วัน: 13 เมษายน 2026

มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือที่เรียกกันว่า มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่จริงจังเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยในวันหยุดยาว การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดชิดของผู้บริหารระดับสูงกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสาครที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการเดินทางสู่ภาคใต้

มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. มท.4 ได้ลงพื้นที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ณ บริเวณถนนเอกชัย-สมุทรสาคร หน้าห้างสรรพสินค้า Big C มหาชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดบริการประชาชนหลัก ท่านได้ชื่นชมความมุ่งมั่นและตั้งใจของเจ้าหน้าที่ทุกชุดที่ปฏิบัติงาน โดยนำความห่วงใยจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาส่งมอบให้ด้วย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงแห่งความสุขของประชาชนที่ได้หยุดงานอยู่กับครอบครัว แต่สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว “เราหยุดไม่ได้” จึงขอขอบคุณจิตสาธารณะและการเสียสละของทุกท่าน เพื่อให้ประชาชนได้เพลิดเพลินกับวันหยุดอย่างปลอดภัย

นอกจากจุด Big C แล้ว มท.4 ยังตรวจเยี่ยมทีมชุดปฏิบัติการกู้ภัยของเทศบาลเมืองโคกขาม และรับทราบสภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ช่วงสมุทรสาครแบบเรียลไทม์ ซึ่งในช่วงนี้รถติดหนึบเพราะประชาชนเดินทางกลับภูมิลับบ้านจำนวนมาก จุดบริการเหล่านี้จึงมีความสำคัญยิ่งในการช่วยเหลือด้านยานพาหนะ จุดตรวจความปลอดภัย และบริการฉุกเฉินต่างๆ

รายชื่อจุดบริการประชาชนทั้ง 7 จุดที่มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาครได้จัดตั้งจุดบริการประชาชนครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอ รวม 7 จุด ดังนี้

  • อำเภอเมืองสมุทรสาคร: 1) ถ.พระราม 2 (ฝั่งขาออก กทม.) กม.42 หน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เกตุม ต.บางโทรัด 2) ถ.เอกชัย-สมุทรสาคร หน้าห้าง Big C มหาชัย ต.โคกขาม
  • อำเภอกระทุ่มแบน: 1) ถ.พุทธสาคร ฝั่งขาออก หน้าปตท. ต.สวนหลวง 2) ถ.เพชรเกษม หน้าปตท. เพชรเกษม 95 ต.อ้อมน้อย
  • อำเภอบ้านแพ้ว: 1) ถ.บ้านแพ้ว-พระประโทน กม.17 หน้าปตท. (ข้าง อบต.บ้านแพ้ว) ต.บ้านแพ้ว 2) ถ.บ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน บริเวณสี่แยกสวนส้ม (หน้าจุดตรวจประจำตำบลสวนส้ม หมู่ 5) ต.สวนส้ม 3) Fix it Center ตรวจเช็กสภาพรถ วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว

จุดบริการเหล่านี้ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ ช่วยเหลือฉุกเฉิน แจกน้ำดื่ม และให้คำปรึกษาการเดินทาง เพื่อลดอุบัติเหตุและความเดือดร้อนในช่วงสงกรานต์ที่รถติดยาวเหยียดบนถนนพระราม 2 และเส้นทางใกล้เคียง การที่ มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร จึงเป็นการจุดประกายให้เจ้าหน้าที่มีกำลังใจมากขึ้น

เทศกาลสงกรานต์ทุกปีเป็นช่วงที่การจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะสมุทรสาครที่เป็นประตูสู่ภาคใต้ จุดบริการประชาชนช่วยลดสถิติอุบัติเหตุได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีทีมกู้ภัย แพทย์ และช่างซ่อมรถประจำการตลอด 24 ชั่วโมง การลงพื้นที่ของมท.4 ไม่เพียงขอบคุณ แต่ยังเป็นการตรวจสอบการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานวันหยุดคือวีรบุรุษที่แท้จริง ประชาชนควรตอบแทนด้วยการขับขี่ปลอดภัยและใช้บริการจุดเหล่านี้ให้เต็มที่ หากคุณกำลังเดินทางช่วงนี้ อย่าลืมแวะตรวจเช็กรถฟรีเพื่อความอุ่นใจ! ติดตามข่าวสารการเมืองและเทศกาลสงกรานต์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา – มท.4 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนสมุทรสาคร ขอบคุณ จนท. ทำงานให้ประชาชนวันหยุด

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 ลำปางอุบัติเหตุสูงสุด

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงที่ทุกคนเฝ้าระวังเพราะเป็น “7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด” ตามสถิติที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 จากข้อมูลวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน และผู้เสียชีวิตสูงถึง 24 ราย สะสม 3 วัน (10-12 เม.ย.) มีอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน เสียชีวิต 95 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 30 จังหวัด

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

สถิติชัดเจนเผยให้เห็นปัญหาที่รุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดลำปางที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 25 ครั้ง และบาดเจ็บ 25 คน กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 6 ราย สุพรรณบุรีเกิดอุบัติเหตุวันละ 10 ครั้ง แพร่บาดเจ็บ 9 คน กทม.เสียชีวิต 3 รายในวันนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือสาเหตุหลักยังคงเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเดิมๆ

สาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยง

  • ขับรถเร็ว: สูงสุดร้อยละ 46.20
  • ดื่มแล้วขับ: ร้อยละ 24.56
  • ยานพาหนะหลัก: รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17
  • สถานที่: เส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50
  • ช่วงเวลา: 15.01-18.00 น. ร้อยละ 24.56
  • กลุ่มอายุ: 20-29 ปี ร้อยละ 22.80

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย แม้จะมีการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ศปถ. จึงกำชับจังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการ 10 ข้อหลัก เช่น ควบคุมจำหน่ายแอลกอฮอล์ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หากฝ่าฝืนและเกิดเหตุ จะดำเนินคดีร้านค้า ผู้สนับสนุน และผู้ปกครอง เพิ่มด่านชุมชน ด่านครอบครัว ตรวจตรา ตักเตือนก่อนเกิดเหตุ และเตรียมระบบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้รวดเร็ว

มาตรการป้องกันในวันสงกรานต์ตัวจริง

วันที่ 13 เมษายน เป็นวันเล่นน้ำสงกรานต์หลัก ประชาชนออกมาเที่ยว เล่นน้ำ ดื่มสังสรรค์จำนวนมาก ศปถ. ประสานให้ดูแลพื้นที่เล่นน้ำ สถานท่องเที่ยว ห้ามเล่นน้ำเสี่ยงอันตราย เช่น สาดน้ำใส่จยย.โดยตรง เล่นกลางถนน หรือยืนท้ายกระบะ นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ประธานแถลงข่าว ย้ำให้ประเมินสภาพร่างกายก่อนขับ หยุดพักหากไม่พร้อม นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. เสริมว่าต้องประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำอย่างระมัดระวัง

เพื่อลด 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด แบบนี้ในวันต่อๆ ไป ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสี่ยงสูงสุด หลีกเลี่ยงเส้นทางตรงยามเย็น และไม่ดื่มเหล้าเด็ดขาด จังหวัดต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสงกรานต์

  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้พอ
  • ไม่ขับเร็ว ไม่ดื่มแล้วขับ ใช้เข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อค
  • เล่นน้ำในพื้นที่ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้สัญจร
  • แจ้งเหตุอุบัติเหตุทันทีทางสายด่วน 1784 หรือ Line @1784DDPM

สถิติปีนี้ยังน่าเป็นห่วง แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือ ลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ อุบัติเหตุจะลดลงแน่นอน สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย สนุกกับวันปีใหม่ไทยโดยไม่ต้องเสียใจ ช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เพื่อครอบครัวที่รออยู่

ที่มา – 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

เดือด! สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน

เพื่อนๆ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านกำลังเดือดปลายเดือดแตกเลยนะวันนี้! เพราะ สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน แล้วล่ะครับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังลั่นไม่แคร์เลยว่าอิหร่านจะกลับมาเจรจาหรือเปล่า หลังดีลล้มที่อิสลามาบัด เรื่องนี้ยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงขึ้นอีกขั้น มาดูรายละเอียดกันเลย

สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน เริ่มวันนี้

ตามประกาศของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM กองทัพสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือประมาณ 21.00 น. ตามเวลาไทย มาตรการนี้ครอบคลุมเรือทุกสัญชาติที่เข้า-ออกท่าเรือ ชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน เพื่อกดดันรัฐบาลเตหะรานให้หนักขึ้น หลังการเจรจายาวนานหลายชั่วโมงล้มเหลว

แต่ก็ยังมีช่องว่างนะครับ สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่บล็อกเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปประเทศอื่น การเดินเรือระหว่างประเทศยังปกติ แต่สำหรับท่าเรืออิหร่านโดยตรง เตรียมเจอเข้มงวดเต็มๆ

ทรัมป์ไม่แคร์อิหร่านกลับมาเจรจาอีกหรือไม่

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ที่ฐานทัพแอนดรูว์ส รัฐแมริแลนด์ หลังกลับจากฟลอริดา บอกตรงๆ ว่า “ผมไม่สนว่าพวกเขาจะกลับมาหรือไม่ ถ้าไม่กลับมา ผมก็โอเค” คำพูดนี้แสดงถึงท่าทีแข็งกร้าวสุดๆ ของทรัมป์ ที่เคยถอนตัวจากดีลนิวเคลียร์อิหร่านตั้งแต่สมัยแรก และตอนนี้พร้อมใช้นโยบายกดดันสูงสุด

อิหร่านโต้กลับเดือด ช่องแคบฮอร์มุซยังคุมเต็มมือ

ทางฝั่งอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกมาประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในการควบคุมเต็มรูปแบบ และเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านปกติ แต่เตือนชัด เรือทหารที่เข้าใกล้จะถือเป็นละเมิดหยุดยิง และจะถูกตอบโต้รุนแรงแน่นอน สถานการณ์แบบนี้เสี่ยงปะทะกันทุกเมื่อเลยครับ

ผลกระทบจากการที่สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่สองประเทศนะ แต่กระทบทั่วโลก โดยเฉพาะการค้าพลังงาน เพราะอิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ มาดูผลกระทบหลักๆ กัน

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง: ท่าเรืออิหร่านถูกปิด จะทำให้อุปทานน้ำมันลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent และ WTI อาจทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ง่ายๆ
  • การค้าทางเรือในอ่าวเปอร์เซียสะดุด: เรือสินค้าจำนวนมากต้องเลี่ยงเส้นทาง เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ความเสี่ยงสงครามใหญ่: ถ้าอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง 20% ของน้ำมันโลกจะหยุดชะงัก สงครามการค้าอาจกลายเป็นสงครามร้อน
  • กระทบเศรษฐกิจไทย: ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเยอะ ราคาน้ำมันขึ้น ค่าครองชีพเราก็แพงตาม

ย้อนดูประวัติศาสตร์ ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านมีมานาน ตั้งแต่ทรัมป์สังหารนายพลโซไลมานีปี 2563 จนถึงการคว่ำบาตรนิวเคลียร์ การเจรจาครั้งนี้ที่ปากีสถานล้มเหลวเพราะอิหร่านไม่ยอมลดโครงการนิวเคลียร์ และสหรัฐฯ ไม่ยอมผ่อนปรน санкции

ในมุมมองผม สถานการณ์ สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน นี้เป็นสัญญาณว่าทรัมป์กำลังเล่นเกม “maximum pressure” อีกครั้ง แต่เสี่ยงมากเพราะอิหร่านมีขีปนาวุธและโดรนเพียบ ถ้าปะทะกัน โลกทั้งใบเดือดร้อนแน่ คงต้องจับตาว่าประเทศจีน รัสเซีย หรือสหประชาชาติจะเข้าไกล่เกลี่ยไหม

คุณคิดว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือหาทางออกได้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวร้อนๆ กันนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – เดือด สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ทรัมป์ไม่แคร์อิหร่านกลับมาเจรจาอีกหรือไม่

“ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร

“ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังฮือฮาไปทั่วโลกเลยนะครับ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดยิบ ว่าทำไมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงได้ออกมากระทบสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 แบบไม่ยั้งมือผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social

“ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร

เรื่องราวเริ่มต้นจากโพสต์สุดดุเดือดของทรัมป์ ที่บอกว่าโป๊ปเลโอ “อ่อนแอต่อปัญหาอาชญากรรม” และ “มีนโยบายต่างประเทศที่ย่ำแย่” ทรัมป์ยังประชดว่าพระองค์ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีกว่านี้ และยอมรับตรงๆ ว่าตัวเขาเองก็ไม่ใช่แฟนคลับพระสันตะปาปาองค์นี้เลยสักนิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโป๊ปเลโอ ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรกในประวัติศาสตร์ ได้วิจารณ์นโยบายของทรัมป์เรื่องสงครามกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โป๊ปเลโอทรงประณามการขู่ทำลายอารยธรรมอิหร่านของทรัมป์ว่า “ยอมรับไม่ได้” และบอกว่าพระเจ้าจะไม่รับคำอธิษฐานจากผู้นำที่มีมือเปื้อนเลือด นอกจากนี้ พระองค์ยังตั้งคำถามถึงนโยบายจำกัดผู้อพยพของทรัมป์ ว่ามันขัดกับหลัก “เห็นแก่ชีวิต” ของคริสตจักรคาทอลิกหรือไม่ โดยเฉพาะการต่อต้านการทำแท้งแต่กลับปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างไร้มนุษยธรรม

จุดชนวนหลักของ “ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร

มาดูกันว่าปัญหามันบานปลายจากไหนบ้างครับ:

  • สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน: ทรัมป์สั่งโจมตี แต่โป๊ปเลโอเห็นว่าเป็นสงครามโหดร้าย
  • นโยบายผู้อพยพ: ทรัมป์เข้มงวด แต่โป๊ปเรียกร้องความเมตตา
  • แนวคิดเสรีนิยม: ทรัมป์มองว่าโป๊ปมีมุมมองซ้ายสุดโต่ง ไม่สนับสนุนปราบอาชญากร
  • การเลือกตั้งโป๊ป: ทรัมป์ประชดว่าวาติกันเลือกพระองค์เพราะเป็นอเมริกัน เพื่อรับมือเขาโดยเฉพาะ

สำนักวาติกันยังเงียบ ไม่ตอบโต้ แต่ความตึงเครียดนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะทรัมป์เคยปะทะกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสมาก่อนแล้วครับ

วิเคราะห์ลึกๆ แล้ว “ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร สะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างพลังทางการเมืองกับอำนาจทางศาสนา โดยเฉพาะในยุคที่ประเด็นผู้อพยพ สงคราม และอาชญากรรมเป็นหัวใจของการเมืองสหรัฐฯ ทรัมป์ใช้สไตล์ดุเดือดแบบเดิม เพื่อเรียกฐานเสียงอนุรักษนิยม ในขณะที่โป๊ปเลโอยืนกรานในหลักมนุษยธรรม

จากมุมมองของผม การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจทำให้เกิดกระแสแบ่งขั้วในชุมชนคาทอลิกอเมริกัน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ทรัมป์อยากได้คะแนน แต่ก็เสี่ยงเสียภาพลักษณ์ระดับโลก ใครจะชนะศึกนี้ ต้องรอติดตามครับ

คุณคิดยังไงกับดราม่านี้? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “ทรัมป์” เปิดศึก “โป๊ปเลโอ” จวกเละนโยบายตปท. แย่-อ่อนข้อให้อาชญากร

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ วันนี้ราคาทองรูปพรรณและทองคำแท่งเปิดตลาดแบบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเช้า แต่มีการเคลื่อนไหวตลอดวัน หากคุณกำลังมองหาข้อมูล ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 เพื่อตัดสินใจซื้อขายหรือลงทุน มาดูรายละเอียดกันเลย

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 ล่าสุด

วันที่ 13 เมษายน 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เวลา 09.07 น. ราคาทองคงที่ โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 72,000 บาท ขายออก 72,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 70,554.64 บาท ขายออก 73,000 บาท ต่อมาในช่วงสาย มีการปรับราคาหลายครั้ง จนถึง 10.23 น. ราคาล่าสุดทองคำแท่งรับซื้อ 71,900 บาท ขาย 72,100 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 70,463.68 บาท ขาย 72,900 บาท

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 แบบละเอียด

สำหรับ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 คำนวณจากน้ำหนัก ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อ 72,000 บาท ขายออก 72,200 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 70,554.64 บาท ขายออก 73,000 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

ทอง 2 สลึง หรือ 50 สตางค์ น้ำหนักทองคำแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม

  • ทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 36,000 บาท ขาย 36,100 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 35,277.32 บาท ขาย 36,500 บาท

ราคาทอง 1 สลึงวันนี้

ทอง 1 สลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 18,000 บาท ขาย 18,050 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 17,638.66 บาท ขาย 18,250 บาท

ราคาทองครึ่งสลึง

ทองครึ่งสลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม

  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 9,000 บาท ขาย 9,025 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,819.33 บาท ขาย 9,125 บาท

ราคาเหล่านี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศสมาคมค้าทองคำ ควรเช็คกับร้านทองใกล้บ้านก่อนตัดสินใจ ราคาทองในวันนี้เคลื่อนไหวจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ยเฟด และสถานการณ์ geopolitics ที่อาจทำให้ราคาผันผวน

สำหรับนักลงทุน ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน หากคุณสนใจซื้อทอง 1 บาทหรือน้อยกว่านั้น วันนี้เป็นโอกาสดีเพราะราคายังนิ่ง อย่าลืมติดตามการอัปเดตทุกชั่วโมงเพราะมีการประกาศใหม่บ่อยๆ

เคล็ดลับการซื้อทอง: เลือกร้านทองที่น่าเชื่อถือ มีสมาชิกสมาคมค้าทองคำ ตรวจสอบน้ำหนักและความบริสุทธิ์ และคำนวณค่ากำเหน็จให้ดี นอกจากนี้ สามารถขายคืนได้ง่ายหากราคาขึ้น

สรุปแล้ว ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 อยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักลงทุนมือใหม่และมือโปร ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตราคาทุกวัน และอย่าพลาดโอกาสทำกำไรจากทองคำ!

ติดตามราคาทองอัปเดต real-time ได้ที่เว็บเรา เพื่อไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 13 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 สุขกายสบายใจ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 2569 มาถึงแล้ว! ทุกคนคงกำลังเตรียมตัวสาดน้ำ เล่นสนุก และกลับภูมิลำเนากันอย่างคึกคักใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปปาร์ตี้กัน มาฟังคำอวยพรสุดอบอุ่นจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” หรือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กันก่อนนะคะ คำอวยพรที่เต็มไปด้วยความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในวันขึ้นปีใหม่ไทยนี้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจสุดๆ เลย

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69

วันที่ 13 เมษายน 2569 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่ออวยพรสงกรานต์ 69 แก่พี่น้องประชาชนทุกคน โดยเน้นย้ำถึงความสุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง และการเดินทางที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นคำอวยพรที่ตรงใจคนไทยในช่วงวันหยุดยาวนี้มากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะกำลังเดินทางกลับบ้าน หรืออยู่บ้านฉ่ำใจกับครอบครัว คำนี้ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์เลยนะ

คำอวยพรเต็มจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์”

ข้อความอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” มีใจความสำคัญว่า: “เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย พ.ศ. 2569 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขกาย สบายใจ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปราศจากโรคภัยทั้งปวงค่ะ ขอให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แสนพิเศษ เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ได้เติมพลังใจให้เต็มเปี่ยม และมีความสุขกับทุกช่วงเวลาในวันหยุดยาวนี้นะคะ สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ”

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความจริงใจและความปรารถนาดีที่ส่งตรงมาถึงทุกบ้านเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนยังต้องระวังสุขภาพหลังโควิด คำอวยพรเรื่องสุขภาพแข็งแรงนี่แหละที่โดนใจที่สุด

วิเคราะห์ความหมายคำอวยพรสงกรานต์ 69 จากอิ๊งค์

คำอวยพรอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 นี้ สามารถแบ่งออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้:

  • สุขกาย สบายใจ: ปรารถนาให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบาน ท่ามกลางเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุก
  • สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค: สำคัญมากในช่วงเดินทางคนเยอะ หวังให้ทุกคนปลอดภัยจากอุบัติเหตุและโรคระบาด
  • เดินทางโดยสวัสดิภาพ: คำเตือนใจสำหรับสายบิน รถทัวร์ รถยนต์ ที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน
  • เติมพลังใจ มีความสุข: สงกรานต์ไม่ใช่แค่สาดน้ำ แต่เป็นการชาร์จพลังสำหรับปีใหม่ไทย

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานความเชื่อและความปรารถนาดีแบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ 2569

เพื่อให้คำอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” เป็นจริง มาดูเคล็ดลับกันค่ะ:

  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง เช็คยาง น้ำมัน เบรกให้เรียบร้อย
  • พักรถทุก 2 ชั่วโมง อย่าขับต่อเนื่องนานๆ
  • งดเหล้า งดเมาแล้วขับ ชีวิตสำคัญที่สุด
  • สวมหมวกกันน็อกสำหรับจักรยานยนต์ และเสื้อชูชีพถ้าล่องแก่ง
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ทาครีมกันแดด ป้องกันผิวไหม้จากแดดร้อน

ปีนี้สงกรานต์ยาว 5 วัน อย่าลืมวางแผนให้ดีนะคะ จะได้กลับบ้านปลอดภัย สนุกสุดเหวี่ยง!

ในมุมมองของเรา คำอวยพรจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจระหว่างผู้นำกับประชาชน แสดงให้เห็นว่าทุกคนล้วนต้องการความสุขเหมือนกัน สงกรานต์ปีนี้ ลองส่งต่อคำอวยพรดีๆ ให้เพื่อนๆ และครอบครัวดูสิคะ รับรองว่าปีใหม่ไทยจะยิ่งมีความหมาย

CTA: คุณมีคำอวยพรสงกรานต์โปรดของใครบ้าง? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะคะ หรือเล่าเรื่องสนุกสงกรานต์ของคุณมาให้ฟัง!

ที่มา – อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 ปีใหม่ไทยขอ ปชช. สุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย

เชียงใหม่ยังครองแชมป์เมาแล้วขับสงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ ยังคงเป็นช่วงเวลาที่น่าห่วงใยสำหรับอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่ยังคงพุ่งสูง ล่าสุดกรมคุมประพฤติได้อัปเดตสถิติที่น่าตกใจ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ ทำให้เราต้องตื่นตัวและช่วยกันรณรงค์เพื่อความปลอดภัย

เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เปิดเผยตัวเลขคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลในหลายพื้นที่ปิดทำการ ทำให้มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติเพียง 140 คดีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 133 คดี คิดเป็น 95% และคดีขับเสพ 7 คดี คิดเป็น 5% สถิติสะสม 3 วันแรกตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน พบว่ามีคดีทั้งหมด 1,750 คดี แบ่งเป็นเมาแล้วขับ 1,613 คดี (92.2%) ขับเสพ 134 คดี (7.6%) และขับรถประมาท 3 คดี (0.2%)

จังหวัดท็อป 3 ที่มีคดีเมาแล้วขับสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เชียงใหม่นำโด่งด้วย 246 คดี ตามด้วยนนทบุรี 147 คดี และสมุทรปราการ 145 คดี เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ท่องเที่ยวและกรุงเทพฯ ปริมณฑลยังเป็นจุดเสี่ยงสูง โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและสาดน้ำกันอย่างคึกคัก

  • เชียงใหม่: 246 คดี – พื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เมาแล้วขับพุ่งสูง
  • นนทบุรี: 147 คดี – ปริมณฑลที่จราจรหนาแน่น
  • สมุทรปราการ: 145 คดี – ใกล้สนามบินและแหล่งงาน

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ทรัพย์สิน หรือครอบครัวที่ต้องพลัดพราก

มาตรการเข้มงวดจากกรมคุมประพฤติ

อธิบดีกรมคุมประพฤติไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กำชับมาตรการ “คุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน อาสาสมัครคุมประพฤติและผู้ถูกคุมความประพฤติได้ลงพื้นที่จริง เช่น

  • สนับสนุนจุดบริการประชาชน 35 จุด ผู้เข้าร่วม 663 ราย
  • ปรับภูมิทัศน์จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อย 1 ครั้ง 17 ราย
  • อบรมกฎหมายจราจรและโทษแอลกอฮอล์ 1 ครั้ง 214 ราย
  • เฝ้าสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผ่านกล้อง CCTV เรียลไทม์ 10 ราย

กิจกรรมเหล่านี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทั้งบังคับใช้กฎหมาย สร้างจิตสำนึก และป้องกันเชิงรุก เพื่อให้ทุกคน “ดื่มไม่ขับ” และสนุกกับสงกรานต์อย่างปลอดภัย

ข้อคิดและเคล็ดลับป้องกันเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องตลก มันคร่าชีวิตคนไทยปีละนับพัน ในช่วงสงกรานต์ยิ่งเสี่ยงเพราะรถเยอะ สาดน้ำกันสนุก แต่ถ้าดื่มแล้วขับ อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ทันที เพื่อนๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดู

  • วางแผนเดินทาง: ใช้แท็กซี่ Grab หรือรถสาธารณะ
  • กำหนดคนขับ: คนที่ไม่ดื่มรับผิดชอบขับ
  • รณรงค์เพื่อน: ถ้าเพื่อนเมา อย่าปล่อยให้ขับ
  • ตรวจสอบรถ: ยาง ลมเบรก สภาพรถให้พร้อม

สถิติ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทุกคนต้องมีส่วนร่วม สร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเฉลิมฉลองสงกรานต์อย่างมีความสุขและปลอดภัย ช่วยกันแชร์ข้อความนี้เพื่อเตือนใจคนรอบข้าง “ดื่มไม่ขับ รักชีวิตตัวเองและผู้อื่น” หากมีประสบการณ์หรือเคล็ดลับดีๆ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ!

ที่มา – เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

ไฟไหม้ตึกแถว 7 ชั้น หาดใหญ่ ระดมดับเพลิง 10 คัน

เช้าวันสงกรานต์ที่ทุกคนกำลังสนุกกับการเล่นน้ำ สงขลากลับมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เมื่อเกิดไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือควบคุมสถานการณ์ทันที

ไฟไหม้ตึกแถวหาดใหญ่

ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ตึกแถว 7 ชั้น ปากซอย 1 ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ใกล้ตลาดนัดยรรยง ตึกนี้เป็นร้านขายสีชื่อ “บริษัทยงชัยวัฒน์ คัลเลอร์คาร์ จำกัด” ขายทั้งสีทาบ้านและสีรถยนต์ ชั้นล่างมีถังสีจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ไฟลุกโหม

ไฟเริ่มลุกจากชั้นล่าง พุ่งทะลุประตูออกมา ลุกลามขึ้นชั้น 2-3 อย่างรวดเร็ว มีควันดำพวยพุ่งและเสียงปะทุดังต่อเนื่อง โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในตึก ลูกชายเจ้าของพาครอบครัวไปเที่ยวจีน แม่เจ้าของเองก็นอนค้างบ้านหลังอื่น

รถดับเพลิงที่เกิดเหตุ

การระดมกำลังดับไฟอย่างรวดเร็ว

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ สั่งระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คันฉีดน้ำควบคุมไฟ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ ควบคุมพื้นที่และจราจร ทีมกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่ นำรถพยาบาลมารอช่วยเหลือ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงดับไฟได้ แต่ยังต้องฉีดน้ำต่อเนื่องเพราะมีไอร้อนและควันเหลือ

ความเสียหายจากไฟไหม้

ความเสียหายและสาเหตุเบื้องต้น

ชั้น 1 และ 2 เสียหายหนักที่สุด สีและของในร้านไหม้หมด สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอศูนย์พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ มูลค่าความเสียหายรอเจ้าของประเมิน โชคดีไม่ลุกลามไปอาคารข้างเคียงและไม่มีผู้บาดเจ็บ

  • จุดเกิด: ตึกแถว 7 ชั้น ร้านขายสี หาดใหญ่
  • เวลา: 07.15 น. 13 เม.ย. 2569
  • กำลังพล: รถดับเพลิงเกือบ 10 คัน + ตำรวจ + กู้ภัย
  • สาเหตุ: คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เหตุการณ์ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจรนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านและร้านค้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสารไวไฟอย่างสีหรือน้ำมัน ควรติดตั้งระบบดับเพลิงและตรวจเช็คสายไฟสม่ำเสมอ

ควันไฟพวยพุ่ง

หากคุณอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่หรือสงขลา ควรระวังภัยไฟไหม้ในช่วงเทศกาลที่อากาศร้อนอบอ้าว ติดตามข่าวสารและแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เฮติสลด เหยียบกันตายป้อมปราการโบราณ ดับ 30 ศพ

เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ น่าเศร้าจริงๆ เลยนะครับ เมื่อสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามที่ใครๆ ก็อยากไปกลับกลายเป็นจุดเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ฝูงชนเบียดเสียดกันจนเกิดการเหยียบย่ำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ป้อมปราการ “ซิทาเดล ลาแฟร์ริแยร์” หรือ Citadel Laferrière ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงชันทางตอนเหนือของเฮติ ใกล้เมืองแคป-แฮตเชียน (Cap-Haïtien) และเมืองมีโลต์ (Milot) แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวเฮติและต่างชาติมาทุกปี โดยเฉพาะช่วงงานประเพณีที่ผู้คนพลุกพล่าน

เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ

ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เหตุชุลมุนเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางฝูงชนที่มาร่วมงานประเพณีจำนวนมหาศาล ทุกคนเบียดเสียดกันจนขาดอากาศหายใจ มีทั้งการถูกเหยียบและหมดสติล้มระเนระนาด เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 30 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 30 คนที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้ยังมีผู้สูญหายอีกหลายรายด้วย

ปู้มซิทาเดล ลาแฟร์ริแยร์ สถานที่ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่

ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยพระเจ้าอองรี คริสโตฟ (King Henri Christophe) เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากฝรั่งเศส หลังเฮติประกาศเอกราช ป้อมใหญ่โตอลังการ สร้างจากหินทั้งหมด สูงตระหง่านบนยอดเขา Pico du Nord สูงกว่า 900 เมตร มีกำแพงยาวหลายกิโลเมตร ห้องใต้ดิน และปืนใหญ่โบราณ ปัจจุบันเป็นมรดกโลก UNESCO ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะวิวสวยสุดลูกหูลูกตา มองเห็นทะเลแคริบเบียนได้ไกลๆ แต่การขึ้นลงเขาค่อนข้างลำบาก ต้องใช้ม้าและทางชัน

ช่วงนั้นมีงานประเพณีวูดู (Voodoo) และกิจกรรมวัฒนธรรม ทำให้คนมาร่วมงานหลักพัน กลายเป็นความแออัดสุดขีด

สาเหตุเบื้องต้นและปัญหาที่เกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแคป-แฮตเชียน ระบุว่าสาเหตุหลักมาจาก ความแออัดรุนแรง และ การจัดการฝูงชนที่ล้มเหลว อาจมีข่าวลือหรือเหตุกระตุ้นให้ฝูงชนแตกตื่น ประกอบกับพื้นที่จำกัดบนยอดเขา ไม่มีทางออกฉุกเฉินเพียงพอ

  • ฝูงชนจำนวนมาก: ผู้เข้าร่วมงานประเพณีทะลักจนเกินกำลัง
  • ขาดระบบรักษาความปลอดภัย: ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอหรือแผนเผชิญเหตุ
  • ภูมิประเทศ: บนยอดเขา ทางแคบ ชัน ทำให้อพยพยากยาก
  • ข่าวลือ: อาจมีเรื่องแตกตื่นจากข่าวปลอม

นอกจากนี้ โฆษกตำรวจแห่งชาติเฮติ ยืนยันกำลังสอบสวนอย่างเร่งด่วน ขอให้ประชาชนงดแชร์ข่าวลือที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย

รัฐบาลเฮติออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เต็มที่ เหตุการณ์เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขาครั้งนี้ ทำให้โลกตะลึง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่เคยปลอดภัย

จากประสบการณ์ทั่วโลก เหตุเหยียบย่ำแบบนี้เคยเกิดในที่ต่างๆ เช่น เมกะฮาจในซาอุฯ หรือเทศกาลในอินเดีย สอนให้เห็นว่าการวางแผนสำคัญแค่ไหน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาอย่างเฮติที่เผชิญปัญหาความไม่มั่นคง、政治乱

ในมุมมองของผม เหตุการณ์เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ นี้เป็นเครื่องเตือนใจใหญ่หลวงให้ทุกประเทศ โดยเฉพาะไทยเราที่มีวัดวาอารามและสถานที่ท่องเที่ยวแออัด ต้องเสริมระบบ CCTV เจ้าหน้าที่ฝึกหัด และแผนอพยพให้ดีกว่านี้ มิฉะนั้นโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอาจเกิดได้ทุกเมื่อ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? มีบทเรียนอะไรที่เราควรนำไปใช้บ้าง? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อให้ข่าวดีๆ ถึงกันนะครับ!

ที่มา – เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ