วัน: 8 พฤษภาคม 2026

ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ

ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ตึงเครียดมาตลอด

ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมายืนยันกับสื่อมวลชนในประเทศว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ แม้ว่าไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น จะเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่ายในช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเรเชล สกอตต์ จากสำนักข่าว ABC News โดยระบุว่า “การหยุดยิงยังดำเนินต่อไป มันยังมีผลอยู่” และยังเสริมอีกว่าการโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “การสะกิดทักทายเบา ๆ” เท่านั้น ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นละเมิดข้อตกลง

ที่มาของเหตุการณ์ปะทะในช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนเกิดเหตุปะทะ สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่านในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้หลังจากอิหร่านโจมตีเรือรบอเมริกันขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ได้ยั่วยุก่อน ขณะที่ฝั่งอิหร่าน โฆษกกองทัพออกมาแย้งทันทีว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน ด้วยการมุ่งเป้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ทำให้เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นกว่า 3% ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ

ผลกระทบและความเสี่ยงต่อภูมิภาค

ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ นี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความมั่นคงในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ มักใช้นโยบายกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน โดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาลับหลายเดือน แต่การปะทะครั้งนี้เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่

  • ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มสูงขึ้น
  • ราคาน้ำมันโลกผันผวน ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย
  • พันธมิตรอย่างอิสราเอลและซาอุฯ จับตาใกล้ชิด
  • จีนและรัสเซียอาจเข้าแทรกแซง

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แม้ทรัมป์จะยืนยันข้อตกลงยังอยู่ แต่การ “สะกิดทักทาย” ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณของสงครามเย็นที่กำลังร้อนระอุ นักวิเคราะห์จาก CNN ชี้ว่า หากเกิดการละเมิดเพิ่ม สงครามเต็มรูปแบบอาจเกิดขึ้นได้

มุมมองจากฝั่งอิหร่านและนานาชาติ

อิหร่านไม่ยอมรับคำกล่าวอ้างของทรัมป์ และเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซง ขณะที่สหภาพยุโรปเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตมนุษยธรรม ในขณะที่ไทยและอาเซียนต่างกังวลกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมัน

ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงนโยบาย “America First” ที่แข็งกร้าวของทรัมป์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองโลก

สุดท้ายนี้ สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่านอย่างไร

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน การหยุดยิงยังมีผลอยู่ หลังปะทะกับอิหร่านในฮอร์มุซ

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ให้รีบลงนามข้อตกลง มิเช่นนั้นจะโจมตีหนักกว่าเดิม

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ให้รีบลงนามข้อตกลง มิเช่นนั้นจะโจมตีหนักกว่าเดิม สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน หลังเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่ายที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมัน

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ให้รีบลงนามข้อตกลง มิเช่นนั้นจะโจมตีหนักกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 หรือ 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ตอบโต้ผู้โจมตีชาวอิหร่านที่พยายามโจมตีเรือพิฆาตของสหรัฐฯ 3 ลำ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ย้ำชัดว่า “เราจะซัดกลับให้หนักกว่า และรุนแรงกว่าเดิมมาก” หากอิหร่านไม่ยอมลงนามในข้อตกลงโดยเร็ว

ในโพสต์นั้น ทรัมป์เล่าว่าเรือพิฆาตระดับโลกของอเมริกา 3 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย แม้จะถูกโจมตีด้วยกระสุนและขีปนาวุธ แต่ไม่เกิดความเสียหายใดๆ กับเรือ ในทางตรงกันข้าม ผู้โจมตีอิหร่านและเรือเล็กของพวกเขาถูกทำลายสิ้นซาก รวมถึงโดรนที่ถูกยิงตกกลางอากาศ

รายละเอียดการโจมตีและการตอบโต้

ทรัมป์ยังเสริมว่า “พวกมันถูกทำลายจนสิ้นซากพร้อมกับเรือเล็กจำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาใช้แทนที่กองทัพเรือของพวกเขาที่ถูกบดขยี้จนหมดสภาพไปแล้ว” นอกจากนี้ยังเตือนอิหร่านไม่ให้ทำให้สถานการณ์บานปลาย โดยเฉพาะเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ว่า “ถ้าพวกเขามีโอกาสใช้อาวุธนิวเคลียร์ พวกเขาทำแน่โดยไม่มีคำว่าลังเล—แต่พวกเขาจะไม่มีวันได้รับโอกาสนั้น”

  • กองทัพสหรัฐฯ โจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่านที่เป็นจุดปล่อยขีปนาวุธ โดรน และเรือเล็ก
  • อิหร่านถูกกล่าวหาว่ายิงอาวุธเข้าใส่เรือรบสหรัฐฯ โดย “ไม่มีการยั่วยุก่อน” ตามแถลงของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่ทรัมป์เคยถอนตัวไปแล้ว

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุด hotspot ของความขัดแย้ง สหรัฐฯ และอิหร่านมีประวัติยาวนานของการเผชิญหน้าในพื้นที่นี้ โดยเฉพาะตั้งแต่ทรัมป์เข้ามาบริหารประเทศและใช้นโยบายกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน ข้อตกลงที่ทรัมป์พูดถึงน่าจะหมายถึงการเจรจาใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านปฏิเสธมาตลอด

การเตือนครั้งนี้ของทรัมป์สะท้อนถึงสไตล์การเมืองที่ดุดันของเขา ซึ่งเคยนำไปสู่การลอบสังหารนายพลโซเลมานีในปี 2563 และทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านย่ำแย่ลง ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากอิหร่านไม่ยอมถอย สถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจทั่วไป

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของทรัมป์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันอิหร่านให้กลับสู่โต๊ะเจรจา แต่ก็เสี่ยงสูงที่จะจุดชนวนความขัดแย้งใหญ่ คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? คอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – ทรัมป์เตือนอิหร่าน ให้รีบลงนามข้อตกลง มิเช่นนั้นจะโจมตีหนักกว่าเดิม

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. โอน 600 บาทแล้ว

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 มาแล้วนะครับ! กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ พม. ได้โอนเงินช่วยเหลือจำนวน 600 บาท เข้าบัญชีของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ เลยทีเดียว โครงการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดได้เยอะมาก ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ รีบไปเช็คบัญชีธนาคารกันเลยครับ

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 โอนเงินเมื่อไหร่

สำหรับรอบการจ่ายเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. ได้กำหนดวันโอนเงินในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยเงินจำนวน 600 บาทต่อเด็กแรกเกิด จะถูกโอนเข้าบัญชีที่ผูกไว้กับสิทธิ์โดยตรง ผู้ปกครองที่ลงทะเบียนไว้แล้วไม่ต้องกังวล เพราะระบบจะจัดการให้อัตโนมัติ ถ้ายังไม่เห็นเงินเข้าบัญชี อาจเป็นเพราะวันหยุดธนาคารหรือการประมวลผล ลองรอสัก 1-2 วันแล้วเช็คใหม่นะครับ โครงการเงินอุดหนุนบุตรนี้ดำเนินการโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้ พม. เพื่อสนับสนุนครอบครัวไทยให้เลี้ยงลูกได้อย่างมีคุณภาพ

ตรวจสอบเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไร

อยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 หรือยัง? สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์หลายแห่ง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหน่วยงานด้วยซ้ำ วิธีตรวจสอบมีดังนี้

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน: http://csgcheck.dcy.go.th พิมพ์เลขบัตรประชาชนแล้วกดค้นหา
  • แอปพลิเคชัน เงินเด็ก ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android สะดวกมาก
  • แอปพลิเคชัน ทางรัฐ ช่องทางรวมบริการรัฐบาลอื่นๆ อีกเพียบ

แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เช็คได้ทันที ถ้ายังไม่เห็นข้อมูล แนะนำให้อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ

คุณสมบัติผู้รับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569

ใครบ้างที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569? หลักๆ แล้วต้องเป็นเด็กแรกเกิดที่มีสัญชาติไทย พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เลี้ยงดู ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่แท้ๆ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้เลี้ยงดูจริง โครงการนี้จ่ายเดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เด็กเกิดจนอายุ 6 ขวบ หรือจนกว่าจะเข้าโรงเรียนอนุบาล ช่วยเรื่องนมผง ผ้าอ้อม และค่าอาหารเสริมได้ดีเลยนะครับ หลายครอบครัวบอกว่าช่วยประหยัดไปได้เดือนละหลายร้อย

วิธีลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569

ถ้าคุณยังไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 อย่ารอช้า รีบไปลงเลยครับ ลงทะเบียนได้ที่พื้นที่ที่เด็กและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง ไม่ต้องตรงกับทะเบียนบ้านก็ได้ สะดวกมาก

  • กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตใกล้บ้าน
  • เมืองพัทยา: ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ส่วนภูมิภาค: องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล

อีกช่องทางคือลงทะเบียนผ่านแอป เงินเด็ก แต่ต้องยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaiD ของกรมการปกครองก่อนนะครับ เมื่อผ่านแล้วจะได้รับเงินย้อนหลังตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนเลย เอกสารที่ต้องเตรียมคือสูติบัตรเด็ก บัตรประชาชนผู้ปกครอง และหลักฐานการอยู่อาศัย

นอกจากนี้ โครงการเงินอุดหนุนบุตรยังช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยได้รับโอกาสการเลี้ยงดูที่ดีตั้งแต่แรกเกิด ลดปัญหาความยากจนในครอบครัวขนาดเล็กได้ด้วย ถ้าคุณมีคำถามเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน โทร. 02-651-6902, 02-651-6534, 08-2091-7245, 08-2037-9767, 08-3431-3533, 06-5731-3199 หรือสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนตัวผมคิดว่าโครงการนี้เจ๋งมาก ช่วยพ่อแม่ยุคใหม่ที่ทำงาน忙ๆ ได้เยอะ รีบเช็คสิทธิและลงทะเบียนให้ครบกันนะครับ จะได้ไม่พลาดเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 บาท!

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

สหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมายในอิหร่าน หลังถูกลอบโจมตีในฮอร์มุซ

สหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมายในอิหร่าน หลังถูกลอบโจมตีในฮอร์มุซ เป็นข่าวร้อนที่กำลังสร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการว่ากำลังตอบโต้การโจมตีที่ไม่มีการยั่วยุจากอิหร่าน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก

สหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมายในอิหร่าน หลังถูกลอบโจมตีในฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่าน ซึ่งเป็นฐานที่ใช้ปล่อยขีปนาวุธ โดรน และเรือเร็ว เพื่อโจมตีเรือรบอเมริกันขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดย CENTCOM ย้ำว่านี่เป็นการป้องกันตนเองล้วนๆ เนื่องจาก "ไม่มีการยั่วยุก่อน" จากฝั่งสหรัฐฯ

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะเป็นทางออกสู่ทะเลของอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก การโจมตีในพื้นที่นี้จึงเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและกระทบเศรษฐกิจโลกทันที เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ

รายละเอียดการโจมตีที่สหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมายในอิหร่าน

ตามแถลงการณ์ของ CENTCOM กองทัพอิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธ ส่งโดรนโจมตี และใช้เรือเล็กจำนวนมากบุกเรือพิฆาตสหรัฐฯ 3 ลำ ได้แก่ USS Truxtun, USS Rafael Peralta และ USS Mason ซึ่งกำลังแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือสากลมุ่งหน้าสู่อ่าวโอมาน โชคดีที่เรือสหรัฐฯ สกัดกั้นได้ทั้งหมด โดยไม่มีทรัพย์สินใดเสียหาย

เป้าหมายที่สหรัฐฯ ถล่มตอบโต้ประกอบด้วย:

  • ฐานปล่อยขีปนาวุธและโดรน
  • ศูนย์บัญชาการและควบคุม
  • หน่วยข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และลาดตระเวน

การตอบโต้ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งมีกำลังพลและอาวุธครบครันเพื่อปกป้องเส้นทางการค้า

มุมมองจากฝั่งอิหร่านหลังสหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมาย

สื่อทางการอิหร่านรายงานต่างออกไป โดยระบุว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ที่ท่าเรือบาห์มัน (Bahman Pier) บนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ถูกโจมตีจาก "ฝ่ายศัตรู" ระหว่างการปะทะกับกองกำลังความมั่นคงอิหร่าน สิ่งนี้อาจเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อลดทอนความรุนแรงของการกระทำฝั่งตน

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างสองชาติย้อนไปไกล โดยเฉพาะ Tanker War ในยุค 80s และเหตุการณ์ล่าสุดอย่างการสังหารนายพลโซไลมานีในปี 2563 ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก

ในแถลงการณ์ท้ายสุด CENTCOM ย้ำว่า "สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย" แต่จะปกป้องกองกำลังอเมริกันอย่างเต็มที่ หากเกิดซ้ำ

เหตุการณ์นี้จุดประกายความกังวลทั่วโลก โดยเฉพาะชาติผู้ซื้อน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นกว่า 5% ทันทีหลังข่าวแพร่ ขณะที่ตลาดหุ้นตะวันออกกลางร่วงหนัก นักวิเคราะห์เตือนว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามใหญ่ หากทั้งสองฝ่ายไม่ยับยั้งชั่งใจ

สำหรับคนไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า สถานการณ์นี้อาจทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ ดังนั้นควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดและเตรียมรับมือ

คำแนะนำ: ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้หากคุณเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – สหรัฐฯ เผย กำลังถล่มเป้าหมายในอิหร่าน หลังถูกลอบโจมตีในฮอร์มุซ

สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะ และเมืองท่าของอิหร่าน

สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะ และเมืองท่าของอิหร่าน สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 หรือตรงกับปี 2026 ในปฏิทินสากล สื่อหลายแห่งในอิหร่านรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีกระแสข่าวลือว่าอาจเป็นการโจมตีจากภายนอก

สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะเกชม์ และเมืองท่าบันดาร์อับบาส

เกาะเกชม์ หรือ Qeshm Island ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ตั้งอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของน้ำมันดิบที่ส่งออกทั่วโลก เมืองท่าบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) ก็เป็นท่าเรือหลักที่ใกล้เคียงกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในทั้งสองพื้นที่ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค

สำนักข่าวเมห์ร (Mehr News) ซึ่งเป็นสื่อรัฐของอิหร่าน รายงานว่า ชาวบ้านได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในบริเวณเกาะเกชม์และเมืองบันดาร์อับบาส แต่เจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการยังไม่ยืนยันสาเหตุ และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเบื้องต้น

รายละเอียดจากสื่อต่างๆ ในอิหร่าน

  • ทัสนิม (Tasnim News): สื่อกึ่งทางการตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อาจอยู่เบื้องหลัง โดยอ้างแหล่งข่าวนิรนาม แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
  • นูร์ นิวส์ (Noor News): ซึ่งเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่าท่าเรือโดยสารบนเกาะเกชม์ถูกโจมตี
  • ฟาร์ส (Fars News): ชาวเมืองบันดาร์อับบาสยืนยันได้ยินเสียงคล้ายระเบิดจากหลายจุดในเวลาเดียวกัน

ส่วน CNN ได้ติดต่อกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับคำตอบทันที สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการซ้อมรบในอ่าวเปอร์เซีย

บริบทและความสำคัญทางยุทธศาสตร์

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร และแคบที่สุดเพียง 21 กิโลเมตร ถ้าปิดกั้นได้จะกระทบราคาน้ำมันโลกอย่างหนัก อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้หากถูกคว่ำบาตร เกาะเกชม์ยังเป็นฐานทัพสำคัญ มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและท่องเที่ยวด้วย เหตุการณ์สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะ และเมืองท่าของอิหร่าน จึงอาจเป็นสัญญาณของความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อาจเป็นการทดสอบระบบป้องกัน หรือการโจมตีแบบ drone จากอิสราเอลหรือพันธมิตร เนื่องจากอิหร่านเพิ่งโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อไม่นานมานี้ สถานการณ์ยังคงคลุมเครือ รัฐบาลอิหร่านสั่งเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่แล้ว

นอกจากนี้ ชาวโซเชียลมีเดียในอิหร่านแชร์คลิปเสียงระเบิดและควันไฟ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการ ประชาชนในบันดาร์อับบาสบางส่วนอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความปลอดภัย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากยืนยันว่าเป็นการโจมตี จะส่งผลต่อ:

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง
  • การตอบโต้จากอิหร่านต่อ UAE หรือสหรัฐ
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น

สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะ และเมืองท่าของอิหร่าน ยังคงเป็นข่าวร้อนที่ต้องติดตามต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศและวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มา – สื่ออิหร่านเผย เกิดเสียงระเบิดใกล้เกาะ และเมืองท่าของอิหร่าน

อิหร่านวางกฎใหม่คุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ หวังคุมอำนาจเหนือเส้นทางน้ำ

อิหร่านวางกฎใหม่คุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ หวังคุมอำนาจเหนือเส้นทางน้ำ สร้างความฮือฮาในวงการเดินเรือทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากรัฐบาลเตหะราน

อิหร่านวางกฎใหม่คุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ หวังคุมอำนาจเหนือเส้นทางน้ำ

ล่าสุด อิหร่านประกาศชุดกฎระเบียบใหม่สำหรับเรือทุกประเภทที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำหนดให้ต้องกรอกแบบฟอร์ม “คำประกาศข้อมูลเรือ” (Vessel Information Declaration) ที่มีคำถามมากกว่า 40 ข้อ แบบฟอร์มนี้ถูกออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่าน (PGSA) เพื่อให้มั่นใจใน “การเดินทางที่ปลอดภัย” ของเรือทุกลำ

เอกสารนี้รั่วไหลมาถึงสำนักข่าว CNN จากนายริชาร์ด มีด บรรณาธิการบริหารของ Lloyd’s List Intelligence และแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนาม แบบฟอร์มครอบคลุมข้อมูลละเอียดยิบ เช่น ชื่อเรือ หมายเลขประจำตัว ชื่อเดิม ประเทศต้นทาง-ปลายทาง สัญชาติเจ้าของเรือ ผู้จัดการ และลูกเรือทั้งหมด

แบบฟอร์มที่อิหร่านให้เรือต่างๆ ต้องกรอกเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แบบฟอร์มที่อิหร่านให้เรือต่างๆ ต้องกรอกเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รายละเอียดแบบฟอร์มและข้อกำหนดใหม่

ก่อนหน้านี้ เรือสามารถผ่านช่องแคบได้โดยไม่ต้องแจ้งข้อมูล แต่หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านจำกัดเฉพาะเรือที่เชื่อมโยงกับสองประเทศนี้ นายมีดวิเคราะห์ว่ากฎนี้เป็นการ “ทำให้เป็นทางการ” เพื่อสร้างความชอบธรรมในการควบคุม

  • ชื่อเรือและหมายเลข IMO
  • สัญชาติเจ้าของ ผู้จัดการ และลูกเรือ
  • ประเทศต้นทางและปลายทาง
  • รายละเอียดสินค้าขนส่ง
  • ข้อมูลทางเทคนิคของเรือ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อิหร่านตั้ง PGSA ขึ้นใหม่ เรือที่ต้องการผ่านจะได้รับอีเมลแจ้งระเบียบ โดยย้ำว่าต้องให้ข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับอนุมัติ

ผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กม. กว้างสุด 96 กม. เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ น้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไหลผ่านที่นี่สู่ตลาดโลก หากกฎใหม่นี้บังคับใช้จริง อาจทำให้ค่าน้ำมันพุ่ง ค่าใช้จ่ายขนส่งเพิ่ม และเสี่ยงต่อการขัดขวางการค้า บริษัทเดินเรือหลายแห่งกำลังปรับแผน เตรียมเส้นทางเลี่ยงหรือเพิ่มค่าเสี่ยง

นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะตรวจสอบเรือที่สงสัย โดยเฉพาะจากชาติที่เป็นศัตรู สถานการณ์นี้คล้ายกับวิกฤตปี 2019 ที่อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ครั้งนี้เป็นทางการมากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าการติดตามข่าวต่างประเทศอย่างใกล้ชิดจำเป็น เพื่อเข้าใจทิศทาง geopolitics ที่เปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวของอิหร่านวางกฎใหม่คุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ หวังคุมอำนาจเหนือเส้นทางน้ำ อาจนำไปสู่ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสให้ชาติอื่นๆ หาเส้นทางใหม่ ลดการพึ่งพิง หากคุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจโลกและพลังงาน ติดตามอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านวางกฎใหม่คุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ หวังคุมอำนาจเหนือเส้นทางน้ำ