วัน: 30 เมษายน 2026

“อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม”

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวร้อนที่หลายคนจับตามอง นั่นคือกรณีที่ “อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม” ยันคนทำงานพอแล้ว ซึ่งเป็นคำยืนยันจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตีตกคดีหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำให้เกิดกระแสคาดเดาว่าอาจดึงตัวกลับมารับตำแหน่งที่ว่างอยู่

“อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม” ยันคนทำงานพอแล้ว

วันที่ 30 เมษายน 2567 นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่าง 1 ตำแหน่งไม่ได้มีไว้รอใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนายศักดิ์สยาม แม้ป.ป.ช.จะตีตกคดีซุกหุ้นแล้วก็ตาม "ไม่ดึงครับ เอาให้เคลียร์ตรงนี้ เดี๋ยวจะไปพูดกันอีกว่าที่ว่าง 1 ที่เก็บไว้รอนายศักดิ์สยาม" นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่น นอกจากนี้ยังชี้แจงว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ผ่านมาถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และจำนวนรัฐมนตรีปัจจุบันเพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานแล้ว

พื้นหลังคดีหุ้นของศักดิ์สยามและผลกระทบต่อการเมือง

ย้อนกลับไป คดีหุ้นของนายศักดิ์สยามเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ท่านยังเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้นในบริษัทลูกสาว ทำให้ต้องลาออกจากตำแหน่งและพรรคภูมิใจไทยไปในที่สุด หลังจากป.ป.ช.ชี้มูลไม่ผิด กระแสข่าวลือเรื่องการกลับมารับตำแหน่งก็ผุดขึ้นทันที แต่ “อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม” ยันคนทำงานพอแล้ว ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น นายอนุทินยังย้ำว่านายศักดิ์สยามไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตั้งแต่ออกจากพรรค และไม่เคยมีการหารือเรื่องนี้เลย

  • ป.ป.ช.ตีตกคดีหุ้น: ยืนยันไม่มีความผิด
  • เก้าอี้ครม.ว่าง 1 ตำแหน่ง: ไม่จำเป็นต้องเติมหากงานเพียงพอ
  • ทีมงานในสำนักนายกฯ: มีผู้ช่วยถึง 3-4 คน ช่วยขับเคลื่อนงานได้ดี
  • ไม่ผูกโยงกับพรรคภูมิใจไทย: เคารพคำวินิจฉัยของหน่วยงานอิสระ

ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้านและ สว.

แม้รัฐบาลจะยืนยันชัดเจน แต่ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เตรียมรวบรวมรายชื่อยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบคดีศักดิ์สยามรอบใหม่ นายอนุทินมองว่าเป็นสิทธิ์ตามหน้าที่ และไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นพรรคฝ่ายค้านตั้ง "คณะรัฐมนตรีเงา" เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นายอนุทินตอบแบบอารมณ์ดีว่า "ดีแล้ว ที่มีเงา ถ้าไม่มีเงาก็ไม่ใช่คนนะสิ" แสดงถึงความมั่นใจในผลงาน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ไม่ยึดติดกับโควต้าตำแหน่ง แต่เน้นประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลต้องรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ร้อนระอุ การตัดสินใจไม่ดึงนายศักดิ์สยามกลับมา ช่วยลดกระแสวิจารณ์เรื่องการเมืองแบบ "เก้าอี้รอ" และยืนยันว่ารัฐบาลมีทีมงานที่แข็งแกร่งเพียงพอ

จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยข่าวลือและการคาดเดา แต่คำพูดของนายอนุทินในครั้งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ยังคงสนับสนุนผู้นำพรรคอย่างเหนียวแน่น ในอนาคต รัฐบาลน่าจะโฟกัสที่การแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรค

สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม” ยันคนทำงานพอแล้ว เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้าด้วยทีมปัจจุบัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นไม่เก็บเก้าอี้ ครม. รอ “ศักดิ์สยาม” ยันคนทำงานพอแล้ว

Ashley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปี

Ashley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปี

Ashley Young แนวรับทีมชาติอังกฤษประกาศAshley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปีอย่างเป็นทางการ

Ashley Young อดีตแนวรับทีมชาติอังกฤษประกาศAshley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปี หลังจากมีเส้นทางอาชีพที่ยาวนานและประสบความสำเร็จมากมาย Young เริ่มต้นอาชีพกับวัตฟอร์ด ก่อนจะย้ายไปเล่นให้แอสตัน วิลล่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อินเตอร์ มิลาน แอสตัน วิลล่าอีกครั้ง เอฟเวอร์ตัน และปัจจุบันอยู่กับอิปสวิช ทาวน์

เขาเข้าร่วมทีมอิปสวิช ทาวน์ด้วยสัญญา 1 ปีในเดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากถูกปล่อยตัวจากเอฟเวอร์ตัน Young ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2007 และลงสนามให้ทีมชาติทั้งหมด 39 นัด ยิงได้ 7 ประตู

"นี่คือเส้นทางที่ผมเคยฝันถึงตอนเด็ก" Young เขียนในโซเชียลมีเดีย "แต่ความฝันต้องมีจุดจบ และวันเสาร์นี้อาจเป็นนัดสุดท้ายของอาชีพอาชีพ 23 ปีของผม"

อิปสวิชกำลังจะลงสนามนัดสุดท้ายของฤดูกาลแชมเปี้ยนชิปกับควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ในอันดับ 2 ที่ได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติ พวกเขานำมิลล์วอลล์ 1 แต้ม และนำมิดเดิลสโบรช์ 2 แต้ม หากถูกแซงจะต้องเล่นเพลย์ออฟ

Ashley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปี: ความสำเร็จในอาชีพ

Young เริ่มต้นอาชีพอาชีพอย่างเป็นทางการด้วยการเดบิวต์ให้วัตฟอร์ดในปี 2003 เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ยูโรปาลีก เอฟเอ คัพ และลีก คัพ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงเซเรีย อา กับอินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาลที่ได้รับบาดเจ็บ เขาลงเล่นเพียง 13 นัด โดย 10 นัดเป็นตัวสำรอง

นัดล่าสุดของเขากับทีมแทรกเตอร์ บอยส์ คือวันที่ 20 มกราคม เมื่อเขาเปลี่ยนตัวลงช่วงท้ายในชัยชนะ 2-0 เหนือบริสตอล ซิตี้

"ผมรู้ว่าต้องตัดสินใจแบบนี้ในไม่ช้า" Young กล่าวกับ Sky Sports News "ผมไม่อ่อนเยาว์อีกต่อไป ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ แต่การเลิกเล่นด้วยตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด"

"ผมประกาศแล้ว แต่โฟกัสหลักคือช่วยทีมเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีก"

เส้นทางอาชีพของ Ashley Young ก่อนประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปี

Ashley Young ถือเป็นหนึ่งในนักเตะสารพัดประโยชน์ จากปีกซ้ายสู่แนวรับ เขาเคยเป็นกำลังสำคัญของทีมแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์มากมาย การย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ช่วยให้เขาได้สัมผัสลีกต่างแดน และล่าสุดกับอิปสวิช เขายังคงเป็นผู้นำในทีม แม้ลงเล่นน้อย

การAshley Young ประกาศเลิกเล่นตอนอายุ 40 ปีนี้ สิ้นสุดอาชีพที่เริ่มจากเด็กหนุ่มฝันใหญ่ กลายเป็นตำนานลูกหนังอังกฤษ ด้วยความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ เขาเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นใหม่

นอกจากนี้ Young ยังมีบทบาทนอกสนาม เช่น การช่วยเหลือชุมชนและงานการกุศล ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลทั่วโลก

  • เริ่มต้น: วัตฟอร์ด (2003)
  • แอสตัน วิลล่า
  • แมนฯ ยูไนเต็ด: แชมป์พรีเมียร์ลีก等多
  • อินเตอร์ มิลาน: เซเรีย อา
  • เอฟเวอร์ตัน และอิปสวิช

ฤดูกาลนี้ แม้บาดเจ็บ แต่ Young ยังช่วยทีมในฐานะผู้นำ หวังปิดฉากด้วยการเลื่อนชั้น

การเลิกเล่นของเขาไม่เพียงสิ้นสุดยุคหนึ่ง แต่ยังจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ ด้วยวินัยและความทุ่มเท Ashley Young คือตำนานที่สมควรได้รับการยกย่อง

คุณคิดอย่างไรกับการประกาศเลิกเล่นของ Ashley Young? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงหนุนปาเลสไตน์

ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์ เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพการแสดงออก ล่าสุดศาลสูงของสิงคโปร์ได้ตัดสินให้หญิง 3 คน ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดเดินขบวนสนับสนุนปาเลสไตน์ ต้องรับโทษปรับคนละ 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 76,500 บาท หลังจากศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไปก่อนหน้านี้

ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 (2024) โดยนางสาวโมซัมมัด โซบิคุน นาฮาร์ วัย 26 ปี, นางสาวสิติ อามิราห์ โมฮาเหม็ด อัสโรริ วัย 31 ปี และนางสาวอันนามาลัย โกกิลา ปาร์วาธี วัย 37 ปี ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมราว 70 คน เดินจากห้างพลาซ่า สิงคปุระ (Plaza Singapura) ไปยังประตูหลังของอิสตานา (The Istana) ซึ่งเป็นทำเนียบประธานาธิบดีและสำนักงานนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์

จุดประสงค์หลักคือการส่งจดหมายเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอล ผู้ชุมนุมหลายคนถือร่มลายแตงโม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลในการแสดงจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์ท่ามกลางความขัดแย้งในกาซา

รายละเอียดผู้ถูกปรับและเหตุผลของศาล

  • โมซัมมัด โซบิคุน นาฮาร์: อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้ริเริ่มกิจกรรม
  • สิติ อามิราห์ โมฮาเหม็ด อัสโรริ: อายุ 31 ปี เข้าร่วมวางแผนเส้นทาง
  • อันนามาลัย โกกิลา ปาร์วาธี: อายุ 37 ปี แกนนำหลักในการประสานงาน

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นในเดือนตุลาคม 2566 พิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพวกเธอไม่ทราบว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเขตหวงห้ามตามพระราชบัญญัติความสงบเรียบร้อยสาธารณะ แต่ศาลสูงซึ่งมีผู้พิพากษา ซี กี ออน เป็นประธาน ได้กลับคำตัดสินนี้ โดยยอมรับอุทธรณ์ของอัยการ

ศาลชี้ว่าผู้จัดกิจกรรมมีหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายให้ชัดเจน หากตรวจสอบอย่างสมเหตุสมผลก็จะทราบถึงคำสั่งห้ามชุมนุมในพื้นที่นั้น สิงคโปร์มีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องการชุมนุมสาธารณะ เพื่อรักษาความสงบสุขและความปรองดองทางสังคม โดยเฉพาะในประเด็นอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ทางการห้ามกิจกรรมเกือบทั้งหมด

ปฏิกิริยาจากจำเลยและบริบทกฎหมายสิงคโปร์

หลังคำตัดสิน นางสาวโกกิลากล่าวว่า “การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในสิงคโปร์ยังอีกยาวไกล การอารยะขัดขืนเป็นส่วนสำคัญ และเราควรมีสิทธิ์เดินไปส่งจดหมายถึงนายกฯ” คำพูดนี้สะท้อนข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพการแสดงออกในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกฎหมายเคร่งครัด

ตามกฎหมายสิงคโปร์ การจัดเดินขบวนในเขตหวงห้ามมีโทษสูงสุดจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ในคดีนี้ศาลลงโทษสถานเบาเป็นค่าปรับ ตามที่ทนายจำเลยร้องขอ

สิงคโปร์ยึดหลัก “ความสงบเรียบร้อย” เป็นหลักการสำคัญ ทำให้การชุมนุมต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทำเนียบรัฐ นโยบายนี้ช่วยรักษาความมั่นคง แต่ถูกวิจารณ์ว่าจำกัดสิทธิ์ประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้การเคลื่อนไหวรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับสถานการณ์โลก โดยเฉพาะสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ปะทุตั้งแต่ตุลาคม 2566 ทำให้เกิดการประท้วงทั่วโลก สิงคโปร์เลือกยืนกลาง แต่ห้ามกิจกรรมที่อาจก่อความแตกแยก

นอกจากนี้ คดีนี้ยังจุดประกายการถกเถียงในสิงคโปร์เกี่ยวกับสมดุลระหว่างสิทธิ์และความมั่นคง บางฝ่ายมองว่าเป็นการปราบปรามเสียงคัดค้าน ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่ากฎหมายเท่าเทียมกับทุกฝ่าย

สรุปแล้ว ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์ แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? เสรีภาพการชุมนุมควรมีขอบเขตแค่ไหนในสังคมที่หลากหลาย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการสนทนา!

ที่มา – ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์

คอหวยแห่ส่องอ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร เลขเด็ด 2/5/69

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่คอหวยทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ๆ เลยนะครับ อ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร ที่กำลังคึกคักสุด ๆ ด้วยศรัทธาของประชาชนที่แห่กันมาส่องเลขเด็ดงวดประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 หรือ 2/5/69 นั่นเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังศรัทธา ผู้คนมากมายเดินทางจากทั่วสารทิศมาร่วมพิธีและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการกราบไหว้หรือแก้บนตามที่เคยขอไว้ หวยใกล้ใกล้แล้ว คอหวยยิ่งไม่ยอมพลาด!

อ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร

สถานที่เกิดเหตุคือ อ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ซึ่งตั้งอยู่ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่ามีประชาชนเนืองแน่นมาก ทุกคนมาด้วยใจศรัทธาเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังประจำอาศรม เช่น ปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเณร ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า เจ้าแม่ตะเคียน เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี และปู่ฤาษีเกล็ดแก้วองค์ปฐมนาคราช แต่ละองค์ล้วนมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเลื่อมใสมานาน

บรรยากาศคึกคักที่อาศรมฤาษีเณร

นอกจากกราบไหว้แล้ว ยังมีพิธีกรรมหลากหลายที่ดึงดูดผู้มาร่วม เช่น พิธียกพ่อแก่ที่หลายคนมีอาการของขึ้น ตัวสั่น กรีดร้อง ขยับร่างกายรุนแรง บรรยากาศตื่นเต้นสุด ๆ หรือการถวายข้าวสาร ลงคาถาเงินล้านที่กระเป๋าตังค์ ถวายผลไม้ ห่มผ้าลายเสือให้ปู่ฤาษีพรหมเมศปางมหาเศรษฐี และรับน้ำสังข์นิลกาฬจากอาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ผู้ก่อตั้งอาศรม เพื่อเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี รับพรเป็นสิริมงคล

เลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร

ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือการส่อง อ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร บนศาลาบุญช่วย เลขที่ปรากฏชัดเจนในอ่างน้ำมนต์งวดนี้คือ 0, 1, 4, 5, 8, 9 คอหวยตีความไปลุ้นกันเพียบ เช่น 01, 14, 45, 58, 89, 90, 14, 45, 58 เป็นต้น ใครส่องเห็นเลขไหนก็รีบจด รีบซื้อตามศรัทธา หวังถูกรางวัลใหญ่เปลี่ยนชีวิต!

ผู้คนส่องอ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมยอดนิยม

อาศรมแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องพลังศรัทธา ผู้คนนำสิ่งของมาแก้บนมากมาย เช่น ฟักทอง น้ำแดง ข้าวสาร น้ำดื่ม ขนม ของเล่นเด็ก หลังจากแก้บนแล้ว ทางอาศรมจะนำไปบริจาคให้โรงเรียน วัด โรงพยาบาล และมูลนิธิต่าง ๆ สร้างกุศลต่อยอด สุดยอดเลยครับ

  • ปู่ฤาษีพรหมเมศ: องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขอพรเรื่องโชคลาภ
  • กุมารทองเจ้าสัวเฮง: เสริมค้าขายร่ำรวย
  • ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า: ค้าขายพุ่ง เงินทองไหลมา
  • เจ้าแม่ตะเคียน: สิ่งศักดิ์สิทธิ์หญิงแกร่ง
  • เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี: พลังลึกลับ
  • ปู่ฤาษีเกล็ดแก้ว: ปกป้องคุ้มครอง

พิธีต่าง ๆ ช่วยเสริมดวงให้แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะขอพรเรื่องงาน เงินทอง ความรัก หรือโชคลาภหวย ใครที่เคยมาล้วนมีประสบการณ์ดี ๆ กลับไป บางคนถูกรางวัลใหญ่ บางคนค้าขายปัง ศรัทธาคือพลังที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

วิธีเดินทางไปอ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร

สำหรับคนที่อยากไปเอง สามารถใช้ Google Maps ค้น “อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ” ได้เลย จากกรุงเทพฯ ขับรถทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันตก ใช้เวลาไม่นาน ไปช่วงเช้าหรือบ่าย จะได้ไม่ร้อนเกินไป แนะนำแต่งตัวสุภาพ สุขุม ด้วยนะครับ

สรุปแล้ว อ่างน้ำมนต์ อาศรมฤาษีเณร แห่งนี้คือจุดรวมศรัทธาที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคอหวยที่อยากได้เลขเด็ดงวด 2/5/69 ถ้าคุณมีเลขในใจจากอ่างนี้แล้ว ลองเอาไปลุ้นดู บางทีโชคใหญ่รออยู่! อย่าลืมแชร์ประสบการณ์หรือผลหวยในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ ใครถูกรางวัลมาบอกกันบ้าง สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดี ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรงครับ

ที่มา – ศรัทธาคอหวย แห่ส่องอ่างน้ำมนต์ “อาศรมฤาษีเณร” ได้เลขเด็ด 2/5/69 ไปลุ้นโชค

สกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อ สกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น จากลีกสูงสุด เพียง 8 วันหลังจากทีมต้องร่วงตกชั้น สโมสรประกาศแยกทางกันด้วยความยินยอมร่วมกัน สร้างความฮือฮาให้แฟนบอล Clarets อย่างมาก

สกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น

สกอตต์ พาร์กเกอร์ เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชของเบิร์นลีย์ในช่วงกลางฤดูกาล 2023-24 ด้วยความหวังว่าจะช่วยทีมรอดพ้นจากการตกชั้น แต่สุดท้ายทีมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงโชคชะตานั้นได้ หลังจากแพ้คู่แข่งสำคัญหลายนัด จบอันดับ 19 ของตาราง

การตัดสินใจ สกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น นี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงแผนการ重建ทีมของสโมสรในลีกแชมเปี้ยนชิป พาร์กเกอร์ซึ่งเคยประสบความสำเร็จกับฟูแล่มและเบอร์นลีย์ในอดีต ได้นำเสนอฟุตบอลที่ดุดัน แต่ปัญหาการปรับตัวของผู้เล่นและอาการบาดเจ็บทำให้ผลงานไม่เป็นดังหวัง

ผลกระทบหลังจากสกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น

การจากไปของพาร์กเกอร์เปิดโอกาสให้เบิร์นลีย์ค้นหาตัวแทนใหม่ที่เหมาะกับลีก二级 แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตของนักเตะหลักอย่างซานเดอร์ เบิร์ก, เจมส์ เทรฟเฟิร์ต และอื่นๆ ที่อาจย้ายทีมหลังตกชั้น สโมสรต้องเร่งเสริมทัพเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า

ย้อนดูเส้นทางของพาร์กเกอร์ เขาเคยพาเบิร์นลีย์เลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิปในปี 2022 แต่ฤดูกาลนี้กลายเป็นฝันร้าย การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทั้งโค้ชและสโมสร

  • ผลงานพาร์กเกอร์กับเบิร์นลีย์: ชนะ 5 เสมอ 8 แพ้ 17 ในลีก
  • สาเหตุหลัก: กองหลังอ่อนแอและเสียประตูง่าย
  • อนาคต: พาร์กเกอร์อาจไปคุมทีมอื่นในพรีเมียร์ลีก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ สกอตต์ พาร์กเกอร์ยังคงเป็นโค้ชที่มีศักยภาพสูง การ สกอตต์ พาร์กเกอร์ ออกจาก เบิร์นลีย์ หลังตกชั้น อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อทั้งสองฝ่าย เบิร์นลีย์ต้องการสไตล์ใหม่ที่เหมาะกับแชมเปี้ยนชิป ขณะที่พาร์กเกอร์อยากกลับไปพิสูจน์ตัวเองในลีกใหญ่

ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนชิปเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา คุณคิดอย่างไรกับการจากไปครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดรอบ 25 ปี

RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี สถานการณ์น่าใจหายเลยนะเพื่อนๆ องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ออกรายงานดัชนีเสรีภาพสื่อโลกปี 2026 มาเตือนใจทุกคนว่า เสรีภาพสื่อทั่วโลกกำลังย่ำแย่หนักที่สุดในรอบ 25 ปี โดยมีประเทศมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือกว่า 90 ชาติ อยู่ในสถานะ “ยากลำบาก” ไปจนถึง “วิกฤต” เลยทีเดียว

RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี

รายงานชี้ว่าประชากรโลกที่อาศัยในประเทศที่มีเสรีภาพสื่อระดับ “ดี” ลดฮวบจาก 20% เหลือไม่ถึง 1% เท่านั้น! ปัจจัยหลักมาจากการเมือง อำนาจรัฐที่กดดันสื่อหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎหมายเซ็นเซอร์ โฆษณาชวนเชื่อ หรือแม้กระทั่งจับกุมนักข่าวโดยพลการ เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิ ถ้าข่าวที่เราอ่านทุกวันถูกบิดเบือนหรือปิดกั้น มันจะน่ากลัวแค่ไหน

ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน รั้งท้ายอันดับ

ประเทศที่รั้งท้ายสุดๆ คือ ซาอุดีอาระเบีย (อันดับ 176), จีน (178), อิหร่าน และอีกหลายชาติอย่างรัสเซีย จีนมีนักข่าวถูกขังถึง 121 คน! กรณีสะเทือนขวัญอย่างการประหารถ่านักคอลัมนิสต์ตูร์กี อัล-จัสเซอร์ในซาอุฯ เมื่อปี 2025 ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจ นอกจากนี้ เอลซัลวาดอร์ดิ่ง 105 อันดับมาอยู่ 143, ไนเจอร์ร่วง 37 อันดับเพราะรัฐบาลทหารปราบปราม

  • เอเชีย-แปซิฟิก: ส่วนใหญ่ “ลำบาก-วิกฤต” ฟิลิปปินส์ (114) ถูกตีตราผู้ก่อการร้าย
  • ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ: หายนะสุดๆ ฉนวนกาซาเสียชีวิตนักข่าวปาเลสไตน์ 220 ราย แต่ซีเรีย (141) พุ่ง 36 อันดับหลังอัสซาดล้ม
  • สหรัฐฯ: ร่วงเหลือ 64 จากแรงกดดันการเมือง

ไทยอันดับ 92 ในอาเซียนติมอร์-เลสเตดีสุด

สำหรับบ้านเรา RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี แต่ไทยร่วงจาก 85 มาอยู่ 92 จาก 180 ประเทศ ในอาเซียน ติมอร์-เลสเต (30) ดีสุด ตามด้วยมาเลเซีย (95), สิงคโปร์ (123), อินโด (129), กัมพูชา (151), ลาว (154), เมียนมา (166), เวียดนาม (174) สถานการณ์เอเชียแย่เพราะเผด็จการใช้กฎหมายปิดปากสื่อ

ยุโรปยังนำแต่เริ่มมีรอยร้าว เอสโตเนียร่วงมาอันดับ 3 เบลารุส-รัสเซียยังหางบแง้ง คริสตอฟ เดอลัวร์ ผู้อำนวยการ RSF บอกว่า ผู้นำเผด็จการใช้ “กฎหมาย” เป็นอาวุธเซ็นเซอร์ อย่างเอริเทรีย (180) ขังนักข่าวนานสุด

สถานการณ์นี้สะท้อนว่าประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังถูกท้าทาย สื่อคือกระจกสะท้อนความจริง ถ้าถูกปิดกั้น ประชาชนก็เสียสิทธิรับรู้ข่าวสารที่แท้จริง เราควรตื่นตัว สนับสนุนสื่ออิสระ และเรียกร้องเสรีภาพสื่อให้ดังขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับ RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี? ไทยจะดีขึ้นได้ยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ สนับสนุนเราด้วยการกดไลค์ แชร์ และติดตามข่าวสารที่นี่ต่อไป!

ที่มา – RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92

สกินเนอร์มั่นใจเป็นคนที่ใช่สำหรับแมนยู

สกินเนอร์มั่นใจเป็นคนที่ใช่สำหรับแมนยู

ผู้จัดการทีมมาร์ค สกินเนอร์ แห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สกินเนอร์มั่นใจเป็นคนที่ใช่สำหรับแมนยู แม้จะเผชิญเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลจำนวนมากก็ตาม หลังจากทีมเสมอแบบไร้สกอร์กับท็อตแนมในนัดล่าสุด ทำให้โอกาสลุ้นไปเล่นยูฟ่า วูเมนส์ แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าดูริบหรี่

ตอนนี้ แมนยูอยู่อันดับ 4 ในตารางวูเมนส์ ซูเปอร์ลีก ตามหลังอาร์เซนอล 2 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 2 นัดเท่านั้น แฟนบอลส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามถึงตำแหน่งของสกินเนอร์ โดยเฉพาะหลังจากดราม่าร้อนแรงในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ทีมจะเปิดบ้านรับมือไบรท์ตันในวันเสาร์นี้ (12:00 BST)

สกินเนอร์มั่นใจเป็นคนที่ใช่สำหรับแมนยู

เมื่อถูกถามว่ายังมั่นใจตัวเองเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ สกินเนอร์ตอบทันทีว่า “แน่นอนเลย ไม่มีข้อสงสัย คุณเห็นการเติบโตของทีมเรามาแล้ว” เขาชี้ให้เห็นถึงผลงานที่ผ่านมา ทั้งช่วงสูงสุดและต่ำสุดที่เป็นเรื่องปกติในทุกฤดูกาล

“เรามุ่งมั่นที่จะพาทีมไปสู่จุดที่ต้องการ และงานยังไม่จบ ผมทุ่มเทเต็มที่เพื่อให้ทีมคว้าแชมป์ในอนาคต” สกินเนอร์ยังได้รับการยืนยันจากบอร์ดบริหารว่าทุกคนเห็นตรงกันในเป้าหมายของสโมสร

การเติบโตของทีมภายใต้สกินเนอร์

ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง สกินเนอร์ได้เปลี่ยนแปลงทีมหญิงแมนยูให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากทีมที่เคยดิ้นรน สู่การลุ้นท็อปโฟร์ในลีกชั้นนำของโลก แม้ฤดูกาลนี้จะมีสะดุด แต่สถิติโดยรวมยังน่าประทับใจ เช่น การชนะนอกบ้านหลายนัดสำคัญ และพัฒนาการของนักเตะดาวรุ่ง

นอกจากนี้ สกินเนอร์ยังเน้นย้ำว่าเขาจะโฟกัสที่ผลงานในสนามเท่านั้น ไม่สนเสียงวิจารณ์ “ผมซื่อสัตย์และจริงใจเสมอ ผมพร้อมกลับไปสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ”

สถานการณ์ปัจจุบันของแมนยูใน WSL

วูเมนส์ ซูเปอร์ลีกฤดูกาลนี้เข้มข้นสุดๆ แมนยูต้องการคะแนนจากไบรท์ตันเพื่อรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ หากพลาดอาจเสียโอกาสไปแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสโมสร แฟนบอลบางส่วนเรียกร้องการเปลี่ยนตัวโค้ช แต่สกินเนอร์เชื่อว่าความสามัคคีจะช่วยทีมพลิกสถานการณ์

  • อันดับปัจจุบัน: ที่ 4
  • คะแนนตามหลังอาร์เซนอล: 2 คะแนน
  • นัดเหลือ: 2 นัด
  • คู่แข่งถัดไป: ไบรท์ตัน

ฟุตบอลหญิงอังกฤษกำลังบูม โดยเฉพาะ WSL ที่มีทีมยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี แมนซิตี้ และอาร์เซนอลลุ้นแชมป์ สกินเนอร์มองว่านี่คือโอกาสทองสำหรับแมนยูในการก้าวขึ้นเป็นยอดทีม

นอกจากข่าวนี้ อย่าลืมติดตามพอดแคสต์ Women’s Football Weekly จาก BBC ที่มีเบน เฮนส์ เอลเลน ไวท์ และเจน บีตตี้ มาอัปเดตทุกวันอังคารบน BBC Sounds รวมถึงสัมภาษณ์พิเศษจาก WSL

ในมุมมองของผม สกินเนอร์สมควรได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อ ด้วยผลงานระยะยาวที่ชัดเจน แฟนบอลควรหนุนหลังทีมในช่วงเวลาวิกฤตนี้ ลองติดตามนัดต่อไปแล้วตัดสินกัน คุณคิดว่าสกินเนอร์มั่นใจเป็นคนที่ใช่สำหรับแมนยูจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวฟุตบอลหญิงเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พบศพ “คนเร่ร่อนเชียงใหม่” เสียชีวิตต่อเนื่อง 3 ศพ ใน 2 สัปดาห์

น่าเศร้าสุดๆ เลยครับ เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบศพ “คนเร่ร่อนเชียงใหม่” เสียชีวิตต่อเนื่อง 3 ศพ ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นปัญหาคนไร้บ้านที่ยังคงเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมเมืองเหนือ

พบศพ “คนเร่ร่อนเชียงใหม่” เสียชีวิตต่อเนื่อง 3 ศพ ในช่วง 2 สัปดาห์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ทีมมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบศพชายเร่ร่อนวัยราว 60 ปี เสียชีวิตอยู่ใต้สะพานขัวสรีเวียงพิงค์ ข้ามแม่น้ำปิง ฝั่งตำบลฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สภาพศพนอนหงาย มีกระสอบปุ๋ยวางของเก่าและเสื้อผ้าอยู่ใกล้ๆ ร่างกายมีเลือดไหลจากปาก แต่ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือต่อสู้ ทีมแพทย์เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตจากโรคประจำตัวช่วงเที่ยงคืนถึงตี 3 และมีกลิ่นสุรา คงต้องรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผู้กำกับการ สภ.แม่ปิง กล่าวว่าผู้ตายเป็นหน้าใหม่เพิ่งมาถึงเมื่อวาน ชาวเร่ร่อนแถวนั้นไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ยังไม่ทราบชื่อ-ญาติ เจ้าหน้าที่เตรียมสืบประวัติเพื่อประสานญาตต่อไป

เหตุการณ์ก่อนหน้า: ศพที่ 2 และ 3

ก่อนหน้านี้เมื่อวาน (29 เม.ย.) พบศพชายเร่ร่อนอีกรายใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ห่างกัน 2 กม. เบื้องต้นสงสัยฆาตกรรมอำพราง แต่ยังไม่ยืนยันเชื่อมโยงกับรายล่าสุด

ย้อนไปวันที่ 17 เมษายน พบศพชายเร่ร่อนบนกองไฟยางรถยนต์ในตึกร้างใกล้สถานีขนส่งอาเขต ผลตรวจยืนยันอุบัติเหตุจากความประมาท จุดเทียนนอนบนยางจนเพลิงลุกไหม้

ไทม์ไลน์เหตุการณ์พบศพคนเร่ร่อนเชียงใหม่

  • 17 เม.ย. 2569: ศพที่ 1 ในตึกร้างใกล้สถานีอาเขต อุบัติเหตุเพลิงไหม้
  • 29 เม.ย. 2569: ศพที่ 2 ใต้สะพานรัตนโกสินทร์ สงสัยฆาตกรรม
  • 30 เม.ย. 2569: ศพที่ 3 ใต้สะพานขัวสรีเวียงพิงค์ โรคประจำตัว

พื้นที่ สภ.แม่ปิง เป็นจุดรวมคนเร่ร่อนใต้สะพานลอยและบ้านร้าง เจ้าหน้าที่ประสานสำนักงานพัฒนาสังคมฯ เชียงใหม่ ช่วยเหลือบ่อยครั้ง แต่หลายคนหลบหนีกลับมาอยู่เดิม มีสายตรวจบันทึกภาพประวัติไว้หมดแล้ว แต่รายนี้เพิ่งมาใหม่

ปัญหาคนเร่ร่อนในเชียงใหม่ไม่ได้เกิดใหม่ สภาพอากาศร้อนจัดช่วงหน้าร้อน บวกกับโรคประจำตัว สุรา และอุบัติเหตุ ทำให้เสี่ยงสูง ชาวบ้านแถวนี้บอกว่าไม่เคยเห็นผู้ตายมาก่อน เพิ่งมาเมื่อวานแต่ไม่สนิทสนมกัน จนเช้ามาพบศพ

เหตุการณ์ พบศพ “คนเร่ร่อนเชียงใหม่” เสียชีวิตต่อเนื่อง 3 ศพ ในช่วง 2 สัปดาห์ นี้ สะท้อนให้เห็นช่องว่างการดูแลสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เจ้าหน้าที่ทำดีที่สุดแล้ว แต่สังคมต้องช่วยกัน หากพบคนเร่ร่อนป่วยหนัก ควรแจ้งมูลนิธิหรือ 191 ทันที

ในมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า เชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวต้องมีนโยบายช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่างยั่งยืน เช่น สร้างที่พักชั่วคราว ฝึกอาชีพ และบำบัดสุรา เพื่อลดโศกนาฏกรรมแบบนี้ หากคุณมีข้อมูลผู้ตายหรืออยากช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สภ.แม่ปิง หรือมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ได้เลยครับ แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคมด้วยนะ!

ที่มา – พบศพ “คนเร่ร่อนเชียงใหม่” เสียชีวิตต่อเนื่อง 3 ศพ ในช่วง 2 สัปดาห์

“ลุงป้อม” บุกย่านวิสุทธิ์กษัตร ชิมเนื้อไร้เทียมทาน

“ลุงป้อม” หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้สนใจแค่นโยบายการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นสายกินตัวยงที่ชอบตระเวนชิมของอร่อยตามย่านดังในกรุงเทพฯ ล่าสุดวันที่ 30 เมษายน 2569 ท่านเดินชิล ๆ รับลมร้อนในย่านวิสุทธิ์กษัตร แหล่งรวมร้านอาหารระดับตำนาน แวะโซ้ย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเทนซัน ไร้เทียมทาน ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปเข้มข้นและเนื้อเปื่อยละลายในปาก ก่อนจิบกาแฟโบราณปิดท้าย เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวฮอตที่แฟนคลับตามติด!

ลุงป้อม ชิมเนื้อไร้เทียมทาน

“ลุงป้อม” บุกย่านวิสุทธิ์กษัตร ชิมเนื้อไร้เทียมทาน

ย่านวิสุทธิ์กษัตรเป็นย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารคลาสสิก ร้านค้าต่าง ๆ ที่สืบทอดสูตรเดิมแท้มาหลายสิบปี “ลุงป้อม” บุกย่านวิสุทธิ์กษัตร ชิมเนื้อไร้เทียมทาน ในครั้งนี้ สวมเสื้อเชิ้ตสบาย ๆ ไม่ใส่เสื้อคลุมตามที่แฟน ๆ แซวเรื่องอากาศร้อน ท่านเดินเล่นพร้อมคนใกล้ชิด หาอะไรอร่อย ๆ ฝากท้องมื้อเที่ยง ร้านแรกที่เลือกคือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเทนซัน ไร้เทียมทาน ร้านมิชลินไกด์ที่นักชิมต้องรู้จัก น้ำซุปตุ๋นจนกระดูกเหลว เนื้อวัวนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็อร่อยลงตัว

ลุงป้อม เดินย่านวิสุทธิ์กษัตร

ทำไมก๋วยเตี๋ยวเนื้อไร้เทียมทานถึงเป็นตำนาน

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเทนซัน ไร้เทียมทาน เปิดมานานกว่า 50 ปี ใช้เนื้อวัวคุณภาพสูง น้ำซุปจากเครื่องในและกระดูกตุ๋นไฟอ่อนนานหลายชั่วโมง รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศไทยแท้ ลุงป้อมชิมแล้วบอกว่าอร่อยมาก แม้ร้านจะเก่าแก่แต่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน “ลุงป้อม” บุกย่านวิสุทธิ์กษัตร ชิมเนื้อไร้เทียมทาน จึงเป็นการยืนยันว่าร้านนี้เด็ดจริง!

  • เส้นหมี่เล็กน้ำใส: เนื้อเปื่อยลวกพอดี กินคู่ลูกชิ้นเนื้อ
  • ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสด: เนื้อนุ่มไม่เหนียว น้ำซุปเข้มข้น
  • ข้าวข้าวกะเพราเนื้อ: เมนูพิเศษที่หาทานยาก
  • เครื่องเคียง: ผักสด กระเทียมดองกรุบกรอบ

หลังจากอิ่มท้อง ลุงป้อมแวะร้าน เฮี้ยะไถ่กี่ สภากาแฟโบราณคู่ย่านนี้ กาแฟโบราณหอมกรุ่น ชงแบบดั้งเดิม รสขมฝาดกำลังดี ช่วยล้างปากได้อย่างลงตัว ย่านนี้ยังมีร้านอื่น ๆ น่าเช็กอินอีกเพียบ เช่น ร้านขนมไทยเก่าแก่ หรืออาหาร街จีนโบราณ

ลุงป้อม ปลื้มพะโล้

ปลื้มพะโล้พี่เอ และคำชวนจากแฟนคลับ

นอกจากนี้ ลุงป้อมยังได้รับคลิปจาก “เอ ศุภชัย” นักปั้นมือทอง ชวนไปเดินตลาดชิม ไข่พะโล้พี่เอ ที่อร่อยถูกใจ ท่านบอกว่าดูแล้วสนใจมาก ไว้มีเวลาจะไปตามคำชวนแน่นอน พะโล้สูตรนี้เด็ดเรื่องน้ำซึมซาบ ไข่และเครื่องในนุ่มเครื่องเทศครบรส

ท่านยังฝากถึงแฟนคลับทุกคน หากมีร้านเด็ด ร้านลับที่ไหน ส่งรีวิวมาได้เลย จะตามไปชิมด้วยตัวเอง ก่อนทิ้งท้ายรอยยิ้ม “กินของอร่อยแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายนะครับ” เป็น reminder สุขภาพดีแบบเป็นกันเอง

การที่นักการเมืองอย่างลุงป้อมออกมาเดินชิมอาหารแบบนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ย่านวิสุทธิ์กษัตรจึงกลายเป็นจุดเช็กอินใหม่สำหรับสายกิน ถ้าคุณกำลังหา ก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยกรุงเทพ หรือร้านมิชลินราคาไม่แพง ต้องลองที่นี่!

คุณมีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเด็ด ๆ หรือพะโล้อร่อยในกรุงเทพไหม? Comment ด้านล่างมาแชร์กันเลย หรือส่งรีวิวให้ทีมเราจะรวบรวมเป็นลิสต์ร้านเด็ดประจำสัปดาห์ กินอร่อย ชีวิตแฮปปี้!

ที่มา – “ลุงป้อม” บุกย่านวิสุทธิ์กษัตรตระเวนชิมเนื้อ “ไร้เทียมทาน” ปลื้มพะโล้