วัน: 1 พฤษภาคม 2026

ทำไมมูดรึกถูกแบนแบบลับๆ และจะเกิดอะไรต่อไป

ทำไมมูดรึกถูกแบนแบบลับๆ และจะเกิดอะไรต่อไป

เมื่อข่าวการอุทธรณ์แบนโด๊ปปิ้ง 4 ปีของ เชลซี ปีก มูดรึก หลุดออกมา แฟนบอลหลายคนต่างถามว่า แบนอะไร?

เพราะสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ที่ออกแบนนักเตะทีมชาติยูเครนจากผลตรวจปัสสาวะผิดปกติ ไม่เคยประกาศการตัดสินหรือรายละเอียดโทษสาธารณะ

ข่าวนี้ถึงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปเมื่อวันพุธ เพราะศาลอนุญาโตตุลาการด้านกีฬา (CAS) ประกาศว่ามูดรึกอุทธรณ์คำตัดสิน

ทำไมมูดรึกถูกแบนแบบลับๆ และจะเกิดอะไรต่อไป? มาดูกัน

เมื่อไหร่มูดรึกถูกแบนและทำไมต้องลับ?

BBC Sport ทราบว่ามูดรึกถูก FA แบนตั้งแต่เดือนมกราคม แต่แจ้งแค่คนใกล้ชิดและคนไม่กี่คนที่ เชลซี

เพราะโปรแกรมต่อต้านโด๊ปปิ้งของ FA ถือเป็นความลับสูงสุด ทุกขั้นตอนตั้งแต่ตรวจถึงคุยทนาย ทำแบบปิดเพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของนักเตะ

UK Anti-Doping (Ukad) ร่วมกับ FA ในโปรแกรมนี้

ในกีฬาอื่นๆ แบนชั่วคราวจากผลบวกมักประกาศสาธารณะ

นโยบายความเป็นส่วนตัวของ FA ระบุ: “เราประมวลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อกำจัดโด๊ปปิ้งและปกป้องความซื่อสัตย์ของเกม”

“ข้อมูลอาจแชร์กับ Ukad ตำรวจถ้ามีหลักฐานอาชญากรรม Uefa Fifa และ Wada รวมถึงสโมสร”

คดีมักเปิดเผยเมื่อนักเตะหายจากทีมโดยไม่มีคำอธิบาย โทษจะประกาศหลังกระบวนการจบหรืออุทธรณ์เสร็จ

มูดรึกถูกกล่าวหาอะไร

สารต้องห้ามที่มูดรึกตรวจพบ FA ไม่เคยระบุ แต่ BBC Sport ทราบว่าเป็น meldonium ยาใจและหลอดเลือดที่เพิ่มความอึดและหายใจ เกิดตอนรับใช้ชาติยูเครน

ปีที่แล้ว โฆษกสมาคมฟุตบอลยูเครน (UAF) บอก BBC ว่าเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง

“UAF ไม่เกี่ยว ไม่มีคำร้องจาก Wada หรือ FA เราติดต่อทนายมูดรึกและให้ข้อมูล มี NDA”

ยังไม่ชัดว่ามูดรึกกิน meldonium อย่างไร สารนี้ Wada แบนตั้งแต่ 2016 ใช้รักษาโรคหัวใจในยุโรปตะวันออก

ที่ European Games 2015 ในบากู พบ 13 เหรียญใช้สารนี้ในหลายกีฬา

มาเรีย ชาราโปวา แชมป์วิมเบิลดัน ตกตรวจปี 2016 จาก meldonium

มูดรึกยังเป็นนักเตะเชลซีไหม และกลับเมื่อไหร่

มูดรึกถูกพักแข่งให้เชลซีและยูเครน 16 เดือนแล้ว สัญญาถึง 2031 หลังย้าย £61m ปี 2022 เพื่อกระจายต้นทุน

ถ้า CAS ยืนแบน กลับไม่ได้ถึงธ.ค. 2028 แต่ถ้าลด อาจกลับฤดูกาลหน้า

เชลซี สิ้นสุดสัญญาได้หลัง CAS เพราะแบนโด๊ปปิ้งผิดสัญญา ช่วยบัญชีการเงิน

หรือขายได้ถ้าคงสัญญา หรือจ่ายค่าเหนื่อยรอคืนทีม

แบนมูดรึกห้ามทำอะไร และซ้อมที่ไหน

มูดรึกลงนัดสุดท้ายให้ เชลซี 28 พ.ย. 2024 รองสำรองนัดแอสตัน วิลล่า

ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายหลังเชลซีชนะ Real Betis 4-1 ในยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เจอแฟนในวรอตสลาฟ โปแลนด์

อยู่ลอนดอนแต่ห้ามแข่งหรือซ้อมกับทีม ซ้อมคนเดียวกับโค้ชส่วนตัวที่ Uxbridge FC จ้างนายทวาร

คริสเตียนออร์โธด็อกซ์ ไปโบสถ์ สุขภาพดีทั้งกายใจ

CAS จะทำอะไรต่อ

มูดรึกยื่นอุทธรณ์ CAS 25 ก.พ. CAS ในโลซานน์ สวิต เป็นศาลกีฬาสูงสุด

ตรวจสอบใหม่ด้วยกรรมการ 3 คน อาจยืน ล้ม หรือลดแบน เรียกพยานได้

ส่วนตัว จนตัดสิน ในปี 2024 Pogba แบน 4 ปีลดเหลือ 18 เดือน ทนายเดียวกัน Morgan Sports Law

ยื่น 4 เดือนถึงไต่สวน +2 เดือนตัดสิน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์ ทำไมมูดรึกถูกแบนแบบลับๆ และจะเกิดอะไรต่อไป ยังต้องจับตา คาด CAS ตัดสินไม่นาน แฟนเชลซีหวังนักเตะกลับมา สะท้อนระบบต่อต้านโด๊ปปิ้งที่เข้มงวดแต่ลับสุดยอด

ติดตามอัปเดตและแสดงความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ค่าชุดนักเรียน 2569 ราคาอนุบาล เงินอุดหนุน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ผู้ปกครองทุกท่าน! ใกล้เข้าสู่เดือนมิถุนายน 2569 แล้วนะคะ เหลือเวลาอีกนิดเดียวก็เปิดภาคเรียนใหม่ น้องๆ อนุบาลจะได้ไปโรงเรียนแบบสดชื่นใส่ชุดใหม่กันแล้ว แต่เอ๊ะ…ค่าชุดนักเรียน 2569 จะแพงขนาดไหนนะ? วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลล่าสุดกันเลยค่ะ โดยเฉพาะราคาชุดระดับอนุบาลและวิธีรับเงินอุดหนุนที่รัฐบาลช่วยเหลือ จะได้ช่วยวางแผนการเงินก่อนเปิดเทอม ไม่ต้องปวดหัว!

ทุกปีช่วงนี้ ผู้ปกครองอย่างเราต้องเจอค่าใช้จ่ายถาโถม ทั้งค่าชุดนักเรียน ค่ารองเท้านักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียนหนังสือ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ รัฐบาลยังคงมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปีต่อเนื่อง รวมถึงเงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียนด้วย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลายและอาชีวะ ทำให้ค่าชุดนักเรียน 2569 ไม่หนักหนาเกินไปนัก

ค่าชุดนักเรียน 2569 ระดับอนุบาล

มาดูราคาชุดนักเรียนระดับอนุบาลกันก่อนเลยค่ะ ราคาจะแตกต่างกันตามขนาดไซส์และร้านค้า แต่โดยประมาณมีดังนี้:

  • เสื้อนักเรียนอนุบาล: 165-220 บาท (เลือกไซส์เล็กถูกกว่า)
  • กางเกงนักเรียนอนุบาล: 185-240 บาท (เนื้อผ้าคอตตอลทนทาน)
  • กระโปรงนักเรียนอนุบาล: 180-225 บาท (มีแบบเอวสูงใส่สบาย)
  • ชุดลายสก็อต: 235-270 บาท (น่ารัก เหมาะกับน้องเล็ก)

ราคาเหล่านี้เป็นราคาเฉลี่ยจากร้านเครื่องแบบทั่วไปนะคะ แนะนำให้ซื้อจากร้านที่โรงเรียนแนะนำ เพราะบางโรงเรียนมีชุดมาตรฐาน ช่วยประหยัดเวลาและมั่นใจคุณภาพ ถ้าซื้อออนไลน์ก็เช็กรีวิวดีๆ ล่ะ อย่าลืมวัดไซส์น้องให้พอดี จะได้ใส่ได้นานๆ ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย

เงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่

ดีใจด้วยค่ะ! ปีการศึกษา 2568-2569 รัฐยังคงอัตราเงินอุดหนุนเดิมตามกรอบ 4 ปี โดยแบ่งตามระดับชั้นดังนี้:

  • ระดับอนุบาล: 325 บาท
  • ประถมศึกษา: 400 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนต้น: 500 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย: 550 บาท
  • ปวช.1-3 จากสถานประกอบการ: 950 บาท

สำหรับน้องอนุบาล ได้รับ 325 บาทต่อปี ซึ่งพอซื้อชุด 1 ชุดได้สบายๆ แต่ถ้าต้องซื้อเพิ่มเติม เช่น กระโปรงสำรอง ก็ช่วยลดภาระได้เยอะ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีน้องหลายคน

วิธีรับเงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียน 2569

ง่ายมากเลยค่ะ ไม่ต้องลงทะเบียนแอปอะไรให้ยุ่งยาก แค่ยื่นเอกสารที่โรงเรียนภายในเดือนมิถุนายน 2569 เท่านั้นเอง ขั้นตอนคือ:

  1. ซื้อชุดนักเรียนก่อน จากนั้นเก็บใบเสร็จฉบับเต็ม (ฉบับย่อใช้ไม่ได้นะคะ)
  2. ยื่นใบเสร็จ + เอกสารผู้ปกครองที่โรงเรียน
  3. โรงเรียนจะเบิกเงินให้ โอนเข้าบัญชีหรือจ่ายสด แล้วคืนให้เรา

เบิกได้ปีละครั้งเท่านั้น ดังนั้นวางแผนดีๆ นะคะ ถ้าพลาดเดดไลน์อาจต้องรอปีหน้า ทางโรงเรียนบางแห่งมีกำหนดวันชัดเจน สอบถามครูประจำชั้นล่วงหน้าจะดีที่สุด

นอกจากนี้ ค่าชุดนักเรียน 2569 ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย เพราะร้านเครื่องแบบใกล้โรงเรียนได้ลูกค้าเพิ่ม แนะนำให้เลือกชุดที่ซักง่าย ทนแดดทนฝน เพื่อให้น้องใส่ได้ยาวๆ ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

สรุปแล้ว แม้เงินอุดหนุนจะไม่ครอบคลุม 100% แต่ก็เป็นกำลังใจสำคัญให้ผู้ปกครอง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้าคุณมีเคล็ดลับซื้อชุดถูกๆ หรือประสบการณ์รับเงินอุดหนุน แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ! รีบเช็กกับโรงเรียนน้องๆ ของคุณวันนี้ เปิดเทอมแบบไร้กังวลแน่นอน 💕

ที่มา – ค่าชุดนักเรียน 2569 อัปเดตราคาชุดระดับอนุบาล เช็กวิธีรับเงินอุดหนุน ล่าสุดได้กี่บาท

“เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ ซึ่งเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสเดือดดาล กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าคุณสมบัติของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรฯ) ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ จากปมสั่งย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

“เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น 2567) นายเรืองไกรได้ส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไปยังกกต. โดยอ้างว่าการกระทำของนายสุริยะในการโยกย้ายนายราเชน เป็นการขาดความซื่อสัตย์สุจริตที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับรัฐมนตรี

ปมสั่งย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงที่จุดชนวนดราม่า

ทุกอย่างเริ่มจากนายราเชน ศิลปะรายะ ที่ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยให้เหตุผลว่าสนองนโยบายฝ่ายการเมืองไม่ได้ เขายังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวและให้สัมภาษณ์สื่อ โดยระบุว่ามีปัญหาจากการแทรกแซง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ข้อความเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่นายเรืองไกรนำมาอ้าง

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ที่รับผิดชอบการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูแล้ง ลดภัยแล้ง และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร งบประมาณของกรมนี้ก็ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะงบปี 2568-2570 ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน

สุริยะชี้แจงปมหลานชายโทรขอดูงบประมาณ

ด้านนายสุริยะ ได้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าหลานชายของตัวเองเคยติดต่อนายราเชนเพื่อขอดูงบประมาณปี 2570 ของกรมฝนหลวง แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งย้าย เพียงแต่เป็นการโยกย้ายเพราะนายราเชนใกล้เกษียณราชการแล้วเท่านั้น คำชี้แจงนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามหนักขึ้น เพราะการที่ญาติโทรไปขอนแกบประมาณของหน่วยงานรัฐ อาจเข้าข่ายการใช้อิทธิพลหรือทุจริตได้

  • นายราเชนลาออกเพราะไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง
  • โพสต์เฟซบุ๊กและสัมภาษณ์สื่อเป็นพยานหลักฐาน
  • สุริยะยอมรับหลานโทรขอดูงบ แต่ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับย้าย
  • เรืองไกรมองว่าเป็นพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

นายเรืองไกรชี้ว่ากกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ โดยขอให้กกต. รวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย รวมถึงเรียกนายสุริยะมาชี้แจง และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าศาลจะตัดสิน

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องย้ายข้าราชการธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการแทรกแซงทางการเมืองในหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตเกษตรกรกว่า 30% ของประชากรไทย หากรมว.ขาดจริยธรรม อาจกระทบต่อนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการฝนหลวงที่ช่วยดับไฟป่าและภัยแล้งในหลายพื้นที่

ในอดีต เรเคยเห็นกรณีคล้ายๆ กัน เช่น การวินิจฉัยคุณสมบัติรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพ้นตำแหน่งเพราะพฤติกรรมจริยธรรม กรณีนี้หากกกต.รับคำร้องและส่งศาล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามา

ส่วนตัวผมมองว่ากรณี “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ เป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นระบบตรวจสอบยังทำงาน แม้จะช้าแต่ก็ยังมีน้ำหนัก ช่วยให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสมากขึ้น หากสุริยะรอดพ้น ก็ถือเป็นบทเรียนให้ระวังญาติและการใช้อำนาจ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? สุริยะควรพ้นเก้าอี้หรือไม่? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวการเมืองไทย ติดตามเว็บเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด!

ที่มา – “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ ปมสั่งย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในไทย สร้างความเสียหายหนักให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม ในจังหวัดจันทบุรี ที่ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวร่วงหล่นเต็มพื้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งทันทีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันท่วงที

สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

สถานการณ์พายุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสวนทุเรียนในภาคตะวันออก โดยเฉพาะจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนสำคัญของประเทศ ลูกทุเรียนที่ใกล้สุกกำลังดีร่วงหล่นจำนวนมาก ทำให้ชาวสวนขาดทุนมหาศาล นายสุริยะ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าสำรวจความเสียหายทันที และรายงานข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ติดตามและเตือนภัยพิบัติทางเกษตร เพื่อประเมินความเสียหายและจัดสรรงบประมาณช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ชูมาตรการรับซื้อผลร่วงหล่น สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม โดยมอบหมายให้จัดตั้งจุดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ประสบภัยทันที ประสานงานกับเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อรับซื้อทุเรียนที่ร่วงหล่นแต่ยังมีคุณภาพดี ส่งเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า เช่น ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน หรือทุเรียนชิพ ที่สามารถขายได้ราคาดีในตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้ทุเรียนอ่อนหรือทุเรียนด้อยคุณภาพหลุดเข้าไปสู่ตลาด ซึ่งอาจทำลายชื่อเสียงของทุเรียนไทย

  • ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายครอบคลุมพืชผล ประมง และปศุสัตว์
  • จัดจุดรับซื้อทุเรียนร่วงหล่นในพื้นที่เสี่ยง เช่น จันทบุรี
  • ประสานสหกรณ์แปรรูปผลผลิตเป็นทุเรียนทอดและกวน
  • เฝ้าระวังและแจ้งเตือนเกษตรกร 24 ชั่วโมง ในภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก
  • สกัดกั้นทุเรียนอ่อนไม่ให้วางขาย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพืชผลที่เสียหาย ประมงที่เรือล่ม หรือปศุสัตว์ที่คอกพัง นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมรับมือพายุต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ผลกระทบของพายุต่อสวนทุเรียนและแนวทางฟื้นฟู

ทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจตัวสำคัญของไทย โดยเฉพาะในจันทบุรีที่ผลิตทุเรียนส่งออกคุณภาพสูง การที่พายุถล่มทำให้ผลร่วงหล่น สร้างความสูญเสียทางเศรษฐรฐกิจหลายร้อยล้านบาท ชาวสวนหลายรายเผชิญปัญหาขาดรายได้ในฤดูเก็บเกี่ยว แต่ด้วยมาตรการจากนายสุริยะ จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก โดยการแปรรูปผลร่วงหล่นไม่เพียงช่วยเกษตรกรได้เงินก้อน แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตที่เหลือใช้ไม่ได้ขายสด เช่น ทำทุเรียนอบแห้งหรือน้ำทุเรียน ซึ่งเป็นทางเลือกยอดนิยมในตลาดสุขภาพ

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมงบประมาณช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ประกันภัยพืชผล เมล็ดพันธุ์ใหม่สำหรับปลูกทดแทน และเทคโนโลยีป้องกันภัย เช่น ตาข่ายกันลม หรือระบบเตือนภัยอัตโนมัติ เพื่อให้ชาวสวนทุเรียนมีเครื่องมือรับมือภัยธรรมชาติในอนาคต

ช่องทางขอความช่วยเหลือสำหรับเกษตรกร

เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ ผ่านศูนย์บริการเกษตรกร “พิรุณราช” (One Stop Service) ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งให้บริการครบวงจรในจุดเดียว ไม่ว่าจะขอเงินช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย หรือคำปรึกษาการแปรรูป นอกจากนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกระทรวงเกษตรฯ เพื่อติดตามข้อมูลภัยพิบัติ ข่าวสารช่วยเหลือ และยื่นขอรับสิทธิ์ออนไลน์ได้ทันที

  • ติดต่อศูนย์พิรุณราชใกล้บ้าน
  • ใช้แอปพลิเคชันเกษตรติดตามสถานการณ์
  • แจ้งความเสียหายผ่านสายด่วนเกษตร

แผนการช่วยเหลือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อเกษตรกรตัวจริง โดยเฉพาะในช่วงฤดูผลไม้ที่สำคัญ หากชาวสวนทุเรียนรีบแจ้งความเสียหายและนำผลร่วงส่งแปรรูป จะช่วยลดขาดทุนและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างแน่นอน

CTA: ชาวสวนทุเรียนที่ประสบภัยรีบติดต่อศูนย์พิรุณราชหรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านทันที เพื่อรับความช่วยเหลือและเข้าร่วมโครงการรับซื้อแปรรูป อย่าปล่อยให้ผลผลิตเสียเปล่า!

สุดท้าย แผนนี้ไม่เพียงช่วยเกษตรกรในระยะสั้น แต่ยังเสริมความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมทุเรียนไทยในระยะยาว โดยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูป

ที่มา – “สุริยะ” สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม ชูแผนรับซื้อผลผลิตร่วงหล่นมาแปรรูป

รถตู้รับส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งตก จ.เชียงใหม่ บาดเจ็บ 15 ราย

เกิดอุบัติเหตุรุนแรง รถตู้รับส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งตกข้างทางที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 15 ราย เมื่อเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 บริเวณตรงข้ามวัดม่อนหิน อ.จอมทอง สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครองและชาวบ้านในพื้นที่

รถตู้รับส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งตกข้างทางที่ จ.เชียงใหม่ บาดเจ็บระนาว 15 ราย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 07.00 น. รถตู้รับส่งนักเรียนสายฮอด–จอมทอง เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทางทันที เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากกู้ชีพบ้านแปะ กู้ชีพสบเตี๊ยะ และกู้ชีพแม่สอย รีบเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด นำส่งโรงพยาบาลจอมทองและโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นนักเรียนวัยรุ่นและเด็ก ทำให้ภาพรวมการจราจรในพื้นที่ชะงักงันชั่วคราว

พื้นที่เกิดเหตุเป็นถนนคดเคี้ยวใกล้ภูเขา ซึ่งมักมีฝนตกและพื้นถนนลื่น โดยเฉพาะในฤดูฝนแบบนี้ อุบัติเหตุประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเส้นทางขึ้นเขาลูกใหญ่หลายสาย รถตู้รับส่งนักเรียนมักวิ่งเส้นทางนี้ทุกวันเพื่อรับส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน

รายชื่อผู้บาดเจ็บจากเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนเสียหลัก

  • นายณัฐภูมิ ขันคำ อายุ 44 ปี (คนขับรถตู้) เคสเหลือง
  • ด.ญ. พลอยชมพู วงศ์ใจมา อายุ 12 ปี เคสเขียว
  • น.ส.วิมลลักษณ์ ทรัพย์สถิณ อายุ 15 ปี เคสเขียว
  • น.ส.กฤษณา คุณยศยิง อายุ 15 ปี เคสเหลือง
  • ด.ญ.พิมผกา ใจประสงค์ อายุ 12 ปี เคสเขียว
  • ด.ญ.อังศุมาลิน ยศจะโป๊ะ อายุ 13 ปี เคสเขียว
  • ด.ญ.ชัชวรีย์ มาสีแก้ว อายุ 12 ปี เคสเขียว
  • น.ส.พรพิชชา ถิ่นอ่ำ อายุ 17 ปี เคสเขียว
  • น.ส.ปภาวรินทร์ กลั่วคำทราย อายุ 16 ปี เคสเขียว
  • ด.ช.สิรวิชญ์ แสนรส อายุ 12 ปี เคสเขียว
  • ด.ช.บรรณกฤษณ์ ยะโอ๊ะ อายุ 12 ปี เคสเขียว
  • นายณัฐดนัย สามารถ อายุ 15 ปี เคสเขียว
  • ด.ช.ภาคิน เชื่อมชิด อายุ 12 ปี เคสเหลือง
  • ด.ญ.เณรัญญา บ้านเรือน อายุ 14 ปี เคสเขียว
  • น.ส.วิชญาดา ภีระมูล อายุไม่ระบุ เคสเขียว

เคสสีเขียวหมายถึงบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถรักษาได้ทันที ส่วนเคสสีเหลืองต้องเฝ้าดูอาการเพิ่มเติม โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการเดินทางของเด็กนักเรียน

สาเหตุเบื้องต้นและมาตรการป้องกัน

เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากถนนลื่นหรือความเร็วเกินกำหนด สภาพรถตู้และพฤติกรรมคนขับเป็นปัจจัยสำคัญ ในอดีต จ.เชียงใหม่เคยมีอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนหลายครั้ง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกคำสั่งตรวจสภาพรถทุกคันก่อนใช้งาน

เพื่อความปลอดภัย ผู้ปกครองควรเลือกใช้บริการรถตู้ที่ได้รับอนุญาต มีประกันภัยครบถ้วน และตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริง นอกจากนี้ คนขับควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเส้นทางโค้งหักศอก หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะขับ และตรวจเช็กระบบเบรกยางรถเสมอ

อุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนไม่เพียงสร้างความสูญเสีย แต่ยังกระทบจิตใจเด็กๆ ที่รอดชีวิต การบาดเจ็บทางกายและใจอาจตามมาอีกยาวนาน รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นควรเร่งติดตั้งป้ายเตือนเพิ่มและปรับปรุงถนนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

เหตุการณ์ รถตู้รับส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งตกข้างทางที่ จ.เชียงใหม่ นี้ สะท้อนปัญหาความปลอดภัยการขนส่งสาธารณะที่ยังต้องแก้ไขอย่างจริงจัง หากเราร่วมมือกันตรวจสอบและเตือนกัน อาจลดเหตุการณ์ซ้ำรอยได้ในอนาคต

ติดตามข่าวสารอุบัติเหตุและเคล็ดลับความปลอดภัยทางถนนเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อปกป้องคนที่คุณรักให้เดินทางปลอดภัยทุกวัน

ที่มา – รถตู้รับส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งตกข้างทางที่ จ.เชียงใหม่ บาดเจ็บระนาว 15 ราย

ไฮปโนติสม์ อัล ปาชิโน และคำโกหกกระตุ้นนักเตะ

ไฮปโนติสม์ อัล ปาชิโน และคำโกหก: วิธีกระตุ้นนักเตะของผม

มิเกล อาร์เตต้า มีชื่อเสียงเรื่องไอเดียแปลกใหม่ในการจัดการนักเตะอาร์เซนอล แต่ผู้จัดการทีมที่ลองวิธีแหวกแนวเพื่อกระตุ้นลูกทีมไม่ใช่เรื่องใหม่

ตลอดหลายปีที่ผมทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ผมพยายามหาทาง影響สถานการณ์ทั้งในและนอกห้องแต่งตัวเพื่อผลงานทีม และไม่กลัวที่จะเซอร์ไพรส์ลูกทีมด้วยวิธีที่ไม่คาดคิด

อย่างที่ผมเคยเล่าในคอลัมน์ก่อน เชิญคนนอกมาพูดกับทีมก่อนเกมสำคัญเป็นวิธีที่ผมชอบใช้

มันใช้ได้ตลอดฤดูกาล ถ้าเลือกคนที่เหมาะสมและไม่ซ้ำบ่อยเกินไป

ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับฟุตบอลด้วยซ้ำ ผมเคยเชิญนักมวยระดับตำนานซูการ์ เรย์ เลนาร์ดมาที่สโต๊ก หรือแม้แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกีฬาเลย

ทีมที่หายตัวไป

ฤดูกาลที่สองของผมที่บอร์นมัธ ในปี 1993-94 ทีมของเราที่ตอนนี้คือลีกวัน ดวลกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สจากพรีเมียร์ลีก ในรอบสองคาราบาวคัพ

เราไปเยือนนัดแรกวันอังคาร หลังงีบตอนบ่าย ก็ประชุมก่อนเกม ผมมีแขกเซอร์ไพรส์ – นักไฮปโนติสม์

เขาบอกให้ทีมล้อมวงนั่งเก้าอี้ เขานั่งหัวโต๊ะ สัมผัส ‘ไวบ์’ จากลูกทีม

ปิดไฟทั้งห้อง เงียบสองนาทีในความมืดสนิท แล้วเปิดไฟ – เก้าอี้ว่างหมด! ผมอึ้ง พวกเขาหายตัวไปหมด

ที่แท้ห้องมีประตูข้าง พวกเขาหลบออกตอนมืด เขายอมรับได้ดี

ถึงทีมไม่เล่นตามแผน แต่ช่วยบรรยากาศมาก พวกเขาคุยกันเรื่องนักไฮปโนติสม์ทั้งทางไปสนาม ไม่มีตึงเครียดก่อนเกม

แบล็คเบิร์นทีมเก่งมากภายใต้เคนนี่ ดัลกลิช กำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์

เราแพ้ 1-0 สองนัดรวมก็ตกรอบ แต่ลูกทีมเล่นสุดยอด ไม่มีเกรงกลัว – ขอบคุณนักไฮปโนติสม์

บางทีคิดนอกกรอบก็ไม่เวิร์ค ฤดูกาลเลื่อนชั้นสโต๊ค 2007-08 เราทำวิดีโอรวมประตูทั้งฤดูกาล โชว์ก่อนเกมสำคัญเยือนโคเวนทรี เมษายน เหลือ 4 นัด

ก่อนเตะ พวกเขาดูคลิปไฮไลท์บวกๆ จบด้วยสุนทรพจน์อัล ปาชิโน จากหนัง Any Given Sunday เรื่องทีมเวิร์คและความมุ่งมั่น

ผมคิดว่าต้องชนะแน่ แต่ครึ่งแรกโคเวนทรีนำ 1-0 เราเล่นห่วย

ผู้ช่วยเดฟ เคมป์ รอหน้าห้องแต่งตัว บอก ‘เก็บของเล่นพวกนั้นซะ กลับมาเป็นตัวเอง!’

ครึ่งหลัง ผมด่าและรีเซ็ต เราไล่เจ๊าแล้วชนะ 2-1 ขึ้นจ่าฝูง ความเก๋าทีมกลับมา

คำพูดปาชิโนสุดยอดกว่าที่ผมพูดได้ แต่ต้องดูจังหวะ – ไม่ใช่ตอนนั้น!

ไฮปโนติสม์ อัล ปาชิโน และคำโกหก

การกระตุ้นที่ถูกวิธีคือเครื่องมือสำคัญของกุนซือ

คุณคือผู้นำ และผู้นำยิ่งใหญ่ต้องรับมือวิกฤติ ถ้าลูกทีมยังตามในยามยาก คุณคือนักเตะตัวจริง

แต่จะรักษาความมุ่งมั่นปีแล้วปีเล่าในกีฬาที่เงินท่วมได้ยังไง? ไม่มียากลำบาก คุณต้องสร้างมันขึ้นมา

วิธีหนึ่งของผมคือแต่งเรื่องดูถูกทีมหรือตัวนักเตะ วันศุกร์บอกทีมว่าได้ยินคนวิจารณ์เรา หรือกองหลังทีมอื่นบอกไม่กลัวกองหน้าเรา

มีนัดหนึ่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟหนุ่มทีมคู่แข่งไม่ให้กองหน้าของเราลูกเดียว เราแพ้ 1-0 คู่แข่ง

โค้ชเขาชมลูกทีมและจิกเรา

ใกล้กลางฤดูกาล นัดรีแมตช์มาเร็ว ผมบอกกองหน้าฟังคำด่าทั้งหมด และชมเซ็นเตอร์นั้น

เราชนะ 4-0 กองหน้าส่งคืนคำชมเต็มๆ

ผมไม่เคยวิจารณ์นักเตะหรือโค้ชเอง เพราะมันช่วยคู่แข่ง ทีมผมชอบเป็นรอง – มันช่วยเราเสมอ

นับนกกาและเปลี่ยนอาหารการกิน

ความเชื่อโชคในฟุตบอลลึกซึ้งทุกฝ่าย

เจ้าของต่างชาติเคยเปลี่ยนสีทีมเพื่อโชคดี

กุนซือก็ด้วย ใส่เสื้อผ้าเดิมถ้าชนะติด

ผมแย่สุด ตอนขับรถไปบ้านหรือนั่งบัส ถ้าเห็นนกกา (magpie) ต้องเลขคู่ มิฉะนั้นแพ้แน่

บางทีขับวนหานกกาเพิ่ม – บ้าไปแล้ว!

สมัยนักเตะ ผมเอาบู๊ตไปซ่อมแค่สองครั้ง ปี 1987 ที่บอร์นมัธแชมป์ดิวิชั่น 3

บู๊ตขาดแต่ไว้เพื่อโชค – และมันอยู่จนจบ!

วิทยาศาสตร์ก็มีส่วน ผมเคร่งครัดรูทีนบ้าน-เยือน

ติดตัวมาถึงบวช แต่ตอนนี้ลดความเชื่อลง

อาหารนักเตะเปลี่ยนเยอะจากสมัยฝึกหัดบริสตอล โรเวอร์ส แต่ผมเรียนรู้เร็ว – อย่ากินเยอะก่อนเกม!

อายุ 16 ไปเยือนเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฟุตบอลคอมบิเนชั่น

วันนั้นทีมชุดใหญ่และสำรองเตะบ่าย สตาร์ชุดใหญ่มาเต็มเพราะซับแค่ตัวเดียว

ถึงโรงแรมฮีทโธรว์ กินสามคอร์ส – ซุป สเต๊ก ข้าวต้ม

ผมเพิ่งกินสเต๊กครั้งแรกก่อนเกม บอกพ่อภูมิใจ – จนถามว่าหละเล่นยังไง

เราแพ้และผมอึดอัดตอนวิ่ง

บทเรียน: อย่าให้อาหารหลอก ถ้าจะสำเร็จในโปรฟุตบอล อาหารผมดีขึ้น

นานมาแล้ว ผมอ่านหนังสือ Eat to Win (1980s) มีคำนำมาร์ติน่า นาวราติโลวา

มีเมนูเพียบ ผมคิดว่ากินโอเคแล้ว (เลิกสเต๊กก่อนเกม) แต่หลังอ่าน เปลี่ยนมุมอาหารก่อน-หลังเกม น้ำ Rehydrate พักผ่อน

เรียนรู้ใหม่ๆ ดี แต่ตั้งคำถามไอเดียรับประกันสำเร็จ

เล่าเรื่องจิม สมิธ ตำนาน QPR, พอร์ทสมัธ, ดาร์บี้

ปีหนึ่งที่ลิลเลชอลล์ ศูนย์เยาวชน FA สิ้นสุดฤดู โค้ชสัมนา

อิตาลีเซเรียอาสุดยอด เอซีมิลานทีมเทพ

ชาร์ลส์ ฮิวส์ ผอ.โค้ช FA บรรยายอาหารอิตาเลียนต่างอังกฤษ โดยเฉพาะพาสต้า!

เขาบอกพาสต้าคือเหตุผลทีมอิตาลีเก่ง

จิมถาม ‘ทีมท้ายตารางอิตาลีรู้เรื่องพาสต้ามั้ย? แล้วทำไมยังตกชั้น!?’

ฮาทั้งห้อง จุดดีมาก

ไฮปโนติสม์ อัล ปาชิโน และคำโกหก สอนว่าการกระตุ้นต้องเข้ากับจังหวะ ลองใช้ดูแต่ปรับให้เหมาะทีมคุณ!

คุณเคยลองวิธีแปลกๆ กระตุ้นทีมมั้ย? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า มาแล้ว!

หลังจากที่ BMW ส่ง i3 saloon มาส่ายวงการรถไฟฟ้าไปแล้ว Mercedes-Benz ก็ไม่ยอมแพ้! เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า คันแรกของแบรนด์บุกตลาด สานต่อกระแสจาก GLC Electric และ CLA Electric วันนี้เราจะมารีวิวสเปกเด็ด รูปลักษณ์ล้ำ และเทคโนโลยีสุดเจ๋งของรถคันนี้กันแบบละเอียดยิบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า: ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์คูเป้

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือดีไซน์ภายนอกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า มาพร้อมภาษาการออกแบบยุคใหม่ ลู่ลมสุดๆ เพื่อประหยัดพลังงาน กระจังหน้าทรงตั้งตระหง่าน สไตล์ GT บั้นท้ายโฉบเฉี่ยว มีไฟ LED กว่า 1,050 จุดบนกระจังหน้า สวยงามและล้ำสมัย ดูคล้าย GLC Electric แต่ตัวเล็กลง พริ้วไหวกว่า เหมาะเป็นรถครอบครัวพรีเมียม

จุดเด่นดีไซน์ที่ต้องรู้

  • กระจังหน้าสไตล์คลาสสิกยุค 70s แต่โมเดิร์นด้วย LED
  • เส้นสายคูเป้ เพิ่มความสง่างาม
  • ระบบแอโรไดนามิก ลดการใช้พลังงาน

แม้ระยะทางจะ 761 กม. จากแบต 94 kWh (ตาม WLTP) ยังตาม BMW i3 นิดๆ แต่ Mercedes ชดเชยด้วยดีไซน์ที่ดึงดูดใจสุดๆ

ภายในสุดล้ำ MBUX Hyperscreen

ก้าวเข้าไปในห้องโดยสารของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า แล้วต้องตะลึง! MBUX Hyperscreen จอยักษ์ 39.1 นิ้ว พาดยาวเต็มแดชบอร์ด ความละเอียดสูง Backlight LED กว่า 1,000 ดวง อลังการไม่แพ้รถหรูจีน มีออปชัน MBUX Superscreen รวม 3 จอใต้กระจกผืนเดียว ปรับแต่งได้ละเอียดยิบ แม้เซลส์ยังปรับไม่หมด! แต่ Mercedes ใจดี ทำแถบควบคุมอุณหภูมิแยกไว้ ใช้งานสะดวกจริง

เทคโนโลยี AI บุกเบียด

AI สุดโหดยึดเบาะคนขับ ChatGPT-4o, Microsoft Bing, Google Gemini ทำงานร่วมกันแบบ Multi-agent approach ตอบโจทย์ทุกคำถาม ดีกว่าระบบเสียงเดิมเยอะ นอกจากนี้ยังมีระบบนำทาง 3D Augmented Reality จาก S-Class ชัดเจน ใช้งานง่ายในที่ไม่คุ้นเคย

  • เซนเซอร์และกล้อง 27 จุด
  • ระบบควบคุมระยะห่างมาตรฐาน
  • ออปชันช่วยเปลี่ยนเลนและขับอัตโนมัติ (รอไทย)

สมรรถนะขับขี่นุ่มนวลสปอร์ต

เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตติดล้อ! เคลมว่านุ่มเท่า S-Class แต่สปอร์ตที่สุดในซีรีส์ C มีมอเตอร์เดี่ยวหลัง หรือคู่ 4MATIC ตัวท็อป C 400 483 แรงม้า 0-100 กม./ชม. ใน 4 วินาที เกียร์ 2 สปีดใหม่ เบรกรีเจน 300 kW หยุดสนิทได้ด้วยไฟฟ้าล้วน!

ช่วงล่าง Passive หรือ Airmatic ถุงลมปรับระดับ นั่งสบายสุดๆ ชาร์จ 800V 330 kW ได้ 325 กม. ใน 10 นาที ปีหน้าจะมีรุ่น RWD วิ่ง 800 กม. สู้ BMW แน่

สรุป เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ไฟฟ้า คือรถซีดานไฟฟ้าพรีเมียมที่สมดุล ดีไซน์ล้ำ เทคโนโลยีเพียบ แม้ระยะทางยังไม่สุด แต่ Mercedes กำลังเร่งเครื่อง ถ้าคุณมองหารถ EV หรู ตัวนี้ตอบโจทย์ ลองรอเปิดตัวในไทยแล้วไปทดลองขับดูครับ!

ที่มา – ดาวไฟฟ้ามาแล้ว MERCEDES-BENZ NEW C-CLASS ELECTRIC

“อนุทิน” ป้อง “ศุภจี” มั่นใจไม่มีท้อ ลั่นระวังจุก

การเมืองไทยช่วงนี้ร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ อนุทิน ป้อง ศุภจี กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย หลังจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกวิจารณ์เรื่องการทำงานหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาปกป้องแบบเต็มตัว ยืนยันว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลแกร่งมาก ไม่จำเป็นต้องตั้งรัฐมนตรีช่วยเพิ่ม และชมนางศุภจีว่าทำงานหนักจนต้องสั่งให้พักบ้าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ จ.นนทบุรี นายอนุทินให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง โดยย้ำชัดว่านางศุภจีเป็นมืออาชีพตัวจริง ไม่มีท้อถอย มีแต่ลุยงานตลอด จนต้องเตือนให้ถอยมาพักผ่อนบ้าง เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีอยู่แล้ว

อนุทิน ป้อง ศุภจี มั่นใจมืออาชีพไม่มีท้อ

นายอนุทินยังติดตลกแบบแซ่บๆ ว่าไม่ห่วงเรื่องมรสุมข่าวลือ เพราะศุภจีแข็งแกร่งมาก ถ้าถึงเวลาต้องโต้กลับ ฝ่ายโจมตีอาจจะ “จุก” หรือ “หงายท้องขาชี้ฟ้า” ไปเลย พร้อมเมินเสียงเหน็บแนมจากฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เคยปรารถนาดีต่อรัฐบาล ทีมงานปัจจุบันที่มีข้าราชการประจำและที่ปรึกษาเศรษฐกิจอย่างนายสันติธาร เสถียรไทย สามารถตอบสนองนโยบายได้รวดเร็วทันใจ

เมินแรงกดดันจากพรรคเศรษฐกิจ

เมื่อถูกถามถึงแรงกดดันจากพรรคเศรษฐกิจที่เรียกร้องให้นางศุภจีลาออก นายอนุทินสวนกลับทันควันว่า พรรคนี้ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นแค่พรรคที่ยกมือสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯ คล้ายกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เป็น “พรรคซีกรัฐบาล” เพราะไม่มีรัฐมนตรีในคณะ ส่วนเรื่องยุบรวมพรรคในอนาคต เป็นเรื่องกฎหมายของแต่ละพรรค ไม่ใช่ประเด็นหลัก

“เรื่องใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ สำคัญที่ทำงานได้ ผลักดันนโยบายได้ ผมให้กำลังใจคนทำงานอย่างท่านศุภจีที่แข็งแกร่งขึ้นเยอะ” นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่น

ระหว่างลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรียังมอบดอกไม้จากประชาชนให้นางศุภจี เพื่อแสดงความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนร่วมงาน และแซวทิ้งท้ายว่า “ให้เบาๆ หน่อย อย่าเพิ่งออกมาสวน เดี๋ยวจะจุกอีก” ทำให้บรรยากาศคึกคัก สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในทีมเศรษฐกิจ

บริบทการโจมตีศุภจีและบทบาทกระทรวงพาณิชย์

ก่อนหน้านี้ นางศุภจีถูกโซเชียลโจมตีเรื่องนโยบายการค้าฯ ที่ถูกมองว่าช้าและไม่ตอบโจทย์วิกฤตเศรษฐกิจ แต่ฝั่งรัฐบาลยืนยันว่าการทำงานเป็นระบบ มีทั้งการเจรจา FTA การส่งเสริมส่งออก และรับมือเงินเฟ้อได้ดี ตัวอย่างเช่น โครงการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ช่วยประชาชนโดยตรง

  • จุดแข็งทีมเศรษฐกิจ: มีประสบการณ์สูง ตอบสนองนโยบายรวดเร็ว
  • ไม่ต้องเพิ่มรัฐมนตรีช่วย: ทีมปัจจุบันเพียงพอ ไม่ยุ่งเหยิง
  • จัดการข่าวลือ: เมินฝ่ายตรงข้าม เน้นผลงาน
  • กำลังใจจากนายกฯ: ป้องกันแบบแมนๆ ลั่นโต้ได้

นอกจากนี้ อนุทิน ป้อง ศุภจี ยังสะท้อนภาพการเมืองไทยที่การแข่งขันดุเดือด พรรคฝ่ายค้านและโซเชียลใช้เป็นเครื่องมือโจมตี แต่รัฐบาลยึดหลักผลงานเป็นตัววัด

จากมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีมีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการปกป้องทีมงาน และประชาชนควรพิจารณาจากผลงานจริงมากกว่าเสียงวิจารณ์ การผลักดันเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังต้องจับตา เช่น การฟื้นตัวท่องเที่ยวและส่งออก หากทีมเศรษฐกิจแกร่งอย่างที่นายอนุทินมั่นใจ ก็น่าจะมีข่าวดีตามมา

คุณคิดอย่างไรกับการ อนุทิน ป้อง ศุภจี ครั้งนี้? เชื่อมั่นในทีมเศรษฐกิจหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “อนุทิน” ป้อง “ศุภจี” มั่นใจมืออาชีพไม่มีท้อ ลั่นใครกล้าสวนระวังจุก เมินฝ่ายตรงข้ามเหน็บ

พรรคประชาชนเคียงข้างแรงงาน เตรียมยื่นกฎหมายปฏิรูปประกันสังคม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญสำหรับพี่น้องผู้ใช้แรงงานกันนะครับ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรงงานสากล พรรคประชาชนได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะเคียงข้างผู้ใช้แรงงานแบบเต็มตัว โดยเตรียมยื่นกฎหมายปฏิรูปประกันสังคมเข้าสู่รัฐสภาเลยทีเดียว นี่คือข่าวดีที่แรงงานไทยรอคอยมานาน!

พรรคประชาชน ประกาศเคียงข้างผู้ใช้แรงงาน เตรียมยื่นกฎหมายปฏิรูปประกันสังคม

ที่ถนนราชดำเนินและลานคนเมือง ส.ส.ชื่อดังของพรรคอย่าง นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค, นายเซีย ปาทอง และ นางสาวธนพร วิจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มาร่วมเดินขบวนกับพี่น้องแรงงานอย่างอบอุ่น นางสาวธนพรกล่าวว่า “วันนี้พรรคประชาชนมาร่วมเดินขบวนเพื่อยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ใช้แรงงานเสมอ และรณรงค์ทวงคืนประกันสังคมที่การบริหารกองทุนปัจจุบันขาดความโปร่งใส” พรรคจะเดินทางไปยื่นร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสังคมที่อาคารรัฐสภาในวันเดียวกันนี้ด้วย

วิสัยทัศน์ปฏิรูปประกันสังคมของพรรคประชาชน

นายวีระยุทธชี้แจงว่าร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสังคมนี้มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุนที่มีเงินสะสมถึง 2.9 ล้านล้านบาท หากบริหารอย่างโปร่งใสและมืออาชีพ จะสร้างผลตอบแทนคืนสู่แรงงาน เป็นเบาะรองรับตอนตกงาน ทุพพลภาพ หรือเกษียณอายุได้จริง นอกจากนี้ พรรคยังย้ำสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานในการรวมตัว ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป และการเข้าร่วม OECD

ถ้าไทยอยากก้าวสู่มาตรฐานสากล ก็ต้องให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานให้มากขึ้น การปรับตัวร่วมกันระหว่างนายทุนและแรงงาน จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าและเป็นธรรม ทุกคนในสังคมจะได้แบ่งปันทั้งทุกข์และสุขอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นหลักการที่พรรคประชาชนยึดมั่นมาตลอด

กำหนดการเดินขบวนและยื่นกฎหมาย

ช่วงบ่าย 14.30 น. พรรคประชาชนจะเดินขบวนจากสี่แยกบางโพไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อรณรงค์ร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสังคมฉบับนี้ให้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงการผลักดันนโยบายเพื่อแรงงานอย่างจริงจัง

  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุนประกันสังคม
  • รับประกันความโปร่งใสและผลตอบแทนให้แรงงาน
  • ปกป้องสิทธิรวมตัวของแรงงาน
  • สนับสนุนการก้าวสู่เศรษฐกิจสากล
พรรคประชาชนร่วมเดินขบวนวันแรงงาน
วีระยุทธและสมาชิกพรรคร่วมกิจกรรม
การรณรงค์ปฏิรูปประกันสังคม

การปฏิรูปประกันสังคมครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการลงมือทำจริงเพื่ออนาคตของแรงงานไทย ลองนึกภาพกองทุน 2.9 ล้านล้านที่หมุนเวียนสร้างประโยชน์ให้ทุกคน หากบริหารดี จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้มาก คุณที่เป็นแรงงานหรือรู้จักคนในครอบครัวที่ทำงานหนัก คิดเห็นอย่างไรกับนโยบายปฏิรูปประกันสังคมนี้? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง!

ที่มา – พรรคประชาชน ประกาศเคียงข้างผู้ใช้แรงงาน เตรียมยื่นกฎหมายปฏิรูปประกันสังคม