วัน: 29 เมษายน 2026

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า ที่ เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง อย่างตรงไปตรงมา เรื่องโยนบาปให้ กกต. ทั้งที่ตัวเองเห็นกติกาไม่เป็นธรรมแต่กลับไม่ยอมแก้จุดบกพร่อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาพูดในงานอบรมวิทยากรหลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพประจำปี 2569 รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคใต้ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่โรงแรมทีเค. พาเลซ

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. เห็นกติกาไม่เป็นธรรม

เลขาธิการ กกต. ชี้ว่าการเมืองไทยยังมีปัญหาหนักหน่วง แม้จะใกล้ครบร้อยปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ความคาดหวังยังไม่เป็นผล คนชนะกินรวบ ส่งผลกระทบชีวิตประชาชนทุกวัน เพราะไทยใช้การเมืองนำทุกเรื่อง เขาย้ำว่า กกต. วิทยากร และพรรคการเมืองต้องร่วมมือกัน ปลูกฝังระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้คนเห็นต่างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง ชี้กฎหมายเปลี่ยนแต่คนไม่เปลี่ยน

ถึงจะมีรัฐธรรมนูญดีๆ 3 ฉบับ รัฐธรรมนูญ 2540 ใช้มานานเกือบ 30 ปี แต่พฤติกรรมคนไม่เปลี่ยน ผู้เล่นและผู้เลือกตั้งยังกลุ่มเดิมๆ ยุบพรรคใหม่ก็คนเก่าๆ มาทำต่อ ผู้มีสิทธิ์ 52 ล้านคน ชุดความรู้เดิม เลือกเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนคือการถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชน ว่าสังคมดีได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่ระบบราชการ

เรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง เลขาธิการ กกต. บอกว่าระบบเลือกตั้งไทยแข็งแรงมาก ไม่มีใครแทรกแซงได้ กกต. แค่รายงานผลตามกฎหมาย ถ้าผิดก็ดำเนินคดี แต่ปัญหานอกกรอบอย่างซื้อเสียง เป็นเรื่องประชาชนทำกันเอง กกต. เห็นเท่าประชาชน ไม่ได้เห็นมากกว่า

เขายังแนะนำว่าพรรคการเมืองไทยเกิดจากมิติความมั่นคงมากกว่าเสรีภาพ ทำให้ถูกยุบง่าย รัฐประหารบ่อย พรรคอยู่ได้ไม่ครึ่งทางเดิน กฎเกณฑ์เยอะ ถ้าพรรคเห็นช่องโหว่ ควรแก้กฎหมายเอง เพราะ กกต. เป็นแค่นายทะเบียน ทำตามกฎ

ที่แซ่บคือ เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง ไม่สนใจกฎหมายพรรค ทั้งที่เป็นบ้านตัวเอง ถ้าสนใจน่าจะดีกว่านี้ เวลามีอำนาจก็ไม่แก้ แต่แพ้แล้วโทษกรรมการทุกที กกต. ทำตามกฎและข้อเท็จจริง แม้สังคมวิจารณ์ กกต. ก็ยืนยันว่าจะตัดสินเหมือนเดิม

อยากให้ ส.ส. แก้กฎหมายให้เป็นธรรม

เลขาธิการ กกต. อยากให้ ส.ส. และพรรคแก้กฎหมายพรรคการเมืองและเลือกตั้งให้ดีขึ้น สำนักงาน กกต. เคยเสนอแก้เพื่อแข่งขันเป็นธรรม แต่สภาไม่เห็นชอบ ถ้ากติกาไม่ดี ก็แก้ซะ อย่าโทษ กกต. ว่าไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ประชาชน 52 ล้านคน กปน. 1.6 ล้าน สื่อตรวจสอบกันเอง กกต. แค่รายงานผล

ส่วน i-Vote การลงคะแนนออนไลน์ กกต. อยากใช้ทั่วประเทศแต่รอสภาเห็นชอบก่อน อาจทดลองในท้องถิ่นได้เลยไม่ต้องแก้กฎ

สรุปแล้ว คำพูดของเลขาธิการ กกต. ทำให้เห็นชัดว่าปัญหาการเมืองไทยต้องแก้จากรากฐาน โดยเฉพาะชุดความรู้ประชาชนและพรรคต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่โยนบาปไปให้กรรมการ คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ อยากรู้มุมมองทุกคน!

ที่มา – “เลขาธิการ กกต.” จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. เห็นกติกาไม่เป็นธรรมกลับไม่แก้จุดบกพร่อง

สยอง รถเสียหลักตกร่องข้างถนน เหล็กฉากเสียบทะลุท้องดับ

เหตุการณ์สุดสยองที่เกิดขึ้นบนถนนต่างระดับหมายเลข 9 มุ่งหน้าบางบัวทอง ในพื้นที่ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ทำให้หัวหน้างานขับกระบะพาลูกน้องไปทำงาน เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าใจจากอุบัติเหตุรถเสียหลักตกร่องข้างถนน เหล็กฉากทะลุท้องดับคาที่

สยอง รถเสียหลักตกร่องข้างถนน เหล็กฉากเสียบทะลุท้องดับ

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 29 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เสียหลักตกร่องข้างถนน โดยมีเหล็กฉากยาวกว่า 2 เมตร ดีดทะลุใต้ท้องรถ เสียบเข้าท้องคนขับจนเสียชีวิต ที่เกิดเหตุบนกลางสะพาน ช่องเลนขวาสุด รถจอดดับเครื่องอยู่ เบาะคนขับมีร่างนายสุบรรณ ร้อยแก่นจันทร์ หรือ “สกาย” อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา นอนหมดสติ หน้าท้องถูกเหล็กฉากขนาด 2 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร เสียบคาอยู่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและรถกู้ชีพรีบเข้าช่วยเหลือ พยายามทำ CPR แต่ไม่สำเร็จ ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตแล้ว จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมมาตรวจสอบ

พยานเล่าอาการรถเสียหลักก่อนเหล็กฉากทะลุท้อง

คนงานชาวเมียนมา 2 คนที่โดยสารมาด้วย คือ นายเชื่อม อายุ 42 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ “สกาย” กำลังขับรถพาพวกเขาไปทำงานก่อสร้างที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จากลาดกระบัง กรุงเทพฯ มาถึงจุดเกิดเหตุ รถจู่ๆ เสียหลักเข้าข้างทาง ตกร่องรางน้ำริมถนน แล้วรถหยุดสนิทบนสะพาน จากนั้นเหล็กฉากดีดขึ้นจากใต้ท้องรถ ทะลุเสียบหน้าท้องหัวหน้าทันที สยองจริงๆ!

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบยางล้อหน้าขวาแตก มีร่องรอยเหล็กเสียบเป็นรู และใต้ท้องรถล้อหลังขวามีเหล็กฉากยาวกว่า 2 เมตร ทิ่มอยู่ ตำรวจสันนิษฐานว่าคนขับอาจหลับใน ทำให้รถแฉลบขวา ล้อหน้าตกร่องที่มีเหล็กฉากวางเป็นแนว เหล็กหลุดดีดทะลุรถ เสียบท้องพอดี

บทเรียนจากอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลัก

อุบัติเหตุแบบนี้เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน โดยเฉพาะการขับรถกระบะบรรทุกคนงานหรือวัสดุ ต้องระวังเรื่องหลับใน ความเร็วเกิน และสภาพถนนที่มีสิ่งกีดขวางอย่างเหล็กฉากหรือร่องน้ำข้างทาง สวมเข็มขัดนิรภัยทุกคน ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทาง และพักรถทุก 2 ชั่วโมงหากขับไกล

  • ตรวจยางรถและช่วงล่างให้เรียบร้อย
  • หลีกเลี่ยงช่องทางขวาสุดหากถนนไม่เรียบ
  • ขับด้วยความระมัดระวังในพื้นที่ก่อสร้าง
  • มีอุปกรณ์กู้ภัยติดรถเสมอ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและเก็บกวาดสิ่งกีดขวางบนถนนให้สะอาด เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

เหตุการณ์สยอง รถเสียหลักตกร่องข้างถนน เหล็กฉากเสียบทะลุท้องดับ นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ถนนคือสนามรบ ต้องขับขี่ปลอดภัยเสมอ หากคุณมีประสบการณ์อุบัติเหตุคล้ายๆ นี้ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน ขับรถปลอดภัย ชีวิตมีค่า!

ที่มา – สยอง รถเสียหลักตกร่องข้างถนน เหล็กฉากเสียบทะลุท้องดับ

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีบัตรเลือกตั้ง 11 คน

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีบัตรเลือกตั้ง 11 คน เป็นข่าวสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองและการเลือกตั้ง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เตรียมความพร้อมในการยื่นบัญชีรายชื่อพยานจำนวน 11 คน เพื่อใช้ในคดีที่มีประเด็นเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคดีที่ถูกยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีบัตรเลือกตั้ง 11 คน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมทีเค.พาเลซ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยระบุว่า สำนักงาน กกต. ได้ส่งบัญชีรายชื่อพยานทั้งหมด 11 คนไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในจำนวนนี้มีพยานจากภายในสำนักงาน กกต. จำนวน 7 คน รวมถึงตัวเลขาธิการเอง และพยานภายนอกอีก 4 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำความเห็นของพยานทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อส่งให้ศาลพิจารณาต่อไป

ส่วนเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานเหล่านี้มาไต่สวนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลเป็นหลัก แต่พยานทุกคนที่ กกต. เสนอชื่อมีความพร้อมที่จะไปให้การด้วยตัวเองหากได้รับการเรียกตัว

องค์ประกอบของบัญชีพยานในคดีนี้

  • พยานภายใน กกต. 7 คน: รวมถึงเลขาธิการ กกต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและจัดการบัตรเลือกตั้ง
  • พยานภายนอก 4 คน: ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เช่น การเข้ารหัส barcode และ QR code

บัญชีพยานเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของคดี โดยเฉพาะประเด็นหลักที่ถกเถียงกัน คือ การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของการเลือกตั้ง

บริบทของคดีบัตรเลือกตั้งและความสำคัญ

คดีนี้เกิดขึ้นจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยผู้ร้องฟ้องว่า การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจเป็นช่องทางในการตรวจสอบหรือติดตามผู้ลงคะแนน ซึ่งขัดต่อหลักความลับของการลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ กกต. ยืนยันว่าการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรและอำนวยความสะดวกในการนับคะแนนเท่านั้น ไม่ได้ละเมิดสิทธิผู้ลงคะแนน

กระบวนการพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันความโปร่งใสของระบบการเลือกตั้งไทย หากศาลรับพยานเหล่านี้ การไต่สวนอาจนำเสนอหลักฐานทางเทคนิคและกฎหมายที่ชัดเจน เช่น วิธีการทำงานของ QR code ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับตัวบุคคลได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคดีนี้

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีบัตรเลือกตั้ง 11 คน นี้ไม่เพียงแต่จะคลี่คลายข้อพิพาทในคดีปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต หากศาลตัดสินว่าการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวถูกต้อง จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับระบบเลือกตั้งดิจิทัล แต่หากผิดพลาด อาจต้องปรับปรุงบัตรเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเลือกตั้งทั่วโลก หลายประเทศใช้ระบบคล้ายกันเพื่อป้องกันการทุจริต ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าพยานด้านเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการอธิบายว่าบาร์โค้ดเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือตรวจสอบความสมบูรณ์ของบัตร ไม่ใช่การสอดแนม

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นโอกาสให้ กกต. แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและทันสมัย ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิเลือกตั้งของทุกคน

CTA: คุณคิดอย่างไรกับประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีบัตรเลือกตั้ง 11 คน

“เอกนัฏ” ปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป รับซื้อไม่อั้น

ข่าวดีสำหรับเจ้าของบ้านทุกคน! “เอกนัฏ” ปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป รับซื้อไม่อั้น ทำให้คุณสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายคืนให้รัฐได้แบบไม่จำกัดโควตาแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้โควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนถูกจำกัดไว้แค่ 90 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ ซึ่งน้อยเกินไปและเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับหลายคนที่อยากประหยัดค่าไฟ

“เอกนัฏ” ปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป รับซื้อไม่อั้น

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยจุดเด่นคือการปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป เปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มทีละ 500 เมกะวัตต์ และหากเต็มก็เพิ่มต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้าขนาดย่อมได้เต็มที่

นโยบายนี้ไม่ใช่แค่ปลดล็อก แต่ยังกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่การไฟฟ้าซื้อจากโซลาร์ฟาร์มใหญ่ สัญญารับซื้อ 10 ปี คาดเริ่มเปิดรับสมัครหลังมิถุนายน 2569 ทำให้การลงทุนโซลาร์รูฟท็อปคุ้มค่ามากขึ้น

ขยายโควตาเพิ่มทีละ 500 เมกะวัตต์ ไม่มีจำกัด

จากเดิมที่โควตาแคบ ตอนนี้ขยายแบบไม่ยั้ง หากสมัครเต็ม 500 MW ก็เปิดรอบใหม่ทันที ช่วยให้ทุกบ้าน ไม่ว่าจะกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด สามารถติดตั้งได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีหลังคาโล่งกว้าง เหมาะผลิตไฟฟ้าได้วันละหลายหน่วย

One Stop Service ลดขั้นตอนเหลือจุดเดียว

ไม่ต้องวิ่งหลายที่อีกต่อไป! ขออนุญาตผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น ถ้าติดตั้งใช้เองเสร็จใน 7 วัน ถ้าขายคืนเสร็จใน 30 วัน สะดวกสุดๆ

  • ลดเวลาและเอกสาร
  • เร่งรัดอนุมัติเร็ว
  • เริ่มผลิตไฟได้ไว

ด้านการเงิน กระทรวงพลังงานร่วมกระทรวงการคลัง หาเงินทุนผ่อนชำระแผงโซลาร์ ค่าผ่อนรายเดือนถูกกว่าค่าไฟปกติซะอีก แถมการไฟฟ้าจะลงทุนติดตั้งฟรีให้บ้านที่ไม่อยากออกทุนเอง แล้วขายไฟคืนให้เจ้าบ้านในราคาถูก ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ช่วยลดภาระค่าไฟได้จริง

ปรับโครงสร้างค่าไฟแบบก้าวหน้า ช่วย 21 ล้านครัวเรือน

นอกจากโซลาร์รูฟท็อป รัฐยังปรับค่าไฟบ้านพักอาศัย หน่วยแรก 200 หน่วย ราคาต่ำกว่า 3 บาท/หน่วย ครอบคลุมบ้านที่ใช้ไม่เกิน 500 หน่วย/เดือน (ค่าไฟราว 2,200 บาท) หรือกว่า 21 ล้านครัวเรือน (90% ของประเทศ) ไม่มีการ cross subsidy จากอุตสาหกรรม คำนวณภายในกลุ่มบ้านเอง ทำต่อเนื่อง 4 ปี สร้างความเป็นธรรม

ประโยชน์ของโซลาร์รูฟท็อปไม่ใช่แค่ประหยัดค่าไฟ แต่ยังช่วยลดคาร์บอน ลดนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างรายได้จากการขายไฟคืน สมมติบ้านหลังกลางๆ ติดตั้ง 5 kW ผลิตไฟได้ 20-25 หน่วย/วัน ขายส่วนเกินได้เดือนละหลายพันบาท ลงทุนคืนทุนใน 4-5 ปี

หากคุณกำลังคิดจะติดตั้ง ลองคำนวณขนาดแผงที่เหมาะกับหลังคาและการใช้ไฟบ้าน ปรึกษาช่างติดตั้งที่ได้รับ认证 และสมัครกับการไฟฟ้าด่วน เพราะโควตาใหม่กำลังมา!

นโยบายนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐจริงจังกับพลังงานหมุนเวียนและช่วยประชาชน ลองเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้าวันนี้ แล้วชีวิตจะประหยัดและยั่งยืนขึ้นแน่นอน

พร้อมเปลี่ยนบ้านคุณเป็นโรงไฟฟ้าแล้วหรือยัง? ติดต่อการไฟฟ้าตอนนี้เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม!

ที่มา – “เอกนัฏ” ปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อปรับซื้อไม่อั้น หนุนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้า

กรีซมันน์จะปิดฉากรักแอตเลติโกอย่างสวยงามได้หรือไม่

กรีซมันน์จะปิดฉากรักแอตเลติโกอย่างสวยงามได้หรือไม่

ด้วยคืนยุโรปที่สำคัญอีกครั้งที่กำลังจะมาถึง ขณะที่แอตเลติโก มาดริดเตรียมรับมืออาร์เซนอลในเลกแรกของรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สปอตไลต์ทั้งหมดหันมาที่อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าที่กำลังปิดอาชีพกับแอตเลติโกในช่วงท้ายฤดูกาลนี้

ในบริบทนั้น ดิเอโก ซิเมโอเน่ นั่งเคียงข้างกรีซมันน์ในห้องสื่อที่แน่นขนัดก่อนเกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับบาร์เซโลน่า ได้ทำสิ่งที่หายากในวงการฟุตบอล

ก่อนที่จะมีคำถามใดๆ โค้ชแอตเลติโกเลือกที่จะเปิดข่าวประชุมด้วยคำยกย่องทางอารมณ์ต่อกองหน้านี้ ผู้ซึ่งจะลงเล่นนัดสุดท้ายให้สโมสรสเปนก่อนย้ายไปออร์แลนโด ซิตี้สิ้นฤดูกาล

“ผมอยากขอบคุณสำหรับความขยันและความถ่อมตัวของคุณ” ชาวอาร์เจนตินากล่าว ทำให้กรีซมันน์ตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“คุณเป็นบุคคลที่น่าชื่นชมในสังคมที่เยาวชนต้องการแบบอย่างเช่นคุณ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้ ทุกสิ่งที่คุณยังมอบ และทุกสิ่งที่คุณจะมอบต่อไป”

หากขึ้นอยู่กับทีมเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์เพียงฝ่ายเดียว กรีซมันน์คงอยู่สหรัฐอเมริกาไปแล้ว

แต่ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสขออยู่ที่มาดริดจนจบฤดูกาล เพื่อกล่าวลาคlubที่เขาลงเล่น 494 นัด และยิง 212 ประตูอย่างสมเกียรติ

โดย Elizabeth Conway นักข่าวฟุตบอลสเปน

เผยแพร่เมื่อ 3 นาทีก่อน

ตอนที่กรีซมันน์เกือบเซ็นสัญญากับอาร์เซนอล

แชมป์ฟุตบอลโลกฝรั่งเศส 2018 ใช้ชีวิตอาชีพสโมสรทั้งหมดในสเปน เริ่มจากเรอัล โซเซียดาดในปี 2009 ก่อนย้ายมาแอตเลติโก มาดริดของซิเมโอเน่ในปี 2014

ตามด้วยการไปบาร์เซโลน่าในปี 2019 ก่อนยืมตัวกลับแอตเลติโกในปี 2021 และซื้อขาดปีถัดมา

แต่เส้นทางอาชีพของเขาอาจต่างออกไป

ขณะอยู่เรอัล โซเซียดาดในปี 2013 กรีซมันน์เผยในอัตชีวประวัติว่าเกือบย้ายไปอาร์เซนอล ลงเล่นภายใต้อาร์แซน เวนเกอร์

“ผมรอ รอ และรอต่อไป” เขาเขียน

“ในที่สุดไม่กี่ชั่วโมงก่อนปิดตลาด พวกเขาบอกว่าอาร์เซนอลไม่ย้ายมา ผมไม่ชอบที่ถูกบอกแล้วไม่เกิด”

“พอเอริค [เอเย่นต์เก่า] บอกว่าทีมลอนดอนสนใจอีก ผมบอก ‘ลืมไปเลย หลังจากที่พวกเขาทำร้ายเราขนาดนั้น'”

ปีต่อมา กรีซมันน์ย้ายไปแอตเลติโกด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร การย้ายที่กำหนดอาชีพของเขา

วัย 35 ปีตอนนี้เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร แม้มรดกในมาดริดจะเหนือกว่านั้น เขาไม่เพียงเป็นไอคอนสโมสร แต่เป็นนักเตะที่รู้จักมากที่สุดในฟุตบอลสเปน

กรีซมันน์จะปิดฉากรักแอตเลติโกอย่างสวยงามได้หรือไม่

มรดกที่แอตเลติโก

โดย Guillem Balague คอลัมนิสต์ BBC Sport

ความสำคัญของอ็องตวน กรีซมันน์ที่แอตเลติโก มาดริดเหนือตัวเลข เขาถูกมองว่าเป็นนักเตะยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่แค่ดาวยิง แต่เป็นตัวแทนสมบูรณ์ของสิ่งที่สโมสรยืนหยัด

ซิเมโอเน่พูดถึงเขาด้วยอารมณ์จริงจัง แม้บอกว่ารักเขา ティエรี อองรีขอบคุณเขาสาธารณะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนสำหรับทุกสิ่งที่มอบให้ฟุตบอล เขาไม่ใช่แค่นิสัยดี มีลีดเดอร์ชิปบวก แต่ทำให้ทุกคนรอบตัวดีขึ้น

สำหรับแฟนรุ่นหนึ่ง กรีซมันน์คือแอตเลติโก นอกจากสองปีที่บาร์เซโลน่า เขาคือจุดอ้างอิงถาวร ใบหน้าของทีม การกลับมาหลังย้ายไปอย่างยากลำบากและไม่นิยม อาจซับซ้อน แต่เขากลับมาขอโทษและเชื่อมต่อแฟนอีกครั้ง ยิ่งแข็งแกร่ง

กรีซมันน์คือผู้เล่นซิเมโอเน่ที่สมบูรณ์ การเสียสละเต็มที่ ทำงานหนักไม่หยุด และใช้พรสวรรค์เพื่อทีม เขายอมเสียสละ นำโดยตัวอย่าง และยอมรับอำนาจโค้ช ซึ่งหายากจากแชมป์โลกในทีมที่ไม่ค่อยได้ถ้วยใหญ่

ที่น่าสนใจ อาชีพเขาไม่ได้กำหนดด้วยถ้วยรางวัลยาวเหยียด เขาชนะสแปนิช ซูเปอร์คัพ ยูโรป้า ลีก และยูฟ่า ซูเปอร์คัพกับแอตเลติโก

แต่ กรีซมันน์จะปิดฉากรักแอตเลติโกอย่างสวยงามได้หรือไม่ มรดกของเขาสร้างจากอย่างอื่นที่จะคงอยู่ยาวนาน เขาเป็นนักฟุตบอลแอตเลติโกในอุดมคติ รวมคุณภาพกับความพยายาม

และคนที่อาจไปสโมสรอื่นรวมบาร์เซโลน่า แต่เมื่อไป เขารู้สึกว่าทิ้งบ้านไป

‘มันจะเยียวยาบาดแผลลึกมาก’

แม้แพ้โกปา เดล เรย์ไฟนอลจุดโทษให้เรอัล โซเซียดาดต้นเดือน สัปดาห์สุดท้ายในชุดแอตเลติโกอาจปิดฉากสมบูรณ์ เบอร์ 7 กำลังเพลิดเพลินนัดสุดท้ายในเสื้อแดงขาว

หลังนกหวีดสุดท้าย ยืนยันแอตเลติโกเข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหลังชนะบาร์เซโลน่า นักเตะแอตเลติโกเริ่มเดินเข้าอุโมงค์ แต่กรีซมันน์ยังไม่จบ

เขาวิ่งออกจากอุโมงค์อีกครั้ง เสียงเชียร์ดังก้องเมโทรโปลิตาโน เขาวิ่งไปจุดลูกโทษ หันหน้ากองเชียร์ และปรบมือชื่อเขาดังก้อง

เพื่อนร่วมทีมกลับมาร่วม เขาเป็นศูนย์กลาง เต้นรำฉลองต่อหน้าแฟน เป็นการขอบคุณทางอารมณ์ต่อผู้ที่สนับสนุนตลอด

ทั้งกรีซมันน์และแอตเลติโกยังไม่เคยได้ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก แพ้ไฟนอลปี 1974, 2014, 2016

“มันจะเยียวยาบาดแผลลึกมาก ทางเดียวที่จะเอาชนะคือชนะปีนี้” เขาบอกสื่อสเปน

อาร์เซนอลก็ยังรอถ้วยนี้

ดังนั้นรอบรองจะเป็นบทสุดท้ายของกรีซมันน์ในแชมเปียนส์ลีก หรือจะไปถึงไฟนอลที่บูดาเปสต์?

กรีซมันน์จะปิดฉากรักแอตเลติโกอย่างสวยงามได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่แฟนๆ รอคำตอบ ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมและความมุ่งมั่น เขามีโอกาสสร้างตำนานปิดท้าย ไม่ว่าผลจะออกมายังไง มรดกของเขาที่แอตเลติโกไม่มีวันจางหาย คุณคิดว่าเขาจะทำได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลล่าสุด!

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ภราดร” ปัดตอบ สส. ออกไลน์ ปมชวดประธาน กมธ.

"ภราดร" ปัดตอบ สส. ออกไลน์ ปมชวดประธาน กมธ. กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะภายในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มีกระแสข่าว สส.บางคนไม่พอใจจนออกจากกลุ่มไลน์พรรค หลังมีรายชื่อหลุดประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ 14 คณะ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนคาดหวังแต่พลาดโอกาส นายภราดร ปริศนานันทกุล ในฐานะแกนนำพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ ยืนยันว่าทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีรอยร้าวอะไร

"ภราดร" ปัดตอบ สส. ออกไลน์ ปมชวดประธาน กมธ.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 29 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดรได้เผยว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมเคาะรายชื่อประธานกมธ. 14 คณะอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า หลังจากกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จะประชุมอีกครั้ง เพื่อเร่งตั้งกมธ.ให้เร็วที่สุด รายชื่อที่หลุดออกมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น ไม่ใช่ของจริง

เมื่อผู้สื่อข่าวจี้ถามถึง สส.ที่คาดว่าจะได้เป็นประธานกมธ.แต่ชื่อไม่ติดบัญชี จนเกิดความไม่พอใจออกจากไลน์กลุ่ม นายภราดรตอบแบบขำๆ ว่า “โทรศัพท์เสีย จนไลน์เด้งหรือไม่” แสดงถึงสไตล์การรับมือที่ผ่อนคลาย ไม่ตีโพยตีพาย

หลักการเยียวยาของพรรคต่อ สส. ชวดตำแหน่ง

สำหรับการเยียวยาคนที่ไม่ได้ตำแหน่ง นายภราดรย้ำชัดว่าตำแหน่งประธานกมธ.มีจำกัด แต่พรรคมี สส.เก่งๆ เยอะแยะ ดังนั้นไม่สามารถแจกจ่ายให้ทุกคนได้ พรรคจะบริหารจัดการอย่างเป็นธรรมสูงสุดต่อทุกฝ่าย เมื่อถามว่าจะเกิดรอยร้าวในพรรคหรือไม่ เขาตอบสั้นๆ ว่า “คงไม่ครับ เรื่องบ้านเราก็คุยกันในบ้าน” สะท้อนความมั่นใจในการรวมพรรค

  • รายชื่อประธานกมธ. จะประกาศสัปดาห์หน้า
  • กก.บห. ประชุมเพื่อยืนยันรายชื่อ
  • ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมทุกคน
  • ปัญหาไลน์กลุ่มแก้ได้ด้วยการคุยกัน
  • ไม่ปล่อยให้เกิดรอยร้าวภายใน

บริบทการเมืองพรรคภูมิใจไทยกับตำแหน่งกมธ.

พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มี สส.กว่า 70 คน ถือเป็นพรรคใหญ่รองจากเพื่อไทย ตำแหน่งประธานกมธ.สามัญมีความสำคัญมาก เพราะควบคุมการพิจารณากฎหมาย วาระการประชุม และอิทธิพลในสภา การจัดสรรตำแหน่งจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระแสข่าวครั้งนี้เกิดจากความคาดหวังสูงของ สส.รุ่นใหม่ที่อยากมีบทบาท แต่พรรคต้องพิจารณาประสบการณ์และสมดุลอำนาจ

"ภราดร" ปัดตอบ สส. ออกไลน์ ปมชวดประธาน กมธ. แบบนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคมีกลไกจัดการภายในที่ดี ไม่ปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ ในอดีตพรรคการเมืองไทยเคยแตกแยกจากปัญหาแบ่งเก้าอี้แบบนี้หลายครั้ง เช่น กรณีพรรคประชาธิปัตย์หรือชาติไทยพัฒนา แต่ภท.ดูจะเรียนรู้บทเรียนแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ก็มักเน้นสามัคคี

ผลกระทบที่อาจเกิดหากไม่จัดการดี

หากปล่อยให้รอยร้าวลุกลาม อาจกระทบคะแนนในสภาฯ โดยเฉพาะในการโหวตกฎหมายสำคัญอย่างงบประมาณหรือ พ.ร.บ.ต่าง ๆ แต่จากคำพูดของนายภราดร เชื่อว่าพรรคจะเคลียร์ได้รวดเร็ว สส.ที่ออกไลน์น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้ เพราะการเมืองไทยเน้นผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความขัดแย้งส่วนตัว

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เช่น การผลักดันนโยบายเกษตรและสาธารณสุข การรักษาความเป็นเอกภาพจึงยิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านฉวยโอกาส

สรุปแล้ว "ภราดร" ปัดตอบ สส. ออกไลน์ ปมชวดประธาน กมธ. ครั้งนี้เป็นแค่เรื่องเล็กที่พรรคจัดการได้ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพในการบริหารภายใน

ความเห็นของเรา: เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนว่าพรรคการเมืองต้องสื่อสารโปร่งใสตั้งแต่ต้น เพื่อลดความเข้าใจผิด คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะจัดการอย่างไรต่อ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – "ภราดร" ปัดตอบ สส. ออกไลน์กลุ่ม ปมชวดประธาน กมธ. เชื่อคุยกันได้ไม่เกิดรอยร้าว

“ภราดร” เผยนัดถก ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค.

“ภราดร” เผยนัดถก ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค. จ่อคลอดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายนนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์ยากลำบาก โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามและปัญหาเศรษฐกิจโลก ข่าวดีนี้มาจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ตามที่ทราบกัน คำสั่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่า ครม.เศรษฐกิจ ได้รับการออกจากนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 28 เมษายน และนัดประชุมครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค. จะหารือประเด็นสำคัญอะไรบ้าง

ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค. จะมีวาระหลักที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการพิจารณาคลอดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งรวมเอาหลายมาตรการเดิม เช่น นโยบายคนละครึ่ง เข้ามาในแพ็กเกจนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ช่วยพี่น้องประชาชนท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน

  • โครงการไทยช่วยไทยพลัส: รวมคนละครึ่งรุ่นใหม่ ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ
  • มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสงคราม: ลดภาระค่าครองชีพ
  • นโยบายพลังงานสะอาด: สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน
  • งบประมาณและที่มา: จะกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน

ไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้ 1 มิถุนายน ลงทะเบียนได้ 1 เดือนเต็ม

นายภราดร ระบุว่า ในการประชุมครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค. คาดว่าจะเห็นรายละเอียดของ “คนละครึ่งพลัส” แล้ว โดยตั้งเป้าให้เริ่มใช้ได้จริงในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ซึ่งจะมีเวลาลงทะเบียนประมาณ 1 เดือนเต็ม ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น โครงการนี้จะเป็นการต่อยอดจาก “ไทยช่วยไทย” และ “คนละครึ่ง” ที่ผ่านมา โดยเพิ่มวงเงินและขอบเขตให้กว้างขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียน

ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญ? ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมันผันผวน อัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ การมีมาตรการอย่างไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยลดช่องว่างรายได้ กระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มดิจิทัล

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่หารือในที่ประชุม จะมุ่งเน้นการลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ส่งเสริมไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์และลม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนระยะยาวให้กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม

สำหรับงบประมาณและแหล่งที่มา จะได้รับการยืนยันในการประชุมนี้ เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมรอกระทบประชาชนทันทีที่เปิดลงทะเบียน

คาดหวังอะไรจากครม.เศรษฐกิจ ในอนาคต

คณะกรรมการชุดนี้คาดว่าจะเป็นกลไกหลักในการตัดสินใจนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน ช่วยให้รัฐบาลตอบสนองสถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในปี 2567 ที่เศรษฐกิจไทยตั้งเป้าขยายตัว 2.5-3%

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการไทยช่วยไทยพลัสนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ช่วยให้เงินไหลเวียนสู่ระดับรากหญ้า สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายใน ลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนช่วยกันใช้จ่ายในชุมชน เศรษฐกิจไทยต้องคึกคักแน่นอน! หากคุณสนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและเตรียมตัวลงทะเบียนได้ที่นี่ หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคาดหวังอะไรจากโครงการนี้บ้าง

ที่มา – “ภราดร” เผยนัดถก ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก 4 พ.ค. จ่อคลอด “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาเจมส์ โคมีย์ ขู่เอาชีวิตทรัมป์ในอินสตาแกรม

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาเจมส์ โคมีย์ ขู่เอาชีวิตทรัมป์ในอินสตาแกรม สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองอเมริกัน หลังกระทรวงยุติธรรมสั่งฟ้องอดีตผู้อำนวยการ FBI จากโพสต์ภาพเปลือกหอยบนชายหาดที่ถูกตีความเป็นรหัสข่มขู่ประธานาธิบดีคนที่ 47

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาเจมส์ โคมีย์ ขู่เอาชีวิตทรัมป์ในอินสตาแกรม

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกหมายฟ้องเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ในข้อหาร้ายแรงฐานข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนวนสำคัญมาจากโพสต์ภาพบนอินสตาแกรมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นภาพเปลือกหอยเรียงตัวเป็นเลข “86 47” บนชายหาดในรัฐนอร์ทแคโรไลนา

ความหมายของรหัส “86 47” ที่จุดชนวนคดี

ฝ่ายรัฐบาลตีความว่ารหัสนี้เป็นการข่มขู่โดยตรง โดย “86” เป็นสแลงในภาษาอังกฤษที่หมายถึง “กำจัด” หรือ “ทำลาย” ซึ่งมาจากวงการร้านอาหารที่ใช้สั่ง “86” หมายถึงยกเลิกเมนูหรือไล่ลูกค้าออก ส่วน “47” หมายถึงลำดับประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ ซึ่งก็คือโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2024

เจมส์ โคมีย์ ซึ่งเคยถูกทรัมป์ไล่ออกจากตำแหน่ง FBI ในปี 2017 เนื่องจากกรณีสอบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง ได้โพสต์ภาพนี้โดยไม่ได้ใส่แคปชั่นใดๆ แต่หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์ เขาลบโพสต์ทันทีและชี้แจงว่าไม่มีเจตนารุนแรง เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองทั่วไป

แถลงการณ์จากผู้อำนวยการ FBI คนใหม่

แคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดทรัมป์ ได้แถลงข่าวอย่างดุเดือด โดยระบุว่า “เจมส์ โคมีย์ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการ FBI รู้ดีถึงน้ำหนักของการโพสต์ดังกล่าว เขาสนับสนุนการข่มขู่ประธานาธิบดีผ่านอินสตาแกรมให้全世界เห็น” การแถลงนี้ยิ่งทำให้คดีร้อนแรงขึ้น

คำโต้เถียงของเจมส์ โคมีย์

โคมีย์ตอบโต้ทันควันผ่านแถลงการณ์ว่า “ผมยังคงบริสุทธิ์ และไม่กลัวการตั้งข้อหานี้ พวกเขากลับมาอีกแล้ว คราวนี้เรื่องรูปเปลือกหอยเมื่อปีที่แล้ว ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” เขายังเคยแจ้งหน่วยอารักขาประธานาธิบดีไปแล้วว่าขาดเจตนารุนแรง

เสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย

คดีนี้ถูกวิพากษ์อย่างหนัก โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเป็นการใช้อำนาจทางการเมือง:

  • ไมเคิล เกอร์ฮาร์ดท์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญ: “หลักฐานเบาบาง โพสต์นี้เข้าข่ายเสรีภาพการแสดงออกตามสิทธิรัฐธรรมนูญ”
  • จิมมี กูรูเล อดีตอัยการกลาง: “นี่คือความอับอายของระบบยุติธรรม การข่มขู่ศัตรูทางการเมืองชัดเจน ไม่มีหลักฐานเจตนาฆ่า”

ก่อนหน้านี้ โคมีย์เคยถูกฟ้องข้อหาให้การเท็จต่อสภาคองเกรส แต่ศาลยกฟ้องเพราะปัญหาการแต่งตั้งอัยการ

ข้อหาและโทษสูงสุด

  • ข่มขู่ประธานาธิบดี: จำคุกสูงสุด 10 ปี
  • ส่งคำข่มขู่ผ่านการสื่อสารระหว่างรัฐ: จำคุกสูงสุด 10 ปี

คดีสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเจมส์ โคมีย์ ขู่เอาชีวิตทรัมป์ในอินสตาแกรม สะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองที่รุนแรงในสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ 2.0 ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม หากศาลตัดสิน โคมีย์อาจติดคุกนาน หรือหากยกฟ้อง จะเป็นชัยชนะให้ฝ่ายตรงข้ามทรัมป์

คุณคิดว่าคดีนี้เป็นการเมืองหรือความยุติธรรมแท้จริง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตการเมืองสหรัฐฯ กับเราต่อไป!

ที่มา – สหรัฐฯ ตั้งข้อหา “เจมส์ โคมีย์” อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต “ทรัมป์” ในอินสตาแกรม

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับชาว投资者ทองคำทุกท่าน! วันนี้เรามาอัปเดตราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ ราคาทองวันนี้เปิดตลาดปรับตัวลงก่อน แต่ก็ขยับขึ้นลงหลายครั้งตามกระแสตลาดโลก สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาไปแล้ว 8 ครั้งตั้งแต่เปิดตลาดจนถึง 11.00 น. ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสซื้อขายทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ไม่ควรพลาดข้อมูลล่าสุดนี้ครับ

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณ ขยับกี่บาท

ราคาทองรูปพรรณวันนี้ และ ราคาทองคำแท่งวันนี้ เปิดตลาดเช้าวันที่ 29 เมษายน 2569 ปรับลดลง 350 บาท โดยครั้งที่ 1 เวลา 9.00 น. ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 70,550 บาท ขายออกบาทละ 70,750 บาท ส่วน ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 69,144.76 บาท ขายออกบาทละ 71,550 บาท แต่จนถึงล่าสุด ครั้งที่ 8 เวลา 10.38 น. ราคาขึ้นไปทองคำแท่ง รับซื้อ 70,800 บาท ขาย 71,000 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 69,387.32 บาท ขาย 71,800 บาท เรียกว่าราคาราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569ขยับแรงเลยทีเดียว

ราคาทองวันนี้ 1 บาท ล่าสุด

สำหรับราคาทอง 1 บาท อ้างอิงน้ำหนักมาตรฐาน ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม (ราคาต่อหน่วยบาทนะครับ ไม่ใช่ต่อกรัมตรงๆ แต่คำนวณจากราคาบาทละ)

  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อ 70,550 บาท (เช้า) / 70,800 บาท (ล่าสุด)
  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท ขายออก 70,750 บาท / 71,000 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 69,144.76 บาท / 69,387.32 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท ขายออก 71,550 บาท / 71,800 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

ราคาทอง 2 สลึง หรือครึ่งบาท น้ำหนักทองคำแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม คำนวณจากราคาบาทละหาร 2

  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 35,275 บาท / 35,400 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 35,375 บาท / 35,500 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 34,572.38 บาท / 34,693.66 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 35,775 บาท / 35,900 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง และครึ่งสลึง

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ชอบซื้อราคาทอง 1 สลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม

  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 17,637.5 บาท / 17,700 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 17,687.5 บาท / 17,750 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 17,286.19 บาท / 17,346.83 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 17,887.5 บาท / 17,950 บาท

ส่วนราคาทองครึ่งสลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม เหมาะสำหรับงบน้อย

  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 8,818.75 บาท / 8,850 บาท
  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 8,843.75 บาท / 8,875 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,643.09 บาท / 8,673.41 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 8,943.75 บาท / 8,975 บาท

หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่ากำเหน็จ ค่าธรรมเนียมต่างๆ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ แนะนำให้โทรเช็คกับร้านทองใกล้บ้านก่อนตัดสินใจซื้อขายนะครับ

ทำไมราคาทองถึงผันผวนขนาดนี้? วันนี้ตลาดทองโลกได้รับอิทธิพลจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า นโยบายดอกเบี้ย FED และสถานการณ์ geopolitical ในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569ปรับตัวแบบนี้ ถ้าคุณเป็นนักลงทุน ทองคำยังคงเป็น safe haven ที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน เปรียบเทียบกับหุ้นหรือคริปโตที่เสี่ยงกว่า

เคล็ดลับการลงทุนทอง: ซื้อตอนราคาต่ำ เก็งกำไรตอนขึ้น และอย่าลืมกระจายความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำทุกวัน สำหรับมือใหม่ ลองเริ่มจากทองรูปพรรณสะสมเพราะสวยงามและขายคล่อง

ติดตามราคาทองวันนี้และอัปเดตใหม่ๆ ได้ที่บล็อกของเรา หรือเช็คเว็บสมาคมค้าทองคำโดยตรง ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ! การลงทุนทองในวันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพอร์ตที่มั่นคง

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 29 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณ ขยับกี่บาท