ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากถูกปิดกั้นจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ล่าสุด 5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบ สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้นำจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดยประณามการกระทำของอิหร่านอย่างรุนแรงที่โจมตีเรือพาณิชย์ไร้อาวุธ โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เช่น แหล่งน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย
แถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า ชาติเหล่านี้พร้อมเข้าร่วม “ความพยายามที่เหมาะสม” ทุกประการเพื่อเปิดช่องแคบให้กลับมาสัญจรได้อย่างปลอดภัย โดยยึดหลักเสรีภาพการเดินเรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสัญญา UNCLOS
ประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ของ 5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่น
- ประณามอิหร่าน: การโจมตีเรือพาณิชย์ การวางทุ่นระเบิด โดรน และขีปนาวุธ รวมถึงการขัดขวางการขนส่ง
- เรียกร้องทันที: ยุติการกระทำทั้งหมดและปฏิบัติตามมติ UNSC ฉบับที่ 2817
- ภัยคุกคามสันติภาพ: การแทรกแซงห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ
- มาตรการสนับสนุน: สนับสนุน IEA ระบายน้ำมันสำรอง ร่วมมือผู้ผลิตเพิ่มกำลังการผลิต และช่วยเหลือประเทศได้รับผลกระทบผ่าน UN และ IFIs
ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร กว้างสุด 39 กิโลเมตร เป็นจุดเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน คูเวต และอิรัก ต้องผ่านที่นี่เพื่อไปตลาดโลก การปิดช่องแคบจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกรุนแรง โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างญี่ปุ่นและยุโรป
บริบทความตึงเครียดอิหร่าน-ชาติตะวันตก
ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน สงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง และการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติ อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบหลายครั้งเพื่อตอบโต้ แต่ครั้งนี้เป็นการกระทำจริงจัง ล่าสุดกองกำลังอิหร่านโจมตีเรือ tanker หลายลำ สร้างความเสียหายและความกลัวให้บริษัทขนส่ง
5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม แสดงถึงความเป็นเอกภาพของชาติพันธมิตรในการปกป้องเส้นทางค้าสำคัญ แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีกองทัพบุก แต่มีกองกำลังป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งและพึ่งพาน้ำมันนำเข้าเกือบ 100%
นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนร่วมกับสหรัฐฯ และชาติอื่นๆ เพื่อคุ้มครองเรือสินค้า อาจรวมถึงการลาดตระเวน การขนส่งทหารรักษาการณ์ หรือมาตรการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายย้ำว่าต้อง “เหมาะสม” เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: หากช่องแคบปิดนาน ราคาน้ำมันอาจแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ GDP โลกหดตัว 1-2% ประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ก็จะได้รับผลกระทบ โดยราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินพุ่งสูง
ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวของ 5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดพลังงาน ช่วยลดความไม่แน่นอนและสนับสนุนเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการตอบโต้จากอิหร่านและพันธมิตรอย่างรัสเซีย จีน
สุดท้าย การรักษาเสรีภาพการเดินเรือเป็นหลักการพื้นฐานที่ทุกชาติต้องยึดมั่น เพื่อความมั่งคั่งร่วมกัน คุณคิดว่าชาติเหล่านี้ควรใช้วิธีใดในการเปิดช่องแคบ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดต!
ที่มา – 5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม



