วัน: 25 เมษายน 2026

มาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด

มาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด

อารอน แรมซีย์ คงได้รับการยกโทษหากเขาจะพักผ่อนหลังประกาศเกษียณเมื่อต้นเดือนนี้ อาชีพของเขายาวนานและโดดเด่น แม้จะมีบาดเจ็บเป็นอุปสรรค

แต่กัปตันทีมเวลส์และมิดฟิลด์อาร์เซนอลคนก่อนเลือกทางที่ต่างออกไป วันอาทิตย์นี้ เขาจะวิ่งลอนดอนมาราธอน

“ผมตื่นเต้น” แรมซีย์บอกกับ BBC Sport Wales “การฝึกซ้อมยากลำบาก โดยเฉพาะตอนฝนตก ลมแรง มันเหงาได้ แต่ผมสนุกในแบบแปลกๆ เหมือนอยู่ในสนามรบ”

มีเหตุผลที่มาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด เกิดขึ้นไม่นานหลังจากเขาเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

ชายวัย 35 ปีคนนี้วิ่งเพื่อสนับสนุน It’s Never You มูลนิธิที่เพื่อนอย่าง Ceri และ Frances Menai-Davis ตั้งขึ้นหลังลูกชายวัย 6 ขวบชื่อ Hugh เสียชีวิตจากมะเร็งหายาก

Ceri ก็เข้าร่วมวันอาทิตย์นี้ เขาจะห้อยรองเท้าของ Hugh รอบคอ และติดชื่อเด็กกว่า 500 คนที่ป่วยหนักไว้ที่หลัง

“มูลนิธินี้ใกล้ชิดหัวใจผม” แรมซีย์กล่าว “ผมรู้จัก Ceri, Fran และครอบครัวดี ผมรู้จัก Hugh ดี ลูกชายคนโตของผม Sonny อายุใกล้เคียงกันและเคยเล่นด้วยกัน”

“ผมจินตนาการไม่ได้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง แต่พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผม ครอบครัว และหลายคน”

มาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด

Hugh วินิจฉัยมะเร็ง rhabdomyosarcoma ความเสี่ยงสูงตอนอายุ 5 ขวบ ในตุลาคม 2020 และเสียชีวิตหลังวันเกิดครบ 6 ขวบไม่นาน ใน 18 กันยายน 2021

Ceri และ Frances สร้างมูลนิธิเพื่อช่วยพ่อแม่ที่เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน

“พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยม และเพิ่งเริ่มต้น” แรมซีย์กล่าว “การขับเคลื่อนเพื่อ Hugh น่าประทับใจ ตอนนี้ผมเกษียณ ผมมีเวลาทำสิ่งเหล่านี้มากขึ้น”

เส้นทางอาชีพที่เหมือนเทพนิยาย

การเกษียณของแรมซีย์มาถึงช้า เขายังเป็นกัปตันเวลส์แต่ไม่ได้ลงเล่นทั้งสโมสรและทีมชาติ 7 เดือนก่อนประกาศ

เขาไร้สโมสรตั้งแต่ลาพูมาสในเม็กซิโกเดือนมกราคม การย้ายที่เซอร์ไพรส์เพื่อรักษาฟิตให้ติดทีมชาติเวิลด์คัพ

เวลส์พลาดโควต้า แรมซีย์จึงตัดสินใจ

“ผมไม่ได้เล่นหลายเดือน มันเป็นกระบวนการ แต่ถูกต้องแล้ว” เขากล่าว “ผมเปิดทุกโอกาสเพื่อเวิลด์คัพ แม้ต้องหลายอย่างลงตัว แต่สำหรับผมคือทางที่ถูก”

“นั่นจะเป็นตอนจบเทพนิยาย แต่ไม่总是ได้ อาชีพทั้งหมดคือเทพนิยายแล้ว”

การเกษียณได้รับคำชื่นชมมากมาย แสดงถึงความเคารพจากแฟนบอล

“ผมตกใจ” แรมซีย์กล่าว “คิดว่าจะเงียบเพราะไม่ได้เล่น แต่ซึ้งใจ มันแสดงว่าผมมี impact”

เราจะข้ามเส้นชัยด้วยกัน

ตอนนี้แรมซีย์เล็งเป็นโค้ช เขามีใบประกอบวิชาชีพและเคยคุมคาร์ดิฟฟ์ซิตี้ 3 นัด

ช่วยทีมชาติเวลส์กับ Craig Bellamy และคุมเยาวชนคาร์ดิฟฟ์

“ผมอยากโค้ช 100% มันน่าตื่นเต้น ประสบการณ์คาร์ดิฟฟ์ดีแม้ยาก ทีมตอบรับดี”

“ก่อนอื่นคือมาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด

Ceri ที่เคยวิ่งลอนดอนมาราธอน บอกแรมซีย์ระดมทุนกว่า 25,000 ปอนด์ และเพิ่มอีกจากวันอาทิตย์

พวกเขาเป็นเพื่อนกว่า 10 ปี แรมซีย์สนับสนุนด้วยสัญลักษณ์ผีเสื้อตอนฉลองประตู

Ceri เล่า “Hugh เป็นเด็กชายกล้าหาญที่สุด ผมสมัครมาราธอน 2021 ก่อนเขาเสีย วิ่ง 2 สัปดาห์หลังฝังเขา สวมเหรียญให้เขา”

“ปีที่แล้วสะพายเป้ 22 กิโล (น้ำหนัก Hugh) แสดงน้ำหนักความโศกเศร้า ปีนี้รองเท้าเขา เขาเดินเข้าหมอด้วยคู่นี้แต่ไม่กลับ รองเท้าจะเชียร์ผม เราจะข้ามเส้นชัยด้วยกัน”

การวิ่งมาราธอนของแรมซีย์เพื่อรำลึกถึงเด็กชายสุดยอด ไม่เพียงระดมทุน แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญของ Hugh และพลังของมิตรภาพ สนับสนุนมูลนิธิเพื่อเด็กป่วยหนัก ลองบริจาคหรือแชร์เพื่อช่วยเหลือกันเถอะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุดแล้วนะครับ! วันนี้สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาทองขึ้น 250 บาท ในรอบเช้า ครั้งที่ 1 เวลา 9.01 น. ทำให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณขยับสูงขึ้น ส่งผลดีต่อนักลงทุนที่กำลังรอจังหวะซื้อขาย เช้านี้ทองคำแท่งขายออกบาทละ 72,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกบาทละ 73,000 บาท ใครที่สนใจลงทุนทองคำหรืออยากเช็กราคาแบบเรียลไทม์ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 ล่าสุด

ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ วันที่ 25 เมษายน 2569 รอบแรกพบว่าราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 72,000 บาท ขายออกบาทละ 72,200 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 70,554.64 บาท และขายออกบาทละ 73,000 บาท การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาทองโลกให้พุ่งสูง รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ทำให้ทองไทยปรับตัวตามครับ

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569: ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ

ราคาทอง 1 บาท คำนวณจากน้ำหนักมาตรฐาน ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม ดังนี้

  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อ 72,000 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท ขายออก 72,200 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 70,554.64 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท ขายออก 73,000 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

ราคาทอง 2 สลึง หรือ 50 สตางค์ น้ำหนักทองคำแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม คำนวณครึ่งหนึ่งของ 1 บาท

  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 36,000 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 36,100 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 35,277.32 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 36,500 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง (25 สตางค์)

ราคาทอง 1 สลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม เหมาะสำหรับซื้อสะสมทีละน้อย

  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 18,000 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 18,050 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 17,638.66 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 18,250 บาท

ราคาทองวันนี้ครึ่งสลึง (12.5 สตางค์)

ราคาทองครึ่งสลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม เริ่มต้นสำหรับมือใหม่

  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 9,000 บาท
  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 9,025 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,819.33 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 9,125 บาท

หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่ากำเหน็จและภาษี ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ควรโทรสอบถามร้านทองใกล้บ้านเพื่อยืนยันครับ

แนวโน้มราคาทองคำและเคล็ดลับการลงทุน

ในช่วงนี้ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน นักลงทุนหลายคนหันมาซื้อทองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่นิยมสำหรับสะสมและเป็นของขวัญ อย่างไรก็ตาม ควรติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ เช่น อัตราดอกเบี้ยเฟดและราคาน้ำมันที่ผันผวน หากราคาทองทะลุ 73,000 บาทต่อบาท อาจเป็นสัญญาณซื้อเพิ่มสำหรับพอร์ตยาว

เคล็ดลับ: 1) ซื้อตอนราคาย่อตัว 2) เลือกร้านทองสมาชิกสมาคม 3) คำนวณค่ากำเหน็จให้ดี 4) แบ่งซื้อทีละน้อยเพื่อเฉลี่ยต้นทุน การลงทุนทองคำช่วยป้องกันเงินเฟ้อได้ดีในระยะยาวครับ

ถ้าคุณกำลังวางแผนซื้อทองหรือขายทอง อย่าลืมเช็ค ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 ที่นี่เพื่อข้อมูลสดใหม่ และติดตามอัปเดตรอบต่อไปได้เลย! การลงทุนมีความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 25 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณ ขยับกี่บาท

“อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย

เหตุการณ์สุดคึกคักในวงการการเมืองไทย เมื่อ “อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย ย้ำพรรคต้องเป็นปึกแผ่น ทำให้สมาชิกพรรคและผู้มาร่วมงานตื่นเต้นไปตามๆ กัน การแสดงออกแบบนี้ไม่เพียงสร้างรอยยิ้ม แต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีและพลังของพรรคภูมิใจไทยในการขับเคลื่อนประเทศ

“อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย ย้ำพรรคต้องเป็นปึกแผ่น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ทันทีที่ท่านก้าวเข้าห้องประชุมชั้น 4 เพลงฮิต “พูดแล้วทำ” ก็ดังกระหึ่มต้อนรับ นายอนุทินไม่ยั้ง ชูมือโยกตัวตามจังหวะ ร้องตามอย่างสนุกสนาน ก่อนปิดท้ายด้วยท่าพลัสสุดคูล สร้างบรรยากาศอบอุ่นและคึกคักให้กับสมาชิก ส.ส. รัฐมนตรี และสมาชิกพรรคที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง แม้จะเป็นวันหยุดราชการ

คำกล่าวเปิดประชุมที่เน้นความปึกแผ่น

หลังจากนั้น นายอนุทินกล่าวเปิดประชุมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาร่วม แสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่น สามัคคี และพลังของพรรคภูมิใจไทยในการรับใช้ประชาชนเพื่อความก้าวหน้าของประเทศไทย ท่านย้ำว่า “การที่เรามาอยู่ด้วยกันแบบนี้ แสดงถึงความพร้อมของพรรค” และประกาศเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมครบองค์ประชุมตามข้อบังคับ

วาระสำคัญใน “อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย

การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญหลายประการที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมพิจารณา เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งภายใน ดังนี้

  • รับทราบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคภูมิใจไทยปี 2568
  • รับทราบงบการเงินของพรรคภูมิใจไทยปี 2568
  • พิจารณาร่างข้อบังคับพรรคภูมิใจไทย พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569

วาระเหล่านี้จะช่วยให้พรรคมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

อนุทิน เต้นเพลง พูดแล้วทำ ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย
บรรยากาศคึกคัก อนุทิน นำประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย

นอกจากนี้ การเต้นของนายอนุทินยังกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย ผู้คนชื่นชอบความเป็นกันเองและมีพลังของผู้นำพรรค สะท้อนภาพลักษณ์พรรคภูมิใจไทยที่ใกล้ชิดประชาชน ไม่ยึดติดกรอบเก่าๆ เหตุการณ์ “อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย นี้ จึงไม่ใช่แค่โชว์ แต่เป็นสัญญาณของความแข็งแกร่งที่พรรคมีต่อประชาชน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การแสดงออกเช่นนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ผู้นำให้ดูเข้าถึงง่าย ยิ่งในช่วงที่การเมืองไทยมีความท้าทายมากมาย พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินกำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำตามสัญญา ดังชื่อเพลง “พูดแล้วทำ” ที่เลือกเปิดต้อนรับ

สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้ย้ำชัดว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมลุยต่อเพื่อประเทศไทย คุณคิดอย่างไรกับโมเมนต์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “อนุทิน” เต้นเพลง “พูดแล้วทำ” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทย ย้ำพรรคต้องเป็นปึกแผ่น

“พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้

ในวงการเศรษฐกิจและการคมนาคมของไทยกำลังมีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง นั่นคือ “พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดว่า โครงการยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทนี้ จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสานต่อให้เกิดความเป็นจริง รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่ารัฐไม่ต้องใช้งบประมาณลงทุนเอง แต่จะให้สิทธิสัมปทานที่ดินแก่เอกชนที่เข้ามาลงทุนเท่านั้น

“พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Land Bridge ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยมีแนวคิดหลักในการสร้างท่าเรือน้ำลึกสองฝั่งทะเล คือฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ และฝั่งอ่าวไทยทางภาคตะวันออก เพื่อเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งทางบก รถไฟ และโลจิสติกส์ ทำให้สินค้าสามารถลัดผ่านประเทศไทย แทนที่จะต้องอ้อมช่องแคบมาลัคก้าหรือเสี่ยงปัญหาความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงโอกาสจากวิกฤตการณ์ช่องแคบฮอร์มุซว่า นี่คือโอกาสทองของไทยในการก้าวขึ้นเป็นฮับการขนส่งระดับโลก นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็เห็นด้วยและสนับสนุนให้เดินหน้าต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เรือสินค้าต้องถ่ายลำสินค้าอยู่แล้วกว่า 90% ของการขนส่งคอนเทนเนอร์ทั่วโลก

ยันรัฐไม่ได้ออกเงิน ให้แค่สัมปทานที่ดินลงทุน

หนึ่งในประเด็นที่หลายคนกังวลคือภาระงบประมาณของรัฐ แต่ “พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้ โดยชี้แจงว่ารัฐไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท เอกชนจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด รัฐให้แค่สัมปทานที่ดินและสิทธิ์ในการดำเนินโครงการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้สำรวจข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนายพิพัฒน์จะลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเองในเดือนพฤษภาคมนี้

สำหรับการประมูล จะเปิดกว้างทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยให้โอกาสเท่าเทียมกัน เริ่มลงทุนได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ หลังจากได้มติครม. แล้ว

เคลียร์ประเด็นวิจารณ์เรื่องเวลาและสิ่งแวดล้อม

หลายคนตั้งคำถามว่า การขนถ่ายสินค้าที่แลนด์บริดจ์จะเสียเวลาใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบโต้ว่า จากข้อมูลจริง การขนส่งคอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายลำสินค้าอยู่แล้ว ไม่ใช่ขนตรงจากต้นทางถึงปลายทาง 100% หากถ่ายลำที่ไทย ก็ไม่ต่างจากถ่ายที่สิงคโปร์ แต่ไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มจากการดึงดูดสินค้ามาใช้บริการมากขึ้น

ส่วนผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ก็จำเป็นต้องทำอย่างแน่นอน นายพิพัฒน์ยอมรับว่ามีปัญหาจากการต่อต้านของชาวบ้านและ NGO แต่จะลงพื้นที่เจรจา ชี้แจงข้อมูลจริง โดยข้อมูลที่ต่อต้านอาจมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

  • ประโยชน์หลักของโครงการแลนด์บริดจ์:
  • ลดระยะทางและเวลาขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์
  • สร้างรายได้จากการให้บริการท่าเรือและถ่ายลำสินค้า
  • พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง
  • เสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสินค้าส่งออก
  • ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการค้าเอเชีย

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบาย BCG Economy (Bio-Circular-Green) โดยจะเน้นเทคโนโลยีสีเขียว ลดการปล่อยคาร์บอนในการขนส่ง

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการแลนด์บริดจ์นี้คือก้าวกระโดดสู่อนาคต หากรัฐบาลจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ดี จะช่วยให้ไทยแข่งขันกับสิงคโปร์และเวียดนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณคิดอย่างไรกับ “พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – “พิพัฒน์” จ่อชง ครม. เดินหน้าแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้ ยันรัฐไม่ได้ออกเงิน ให้แค่สัมปทานที่ดินลงทุน

ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์ สรุปผลงานตรวจสอบรัฐบาล

ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์ สรุปผลงาน-งบการเงิน เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ลั่นเป็น 21 เสียงที่ดัง สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองที่น่าสนใจจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ ปชป. นะครับ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 พรรคได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สะดวกและทันสมัยมากในยุคนี้ โดยมีสมาชิกและแกนนำมาร่วมกันอย่างคับคั่ง ทั้งที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และออนไลน์ด้วย

ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์
ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์

ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์ สรุปผลงานและงบการเงินอย่างโปร่งใส

วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการรายงานผลงานรอบปีที่ผ่านมาตามมาตรา 43 และรับรองงบการเงินปี 2568 ตามมาตรา 62 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ประชุมเห็นชอบทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ชัดเจนเลยครับ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกสะท้อนปัญหาจากพื้นที่ต่างๆ ด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและประธานประชุม ได้ชี้แจงเรื่องปัญหาเกษตรกร โดย ส.ส. พศิน ปิตุเตชะ และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ได้อภิปรายและเสนอญัตติเรื่องพืชผลเกษตรและฝุ่น PM2.5 จนนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการวิสามัญ สุดยอดเลย!

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในที่ประชุม
สมาชิกพรรคประชุมออนไลน์

ผลงานตรวจสอบรัฐบาลด้วย 21 เสียงที่ดัง

นายกรณ์ จาติกวณิช ตั้งกระทู้ถามเรื่องต้นทุนการผลิต โดยย้ำจุดยืนช่วยเหลือพลังงานตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่กลุ่มเปราะบาง พรรคจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ว่าปชป. จัดการอย่างมืออาชีพ หัวหน้าพรรคลั่น แม้มี ส.ส. แค่ 21 เสียง แต่เป็นเสียงที่ดังและตรวจสอบเต็มที่ ผ่านกระทู้ถาม ญัตติ อภิปรายสร้างสรรค์

  • อภิปรายนโยบายเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
  • กดดันตั้งกรรมาธิการ PM2.5
  • ช่วยเกษตรกรเรื่องพืชผลและต้นทุน
กรณ์ จาติกวณิช

แผนงานอนาคตหลังปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์

หลังจากนี้ พรรคจะทำงานนอกสภาให้เป็นระบบ ใช้แอปเชื่อมสมาชิกทั่วประเทศ รับฟังปัญหา สร้างดัชนีคุณภาพชีวิตจากข้อมูลจริง เช่น ค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน อินเทอร์เน็ต ไม่พึ่งข้อมูลรัฐอย่างเดียว ในโอกาสครบ 80 ปี จะมีกิจกรรมทั้งปี สร้างเยาวชน รวบรวมอดีต ส.ส. รัฐมนตรีมาช่วยตรวจสอบ ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์ครั้งนี้ แสดงศักยภาพชัดเจน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เห็นไหมครับว่า แม้ปชป. จะมี ส.ส. น้อย แต่การทำงานจริงจังและโปร่งใสแบบนี้ ทำให้เชื่อมั่นได้ การตรวจสอบรัฐบาลต้องเข้มแข็งแบบนี้แหละ คุณคิดยังไงกับผลงานของปชป. ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ปชป. จัดประชุมใหญ่ออนไลน์ สรุปผลงาน-งบการเงิน เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ลั่นเป็น 21 เสียงที่ดัง

จ่อเรียกสอบขบวนการใบเกิดทิพย์เอี่ยวจีนเทา

จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา” กว่า 27 ราย กำลังเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เตรียมดำเนินการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างเร่งด่วน หลังจากนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา”

เหตุการณ์นี้เกิดจากการตรวจสอบเอกสารทะเบียนราษฎรของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งพบความผิดปกติในการออกใบเกิดให้บุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะชาวจีนที่เรียกกันว่า “จีนเทา” ซึ่งหมายถึงชาวจีนที่ไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แต่พยายามแทรกซึมเข้ามาอยู่ในระบบของไทย ขบวนการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาทต่อราย ทำให้เกิดการทุจริตครั้งใหญ่

กรมการปกครองได้ประสานงานตรวจสอบหลังพบความผิดปกติ และยืนยันแล้วว่ามีอย่างน้อย 27 รายที่ได้รับใบเกิดปลอม โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน พฤติการณ์คือการปลอมแปลงเอกสารแจ้งเกิด เพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถสวมสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ ของคนไทย เช่น สวัสดิการ สิทธิการศึกษา หรือแม้กระทั่งการถือครองที่ดิน

พัฒนาการล่าสุดของคดีจ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่าตำรวจได้รับแจ้งความแล้ว แต่ยังรอเอกสารรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้ง 27 รายจากนายกเทศมนตรี ในสัปดาห์หน้าจะเรียกสอบปากคำผู้แจ้งความ เจ้าหน้าที่ทะเบียน และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ ป.ป.ท. หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการทางกฎหมาย

ปัญหาใบเกิดทิพย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนหรือเมืองท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา “จีนเทา” มักใช้ช่องโหว่ระบบทะเบียนเพื่อหลบหนีการตรวจสอบ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ เช่น การแย่งงานคนไทย หรือการฟอกเงินผ่านกิจการผิดกฎหมาย การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ

  • พบผู้กระทำผิดอย่างน้อย 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
  • เรียกรับผลประโยชน์รายละ หลักหมื่นบาท
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลางเข้าไปมีส่วน
  • เตรียมส่งเรื่อง ป.ป.ท. และ ป.ป.ช.

เพื่อป้องกันปัญหานี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มระบบตรวจสอบดิจิทัล เช่น การใช้ฐานข้อมูลกลางเชื่อมโยง biometric หรือ AI ในการตรวจใบหน้าและลายนิ้วมือ นอกจากนี้ การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตอย่างเด็ดขาดจะเป็นตัวอย่างที่ดี

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการทุจริตในระดับท้องถิ่นยังรุนแรง ประชาชนควรติดตามและรายงานเบาะแส หากพบความผิดปกติในทะเบียนราษฎรใกล้บ้านคุณ ชวนเพื่อนๆ แชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนการปราบปรามทุจริตให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ที่มา – จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา”

“เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัวชิงนายกพัทยา

ข่าวการเมืองท้องถิ่นเมืองพัทยาสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ สร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนและนักการเมืองในพื้นที่ โดยเอิงได้โพสต์แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ระบุเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่สามารถทุ่มเททำงานได้เต็มที่

“เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน

ในข้อความที่เอิง นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก “เอิง – นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ” ระบุชัดเจนว่า “เอิงขอใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบค่ะ ก่อนอื่น เอิงขอแจ้งทุกท่านว่า เอิงได้ถอนตัวจากการเป็นผู้ประสงค์ลงสมัครนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวที่คิดว่าไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่” นอกจากนี้ เอิงยังแสดงความขอบคุณต่อประชาชนเมืองพัทยาและทีมงานทุกคนที่ให้การสนับสนุน พูดคุย แนะนำ ติชม และสะท้อนปัญหาต่างๆ ตลอดมา

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เอิงเคยประกาศความตั้งใจชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอย่างชัดเจน โดยมีพรรคประชาชนหนุนหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้เอิง พร้อมเปิดแคมเปญหลัก “พัทยาเพื่อทุกคน” เอิงตั้งเป้าจะเป็นนายกเมืองพัทยาผู้หญิงคนแรกที่เป็นตัวแทนของทุกคน ไม่ยึดติดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เน้นกระจายการพัฒนาให้ทั่วถึงทุกชุมชน ไม่จำกัดเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว โดยวางวิสัยทัศน์ให้พัทยาเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน

ประวัติและวิสัยทัศน์ของเอิง นิศามาศ

นางสาวนิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ หรือเอิง เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติโดดเด่น จบการศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบูรพา มีประสบการณ์หลากหลายในวงการต่างๆ ดังนี้

  • งานในแวดวงโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของพัทยา
  • การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • งานนิติบัญญัติในฐานะเลขานุการกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการกรรมาธิการปราบปรามการฟอกเงิน สภาผู้แทนราษฎร

ด้วย背景ที่แข็งแกร่ง เอิงเคยได้รับการตอบรับดีจากประชาชนในพื้นที่ ที่ชื่นชอบแนวคิดกระจายโอกาสและพัฒนาที่ยั่งยืน แต่สุดท้ายเหตุผลส่วนตัวทำให้ต้องถอนตัว สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้สนับสนุน

ผลกระทบจากการถอนตัวของเอิง นิศามาศ

การประกาศ “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน ส่งผลให้พรรคประชาชนต้องปรับแผนด่วนในการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของนักการเมืองท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทย กำลังเผชิญปัญหาหลายประการ เช่น การจัดการขยะ การจราจร และการกระจายรายได้ให้ชุมชนรอบนอก หากไม่มีเอิง ผู้สมัครอื่นๆ อาจได้เปรียบในแง่การหาเสียง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเอิงแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และไม่เห็นแก่ตัว หากเธอไม่มั่นใจว่าจะทำงานเต็มที่ ก็เลือกถอนตัวเพื่อเปิดทางให้บุคคลอื่นที่พร้อมกว่า นี่คือตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ยังคงน่าติดตาม เพราะพัทยาต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูหลังโควิด การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ หรือการพัฒนาชุมชนยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของเอิง? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองท้องถิ่นจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน

“สรศักดิ์” ชี้ยกเลิก MOU 44 ไทยเสียประโยชน์

“สรศักดิ์” ชี้ยกเลิก MOU 44 ไทยเสียประโยชน์ กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองและความมั่นคงของไทย เมื่อนายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นต่างจากมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เสนอให้ยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจ พัฒนา และแบ่งปันทรัพยากรในอ่าวไทยปี 2544 แล้วหันไปใช้ UNCLOS แทน การตัดสินใจนี้อาจทำให้ไทยสูญเสียเครื่องมือสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลและพลังงาน

“สรศักดิ์” ชี้ยกเลิก MOU 44 ไทยเสียประโยชน์

วันที่ 24 เมษายน 2567 นายสรศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยชี้ว่าการยกเลิก MOU 44 อาจไม่เป็นผลดีต่อไทย แม้จะเป็นมติ สมช. แต่รัฐบาลยังมีเวลาพิจารณาใหม่ เขาเน้นย้ำว่าผลประโยชน์ของชาติต้องดูหลายมุมมอง MOU 44 มี 2 องค์ประกอบหลัก คือ การแบ่งเขตทางทะเลและการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งเป็นกรอบเจรจาที่มีประสิทธิภาพ หากใช้กฎหมายอย่างเดียวแต่ละฝ่ายจะตีความต่างกัน การไม่มีกรอบนี้จะหาทางประนอมได้ยาก

ประวัติศาสตร์และบทเรียนจากอดีต

นายสรศักดิ์ยกตัวอย่างจากอดีต ในปี 2522 รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เจรจากับมาเลเซีย สร้างกรอบแบ่งปันผลประโยชน์ ใช้เวลา 26 ปีจึงได้ก๊าซธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในภาคใต้ของไทย MOU 44 กับกัมพูชาก็ผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว หากเจรจาสำเร็จ ทรัพยากรในอ่าวไทยจะช่วยอุตสาหกรรมไทยในยุคพลังงานราคาแพงนี้ได้มาก

เขาชื่นชมนายกฎหมายกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่าง ที่ให้ข้อมูลเชิงลึก สมช. คงพิจารณาทั้งกฎหมายและการเมือง แต่ใน MOU 44 มาตรา 298 กำหนดชัดว่าไม่ยอมรับฝ่ายที่ 3 ตัดสิน หากไม่มี consensus ทั้งสองฝ่ายไทยและกัมพูชาเห็นตรงกัน

ความเสี่ยงหากยกเลิก MOU 44

หากเกิดปะทะ เหมือนคดีเขาพระวิหารที่กัมพูชายื่น ICJ ไทยอาจถูกตีความฝ่ายเดียว แม้ปฏิเสธ การยกเลิก MOU 44 แล้วจะเจรจายังไง? UNCLOS พูดแค่แบ่งเขต แต่ไม่ครอบคลุมแบ่งปันพลังงาน “เปรียบเหมือนมีทะเลแต่ไม่มีเรือ” นายสรศักดิ์เปรียบเทียบ MOU 44 ไม่มีวิธีบอกเลิกชัด ต้องยื่นหนังสือรอ 12 เดือน ยังมีโอกาสเปลี่ยนใจได้

  • ประโยชน์ของ MOU 44: กรอบเจรจาชัดเจน ลดความขัดแย้ง
  • ความเสี่ยง UNCLOS: ตีความต่าง อาจเสียเปรียบ
  • ตัวอย่างมาเลเซีย: ประสบความสำเร็จหลังยาวนาน

การตัดสินใจนี้กระทบผลประโยชน์พลังงานไทยในระยะยาว อ่าวไทยมีศักยภาพน้ำมันก๊าซมหาศาล หากพัฒนาได้จะลดการพึ่งพานำเข้า ลดราคาพลังงานให้ประชาชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การรักษา MOU 44 เป็นเครื่องมือ外交ที่ชาญฉลาด ช่วยให้ไทยเจรจาโดยไม่เสียอธิปไตย สมช. ควรเปิดประชาคมรับฟังมากขึ้นเพื่อผลดีสูงสุด

สุดท้าย “สรศักดิ์” ชี้ยกเลิก MOU 44 ไทยเสียประโยชน์จริง หากคุณเป็นคนไทยที่ห่วงใยพลังงานและความมั่นคงชาติ คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการถกเถียง!

ที่มา – “สรศักดิ์” ชี้ยกเลิก MOU 44 ไทยเสียประโยชน์ อาจสูญเสียเครื่องมือสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

เตือนคนกรุง! ค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 อันตราย

วันนี้ 25 เมษายน 2569 กรุงเทพมหานครออกเตือนเรื่องค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 ที่สูงสุดอยู่ในเกณฑ์อันตรายแล้ว! อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องระวังสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หรือเหนื่อยง่าย ควรรีบพบแพทย์ทันที

ค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 สูงสุดเกณฑ์อันตราย

จากประกาศของเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ระบุชัดเจนว่า ค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 หรือ Heat Index ในวันเสาร์นี้อยู่ในระดับอันตรายสำหรับบุคคลทั่วไป แนะนำให้ทุกคนสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด ส่วนกลุ่มเสี่ยงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สามารถติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ airbkk.com หรือแอปพลิเคชัน AirBKK

ค่าดัชนีความร้อนคืออะไร และทำไมสำคัญ?

ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าที่บอกอุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์ "รู้สึก" ได้จริง ๆ โดยคำนวณจากอุณหภูมิอากาศผสมกับความชื้นสัมพัทธ์ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิสูงสุดอย่างเดียว มันเหมาะสำหรับวัดความเสี่ยงจากความร้อนที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบ เช่น อาการฮีทสตร็อก (heat stroke) หรือร่างกายร้อนเกิน

ตัวอย่างเกณฑ์ค่าดัชนีความร้อน:

  • 27-32°C: รู้สึกไม่สบาย
  • 32-41°C: เสี่ยงอันตราย ระวังอาการป่วยจากร้อน
  • 41-54°C: อันตรายมาก หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
  • มากกว่า 54°C: เกณฑ์อันตรายรุนแรง ห้ามออกนอกบ้าน

สำหรับค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 ในกรุงเทพฯ เข้าข่ายระดับสูงสุด ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเร่งด่วน

อาการที่ต้องระวังจากค่าดัชนีความร้อนสูง

เมื่อค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูง ร่างกายจะสูญเสียความสามารถในการระบายความร้อนผ่านเหงื่อ เพราะความชื้นสูง อาการเริ่มต้นคือปวดหัว เวียนหัว หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน หากไม่ดูแลอาจพัฒนาเป็นฮีทสตร็อก ซึ่งอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีตึกสูง บดบังลม และรถติดทำให้อากาศนิ่ง

วิธีป้องกันผลกระทบจากค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569

เพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ: อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าบางเบา: สีอ่อน ระบายอากาศดี ใส่หมวกและแว่นกันแดด
  • หลีกเลี่ยงกลางแจ้งช่วงร้อนสุด: 10.00-16.00 น. อยู่ในที่ร่มหรือห้องปรับอากาศ
  • อาบน้ำเย็นบ่อย ๆ: ช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
  • กินอาหารเบา: ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น ส้ม แตงโม

สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนทำงานกลางแจ้ง ควรมีคนดูแลใกล้ชิด และใช้เครื่องวัดอุณหภูมิส่วนตัว

สถานการณ์อากาศกรุงเทพฯ ปี 2569

ปีนี้หน้าร้อนในกรุงเทพฯ รุนแรงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วโลก การติดตามค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 ช่วยให้เราวางแผนชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่น เลื่อนกิจกรรมออกกำลังกายไปช่วงเช้าหรือเย็น

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่าช่วงเมษายน-พฤษภาคมจะร้อนต่อเนื่อง แนะนำติดตั้งพัดลมไอเย็นหรือเครื่องฟอกอากาศในบ้านเพื่อลดความเสี่ยง

สรุปแล้ว การดูแลตัวเองในวันที่ค่าดัชนีความร้อน 25 เมษายน 2569 สูงขนาดนี้คือกุญแจสำคัญ อย่ารอให้ป่วยก่อนค่อยรักษา ลองเช็ก airbkk.com ทุกวันเพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ หากคุณมีประสบการณ์เจออากาศร้อนแบบนี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ติดตามข่าวสภาพอากาศและสุขภาพเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยกันดูแลสุขภาพในหน้าร้อนนี้ครับ

ที่มา – เตือนคนกรุง “ค่าดัชนีความร้อน” วันนี้ 25 เมษายน 2569 สูงสุดอยู่ในเกณฑ์อันตราย