วัน: 5 พฤษภาคม 2026

“สนธิญา” รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้องกกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

“สนธิญา” รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้องกกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยครับ เมื่อนายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 2 เดินหน้าฟ้องร้องพรรคพลังประชารัฐแบบเต็มตัว โดยรวบรวมรายชื่อเพื่อนอดีตผู้สมัคร สส. กว่า 100 คน มายื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณายุบพรรคทันที

“สนธิญา” รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้องกกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี พร้อมด้วยนายสมัย รามัญอุดม อดีตผู้สมัคร สส. ปทุมธานี เขต 2 จากพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะตัวแทนกลุ่มอดีตผู้สมัคร เดินทางมายื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ พวกเขาอ้างว่าผู้บริหารพรรคและหัวหน้าพรรคกระทำการไม่สุจริต ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการส่งผู้สมัคร สส. ลงแข่งเลือกตั้ง แต่ไม่ให้การสนับสนุนด้านเงิน ค่าใช้จ่าย และการช่วยเหลือในการหาเสียงอย่างเท่าเทียม สนับสนุนเฉพาะกลุ่มบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

เหตุผลหลักที่ “สนธิญา” รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส.

จากคำร้องที่ยื่น พวกเขาชี้ว่าการกระทำดังกล่าวฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มากกว่า 5 มาตรา เช่น การไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของผู้บริหารพรรค และการขาดความโปร่งใสในการจัดการเงินสนับสนุน นายสนธิญา ยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้ใหญ่รายหนึ่งหรือไม่ และเงินนั้นไปอยู่กับใคร มีการโอนให้บุคคลหรือกลุ่มใดบ้างหรือเปล่า หากพบความไม่ชอบธรรม ก็ควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารทั้งหมด

  • ไม่มีการสนับสนุนเงินและค่าใช้จ่ายให้ผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียม
  • เลือกสนับสนุนเฉพาะกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม
  • ขาดความโปร่งใสในการบริหารเงินพรรค
  • ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 กว่าหลายมาตรา
  • เรียกร้องให้ตรวจสอบแหล่งเงินสนับสนุนจากผู้ใหญ่

ผลกระทบต่อพรรคพลังประชารัฐและการเมืองไทย

พรรคพลังประชารัฐที่เคยเป็นพรรคใหญ่ในรัฐบาล อาจเผชิญวิกฤตหนัก หาก กกต. เห็นชอบส่งเรื่องไปศาล เพราะก่อนหน้านี้พรรคไทยภักดีก็ถูกยุบมาแล้ว ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคใหญ่ๆ จะรอดพ้นการตรวจสอบได้หรือไม่ ข่าวนี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างภายในพรรคการเมืองไทย ที่ผู้สมัครระดับฐานรากมักถูกทอดทิ้งหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะในศึกเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากนักการเมืองและนักวิเคราะห์ว่าการไม่จ่ายเงินสนับสนุนอาจเชื่อมโยงกับปัญหาการเงินภายในพรรค หรือการทุจริต ซึ่งหากพิสูจน์ได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลพรรคการเมืองให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวของ “สนธิญา” ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมต่อผู้สมัครทุกคนที่ทุ่มเทให้พรรค มันอาจนำไปสู่การปฏิรูประบบสนับสนุนผู้สมัครในอนาคต หากคุณสนใจข่าวการเมืองแบบนี้ อย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – “สนธิญา” รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้องกกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

ศธ. ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ชุดนักเรียนใช้เดิมได้

ใกล้ช่วงเปิดเทอมใหม่แล้ว ผู้ปกครองหลายคนคงกำลังปวดหัวกับค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจผันผวนและน้ำมันแพงแบบนี้ ดีใจที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาตรการช่วยเหลือสุดทันการณ์ เพื่อ ลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ให้เบาสบายขึ้น วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ณ ทำเนียบรัฐบาล

ลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม

มาตรการนี้มุ่งช่วยผู้ปกครองเตรียมความพร้อมบุตรหลานเข้าโรงเรียน โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่หมดทุกชิ้น โดยเฉพาะชุดนักเรียนและอุปกรณ์ที่จำเป็น ศธ. ย้ำชัดว่าสามารถใช้ของเดิมได้ แม้เด็กจะเลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียนใหม่ก็ตาม ทำให้ประหยัดเงินได้หลักพันบาทต่อคนเลยทีเดียว

รายละเอียดชุดนักเรียนและชุดลูกเสือ-เนตรนารี

สำหรับ ชุดนักเรียน ไม่ต้องซื้อใหม่ สามารถใช้นชุดเก่าได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะย้ายโรงเรียนหรือไม่ ชุดลูกเสริฐและเนตรนารีก็ไม่บังคับให้ซื้อเต็มชุด สามารถ mix & match ได้ เช่น ใช้ผ้าพันคอและหมวกคู่กับชุดนักเรียนประจำวันหรือชุดพละแทน ช่วยลดภาระได้เยอะ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกหลายคน

กระเป๋าและรองเท้า ใช้ของเดิมได้สบาย

อีกไอเท็มที่ผู้ปกครองมักกังวลคือกระเป๋านักเรียนและรองเท้า ศธ. ชัดเจนว่าสามารถใช้ของเดิมต่อได้ แม้ย้ายโรงเรียน ไม่ต้องตามสเปกโรงเรียนใหม่เป๊ะๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่ทันที ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจตัดสินใจให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น

  • ชุดนักเรียน: ใช้ของเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้าย รร.
  • ชุดลูกเสือ-เนตรนารี: ไม่บังคับเต็มชุด ใช้配件กับชุดอื่นได้
  • กระเป๋าและรองเท้า: ใช้เดิมต่อ แม้ย้ายโรงเรียน
  • ค่าบำรุงอื่นๆ: เช่น ห้องสมุด ชมรม ลดได้ตามดุลยพินิจผู้อำนวยการ

นอกจากนี้ ศธ. ยังสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และอาชีวศึกษา ออกหนังสือเวียนแจ้งแนวปฏิบัติไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามอย่างเป็นเอกภาพ

ประโยชน์ของมาตรการนี้ต่อผู้ปกครองและนักเรียน

มาตรการ ลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม นี้ไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณครอบครัว แต่ยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ลดขยะจากของใหม่ที่ไม่ได้ใช้ และลดแรงกดดันทางสังคมที่บังคับให้ซื้อตาม เพื่อนๆ ต้องซื้อใหม่หมด ผู้ปกครองสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนในด้านอื่น เช่น หนังสือเรียนเสริม หรือกิจกรรมเสริมทักษะแทน ในยุคนี้น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง มาตรการนี้เหมือนลมหายใจเข้าของจริง

จากประสบการณ์ของผู้ปกครองหลายท่านที่แชร์ในโซเชียล ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมปีละครั้งมักทะลุหมื่นบาท แต่ปีนี้ด้วยมาตรการนี้ อาจลดลงได้ 30-50% เลยทีเดียว แนะนำให้ผู้ปกครองตรวจสอบกับโรงเรียนลูกหลานล่วงหน้า และเตรียมเอกสารย้ายโรงเรียนให้ครบถ้วน

สุดท้าย มาตรการนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของศธ. ต่อปัญหาปากท้องประชาชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติ จะช่วยให้การเปิดเทอมปีนี้ราบรื่นและประหยัดยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ปกครองคนอื่นๆ รับรู้ด้วยนะ!

ที่มา – ศธ. ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ชุดนักเรียนใช้ของเดิมได้แม้ย้าย รร.

Adriano, Samba, R.Larcos – นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนาน

Adriano, Samba, R.Larcos – นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนาน

เตียงสองชั้นสมัยเด็กเต็มไปด้วยผลการแข่งขันดึกดื่น สีสันสดใสจากปากกาเมจิกขีดบนกรอบไม้โอ๊ค บันทึกแชมป์ไม่มีที่สิ้นสุดจากการดวลเกมวิดีโอกับพี่น้อง

ประวัติการต่อสู้ของเราบน FIFA และ Pro Evolution Soccer หายไปพร้อมเตียงสองชั้น ไม่มีใครอยากได้ธีม ‘Man Red v Merseyside Blue’ จริงๆ เวลาผ่านไป เราคิดว่าต้องย้ายออก เติบโตขึ้น หรืออย่างน้อยก็ทุ่มเวลาให้ Football Manager ที่ทำให้ง่วงนอน

แต่บางครั้ง ทีมที่เรารัก ฟอร์เมชันโปรด และนักเตะคัลต์ที่เราพึ่งพา ก็ผุดขึ้นในบทสนทนา nostalgia นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนาน เหล่านี้ช่าง subjective จริงๆ ทุกคนมีนักเตะโปรด ความผูกพันกับฮีโร่พิกเซลที่พาเราไปสู่ชัยชนะเสมือนจริง และ wonderkids ที่พัฒนาเป็นสุดยอดนักเตะ

แต่บางคนสมควรได้สถานะ legend กว้างๆ นักเตะ FIFA ที่พลังเร็วทะลุ, PES ที่ยิงประตูระเบิด, FM ที่มีศักยภาพสุดโหด ผมลองจัดอันดับ นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนาน บางคนจาก 10 ถึง 1 ขอให้คอมเมนต์ความทรงจำของคุณด้วยนะ

นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนานอันดับ 10: To Madeira (Championship Manager 01-02)

ลึกเข้าไปในลีกล่างโปรตุเกส นักเตะ Ballon d’Or ในอนาคตกำลังเกิดขึ้นต้นศตวรรษ To Madeira เป็น wonderkid ราคาถูกใน Championship Manager 01-02 ยิงประตูแน่นอน ซื้อได้แค่หลักแสนปอนด์ พัฒนาเป็นสุดยอดกองหน้า

แต่เด็กคนนี้จาก Gouveia ไม่มีตัวตนจริง นักวิจัยท้องถิ่น Antonio Madeira แอบใส่เข้ามา Madeira จริงๆ คงไม่รู้ว่ามุกนี้จะสร้าง cult figure ที่ยังดังในหมู่ manager สมัย 2000s

อันดับ 9: Marvell Wynne (Fifa 12)

Marvell Wynne มีตัวตนจริง แนวรับ MLS 10 ปี จาก 2006-2016 เล่น New York Red Bulls, Toronto, Colorado Rapids, San Jose Earthquakes

ธรรมดาสำหรับแฟน MLS แต่ใน Fifa 12 เขามี pace 96! ทำให้เป็นปรากฏการณ์รับมือตัวต่อตัว กลายเป็น legend Wynne ยังโดนแท็ก IG เรื่องนักเตะเร็วสุด ไม่ใช่บั๊ก เขาวิ่ง 100m 10.39 วินาทีสมัยมัธยม

อันดับ 8: David Beckham (Fifa: Road to World Cup 98)

เบ็คแฮมเข้ามาด้วยฟรีคิกโค้งๆ เป็นปก Fifa: Road to World Cup 98 เกมครบครัน World Cup qualifying 174 ทีม, indoor 5v5 ไม่มี throw-in, เห็นแดงสไลด์ผู้รักษา, แต่งชุดเอง พร้อ soundtrack Blur’s Song 2 สุดมัน

อันดับ 7: Roberto Larcos (Pro Evolution Soccer)

Ryan Greggs, Ruud Vom Mistelroum, Ronarid… PES สมัยแรกสุดยอด arcade ไม่ใช่แค่ gameplay แต่ชื่อปลอมเจ๋ง Konami สร้างสรรค์ไร้ลิขสิทธิ์ Roberto Larcos แบ็คซ้ายบราซิล คู่ Facu คือ Roberto Carlos จริงๆ PES จับ run-up ฟรีคิกเต้นๆ และยิงโค้งนอกเท้าได้เป๊ะ เล่น MD White

อันดับ 6: Anthony Vanden Borre (Football Manager)

CM 01-02 เต็มไปด้วย wonderkids แต่ยกให้ FM ด้วย Vanden Borre จาก Anderlecht คู่ Kompany พัฒนาเป็น RB สไตล์ Cafu รับ Thuram ผ่าน Zidane ในชีวิตจริงไม่สุด แต่ในเกมสุดยอด

อันดับ 5: Tijani Babangida (Pro Evolution Soccer)

ตำนานว่า Babangida เร็วสุด PES สมัยแรก Ajax + Nigeria, acceleration 99 Master League must-buy PES 20th anniversary เอากลับมา myClub CM ก็ซื้อได้ แต่พี่ชาย Haruna จาก Barca B โหดกว่า

อันดับ 4: Juninho Pernambucano (Pro Evolution Soccer)

ฟรีคิก PES ยุค 2000s กับ Juninho = dip swerve knuckleball 99 accuracy ‘curling’ สูง Lyon (Rhone) เปิดทาง Ben Arfa, Malouda, Nilmar

อันดับ 3: Tonton Zolo Moukoko (Championship Manager 01-02)

“เราถึงหมู่บ้านเล็กในมาเลเซีย” Tonton Zola Moukoko เล่า “เจ้าหน้าที่ช็อก ‘นายคือ Tonton จาก Derby จริงๆ เหรอ?'” ตำนานเขาเดินทางไกล Derby แย่ง Milan Bologna มาจาก Djurgardens สวีเดน จาก Congo หลังเสียพ่อแม่

ในอะคาเดมี Derby สกิล No.10 สไตล์ Messi ใน CM ไปยักษ์ใหญ่จริงๆ ไม่ได้ลงซีเนียร์ พี่ชายตาย กลับสวีเดน ลีกล่าง “ชีวิตเปลี่ยน ฟุตบอลไม่สนุก” แต่แฟนยังติดต่อจากทั่วโลก

อันดับ 2: Cherno Samba (Championship Manager 01-02)

CM 01-02 สมบัติ Samba ดังสุด บนจอเป็น superstars จริงๆ Millwall-Plymouth-Wrexham-สแกนฯ บาดเจ็บเกษียณ 29 Jacobson บอก data error แต่ Samba ใช้ชื่อดังได้ “สั่งโทรศัพท์ บอกชื่อ Cherno Samba ได้พรุ่งนี้เลย!”

อันดับ 1: Adriano (Pro Evolution Soccer)

เสียงลูกบอลทะลุตาข่ายจาก Adriano PES Inter forward cheat code! จริงๆ Phenomenal Brazil 48 caps 27 goals แต่ในเกมยิงซ้าย 99 power จาก 40 หลาเข้าประตูมุมบน นักฟุตบอลวิดีโอเกมในตำนาน ชั้น 1

คุณมีนักฟุตบอลวิดีโอเกมโปรดคนไหน? คอมเมนต์แชร์ความทรงจำด้านล่างเลย วันปุ่มกดบนเตียงสองชั้นนี้คือ ‘research’ แล้ว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย ล่าสุด น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยแบบนี้ขึ้นอีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกรณีที่โรงงานผลิตปลากระป๋องนำปลานิลมาทำเป็นปลากระป๋อง แต่ไม่ตรงตามฉลากที่ระบุไว้ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถูกหลอกลวง แม้ผู้ประกอบการจะเคลียร์กันแล้ว แต่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ สคบ. ไม่ยอมปล่อยผ่าน น.ส.ศุภมาส เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัดตรวจสอบไปจนถึงระดับโรงงานผลิต เพื่อหาว่าจะมีเคสแบบนี้อีกหรือไม่ และติดตามเรื่องร้องเรียนจากประชาชนอย่างใกล้ชิด

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง ป้องกันซ้ำรอย

นอกจากกรณีปลากระป๋องแล้ว ยังมีเคสน้ำดื่มราคาถูกผิดปกติที่ จ.นครราชสีมา ซึ่ง น.ส.ศุภมาส ฝากเตือนประชาชนทุกคน หากเจอสินค้าที่ราคาถูกเกินจริง เช่น น้ำดื่มขวดละ 2 บาท ให้สงสัยในคุณภาพทันที ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคอะไรก็ตาม ถ้าไม่ตรงปก สามารถแจ้ง สคบ. ได้เลย สคบ. จะลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยมีเครือข่ายพันธมิตรอย่างกระทรวงสาธารณสุขและ อย. ร่วมมือกันผ่าน MOU เพื่อปราบปรามอย่างเด็ดขาด

การเอาเปรียบผู้บริโภคแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนให้ดูแลหน่วยงานของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาสินค้า สคบ. จึงทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุก เช่น ลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชน ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

เคล็ดลับปกป้องตัวเองจากสินค้าปลอม หลังศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

  • ตรวจสอบฉลากสินค้า: ดูวันผลิต วันหมดอายุ และส่วนผสมให้ชัดเจน
  • เปรียบเทียบราคา: ถ้าถูกเกินไป มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพ
  • ซื้อจากร้านเชื่อถือได้: เลือกห้างสรรพสินค้าหรือผู้ขายที่มีรีวิวดี
  • แจ้งทันทีหากผิดปกติ: โทร สคบ. โฮตไลน์ 1166 หรือแจ้งออนไลน์
  • ติดตามข่าวสาร: จาก สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. กำลังเร่งตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารกระป๋องทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นตรงตามมาตรฐาน หากปล่อยไว้ อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้

ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การปกป้องผู้บริโภคคือสิ่งสำคัญที่สุด สคบ. ไม่เพียงตรวจสอบ แต่ยังให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนรู้จักสิทธิตัวเอง หากคุณเคยเจอสินค้าไม่ตรงปก อย่าปล่อยผ่าน แจ้งเลยวันนี้เพื่อป้องกันคนอื่น!

คำแนะนำสุดท้าย: เป็นผู้บริโภคฉลาด ตรวจสอบก่อนซื้อ ช่วยลดรายจ่ายและปกป้องสุขภาพตัวเองและครอบครัว

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจเข้มกันเคส “ปลานิลทำปลากระป๋อง” เหตุซ้ำรอย

“สุริยะ” ย้ำย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน

“สุริยะ” ย้ำย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรและคนรักข่าวการเมืองเกษตร! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อน “สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล รับประกันว่าการโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการนั้น โปร่งใส ถูกต้องตามขั้นตอน และไม่เกี่ยวกับหลานชายของตัวเองเลยสักนิด!

“สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย

นายสุริยะย้ำหลายรอบเลยครับว่าตนปรึกษาปลัดกระทรวงแล้ว และอยากให้เรื่องนี้จบๆ ไป เพื่อเดินหน้าทำงานช่วยเกษตรกรต่อ โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมตั้งคำถามเรื่องหลานชายที่เป็นผู้บริหารสายการบิน รัฐมนตรีชี้แจงว่าหลานติดต่ออธิบดีตั้งแต่กรกฎาคม 2568 ตอนที่ยังไม่ได้เป็น รมว.เกษตรฯ พอมาอยู่ตำแหน่ง หลานก็โทรหาตรงๆ แต่สุริยะไม่รู้เรื่อง จนกว่าจะโยกย้าย และไม่เคยใช้อำนาจอะไรเลย ชัดเจนมากใช่ไหมล่ะ?

ส่วนเรื่องที่อ้างว่านายราเชนถูกเรียกดูงบประมาณปี 2570 เพื่อธุรกิจส่วนตัว นายสุริยะบอกว่าถ้าไม่โยกย้ายก็ไม่มีประเด็นนี้ มันเกิดจากคำแนะนำของสำนักงบประมาณตอนเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เพื่อดูงบกระทรวงว่าจะปรับอะไรไหม แต่สุดท้ายไม่ปรับ ถ้าสังคมยังสงสัย ยินดีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเลยครับ โปร่งใสสุดๆ!

แผนโปรโมตผลไม้ไทยและรับมือเอลนีโญ จาก “สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย

นอกจากชี้แจงแล้ว นายสุริยะยังโฟกัสภารกิจหลัก เช่น ปัญหาทุเรียนปีนี้ผลผลิตล้นตลาด ราคาตก สส.นครพนมแจ้งว่าด่านพรมแดนตรวจช้า ส่งออกจีนล่าช้า รัฐมนตรีสั่งขยายเวลาตรวจคุณภาพ เพื่อให้ทุเรียนไทยไร้สารปนเปื้อน ส่งออกได้มั่นใจ ทุเรียนคือผลไม้อันดับ 1 ส่งออก แต่เรามีผลไม้อื่นๆ อีกเพียบ!

พรุ่งนี้ (6 พ.ค.) จะหารือผู้เชี่ยวชาญเยอรมันเรื่องจัดเอ็กซ์โปผลไม้ไทย โปรโมตให้โลกรู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ยังสั่งกรมชลประทานรับมือเอลนีโญ น้ำในเขื่อนพอ แต่พื้นที่นอกชลประทานแห้งแล้ง เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือไว้แล้วครับ

ผลกระทบเอลนีโญต่อเกษตรกรไทย

เอลนีโญปีนี้ทำให้ฝนน้อย อุณหภูมิสูง เกษตรกรหลายพื้นที่เดือดร้อน โดยเฉพาะนาข้าว ผลไม้ ผัก รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาด้วย:

  • กรมชลประทาน: จัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีทดสอบดินและน้ำ
  • กรมฝนหลวง: แม้เปลี่ยนอธิบดี แต่ภารกิจทำฝนเทียมยังไปต่อ
  • โปรโมตผลไม้: จัดแอ็กซ์โปใหญ่ ดึงนักลงทุนต่างชาติ

ผลไม้ไทยอย่างทุเรียน มังคุด ลำไย สับปะรด มีโอกาสโตในตลาดจีน อินเดีย ยุโรป ถ้าโปรโมตดี เกษตรกรรายได้เพิ่มแน่นอน

ส่วนปัญหาด่านตรวจทุเรียน รัฐมนตรีสั่งเร่งแก้ ใช้เครื่องตรวจสารเคมีเร็วขึ้น ลดเวลารอจากวันเป็นชั่วโมง ช่วยให้ส่งออกทันราคาดี

มุมมองอนาคตกระทรวงเกษตร

หลังจาก “สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย ชัดเจนแบบนี้ ทีมงานกระทรวงคงโล่งใจ เดินหน้าทำงานเต็มสูบ เกษตรกรอย่างเราก็อุ่นใจที่มีผู้นำโปร่งใส เน้นผลประโยชน์เกษตรกร

ในฐานะบล็อกเกษตร เราคิดว่าการชี้แจงแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้สังคม และช่วยให้รัฐบาลโฟกัสปัญหาจริงๆ อย่างภัยแล้ง ราคาผลผลิตตก หากคุณเป็นเกษตรกร ลองแชร์ประสบการณ์เอลนีโญในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามบล็อกเราเพื่อเคล็ดลับการตลาดผลไม้ไทยเพิ่มเติมนะครับ! อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนเกษตรกรด้วย

ที่มา – “สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย

“ช่างโต้ง” เปิดใจหลังผ่าพิสูจน์ “พระเกศทองคำ” โล่งใจ

จากกรณีดราม่าร้อนแรงเรื่องพระเกศทองคำของวัดบุญชื่นชู ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ที่ชาวบ้านและนักสะสมพระเครื่องถกเถียงกันว่ามีทองคำน้ำหนัก 50 บาทซ่อนอยู่ข้างในจริงหรือไม่ สร้างความกดดันมหาศาลให้กับ “ช่างโต้ง” ผู้หล่อสร้างพระเกศองค์นี้เมื่อ 10 ปีก่อน ล่าสุดหลังจากทีมเจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์แล้ว พบว่าทองคำยังครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้ “ช่างโต้ง” เปิดใจหลังผ่าพิสูจน์ “พระเกศทองคำ”แบบโล่งอก ปล่อยโฮด้วยความดีใจ

“ช่างโต้ง” เปิดใจหลังผ่าพิสูจน์ “พระเกศทองคำ”

นายวรพจน์ จิตตะธัม หรือที่รู้จักกันในนามช่างโต้ง อายุ 43 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 อย่างเป็นกันเอง โดยเล่าว่า หลังจากที่พระเกศถูกผ่าและพบทองคำจริง รู้สึกโล่งใจสุดๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องคดีความหรือมลทินอีกต่อไป “ตอนนี้ความจริงกระจ่างหมดแล้ว ไม่ติดค้างอะไร” ช่างโต้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาสบาย

ช่างโต้งเปิดใจหลังผ่าพิสูจน์พระเกศทองคำ

ช่างโต้งยอมรับ เครียดหนักก่อนผลพิสูจน์

ก่อนหน้านี้ ช่างโต้งยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองเครียดอึดอัดสุดขีด คิดวนเวียนไปหมดว่าพระเกศองค์นี้หลังจากหล่อเสร็จไปอยู่ไหนบ้าง หลวงพ่อเก็บกุญแจไว้ตรงไหน หรือมีใครแอบเปิดไปแล้วหรือเปล่า แม้จะมั่นใจ 100% ว่ามันคือองค์เดิม แต่ก็ยังกลัวว่าถ้าเปิดออกมาแล้วทองหาย จะกลายเป็นคดีใหญ่ “ถ้าไม่มีทอง ผมต้องสู้คดียาวๆ ลูกเมียจะอยู่ยังไง ชื่อเสียงโรงหล่อก็พัง” ช่างโต้งเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ดราม่านี้เริ่มจากข่าวลือในวงการพระเครื่อง ที่ตั้งคำถามถึงความแท้จริงของพระเกศทองคำ ทำให้เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชูตัดสินใจนำมาผ่าต่อหน้าสื่อและเจ้าหน้าที่ ผลคือทองคำ 50 บาทยังอยู่ครบ ช่างโต้งถึงกับล้มพับร้องไห้ด้วยความโล่งใจ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ข่าวผ่าพระเกศ)

ช่างโต้งทำเกษตรหลังวางมือ

วางมือจากช่างหล่อ หันมาทำเกษตรกรรม

นอกจากโล่งใจพ้นมลทินแล้ว ช่างโต้งยังเผยชีวิตใหม่ที่น่าประทับใจ เริ่มเข้าวงการช่างหล่อตั้งแต่อายุ 20 ปี กลายเป็นช่างหล่อทองเหลืองมือฉมังตอน 26 ปี แต่ 2-3 ปีมานี้วางมือหมดแล้ว หันกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด “ตอนนี้ปลูกผัก ทำนา สบายใจดีกว่า ไม่ต้องกังวลดราม่า” เขากล่าว

  • ประวัติช่างโต้ง: เข้าโรงหล่ออายุ 20
  • เชี่ยวชาญหล่อทองเหลืองอายุ 26
  • สร้างพระเกศทองคำวัดบุญชื่นชูเมื่อ 10 ปีก่อน
  • ปัจจุบัน: เกษตรกรเต็มตัว

เรื่องราว “ช่างโต้ง” เปิดใจหลังผ่าพิสูจน์ “พระเกศทองคำ”นี้ ไม่เพียงพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธาในพระพุทธรูปและพระเครื่องของคนไทย ที่บางครั้งก็ต้องอาศัยการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคลายข้อกังขา ในมุมมองของผม เรื่องนี้เป็นบทเรียนดีๆ ว่าความจริงต้องมาก่อนเสมอ ไม่ว่าอาชีพไหนก็ตาม สุดท้ายช่างโต้งเลือกทางชีวิตสงบด้วยการเกษตร ซึ่งเป็นทางเลือกยอดเยี่ยมในยุคนี้

CTA: ถ้าคุณชื่นชอบข่าวพระเครื่องและเรื่องราวชีวิตจริง สนใจทำเกษตรบ้างไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามบล็อกเราเพื่อข่าวอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – “ช่างโต้ง” เปิดใจหลังผ่าพิสูจน์ “พระเกศทองคำ” โล่งใจพ้นมลทิน วางมือจากช่างมาทำเกษตร

“ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี

ในวันที่นักการเมืองหลายคนกำลังเผชิญแรงกดดันจากกระแสข่าวสารรอบด้าน “ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี ที่ช่วยจุดประกายพลังในการทำงานต่อไป ผลสำรวจจากสวนดุสิตโพลล่าสุดชี้ว่านายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับคะแนนนิยมอันดับ 2 รองจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความไว้วางใจจากประชาชน

ยศชนัน ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

“ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยแสดงความขอบคุณต่อผลโพลนี้อย่างจริงใจ “ต้องขอบคุณและถือเป็นกำลังใจที่ดีในการทำงาน ส่วนตัวมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในหน้าที่รับผิดชอบ จะทำให้ดีที่สุดและดีขึ้นเรื่อยๆ” ท่านกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงทัศนคติที่มุ่งมั่น ไม่หยุดนิ่ง แม้จะได้อันดับ 2 แต่ก็ยังไม่เพลิดเพลิน ยังคงมุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกจังหวัด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าถือว่ามาถูกทางหรือไม่ นายยศชนัน ตอบว่า “ถูกทางแล้ว แต่ต้องทำให้ดีขึ้น เพราะยังมีความเร่งด่วนและเดือดร้อนของประชาชนอีกมาก” นี่คือตัวอย่างของผู้นำที่รับฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้รอวันเกษียณ

ยศชนัน ยิ้มรับผลโพลอันดับ 2

ย้ำทำงานเต็มที่ ประชาชนคือผู้ตัดสิน

เมื่อถูกถามถึงความหวังจะขึ้นอันดับ 1 หรือไม่ “ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี แต่ย้ำว่า “เรามีหน้าที่ทำงานเต็มที่ อนาคตอย่างไรประชาชนดูอยู่” คำพูดนี้ชัดเจนมาก แสดงถึงความถ่อมตัวและรับผิดชอบ ไม่มุ่งชื่อเสียง แต่เน้นผลงานจริง สวนดุสิตโพลที่สำรวจดัชนีชี้วัดนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดนี้ มีน้ำหนักเพราะมาจากความเห็นประชาชนกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ ทำให้ผลออกมาเชื่อถือได้

มุมมองต่อดราม่าโยกย้ายข้าราชการกระทรวงเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนเรื่องดราม่าการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่อาจกระทบพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน มองว่า “ไม่ได้มองมิตินั้น แต่เน้นปัญหาหน้างานและระยะยาว ต้องวางรากฐานโครงสร้างให้ดี แก้ปัญหาเร่งด่วนและยั่งยืน” ท่านเน้นปรัชญาการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่การเมืองส่วนตัว

ยศชนัน พูดถึงการทำงานรัฐบาล

ทำไมผลโพลนี้ถึงสำคัญต่อการเมืองไทย

สวนดุสิตโพลเป็นเครื่องมือวัดกระแสสังคมที่แม่นยำ มักสะท้อนความรู้สึกประชาชนต่อนักการเมือง การที่ “ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี แสดงให้เห็นว่านโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมที่ท่านผลักดัน กำลังตอบโจทย์คนไทย โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเศรษฐกิจอนาคต ในยุคที่ไทยต้องการก้าวสู่ Thailand 4.0 ผลงานเหล่านี้ช่วยยกระดับคะแนนนิยมได้จริง

  • บทบาทรองนายกฯ: ดูแลนโยบายวิทยาศาสตร์ สร้างงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาชาติ
  • การรับมือวิกฤต: ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว
  • ทัศนคติผู้นำ: ถ่อมตัว ทำงานหนัก ไม่สนอันดับ

จากประสบการณ์ นักการเมืองที่ได้คะแนนสูงจากโพลมักเป็นคนที่ใกล้ชิดประชาชน การที่นายยศชนันได้อันดับ 2 รองนายกฯอนุทิน แสดงถึงทีมรัฐบาลที่แข็งแกร่ง หากรักษาความมุ่งมั่นนี้ไว้ อนาคตการเมืองไทยจะสดใสแน่นอน

ในมุมมองของผม ผลโพลนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านักการเมืองต้องทำงานจริง ไม่ใช่แค่พูด ประชาชนไม่ได้โง่ เราคอยจับตาอยู่ หากคุณคิดเหมือนกัน ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณให้คะแนนยศชนันกี่คะแนน และนักการเมืองคนไหนที่คุณชื่นชอบที่สุด!

ที่มา – “ยศชนัน” ขอบคุณผลโพลคะแนนนิยมอันดับ 2 เป็นกำลังใจที่ดี ย้ำทำงานเต็มที่ ประชาชนดูอยู่

“สีหศักดิ์” ย้ำไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย UNCLOS

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยกำลังเป็นที่จับตา เมื่อ “สีหศักดิ์” ย้ำไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ยืนยันว่าจะชงเรื่องยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยปี พ.ศ. 2544 หรือ MOU 44 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ปัญหายืดเยื้อมานาน

“สีหศักดิ์” ย้ำไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา โดยยืนยันว่าเรื่องการยกเลิก MOU 44 จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันนี้ และหลังจากนั้นจะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบต่อไป แม้กัมพูชาจะแสดงท่าทีไม่พอใจและโวยวาย แต่ไทยย้ำชัดเจนว่า การยกเลิก MOU ไม่ได้หมายถึงการยุติการเจรจาแต่อย่างใด ไทยยังคงเดินหน้าพูดคุยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. 2525 (UNCLOS) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

ท่าทีกัมพูชาและการตอบโต้ของไทย

กัมพูชาได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการเคลื่อนไหวของไทย โดยมองว่าการยกเลิก MOU 44 อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาที่ดำเนินมากว่า 20 ปี แต่ฝั่งไทยชี้แจงว่า MOU 44 เป็นเพียงกรอบการเจรจาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การกำหนดเขตแดนที่ชัดเจน และการยกเลิกจะช่วยให้ไทยสามารถอ้างสิทธิ์ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลักกลางกลาง (equidistance principle) ตาม UNCLOS

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไร หากกัมพูชาปฏิเสธที่จะเจรจาต่อ นายสีหศักดิ์ ตอบว่า ยังไม่เห็นท่าทีดังกล่าวจากกัมพูชา และไทยยังคงเปิดช่องสำหรับการพูดคุย โดยอาจมีการหารือในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ในช่วงใกล้เคียงนี้ แม้จะไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ แต่ท่าทีของนายสีหศักดิ์ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและการเตรียมพร้อมของฝ่ายไทย

ประวัติศาสตร์ MOU 44 และข้อพิพาทในอ่าวไทย

MOU 44 ลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2544 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพื่อเป็นกรอบการสำรวจและพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย ซึ่งมีศักยภาพสูงในด้านปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร โดยไทยอ้างสิทธิ์ตามเส้นกลางอ่าว ขณะที่กัมพูชาอ้างตามแผนที่เก่าและเกาะต่างๆ เช่น เกาะกูดและเกาะชูรัก ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาทยืดเยื้อ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเคยเจรจามาแล้วหลายรอบ แต่ไม่เคยบรรลุผล โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ปะทะที่ปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2551-2554 ที่ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น การยกเลิก MOU 44 ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไทยแสดงจุดยืนชัดเจน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ

  • ประเด็นสำคัญจากคำแถลง:
  • ชงยกเลิก MOU 44 เข้าครม. วันนี้
  • ยืนยันไม่ยุติการเจรจา ยังใช้ UNCLOS เป็นกรอบ
  • กัมพูชายอมรับต้องเจรจาตามกฎหมายระหว่างประเทศ
  • ยังไม่มีท่าทีปฏิเสธจากกัมพูชา
  • อาจหารือในประชุมอาเซียน

ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต

การตัดสินใจยกเลิก MOU 44 อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่ที่เข้มข้นขึ้น โดยไทยคาดหวังให้เกิดการแบ่งเขตที่เป็นธรรมตาม UNCLOS ซึ่งมาตรา 74 และ 83 กำหนดให้รัฐชายฝั่งใกล้เคียงต้องตกลงกันเรื่องเขตแดนทางบกและทะเล หากไม่สามารถตกลงได้ อาจส่งเรื่องให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) พิจารณา แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

นอกจากนี้ พื้นที่อ่าวไทยยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ หากสามารถแก้ไขได้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเคลื่อนไหวของ “สีหศักดิ์” ย้ำไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย เป็นกลยุทธ์ที่สมดุลระหว่างความแข็งกร้าวและการทูต

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของรัฐบาลไทยในการปกป้องอธิปไตย แต่ยังคงเปิดประตูสู่การแก้ปัญหาอย่างสันติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ที่มา – “สีหศักดิ์” ย้ำแต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย ย้ำยังเดินหน้าภายใต้ UNCLOS

เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นร่างกำหนดวันขายแอลกอฮอล์

วันนี้เรามีข่าวสำคัญสำหรับทุกท่านที่สนใจเรื่องนโยบายสาธารณสุขและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ เปิดให้ประชาชน ร่วมแสดงความเห็น ร่างฯ กำหนดวันขาย “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” โดยคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ร่างประกาศนี้สมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการของสังคม

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 2/2569 ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้ติดตามผลการปลดล็อกเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นเวลา 3 เดือนแรก (ธันวาคม 2568 – มีนาคม 2569) พบว่าอุบัติเหตุโดยรวมไม่เพิ่มขึ้น แม้แต่ช่วง 14.00-20.00 น. ก็ยังไม่มีผลกระทบเชิงลบ นี่เป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการควบคุมสามารถปรับให้เหมาะสมได้

เปิดให้ประชาชน ร่วมแสดงความเห็น ร่างฯ กำหนดวันขาย “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

ร่างประกาศนี้มุ่งกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา 5 วันหลัก ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ซึ่งเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่รัฐต้องการรักษาความสงบเรียบร้อยและลดผลกระทบด้านสุขภาพ สังคม และอุบัติเหตุ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เน้นจำกัดการเข้าถึงแอลกอฮอล์ทางกายภาพ

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นเพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น

  • การขายในอาคารผู้โดยสารสนามบินเที่ยวบินระหว่างประเทศ
  • สถานบริการตามกฎหมาย
  • สถานประกอบการคล้ายสถานบริการในแหล่งท่องเที่ยว (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำกระทรวงมหาดไทย)
  • โรงแรมตามกฎหมายโรงแรม
  • สถานที่จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติ/นานาชาติ (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

นอกจากนี้ สถานที่ยกเว้นต้องมีมาตรการคัดกรอง เช่น ตรวจอายุ ป้องกันเด็กเยาวชนเข้าถึง และรักษาความปลอดภัย เพื่อความสมดุลระหว่างการควบคุมและการดำเนินธุรกิจ

ที่มาของร่างนี้เพราะ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ได้เปลี่ยนอำนาจออกประกาศจากนายกฯ เป็นคณะกรรมการควบคุมฯ จึงต้องปรับประกาศเดิม พ.ศ. 2568 ให้สอดคล้อง ประกาศเดิมห้ามขายวันสำคัญเหล่านี้เพื่อลดปัญหาแอลกอฮอล์ที่เชื่อมโยงกับอุบัติเหตุ อาชญากรรม และสุขภาพ

ประเด็นสำคัญและคำถามรับฟังความเห็นในร่างกำหนดวันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ประชาชนสามารถแสดงความเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=Njk1OERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยมีคำถามหลักดังนี้

  1. เห็นด้วยกับการห้ามขายในวันสำคัญทางพุทธ 5 วันหรือไม่ อย่างไร
  2. เห็นด้วยข้อยกเว้นสนามบิน สถานบริการ โรงแรมหรือไม่
  3. เห็นด้วยข้อยกเว้นสถานประกอบการแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่
  4. เห็นด้วยข้อยกเว้นกิจกรรมพิเศษหรือไม่
  5. เห็นด้วยมาตรการคัดกรองในสถานยกเว้นหรือไม่
  6. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

การรับฟังความเห็นนี้สำคัญมาก เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดา มันส่งผลกระทบกว้างขวาง หากเรามีส่วนร่วม นโยบายจะตอบโจทย์สังคมไทยได้ดีขึ้น เช่น ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล แต่ยังสนับสนุนท่องเที่ยวที่เป็น GDP สำคัญ

จากข้อมูลล่าสุด การปลดล็อกเวลาไม่ทำให้ปัญหาแย่ลง แสดงว่ารัฐสามารถยืดหยุ่นได้ ร่างนี้จึงเป็นก้าวต่อไปในการปรับสมดุล หวังว่าทุกท่านจะช่วยกันแสดงความเห็น เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ส่วนตัวมองว่ามาตรการดี แต่ข้อยกเว้นต้องเข้มงวดจริงจัง โดยเฉพาะป้องกันเยาวชน สนับสนุนให้ทุกคนเข้าไปแสดงความเห็นก่อนครบกำหนด จะช่วยให้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น รีบคลิกเข้าเว็บไซต์แสดงความเห็นวันนี้เลยครับ!

ที่มา – เปิดให้ประชาชน ร่วมแสดงความเห็น ร่างฯ กำหนดวันขาย “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์”