วัน: 15 มีนาคม 2026

เกาหลีเหนือทดสอบเครื่องยิงจรวด คิม จอง อึน ควงลูกสาว

เกาหลีเหนือทดสอบ “เครื่องยิงจรวด” ด้าน “คิม จอง อึน” ควงลูกสาวคุมเข้มซ้อมยิง เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงข่าวต่างประเทศ ล่าสุดเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างมาก

เกาหลีเหนือทดสอบ “เครื่องยิงจรวด” ด้าน “คิม จอง อึน” ควงลูกสาวคุมเข้มซ้อมยิง

ตามรายงานจากสื่อทางการเกาหลีเหนือ สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ระบุว่า การทดสอบเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม โดยมีนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นผู้ควบคุมการทดสอบด้วยตัวเอง เขาควงบุตรสาว คิม จู แอ มาด้วย ซึ่งเป็นครั้งที่เธอปรากฏตัวในที่สาธารณะบ่อยครั้ง สะท้อนบทบาทที่อาจเป็นทายาทในอนาคต ระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง (MRLS) ขนาด 600 มิลลิเมตรนี้ มีความแม่นยำสูง สามารถยิงได้ไกลถึง 420 กิโลเมตร และติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้

รายละเอียดการทดสอบเครื่องยิงจรวดของเกาหลีเหนือ

ในการทดสอบ เกาหลีเหนือใช้เครื่องยิงจรวด 12 ลำกล้อง จากหน่วยปืนใหญ่สองกองร้อย จรวดยิงตรงเป้าหมายบนเกาะในทะเลตะวันออก ห่างกว่า 360 กิโลเมตร คิม จอง อึน กล่าวชื่นชมว่าอาวุธนี้เป็น “อาวุธที่อันตรายถึงชีวิตแต่ทรงพลัง” และเป็นสัญญาณเตือนให้ศัตรูในระยะพิสัยรับรู้ถึงพลังทำลายล้าง โดยเฉพาะหัวรบนิวเคลียร์

  • ขนาดลำกล้อง: 600 มิลลิเมตร
  • พิสัยยิง: 420 กิโลเมตร
  • สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้
  • ใช้กำลังจากหน่วยปืนใหญ่สองกองร้อย
  • แม่นยำสูง โจมตีเป้าหมายไกลได้แม่นยำ

เกาหลีใต้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ลูกลงทะเลตะวันออก และประณามว่าเป็นการยั่วยุละเมิดมติ UN ขณะที่การทดสอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการซ้อมรบร่วม “ฟรีดอม ชิลด์” ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ที่มีทหารเกาหลีใต้ 18,000 นายเข้าร่วม จนถึง 19 มีนาคม

บริบททางการเมืองและการตอบโต้

เกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบนี้เป็นภัยคุกคาม จึงใช้การทดสอบเกาหลีเหนือทดสอบ “เครื่องยิงจรวด” ด้าน “คิม จอง อึน” ควงลูกสาวคุมเข้มซ้อมยิง เพื่อแสดงแสนยานุภาพ นักวิเคราะห์จากสถาบันเกาหลีเพื่อการรวมชาติ ชี้ว่ารูปแบบการยิงสอดคล้องกับกำหนดการซ้อมรบของพันธมิตร เป็นเครื่องมือยับยั้งนิวเคลียร์ คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน เตือนว่าการซ้อมรบอาจนำผลลัพธ์เลวร้าย นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังประณามสหรัฐฯ เรื่องโจมตีอิหร่าน และทดสอบขีปนาวุธจากเรือพิฆาต “โช ฮยอน” ล่าสุด

แม้สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ จะผลักดันเจรจา คิม จอง อึน ยังยืนยันสถานะนิวเคลียร์ สถานการณ์ตึงเครียดนี้แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือพร้อมใช้กำลังทหารตอบโต้ทุกภัยคุกคาม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปรากฏตัวของคิม จู แอ ครั้งนี้ ยืนยันการสืบทอดอำนาจในตระกูลคิม ขณะที่อาวุธใหม่นี้เพิ่มขีดความสามารถทางทหารของเปียงยางอย่างมาก สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

คุณคิดอย่างไรกับการทดสอบครั้งนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – เกาหลีเหนือทดสอบ “เครื่องยิงจรวด” ด้าน “คิม จอง อึน” ควงลูกสาวคุมเข้มซ้อมยิง

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากการประชุม ส.ส. ของพรรคที่เพิ่งมีขึ้น เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เผยมติสำคัญของพรรค ซึ่งส่งผลต่อการโหวตตำแหน่งสำคัญในสภา

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา เวลา 09.20 น. โดยมี ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธาน ส.ส.พรรคกล้าธรรมมาร่วมประชุมเพื่อหารือทิศทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญยิ่งในการกำหนดทิศทางของสภาในสมัยใหม่

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวในที่ประชุมว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ ส.ส.ทุกคนเข้าสู่บทบาทเต็มรูปแบบ หลังจากปฏิญาณตนเมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) ทุกคนลำบากกว่าจะมาถึงจุดนี้ และต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะประชาชนกำลังจับตามองผ่านการถ่ายทอดสดทีวีรัฐสภา โดยเฉพาะการประชุมวันพุธ-พฤหัส ซึ่งเป็นวันหลัก ยกเว้นกรณีพิเศษอย่างการประชุมร่วมรัฐสภา

ท่านยังกำชับ ส.ส. ใหม่ให้ศึกษาข้อบังคับสภาให้ดี แม้ตัวเองเป็น ส.ส. 3 สมัยแล้วยังจำไม่ครบ เพราะการพูดในสภาต้องถูกต้องตามกฎ หากกดไมค์พูดผิดอาจถูกตำหนิได้ เน้นย้ำว่าประชาชนที่บ้านกำลังดูอยู่ ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่

รายละเอียดมติพรรคกล้าธรรมในการโหวต

หลังประชุมเสร็จ เวลา 09.25 น. ร.อ.ธรรมนัส เผยต่อสื่อว่า ที่ประชุมมีมติชัดเจนให้ งดออกเสียง ในการเลือกตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคกล้าธรรมในขณะนี้ การตัดสินใจนี้มาจากการหารืออย่างรอบคอบ เพื่อให้ ส.ส. แต่ละคนทำหน้าที่อย่างมีอิสระ แต่ยึดมติพรรค

  • มติงดออกเสียง: ไม่โหวตให้ผู้สมัครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • เหตุผล: รักษาความเป็นกลางและศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน
  • ผลกระทบ: อาจส่งผลต่อการนับคะแนนในสภา

การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรมที่ต้องการเป็นพรรคที่โปร่งใสและไม่ล็อบบี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในบริบทการเมืองไทยที่กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการเลือกผู้นำสภา ซึ่งประธานสภาฯ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมวาระการประชุมและความเป็นธรรม

นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรมยังเน้นย้ำกับ ส.ส. ว่าต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการอภิปรายครั้งต่อๆ ไป เพราะสภาจะมีการประชุมถี่ยิบ และทุกคำพูดจะถูกบันทึกและถ่ายทอดสด สร้างความรับผิดชอบสูงสุดต่อประชาชน

ความสำคัญของประธานสภาฯ และผลต่อการเมือง

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นหัวใจสำคัญของสภา ดูแลการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบ และตัดสินใจในประเด็นขัดแย้ง การโหวตครั้งนี้จึงเป็นที่จับตา โดยพรรคกล้าธรรมเลือกงดออกเสียงเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าสนับสนุนฝ่ายใดเป็นพิเศษ ซึ่งอาจช่วยรักษาฐานเสียงที่หลากหลายของพรรค

ในมุมกว้างขึ้น การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่หลังเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ๆ ต้องปรับตัวเข้ากับระบบสภา ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรุ่นพี่ ยังให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาข้อบังคับ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อน เช่น การยื่นญัตติ การอภิปราย และการลงมติ

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มนักการเมืองที่มีประสบการณ์ เน้นนโยบายกล้าแกร่งและโปร่งใส มติครั้งนี้ยืนยันจุดยืนดังกล่าว หากคุณสนใจการเมืองไทย อย่าลืมติดตามการประชุมสภาผ่านทีวีรัฐสภา

สุดท้าย มติพรรคกล้าธรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการตัดสินใจ หาก ส.ส.ทุกพรรคทำเช่นนี้ได้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับมติล่าสุดนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ชิงประธานสภา

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคประชาชนเสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ไอติม” ชิงตำแหน่งประธานสภา ผู้แทนราษฎร ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาที่สำคัญนี้ เขาจะต้องแข่งขันกับนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นตัวแทนสายตรงบ้านใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน มาดูกันครับว่า ประวัติ ไอติม พริษฐ์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ที่ทำให้พรรคเลือกเขาในตำแหน่งสำคัญขนาดนี้

ประวัติ ไอติม พริษฐ์

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 หรือจะมีอายุครบ 34 ปีในปี 2569 เขาเป็นบุตรชายของศาสตราจารย์ นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย กับศาสตราจารย์ พญ. อลิสา วัชรสินธุ หัวหน้าหน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คุณแม่ของเขายังเป็นพี่สาวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน และเป็นน้องสาวของนางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ด้วยนะครับ ครอบครัวนี้เลยเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญทั้งในวงการแพทย์ การเมือง และวรรณกรรม

ไอติมมีพี่ชาย 1 คน คือ นายพศุตม์ วัชรสินธุ หรือ “อะตอม” ซึ่งจบด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรู้แบบนี้ ทำให้ไอติมเติบโตมาด้วยแรงบันดาลใจมหาศาลเลยครับ

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ในด้านการศึกษา

ด้านการศึกษา ประวัติ ไอติม พริษฐ์ นั้นโดดเด่นมาก เขาจบจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี และได้รับทุน King’s Scholarship เข้าเรียนที่โรงเรียนอีตัน (Eton College) แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของโลก จากนั้นศึกษาปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ด้วยผลงานยอดเยี่ยม เขาได้รับเลือกเป็นประธานองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (President of the Oxford Union) ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกและคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตำแหน่งนี้ คุณลองนึกภาพเด็กไทยวัยรุ่นไปบริหารสโมสร辩論ดังระดับโลกดูสิครับ น่าทึ่งมาก!

เส้นทางการเมืองในประวัติ ไอติม พริษฐ์

เส้นทางการเมืองของไอติมเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษ เขาเป็นสมาชิกโครงการยุวประชาธิปัตย์ และยังฝึกงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ตอนอายุแค่ 16-17 ปีเท่านั้น! หลังจบปริญญาตรี ปี 2558 เขาเข้าทำงานที่ McKinsey & Company เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการ รับผิดชอบโครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 3 ปี ก่อนหันมาเล่นการเมืองเต็มตัวกับพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2561

ไอติมเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม “NewDem” หรือคนรุ่นใหม่ประชาธิปัตย์ ร่วมกับเพื่อนๆ อย่างหมอเอ้ก นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์, ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย, พรหม พรรณวิเชียร และอื่นๆ เพื่อปรับภาพลักษณ์พรรคให้ทันสมัย นำเสนอนโยบายเสรีนิยมก้าวหน้า เช่น ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สิทธิ LGBTQ+ และกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ แต่ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้กลุ่ม NewDem บางคนลาออก รวมถึงไอติมที่ยื่นลาออกพร้อมข้อความสุดซึ้ง “ผมขอโทษที่สิ่งที่ท่านได้ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านเลือก” แล้วเว้นวรรคทางการเมือง

ต่อมา ไอติมก่อตั้ง StartDee EdTech Startup เพื่อขยายโอกาสการศึกษาให้เด็กไทย และตั้งกลุ่ม Re-Solution รณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ 2560 ยกเลิก สว. ทำให้สนิทกับนายธนาธรและปิยบุตร ปี 2565 เข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล รับตำแหน่งผู้จัดการการสื่อสารและรณรงค์นโยบาย ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังพรรคลั่นแหล่งชนะเลือกตั้ง

บทบาทสำคัญของเขาคือผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ (ยกเลิกเกณฑ์ทหาร) การศึกษา (เรียนฟรีจริง คืนครูให้นักเรียน ปฏิรูปหลักสูตรเน้นทักษะศตวรรษ 21) และแก้รัฐธรรมนูญให้ สสร.มาจากเลือกตั้ง 100% เขายังเป็นโฆษกพรรคก้าวไกลต่อจากรังสิมันต์ โรม และหลังพรรคยุบ มาเป็นโฆษกพรรคประชาชนต่อ

นี่คือ ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ที่ครบเครื่องทั้งการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และวิสัยทัศน์การเมือง คุณคิดว่าเขาจะเหมาะสมกับเก้าอี้ประธานสภาไหม? ติดตามผลการเลือกตั้งและข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่นี่เลยครับ แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนไอติมหรือคู่แข่ง?

ที่มา – ประวัติ “ไอติม พริษฐ์” ผู้ถูกพรรคประชาชนเสนอชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภา

“อนุทิน” สีหน้ายิ้มแย้ม ถก สส.ภูมิใจไทย ทิศทางโหวตประธานสภา

ในวันนี้ที่รัฐสภาเต็มไปด้วยความคึกคัก การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา “อนุทิน” สีหน้ายิ้มแย้ม ถก สส.ภูมิใจไทย ทิศทางโหวตประธานสภา กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาถึงรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“อนุทิน” สีหน้ายิ้มแย้ม ถก สส.ภูมิใจไทย ทิศทางโหวตประธานสภา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางถึงอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นวันสำคัญในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คน แม้จะไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ท่าทีที่ผ่อนคลายของท่านนายกฯ ทำให้หลายคนคาดการณ์ถึงทิศทางที่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ท่านจะขึ้นไปเป็นประธานการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย เพื่อถกเถียงและกำหนดทิศทางในการโหวตให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นเอกภาพภายในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมืองไทย พรรคนี้มี สส.จำนวนมากและมีอิทธิพลในการตัดสินใจโหวตครั้งนี้ สีหน้ายิ้มแย้มของ “อนุทิน” อาจบ่งบอกถึงความพร้อมและกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างดี เพื่อให้พรรคสามารถผลักดันผู้สมัครที่เหมาะสมขึ้นสู่อำนาจ

บริบทสำคัญของการเลือกประธานสภา

การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาใหม่ ประธานสภาจะมีหน้าที่ควบคุมการประชุม ดูแลระเบียบวาระ และเป็นตัวแทนของสภาในการเจรจากับฝ่ายบริหาร ในปี 2569 นี้ มีผู้สมัครหลายรายจากพรรคต่างๆ ที่ลงแข่งขัน ทำให้การโหวตต้องอาศัยการประสานงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคหลัก จึงต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก

บทบาทของพรรคภูมิใจไทยในการเมืองไทย

พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนโยบายสาธารณสุขและมหาดไทย การประชุม สส.ครั้งนี้ไม่เพียงกำหนดทิศทางโหวตประธานสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการทำงานในสภาชุดใหม่

  • เสริมสร้างเอกภาพพรรคให้แข็งแกร่ง
  • ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • สร้างสมดุลอำนาจในสภา
  • เตรียมพร้อมรับมือกับฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอาจเสนอชื่อผู้สมัครที่มีประสบการณ์ยาวนานในสภา เพื่อให้การประชุมสภาดำเนินไปอย่างราบรื่น สีหน้ายิ้มแย้มของนายอนุทินยังจุดประกายความหวังให้สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน

จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหว “อนุทิน” สีหน้ายิ้มแย้ม ถก สส.ภูมิใจไทย ทิศทางโหวตประธานสภา แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่มั่นใจและมีวิสัยทัศน์ การกำหนดทิศทางที่ชัดเจนจะช่วยให้พรรคมีอิทธิพลมากขึ้นในรัฐบาลชุดใหม่ หากคุณสนใจการเมืองไทย อย่าลืมติดตามผลการโหวตในวันนี้ เพราะมันจะกำหนดอนาคตของประเทศเรา

ในฐานะนักสังเกตการณ์การเมือง ผมเชื่อว่าทิศทางนี้จะนำไปสู่ความมั่นคงของสภาและรัฐบาล ชวนทุกท่านติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – “อนุทิน” สีหน้ายิ้มแย้ม ถก สส.ภูมิใจไทย ทิศทางโหวตประธานสภา

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมโหวตประธานสภาฯ

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ

วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ได้เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวานที่ 14 มีนาคม ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับแนวทางการทำงาน

เมื่อสื่อถามถึงแนวทางโหวตว่าจะงดออกเสียง ไม่เห็นชอบ หรือเห็นชอบ นายอรรถกรตอบแบบขำๆ ว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ” และย้ำว่าขอเวลาสรุปก่อนประชุม โดยมั่นใจว่ามติพรรคจะออกมาเป็นเอกภาพแน่นอน

จากข้อมูลเบื้องต้น ทิศทางของ ส.ส.พรรคกล้าธรรมยัง “กลางๆ” ไม่ชัดเจนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ มีความเห็นหลากหลายจากสมาชิกพรรค จึงให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้บังคับลูกพรรคเรื่องการลงคะแนน แต่เน้นย้ำตั้งแต่แรกว่าอยากให้ทุกคนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อความเป็นเอกภาพของพรรค

ทิศทาง “กลางๆ” ของพรรคกล้าธรรมหมายถึงอะไร

คำว่า “กลางๆ” ที่นายอรรถกรใช้ อาจตีความได้หลายแบบ บางคนมองว่างดออกเสียง บางคนว่ายังไม่ตัดสินใจชัดเจน แต่สิ่งสำคัญคือพรรคกล้าธรรมซึ่งมี ส.ส. จำนวนไม่น้อย กำลังพยายามรักษาความเป็นเอกภาพภายในพรรค ท่ามกลางแรงกดดันจากพันธมิตรและฝ่ายตรงข้าม การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคและบทบาทในสภาฯ ต่อไป

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่มีบุคลากรชั้นนำอย่าง ร.อ.ธรรมนัส และนฤมลภิญโญ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง ทั้งสองท่านเคยผ่านการทำงานในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน และย้ายมาสร้างพรรคใหม่นี้เพื่อตอบโจทย์ประชาชนในประเด็นต่างๆ เช่น เกษตรกรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกระทรวงที่ทั้งคูรับผิดชอบ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า: ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตร เน้นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร
  • นฤมล ภิญโญสินวัฒน์: หัวหน้าพรรค สายการศึกษา ผลักดัน改革การเรียนการสอน
  • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร: นายทะเบียนพรรค ดูแลการท่องเที่ยว

การที่ “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงหลักการนำพรรคที่ให้อิสระแก่ ส.ส. แต่ยึดมั่นในความสามัคคี ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในเวทีการเมืองที่เต็มไปด้วยการต่อรอง

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การโหวตประธานสภาฯ ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะจะกำหนดทิศทางของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายและอภิปรายรัฐบาล หากพรรคกล้าธรรมตัดสินใจเห็นชอบ อาจช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล แต่หากงดหรือไม่เห็นชอบ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล

จากประวัติศาสตร์การเมืองไทย พรรคเล็กๆ มักถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการโหวตใหญ่ๆ ครั้งนี้เช่นกัน นักวิเคราะห์การเมืองคาดการณ์ว่าพรรคกล้าธรรมน่าจะเลือกทางที่เป็นประโยชน์ต่อนโยบายหลักของพรรค เช่น การสนับสนุนเกษตรกรและการศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าพรรคอื่นๆ กำลังเก็บบอลรอผลการโหวตของกล้าธรรม เพื่อปรับกลยุทธ์ของตัวเอง สถานการณ์นี้ทำให้บรรยากาศที่รัฐสภาในวันนี้ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตาม

สรุปแล้ว “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ เป็นตัวอย่างของการนำพรรคที่สมดุลระหว่างอิสระและความสามัคคี คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ

The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์และข่าวเทคโนโลยี! วันนี้เราจะมาพูดถึงรถสุดโหดที่ใครๆ ก็รู้จักในชื่อ The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รถคันนี้ไม่ใช่รถหรูทั่วไป แต่เป็นยานเกราะเคลื่อนที่ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้นำสูงสุดของโลกอเมริกาเลยทีเดียว ผลิตโดย General Motors (GM) ตามสเปกพิเศษของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (U.S. Secret Service) ข้อมูลหลายอย่างยังเป็นความลับ แต่เรารวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้แล้วนะครับ

The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ: สเปกทางเทคนิคสุดโหด

โครงสร้างหลักของ The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้พื้นฐานจากรถบรรทุก GMC TopKick เพื่อรับน้ำหนักมหาศาลได้สบายๆ น้ำหนักรถอยู่ที่ประมาณ 6.8-9 ตัน! เครื่องยนต์คาดว่าเป็นดีเซล Duramax 6.6 ลิตร V8 ที่เน้นแรงบิดสูงสำหรับลากตัวรถหนักๆ ความเร็วสูงสุดแค่ 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 96 กม./ชม.) แต่ก็เพียงพอสำหรับการหลบหนีแล้วล่ะครับ

The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ระบบป้องกันสุดยอดของ The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

รถคันนี้คือป้อมปราการเคลื่อนที่เลยครับ ตัวถังผสมเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ไทเทเนียม และเซรามิก หนา 8 นิ้ว ต้านกระสุนใหญ่และระเบิดได้สบาย กระจกหนา 5 นิ้ว กันกระสุนหลายชั้น ประตูหนักเท่าประตู Boeing 757 ต้องมีระบบช่วยเปิดปิด ห้องโดยสารซีลสนิท ป้องกันสารเคมีชีวภาพ มีออกซิเจนสำรองด้วย

  • ยาง Run-flat: วิ่งต่อได้แม้ถูกยิง
  • ระบบเชิงรุก: ปล่อยควัน น้ำมัน แก๊สน้ำตา มือจับประตูช็อตไฟฟ้า
  • ถังเลือด: กรุ๊ปเลือดตรงกับประธานาธิบดี
The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ เชื่อมต่อเพนตากอนแบบเข้ารหัส มีกล้อง Night-vision ถังน้ำมันกันระเบิด ขบวนรถมีรถสนับสนุนตัดสัญญาณระเบิดรีโมท รถพยาบาล ฯลฯ ทำให้ปลอดภัยสุดๆ

The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ข้อมูลเหล่านี้มาจากการเปิดเผยทางสื่อ แต่ความลับจริงๆ ยังมีอีกเพียบ! ถ้าคุณเป็นแฟนรถเกราะหรือข่าวการเมือง ลองนึกภาพถ้าไทยมีรถแบบนี้บ้างจะเจ๋งแค่ไหน คุณคิดเห็นยังไงกับ The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลยนะครับ!

ที่มา – The Beast รถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

หวยปฏิทินจีน 16/3/69 คอหวยส่องเลขดัง

สวัสดีคอหวยตัวยงทุกคน! วันนี้เรามีของเด็ดมาฝากกันอีกแล้วนะ สำหรับ หวยปฏิทินจีน 16/3/69 ที่คอหวยหลายคนรอคอย เพราะเคยให้โชคมาแล้วหลายงวดจริงๆ บรรยากาศตามแผงลอตเตอรี่ตอนนี้คึกคักสุดๆ ทุกคนแห่ส่อง “เลขดังงวดนี้” จากหวยปฏิทินจีน เพื่อไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 16 มีนาคม 2569 กันอย่างล้นหลาม

หวยปฏิทินจีน 16/3/69

หวยปฏิทินจีนเป็นแนวทางหวยที่ได้รับความนิยมมานาน เพราะมาจากปฏิทินจีนโบราณที่เชื่อว่ามีพลังแห่งโชคลาภซ่อนอยู่ คอหวยหลายคนนิยมนำเลขจากปฏิทินนี้ไปตีเป็นเลขเด็ดทั้ง 2 ตัว 3 ตัว บ่อยครั้งที่เข้าหลายงวดติด ทำให้งวดนี้ หวยปฏิทินจีน 16/3/69 กลายเป็นที่สนใจมาก โดยเฉพาะข้อมูลจากเฟซบุ๊กเพจดังอย่าง แม่จำเนียร ที่อัพเดทแนวทางเลขขายดีประจำงวดนี้

เลขเด็ดหวยปฏิทินจีน 16/3/69 ที่คอหวยแห่ซื้อ

เลขที่มาแรงสุดๆ ในงวดนี้คือเลขที่เคยให้โชคคอหวยมาแล้วหลายคน ได้แก่

  • 37 – เลขท้าย 2 ตัวยอดฮิต
  • 67 – เข้างวดก่อนๆ บ่อยมาก
  • 63 – คู่กับเลขบนที่มาแรง
  • 263 – เลขท้าย 3 ตัวที่น่าลุ้น
  • 637 – ชุดเลขใหญ่ที่ขายดี

เลขเหล่านี้ถูกหยิบไปซื้อลอตเตอรี่กันเกลี้ยงแผงเลยทีเดียว หากคุณกำลังมองหาแนวทาง หวยปฏิทินจีน 16/3/69 ก็อย่าพลาดนะ สามารถนำไปจับคู่ตีเลขวิ่งหรือเลขท้ายได้ตามสไตล์ตัวเอง

ทำไมหวยปฏิทินจีนถึงดังขนาดนี้?

หวยปฏิทินจีนไม่ได้มาเพราะดวงอย่างเดียว แต่มีหลักการคำนวณจากวัน เดือน ปี ตามปฏิทินจีนโบราณที่ผสมผสานศาสตร์ตัวเลขและโหราศาสตร์ ทำให้หลายคนเชื่อมั่น โดยเฉพาะในช่วงใกล้หวยออก คอหวยมักจะมาส่องกันตั้งแต่เช้า นอกจากนี้ยังมีเลขอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น เลขคู่ 36-37, 66-67 หรือชุด 3 ตัว 363-367 ที่อาจจะตามมาอีก ลองนำไปพิจารณาดูสิ!

สำหรับงวด 16/3/69 บรรยากาศซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลคึกคักมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดลอตเตอรี่ทั่วประเทศคึกคัก โดยเฉพาะแผงที่ขายเลขจาก หวยปฏิทินจีน 16/3/69 ที่เกลี้ยงช้าไปเป็นที่เรียบร้อย แนะนำให้รีบไปหาซื้อก่อนหมดนะคะ

ถ่ายทอดสดและตรวจหวย 16/3/69

อย่าลืมชมถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 16 มีนาคม 2569 ผ่านไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หลังออกหวยแล้ว สามารถตรวจหวย 16 มีนาคม 2569 ทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์เลย สะดวกมาก ไม่ต้องรอ!

ส่วนตัวผมเองเป็นคอหวยตัวยง เชื่อว่าหวยปฏิทินจีนงวดนี้มีลุ้นสูงมาก โดยเฉพาะเลข 37 กับ 67 ที่มาแรงสุด ลองซื้อสักใบสองใบไปลุ้นโชคดู ใครถูกหวยรวยเบอร์ ก็อย่าลืมมาบอกเล่าในคอมเมนต์นะ ขอให้ทุกคนโชคดี รวยเบอร์งวดนี้! ถ้าชอบแนวทางแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และติดตามเพจเราเพื่ออัพเดทเลขเด็ดทุกงวดเลย

ที่มา – มาแล้ว หวยปฏิทินจีน 16/3/69 คอหวยตามส่องแนวทาง “เลขดังงวดนี้” ไปลุ้นโชค

ไพโรจน์ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โหวตสภาฯ

ไพโรจน์ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว ในวันสำคัญของการเปิดสภาใหม่ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส. อายุมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 วัย 90 ปี เตรียมรับผิดชอบหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภา คาดว่าการประชุมจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ไพโรจน์ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยวิสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นวาระสำคัญในการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา

ด้วยความอาวุโสสูงสุดในสภา นายไพโรจน์จึงได้รับมอบหมายให้เป็นประธานชั่วคราวตามธรรมเนียมปฏิบัติ เขาเปิดเผยว่า ได้เตรียมตัวมาอย่างดี โดยจะเริ่มต้นด้วยการปฏิญาณตนของส.ส. ทุกคนก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระหลัก การเตรียมความพร้อมนี้เป็นไปตามปกติของผู้ที่มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการเมือง

ไพโรจน์ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คาดโหวตเสร็จเร็ว

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงระยะเวลาการประชุม นายไพโรจน์ มองว่า แม้จะนานพอสมควร แต่โดยรวมคาดว่าจะไม่เกิน 3 ชั่วโมง หากมีการแข่งขันโหวต ผู้สมัครทั้งประธานสภาฯ และรองประธานจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการลงคะแนน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ส.ส. ได้รับฟังนโยบายและแนวทางการนำสภา

นอกจากนี้ นายไพโรจน์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของสภาชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะกำหนดทิศทางการเมืองไทยในปีข้างหน้า ด้วยประสบการณ์กว่า 90 ปี เขาเชื่อมั่นว่าการดำเนินการจะราบรื่นและเป็นไปตามระเบียบวุฒิสภาและรัฐธรรมนูญ

กระบวนการโหวตประธานสภาฯ และรองประธาน

เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น กระบวนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดังนี้:

  • ปฏิญาณตน: ส.ส. ทุกคนต้องสาบานตนก่อนเข้าร่วมประชุม
  • เสนอชื่อผู้สมัคร: พรรคการเมืองเสนอชื่อประธานและรองประธาน (ปกติ 1 ประธาน 2 รอง)
  • แสดงวิสัยทัศน์: หากมีผู้สมัครมากกว่า 1 คน จะมีการนำเสนอวิสัยทัศน์
  • ลงคะแนน: โหวตลับหรือเปิดตามระเบียบ คาดผลออกภายในวันเดียว

ในสภาชุดที่ 27 พรรคเพื่อไทยมีที่นั่งนำ โดยนายไพโรจน์ในฐานะ ส.ส.อาวุโส ถือเป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่องในวงการเมืองไทย

ประวัติศาสตร์และบทบาทของนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร

นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร เป็น ส.ส.รุ่นดึกดำบรรพ์ อายุ 90 ปีบริบูรณ์ เคยผ่านการเลือกตั้งหลายสมัยกับพรรคเพื่อไทย เคยทำหน้าที่ในสภาหลายชุดมาแล้ว ทำให้เขาได้รับความเคารพจากส.ส.ทุกพรรค การได้รับเลือกเป็นประธานชั่วคราวครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงบทบาทของผู้ใหญ่ในสภาไทย

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่หลังการเลือกตั้ง แต่ด้วยประสบการณ์ของนายไพโรจน์ การโหวตครั้งนี้คาดว่าจะผ่านไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีดราม่าหรือยืดเยื้อ

ในมุมมองของผู้เขียน การเริ่มต้นสภาชุดที่ 27 ด้วยประธานชั่วคราวอย่างไพโรจน์ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสามัคคีให้กับสภา ติดตามผลการโหวตและอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “ไพโรจน์” พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน คาดใช้เวลาไม่เกิน 3 ชม.

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรก โหวตประธานสภาฯ

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ

วันนี้ (15 มีนาคม 2569) เป็นวันสำคัญสำหรับแฟนการเมืองไทย เมื่อถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวาน (14 มีนาคม) สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยวิสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ได้เริ่มต้นด้วยวาระเด็ดขาดนี้ ซึ่งทุกสายตาจับจ้องตัวเต็งจากพรรคใหญ่ๆ ที่คาดว่าจะไม่พลิกโผ

บรรยากาศในสภาเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้า เวลา 09.00 น. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วัย 90 ปี ผู้ถือเป็น ส.ส.อาวุโสสูงสุดของสภาชุดนี้ รับหน้าที่ประธานชั่วคราว ก่อนที่ ส.ส.ทุกคนจะปฏิญาณตนตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงเข้าสู่วาระเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานคนที่ 1 และคนที่ 2 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานของสภาในอนาคต

ตัวเต็งที่คาดว่าจะคว้าชัยในถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชัดเจนสุดๆ ในการเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เป็นประธานสภาฯ ส่วน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี รองประธานคนที่ 1 ขณะที่โควต้ารองประธานคนที่ 2 ตกเป็นของพรรคเพื่อไทย (พท.) กับ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย ทางพรรคประชาชน (ปชน.) ก็ไม่ยอมแพ้ มีมติส่งชื่อชิงประธานสภาฯ แต่ยังปิดบังตัวบุคคล ทำเอาสื่อและนักการเมืองต้องลุ้นกันตัวโก่ง

  • ประธานสภาฯ: นายโสภณ ซารัมย์ (ภท.) – ตัวเต็งอันดับ 1 จากประสบการณ์ยาวนาน
  • รองประธานคนที่ 1: น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช (ภท.) – ผู้หญิงแกร่งจากลพบุรี
  • รองประธานคนที่ 2: นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล (พท.) -ตัวแทนจากภาคอีสาน
  • พรรคประชาชน: ส่งชิงประธาน แต่ยังไม่เปิดชื่อ

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่สะท้อนสมดุลอำนาจระหว่างพรรคใหญ่ โดยเฉพาะภท.ที่ได้เปรียบจากจำนวน ส.ส. และดีลทางการเมืองที่แน่นปึ้ก

ขั้นตอนการโหวตแบบละเอียดในถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ

นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาฯ เผยขั้นตอนชัดเจน หากแต่ละตำแหน่งมีผู้เสนอชื่อเดียว ไม่ต้องโหวต แค่แสดงวิสัยทัศน์ 10 นาทีต่อคน เสร็จเร็วปรื๊ด แต่ถ้ามีแข่งกัน ต้องลงคะแนนลับตามข้อบังคับ ใช้เวลาโหวตตำแหน่งละ 2 ชม. 30 นาที ส.ส.เรียงตามตัวอักษร รับบัตรเข้าไปเขียนชื่อในคูหา หย่อนลงกล่อง แล้วคณะกรรมการจากทุกพรรคร่วมนับคะแนนแบบโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีกติกาเรื่องคะแนนขั้นต่ำ ผู้สมัครต้องได้เสียงไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของ ส.ส.ทั้งหมด (ประมาณ 250 เสียงจาก 500 คน) ถ้าไม่ถึงต้องเลือกใหม่ สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมถ่ายทอดสด

ทำไมวาระนี้ถึงสำคัญ? ประธานสภาฯ ควบคุมการประชุม กำหนดวาระ ลำดับพูด และตีความกฎระเบียบ ซึ่งจะส่งผลต่อการผลักดันนโยบายรัฐบาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และกฎหมายสำคัญๆ ในปีนี้ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ หรือปรับโครงสร้างภาษี การเลือกตั้งที่ดีจะช่วยให้สภาเดินหน้าสะดวก ไม่ติดขัด

จากประสบการณ์สภาชุดก่อนๆ การโหวตมักลุ้นดราม่า โดยเฉพาะถ้ามี ส.ส.อิสระหรือพรรคเล็กสลับขั้ว แต่คราวนี้คาดว่าตัวเต็งน่าจะผ่านฉลุย เพราะดีลพรรครองๆ แน่นหนา ผู้ชมถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ สามารถติดตามแบบเรียลไทม์ได้ทางช่องข่าวต่างๆ

ในมุมมองผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกให้ประชาชนมั่นใจในระบบประชาธิปไตยไทยมากขึ้น หากทุกฝ่ายยึดหลักธรรมาภิบาล อย่าลืมติดตามผลโหวตและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชาวเน็ตคิดอย่างไรกับตัวเต็งเหล่านี้?

ที่มา – ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ