา)

นายทะเบียนจะตรวจสอบประวัติ ความจำเป็น และเหตุผล หากครบถ้วนจึงอนุมัติ มิใช่เรื่องพิเศษหรือใช้เส้นสาย

คำเตือนเรื่องการกล่าวหาใส่ร้าย

กรมการปกครองย้ำว่าการกล่าวอ้างผู้อื่นในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเฉพาะผ่านสื่อออนไลน์ อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

  • มาตรา 326: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 328: หากโฆษณาผ่านสื่อ สูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท

ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์ข่าวเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดกฎหมาย

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในการจัดการใบอนุญาตอาวุธปืน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงสาธารณะ หากคุณมีประสบการณ์ขอใบอนุญาตปืนหรือเห็นต่าง แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย! ติดตามข่าวอัปเดตกฎหมายและเหตุการณ์สังคมที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ เป็นการอนุญาตตามปกติ

แม่ท้องผวา ผัวคลั่งขังลูก 5 ขวบหลังบำบัด

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นกระแส เมื่อแม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ เกิดขึ้นที่พัทลุง ทำให้ครอบครัวแตกหักและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ เรื่องราวนี้ไม่เพียงเตือนภัยเรื่องยาเสพติด แต่ยังสะท้อนปัญหาครอบครัวที่ต้องเผชิญ เรามาดูรายละเอียดกันเลย

แม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 11.20 น. ที่ชุมชนใต้สามัคคี ถนนร่วมใจ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง ร.ต.อ.ภานุวัตร อ้วนนิมิตร รอง สวป. สภ.เมืองพัทลุง นำทีมตำรวจและกู้ภัยเข้าจัดการเหตุชายอายุ 29 ปี คลุ้มคลั่งขังตัวเองในห้องนอนพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ ทิ้งแฟนสาวที่กำลังท้อง 4 เดือนและลูกสาวไว้นอกบ้าน

แม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ

ชายคนนี้เพิ่งออกจากสถานบำบัดยาเสพติดมาได้แค่ 3 วัน (12 มี.ค.) แต่กลับมีอาการหลอนยา คลั่งคิดว่าตำรวจน่าจะมาจับ จึงล็อกประตูหน้าต่างแน่นหนา แฟนสาวแจ้งเหตุเพราะกลัวสามีทำร้ายตัวเองหรือลูก

การเจรจาและช่วยเหลือในเหตุแม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดเหล็กงัดหน้าต่างเข้าไป แล้วเปิดประตูให้ตำรวจ เจรจานานกว่า 10 นาที ชายคนนั้นยอมเปิดห้องพร้อมลูก สุดท้ายถูกควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลบำบัดรอบใหม่ทันที

ตำรวจช่วยเหลือในเหตุแม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ

แฟนสาวเล่าว่า สามีเสพยาหนักมานาน เข้าบำบัดหลายรอบ ก่อนหน้านี้ยังไปวุ่นวายที่บริษัทจนเธอต้องลาออก ตอนนี้ท้อง 4 เดือน กลัวทั้งตัวเอง ลูกในท้อง และลูกๆ อยากให้สามีหายขาดไม่กลับไปเสพอีก

สาเหตุและอาการของยาเสพติดที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้

ยาเสพติดโดยเฉพาะไอซ์หรือยาบ้า ทำให้สมองเสียหาย อาการหลอน คลุ้มคลั่งเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะหลังเลิกใหม่ที่ยังมีอาการถอนยา ผู้เสพมักหวาดระแวงคิดว่าถูกตามล่า เหตุแม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ จึงเกิดจาก relapse หรือการกลับไปเสพซ้ำ

  • อาการหลอน: เห็นภาพลวงตา หวาดกลัว
  • คลุ้มคลั่ง: ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
  • ถอนยา: กลับมาเสพเพราะทนอาการทรมานไม่ได้
  • ผลกระทบครอบครัว: ภรรยาเครียด ลูกหวาดกลัว เศรษฐกิจพัง

คำแนะนำป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว

ครอบครัวต้องเฝ้าระวัง หากมีสมาชิกเพิ่งออกบำบัด อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว ควร:

  • ปรึกษาแพทย์หรือศูนย์บำบัดต่อเนื่อง
  • ให้กำลังใจและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
  • เข้ากลุ่มบำบัดหรือ NA (Narcotics Anonymous)

จากสถิติ สถานบำบัดทั่วประเทศมีผู้เข้ารักษานับหมื่นรายต่อปี แต่ relapse สูงถึง 70% เพราะขาดการติดตาม เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์

สุดท้าย แม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ สอนให้เห็นว่ายาเสพติดทำลายครอบครัวได้ในพริบตา ครอบครัวต้องเป็นทีมเดียวกัน หากคุณหรือคนใกล้ตัวเผชิญปัญหานี้ อย่าลังเล ติดต่อสายด่วน 1323 สถาบันธัญญารักษ์ หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ชีวิตคุณและคนที่รักมีค่าเกินกว่าจะเสียไปกับยา

ที่มา – แม่ท้องผวา ผัวเพิ่งกลับจากบำบัดยาเสพติด คลั่งขังตัวเองในบ้านพร้อมลูกวัย 5 ขวบ

ตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cup ได้ไหม?

ตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cup ได้ไหม?

รอบชิงชนะเลิศ Women’s League Cup กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์นี้ คุณพร้อมทดสอบความรู้ฟุตบอลหญิงด้วยควิซสุดท้าทายนี้หรือยัง? Women’s League Cup หรือที่รู้จักกันในชื่อ Continental Tyres Women’s League Cup เป็นการแข่งขันคัพฟุตบอลหญิงที่ยิ่งใหญ่ในอังกฤษ รวบรวมทีมจากทุกดิวิชันมาดวลกันเพื่อชิงถ้วยรางวัลสุด coveted นี้ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลหญิงตัวยง ลองมาดูว่าคุณจะตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cupได้ครบทุกทีมหรือไม่!

ตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cup

ควิซนี้จะพาคุณย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่เริ่มแข่งขัน Women’s League Cup ในปี 2011 จนถึงปัจจุบัน มีทีมดังมากมายที่เคยก้าวมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เช่น Arsenal, Chelsea, Manchester City และ Liverpool แต่จะมีทีมเล็กๆ จากดิวิชันล่างที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วย คุณจำได้หมดไหม? ลองเล่นควิซดูเลย รับรองว่าต้องใช้สมองสุดกำลังเพราะบางทีมอาจลืมไปแล้ว!

ประวัติศาสตร์ Women’s League Cup และทีมผู้เข้ารอบชิง

Women’s League Cup เริ่มต้นในยุคที่ฟุตบอลหญิงกำลังเติบโตในอังกฤษ การแข่งขันนี้เปิดโอกาสให้ทีมจาก Women’s Super League (WSL) และ Championship ได้โชว์ฝีมือ รอบชิงชนะเลิศมักเต็มไปด้วยดราม่าและประตูสวยๆ ปีล่าสุด Arsenal ครองแชมป์ แต่ก่อนหน้านั้น Chelsea และ Man City ก็ผลัดกันคว้าแชมป์ หากคุณตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cupได้ครบ แสดงว่าคุณคือเอ็กซ์เพิร์ตตัวจริง!

  • Arsenal: ทีมที่ครองแชมป์มากที่สุด
  • Chelsea: ยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยยอมแพ้
  • Manchester City: ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่ง
  • Lincoln Ladies: ทีมเก่าที่เคยสร้างชื่อ
  • และทีมอื่นๆ ที่คุณต้องทาย!

นอกจากนี้ ควิซยังครอบคลุมทีม finalist ตั้งแต่ฤดูกาลแรกจนถึงล่าสุด ทำให้คุณได้ทบทวนความรู้ไปในตัว เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ติดตาม WSL อย่างใกล้ชิด

ทำไมควิซตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cup ถึงท้าทาย?

เพราะมีมากกว่า 20 ทีมที่เคยเข้าชิง บางทีมเปลี่ยนชื่อ บางทีมเลิกแข่งไปแล้ว เช่น Doncaster Rovers Belles ที่กลายเป็น Leicester City ทำให้ยากต่อการจำ คุณอาจทำได้ 10-15 ทีม แต่ครบทุกทีม? นั่นคือระดับโปร! เล่นแล้วแชร์คะแนนกับเพื่อนๆ ดูสิว่าใครเก่งกว่ากัน

หลังเล่นเสร็จ อย่าลืมเช็คFootball QuizzesและSports Quizzesเพื่อควิซใหม่ๆ สมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซล่าสุดตรงมือถือเลย

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เล่นควิซอื่นๆ เพิ่มเติม

  • ทายชื่อนักเตะยิงประตูมากสุด WSL
  • ประวัติ FA Women’s Super League
  • ควิซแชมป์พรีเมียร์ลีกหญิง

สรุปแล้ว ตั้งชื่อทุกทีมรอบชิง Women’s League Cupไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สนุกสุดๆ! ลองเล่นเลยแล้วมาบอกคะแนนของคุณในคอมเมนต์ เราอยากรู้ว่าคุณทำได้กี่ทีม สมัครแจ้งเตือนควิซใหม่ๆ เพื่อไม่พลาดความท้าทายครั้งหน้า!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ หลังขนส่งล่าช้า

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน หลังจากที่มีข่าวรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งที่ไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะหลังประชาชนแห่ไปตุนน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ทำให้บางแห่งน้ำมันหมดอย่างรวดเร็ว รัฐบาลยืนยันว่าสต็อกน้ำมันสำรองมีเพียงพอถึง 90 วัน แน่นอน วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลสำคัญจากที่ประชุมให้ฟังกันแบบละเอียด

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ ด่วนแก้ปัญหาสต็อกและขนส่ง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ โดยหนึ่งในประเด็นหลักคือราคาน้ำมันและปริมาณสำรองในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่าน้ำมันดิบยังบริหารจัดการได้เพียงพอ

นายกรัฐมนตรีสั่งการเชิญผู้บริหารจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งดูแลสถานีบริการทั่วประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ทุกฝ่ายยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกังวล โดยรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่บางปั๊มน้ำมันไม่พอขาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากประชาชนตื่นตระหนกแห่ตุน ทำให้การกระจายไม่ทัน

สต็อกน้ำมันสำรองในไทยเพียงพอ 90-96 วัน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ เปิดเผยข้อมูลสต็อกล่าสุด ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569 กรมได้ตรวจคลังน้ำมัน 53 คลัง 589 ถัง พบน้ำมันสำรองเพื่อการค้าประมาณ 1,400 ล้านลิตร และสำรองตามกฎหมาย 3,400 ล้านลิตร รวม 39 วัน บวกน้ำมันระหว่างขนส่ง 27 วัน และสัญญาจัดหา 30 วัน รวมทั้งสิ้น 96 วัน หรืออย่างน้อย 90 วัน

  • น้ำมันสำรองการค้า: 1,400 ล้านลิตร (เท่ากับการใช้วันที่ 20 วัน)
  • น้ำมันสำรองกฎหมาย: 3,400 ล้านลิตร
  • น้ำมันขนส่งเข้า: 27 วัน
  • น้ำมันสัญญา: 30 วัน

ปัญหาหลักอยู่ที่การขนส่งไม่ทันยอดขายพุ่งสูง นายกฯ จึงสั่งกระทรวงพลังงานเร่งหารือปรับปรุงการจัดส่งให้เร็วขึ้น

ผู้ค้าน้ำมันยืนยันพร้อมรับมือวิกฤต

ผู้บริหารบริษัทผู้ค้าน้ำมันยืนยันว่ามีเครือข่ายทั่วโลก สามารถนำน้ำมันจากแหล่งอื่นแทนที่ช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก ละตินอเมริกา มีน้ำมันดิบสำรอง 60% เพียงพอแปรรูปเป็นน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ รองประธานหอการค้าไทยแจ้งว่าหลังประชุมภาคใต้ 14 จังหวัด ยืนยันไม่มีขาดแคลน เพียงแต่บางพื้นที่ยอดซื้อพุ่งจากความกังวล

รัฐบาลมอบหมายกระทรวงพลังงานสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ โดยจะเร่งบริหารการขนส่งและจัดการสต็อกให้สมดุล สำหรับภาคอุตสาหกรรม ก็จะนัดหารือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และ 10 เพื่อให้ซัพพลายเพียงพอ

ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อน้ำมันไทย

สาเหตุหลักของความตื่นตระหนกมาจากความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์ล่าสุด ทำให้ประชาชนไทยกังวลว่าราคาน้ำมันจะพุ่งหรือขาดแคลน แต่รัฐบาลย้ำว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่ดี มีสต็อกสำรองตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรอง เช่น การนำเข้าน้ำมันทางอื่นๆ และการกลั่นจากน้ำมันดิบในประเทศ ทำให้ไม่กระทบการใช้ในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว การที่รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงการทำงานเชิงรุกเพื่อความมั่นคงพลังงาน ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาการกระจายหนักขึ้น แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานอย่างเป็นทางการ หากมีอัปเดตเราจะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงกันนะครับ!

ความเห็นส่วนตัว: สถานการณ์แบบนี้เป็นบททดสอบการบริหารจัดการพลังงานของไทย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยประชาชนไม่ตื่นตระหนก ผู้ประกอบการเร่งขนส่ง รัฐบาลสื่อสารชัดเจน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – “รัฐบาล” เชิญ “บริษัทผู้ค้าน้ำมัน” หารือ หลังขนส่งไม่ทันความต้องการประชาชน

ประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ หลุดรองนายกฯ คมนาคม ครม.อนุทิน 2

ประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ นักธุรกิจชื่อดังจากตระกูลพีทีจี เอ็นเนอร์ยี่ (PTG) ที่มีบทบาทสำคัญในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดในโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือครม.อนุทิน 2 พิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โกเกี๊ยะ” หลุดจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแบบเดิมๆ เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพรส์เล็กน้อยสำหรับแฟนการเมือง เพราะก่อนหน้านี้เขาควบสองตำแหน่งมาตลอด

ทำไมพิพัฒน์ถึงยังสำคัญขนาดนี้? มาดูกันว่าประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ตั้งแต่ชีวิตวัยเด็ก ธุรกิจครอบครัว ไปจนถึงเส้นทางในสนามการเมืองที่ไม่เคยหลุดเก้าอี้รัฐมนตรีเลยสักครั้ง!

ประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2498 ปัจจุบันอายุ 70 ปี เป็นชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บุตรชายของนายสุทัศน์ และนางกุยเฮียง รัชกิจประการ เขาเป็นพี่ชายของนายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย และนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันชั้นนำของไทย

ชีวิตครอบครัวและการศึกษา

ด้านชีวิตส่วนตัว พิพัฒน์ สมรสกับนางนาที รัชกิจประการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มีบุตรธิดา 3 คน ได้แก่ นายชลัฐ รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, นายปกเขตร รัชกิจประการ และนางสาวปกรกานต์ รัชกิจประการ ซึ่งปัจจุบันสมรสกับนายสุทธิพงษ์ วรรณวานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือ PTG

พิพัฒน์จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา ก่อนศึกษาต่อปริญญาตรีและปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากนั้น เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำธุรกิจเรือประมงในน่านน้ำอันดามัน ก่อนขยายสู่ธุรกิจพลังงาน จน PTG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยนายพิพัฒน์แจ้งทรัพย์สินสุทธิต่อ ป.ป.ช. ไว้ที่ 1,185 ล้านบาท ถือเป็นนักธุรกิจฐานะดีที่มีอิทธิพลในภาคใต้

เส้นทางการเมืองของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ

พิพัฒน์ก้าวเข้าสู่วงการการเมืองครั้งแรกปี พ.ศ. 2541 ชวนโดยนายวัฒนา อัศวเหม ก่อตั้งพรรคมหาชน เพื่อสร้างฐานในภาคใต้ ต่อมาในปี 2554 ย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทย หลังเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ 2 ทำให้เขาได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครั้งแรก

  • พ.ศ. 2564: เป็นรองหัวหน้าพรรค และกรรมการสรรหา ส.ส.
  • รัฐบาลเศรษฐา-แพทองธาร: ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • พ.ศ. 2568: หลังศาลถอดถอนนายกฯแพทองธาร พรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล จัดตั้งรัฐบาลใหม่ พิพัฒน์ได้เป็นรองนายกฯ และรมว.คมนาคม

หนึ่งในเหตุการณ์ประทับใจคือปีที่พรรคเพื่อไทยแถลงร่วมรัฐบาล แต่ถูกกลุ่มทะลุวัง น.ส.เนติพร หรือ “บุ้ง” ดักหน้าตึก ด่าทอรุนแรง พิพัฒน์ใจเย็นเจรจา สอนให้ใจเย็น ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งทุกฉบับ แสดงให้เห็นบุคลิกสุขุมของเขา

ล่าสุด ในครม.อนุทิน 2 หลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย 192 ที่นั่ง พิพัฒน์ยังได้นั่งกระทรวงคมนาคมที่เดิม แต่หลุดรองนายกฯ เพราะต้องแบ่งโควตาให้รัฐมนตรีคนนอก 3 คน แม้หลุดตำแหน่งใหญ่ แต่กระทรวงคมนาคมถือเป็นกระทรวงหลักที่รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ ซึ่งพิพัฒน์มีประสบการณ์จากธุรกิจ ทำให้เชื่อว่าจะผลักดันนโยบายได้ดี

ประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ สะท้อนภาพนักธุรกิจที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองมือฉมัง ไม่เคยหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี แม้สถานการณ์การเมืองพลิกผันแค่ไหนก็ตาม การนั่งคมนาคมต่อในครม.อนุทิน 2 น่าจะเป็นโอกาสทองในการพัฒนาการคมนาคมไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น คุณคิดว่าพิพัฒน์จะทำอะไรเด็ดๆ ในตำแหน่งนี้บ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – ประวัติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ หลุดรองนายกฯ แต่นั่งรมว.คมนาคม ที่เดิม ในครม.อนุทิน 2