วัน: 4 พฤษภาคม 2026

ฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี ไฟลุกฝาถังไทยออยล์ ควบคุมได้

เกิดเหตุฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกโชนบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) สถานการณ์ตึงเครียดแต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่กระทบต่อชุมชนโดยรอบ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะโรงกลั่นน้ำมันเป็นสถานที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

ฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี เกิดอะไรขึ้น

ตามรายงานจากเพจ Fire & Rescue Thailand เมื่อเวลา 16.30 น. เกิดฟ้าผ่าลงตรงฝาถังเก็บน้ำมันดิบภายในโรงกลั่นไทยออยล์ ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว สร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านใกล้เคียง แต่ด้วยระบบดับเพลิงที่ทันสมัยของบริษัท เพลิงถูกดับสนิทภายในเวลาอันสั้น ทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติทันที

บริษัทไทยออยล์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการยืนยันว่า เหตุฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรีนี้ก่อให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยบนฝาถังเท่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างถังหรือการผลิต โดยทีมดับเพลิงภายในเข้าจัดการได้เรียบร้อย และยืนยันว่าการดำเนินงานยังคงปกติ ไม่มีสารเคมีรั่วไหลหรือมลพิษทางอากาศ

ไทม์ไลน์เหตุฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี

  • 16:30 น. – ฟ้าผ่าลงบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบ
  • 16:35 น. – เกิดเพลิงลุกไหม้ ทีมดับเพลิงเข้าพื้นที่
  • 17:00 น. – ควบคุมเพลิงได้สนิท ไม่มีผู้บาดเจ็บ
  • หลังจากนั้น – ประเมินความเสียหายและกลับสู่การผลิตปกติ

แถลงการณ์จากไทยออยล์หลังเหตุฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี

“เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 16:30 น. ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าลงบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบภายในพื้นที่โรงกลั่นของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้เล็กน้อยบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของบริษัทฯ เข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เรียบร้อยแล้วภายในเวลาอันสั้น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งไม่พบผลกระทบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ล่าสุดสถานการณ์ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว” บริษัทระบุเพิ่มเติมว่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ไม่กระทบการผลิต

ความเสี่ยงจากฟ้าผ่าในโรงกลั่นน้ำมัน

โรงกลั่นน้ำมันอย่างไทยออยล์มีระบบป้องกันฟ้าผ้าที่ได้มาตรฐานสากล เช่น หัวลิ้นชักฟ้าผ่า (lightning rods) และวัสดุกันไฟ แต่เหตุการณ์ฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ ไทยออยล์ตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมสำคัญ มีการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี เหตุการณ์นี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกโรงงานเสริมมาตรการความปลอดภัย

จากสถิติ ประเทศไทยมีฟ้าผ่าปีละกว่า 20 ล้านครั้ง โดยเฉพาะฤดูฝน พื้นที่ชลบุรีเป็นจุดเสี่ยงเพราะติดทะเลและมีพายุบ่อย โรงกลั่นต้องมีแผนฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ที่ครอบคลุม รวมถึงการฝึกซ้อมดับเพลิงและแจ้งเตือนชุมชน

บทเรียนจากเหตุการณ์

  • ระบบดับเพลิงอัตโนมัติทำงานได้ดี
  • การตอบสนองรวดเร็วป้องกันการลุกลาม
  • การสื่อสารโปร่งใสสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
  • ไม่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม แสดงถึงมาตรฐานสูง

ไทยออยล์เป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET มีทุนจดทะเบียนกว่า 30,000 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 60 ปี โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมัน 275,000 บาร์เรลต่อวัน เหตุการณ์นี้ไม่กระทบห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในประเทศ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรีเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการวิกฤต หากเทียบกับอุบัติเหตุโรงกลั่นอื่นๆ ในโลกที่ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล สถานการณ์ที่นี่จบลงอย่างปลอดภัย แสดงถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมไทย

สำหรับชาวชลบุรีและศรีราชา ไม่ต้องกังวลเพราะบริษัทยืนยันไม่มีผลกระทบ หากมีพายุฝนแรง แนะนำติดตามข่าวสารจากทาง resmi และเตรียมพร้อมส่วนตัว หากคุณสนใจเรื่องความปลอดภัยอุตสาหกรรม ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าวสารล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าอุตสาหกรรมน้ำมันไทยมีมาตรฐานสูง สามารถรับมือความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม

ที่มา – ฟ้าผ่าโรงกลั่นที่ชลบุรี ไฟลุกท่วมฝาถังน้ำมัน “ไทยออยล์” ยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล

นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล

ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา เป็นประธานในพิธีนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

คณะรัฐมนตรี คู่สมรส คณะทูตานุทูต และข้าราชการระดับสูง ต่างให้เกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด

กิจกรรมสำคัญในงานสโมสรสันนิบาต

ภายในงาน นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยใจความสำคัญคือการสืบสาน รักษา และต่อยอดตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งเป็นหลักชัยแห่งความมั่นคงและศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ นอกจากนี้ ยังอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดอภิบาลให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีพระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมเหล่าพสกนิกรตราบนิรันดร์

  • ถวายพระพรชัยมงคลโดยนายกรัฐมนตรี
  • ดื่มถวายพระพรประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี
  • บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชาโดยวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์
  • ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากแสดงความจงรักภักดี

บรรยากาศเต็มไปด้วยความหนักแน่นและสมพระเกียรติ ทุกคนพร้อมใจกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงรักพระราชา สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมทุกท่าน

ความสำคัญของวันฉัตรมงคลและสโมสรสันนิบาต

วันฉัตรมงคลเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สโมสรสันนิบาตเป็นประเพณีที่สืบทอดมานาน เพื่อรวมใจพสกนิกรถวายพระพรและเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน การที่ นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล จึงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ

ประวัติศาสตร์ของสโมสรสันนิบาตย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งใช้เป็นเวทีถวายพระพร ในยุคปัจจุบันยังคงความสำคัญไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งให้ความสำคัญกับสถาบันหลักของชาติ

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นำรัฐบาลกับคณะทูตานุทูต สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ ทุกกิจกรรมล้วนเน้นย้ำถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประชาชน เช่น โครงการพระราชดำริด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม และการศึกษา

บทบาทของนายกรัฐมนตรีในการนำงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้แสดงบทบาทผู้นำที่เด่นชัด โดยการเป็นประธานและกล่าวนำถวายพระพร ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพยิ่งต่อพระมหากษัตริย์ การนำคณะพสกนิกรเข้าร่วมยังช่วยกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของวันฉัตรมงคล

จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถเห็นได้ว่ารัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับประเพณีและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง สร้างรากฐานความมั่นคงให้กับประเทศในยามที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

งานสโมสรสันนิบาตไม่เพียงแต่เป็นพิธีการ แต่ยังเป็นการรวมพลังใจของคนไทยทั้งชาติ เพื่อถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระเกียรติยศขจรไกล พระบารมีแผ่ไพศาล พระขวัญพระคุณประดิษฐานในราชสมบัติสืบพระราชบัญญัติตราบนานเท่านาน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความจงรักภักดีที่ผู้นำควรสานต่อ เพื่อความผาสุกของชาติต่อไป ชวนทุกท่านติดตามข่าวสารราชการและการเมืองเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกฯ นำคณะพสกนิกรจัดงานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคล

ผ่าพระเกศ วัดบุญชื่นชู พบทองยังอยู่ ช่างโต้งล้มพับ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนติดตามกันอย่างใกล้ชิด นั่นคือเรื่อง ผ่าพระเกศ วัดบุญชื่นชู พบทองยังอยู่ข้างในจริง “ช่างโต้ง” ถึงกับล้มพับ ปล่อยโฮ หลังจากที่มีดราม่าทองคำ 50 บาทหายไปจากพระเกศ ทำให้ชาวบ้านและสายบุญใจสั่นไปทั้งโซเชียล ลุงที่ถวายทองเกือบ 4 ล้านบาทน้ำตาคลอไปหมด แต่สุดท้ายความจริงก็เปิดเผยแล้ว!

ผ่าพระเกศ วัดบุญชื่นชู พบทองยังอยู่ข้างในจริง ช่างโต้งล้มพับ

ผ่าพระเกศ วัดบุญชื่นชู พบทองยังอยู่ข้างในจริง “ช่างโต้ง” ถึงกับล้มพับ ปล่อยโฮ

ย้อนกลับไปเมื่อ 7-8 ปีก่อน ชาวบ้านและหลวงพ่อรวมทองคำ 50 บาท จากลุงที่ถวายปัจจัยมหาศาล หวังหล่อพระเกศทองคำถวายวัดบุญชื่นชู ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ทุกคนเห็นเททองลงเบ้าหลอมด้วยตา แต่ช่างขอเบ้ากลับโรงงาน ‘ขัดเงา’ แล้วส่งคืน สุดท้ายมีข่าวลือว่าทองหาย เหลือแต่สังกะสี! เพจดังโพสต์คลิป ลุงร้องไห้ ศรัทธาสั่นคลอน ดราม่าระเบิดเถิดเทิงไปทั้งเน็ต

แต่ล่าสุดวันที่ 4 พ.ค. ที่วัดบุญชื่นชู พระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาส ร่วมกับพระครูประทีปธรรมโร, นายเสนีย์ มูลขำ อดีตส.จ., นายนคร คันธุอุลิส วัย 69, นายยุทธพล ธรรมรูปา, ผู้ใหญ่อ๊อฟ, นายวรพจน์ จิตตะธัม หรือ ‘ช่างโต้ง’ วัย 43 และคณะกรรมการประชุมใหญ่ สำนักพุทธสั่งผ่าพิสูจน์เพื่อคลายปม

การประชุมผ่าพิสูจน์พระเกศ วัดบุญชื่นชู

ช่างโต้งผ่าพระเกศด้วยมือตัวเอง พบเนื้อทองติดปูน!

ช่างโต้งลงมือผ่าตามแนวขวาง ใช้เวลาแค่ 3 นาที! เปิดออกแล้วหงายหลังดีใจ ทองชิ้นใหญ่หล่อติดปูนโผล่ปลายเกศ ทุบปูนออก เนื้อทองเพรียวชัดเจน ทุกคนโล่งอก ช่างโต้งน้ำตาไหลพราก ‘ผมดูพระเกศนี้ทุกวัน กลัวไม่มีทอง ติดคุก ลูกจะอยู่ยังไง 10 ปีผ่านมาไม่รู้ใครแตะ แต่ผมมั่นใจว่ารอยเดิม มีทองแน่!’ เขาร้องไห้ทั้งดีใจทั้งโล่ง

พบเนื้อทองในพระเกศ วัดบุญชื่นชู

หลวงพ่อเจ้าอาวาสยอมรับ ‘อาต้ามั่นใจตามช่างโต้ง แต่เสียใจที่ถูกเข้าใจผิด ร้านทองสแกนผิดพลาดทำให้วัดเสียชื่อ อยากให้ร้านมาขอโทษ สร้างวัดไปร้อยล้าน ไม่มีเจตนาร้าย’ แผนต่อไป: ร้านทองมาตรวจชั่งทอง ช่างโต้งสัญญาทำเกศใหม่ให้ คุยรายละเอียดกันต่อ

ช่างโต้งร้องไห้ดีใจ พบทองในพระเกศ

  • ทอง 50 บาทยังอยู่จริง ไม่หาย!
  • ช่างโต้งพิสูจน์ด้วยตัวเอง ล้มพับร้องโฮ
  • วัดบุญชื่นชูศรัทธาคืน หลวงพ่อขอโทษจากร้านสแกน
  • บทเรียน: อย่ารีบตัดสิน ตรวจสอบให้ชัด

หลวงพ่อวัดบุญชื่นชู พูดถึงเหตุการณ์

เรื่องนี้สอนใจเราว่า ความศรัทธาเปราะบาง อย่าให้ข่าวลือทำลาย แต่การพิสูจน์ด้วยหลักฐานคือทางออกที่ดีที่สุด คุณคิดยังไงกับดราม่าครั้งนี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่างเลยนะ สายบุญช่วยแชร์ให้ความจริงแพร่กระจาย!

ที่มา – ผ่าพระเกศ วัดบุญชื่นชู พบทองยังอยู่ข้างในจริง “ช่างโต้ง” ถึงกับล้มพับ ปล่อยโฮ

บุกค้นโรงงาน อ.แปลงยาว ขยายผลไฟไหม้แบตเตอรี่

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวอัพเดทสุดฮอตจากวงการข่าวอาชญากรรมและความปลอดภัย ที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือกรณีบุกค้นโรงงานที่ อ.แปลงยาว เพื่อขยายผลจากเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนเพราะความอันตรายของแบตเตอรี่ชนิดนี้ที่ไฟลุกโหมกระหน่ำและดับยากมาก มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

ภาพเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมบนถนนเทพรัตน

บุกค้นโรงงานที่ อ.แปลงยาว ขยายผลเหตุไฟไหม้รถบรรทุก

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. รถบรรทุกคันหนึ่งที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมไหม้วอดบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) บริเวณกม. 40+500 เพลิงลุกไหม้รุนแรงมากจากแบตเตอรี่ลิเธียม ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงและการระเบิดต่อเนื่อง เปลวไฟรุนแรงถึงขนาดทำให้น้ำยางคอนกรีตของทางพิเศษบูรพาวิถีเสียหายบางส่วน โชคดีที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ส่งทีมวิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบและซ่อมแซมทันที ทำให้ทางพิเศษเปิดใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส แต่เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ใช้ถนนไม่น้อย

ขั้นตอนการบุกค้นโรงงานที่ อ.แปลงยาว

ความคืบหน้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมกำลังพลจาก สภ.บางปะกง และ สภ.แปลงยาว นำหมายศาลจู่โจมโรงงานรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา สาเหตุมาจากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกที่ระบุว่ารถบรรทุกคันเกิดเหตุบรรทุกสินค้าจากโรงงานนี้ มุ่งหน้าไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร

ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลบุกค้นโรงงาน อ.แปลงยาว

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันแบบเข้มข้นระหว่างตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และฝ่ายปกครอง ทีมตรวจสอบทั่วทั้งโรงงานอย่างละเอียด ถี่ถ้วน แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ และที่สำคัญไม่พบแบตเตอรี่ลิเธียมกองพะเนินในโรงงานแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำแบตเตอรี่ลิเธียมที่เป็นของกลางจากจุดเกิดเหตุ (ที่เหลือจากรถไหม้) มากองรวมกันเพื่ออายัดไว้ตรวจสอบต่อไป ส่วนผู้จัดการโรงงานให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ภาพการอายัดแบตเตอรี่ลิเธียมของกลางจากการบุกค้น
ภาพทีมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในโรงงาน อ.แปลงยาว

หลังจากนั้น นางสาววิไลลักษณ์ จีนศรี หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยัง สภ.แปลงยาว เพื่อลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับการอายัดของกลาง และจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

อันตรายจากแบตเตอรี่ลิเธียมที่ควรรู้

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ในรถ EV สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ มีความเสี่ยงสูงมากหากชำรุดหรือเก็บไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะการขนส่งจำนวนมากแบบนี้ สามารถเกิด “thermal runaway” หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้ไฟลุกไม่หยุดและระเบิดได้

  • ไฟลุกไวและร้อนจัดเกิน 1,000 องศา
  • ดับยาก ต้องใช้น้ำปริมาณมากหรือสารดับไฟพิเศษ
  • ก๊าซพิษจากสารเคมีภายใน
  • กระทบโครงสร้างทางกายภาพอย่างคอนกรีตทางด่วน

ในไทยมีกฎระเบียบจากกรมการขนส่งทางบกที่กำหนดให้ขนส่งแบตเตอรี่ใช้แล้วต้องมีมาตรฐาน แต่เหตุการณ์นี้เตือนให้ผู้ประกอบการต้องระวังมากขึ้น

ส่วนตัวผมคิดว่าเหตุบุกค้นโรงงานที่ อ.แปลงยาวครั้งนี้ แม้ไม่พบผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณดีที่เจ้าหน้าที่ทำงานเข้มงวด สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ลองคิดดูสิครับ ถ้าไม่ขยายผลอาจมีเหตุซ้ำรอยได้ ฝากเตือนเพื่อนๆ ที่ประกอบการด้านนี้ให้ปฏิบัติตามกฎหมายให้เคร่งครัดนะครับ

ติดตามข่าวอัพเดทเพิ่มเติมและเคล็ดลับความปลอดภัยได้ที่บล็อกของเรา สนใจแบ่งปันประสบการณ์คอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – บุกค้นโรงงานที่ อ.แปลงยาว ขยายผลเหตุไฟไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม ไม่พบสิ่งผิดปกติ

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุช 25 ครั้ง

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง เป็นประเด็นร้อนที่ สส.ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ จากพรรคประชาชน ได้โพสต์เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก โดยย้ำว่าปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุชในเขตประเวศ กรุงเทพฯ ได้รับการสื่อสารอย่างเป็นทางการไปยัง กทม. มากถึง 25 ครั้ง และไม่รวมการโพสต์ส่วนตัวหรือการประสานงานอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชนี้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่ โดยกลิ่นเหม็นอบอวลลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันลำบาก สุขภาพหายใจติดขัด และคุณภาพชีวิตถดถอยมานานหลายปี แม้ กทม. จะรับทราบปัญหานี้ผ่านช่องทางหลากหลาย แต่การแก้ไขยังล่าช้า จน สส.ณัฐพงศ์ ต้องออกมาไล่ไทม์ไลน์เพื่อย้ำเตือน

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง

การสื่อสารทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปี 2569 โดยเฉพาะการหารือตรงกับ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึง 6 ครั้ง ร่วมกับ สก.เนอส หรือ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ พรรคประชาชน นอกจากนี้ยังมีการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ปรึกษาหารือในสภา ส่งหนังสือจากสภาไปยัง กทม. และลงพื้นที่ตรวจสอบจริง

ไทม์ไลน์ปี 2566: จุดเริ่มต้นการผลักดัน

  • 6 มิถุนายน 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ สส.กทม. พบผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่เสาชิงช้า นำเสนอปัญหาโรงขยะอ่อนนุช
  • 28 กันยายน 2566: ตั้งกระทู้ถามนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย
  • 11 ตุลาคม 2566: ปรึกษาหารือในสภา ส่งหนังสือถึง กทม.
  • 20 พฤศจิกายน 2566: พูดคุยกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่เสาชิงช้า
  • 4 ธันวาคม 2566: ประชุมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ที่ดินแดง

ไทม์ไลน์ปี 2567: ติดตามไม่หยุดยั้ง

  • เมษายน 2567: สอบถามผู้ว่าฯ ในกมธ.งบประมาณ
  • 8 สิงหาคม 2567: ปรึกษาหารือสภา ส่งหนังสือติดตามครั้งที่ 2
  • 26 กันยายน 2567: ติดตามครั้งที่ 3
  • 17 ธันวาคม 2567: หารือผู้ว่าฯ ที่เสาชิงช้า
  • 21 ธันวาคม 2567: ประชุมกับที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์อ่อนนุช

ไทม์ไลน์ปี 2568: เร่งลงพื้นที่จริง

  • 30 มกราคม 2568: ติดตามสภา ครั้งที่ 4
  • 4 มีนาคม 2568: ประชุมกก.ความสะอาด สก.เนอส
  • 6 มีนาคม 2568: กระทู้ถามน.ส.ธีรรัตน์ รมช.มหาดไทย
  • 23 เมษายน 2568: กมธ.สิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน
  • 16 กรกฎาคม 2568: สก.เนอส ถามสภา กทม. และสภาฯ ติดตามครั้งที่ 5
  • 8 สิงหาคม 2568: ตรวจโรงรับขยะภายใน
  • 25 สิงหาคม 2568: กมธ.ติดตามงบฯ ลงพื้นที่ประเวศ
  • 26 กันยายน 2568: ดูพื้นที่รับขยะปลายทาง พนมสารคาม
  • 2 พฤศจิกายน 2568: สัมมนา “คืนลมหายใจให้อ่อนนุช”

ไทม์ไลน์ปี 2569: ล่าสุดยังไม่จบ

  • 13 กุมภาพันธ์ 2569: ประชุมศูนย์อ่อนนุช
  • 19 กุมภาพันธ์ 2569: ประชุมโรง 800 ตัน
  • 6 มีนาคม 2569: ตรวจโรงปรับปรุง
  • 17 มีนาคม 2569: ดูเตาเผาใหม่
  • 9 เมษายน 2569: สก.เนอส ถามสภา กทม.

จากไทม์ไลน์ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อเนื่องของ สส.ณัฐพงศ์ ที่ไม่ยอมแพ้ แม้ กทม. จะรับทราบแต่การแก้ปัญหายังไม่เด็ดขาด ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชไม่ใช่แค่กลิ่นเหม็น แต่กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกรุงเทพฯ ในยุคปัจจุบัน

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหานี้สมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งนานแล้ว ไม่ใช่รอจนประชาชนเดือดร้อนหนัก หาก กทม. ลงมือจริงจังด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เช่น ระบบเผาไหม้ขยะมาตรฐานสากล หรือย้ายศูนย์ไปพื้นที่เหมาะสม จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้ชาวอ่อนนุชได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง

“พริษฐ์” ชวนจับตาประชุม ครม. พรุ่งนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมากๆ มาอัปเดตกัน “‘พริษฐ์’ ชวนจับตาประชุม ครม.” นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กชวนทุกคนจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ 5 พ.ค. 2569 ว่ากฎหมายค้างจากสภาชุดที่แล้วจะได้ไปต่อหรือถูกปัดตกกันแน่ โดยเฉพาะกฎหมายที่พรรคประชาชนเคยเสนอเพื่อแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของประชาชน

“พริษฐ์” ชวนจับตาประชุม ครม. พรุ่งนี้ กฎหมายไหนจะรอด?

ทำไม “‘พริษฐ์’ ชวนจับตาประชุม ครม.” ถึงสำคัญ? เพราะกฎหมายเหล่านี้ถ้าครบกำหนด 60 วันตามรัฐธรรมนูญ (ครบ 14 พ.ค. 2569) แล้วไม่ได้รับรอง ก็จะล้มหายตายจากไปหมดเลยนะครับ มันจะกระทบปัญหาหลายอย่างที่เรากำลังเจออยู่ เช่น ค่าโทรศัพท์แพง อากาศสกปรก สิทธิแรงงานน้อยนิด ฯลฯ มาดูกันว่ามีกฎหมายอะไรบ้างที่ต้องลุ้น

8 กฎหมายสำคัญที่ “พริษฐ์” ชวนจับตา

  1. พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า กฎหมายนี้จะช่วยแก้ปัญหาค่าโทรศัพท์มือถือที่แพงขึ้นทุกปี อินเทอร์เน็ตช้าแบบจงใจ และค่าบริการ GP สูงลิ่ว เพราะตลาดถูกผูกขาดโดยไม่มีการแข่งขันที่แท้จริง ถ้ากฎหมายนี้ไปต่อ ผู้บริโภคอย่างเราจะได้ประโยชน์เต็มๆ ลดภาระค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยครับ
  2. พ.ร.บ.อากาศสะอาด / พ.ร.บ. PRTR ใครๆ ก็รู้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ทำให้ป่วยกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษแบบไม่ยั้ง กฎหมายนี้จะบังคับให้โรงงานรายงานและลดการปล่อยสารพิษ ถ้าไม่ผ่าน เราจะหายใจอากาศสะอาดได้ยากขึ้นไปอีก
  3. พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ กระบวนการขอใบอนุญาตยุ่งยาก ซ้ำซ้อน ช้าเหยียด แถมยังเปิดช่องสินบนเจ้าหน้าที่ กฎหมายนี้จะทำให้ทุกอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ลดคอร์รัปชัน เหมาะกับนักลงทุนและธุรกิจ SME มากๆ
  4. พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับใหม่) ปัญหาหนี้สินท่วมตัว แต่ปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้เพราะต้องรอฟ้องล้มละลายก่อน กฎหมายนี้ช่วยให้เจรจากับเจ้าหนี้ทุกคนพร้อมกัน ลดโอกาสล้มละลายจริง ช่วยชีวิตผู้ประกอบการและครอบครัวได้ไม่น้อย
  5. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แรงงานไทยลาได้น้อย พักผ่อนไม่พอ OT น้อยกว่ามาตรฐานสากล สัญญาจ้างเอาเปรียบเต็มๆ กฎหมายนี้จะยกระดับสิทธิให้เทียบเท่านานาชาติ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีมากขึ้น
  6. พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ด้านการศึกษา โครงสร้างบุคลากรการศึกษาถูกบิดเบี้ยว ลดการมีส่วนร่วมของครู ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน จะคืนอำนาจให้ครูและบุคลากร สร้างระบบการศึกษาที่ดีขึ้นให้ลูกหลาน
  7. พ.ร.บ.คืนความเป็นธรรมเรื่องที่ดิน ชาวบ้านทำกินที่ดินมานานแต่ไม่มีเอกสาร โดนฟ้องคดีเพียบ กฎหมายนี้ช่วยให้มีสิทธิ์ชัดเจน ลดความเหลื่อมล้ำ ลดข้อพิพาทที่ดินที่เกิดขึ้นทุกวัน
  8. พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ศาลทหารตัดสินคดีพลเรือนไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะคดีทุจริตหรือซ้อมทรมาน กฎหมายนี้จะทำให้ยุติธรรมเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ

หากครม. ปัดตก พรรคประชาชนพร้อมสู้ต่อ

นายพริษฐ์ย้ำชัด ถ้ากฎหมายที่พรรคเห็นว่าสำคัญไม่ได้รับรองใน “‘พริษฐ์’ ชวนจับตาประชุม ครม.” วันพรุ่งนี้ พรรคจะใช้กลไกวิปฝ่ายค้านซักถามเหตุผลจากสำนักเลขาฯ ครม. แล้วชงให้ทบทวนในการประชุม 12 พ.ค. ซึ่งยังทันกรอบ 60 วัน เรียกว่ารอผลได้เลยครับ

ในมุมมองผม การ “‘พริษฐ์’ ชวนจับตาประชุม ครม.” แบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังมีคนที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ ถ้ากฎหมายเหล่านี้ไปต่อได้ จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้มาก ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความยั่งยืนให้สังคมไทย คุณล่ะคิดว่ากฎหมายไหนสำคัญที่สุด? มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ จับตาด้วยนะครับ จะได้กดดันครม. ให้รับรองกฎหมายดีๆ เหล่านี้!

ที่มา – “พริษฐ์” ชวนจับตาประชุม ครม. พรุ่งนี้ กฎหมายฉบับไหน “ไปต่อ” หรือ ถูก “ปัดตก”

ทำไม McBurnie กับ Stewart ไม่ติดทีมฟุตบอลโลก

เมื่อคืนวันอาทิตย์ สตีฟ คลาร์ก บอกว่าเขาคิดในใจเกือบจะแน่นอนแล้วสำหรับ 26 ผู้เล่นที่จะพาไปฟุตบอลโลก แต่ยังมี 2 ตำแหน่งที่อาจเปิดกว้าง

เขาไม่ได้พูดละเอียด แต่เราหวัง – คงหวังลมๆ แล้งๆ – ว่าผู้จัดการทีมสกอตแลนด์จะยังเปิดใจเรื่องกองหน้าของเขา เพราะถ้ายังลังเลเรื่องนี้ สุดสัปดาห์นี้มีอะไรให้คิดเพียบ

รอสต์ สจ๊วต, ทอมมี่ คอนเวย์, จอร์จ เฮิร์สต์, คีรอน โบวี่ และ โอไล แม็คเบิร์นี่ ต่างยิงประตูให้สโมสร แม็คเบิร์นี่ยิงสองลูก ร็อบบี้ ยูร์ อดีตทีมชาติ U21 สกอตแลนด์ ไม่ยิง ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขา ยูร์ไม่ใช่ตัวลุ้น แต่ยิง 4 ลูกจาก 6 นัด พา IK Sirus นำตาราง Allsvenskan สวีเดน

คลาร์กขาดประตูจากกองหน้า ปัญหาเก่าแก่ 2 นัดติดไม่มีประตู กับญี่ปุ่นและไอวอรี่โคสต์ เช อดัมส์และลินดอน ไดค์ส – ตัวหลัก ขยัน ทำงานหนัก รับใช้ทีมดี แต่ไม่น่ากลัว

รอบคัดบอลโลกสำเร็จ มีประตูเทพจากสกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เคนนี่ แม็คลีน และคีแรน เทียร์นี่ย์ แต่กองหน้าสองคนโปรดของคลาร์ก ยิงแค่ 7 หนบนเป้าใน 6 นัด

อดัมส์ 6 หน 2 ประตู 446 นาที ไดค์ส 1 หน 171 นาที ยิงได้ สอบผ่าน

โทษพวกที่สร้างโอกาส หรือกองหน้าที่ไม่เข้าที่ถูกเวลา หรือพลาดโอกาสน้อยนิด ไม่ว่าจะมองยังไง นี่คือปัญหาใหญ่ของสกอตแลนด์

ทำไม McBurnie กับ Stewart ไม่ติดทีมฟุตบอลโลก

คลาร์กจะเปลี่ยนกองหน้ามั้ย? เขาอยากมั้ย? และถ้าอยาก เขามองถูกที่รึเปล่า?

สกอตแลนด์ไปยูโรสองสมัย 6 นัด 3 ประตู หนึ่งลูกโกลของเยอรมนี อีกอันจากแม็คโทมิเนย์กับสวิตเซอร์แลนด์เด้งใหญ่ คัลลัม แม็คเกรเกอร์ยิงตรงกับโครเอเชียในยูโรแรกของคลาร์กเท่านั้น

กังวลว่าคลาร์กไม่กล้าเปลี่ยน เป็นคนดื้อรั้น คาดเดาได้

เขาจะเอากองหน้า/ปีก 5-6 คน: อดัมส์, ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์, ไดค์ส, เฮิร์สต์, คอนเวย์, เบน กานอน-โดแอก รู้จัก เชื่อใจ น่าจะเลือก

ทำไม McBurnie กับ Stewart ไม่ติดทีมฟุตบอลโลก: เปรียบเทียบฟอร์ม

เปรียบเทียบยาก ประตูในพรีเมียร์ชิพสกอต vs แชมเปี้ยนชิพอังกฤษ หรือเซเรีย อา โบวี่ยิงยูเวนตุสทีมที่ 4

แชงค์แลนด์ยิง Old Firm vs อดัมส์ยิงโรม่าอันดับ 6

จากอัตราการยิงประตูฤดนี้: 1. สจ๊วต (เซาธ์แฮมป์ตัน) 2. แม็คเบิร์นี่ (ฮัลล์) 3. แชงค์แลนด์ 4. เฮิร์สต์ 5. คอนเวย์ 6. โบวี่ 7. อดัมส์ 8. ไดค์ส

นาทีต่อประตู: สจ๊วต 1 แชงค์แลนด์ 2 แม็คเบิร์นี่ 3 เป็นต้น

ประตู+แอสซิสต์: แม็คเบิร์นี่ 1 แชงค์แลนด์ 2 คอนเวย์ 3

สจ๊วตยิงพาเซาธ์แฮมป์ตันเพลย์ออฟ พรีเมียร์ลีก ลูก 7 จาก 14 นัด 10 จาก 31 เจ็บ 16 นัด เคยยิงฟูลแฮมและอาร์เซนอล

ไม่ค่อยถูกพูดถึงสำหรับทีมที่อเมริกา บ้าไปแล้ว ฤดินี้ยิงทุก 122 นาที 3.3 ซัดต่อประตู 30.3% สูงมาก

คลาร์กเชื่อ loyalty แต่ต้องการฟอร์ม สจ๊วตช่วยให้ผ่านรอบกลุ่มได้

คลาร์กต้องการนักเตะฟอร์มดี ไม่ใช่พวกที่เคยรับใช้ แม็คเบิร์นี่ยิงสองพาฮัลล์ชนะวрекแซม 2-1 เพลย์ออฟ 18 ประตู 39 นัด 7 แอสซิสต์ เจ็บ 2 เดือน

ยิงทุก 172 นาที 4.2 ซัดต่อประตู 24%

เพิ่งโทรคลาร์ก ถามโอกาส คำตอบไม่ค่อย encourage คลาร์กไม่ควร dismissive

สมัยแม็คไลช์และคลาร์กตอนแรก 16 นัด 0 ประตู ทีมยิงทีเดียวตอนเขาลง 13 ชม. เคยมีดราม่าความทุ่มเท ห่างหาย 5 ปี อาจดีขึ้น ตอนนี้ฟอร์มดี 5 นัด 5 ลูก

ไม่มีใครคาด แต่ถ้าปิดประตูสจ๊วตและแม็คเบิร์นี่ คือเมินฟอร์ม

คลาร์กดูฟินด์เลย์ เคอร์ติสยิงคิลมาร์น็อกชนะดันดี ยูไนเต็ด แชงค์แลนด์ชัวร์ (152 นาที/ลูก 17.7%) เฮิร์สต์ดีในเกมอุ่นไอวอรี่โคสต์ครึ่งแรก

เฮิร์สต์ยิงพาไอพสวิชชนะคิวพีอาร์ 3-0 พรีเมียร์ลีกฤดหน้า 11 ลูก 44 นัด 202 นาที/ลูก 15.5% คอนเวย์และโบวี่ดีกว่าอดัมส์ไดค์ส

แต่อดัมส์ชัวร์ ไดค์สคงไปด้วย บิ๊กแคแรคเตอร์ 5 ลูก 43 นัด

ใน stats สจ๊วต แม็คเบิร์นี่ แชงค์แลนด์ดีสุด แต่คลาร์กคง rank 7-8

โบวี่อาจไม่ไป ยิง 3/11 ให้เวโรน่าอันดับ 19 อดัมส์ 5/27 โตริโน่ 13

คลาร์กทำดี มีสิทธิเลือก แต่ควรคิดนอกกรอบ

ทำไม McBurnie กับ Stewart ไม่ติดทีมฟุตบอลโลก? คลาร์กควรให้โอกาสเพื่อเพิ่มพลังกองหน้า คุณเห็นด้วยมั้ย? แสดงความเห็นด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลโลก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“กทพ.” แจ้งทางด่วนบูรพาวิถีเปิดให้บริการปกติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ใช้ทางด่วนทุกท่าน! มีข่าวดีมาบอกกันเลยนะครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถบรรทุกเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางด่วนบูรพาวิถี เปิดให้บริการได้ตามปกติ แล้ว โดย “กทพ.” หรือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ส่งทีมวิศวกรและช่างลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว วันนี้เรามาไล่เรียงเหตุการณ์กันแบบชิลๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมเราถึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย

ทางด่วนบูรพาวิถี เปิดให้บริการได้ตามปกติ

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 เพจเฟซบุ๊กของ EXAT ได้โพสต์แจ้งข่าวสุดโล่งใจว่า ทางด่วนบูรพาวิถี เปิดให้บริการได้ตามปกติ หลังจากปิดชั่วคราวเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) บริเวณกม. 40+500 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม เวลาประมาณ 19.30 น. เหตุเพลิงไหม้นี้ลุกลามรุนแรงมาก เพราะเป็นรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งมีความร้อนสูงและมีการระเบิดต่อเนื่อง ส่งผลให้เปลวไฟพุ่งขึ้นกระทบผิวคอนกรีตของทางด่วนบางส่วน ทำให้เกิดความเสียหายเบื้องต้น

กทพ. ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที

ทีมงานของกทพ. ไม่รอช้า สั่งการให้วิศวกรและทีมช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่คืนเกิดเหตุ ในเวลา 23.00 น. ก็เริ่มตรวจโครงสร้างแล้วครับ ผลการตรวจพบว่า มีเพียงผิวคอนกรีตที่กะเทาะและหลุดร่อนบางจุดเท่านั้น แต่โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรง มั่นคง ไม่มีการเสียรูปหรือโค้งงอเลยสักนิด นี่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการก่อสร้างทางด่วนของไทยที่ได้มาตรฐานสากลจริงๆ

การกะเทาะคอนกรีตที่เสียหายเสร็จสิ้นด่วนๆ

หลังตรวจสอบเสร็จ กทพ. ก็ดำเนินการกะเทาะคอนกรีตส่วนที่เสียหายออกทันที ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้า และเสร็จสมบูรณ์พอดีเวลา 05.00 น. ของวันถัดมา ตอนนี้ทางด่วนบูรพาวิถีจึงกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ มีเจ้าหน้าที่จราจรคอยอำนวยความสะดวกตลอดสายด้วย กทพ. ยังฝากขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการทุกท่านอีกด้วยครับ

รู้จักทางด่วนบูรพาวิถีให้มากขึ้น

ทางด่วนบูรพาวิถี หรือที่รู้จักกันในชื่อบูรพาวิถี เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ศรีราชา พัทยา เหมาะสำหรับคนเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ช่วยลดเวลาและหลีกเลี่ยงรถติดบนถนนปกติได้ดีมาก แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็เตือนใจให้เราระวังอันตรายจากสินค้าอันตรายอย่างแบตเตอรี่ลิเธียมให้มากขึ้น เพราะไฟไหม้จากมันรุนแรงและดับยากจริงๆ

  • อันตรายจากแบตเตอรี่ลิเธียม: ร้อนสูงเกิน 1,000 องศา ระเบิดได้ ไฟลามง่าย
  • ผลกระทบต่อโครงสร้าง: ผิวคอนกรีตเสียหาย แต่โครงสร้างหลักปลอดภัย
  • การตอบสนองของกทพ.: ตรวจสอบและซ่อมแซมภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • คำแนะนำ: ผู้ขับขี่เช็คข่าวจากเพจ EXAT ก่อนเดินทางเสมอ

เคล็ดลับขับรถทางด่วนให้ปลอดภัย

เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต มาดูเคล็ดลับกันครับ:

  • รักษาระยะห่างจากรถบรรทุกสินค้าอันตราย
  • เช็ครถก่อนขึ้นทางด่วน เบรก ยาง ลม
  • ใช้แอป EXAT เช็คสภาพจราจรแบบเรียลไทม์
  • ถ้าเกิดเหตุ อย่าตื่นตระหนก ตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนดีๆ ที่แสดงให้เห็นว่าระบบทางด่วนไทยมีความแข็งแกร่งและการดูแลที่ดี หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปตะวันออก ลุยเลยครับ ทางด่วนบูรพาวิถี เปิดให้บริการได้ตามปกติ แน่นอน! ติดตามข่าวสารทางด่วนล่าสุดได้ที่เพจ EXAT หรือบล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมนายกทพ. และทีมงานที่ทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้บริการอย่างเราปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ฝากทุกท่านขับขี่ปลอดภัยนะครับ!

ที่มา – “กทพ.” แจ้ง “ทางด่วนบูรพาวิถี” เปิดให้บริการได้ตามปกติ กะเทาะคอนกรีตที่เสียหายออกแล้ว

มาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล

มาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล สิ้นฤดูกาลนี้

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลลาลีกาสเปน เมื่อ มาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล อย่างเป็นทางการ โดยผู้จัดการทีมวัย 60 ปีรายนี้จะจากทีมสิ้นสุดฤดูกาลปัจจุบัน หลังจากพาทีมคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยบียาร์เรอัลรั้งอันดับที่ 3 ของลาลีกาในขณะนี้

สโมสรบียาร์เรอัลได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการจากไปของมาร์เซลิโน่ โดยกล่าวว่า “ขอบคุณจากใจจริง มาร์เซ่ สำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้สโมสรและแฟนบอล ขอให้โชคดีในเส้นทางกีฬาต่อไป” การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากมาร์เซลิโน่กลับมารับหน้าที่กุนซือบียาร์เรอัลครั้งที่สองในปี 2023 และพาทีมจบอันดับที่ 5 ในฤดูกาลที่แล้ว

ประวัติและผลงานของมาร์เซลิโน่กับบียาร์เรอัล

มาร์เซลิโน่ García Toral เป็นโค้ชชื่อดังของสเปน เคยคุมทีมมาร์เซย์และเซบีย่ามาก่อน กับบียาร์เรอัล เขาเคยประสบความสำเร็จในรายการยูโรปาลีกปี 2021 แต่ครั้งนี้แม้ทีมจะตกรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก โดยแพ้ 8 จาก 9 นัด แต่ฟอร์มในลาลีกากลับยอดเยี่ยม พาทีมลุ้นท็อปทรีตลอดฤดูกาล

รายงานเผยว่าในเดือนมกราคม บียาร์เรอัลเสนอสัญญาใหม่แค่ 1 ปีให้เขาเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ มาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล เกิดขึ้น สโมสรต้องการความมั่นคงระยะยาวหรือมองหาโค้ชใหม่เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า?

ผลกระทบจากการมาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล

การจากไปของมาร์เซลิโน่จะส่งผลต่อบียาร์เรอัลอย่างไร? ทีมกำลังทำผลงานดีในลาลีกา และมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์หรืออันดับสูง แต่การเปลี่ยนตัวโค้ชกลางฤดูกาลอาจกระทบขวัญกำลังใจนักเตะหลักอย่างดานิ ปาเรโฆ่ หรือเยร์รี ไมน่า

  • บียาร์เรอัลรั้งอันดับ 3 ลาลีกา ลุ้น UCL สองปีติด
  • ตกรอบ UCL ลีกเฟส แต่ฟอร์มลีกแข็งแกร่ง
  • มาร์เซลิโน่คุมทีมครั้งที่สองตั้งแต่ 2023
  • ประวัติเคยคว้ายูโรปาลีก 2021

แฟนบอลบียาร์เรอัลต่างเศร้าใจกับข่าวนี้ เพราะมาร์เซลิโน่คือตำนานที่พาทีมสร้างประวัติศาสตร์ แต่สโมสรต้องมองอนาคต โค้ชคนใหม่จะเป็นใคร? อาจเป็นรูเบน เดอ ลา เอร์ต้า หรือชื่อดังจากลาลีกา?

โอกาสใหม่ของมาร์เซลิโน่หลังอำลาบียาร์เรอัล

หลังจาก มาร์เซลิโน่ อำลาบียาร์เรอัล เขาอาจได้รับข้อเสนอจากทีมใหญ่ในสเปนหรือยุโรป ด้วยประสบการณ์คุมทีมชั้นนำและสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรับเหนียวแน่น

นอกจากนี้ ลาลีกาเองก็กำลังดุเดือด เรอัล มาดริดนำจ่าฝูง บาร์เซโลน่าตามมา และบียาร์เรอัลคือตัวแปรสำคัญในการลุ้นท็อปโฟร์

ติดตามข่าวฟุตบอลลาลีกา สเปน และยูโรป ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตผลบอล วิเคราะห์ทีม และข่าวสารล่าสุด คุณคิดว่าบียาร์เรอัลจะหาโค้ชคนใหม่ได้ทันหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ