วัน: 28 มีนาคม 2026

เซเนกัลพาเหรดถ้วยแอฟคอนดราม่าแชมป์

เซเนกัลพาเหรดถ้วยแอฟคอนท่ามกลางดราม่าแชมป์

เซเนกัลพาเหรดถ้วยแอฟคอนท่ามกลางดราม่าแชมป์ ก่อนเกมกระชับมิตรกับทีมชาติเปรูที่สนามสตาด เดอ ฟร็องซ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้ว่าทีมสิงโตแห่งเตรีรูกาจะถูกสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) ถอดถอนตำแหน่งแชมป์เอเชียน คัพ ออฟ เนชั่นส์ (แอฟคอน) 2025 ไปแล้วก็ตาม

เหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศเมื่อเดือนมกราคม โดยมอร็อกโกถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะหลังจาก CAF ยกเลิกผลการแข่งขันเดิม ในตอนนั้น สกอร์เสมอ 0-0 เจ้าภาพมอร็อกโกได้จุดโทษช่วงทดเจ็บ ทำให้ผู้เล่นเซเนกัลประท้วงเดินออกจากสนามไป ก่อนจะกลับมาหลังจากหน่วงเวลาไปประมาณ 17 นาที มอร็อกโคโอกยิงจุดโทษไม่เข้า และเซเนกัลมาได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ

แต่หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลมอร็อกโก (FRMF) อุทธรณ์ CAF ก็ตัดสินให้เซเนกัลสละสิทธิ์ และมอบชัยชนะ 3-0 ให้มอร็อกโก ปัจจุบันเซเนกัลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) แล้ว ซึ่งระบุว่าจะตัดสินให้เร็วที่สุด

เซเนกัลพาเหรดถ้วยแอฟคอนท่ามกลางดราม่าแชมป์

ก่อนเกมกระชับมิตรกับเปรู กัปตันทีมคาลิดู คูลิบาลี และเพื่อนร่วมทีมเดินอวดถ้วยแอฟคอนรอบสนามในพิธีพาเหรด จากนั้นคูลิบาลีและผู้รักษาประตูเอดูอาร์ เมนดี้ยังขึ้นไปวางถ้วยที่กล่องวีไอพีของประธานสนามด้วย นี่ถือเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจของเซเนกัลที่ยังไม่ยอมรับการตัดสินของ CAF

เกมกระชับมิตรนัดนี้เป็นนัดแรกของเซเนกัลนับตั้งแต่นัดชิงแอฟคอน และเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมทีมสู่ฟุตบอลโลกที่จะเริ่มในเดือนมิถุนายน โดยเซเนกัลอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมชาติฝรั่งเศส นอร์เวย์ และทีมอันดับสองจากโบลิเวียหรืออิรัก

พื้นหลังดราม่าแอฟคอน 2025

ทัวร์นาเมนต์แอฟคอน 2025 ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลแอฟริกา เซเนกัลที่เพิ่งคว้าแชมป์เมื่อปี 2021 แสดงฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่ดราม่าจุดโทษและการประท้วงทำให้ทุกอย่างพลิกผัน ผู้เล่นเซเนกัลมองว่าการตัดสินของกรรมการไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการให้จุดโทษที่หลายคนมองว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด

CAF ออกแถลงการณ์ว่าการประท้วงของเซเนกัลขัดต่อกฎ ทำให้ต้องปรับแพ้ แต่แฟนบอลเซเนกัลจำนวนมากไม่เห็นด้วย และเชื่อว่ามอร็อกโกได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าภาพ การพาเหรดถ้วยครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่าทีมยังสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเอง

อนาคตเซเนกัลหลังดราม่า

การอุทธรณ์ต่อ CAS จะเป็นกุญแจสำคัญ หาก CAS พลิก決定 เซเนกัลอาจได้ถ้วยคืน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฟุตบอลโลกคือเป้าหมายใหญ่ กัปตันคูลิบาลีซึ่งเล่นให้เชลซี กล่าวว่าทีมจะโฟกัสที่การเตรียมตัว และใช้ดราม่านี้เป็นแรงผลักดัน

ในมุมมองของผม การที่เซเนกัลยังพาเหรดถ้วยแสดงถึงจิตวิญญาณนักสู้ที่แท้จริง ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะมีดราม่าแชมป์รุมเร้า คุณคิดว่า CAS จะตัดสินยังไง? คอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลแอฟริกาอัปเดตเพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่กำลังเป็นกระแสข่าวใหญ่ทั่วโลก เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายสำคัญในอิหร่านและเลบานอน สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้ยิ่งเพิ่มขึ้น

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว: รายละเอียดการโจมตี

การโจมตีของอิสราเอลมุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์และนิคมอุตสาหกรรมในอิหร่าน โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่า มีโรงงานเหล็กสองแห่งถูกโจมตี รวมถึงโรงงานในจังหวัดคูเซสถานที่ใช้สารกัมมันตรังสี นอกจากนี้ โรงงานผลิตน้ำมวลหนักในเมืองอารัก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลูโตเนียมสำคัญ ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน สื่ออิหร่านรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายจากนิคมอุตสาหกรรมเหล็กในอิสฟาฮาน และโรงไฟฟ้าสองแห่งที่จ่ายไฟให้โรงงานก็ถูกทำลาย

สำนักงานปรมาณูอิหร่านระบุว่า โรงงานในจังหวัดแยซด์ที่ผลิต “เยลโลว์เค้ก” หรือผงยูเรเนียมเข้มข้น ถูกโจมตีด้วย แต่ยืนยันไม่มีรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ขู่จะทำให้ผู้โจมตี “ชดใช้ราคาแพง” ซึ่งแสดงถึงการตอบโต้ที่อาจรุนแรงในอนาคต

เหตุการณ์ในเลบานอน: นักข่าว 3 รายเสียชีวิต

ในเลบานอน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า อิสราเอลโจมตีรถของสื่อมวลชนทางตอนใต้ ทำให้ อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวอาลี ชูเอบ จาก Al Manar เครือข่ายฮิซบอลเลาะห์ ฟาติมา และโมฮาเหม็ด เฟโตนี จาก Al Mayadin เสียชีวิตในเมืองเจซซีนจากการโจมตีทางอากาศ ประธานาธิบดีโจเซฟ อาวุน ประณามว่าเป็น “อาชญากรรมโจ่งแจ้ง” ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ปกป้องนักข่าว

กองทัพอิสราเอลยอมรับการสังหารอาลี ชูเอบ แต่กล่าวหาว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ฮิซบอลเลาะห์ปลอมตัว เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการโต้เถียงเรื่องเสรีภาพสื่อและการคุ้มครองนักข่าวในเขตสงคราม

ผลกระทบและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

เหตุการณ์ อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรง โดยอิสราเอลขู่ว่าจะ “ยกระดับและขยายวง” การโจมตีในเตหะราน แม้จะมีความพยายามทางการทูต แต่ทั้งสองฝ่ายแทบไม่ยอมถอย เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระทบโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ยังขยายวงไปยังเลบานอนผ่านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

  • ความเสียหายต่อโรงงานนิวเคลียร์: อาจชะลอโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
  • การสูญเสียนักข่าว: สร้างแรงกดดันต่ออิสราเอลจากนานาชาติ
  • ความเสี่ยงสงครามใหญ่: อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยขีปนาวุธหรือผ่านพันธมิตร

นานาชาติกำลังจับตาการตอบสนอง โดย IAEA กำลังตรวจสอบผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี ขณะที่สหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ

มุมมองอนาคต: สงครามจะลุกลาม?

จากประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง อิสราเอลมักโจมตี preemptively เพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ครั้งนี้ครอบคลุมเลบานอนด้วย ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น ชาวโลกกังวลว่าอาจนำไปสู่สงครามภูมิภาค

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตล่าสุด

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ การปกป้องพลเรือนและสื่อต้องมาก่อน หากคุณสนใจวิเคราะห์เพิ่มเติม คอมเมนต์ด้านล่างหรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว

“ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” กทม. ลดไฟ 32MW ประหยัด 1.4แสน

กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมงในกรุงเทพมหานครปี 2569 หรือ 60+ Earth Hour 2026 ประสบความสำเร็จอย่างมาก! ประชาชนกรุงเทพฯ ร่วมใจกันปิดไฟ ลดการใช้พลังงานได้ถึง 32 เมกะวัตต์ (MW) เมื่อเทียบกับวันเสาร์ก่อนหน้า ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟฟ้าลงกว่า 144,958 บาท นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 13.5 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการดูดซับของต้นไม้ 1,350 ต้นใน 1 ปีเลยทีเดียว

ปิดไฟ 1 ชั่วโมง

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 20.30-21.30 น. กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตต่างๆ ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และสื่อ รณรงค์ให้ทุกคนปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า และลดใช้แอร์ 1 ชั่วโมง กิจกรรมนี้ร่วมกับกว่า 7,000 เมืองใน 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน

แลนด์มาร์กสำคัญ 3 แห่งอย่างวัดอรุณราชวราราม (เขตบางกอกใหญ่) เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวราราม (เขตพระนคร) และภูเขาทองวัดสระเกศ (เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย) ก็ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ สร้างความตระหนักให้ประชาชน

ประโยชน์จากการปิดไฟ 1 ชั่วโมง

ผลจากการคำนวณโดยการไฟฟ้านครหลวง พบว่าการลดใช้ไฟ 32 MW นี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มี impact ใหญ่หลวง:

  • ประหยัดค่าไฟ 144,958 บาท
  • ลด CO2 13.5 ตัน = ต้นไม้ดูดซับ 1,350 ต้น/ปี
  • เทียบเท่าเที่ยวบินกรุงเทพ-เชียงใหม่ 112 เที่ยว
  • รถยนต์ดีเซลวิ่ง 81,000 กิโลเมตร
  • ปิดไฟบ้าน 60,750 ครัวเรือน

น่าทึ่งใช่ไหม? แค่ 1 ชั่วโมง แต่ช่วยโลกได้ขนาดนี้

ประวัติศาสตร์ “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” ในกรุงเทพฯ

กรุงเทพมหานครรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมงมาตั้งแต่ปี 2551 รวม 18 ปี ลดใช้พลังงานได้รวม 22,617 เมกะวัตต์ และลด CO2 12,330 ตัน ปีก่อน (2568) ลดได้ 134 MW และ CO2 58.6 ตัน แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมต่อเนื่อง

ปัญหาโลกร้อนและพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว กรุงเทพฯ จึงเน้นสร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่ปิดไฟ แต่เป็นจุดเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ถอดปลั๊ก ใช้หลอด LED ปลูกต้นไม้ ใช้ขนส่งสาธารณะ ลดใช้รถส่วนตัว พลังเล็กๆ รวมกันกลายเป็นพลังใหญ่ ลดโลกร้อนได้ยั่งยืน

เคล็ดลับประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน

  • ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้
  • เปลี่ยนหลอดไส้เป็น LED ประหยัดไฟ 80%
  • ตั้งแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย
  • เดินทางด้วย BTS/MRT แทนรถยนต์
  • ปลูกต้นไม้รอบบ้าน ช่วยดูด CO2

ลองนำไปใช้ดูสิ รับรองช่วยประหยัดเงินและช่วยโลก!

สรุปแล้ว ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราลดใช้พลังงานทุกวัน ขอชื่นชมทุกท่านที่ร่วมด้วย ถ้าทุกคนทำแบบนี้ต่อเนื่อง กรุงเทพฯ และโลกจะเย็นลงแน่นอน ลองเริ่มจากคืนนี้เลยนะครับ คุณจะภูมิใจในตัวเองแน่นอน!

ที่มา – “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” กรุงเทพฯ ลดความต้องการใช้ไฟได้ 32 MW ประหยัดไปกว่า 1.4 แสนบาท

แมนซิตี้เข้าใกล้แชมป์ WSL หลังชนะแมนยู

แมนซิตี้เข้าใกล้แชมป์ WSL หลังชนะแมนยู ในการแข่งขันเดอร์บี้แมนเชสเตอร์ที่ดุเดือด! ผลงานสุดยอดของ Vivianne Miedema ที่ยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเรือใบสีฟ้าบุกทุบคู่ปรับร่วมเมือง 3-0 ส่งผลให้แมนซิตี้ขยับขึ้นนำจ่าฝูงแบบมั่นใจมากขึ้นในศึกฟุตบอลหญิงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

แมนซิตี้เข้าใกล้แชมป์ WSL หลังเอาชนะแมนยูไนเต็ด

แมตช์นี้แมนซิตี้แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มเกม พวกเขาครองบอลได้กว่า 65% และสร้างโอกาสทองหลายครั้ง Vivianne Miedema กลายเป็นดาวเด่นด้วยแฮตทริก? ไม่ใช่ครับ แต่เธอทำแฮตทริกไม่ได้ แต่ยิงดับเบิ้ลช่วยทีมหนีห่าง ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมจะมาปิดท้ายประตูที่ 3 ทำให้สกอร์สุดท้ายจบที่ 3-0

ไฮไลต์สำคัญของเกม

  • นาทีที่ 25: Vivianne Miedema เปิดสกอร์ด้วยการยิงหนักจากนอกกรอบ เข้าประตูอย่างสวยงาม
  • นาทีที่ 52: Miedema ซ้ำรอยอีกครั้งจากลูกเซ็ตพีซ ช่วยให้แมนซิตี้หนี 2-0
  • นาทีที่ 78: เพื่อนร่วมทีม Lauren Hemp ปิดเกมด้วยประตูที่ 3 หลังคอนโทรลบอลสุดเหนือชั้น
  • แมนยูไนเต็ด พยายามโต้กลับแต่แนวรับแมนซิตี้แข็งแกร่ง ไม่ยอมให้มีประตู

ชัยชนะนี้นอกจากจะทำให้ แมนซิตี้เข้าใกล้แชมป์ WSL หลังชนะแมนยู แล้ว ยังเป็นการล้างแค้นเดอร์บี้นัดก่อนที่เคยแพ้มา ทีมของ Gareth Taylor กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ชนะติดต่อกันหลายนัด และมีแต้มนำหัวตารางห่างจากทีมตามหลังถึง 8 คะแนน

ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์ WSL

ด้วยผลงานนี้ แมนซิตี้แทบจะได้แชมป์ WSL อยู่ในกำมือแล้ว เหลือเพียงไม่กี่นัดที่ต้องระวังคู่แข่งอย่าง Arsenal และ Chelsea ที่ยังไล่ตามอยู่ การชนะเดอร์บี้ยังช่วยเสริมขวัญกำลังใจให้ทีมหญิงของแมนซิตี้ที่กำลังไปได้สวย Vivianne Miedema ไม่ใช่แค่ดาวยิง แต่เป็นผู้นำในสนามที่ทำให้ทีมเล่นไหลลื่น

สถิติที่น่าสนใจ: แมนซิตี้ยิง 15 ครั้ง เข้าประตู 8 ครั้ง ขณะที่แมนยูมีโอกาสน้อยมาก นายทวารของแมนยูเซฟได้ดีแต่ไม่พอป้องกันความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่

  • ผู้เล่นยอดเยี่ยม: Vivianne Miedema (แมนซิตี้)
  • สถิติการครองบอล: ซิตี้ 68% – ยูไนเต็ด 32%
  • การยิง: ซิตี้ 15 – ยูไนเต็ด 6

แฟนบอลฟุตบอลหญิงต้องไม่พลาดการแข่งขันแบบนี้ เพราะ WSL กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปีนี้ ชัยชนะของแมนซิตี้ไม่ใช่แค่ 3 แต้ม แต่เป็นการประกาศศักดาห์ว่าพวกเขาคือทีมเต็งแชมป์ตัวจริง

คุณคิดอย่างไรกับผลงานของ Vivianne Miedema? แมนซิตี้จะคว้าแชมป์ WSL ได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการกลาโหมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ยูเครนและกาตาร์ได้ลงนามข้อตกลงสำคัญนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีต่อต้านขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ซึ่งยูเครนมีประสบการณ์สูงจากการรบกับรัสเซียมานานกว่า 4 ปี

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์: รายละเอียดสำคัญ

ข้อตกลงนี้มีลักษณะคล้ายกับที่ยูเครนเพิ่งเซ็นกับซาอุดีอาระเบียเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียอย่างกาตาร์กำลังมองหาความเชี่ยวชาญจากยูเครนในการรับมือสงครามโดรน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงครอบคลุมหลายด้าน เช่น

  • ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการป้องกัน
  • การพัฒนาโครงการร่วมกัน
  • การลงทุนในอุตสาหกรรมกลาโหม
  • การแลกเปลี่ยนความรู้ในการต่อต้านขีปนาวุธและโดรน

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X หลังประชุมกับตัวแทนกาตาร์ว่า “เราหารือประเด็นที่ช่วยปกป้องชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และบรรลุข้อตกลงพันธมิตรด้านกลาโหมอย่างน้อย 10 ปี”

背景ของยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เซเลนสกีเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อแบ่งปันเทคนิคการสกัดกั้นโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่อิหร่านออกแบบและรัสเซียผลิต ยูเครนฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจากการถูกโจมตีต่อเนื่อง 4 ปี โดรนเหล่านี้กำลังถูกอิหร่านใช้โจมตีเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ ทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องการพันธมิตรอย่างยูเครน

ข้อตกลงนี้ไม่เพียงช่วยยูเครนด้านการเงินและเทคโนโลยี แต่ยังเสริมสร้างบทบาทของยูเครนในเวทีโลก แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์สงครามกลายเป็นสินทรัพย์มีค่าที่ประเทศร่ำรวยน้ำมันต้องการ ด้านกาตาร์ซึ่งมีงบประมาณกลาโหมมหาศาล จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องน่านฟ้าจากภัยคุกคามโดรน

นอกจากนี้ ข้อตกลงยังเปิดโอกาสให้เกิดโครงการร่วม เช่น การผลิตโดรนป้องกันหรือระบบเรดาร์ขั้นสูง ซึ่งอาจขยายไปสู่การค้าอาวุธในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ายูเครนกำลังใช้ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ จากสงครามเพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ ท่ามกลางความขัดแย้งกับรัสเซียที่ยืดเยื้อ

ผลกระทบและโอกาสจากข้อตกลงนี้

สำหรับภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ข้อตกลงช่วยยกระดับขีดความสามารถป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะจากอิหร่านที่เพิ่มการส่งออกโดรนรบ ในขณะที่ยูเครนได้พันธมิตรเศรษฐกิจใหม่ ช่วยลดการพึ่งพาช่วยเหลือจากตะวันตก นักวิเคราะห์เชื่อว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘แกนกลาโหมยูเครน-อ่าวเปอร์เซีย’

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเรื่องการโอนเทคโนโลยีไปยังตะวันออกกลางที่อาจกระทบสมดุลกำลังทหารโลก แต่เซเลนสกียืนยันว่าข้อตกลงมุ่งเน้นการป้องกันตัวเองเท่านั้น

สรุปแล้ว ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์ เป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่ชนะทั้งสองฝ่าย หากคุณสนใจข่าวการเมืองระหว่างประเทศ แนะนำติดตามต่อเพื่อดูพัฒนาการเพิ่มเติม อย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

ชายไทยเตรียมตัว! ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 1-12 เม.ย.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชายไทยทุกวัย! วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับหนุ่มๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเกณฑ์ทหาร นั่นคือ ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 ซึ่งกองทัพบกได้ประกาศกำหนดการอย่างเป็นทางการแล้ว จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 เมษายน 2569 (เว้นวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรี) ถ้าคุณเกิดปี พ.ศ. 2548 (อายุครบ 21 ปี) หรือปี 2540-2547 (อายุ 22-29 ปี) ที่ยังไม่เคยตรวจเลือกหรือผลยังไม่เสร็จ ต้องรีบเตรียมตัวเลยนะครับ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ พร้อมสิทธิพิเศษเลือกหน่วยตามที่ตัวเองต้องการ!

ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569: รายละเอียดสำคัญที่ต้องรู้

กองทัพบกได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Royal Thai Army เชิญชวนชายไทยทุกคนมาร่วม ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 แบบพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือกปกติหรือสมัครใจเข้ากองประจำการ สิ่งที่เจ๋งสุดคือมีสิทธิเลือกหน่วยราชการ แผนก และผลัดที่ต้องการ แถมถ้ามีวุฒิ ม.6 ขึ้นไป หรือจบนักศึกษาวิชาทหาร ปว.1-2 ยังได้ลดวันรับใช้ราชการอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ สำหรับคนที่อยากรับใช้ชาติแบบมีทางเลือก

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569

เพื่อความราบรื่นในการตรวจเลือก อย่าลืมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามนี้เลยครับ:

  • ใบสำคัญ แบบ สด.9
  • หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร แบบ สด.35
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบรับรองผลการศึกษาตั้งแต่ ม.ปลาย หรือเทียบเท่าขึ้นไป
  • ใบรับรองแพทย์หรือประวัติการรักษา (ถ้ามี) ออกโดย รพ.รัฐ/เอกชน อายุไม่เกิน 60 วันก่อนวันตรวจ
  • หนังสือเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

กองทัพบกยังจัดกองอำนวยการตั้งแต่ระดับกองทัพลงมาถึงมณฑลทหารบก เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหา รวมถึงช่องทางพิเศษ ‘Fast Lane’ สำหรับผู้ป่วย พิการ ผู้สมัครใจ และผู้ผ่อนผัน ลดความแออัดได้เยอะเลยครับ ทำให้วันตรวจเลือกสะดวกสบายขึ้นมาก

สิทธิประโยชน์เมื่อสมัครใจในวันตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569

ถ้าคุณตัดสินใจสมัครใจในวัน ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 จะได้แสดงความประสงค์เลือกหน่วยที่อยากไป ไม่ว่าจะกองทัพบก กองทัพภาคไหน หรือแม้แต่หน่วยพิเศษ นอกจากนี้ยังมีโอกาสลดระยะเวลารับราชการถ้ามีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น วุฒิปริญญาตรี หรือสำเร็จ รด.ปี 1-2 ซึ่งช่วยให้คุณกลับมาทำงานหรือเรียนต่อได้เร็วขึ้น เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากรับใช้ชาติแต่ไม่อยากทิ้งอนาคตไกล

การตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 ครั้งนี้ถือเป็นหน้าที่ของชายไทยทุกคนที่รักชาติ ศรัทธาในพระมหากษัตริย์ แต่กองทัพก็เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมแบบสมัครใจมากขึ้น เพื่อสร้างกองทัพที่เข้มแข็ง หากคุณมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่หน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือกองการสัสดีหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259 ครับ

ในฐานะที่ผ่านมา การตรวจเลือกทหารมักมีปัญหาคนเยอะ แออัด แต่ปีนี้กองทัพบกเตรียมพร้อมดีมาก ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนเตรียมตัวดี ทุกอย่างจะราบรื่นแน่นอน สุดท้ายนี้ ถ้าคุณคือชายไทยวัยเกณฑ์ อย่ารอช้า! เตรียมเอกสารให้พร้อมแล้วไปร่วม ตรวจเลือกทหารกองเกิน 2569 กันเถอะครับ มันคือเกียรติยศและโอกาสในการเติบโตของตัวเองด้วย ลุยเลย!

ที่มา – ชายไทยเตรียมตัวให้พร้อม 1 – 12 เมษายนนี้ กำหนดตรวจเลือก “ทหารกองเกิน” ปี 2569

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม อย่างเป็นทางการแล้ว! เหตุการณ์ล่าสุดนี้จุดประกายความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น กลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธбаллистическийเข้าใส่ดินแดนอิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนสมดุลอำนาจในภูมิภาค แต่ยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าโลกด้วย

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศก้องโลกว่าพวกเขาได้ยิงฝูงขีปนาวุธพุ่งตรงไปยังฐานทัพสำคัญของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกของ “กองทัพเยเมน” ตามที่พวกเขาเรียกตัวเอง โดยอ้างถึงความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และการสนับสนุนจากอิหร่าน แถลงการณ์ของฮูตีระบุชัดว่านี่คือ “การแทรกแซงทางทหารโดยตรง” เพื่อปกป้องอิหร่านจากภัยคุกคามของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (IDF) ได้ตรวจจับขีปนาวุธที่ยิงจากเยเมนและรีบเข้าสกัดกั้นทันที แม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่เหตุการณ์นี้ยืนยันถึงขีดความสามารถทางทหารของฮูตีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับเทคโนโลยีขีปนาวุธจากอิหร่าน

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกลุ่มฮูตี

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ กลุ่มฮูตีอธิบายว่าการโจมตีนี้เป็นการตอบโต้ต่อ “การยกระดับทางทหารอย่างต่อเนื่อง การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน และอาชญากรรมสงคราม” ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องมุสลิมในเลบานอน อิหร่าน อิรัก และปาเลสไตน์ พวกเขาเน้นย้ำว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมสงครามเต็มรูปแบบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮูตีเคยให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าพร้อมลุยหากสหรัฐฯ และอิสราเอลเพิ่มความรุนแรง

การตอบสนองจากฝั่งอิสราเอล

อิสราเอลไม่ได้นิ่งเฉย IDF ยืนยันว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมตอบโต้หากจำเป็น สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามใหญ่ที่เริ่มจากวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สงครามที่ลุกลามจากความขัดแย้งในกาซาและเลบานอน สู่การเผชิญหน้าทั่วทั้งภูมิภาค

พื้นหลังของกลุ่มกบฏฮูตีและบทบาทของอิหร่าน

กลุ่มฮูตี หรือ Ansar Allah เป็นขบวนการชียันต์ในเยเมนที่ต่อสู้กับรัฐบาลกลางมาตั้งแต่ปี 2004 พวกเขาเคยยึดครองกรุงซานาและส่วนใหญ่ของประเทศ สงครามกลางเมืองเยเมนทำให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรง แต่ฮูตีก็กลายเป็นเครื่องมือของอิหร่านในการต่อต้านซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรตะวันตก อิหร่านสนับสนุนอาวุธ เทคโนโลยีโดรน และขีปนาวุธให้ฮูตี ทำให้พวกเขาสามารถโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงได้ในอดีต

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม จึงไม่ใช่เรื่อง意外 แต่เป็นการขยายวงจากทะเลแดงสู่เมดิเตอร์เรเนียน นายโมฮัมเหม็ด มันซูร์ ปลัดกระทรวงสารสนเทศของฮูตี ยังขู่ว่าอาจปิดช่องแคบบาบ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมทะเลแดงกับมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลกกว่า 12% ของการค้าโลก

ผลกระทบทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจโลก

  • ความมั่นคงในตะวันออกกลาง: การเข้าร่วมของฮูตีทำให้สงครามขยายวง สหรัฐฯ อาจเพิ่มกำลังทหารในทะเลแดง
  • ราคาน้ำมันพุ่ง: ช่องแคบบาบ เอล-มันเดบถูกขู่อีกครั้ง ราคาน้ำมันโลกอาจทะยาน
  • เส้นทางการค้า: เรือสินค้าต้องอ้อมแอฟริกา เพิ่มต้นทุน物流
  • การทูตระหว่างประเทศ: สหประชาชาติเรียกร้องสงบศึก แต่ดูยากในสถานการณ์ปัจจุบัน

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของความมั่นคงโลก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิหร่านใช้ฮูตีเป็น “ตัวแทน” เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับสหรัฐฯ แต่หากฮูตียิงได้แม่นยำขึ้น สงครามอาจลุกลามสู่ระดับที่ควบคุมไม่ได้

ในมุมมองของเรา สถานการณ์กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม นี้เป็นสัญญาณเตือนภัยใหญ่ โลกควรเร่งหาทางเจรจาเพื่อป้องกันวิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

“อธิบดีปกครอง” ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา ส่งผู้ตรวจปูพรม

“อธิบดีปกครอง” ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา เป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้นำทีมผู้บริหารกรมการปกครอง ร่วมกับผู้แทน กอ.รมน.จังหวัด พลังงานจังหวัด ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ประกอบการรายใหญ่ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

“อธิบดีปกครอง” ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา ส่งผู้ตรวจ – ปลัดจังหวัด

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้น อธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการด่วนให้ผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ปลัดจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ บูรณาการกำลังคนปูพรมตรวจคลังน้ำมันทั้ง 92 แห่ง ใน 31 จังหวัด แบบ Double Check เพื่อสกัดกั้นขบวนการกักตุนและลักลอบจำหน่ายผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังกำชับให้คลังน้ำมันต้องมีปริมาณสำรองตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชนในภาวะวิกฤต ซึ่งการตรวจสอบจะครอบคลุมการตรวจนับปริมาณน้ำมันจริง การบันทึกข้อมูลการรับเข้า-ส่งออก และการตรวจสอบเอกสารประกอบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

อธิบดีปกครอง ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา
อธิบดีปกครอง ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา

ปูพรมตรวจเข้มคลังน้ำมันทั่วประเทศ

ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่ตรวจจุดเดียว แต่เป็นการตรวจแบบ nationwide โดยใช้บุคลากรจากหลายหน่วยงาน เพื่อความโปร่งใสและครอบคลุม อธิบดีปกครอง ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงาน ซึ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและราคาน้ำมันผันผวน การกักตุนอาจทำให้ราคาพุ่งสูงและประชาชนเดือดร้อน

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักๆ ได้แก่:

  • ปริมาณน้ำมันจริงในคลัง เทียบกับบันทึก
  • เอกสารการนำเข้า ส่งออก และสำรอง
  • ระบบความปลอดภัยของคลังน้ำมัน
  • การปฏิบัติตามกฎหมายพลังงาน
  • การป้องกันการลักลอบขายในตลาดมืด

การตรวจแบบ Double Check หมายถึงมีการตรวจซ้ำจากทีมหลายชุด เพื่อยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ามีน้ำมันเพียงพอ หากพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีทันทีตามกฎหมาย

ในมุมกว้าง ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยมักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น สงครามหรือปัญหาซัพพลายเชน การที่กรมการปกครองเข้าไปมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้กฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อย สามารถประสานงานกับหน่วยงานพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากปทุมธานีแล้ว คลังน้ำมันในจังหวัดอื่นๆ เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ก็ถูกตรวจเช่นกัน โดยมีเป้าหมาย 92 คลัง เพื่อให้ครอบคลุมน้ำมันทุกประเภท ทั้งเบนซิน ดีเซล และน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์

การดำเนินการนี้ไม่เพียงป้องกันการกักตุน แต่ยังช่วย стабилизировать ราคาน้ำมันในสถานีบริการ ทำให้ประชาชนไม่ต้องเผชิญกับคิวยาวหรือราคาแพงเกินจริง ในระยะยาว อาจนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

จากมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและเด็ดขาดของรัฐบาลในการตอบสนองปัญหา ซึ่งเป็นสัญญาณดีต่อความเชื่อมั่นของประชาชน หากคุณกำลังกังวลเรื่องน้ำมัน ลองเช็คปริมาณถังรถและวางแผนการใช้น้ำมันให้ดี หรือติดตามข่าวอัพเดทจากหน่วยงานรัฐเพื่อข้อมูลล่าสุด แชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “อธิบดีปกครอง” ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา ส่งผู้ตรวจ – ปลัดจังหวัด ปูพรมตรวจเข้มคลังน้ำมัน

เริ่มแล้ว ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น.

เริ่มแล้ววันนี้ “ดับไฟทั่วประเทศ” 28 มี.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 20.30 – 21.30 น. ชวนคนไทยทุกคนร่วมใจกันปิดไฟ ถอดปลั๊ก 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยชาติประหยัดพลังงานและลดปัญหาโลกร้อนให้กับโลกใบนี้

ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น. คือกิจกรรมอะไร

กิจกรรม ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น. เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Earth Hour 2026 หรือ “60+ Earth Hour” ที่จัดโดยกองทุนโลกเพื่อธรรมชาติ (WWF) ทั่วโลก โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 มีนาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ซึ่งเป็นวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมตามธรรมเนียม แคมเปญนี้เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2550 ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และขยายไปสู่กว่า 190 ประเทศ 7,000 เมืองทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน เพื่อแสดงพลังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในประเทศไทย ปีนี้กรุงเทพมหานครนำโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป รณรงค์ให้ทุกคนปิดไฟที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า และลดการใช้พลังงานทุกประเภท เป็นเวลา 1 ชั่วโมงตรง ตั้งแต่ 20.30 – 21.30 น. ไม่ว่าจะเป็นไฟประดับ ไฟอาคาร ตึกสูง ป้ายโฆษณา ไฟบ้าน หรือเครื่องปรับอากาศ ก็ขอความร่วมมือให้ปิดเพื่อประหยัดพลังงาน

สถานที่ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ในกรุงเทพฯ

ปีนี้มีสถานที่สำคัญ 3 แห่งที่ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้ประชาชนตระหนัก:

  • วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ – สัญลักษณ์อันงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะมืดสนิท 1 ชั่วโมง
  • เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร – พื้นที่ประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ
  • ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบศรัตรูพ่าย – จุดชมวิวยอดนิยมที่มองเห็นพระนครได้ชัดเจน

นอกจากนี้ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตยังร่วมกับชุมชน ผู้ประกอบการ และเจ้าของอาคารในพื้นที่ ปิดไฟตามถนนและบ้านเรือน สร้างกระแส ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น. ให้แผ่ขยายไปทั่วกรุงเทพฯ

หลายจังหวัดทั่วไทยร่วมรณรงค์ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น.

ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้นนะคะ จากการสังเกตพบว่าหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต สงขลา และอื่นๆ ก็ได้รณรงค์กิจกรรมนี้อย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยการชักชวนทุกคนลดโลกร้อนและประหยัดพลังงาน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทันที เพียง 1 ชั่วโมงก็สิ้นสุดแล้ว แต่ประโยชน์ยาวนาน

กิจกรรมนี้ช่วยประหยัดค่าไฟในบ้าน ลดการใช้พลังงานของชาติ สรุปงบประมาณแผ่นดิน และที่สำคัญคือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับคนรุ่นใหม่ ในอดีต Earth Hour ช่วยประหยัดไฟได้หลายล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงทั่วโลก ถ้าเราทุกคนร่วมกัน ปีนี้ไทยเราก็ทำได้แน่นอน!

วิธีเข้าร่วมง่ายๆ:

  • ปิดไฟทุกดวงที่ไม่ใช้ ตั้งแต่ 20.30 น.
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น เช่น โทรศัพท์ชาร์จ เตาปิ้งขนมปัง
  • ลดการใช้แอร์หรือพัดลม ตั้งแต่ตอนนี้
  • จุดเทียนหรือใช้แสงธรรมชาติแทน สร้างบรรยากาศโรแมนติกในบ้าน
  • แชร์ภาพหรือวิดีโอบนโซเชียลมี #EarthHour2026 #ดับไฟทั่วประเทศ

นอกจากประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน คุยกัน ห่างจากหน้าจอสักชั่วโมง ลองนึกภาพค่ำคืนมืดสนิทแต่เต็มไปด้วยแสงเทียนและรอยยิ้ม มันคือพลังของมนุษย์ที่ช่วยโลกได้จริงๆ

มาเริ่มกันเลย! เข้าร่วม ดับไฟทั่วประเทศ 20.30 – 21.30 น. วันนี้ เพื่อโลกที่น่าอยู่ในอนาคต ลองทำดูแล้วจะติดใจ รับรองว่าประหยัดค่าไฟเดือนนี้แน่นอน

ที่มา – เริ่มแล้ว “ดับไฟทั่วประเทศ” 20.30 – 21.30 น. ชวนคนไทยปิดไฟ ถอดปลั๊ก 1 ชั่วโมง