วัน: 25 เมษายน 2026

รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดังในปั๊มน้ำมัน ซอยสุขุมวิท 62 เจ็บ 6 ราย

เกิดเหตุระทึกใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อรถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดังในปั๊มน้ำมัน ซอยสุขุมวิท 62 เจ็บ 6 ราย ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 25 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 20.09 น. ตามรายงานของมูลนิธิร่วมกตัญญู

รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดังในปั๊มน้ำมัน ซอยสุขุมวิท 62 เจ็บ 6 ราย

รถเก๋งยี่ห้อ BMW สีไม่ระบุ ทะเบียน กทม. พุ่งทะลุกระจกหน้าร้าน KFC ซึ่งตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ซอยสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร สร้างความเสียหายอย่างหนัก ลูกค้าที่กำลังนั่งกินไก่ทอดและพนักงานในร้านต่างพากันแตกตื่น บางรายรอดหวุดหวิดเพราะนั่งไม่ใกล้จุดที่รถพุ่งชน

รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้าน KFC

ผู้บาดเจ็บทั้ง 6 ราย ประกอบด้วยลูกค้า พนักงานร้าน และหนึ่งในนั้นเป็นไรเดอร์ที่กำลังส่งอาหาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที โดยอาการไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ต้องรับการรักษาเพิ่มเติม สถานการณ์คลี่คลายลงหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระโขนง เข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบกล้องวงจรปิด

สาเหตุเบื้องต้นของเหตุรถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชน

เบื้องต้นทราบว่าคนขับเป็นชาวจีน อายุประมาณ 40-50 ปี ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้มาได้อย่างหวุดหวิด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง อาจเกิดจากระบบเบรกหรือล้อหน้าขัดข้อง หรือผู้ขับขี่เสียการควบคุมเนื่องจากความเหนื่อยล้า สภาพถนนในซอยสุขุมวิท 62 ค่อนข้างแคบและมีการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็น ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เสี่ยงเกิดขึ้นได้ง่าย

ภาพเหตุการณ์รถชนร้าน KFC ในปั๊มน้ำมัน

จากข้อมูลเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการดื่มสุรา แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจวัดแอลกอฮอล์และสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน

บทเรียนจากเหตุการณ์รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดัง

เหตุการณ์รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดังในปั๊มน้ำมัน ซอยสุขุมวิท 62 เจ็บ 6 รายนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในย่านชุมชนที่มีร้านอาหารและปั๊มน้ำมันติดถนน

  • ตรวจสภาพรถก่อนขับ: ระบบเบรก ล้อ และยางต้องอยู่ในสภาพดี โดยเฉพาะรถนำเข้าอย่าง BMW ที่อาจมีปัญหาชิ้นส่วน
  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะขับ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ผู้ประกอบการร้านอาหาร: ควรติดตั้งกระจกนิรภัยและรั้วป้องกันรถชน
  • ชาวต่างชาติที่ขับรถในไทย: ศึกษากฎจราจรไทยให้ดี เนื่องจากถนนแคบและรถเยอะ

นอกจากนี้ ปั๊มน้ำมันบางจากในซอยนี้เป็นจุดแวะพักยอดนิยมสำหรับคนขับรถและคนสั่งเดลิเวอรี ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากเกิดอุบัติเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มป้ายเตือนและไฟส่องสว่างเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

อัปเดตความคืบหน้าและผลกระทบ

จนถึงตอนนี้ ร้าน KFC ยังปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม ความเสียหายรวมมูลค่าหลายแสนบาท ผู้บาดเจ็บทั้ง 6 รายกำลังฟื้นตัวดี ตำรวจคาดว่าจะสรุปผลสาเหตุภายใน 1-2 วัน

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! หรือติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

คำแนะนำ: ขับรถปลอดภัยไว้ก่อน ชีวิตคุณและคนอื่นสำคัญที่สุด

ที่มา – รถเก๋งบีเอ็มฯ พุ่งชนร้านไก่ทอดชื่อดังในปั๊มน้ำมัน ซอยสุขุมวิท 62 เจ็บ 6 ราย

“ศุภมาส” สั่งยกเครื่อง สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยสำหรับคนที่ชอบหรือเคยใช้บริการกู้ยืมเงินออนไลน์ เพราะตอนนี้รัฐบาลเข้มงวดขึ้นแล้ว! นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ยกเครื่องกฎหมายใหม่ เพื่อ คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ หลังจากพบปัญหา “กับดักสัญญา” ที่ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบหนักมาก

ลองนึกภาพดูสิครับ แอปกู้เงินที่โฆษณาว่าง่าย ไว ได้เงินทันใจ แต่พอเซ็นสัญญาดิจิทัลเข้าไป เงื่อนไขซับซ้อนเต็มไปหมด ห้ามทำนู่นนี่ หากผิดต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงลิ่ว หรือแย่กว่านั้น ข้อมูลส่วนตัวถูกขายต่อให้คนอื่นโดยไม่บอก! นี่คือปัญหาที่ผู้บริโภคเจอมาเยอะแยะ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างทำออนไลน์หมด นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ห่วงใยเรื่องนี้มาก สั่งให้ศุภมาสมาดูแล สคบ. ให้จัดการเด็ดขาด

“ศุภมาส” สั่งยกเครื่องกฎหมาย สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์

ข่าวนี้มาจากวันที่ 25 เมษายน 2567 (ในเนื้อหา original เป็น 2569 คงพิมพ์ผิด) ศุภมาสประกาศชัดเจนว่าจะสร้างมาตรฐานสัญญาใหม่ ให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะสัญญาอิเล็กทรอนิกส์จากแอปกู้เงิน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้วางแผนชัดเจน 3 แนวทางหลัก เพื่อยกระดับการคุ้มครองแบบเป็นรูปธรรม

แนวทางที่ 1: บังคับใช้กฎหมายเชิงรุกกับสัญญากู้ยืม

  • อ้างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้ธุรกิจกู้ยืมเงินเป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา”
  • ต้องใช้ข้อสัญญาตามที่กำหนด ห้ามเงื่อนไขไม่เป็นธรรม เช่น ห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้กู้ให้บุคคลที่สามโดยไม่ยินยอมเป็นหนังสือ
  • ครอบคลุมทั้งสัญญากระดาษและออนไลน์ 100% ไม่มีช่องโหว่!

แนวทางที่ 2: ขยายประกาศคุมสัญญาไปยังธุรกิจอื่นๆ

  • ธุรกิจขายห้องชุด, เช่าซื้อรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรเกษตร, เช่ารถยนต์-มอเตอร์ไซค์, บริการเสริมความงาม
  • ทุกอย่างต้องรวมสัญญาดิจิทัลด้วย เพื่อป้องกันเอาเปรียบแบบเดียวกัน

แนวทางที่ 3: บูรณาการทุกฝ่าย ทบทวนกฎหมายให้ทันสมัย

ร่วมมือรัฐ-เอกชน-ประชาชน ปรับกฎหมายให้เข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว นอกจากนี้ สคบ. จะทบทวนประกาศ พ.ศ. 2565 เพิ่ม “แบบสัญญามาตรฐาน” เพื่อให้ธุรกิจและผู้บริโภคทำสัญญาได้โปร่งใสเท่าเทียม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมาก? เพราะปัจจุบันแอปกู้เงินออนไลน์มีนับร้อย เติบโตแบบพุ่งปรี๊ดในช่วงโควิด แต่หลายรายฉวยโอกาสใส่กับดัก เช่น ดอกเบี้ยซ่อนรูป ค่าปรับโหด หรือบังคับซื้อประกันแพงๆ ผู้กู้รายย่อย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือเกษตรกร มักติดกับจนเป็นหนี้สินนรก! การ คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ แบบนี้ จะช่วยลดปัญหา ลดการฟ้องร้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดการเงินดิจิทัล

เพื่อนๆ ที่เคยกู้ ลองเช็กสัญญาครั้งล่าสุดดูมั้ยครับ เงื่อนไขไหนที่ดูแปลกๆ? เช่น ห้ามบอกใครว่ากู้เงิน หรือต้องยอมให้เข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ทั้งหมด นี่แหละกับดักชัดๆ สคบ. ภายใต้แนวคิด “สคบ. ใกล้ตัว อุ่นใจผู้บริโภค” จะทำให้เรามีสิทธิมากขึ้น

สุดท้าย ถ้าคุณเจอปัญหาไม่เป็นธรรมจากสัญญากู้ยืมหรือบริการอื่นๆ อย่าทนนะครับ ร้องเรียนได้ทันทีที่สายด่วน สคบ. 1166 ตลอด 24 ชม. หรือใช้แอป OCPB Connect และเว็บ www.ocpb.go.th สะดวกสุดๆ การรู้สิทธิคืออาวุธที่ดีที่สุด มาเป็นผู้บริโภคฉลาดกันเถอะ!

ความเห็นส่วนตัว: ดีใจมากที่รัฐบาลขยับเร็วแบบนี้ เพราะในยุคออนไลน์ ทุกคนเสี่ยงเท่ากัน การมีสัญญามาตรฐานจะทำให้กู้เงินปลอดภัยและยุติธรรมยิ่งขึ้น หวังว่าจะเห็นผลเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา – “ศุภมาส” สั่งยกเครื่องกฎหมาย สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ หลังผู้กู้โดนบีบด้วยกับดักสัญญา

ฮือฮา พบ “เต่าตนุ” สัตว์ทะเลหายาก ลอยเกยตื้นที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต

ฮือฮา พบ “เต่าตนุ” สัตว์ทะเลหายาก ลอยเกยตื้นที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต! เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 13.35 น. มีรายงานจากประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลา ว่าพบเต่าทะเลลอยมาเกยตื้นบริเวณหน้าหาดกมลา ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

เต่าตนุเกยตื้นหาดกมลา

ฮือฮา พบ “เต่าตนุ” สัตว์ทะเลหายาก ลอยเกยตื้นที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต

หลังจากได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ร่วมกับไลฟ์การ์ดประจำชายหาด พบว่าเป็นเต่าตนุซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายาก น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม สภาพอ่อนแรงมาก จึงช่วยกันนำขึ้นจากน้ำอย่างระมัดระวัง ก่อนเคลื่อนย้ายไปพักฟื้นในเต็นท์ไลฟ์การ์ดชั่วคราว พร้อมประสานงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามารับตัวไปตรวจรักษาและฟื้นฟูต่อไป

ไลฟ์การ์ดช่วยเต่าตนุ

เต่าตนุคือสัตว์ทะเลชนิดใด?

เต่าตนุ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Lepidochelys olivacea หรือ Olive Ridley Sea Turtle เป็นเต่าทะเลขนาดเล็กที่สุดในโลก มีเปลือกเต้าเป็นสีเขียวมะกอก ขนาดตัวผู้ใหญ่ยาวประมาณ 60-70 ซม. น้ำหนัก 7-10 กก. แต่ตัวที่พบครั้งนี้ยังเด็ก น้ำหนักเพียง 2-3 กก. เต่าชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของ IUCN และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไทย ในทะเลอันดามันของไทย โดยเฉพาะบริเวณภูเก็ต เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญ แต่ปัจจุบันประชากรลดลงเนื่องจากปัญหาขยะทะเล การประมงโดยไม่ได้ตั้งใจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เต่าตนุที่หาดกมลา

สาเหตุที่เต่าตนุเกยตื้นและวิธีป้องกัน

สาเหตุที่เต่าทะเลอย่างเต่าตนุเกยตื้น มักเกิดจากน้ำหนักอ่อนเพลียจากพายุ คลื่นแรง กินขยะพลาสติกโดยเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร หรือถูกเครื่องมือประมงรัด ในกรณีนี้ คาดว่าน่าจะอ่อนแรงจากกระแสน้ำแรงบริเวณหาดกมลา ซึ่งเป็นหาดยอดนิยมของภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น หาดกมลามีชื่อเสียงเรื่องความสวยงาม ทรายขาว น้ำใส แต่ก็เป็นจุดที่สัตว์ทะเลมักเกยตื้นได้ง่าย

เพื่อป้องกันและช่วยเหลือให้ถูกต้อง เจ้าหน้าที่แนะนำดังนี้:

  • อย่าจับหรือเคลื่อนย้ายสัตว์เอง เพราะอาจทำให้บาดเจ็บเพิ่ม
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เช่น ไลฟ์การ์ด สถานีตำรวจ หรือกรมทรัพยากรทางทะเล โทร. 1192
  • ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน แต่ห้ามรบกวน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส เพราะสัตว์อาจมีเชื้อโรคหรือตอบโต้
  • ช่วยกันลดขยะทะเล โดยหยิบขยะที่เห็นทิ้งถังขยะ

เหตุการณ์ฮือฮา พบ “เต่าตนุ” สัตว์ทะเลหายาก ลอยเกยตื้นที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต นี้ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทย ภูเก็ตเป็นเกาะท่องเที่ยวหลัก แต่เราต้องช่วยกันปกป้องระบบนิเวศ ถ้าไม่ดูแล สัตว์หายากเหล่านี้จะหายไปจากธรรมชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน การพบเต่าตนุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีของชุมชนและเจ้าหน้าที่ หากทุกคนตื่นตัวแบบนี้ อนาคตของสัตว์ทะเลไทยจะสดใสยิ่งขึ้น คุณล่ะ พบสัตว์ทะเลเกยตื้นจะทำอย่างไร? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันเถอะ!

ที่มา – ฮือฮา พบ “เต่าตนุ” สัตว์ทะเลหายาก ลอยเกยตื้นที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต

อ็อกซ์ฟอร์ดตกชั้นหลัง 2 ปีในแชมเปี้ยนชิพ

อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ตกชั้นสู่ลีก วัน หลังจากชาร์ลตัน แอธเลติก เอาชนะฮัลล์ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันเสาร์ ทำให้ทีมอ็อกซ์ฟอร์ดไม่สามารถไล่ตามได้อีก

ทีมของแมตต์ บลูมฟิลด์ ต้องการชัยชนะทั้ง 2 นัดที่เหลือ และชาร์ลตันต้องแพ้ทั้งคู่พร้อมปรับประตูได้ต่าง แต่ทีมของนาธาน โจนส์ กลับเอาชนะทีมเสือเสือได้ ทำให้อ็อกซ์ฟอร์ดหมดลุ้นทันที สิ้นสุดการผจญภัยในแชมเปี้ยนชิพ 2 ปี หลังเลื่อนชั้นจากเพลย์ออฟลีก วัน ในฤดูกาล 2023-24

เส้นทางที่ยากลำบากของอ็อกซ์ฟอร์ดในฤดูกาลนี้

อ็อกซ์ฟอร์ดเริ่มฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้ 3 นัดติด และตอนคริสต์มาสอยู่ห่างจากโซนปลอดภัย 2 คะแนน ชนะแค่ 4 นัด ส่งผลให้แกรี โรว์เอตต์ กุนซือที่พาทีมรอดตกชั้นฤดูกาลก่อน ถูกไล่ออก โรว์เอตต์เข้ามาแทนเดส บัคกิงแฮม ในเดือนธันวาคม 2024

บลูมฟิลด์ อดีตกุนซือลูตันและไวคอมบ์ ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 9 มกราคม แต่ไม่สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้ ชนะแค่นัดเดียวใน 9 นัดแรก เสมอ 4 แพ้ 4 เดือนกุมภาพันธ์ ทีมห่างจากโซนปลอดภัย 6 คะแนน แต่มีช่วงฟอร์มดี ชนะ 3 นัดติด เจ้าบาร์นสลีย์ เพรสตัน และแบล็กเบิร์น ทำให้เสมอแต้มเลสเตอร์ที่อยู่อันดับ 21

แต่หลังจากนั้น ชนะแค่นัดเดียวใน 7 นัด ทำให้ตามหลังแบล็กเบิร์น 5 คะแนน ชาร์ลตัน 6 คะแนน ก่อนเหลือ 2 นัด ช่องว่างขยายเป็น 7 คะแนนที่ไล่ไม่ทัน เวสต์บรอมวิช อัลเบียนโดนหัก 2 คะแนน แต่เสมออิปสวิช ทำให้รอดตกชั้น อ็อกซ์ฟอร์ดปิดซีซั่นเยือนมิลวอลล์ ในอีกสัปดาห์

อ็อกซ์ฟอร์ดตกชั้นหลัง 2 ปีในแชมเปี้ยนชิพ

บลูมฟิลด์สัญญาจะสู้ต่อหลังแพ้เว็กซ์แฮม “เราผิดหวังมาก มันยากที่เป็นผู้นำทีมแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ ผมรู้สึกรับผิดชอบเต็มที่” เขาบอกบีบีซี เรดิโอ อ็อกซ์ฟอร์ด แซม ลอง แนวรับที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ 2013 กล่าวว่า “เรายังไม่ดีพอ มันเจ็บปวด แฟนบอลสมควรได้ดีกว่านี้ เราต้องรวมกันเพื่อก้าวต่อ”

อ็อกซ์ฟอร์ดกลับสู่แชมเปี้ยนชิพครั้งแรกใน 25 ปี หลังชนะเพลย์ออฟลีก วัน 2-0 เหนือโบลตันที่เวมบลีย์ หลังเคยตกชั้นสู่เนชั่นแนลลีกช่วง 2006-2010

จุดที่อ็อกซ์ฟอร์ดพลาดในฤดูกาลนี้

โดยเจอร์โรม เซลล์ จากบีบีซี เรดิโอ อ็อกซ์ฟอร์ด ในท้ายที่สุด อ็อกซ์ฟอร์ดหมดแรง พวกเขาเล่นแมตช์สำคัญมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่เลื่อนชั้น สาเหตุไม่ใช่เรื่องเดียว ทัวร์ปรีซีซั่นที่อินโดนีเซียล้มเหลว และตลาดซื้อขายที่ช้า ทำให้สตาร์ทช้า การเปลี่ยนกุนซือมาช้าเกินไป

โครงการสนามใหม่ไม่ได้เป็นปัญหา ทีมฟุตบอลแยกส่วนชัดเจน งบประมาณไม่ใช่สูงสุดแต่ก็ไม่ต่ำสุด อนาคตมีหลายอย่างพิจารณา สโมสรเปลี่ยนไปมาก ผู้ชมเพิ่ม 50% บรรยากาศดีขึ้นแม้ชนะน้อยลง สควอตใหญ่ ผู้เล่นหลายคนหมดสัญญา แต่ดาวดังอาจย้ายเพื่ออยู่แชมเปี้ยนชิพ

สำหรับบลูมฟิลด์ เหมือนเดจาวูจากลูตันที่เขาพัฒนาฟอร์มแต่ไม่พอ ลูตันรอฤดูกาลถัดไปก่อนปล่อย อ็อกซ์ฟอร์ดจะทำยังไง? กลับสไตล์เก่าที่เก่งในลีกวัน? เน้นสไตล์เพราะไม่ต้องลุ้นรอดตกชั้น? สองปีในแชมเปี้ยนชิพเปลี่ยนทีมตลอดกาลหรือแค่แต่งตัว? คำตอบน่าจะมาเร็ว

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การชาร์ลตันชนะฮัลล์ไม่เพียงตัดโอกาสไล่ออกโรว์เอตต์แต่ยังยืนยันบลูมฟิลด์เข้ามา สองปีในแชมเปี้ยนชิพสอนบทเรียนว่าการปรับตัวสำคัญที่สุด คุณคิดว่าอ็อกซ์ฟอร์ดจะกลับมาแรงในลีกวันไหม? แสดงความเห็นด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลอังกฤษต่อไป!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คุมตัว “ร.อ.วิโรจน์” เข้าเรือนจำนราธิวาส

ล่าสุดมีพัฒนาการสำคัญในคดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เมื่อเจ้าหน้าที่ คุมตัว “ร.อ.วิโรจน์” เข้าเรือนจำนราธิวาส แล้ว โดยผู้ต้องหาคนนี้ซึ่งเป็นมือปืนรายสุดท้าย ได้เข้าปรึกษาทีมทนายความเพื่อหาแนวทางลดโทษทันทีที่ถูกฝากขัง เรื่องนี้กลายเป็นจุดสนใจของคนในพื้นที่และทั่วประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการเมืองในจังหวัดชายแดนใต้

คุมตัว “ร.อ.วิโรจน์” เข้าเรือนจำนราธิวาส เรียบร้อยแล้ว

วันที่ 25 เมษายน 2567 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่าการดำเนินการฝากขัง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี เสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยศาลจังหวัดนราธิวาสอนุมัติแล้ว ตอนนี้ผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 4 คนที่ถูกจับก่อนหน้า กระบวนการทั้งหมดเป็นไปด้วยความโปร่งใสและรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลายคดีนี้

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัวทั้งหมด มีดังนี้

  • สมพร ลังเดช: อดีตนาวิกโยธิน รับผิดชอบประสานงานและวางแผน
  • อลาวี อาแว: คนขับรถที่ใช้ในการก่อเหตุ
  • สุนทร พรหมภักดี: เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้หลบหนี
  • ธนภัทร วัฒนภิญโญ: อดีตทหารพราน ทำหน้าที่มือปืน
  • ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี: มือปืนร่วมแก๊ง

ข้อกล่าวหาที่แจ้งผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย

ผู้ต้องหาทุกคนถูกแจ้งข้อหาครบ 5 ข้อหาหนัก ได้แก่

  • ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
  • ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฎหมาย
  • พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ยิงปืนในเขตเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร
  • ร่วมกันใช้อาวุธปืนก่อเหตุพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ตอนนี้ยังไม่มีข้อหาเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่จะสอบสวนต่อในเรือนจำ เพื่อขยายผลไปยังผู้บงการเบื้องหลัง โดยเฉพาะประเด็นการจ้างวาน ซึ่ง ส.ส.กมลศักดิ์ ได้ส่งทนายขอให้สืบเรื่องการเงิน บัญชีธนาคาร การพบปะ และการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์

ร.อ.วิโรจน์ ปรึกษาทนาย หาแนวทางลดโทษทันที

หลังจาก คุมตัว “ร.อ.วิโรจน์” เข้าเรือนจำนราธิวาส ผู้ต้องหาได้เรียกทีมทนายความเข้าพบ เพื่อวางแผนต่อสู้คดีและหาทางลดโทษ ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย แหล่งข่าวจากเรือนจำแจ้งว่าผู้ต้องหาคนอื่นๆ ปรับตัวได้ดี แต่ยังมีกังวล เจ้าหน้าที่เรือนจำดูแลใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุร้าย

นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในคดีเกี่ยวข้อง นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ถูกแจ้งข้อหาตาม ปพก.อาญา มาตรา 151 และ 157 ฐานใช้อำนาจโดยทุจริตและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เรื่องนี้ส่งไป ป.ป.ช.จังหวัดนราธิวาสแล้ว รอพิจารณา

คดีนี้สะท้อนปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังไม่สิ้นสุด การจับกุมผู้ต้องหาครบแก๊งเป็นก้าวสำคัญ แต่การสืบถึงตัวการใหญ่ยังต้องรอผลสอบสวนเพิ่มเติม ผู้เสียหายและประชาชนต่างหวังให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นโดยเร็ว

ติดตามความคืบหน้าคดีนี้และข่าวอาชญากรรมอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลอัปเดตล่าสุด คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

ที่มา – คุมตัว “ร.อ.วิโรจน์” เข้าเรือนจำนราธิวาส พบปรึกษาทีมทนายความ หาแนวทางในการลดโทษ

“สส.ลิซ่า” ซัด พิพัฒน์ น่าสงสัยดันแลนด์บริดจ์

“สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและโซเชียลมีเดียช่วงนี้ หลังจาก น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในนาม สส.ลิซ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์โครงการแลนด์บริดจ์อย่างดุเดือด

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge เป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการพื้นฐานของรัฐบาล มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสองแห่ง คือ ท่าเรือชุมพรฝั่งอ่าวไทย และท่าเรือรันคเวย์ที่สุราษฎร์ธานีฝั่งอันดามัน เชื่อมต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงและระบบโลจิสติกส์ เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งสินค้าทางบกที่ลัดฟัน ลดเวลาและต้นทุนจากการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นจุดอับคอขวดของการค้าทั่วโลก โครงการนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับไทยให้เป็นฮับคมนาคมแห่งอาเซียน สร้างรายได้มหาศาลและงานจ้างการจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ว่า โครงการมีความคืบหน้าเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีช่วงมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ โดยจะเชิญเอกชนลงทุน ไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ใช้การจัดสรรที่ดินและสิทธิสัมปทานแทน

“สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์

สส.ลิซ่าถึงกับตั้งข้อสังเกตหนักว่า การดันทุรังทั้งที่ยังตอบคำถามเรื่องความคุ้มทุนและนักลงทุนไม่ได้นั้นน่าสงสัย “ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติท่านคนเดียว ที่จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ” เธอเน้นย้ำว่า ทุกโครงการของรัฐต้องวัดผลจากประโยชน์สาธารณะและความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่มีคนได้ประโยชน์บางกลุ่ม โดยเฉพาะ “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ จนกลายเป็นข่าวใหญ่

จุดวิจารณ์หลักมาจากรายงานศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ (สนข.) ที่อ้างว่ารายได้ต่อปีสูงถึง 58,000 ล้านบาท โดย 8,000 ล้านบาทมาจากค่าบริการขนส่ง แต่ส่วนใหญ่กว่า 50,000 ล้านบาทมาจากการขายน้ำมันให้เรือสินค้าที่แวะเติม แต่สส.ลิซ่าชี้แจงชัดว่า ไทยไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตัวเอง การขายน้ำมันเพื่อกำไรขนาดนั้นต้องลงทุนกลั่นเองเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนโครงการ นี่คือการ “จับแพะชนแกะ” ที่ทำให้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ

ประเด็นน่าสงสัยในโครงการแลนด์บริดจ์ที่สส.ลิซ่าชี้

  • ขาดความชัดเจนเรื่องความคุ้มทุน: ยังไม่มีตัวเลข BCR (Benefit-Cost Ratio) ที่ชัดเจนและยอมรับได้จากผู้เชี่ยวชาญ
  • นักลงทุนลึกลับ: ยังไม่เปิดเผยชื่อเอกชนที่สนใจลงทุนจริงจัง
  • สิทธิสัมปทานยาวนาน: อยู่ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.SEC ที่ให้สิทธิ์ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ซึ่งอาจทำให้ทรัพยากรชาติตกเป็นของต่างชาติ
  • เสี่ยงกำไรเข้าบางกลุ่ม: เกรงว่าประโยชน์จะตกกับนักการเมืองหรือกลุ่มทุนใกล้ชิด แต่ประชาชนต้องแบกรับความเสี่ยงหากล้มเหลว

สส.ลิซ่ายังจี้ให้นายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ตอบคำถามประชาชนให้ได้ เนื่องจากถึงแม้ไม่ใช้งบแผ่นดิน แต่การให้สัมปทานที่ดินและสิทธิพิเศษคือการใช้ทรัพย์สินของชาติ โครงการนี้อาจสร้างความมั่งคั่งให้ภาคใต้ สร้างอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม แต่หากขาดการตรวจสอบ อาจกลายเป็นหนี้สินระยะยาวเหมือนโครงการอื่นๆ ในอดีต

ก่อนหน้านี้ โครงการแลนด์บริดจ์เคยถูกวิจารณ์จากสว. นักวิชาการ และนักสิ่งแวดล้อม เรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเล ชุมชนชาวประมง และความยั่งยืนทางการเงิน หากรัฐไม่แก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ การผลักดันต่อไปอาจยิ่งจุดชนวนความขัดแย้ง

มุมมองสรุป: “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นการเตือนใจที่ดีให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น โครงการใหญ่ต้องตอบโจทย์ชาติ ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณเห็นด้วยกับสส.ลิซ่าหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการต่อไป!

ที่มา – “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์

ไฟช็อตยายวัย 69 ดับสลดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม

เกิดเหตุสุดสะเทือนใจจาก ไฟช็อตยายวัย 69 ดับสลดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม กลางงานประจำปีที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น เด็กหญิงวัย 6 ขวบก็เพิ่งถูกไฟช็อตเช่นกัน แต่โชคดีรอดมาได้ เหตุการณ์ซ้ำซ้อนนี้สร้างความโศกเศร้าและคำถามถึงความปลอดภัยในงานวัดงานประจำปีมากมาย

ไฟช็อตยายวัย 69 ดับสลดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 20.30 น. ที่งานประจำปีศาลเจ้าแม่ทับทิม ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รายงานจาก พ.ต.ท.อุทัย เปี่ยมลาภ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าเรือ ระบุว่ามีผู้ถูกไฟช็อต เจ้าหน้าที่รีบไปตรวจสอบพร้อมอาสากู้ชีพมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ที่เกิดเหตุพบร่าง นางพรรณนีย์ งวนหอม อายุ 69 ปี ชาว ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา นอนหมดสติหน้าศาลใกล้เสาเต็นท์บังแดด เจ้าหน้าทำ CPR ทันทีและนำส่งโรงพยาบาล แต่ยายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ยายพรรณนีย์ เดินทางมาไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิมตามประเพณีทุกปี โดยมีอาชีพขายขนมจีนน้ำยาที่วัดหวายเหนียว ก่อนเกิดเหตุยายเอื้อมมือจับเสาเต็นท์เพื่อพยุงตัวขึ้นบันได แล้วล้มลงทันที ชาวบ้านที่เห็นรีบช่วยแต่ไม่ทัน

ไฟช็อตยายวัย 69 หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม

เด็ก 6 ขวบโดนไฟช็อตก่อนยายไม่กี่นาที

นาทีที่สร้างความตื่นตระหนกยิ่งขึ้นคือ ก่อนเกิดเหตุกับยายเพียงไม่กี่นาที เด็กหญิงวัย 6 ขวบถูกไฟช็อตจากเสาต้นเดียวกัน โชคดีมีคนช่วยทันและรอดชีวิต ลูกชายยาย นายภูมิพัฒน์ งวนหอม อายุ 50 ปี เล่าว่าได้รับโทรศัพท์แจ้งตอนทุ่มกว่า รีบไปถึงแต่แม่เสียชีวิตแล้ว แพทย์ยืนยันเสียที่เกิดเหตุ “ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดซ้ำซ้อนแบบนี้ ผู้จัดงานไม่ตรวจสายไฟให้ดี” เขากล่าวด้วยความเสียใจ

จุดเกิดเหตุไฟช็อต

ที่จุดเกิดเหตุยังมีเวทีแสดงงิ้วและเต็นท์ 3 หลัง ชาวบ้านนั่งคุยกันถึงเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่เฝ้าศาลยืนยันเห็นยายล้มแต่ไม่รู้เรื่องเด็ก

สาเหตุไฟช็อตและวิธีป้องกันในงานวัด

เหตุ ไฟช็อตยายวัย 69 ดับสลดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม นี้น่าจะเกิดจากสายไฟชำรุดหรือรั่วที่เสาเต็นท์ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะฤดูฝนที่กาญจนบุรี อันตรายจากไฟช็อตสามารถฆ่าคนได้ในเสี้ยววินาที หากกระแสไฟเกิน 0.1 แอมป์

  • ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กทุกครั้งก่อนใช้งาน
  • ใช้สายไฟมาตรฐานและมีสายดิน
  • หลีกเลี่ยงการจับเสาโลหะใกล้จุดไฟฟ้า
  • ติดตั้งเบรกเกอร์กันไฟช็อต (RCBO)
  • ในงานวัดต้องมีช่างไฟฟ้าคอยตรวจ

คณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิมแสดงความรับผิดชอบ มอบเงิน 10,000 บาท และจะสวดอภิธรรมวันจันทร์นี้ พร้อมเจรจาช่วยเหลือเพิ่ม งานศพที่วัดหวายเหนียวเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สามียายยืนลูบผมภรรยาด้วยน้ำตา

งานศพยายผู้เสียชีวิต

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนในทุกงานประจำปี หากเจ้าของงานละเลยการตรวจสอบ อาจนำพาความสูญเสียแบบนี้ซ้ำรอยได้ ผมคิดว่าควรมีกฎเข้มงวดจากหน่วยงานท้องถิ่นในการติดตั้งไฟฟ้างานวัด คุณล่ะคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ระวังไฟช็อตกันนะครับ

ที่มา – ไฟช็อตยายวัย 69 ดับสลดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม เผยก่อนเกิดเหตุ เด็ก 6 ขวบ ก็เพิ่งโดนช็อต

ฟัง Radio Scotland สด BBC Sounds

ฟัง Radio Scotland สด ผ่าน BBC Sounds สนุกสุดๆ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบดนตรี ข่าวกีฬา และวัฒนธรรมสกอตแลนด์! วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธี ฟัง Radio Scotland สด กันแบบง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์ม BBC Sounds ที่สุดยอดมากๆ เลยนะ สถานีวิทยุนี้คือเสียงแห่งสกอตแลนด์แท้ๆ มีข่าวสาร กีฬา ดนตรี และวัฒนธรรมแบบจัดเต็ม เหมาะสำหรับคนที่อยากอัพเดทชีวิตชาวสกอตแบบเรียลไทม์

Radio Scotland ไม่ใช่แค่รายการธรรมดา แต่เป็นแหล่งรวมความบันเทิงที่หลากหลาย ตอนนี้กำลังออกอากาศรายการ Off the Ball ซึ่งเป็นโชว์ฟุตบอลที่ petty และ ill-informed ที่สุดบนคลื่นวิทยุ! ฟังแล้วหัวเราะกลิ้งแน่นอน จาก 12:00-14:00 น. ตามด้วย Sportsound ที่มีคอมเมนต์เตะสด Aberdeen v Kilmarnock และ Celtic v Falkirk ใครเป็นแฟนบอลสกอตติช พลาดไม่ได้เลย

ฟัง Radio Scotland สด ทำยังไงให้ง่าย

เข้า BBC Sounds แล้วกดฟังสดได้เลย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องลงแอพเพิ่ม แค่คลิกปุ่ม Play ก็เพลินแล้ว ล่าสุดเพิ่งเล่นเพลงฮิตอย่าง Ever Fallen in Love (With Someone You Shouldn’t’ve) โดย Buzzcocks และ Driftwood โดย Travis สุดคลาสสิค! นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์รายการเด่นๆ อย่าง Crime Next Door, Breaking the News, Sacked in the Morning ที่เล่าเรื่องนักเตะ Hearts title Challenge แบบสนุกๆ

  • Crime Next Door: เรื่อง The Vanishing Cyclist ระทึกขวัญ 17 นาที
  • Breaking the News: โชว์คอมเมดี้จาก Stuart Mitchell และ Josie Long 28 นาที หัวเราะน้ำตาไหล
  • Sacked in the Morning: Paul Ritchie เล่าภายใน Hearts 45 นาที
  • Scotcast: พันธ์ติค ref rants 27 นาที
  • Out of Doors: Feeding the Birds 91 นาที สำหรับสายธรรมชาติ
  • The Quay Sessions: Paul Weller In Concert 115 นาที คอนเสิร์ตสด

ทำไมต้องฟัง Radio Scotland สด

เพราะมันสดใหม่แท้ๆ! ได้ยินข่าวกีฬาล่าสุด ฟังเพลงสกอต ดนตรีป๊อป และวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบไม่ต้องรอรีเพลย์ BBC Sounds ยังมีพอดแคสต์รางวัล อย่าง Award-winning podcasts Gripping true stories และ schedules เพิ่มเติมสำหรับกีฬา ถ้าอยู่นอก UK ใช้ BBC.com หรือแอพใหม่ได้ด้วยนะ

ติดตามโซเชียลด้วย Instagram @bbcradioscot และ Facebook BBC Radio Scotland ได้ข่าว off air ล่าสุดๆ มีโปรโมชั่น Smart speaker competition ด้วย ใครอยากได้ของรางวัล ลองเช็ค T&C

นอกจากนี้ยังมีส่วนภาษา Cymraeg, Gaeilge, Gàidhlig สำหรับคนสนใจภาษาเคลติก และ Bitesize สำหรับเรียนรู้สนุกๆ สรุปคือ Radio Scotland คือที่รวมทุกอย่างสำหรับแฟนสกอต

ส่วนตัวผมชอบเพราะมัน casual มาก ฟังแล้วรู้สึกเหมือนนั่งในผับสกอต ดื่มเบียร์ฟังบอล สุดชิล! ถ้าคุณชอบเพลง indie หรือข่าวกีฬา ต้องลอง ฟัง Radio Scotland สด ดูนะ

อย่าลืมแวะฟังสดวันนี้ แล้วมาบอกในคอมเมนต์ว่ารายการไหนเด็ดสุด! สมัคร newsletter BBC รับอัพเดทใหม่ๆ ด้วยนะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อภิสิทธิ์” ดีใจ รัฐบาลเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

“อภิสิทธิ์” ดีใจ รัฐบาลเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ แนะ 2 ข้อเร่งสะสาง เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวันนี้ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนต่อการแต่งตั้งคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่ยืดเยื้อมานาน

“อภิสิทธิ์” ดีใจ รัฐบาลเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ แนะ 2 ข้อเร่งสะสาง

ในวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย โดยระบุว่า ดีใจที่รัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้ท้วงติงในช่วงแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ขาดการกล่าวถึงประเด็นนี้ แม้จะมีการรายงานในสภาความมั่นคง แต่ยังให้น้ำหนักน้อยเกินไป ทั้งที่การพูดคุยคือกระบวนการที่มีโอกาสแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนที่สุด

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่าการเลือกบุคคลเป็นพลเรือนช่วยสร้างความมั่นใจได้ แต่ต้องระวังเรื่องการข่าวที่อาจทำให้เกิดความหวาดระแวง โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงที่มักถูกมองว่าใช้วงเจรจาหาข้อมูล ดังนั้นคณะพูดคุยต้องสร้างความไว้วางใจ สร้างภาพชัดเจนว่าจะนำไปสู่อะไร โดยเฉพาะการกระจายอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญที่ยังคงเป็นราชอาณาจักรอัน indivisible เพื่อให้ประชาชนหลากหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน รักษาอัตลักษณ์ของตน

2 ข้อแนะนำเร่งด่วนจาก “อภิสิทธิ์” ดีใจ รัฐบาลเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมี 2 เรื่องเร่งสะสางเพื่อลดความขัดแย้ง:

  • คดีลอบสังหาร ส.ส.: หลังจับกุมผู้ต้องหาแล้ว ต้องขยายผลถึงผู้บงการ โดยเฉพาะตรวจสอบการใช้รถราชการและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใส มิเช่นนั้นจะยิ่งสร้างความหวาดระแวง
  • หยุดใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO): การใช้ IO กับผู้เห็นต่างและสื่อมวลชน ไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับเพาะความเกลียดชังและขัดแย้งมากขึ้น

ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันราย การพูดคุยสันติภาพจึงเป็นทางออกที่ทุกฝ่ายรอคอย รัฐบาลต้องสื่อสารให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจว่า การกระจายอำนาจไม่ใช่การแยกตัว แต่เป็นการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และภาษา

การสร้างความไว้วางใจต้องเริ่มจากความโปร่งใส เช่น การเปิดเผยข้อมูลคดีสำคัญ และหยุดการแทรกแซงข้อมูลที่บิดเบือน หากทำได้ จะช่วยลดช่องว่างระหว่างฝ่ายรัฐกับกลุ่มผู้เห็นต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ควรมีกลไกตรวจสอบอิสระเพื่อให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการ

ในมุมมองของผู้เขียน การริเริ่มนี้เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด หากรัฐบาลทำตามคำแนะนำของนายอภิสิทธิ์ได้ โอกาสสู่สันติภาพยั่งยืนจะสูงขึ้นมาก คุณคิดอย่างไรกับแนวทางนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ดีใจ รัฐบาลเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ แนะ 2 ข้อเร่งสะสาง