วัน: 1 พฤษภาคม 2026

“ศุภจี” แจงดราม่าทุเรียน ดันทุเรียนซูเปอร์จิ๋วสู้ราคา

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวสวนทุเรียนและคนรักทุเรียนทุกคนนะคะ! ช่วงนี้ดราม่าทุเรียนกำลังมาแรงมาก โดยเฉพาะเรื่องราคาที่เกษตรกรต้องเจอปัญหากดดัน ล่าสุด “ศุภจี” แจงดราม่าทุเรียน อย่างละเอียดในเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับคำตำหนิจากทุกฝ่าย และประกาศลุยดัน ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว หรือทุเรียนลูกเล็กให้มีราคาดีขึ้น เพื่อสู้กับ 3 ปัจจัยหลักที่กำลังกดราคาในปีนี้ มาฟังกันว่ามีอะไรบ้าง และทำไมถึงเป็นเรื่องดีสำหรับเกษตรกร

“ศุภจี” แจงดราม่าทุเรียน ยอมรับคำตำหนิ ลุยดัน “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” สู้ 3 ปัจจัยกดราคา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 (ตามข่าววันที่ 1 พ.ค.) เพื่อชี้แจงดราม่าที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เธอรับฟังทุกข้อติง ข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลพืชผลเกษตรอย่างทุเรียนที่เป็นผลไม้เศรษฐกิจตัวสำคัญของไทย เป้าหมายหลักคือช่วยให้พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องเจ็บตัวจากราคาตก

ศุภจีบอกว่าปีนี้สัญญาณไม่ดีตั้งแต่แรก เห็นล่วงหน้าว่าจะมีปัญหาใหญ่ กระทรวงพาณิชย์เลยต้องทำการตลาดเชิงรุก ไม่รอให้ผลผลิตล้นตลาดแล้วค่อยแก้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำทุกปี ถ้าปล่อยไว้เกษตรกรจะถูกกดราคารับซื้อแบบเลวร้าย

3 ปัจจัยกดราคาทุเรียนที่ศุภจี แจงดราม่าทุเรียนไว้ชัดเจน

  • ผลผลิตพุ่งสูง 33%: ปีนี้ทุเรียนออกมากกว่าปีที่แล้วเกือบ 1 ใน 3 ทำให้อุปทานล้นตลาด แน่นอนว่าราคาต้องลง
  • อากาศร้อนแล้งจัด: ทำให้ทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดเยอะขึ้น สวนทุเรียนเจอผลกระทบหนัก ลูกจิ๋วออกมามาก
  • เศรษฐกิจโลกผันผวน: ผู้บริโภคใช้จ่ายระมัดระวัง ค่าขนส่งแพงขึ้น ส่งออกไปจีนและตลาดอื่นๆ จึงกดดันราคา

ถ้าไม่ทำอะไร เกษตรกรจะรอขายไม่ออกแน่นอน ศุภจีเลยย้ำว่า “ศุภจี” แจงดราม่าทุเรียน เพื่อบอกว่าการกระทำวันนี้คือการป้องกัน ไม่ใช่รอแก้ปัญหา

ลุยดัน “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” มาตรการเด็ดช่วยเกษตรกร

กระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ เริ่มปลุกกระแสบริโภคทุเรียนไซส์เล็กที่เนื้อแน่น อร่อย คุณภาพดี ราคาถูกกว่า โดยใช้ Live Commerce ขายตรงจากสวน ไม่พึ่งพาคนกลาง ชาวสวนมีช่องทางขายเพิ่ม ลูกค้าคนไทยได้กินทุเรียนดีๆ ในราคาย่อมเยา

เปลี่ยน mindset ว่า ทุเรียนดีดูที่เนื้อ ไม่ใช่ขนาด ลูกเล็กจากสวนดี คัดเกรดแล้ว อร่อยไม่แพ้ส่งออก แถมยังมีมาตรการอื่นๆ เช่น แปรรูปเพิ่มมูลค่าด้วยห้องเย็น จัดระบบน้ำชลประทาน ผลักดันส่งออกตลาดใหม่ จีนตะวันตก เกาหลีใต้ อินเดีย UAE และดูแลโลจิสติกส์ผ่านเวียดนามไปจีนใต้ให้รวดเร็ว

เรียกทุเรียนลูกเล็กนี้ว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” สร้างตลาดใหม่ สร้างดีมานด์เกิน supply ให้ราคาขึ้น เป็นนวัตกรรมการตลาดนอกกรอบ แน่นอนมีทั้งคนเห็นด้วยและติงแรง แต่ศุภจีพร้อมรับคำตำหนิวันนี้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรเจ็บหนักในอนาคต

สรุปคือ การทำก่อนล่วงหน้า ก่อนผลผลิตล็อตใหญ่ออกในอีกไม่กี่สัปดาห์ จะช่วยให้ทุเรียนทุกขนาด โดยเฉพาะซูเปอร์จิ๋ว มีราคาดี มีโอกาสมากขึ้น มูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรไทย

ในมุมมองของเรา การที่รัฐบาลเคลื่อนไหวเชิงรุกแบบนี้เป็นสัญญาณดีมากนะคะ ปัญหาเกษตรไทยมักมาจากผลผลิตล้นและตลาดส่งออกผันผวน ถ้าทำแบบนี้ทุกปี เกษตรกรคงยิ้มได้มากขึ้น ลองนึกภาพคนไทยกินทุเรียนจิ๋วสดๆ ผ่านไลฟ์ ขายหมดเกลี้ยง เกษตรกรได้เงินดี win-win เลย!

เพื่อนๆ ที่เป็นชาวสวนหรือชอบกินทุเรียน ลองชิมทุเรียนซูเปอร์จิ๋วดูสิคะ อร่อยจริง แล้วมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ว่าคิดยังไงกับมาตรการนี้ หรือมีไอเดียช่วยเกษตรกรเพิ่มเติมมั้ย? ติดตามข่าวเกษตรอัปเดตต่อเนื่องที่นี่เลย!

ที่มา – “ศุภจี” แจงดราม่าทุเรียน ยอมรับคำตำหนิ ลุยดัน “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” สู้ 3 ปัจจัยกดราคา

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสร็จสิ้นการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการอย่างงดงาม โดย สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น ด้วยการร่วมงานเฉลิมฉลองชุมชนในรัฐเวอร์จิเนีย ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นจากประชาชนชาวอเมริกัน การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วไป

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

ในวันสุดท้ายของพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองฟรอนต์รอยัล รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 15,000 คน งานนี้คือบล็อกปาร์ตี้หรือการเฉลิมฉลองระดับชุมชน เพื่อรำลึกครบรอบ 250 ปีเอกราชของสหรัฐอเมริกา บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน คึกคัก และเป็นกันเอง แตกต่างจากพิธีการอย่างเป็นทางการในกรุงวอชิงตัน ดีซี อย่างสิ้นเชิง

ไฮไลต์สุดประทับใจในงานบล็อกปาร์ตี้

ประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน ต้อนรับพระราชวงศ์ด้วยเสียงเชียร์กึกก้อง นับเป็นครั้งแรกในทริปนี้ที่ทั้งสองพระองค์ได้ใกล้ชิดกับชาวบ้านทั่วไป โดยทรงเดินทักทายและจับมืออย่างอบอุ่น ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:

  • ดนตรีบลูแกรสและคันทรีร็อกที่ทำให้ทุกคนโยกตาม
  • ขบวนพาเหรดรถคลาสสิกสุดเท่
  • การแสดงเต้นพื้นเมือง Appalachian clog dancing ที่ทั้งสองพระองค์ทรงทอดพระเนตรอย่างสนพระทัย
  • อาหาร pot luck ที่ทุกคนนำมาบริจาค โดยพระราชวงศ์นำเมนูพิเศษจากพระราชวัง เช่น Coronation quiche, เค้ก Victoria sponge และน้ำผึ้งจากรังผึ้งหลวง

นอกจากนี้ ก่อนปิดท้ายในเวอร์จิเนีย ทั้งสองพระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจสำคัญในวอชิงตัน ดีซี เช่น เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเมลาเนีย ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว วางพวงมาลาที่สุสานทหารนิรนาม ณ สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน และทรงกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรส ซึ่งได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม

ความสำเร็จที่เกินคาดของการเยือน

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น ครั้งนี้ได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะในแง่การกระชับสัมพันธ์ “พิเศษ” ระหว่างสองชาติพันธมิตรเก่าแก่ การแสดงออกถึงความเป็นกันเองของพระราชวงศ์ช่วยลดช่องว่างระหว่างราชวงศ์และประชาชนอเมริกัน ทำให้ภาพลักษณ์ของพระราชวงศ์สหราชอาณาจักรดูทันสมัยและเข้าถึงได้มากขึ้น

หลังจากนี้ ขบวนเสด็จจะเดินทางต่อไปยังเบอร์มิวดา แต่ความทรงจำจากทริปสหรัฐฯ จะคงอยู่ตลอดไป เราได้เห็นว่าการเยือนราชวงศ์ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงวัฒนธรรมและมิตรภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือนครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทูตสมัยใหม่ ที่ผสมผสานความเป็นทางการเข้ากับความเป็นกันเอง คุณคิดอย่างไรกับ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น ครั้งนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวพระราชวงศ์เพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

คนกรุงอ่วม! ค่าดัชนีความร้อน 1 พฤษภาคม 2569 เกณฑ์อันตราย

วันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 กรุงเทพฯ ร้อนอบอ้าวสุดๆ เลยนะครับ ทางเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ออกมาเตือนเรื่อง ค่าดัชนีความร้อน ที่พุ่งสูงถึงเกณฑ์ “อันตราย” เรียกได้ว่าคนกรุงอ่วมหนักมาก! ถ้าคุณกำลังออกไปไหนมาไหนหรือทำงานกลางแจ้ง ต้องระวังตัวให้ดี สังเกตอาการตัวเอง หากผิดปกติรีบพบแพทย์ทันทีเลยครับ

ค่าดัชนีความร้อน 1 พฤษภาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์อันตราย

ตามประกาศจากกรุงเทพมหานคร ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในพื้นที่กรุงเทพฯ วันนี้สูงสุดอยู่ในระดับอันตรายจริงๆ ครับ สำหรับคนทั่วไปให้สังเกตอาการร่างกายตัวเอง ส่วนกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว ถ้ามีอาการแปลกๆ อย่างเวียนหัว คลื่นไส้ หรือเหนื่อยง่าย อย่ารอช้า รีบไปหาหมอเลยนะ

ค่าดัชนีความร้อนนี่แหละครับที่สำคัญกว่าแค่อุณหภูมิธรรมดา เพราะมันคำนวณจากอุณหภูมิอากาศผสมกับความชื้นสัมพัทธ์ ทำให้รู้ว่าร่างกายเรารู้สึก “ร้อนแค่ไหน” จริงๆ (เรียกว่า Feel like Temperature) ถ้าสูงเกิน 41°C ขึ้นไป ถือว่าเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพมาก อาจนำไปสู่โรคลมแดดหรือฮีทสตร็อกได้

ค่าดัชนีความร้อน 1 พฤษภาคม 2569 ส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนกรุง

ในกรุงเทพฯ ที่รถติด อากาศอบอ้าว ความชื้นสูง ค่าดัชนีความร้อนแบบนี้ทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าปกติ 2-3 เท่าเลยครับ โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่แดดเปรี้ยง ร่างกายจะขับเหงื่อไม่ทัน ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เสี่ยงหมดแรงหรือช็อกได้ง่าย

ข้อมูลจากเพจกรุงเทพมหานครบอกชัดเจนว่า ให้ติดตามคุณภาพอากาศและค่าดัชนีความร้อนได้ที่ airbkk.com หรือแอป AirBKK ครับ สะดวกมาก สามารถเช็คแบบเรียลไทม์ได้ทุกที่

อาการที่ต้องระวังจากค่าดัชนีความร้อนสูง

มาดูกันว่าต้องสังเกตอาการอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้แย่ลง:

  • เวียนหัว มึนงง – สัญญาณแรกๆ ที่ร่างกายขาดน้ำ
  • คลื่นไส้ อาเจียน – ความร้อนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ
  • เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก – หัวใจทำงานหนัก
  • ผิวหนังร้อนแห้ง ไม่มีเหงื่อ – เข้าสู่ภาวะฮีทสตร็อกแล้ว!
  • ปวดศีรษะรุนแรง – จากการขยายหลอดเลือด

ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าชะล่าใจนะครับ ย้ายไปอยู่ในที่ร่มเย็น ดื่มน้ำเยอะๆ และถ้าไม่ดีขึ้นให้รีบโรงพยาบาล

วิธีป้องกันตัวเองจากค่าดัชนีความร้อน 1 พฤษภาคม 2569

ป้องกันง่ายๆ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ครับ:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ใส่หมวกและแว่นกันแดด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น. ถ้าจำเป็นให้พักบ่อยๆ
  • ใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ อาบน้ำเย็นบ่อยๆ
  • กินอาหารเบาๆ ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สับปะรด แตงโม

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ควรอยู่แต่ในร่ม หลีกเลี่ยงความร้อนโดยสิ้นเชิง และมีคนดูแลใกล้ชิดครับ

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในหน้าร้อนไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองคอนกรีตเก็บความร้อน เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากโลกร้อนก็ยิ่งทำให้รุนแรงขึ้น ถ้าทุกคนช่วยกันดูแลตัวเองและกันและกัน เราจะผ่านพรรดร้อนนี้ไปได้แน่นอน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพดีๆ นะครับ ติดตามข่าวอัปเดตค่าดัชนีความร้อนทุกวัน และแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วย มาป้องกันลมแดดไปด้วยกัน! ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อเคล็ดลับสุขภาพอื่นๆ ครับ

ที่มา – คนกรุงอ่วม เตือน “ค่าดัชนีความร้อน” วันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

โฆษกรัฐบาล ป้องนายกฯ ไม่ได้เลี่ยงตอบกระทู้สดสภาฯ

โฆษกรัฐบาล ป้องนายกฯ ไม่ได้เลี่ยงตอบกระทู้สดสภาฯ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงวิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีไม่เข้าร่วมตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎร แต่ทางโฆษกรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ใช่การเลี่ยงตอบ แต่เกิดจากภารกิจที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และได้มอบหมายให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบไปชี้แจงแทน เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด

โฆษกรัฐบาล ป้องนายกฯ ไม่ได้เลี่ยงตอบกระทู้สดสภาฯ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อชี้แจงกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปตอบกระทู้สดสภาฯ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยยืนยันว่าระบบการถามกระทู้สดของสภาผู้แทนราษฎร จะแจ้งหัวข้อให้คณะรัฐมนตรีทราบในเช้าวันพฤหัสบดีเท่านั้น ไม่มีใครทราบประเด็นล่วงหน้า ทำให้บางครั้งไม่สามารถปรับภารกิจได้ทัน หากเป็นกระทู้ที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี สามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไปตอบแทนได้ตามระเบียบ

ในกรณีนี้ กระทู้สดเกี่ยวกับ “โครงการแลนด์บริดจ์” ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่เชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางราง และทางทะเล จากฝั่งอันดามันไปยังอ่าวไทย เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปตอบแทน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ

เหตุผลที่รัฐมนตรีคมนาคมมอบหมายต่อ

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ ติดภารกิจเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นวาระสำคัญมาก หลังจากพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อ 27 มีนาคม 2569 การประชุมนี้ถูกนัดไว้ล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ และมีมติสำคัญหลายประการ เช่น

  • มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการใช้บริการขนส่งทางราง
  • รักษาสิทธิผู้โดยสารให้ครบถ้วน
  • เร่งรัดออกกฎหมายเพื่อระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing) ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด

ดังนั้น รองนายกฯ พิพัฒน์ จึงมอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไปชี้แจงต่อสภาแทน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ส่วนนายกรัฐมนตรีเอง ในวันนั้นมีภารกิจแน่นเอี๊ยดตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะกรรมการตำรวจ การประชุมทีมเศรษฐกิจ และเป็นประธานแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ทุจริตสวมตัวตน แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมาย หลังเสร็จสิ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านก็รีบไปร่วมประชุมสภาต่อทันที

ทำไมการมอบหมายจึงเป็นทางเลือกที่ดี?

โฆษกรัฐบาล ย้ำว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ สนับสนุนการตรวจสอบของสภาเต็มที่ การมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไปตอบ ไม่ใช่การเลี่ยง แต่เพื่อให้ข้อมูลละเอียดและแม่นยำที่สุด เพราะผู้รับผิดชอบหลักจะรู้ลึกถึงโครงการ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เป็นฮับการขนส่งอาเซียน ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา และสร้างงานให้คนไทยนับหมื่นตำแหน่ง

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมของรัฐบาล ที่แบ่งปันภาระหน้าที่ให้เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญ หากนายกฯ ไปตอบทุกเรื่อง อาจไม่ครอบคลุมเท่ารัฐมนตรีที่ดูแลโดยตรง ในยุคที่การเมืองไทยมีความเข้มข้น การชี้แจงแบบนี้ช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างความโปร่งใส

สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวการเมือง เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่ารัฐบาลยังคงเคารพกระบวนการสภา แม้จะมีภารกิจมากมายก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์เอง กำลังเป็นที่จับตามองจากนักลงทุนต่างชาติ เพราะจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไทยให้ทัดเทียมโลก

มุมมองผู้เขียน: การชี้แจงของโฆษกรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพ หากทุกฝ่ายเข้าใจบริบทแบบนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นมาก คุณคิดว่านี่เป็นการเลี่ยงหรือไม่? หรือเป็นการบริหารจัดการที่ดี? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – โฆษกรัฐบาล ป้องนายกฯ ไม่ได้เลี่ยงตอบกระทู้สดสภาฯ แจงติดภารกิจ มอบรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงชี้แจงแทน

ประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้มีข่าวสำคัญจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ไม่อยากให้พลาดเลย นั่นคือ ประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน ซึ่งเตือนถึงพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือนประเทศไทยตอนบนในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องเช็กด่วนเลยนะครับ เพราะคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าด้วย มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลย

พายุฤดูร้อนหรือที่เรียกกันว่าพายุฝนฟ้าคะนองแบบกะทันหันนี่เกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่ปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ พอเจออากาศร้อนจัดของบ้านเราที่ตอนบน ก็ปั่นทอร์นาโดเล็กๆ หรือ thunderstorm ขึ้นมา ลมแรงได้ถึง 50-70 กม./ชม. ฝนตกหนักชั่วโมงละ 30-60 มม. บางที่อาจมีลูกเห็บด้วยนะครับ กรมอุตุฯ ออก ประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวทัน กระทบหลักๆ คือภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

ตามประกาศระบุชัดเจนว่าวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พื้นที่เสี่ยงมีดังนี้ ผมรวบรวมมาให้เช็กง่ายๆ แบบแยกภาคเลยครับ

ภาคเหนือ จังหวัดเสี่ยงจากประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน

  • เชียงใหม่
  • เชียงราย
  • ลำพูน
  • ลำปาง
  • อุตรดิตถ์
  • แพร่
  • น่าน
  • พะเยา
  • แม่ฮ่องสอน
  • สุโขทัย
  • ตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

  • เลย
  • หนองคาย
  • อุดรธานี
  • สกลนคร
  • นครพนม
  • มุกดาหาร
  • ยโสธร
  • อำนาจเจริญ
  • อุบลราชธานี
  • ศรีสะเกษ

ภาคตะวันออก

  • นครนายก
  • ฉะเชิงเทรา
  • ชลบุรี
  • ระยอง
  • จันทบุรี
  • ตราด

ภาคกลางและกรุงเทพฯ ปริมณฑล

  • นครปฐม
  • สมุทรสาคร
  • สมุทรสงคราม
  • นนทบุรี
  • ปทุมธานี
  • กรุงเทพมหานคร
  • สมุทรปราการ

นี่คือจังหวัดหลักที่คาดว่าจะโดนหนักจาก ประกาศฉบับ 8 พายุฤดูร้อน ถ้าบ้านคุณอยู่ในลิสต์นี้ อย่าประมาทนะครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่ชานเมืองหรือชนบท

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นอน เกษตรกรต้องเสริมโครงไม้ผลให้แข็งแรง เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย ส่วนสุขภาพก็ระวังอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน อาจทำให้เป็นหวัดหรือโรคทางเดินหายใจได้

  • ตรวจสอบหลังคาบ้าน หน้าต่างประตูให้แน่นหนา
  • เตรียมไฟฉาย เทียน และน้ำดื่มสำรอง
  • ดาวน์โหลดแอปกรมอุตุฯ เช็กพยากรณ์แบบเรียลไทม์
  • ถ้าฝนมาแรง อยู่แต่ในตัวบ้าน อย่าออกไปไหน
  • ถ้าขับรถเจอลมแรง ลดความเร็ว เปิดไฟหน้า

พายุฤดูร้อนแบบนี้เกิดบ่อยในช่วงหน้าร้อนของไทย เพราะอากาศร้อนอบอ้าวสะสม พอเจอมวลเย็นมาก็ระเบิดออกมา สร้างความเสียหายได้ เช่น ต้นไม้หัก ลวดไฟชำรุด น้ำท่วมขังฉับพลัน ปีก่อนๆ เราก็เจอมาบ้าง อย่างกรณีต้นไม้ล้มทับรถในกทม. หรือผลไม้เสียหายในภาคเหนือ การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงสำคัญมาก

สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องนะครับ ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร 1182 ตลอด 24 ชม. ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอพายุฤดูร้อนมา แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย ช่วยกันอัพเดทข้อมูลให้เพื่อนๆ ด้วย!

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองเช็กประกันภัยรถหรือบ้านว่าครอบคลุมพายุฝนไหม เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ที่มา – ประกาศฉบับ 8 เตือน “พายุฤดูร้อน” เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

เมียนมาเผยภาพอองซานซูจี ย้ายกักบ้านพักหลัง 5 ปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากเมียนมาที่หลายคนรอคอยกันมานาน นั่นคือ เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อดีตผู้นำประชาธิปไตยชื่อดัง โดยรัฐบาลทหารอ้างว่าย้ายเธอจากเรือนจำไปกักบริเวณในบ้านพักแล้ว หลังจากถูกคุมตัวมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 ข่าวนี้สร้างความฮือฮา แต่ก็มีข้อกังวลจากครอบครัวและนานาชาติเยอะมาก มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อ้างย้ายตัวไปกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมตัวในเรือนจำนานกว่า 5 ปี

วันที่ 30 เมษายน 2569 สื่อทางการเมียนมาเพิ่งปล่อยภาพของนางออง ซาน ซู จี วัย 80 ปีออกมา เป็นภาพที่เธอนั่งกับเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย ดูสุขภาพดีพอสมควร รัฐบาลทหารนำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ลงนามคำสั่งลดโทษให้เธอ โดยเปลี่ยนจากการจำคุกในเรือนจำทหารที่เนปิดอว์ มาเป็นกักบริเวณในบ้านพักที่ย่างกุ้งแทน ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเธออยู่ไหน สุขภาพเป็นยังไง เพราะข้อมูลเงียบสนิทมาหลายปี

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ หลังรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ 2564 ออง ซาน ซู จีถูกจับและดำเนินคดีนับสิบข้อหา ตั้งแต่ทุจริต ยุยงปลุกปั่น ไปจนถึงละเมิดกฎหมายโควิด โทษรวมกว่า 30 ปี แต่ถูกตัดลดลงเรื่อยๆ จนเหลือไม่มาก นานาชาติมองว่าคือคดีการเมืองล้วนๆ เพื่อกำจัดผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย

บุตรชายออง ซาน ซู จี ไม่เชื่อข่าว เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” จริงหรือ?

แม้เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” ออกมา แต่คิม แอริส บุตรชายของเธอที่อยู่ลอนดอน ยังไม่เชื่อเลยครับ เขาบอกกับ BBC ว่าภาพนี้อาจเป็นของเก่าจากปี 2565 และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแม่ปลอดภัยจริงๆ เขาไม่ได้ติดต่อแม่มานานหลายปีแล้ว ทีมทนายของเธอก็ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ สร้างความสงสัยให้ทุกฝ่าย

ประวัติออง ซาน ซู จี และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเมียนมา

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ออง ซาน ซู จีคือไอคอนประชาธิปไตยของเมียนมา ลูกสาวนายพลออง ซาน บิดาแห่งชาติ เธอได้รางวัลโนเบลสันติภาพปี 1991 หลังพรรค NLD ชนะเลือกตั้งใหญ่ปี 2558 ทำให้เมียนมาเริ่มปฏิรูป แต่ปี 2564 ทุกอย่างพังทลาย รัฐบาลทหารยึดอำนาจ สังหารประชาชนนับหมื่น ผู้ลี้ภัยนับล้าน สถานการณ์ยังวุ่นวาย สงครามกลางเมืองรุนแรง

  • 2564: รัฐประหาร จับซูจี โทษ 30+ ปี
  • 2565-2568: ลดโทษหลายครั้ง สุขภาพทรุด?
  • 2569: เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” ย้ายบ้านพัก
  • ผลกระทบ: นานาชาติกดดัน สิทธิมนุษยชนถูกละเมิด

นักวิเคราะห์เห็นว่า การกระทำนี้อาจเป็นกลยุทธ์ของรัฐบาลทหารเพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรป และอาเซียน ที่วิจารณ์หนักเรื่องการปราบปรามฝ่ายต่อต้าน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

อนาคตเมียนมาและบทบาทของออง ซาน ซู จี

ตอนนี้เมียนมาเผชิญวิกฤตหนัก เศรษฐกิจพัง สงครามกับกลุ่มชาติพันธุ์และ PDF (กองทัพประชาชน) รัฐบาลทหารสัญญาเลือกตั้งปีหน้า แต่ไม่มีใครเชื่อ การปล่อยภาพซูจีอาจปูทางสู่การเจรจา แต่ต้องดูว่าจริงจังแค่ไหน เพื่อนๆ คิดว่าประชาธิปไตยเมียนมากลับมาได้มั้ยครับ?

ในมุมมองผม การย้ายตัวครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบวก แต่ยังต้องรอหลักฐานเพิ่มเติม ถ้าซูจีปลอดภัยจริง จะช่วยลดความตึงเครียดได้เยอะ สุดท้ายแล้ว ทางออกที่ยั่งยืนคือการเลือกตั้งเสรีและยุติความรุนแรง ติดตามข่าวอัปเดตจากเรา และแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อ้างย้ายตัวไปกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมตัวในเรือนจำนานกว่า 5 ปี

CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 ในออโตไชน่า 2026

เพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทั้งหลาย สวัสดีครับ! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ จากวงการยานยนต์จีนที่กำลังมาแรงสุดๆ มาบอกกัน นั่นคือ CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 โชว์เทคโนโลยี BlueCore Hybrid ในออโตไชน่า 2026 เรียกได้ว่าเป็นการประกาศแผนกลยุทธ์ระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ของกลุ่ม CHANGAN หรือ China Changan Automobile Group เลยทีเดียว ในงาน Auto China 2026 นี้ พวกเขาตอกย้ำวิสัยทัศน์การเติบโตระยะยาว มุ่งยกระดับธุรกิจให้เป็นระบบครบวงจร ทั้งเทคโนโลยี การขยายตลาดต่างประเทศ เครือข่ายผลิต-ลงทุน-บริการ และความยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศ 1.5 ล้านคันภายในปี 2030 และพุ่งไป 1.8 ล้านคันในปี 2573 เลยนะครับ สุดยอดไปเลย!

CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 โชว์เทคโนโลยี BlueCore Hybrid ในออโตไชน่า 2026

CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 โชว์เทคโนโลยี BlueCore Hybrid ในออโตไชน่า 2026

ในงานเดียวกัน CHANGAN ไม่ได้แค่ประกาศแผน แต่ยังโชว์ของจริงด้วยรถยนต์ไฮบริด BlueCore Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุดใน EADO เจน 4 และ CS75 PLUS เจน 4 เทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำสมัยสุดๆ พร้อมยกทัพ EV จาก DEEPAL อย่าง L06 Max, S560 Max, S670 Max และ L06 REEV ส่วน AVATR แบรนด์พรีเมียมโชว์ VISION XPECTRA รถคอนเซ็ปต์เอเชียแรก แนวคิด Emotive Luxury สุดหรู พร้อม AVATR 12 และ 06T ที่อัพเกรดสมรรถนะ เทคโนโลยีอัจฉริยะ ความปลอดภัยครบเครื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของ CHANGAN Group ในการแข่งขันตลาดโลกยุคใหม่

รถยนต์ BlueCore Hybrid EADO และ CS75 PLUS จาก CHANGAN
DEEPAL และ AVATR ในออโตไชน่า 2026

จ้าว เฟย ผู้จัดการทั่วไป CHANGAN กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาระยะยาว ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น จัดการระบบ และ ESG จากส่งออกสู่ธุรกิจโลกครบวงจร” สุดคูล!

กลยุทธ์ Vast Ocean Plan 2.0: จาก Go Global สู่ Global Localization

แผนนี้ต่อยอดกรอบ “1+4+4+5” ตั้งเป้าเติบโต 5 เท่าภายใน 2030 ปี 2025 ยอดขายต่างประเทศ 637,000 คัน โต 18.9% ขยาย 21 ตลาดใหม่ เปิดรุ่นใหม่ 12 รุ่น ครอบ 118 ประเทศ ตัวแทน 1,124 แห่ง ฐานผลิตต่างประเทศ 22 แห่ง กำลังผลิต 350,000 คัน/ปี พอร์ต 41 รุ่น (ICE 25, NEV 16)

แผน Vast Ocean Plan 2.0 ของ CHANGAN

ยกระดับ 7 ด้านหลักเพื่อเป้า 1.5-1.8 ล้านคัน:

  • เทคโนโลยี: ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง BlueCore Hybrid, SDA Intelligence, พลังงานใหม่
  • ผลิตภัณฑ์: Global-first ปรับตามท้องถิ่น
  • แบรนด์: เทคโนโลยี น่าเชื่อถือ ไว้วางใจ
  • พันธมิตร: ร่วมเทคโนโลยี ผลิต ตลาด
  • การลงทุน: R&D แบรนด์ เครือข่าย
  • บริการ: มาตรฐานโลก ทีมท้องถิ่น
  • บุคลากร: ทีมนานาชาติเชี่ยวชาญ
เทคโนโลยี BlueCore Hybrid CHANGAN

นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมโลจิสติกส์ CHANGAN KAICHENG Robovan รถขนส่งไร้คนขับ last-mile SDA redundant safety ร่วม JD Logistics

Robovan CHANGAN KAICHENG

BlueCore Hybrid iDE-H แรงดัน 500 บาร์ ระบบไฟฟ้า AI Cloud: สิ้นเปลือง 1.6 ล./100กม. (EADO) วิ่ง 1,500 กม./ถัง ทดสอบ 20,000 ชม. 2 ล้าน กม. ทดสอบยางแตก 225 กม./ชม. CS75 PLUS ช่วงล่าง CDC

CS75 PLUS BlueCore Hybrid

AVATR VISION XPECTRA Emotive Luxury, AVATR 06T EV/REEV 5 รุ่น ราคา 215,900-275,900 หยวน Huawei CATL safety สูง

AVATR 06T พรีเมียม

DEEPAL 6 รุ่น L06 Max รางวัล Handling Car CATL Golden Shield ชาร์จ 3C 15 นาที ช่วงล่างแม่เหล็ก Moose Test 85.6 กม./ชม. L06 REEV ร่วม JD

CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 โชว์เทคโนโลยี BlueCore Hybrid ในออโตไชน่า 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ นำนวัตกรรมจีนสู่โลก ถ้าคุณสนใจรถไฮบริดหรือ EV ประหยัดล้ำสมัย ลองติดตาม CHANGAN ดูครับ อนาคตตลาดไทยอาจมีของดีมาเพิ่มแน่นอน! ความเห็นผมคือ CHANGAN กำลังมาแรงเรื่องราคาคุ้มเทคสูง คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้

ที่มา – CHANGAN เปิดตัว Vast Ocean Plan 2.0 โชว์เทคโนโลยี BlueCore Hybrid ในออโตไชน่า 2026

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร เป็นคำถามที่หลายคนกำลังค้นหาใช่ไหมคะ? วันนี้เรามาอัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดจากทุกปั๊มใหญ่ๆ กันเลย ไม่ว่าจะ ปตท. บางจาก เชลล์ พีที ซัสโก้ หรือคาลเท็กซ์ ราคาเปลี่ยนแปลงทุกวันตามสถานการณ์โลก น้ำมันดิบแพงขึ้นหรือถูกลง สงครามหรือเศรษฐกิจส่งผลโดยตรง ใครที่กำลังจะเติมรถหรือวางแผนงบประมาณ มาดูกันว่าวันนี้ลิตรละกี่บาทบ้าง

การเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร สำคัญมาก โดยเฉพาะดีเซลที่รถบรรทุกและแท็กซี่ใช้เยอะ ถ้าราคาขึ้น ค่าขนส่งและอาหารก็แพงตาม เราได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์官方ของแต่ละบริษัทแล้วนะคะ ราคานี้เป็นราคากลาง ไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันบางจาก 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปตท. 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.39 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันเชลล์ 1 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันพีที 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.39 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันซัสโก้ 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันคาลเท็กซ์ 1 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 40.80 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 62.10 บาท/ลิตร

จากราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร เห็นได้ว่าดีเซล B20 ถูกที่สุดที่ 33.80 บาท เหมาะสำหรับรถกระบะและบรรทุก แก๊สโซฮอล์ E85 ถูกสุดสำหรับรถที่รองรับเอทานอล ถ้าคุณขับรถเบนซินธรรมดา อาจเลือก GSH91 หรือ 95 ที่ราคาใกล้เคียงกัน ลองเปรียบเทียบปั๊มใกล้บ้านดูนะคะ บางทีโปรโมชั่นหรือบัตรสมาชิกช่วยประหยัดได้

เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน: ขับช้าๆ ตรวจลมยาง หลีกเลี่ยงการเร่งดึง และเลือกน้ำมันเกรดสูงถ้ารถหรูเพื่อเครื่องยนต์ลื่นๆ สถานการณ์น้ำมันโลกตอนนี้ผันผวนจาก OPEC และสงครามยูเครน ติดตามต่อไปเพราะอาจปรับอีกวันพรุ่งนี้

อย่าลืมเช็กราคาก่อนเติมเสมอ และวางแผนเส้นทางให้ดีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ติดตามอัปเดตจากเราได้ทุกวันเลยนะคะ!

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนเลยนะครับ เพราะ ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส กำลังจะเป็นจริง! รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมหาศาล 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น รวมถึงโครงการช่วยเหลือประชาชนอย่าง “ไทยช่วยไทย ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ” ที่จะแจกเงินคนละ 4,000 บาท ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านคน ช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงนี้ได้เยอะเลยครับ

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

ก่อนอื่นมาดูรายละเอียดกันครับ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 นายกฯ อนุทินได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่เลยนะครับ มีทั้งรองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมช.สำนักนายกฯ, ปลัดคลัง, ผอ.สศค., สบน., ผู้ว่า BOT และอื่นๆ รวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเรื่องนี้โดยตรง การประชุมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง เน้นเตรียมความพร้อมให้ครม.พิจารณาในวันที่ 5 พ.ค. นี้เลย

นายภราดร เปิดเผยก่อนประชุมว่าการเตรียมโครงการไทยช่วยไทย ต้องอาศัยกระทรวงการคลังนำเป็นหลัก แต่จะประสานกระทรวงอื่นๆ ด้วย เช่น แรงงาน, ศึกษาฯ, เกษตร เพื่อเยียวยาแบบครอบคลุม ส่วนการประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรก อาจเลื่อนจากวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เพราะเป็นวันหยุดราชการ หลังประชุม นายดนุชา และปลัดคลังก็บอกให้รอฟังจาก รมว.คลังคนเดียวเท่านั้นครับ สไตล์นักการเมืองเลย!

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส มีรายละเอียดอย่างไร

สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนี้ มาจากความจำเป็นจริงๆ ครับ งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินเหลือแค่ 20,000 ล้านบาท แต่โครงการช่วยเหลือต้องใช้เงินเพิ่มเยอะ โดยเฉพาะรับมือราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลย้ำว่าจะกู้ตามความจำเป็น ไม่ต้องใช้ทั้งหมด เน้นคุ้มค่าและโปร่งใส

โครงการไทยช่วยไทยพลัส แจกเงินคนละ 4,000 บาท ใครได้บ้าง

โครงการนี้หรือที่เรียกคนละครึ่งพลัส จะเริ่ม 1 มิ.ย. 2569 กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.4 ล้านคน ได้รับคนละ 1,000 บาท/เดือน นาน 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.) รวม 4,000 บาท ส่วนประชาชนทั่วไปอีกกลุ่มใหญ่ รวมแล้วเกิน 30 ล้านคน! งบรวมราว 120,000 ล้านบาท ไม่รวมบัตรสวัสดิการอีก 52,000 ล้าน

  • เงื่อนไขสิทธิ: รัฐออก 60% ประชาชนจ่าย 40% เช่น ใช้ 100 บาท รัฐช่วย 60 บาท
  • ลงทะเบียน: เดือนพ.ค. 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง
  • ใช้สิทธิ: ที่ร้านค้าเข้าร่วม ไม่โอนได้ ไม่ถอนเงินสด ใช้ภายในเดือนนั้น
  • เป้าหมาย: ลดค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆ จากกระทรวงต่างๆ เพื่อช่วยเหลือครอบคลุมทุกกลุ่ม อย่างแรงงานนอกระบบ เกษตรกร นักเรียน เป็นต้นครับ

ในมุมมองผมนะครับ ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นมาตรการที่ตรงจุดมาก เพราะประชาชนกำลังลำบากจากราคาพลังงานแพง โครงการนี้จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจได้ดี โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วม แม้จะมีงบกู้เยอะ แต่ถ้าใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยพยุง GDP ได้ในช่วงวิกฤตนี้

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณมีบัตรสวัสดิการหรือสนใจโครงการนี้ เตรียมตัวลงทะเบียนผ่านเป๋าตังตั้งแต่เดือนพ.ค. เลยนะครับ อย่าพลาดสิทธิ์ช่วยเหลือ! ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันครับ

ที่มา – ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส แจกคนละ 4,000 บาท 13 ล้านคน