วัน: 10 พฤษภาคม 2026

รัฐบาลดัน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ไทยฮับอาหารโลก

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องน่าตื่นเต้นในวงการอาหารและเครื่องดื่มไทยกันค่ะ รัฐบาลไทยกำลังลุยเต็มที่เพื่อผลักดัน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “BIGGER – BETTER – BOLDER” แปลว่ายิ่งใหญ่กว่า ดีกว่า และกล้ากว่าเดิม! งานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้าธรรมดา แต่เป็นเวทีที่ตอกย้ำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลกจริงๆ คาดว่าจะสร้างเงินสะพัดกว่า 1.3 แสนล้านบาทเลยทีเดียว สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ?

THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 คืออะไรกันแน่?

งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้จัดงานระดับโลก ปีนี้จัดเต็มพื้นที่อิมแพ็คทั้งหมด รวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 1,168 รายจากไทยและต่างประเทศ และดึงดูดผู้ซื้อจากกว่า 130 ประเทศมาร่วมงาน มูลค่าการค้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงถึง 130,000 ล้านบาท! นี่คือโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการไทยทุกขนาด ไม่ว่าจะ SME หรือแบรนด์ใหญ่ อยากขยายตลาดส่งออกไปทั่วโลก งานนี้ตอบโจทย์เลยค่ะ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพราะไทยมีศักยภาพสูง ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ ฝีมือเชฟ และนวัตกรรมที่ตอบเทรนด์โลก งานนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าทั่วโลก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน

ไฮไลต์เด็ดของ THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

  • สินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจร ตั้งแต่พร้อมทาน อาหารแปรรูป ไปจนถึงวัตถุดิบออร์แกนิก จากผู้ประกอบการไทยและนานาชาติ
  • เวทีเจรจาการค้าแบบ B2B ตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ส่งออก ช่วยปิดดีลได้ทันที
  • นำเสนอเทรนด์อาหารแห่งอนาคต เช่น อาหาร plant-based, sustainable food, และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
  • โซลูชันด้านความมั่นคงทางอาหาร และเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI ใน supply chain
  • สร้างเครือข่ายธุรกิจระดับโลก เพื่อขยายตลาดและดึงดูดการลงทุน

ทำไม THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ถึงสำคัญต่อไทย?

ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องอาหารหลากหลายรสชาติและคุณภาพสูง แต่การก้าวสู่ตลาดโลกต้องมีเวทีอย่างนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ได้แถลงเมื่อ 10 พฤษภาคม 2569 ว่ารัฐบาลมุ่งใช้ THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นเครื่องมือหลักในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยเฉพาะการส่งออกที่คาดโตต่อเนื่อง ผู้ประกอบการรายย่อยก็มีโอกาสเท่าเทียม เพราะมีโปรแกรมพิเศษช่วยเหลือ SME เข้าถึงตลาดใหญ่ๆ อย่างยุโรป อเมริกา และเอเชีย

นอกจากนี้ งานยังเน้นเทรนด์อนาคต เช่น อาหารสุขภาพ อาหารลดคาร์บอน และผลิตภัณฑ์ vegan ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยที่ปรับตัวได้ จะได้เปรียบสุดๆ คิดดูสิ ถ้าขนมไทยหรือน้ำพริกออร์แกนิกของคุณไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตเยอรมนีหรือญี่ปุ่น นั่นคือความสำเร็จระดับโลกเลยนะ!

เทรนด์อาหารสุดฮอตใน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

ปีนี้คาดว่าจะมีนวัตกรรมเด็ดๆ มากมาย เช่น เนื้อจากพืชที่เลียนแบบเนื้อจริง 100%, เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลที่ช่วยบำรุงสุขภาพ และเทคโนโลยี blockchain ติดตามแหล่งกำเนิดอาหาร เพื่อความโปร่งใส ผู้สนใจสามารถไปดู demo และชิมสินค้าจริงได้ รับรองว่าตื่นเต้นแน่นอน

สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร งานนี้คือโอกาสไม่ควรพลาด! ลองจองบูธแสดงสินค้า หรือไปเป็นผู้ซื้อหาพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ สร้าง connection ที่จะเปลี่ยนธุรกิจคุณไปเลย ใครสนใจเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ รีบจองตั๋วแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะคนจะแน่นมาก!

สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่างาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นแท่นศูนย์กลางการค้าอาหารเอเชียและโลกอย่างแท้จริง ไปร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันเถอะ!

ที่มา – รัฐบาลดัน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการค้าอาหารโลก

ควิซ: สโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีม

บาร์เซโลน่าจะคว้าแชมป์ลาลีกา หากไม่แพ้เรอัล มาดริดในวันอาทิตย์นี้ 10 พฤษภาคม (20:00 BST)

ยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลันเป็นหนึ่งในเก้าสโมสรที่เคยเป็นแชมป์นับตั้งแต่ลีกซึ่งรู้จักกันในชื่อปริเมร่า ดิวิซิออนเริ่มต้นในปี 1929 คุณสามารถตั้งชื่อสโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีมได้หรือไม่?

ควิซ: สโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีม

ลาลีกาเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1929 มีเพียง สโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีม เพียง 9 ทีมเท่านั้นที่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์ สโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าครองแชมป์ส่วนใหญ่ แต่ก็มีทีมอื่นๆ ที่สร้างประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง

ในควิซนี้ คุณจะต้องทดสอบความรู้ของคุณ โดยมีลีดเดอร์บอร์ดที่คำนวณจากความเร็วในการตอบ หลังจากทำเสร็จ กดปุ่ม Next เพื่อดูอันดับของคุณ ควิซนี้สนุกและท้าทาย เหมาะสำหรับแฟนฟุตบอลลาลีกาทุกคน

สโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีม มีกี่ทีม?

ตอบ: มี 9 สโมสร! มาดูรายชื่อกันแบบไม่สปอยล์ทั้งหมด แต่เราจะให้ข้อมูลน่ารู้เพื่อช่วยคุณทำควิซ

  • เรอัล มาดริด: แชมป์มากที่สุด 35 สมัย
  • บาร์เซโลน่า: 27 สมัย ทีมปัจจุบันที่ลุ้นแชมป์
  • แอตเลติโก มาดริด: 11 สมัย
  • เอฟซี บาเลนเซีย: 6 สมัย
  • แอธเลติก บิลเบา: 8 สมัย
  • รีล โซเซียดาด: 2 สมัย
  • เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า: 1 สมัย
  • เซบีย่า: 1 สมัย
  • เรอัล เบติส: 1 สมัย

นอกจากนี้ ยังมีทีมอย่างซาราโกซ่าที่เคยใกล้เคียงแต่ไม่เคยได้แชมป์ ลาลีกาเริ่มต้นด้วยฤดูกาล 1928-29 โดยมีทีม 10 ทีม และพัฒนามาเป็นลีก 20 ทีมในปัจจุบัน การแข่งขันระหว่างเอล กลาซิโก้ระหว่างบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดคือไฮไลท์เสมอ โดยเฉพาะแมตช์วันอาทิตย์นี้ที่อาจตัดสินแชมป์

ทำไมควิซนี้ถึงน่าสนใจ? เพราะมันไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ทดสอบความรู้ลึกๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน แฟนๆ ชาวไทยที่ติดตามลาลีกามักรู้จักเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าเป็นอย่างดี แต่ทีมเล็กๆ อย่างเดปอร์ติโบที่เคยแชมป์ปี 2000 หรือเบติสปี 1935 อาจเป็นความท้าทาย

ประวัติศาสตร์ลาลีกาเต็มไปด้วยเรื่องราว เช่น ยุคคริสเตียโน่ โรนัลโด้่ที่ช่วยเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ 3 สมัยติด หรือเมสซี่ที่พาบาร์ซ่าครอง 4 แชมป์ติดในยุคทูร์ติต้า นอกจากนี้ ลาลีกายังเป็นลีกที่ผลิตสตาร์มากมายอย่างปิเก้, รามอส, และปัจจุบันคือเบลลิงแฮม

หากคุณอยากฝึกฝนก่อนทำควิซ ลองศึกษาประวัติสโมสรเหล่านี้จากเว็บ BBC Sport หรือเว็บฟุตบอลไทย ควิซนี้จะช่วยให้คุณเป็นผู้รู้จริงเรื่อง สโมสรที่เคยชนะลาลีกาทุกทีม

อย่าลืมเช็คลีดเดอร์บอร์ดและแข่งกับเพื่อนๆ! หลังจากนี้ ลองดูควิซฟุตบอลอื่นๆ ใน BBC Sport Football Quizzes และ Sports Quizzes เพื่ออัพเดทแจ้งเตือนใหม่ๆ

คุณคิดว่าบาร์ซ่าจะคว้าแชมป์ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์คะแนนควิซของคุณ ลองทำเลยวันนี้เพื่อพิสูจน์ว่าคุณคือแฟนลาลีกาตัวจริง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026 เป็นข่าวร้อนที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการท่องเที่ยวไทยเลยทีเดียว! งานนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมทเสน่ห์ไทยผ่านวัฒนธรรมป๊อปที่ทันสมัย ดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้มาไทยมากขึ้น โดยตั้งเป้า 1.2 ล้านคนในปี 2569 มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะโยโยงิ กรุงโตเกียว รัฐบาลไทย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และพันธมิตรต่างๆ ร่วมจัดงาน Thai Festival Tokyo 2026 ครั้งที่ 26 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Thailand: Thai Pop Culture Move” เน้นนำเสนอ Thai Pop Culture ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี มวยไทย คราฟต์ และไลฟ์สไตล์ไทยร่วมสมัย ให้เข้ากับสไตล์นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรแปลกใหม่ สดใส และสร้างสรรค์

ปีนี้พิเศษตรงที่ออกแบบพื้นที่แบบ “ซอยไทย” สีสันสดใส ทันสมัย แบ่งเป็น 5 โซนหลัก บวกเวทีกลาง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ไทยแบบเต็มๆ

โซนกิจกรรมเด่นในงาน Thai Festival Tokyo 2026

  • SOI 1: TAT Experience Hub & Partner Zone – จุดให้ข้อมูลท่องเที่ยวไทยครบครัน พร้อมกิจกรรมร่วมกับสายการบินพันธมิตร ช่วยวางแผนทริปมาไทยง่ายๆ
  • SOI 2: Thai Craft & Textile Workshop by JUTATIP – เวิร์กช็อปทอผ้าไทย ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านและแนวคิดยั่งยืน สนุกและได้ของที่ระลึกกลับบ้าน
  • SOI 3: Thai Pop Culture Playground by TOMATO TWINS – ค้นหา “Your Thai Vibe” ผ่าน T-POP อาหารไทย ศิลปะ และ Wellness แบบไทยๆ ร่วมสมัยสุดคูล
  • SOI 4: Siam Si Experience – ประสบการณ์เซียมซีไทยจากวัดดัง ในสไตล์โมเดิร์น ลองเสี่ยงทายดวงแบบไทยแท้
  • SOI 5: Muay Thai Experience by LONGNUAMBOYZ – สัมผัสเสน่ห์มวยไทยผ่านแฟชั่นสตรีทและกิจกรรม互动 สนุกมันส์แบบไม่ต้องชกจริง
  • Main Stage: รถแห่ไทย – เวทีกลางโชว์ T-POP ดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทยทั้งวัน ไม่มีเบื่อแน่นอน

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันไทยสู่ Global Cultural Destination ด้วย Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการบูรณาการทุกหน่วยงานจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวไทยจริงๆ

งานนี้ไม่ใช่แค่งานเทศกาล แต่เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยกับญี่ปุ่น สร้างภาพลักษณ์ไทยที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะ Illustration สีสันสดใสที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ หากคุณเป็นแฟน Thai Pop Culture อย่าง T-POP มวยไทย หรือคราฟต์ไทย งานนี้คือ天堂เลย!

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังโควิด โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 1.2 ล้านคนในปี 2569 ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพสูง ด้วยการนำเสนอประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ที่แตกต่างจากงานเทศกาลไทยทั่วไป

หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยว ลองศึกษาข้อมูลจาก ททท. และจองตั๋วมาไทยเลย! ประเทศไทยพร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มและวัฒนธรรมสุดเจ๋ง สนับสนุน Thai Soft Power ไปด้วยกันนะ

ที่มา – “ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี

หากคุณกำลังมองหาข้อมูล กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี วันนี้เรามีรายละเอียดครบถ้วนมาให้เช็กกันแล้วนะคะ การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ได้ประกาศดับไฟเพื่อบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นการแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบและยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น หากคุณอาศัยหรือทำงานในพื้นที่เหล่านี้ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ชาร์จแบตโทรศัพท์ จุดเทียนหรือเตรียมไฟสำรองกันด้วยนะ

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี

การดับไฟครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันปัญหาฟ้าผ่า或ไฟช็อตในอนาคต กฟน. มักจะแจ้งล่วงหน้าแบบนี้เสมอ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่หลักในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี ซึ่งเป็นย่านชุมชนและ商業区ที่คึกคักมาก

พื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ

  • ถนนรามอินทรา ซอยรามอินทรา 62 แยก 11 และบริเวณข้างเคียง ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 15.30 น. พื้นที่นี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยจำนวนมาก หากคุณอยู่แถวนี้ วันนั้นอาจต้องเลื่อนประชุมหรือทำงานที่บ้านแทน
  • ถนนคลองบางมด ซอยริมคลองช่วงวัดสีสุกถึงสะพานหมู่บ้านดาวทาวน์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 13.00 น. ย่านนี้ใกล้คลอง ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องใช้ในบ้านและร้านค้าเล็กๆ
  • ถนนเพชรเกษม ซอย 54 แยก 3 ตั้งแต่เวลา 08.45 น. – 12.00 น. ถนนเส้นนี้รถติดบ่อย การดับไฟอาจกระทบร้านอาหารและสำนักงานใกล้เคียง
  • ถนนบางแวก ซอย 110 แยก 4 พื้นที่การไฟฟ้านครหลวงเขตธนบุรี ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 11.00 น. เขตธนบุรีเป็นพื้นที่เก่าแก่ การบำรุงรักษาครั้งนี้จะช่วยยืดอายุระบบไฟฟ้าได้ยาวนาน

พื้นที่นนทบุรีที่ดับไฟ

  • ถนนจัดสรรเปรม ตั้งแต่บริเวณหลังหมู่บ้านวิลล่า-คุณาลัย 2 ถึงบริเวณเลียบคลองบ้านกล้วย และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 13.00 น. นนทบุรีเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่ขยายตัวเร็ว พื้นที่หมู่บ้านจัดสรรนี้มีครอบครัวหนุ่มสาวจำนวนมาก ควรแจ้งคนในบ้านให้ทราบ

นอกจากนี้ กฟน. ยังได้กล่าวถึงพื้นที่สมุทรปราการด้วย แต่รายละเอียดเฉพาะยังไม่ระบุในประกาศหลัก หากมีอัพเดทเพิ่มเติม เราจะนำมาแจ้งให้ทราบทันที การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและ blackout ครั้งใหญ่ได้ หากย้อนดูประวัติศาสตร์ จะเห็นว่ากรุงเทพฯ เคยมีไฟดับยาวนานหลายชั่วโมงในอดีต ส่งผลกระทบต่อ交通、医院และชีวิตประจำวันของประชาชนนับล้าน

สำหรับคำแนะนำเมื่อไฟดับ: 1. หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ 2. เตรียมน้ำดื่มและอาหารแห้ง 3. ใช้ไฟฉาย LED แทนเทียนเพื่อความปลอดภัย 4. เช็คเว็บไซต์ กฟน. ที่ mea.or.th เพื่อข้อมูลเรียลไทม์ นอกจากนี้ หากไฟดับนานเกินกำหนด สามารถแจ้ง call center กฟน. ที่เบอร์ 1130 ได้ตลอด 24 ชม.

ในมุมมองของเรา การแจ้งล่วงหน้าแบบนี้ของ กฟน. ถือว่าดีเยี่ยม ช่วยให้ประชาชนวางแผนได้ หากคุณเคยเจอไฟดับมาแล้ว ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะคะ หรือติดตามเว็บไซต์เราเพื่ออัพเดทข่าวไฟดับล่าสุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เรียบเรียงข้อมูลเพื่อให้ทุกคนเช็กง่าย สนับสนุนให้เช็คข้อมูลจากแหล่งทางการเสมอ!

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี

ตม. คุมเข้ม “หมิงเฉิน ซัน” หวั่นปลิดชีพ พบทหารเอี่ยวขายปืน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลกันเลยนะครับ ตม. คุมเข้ม “หมิงเฉิน ซัน” หวั่นปลิดชีพหนีผิด พบทหารอีก 2 นาย เอี่ยวขายปืนให้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ชลบุรี สุดมันส์และน่าตกใจมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคลังแสงอาวุธสงครามเต็มบ้านเลยทีเดียว

ตม. คุมเข้ม “หมิงเฉิน ซัน” หวั่นปลิดชีพหนีผิด พบทหารอีก 2 นาย เอี่ยวขายปืนให้

ทุกอย่างเริ่มต้นจากรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตำรวจไปตรวจสอบก็เจอนาย หมิงเฉิน ซัน ชาวจีนวัย 31 ปี เป็นคนขับ อยู่กับแฟนสาวชาวไต้หวัน น.ส.ม่า ยู่ฮชิน วัย 33 ปี ตรวจรถเจอปืน .45 แม็กกาซีน ปืนสงคราม และถังเบนซิน สงสัยเลยขยายผลค้นบ้านเช่า พลิกบ้านเป็นคลังอาวุธเพียบ! เชื่อว่าเตรียมก่อเหตุร้ายหรือลอบสังหารคนสำคัญของไทย

ที่พีคกว่านั้น จากโทรศััพท์ของหมิงเฉิน ซัน เจอคลิปฝึกยิงปืนสงคราม ใช้ไก่ผูกขาเป็นเป้า ขว้างระเบิดด้วย มีครูฝึกสอน จุดฝึกอยู่ที่ค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา ค่ายองครักษ์ฮุนเซนเลยนะครับ ผู้ต้องหาให้การว่าป่วยซึมเศร้า อยากระเบิดพลีชีพ อาวุธซื้อจากกลุ่มไลน์

ภาพผู้ต้องหาและของกลาง

ล่าสุด ตม.ชลบุรีพาตัวไปคุมที่สำนักงาน จอมเทียน 5 เฝ้า 24 ชม. เพราะเขาพูด “ฉันอยากตาย” ตลอด กลัวปลิดชีพหนีผิดจริงๆ คาดสอบเพิ่มที่สภ.นาจอมเทียน

ของกลางสุดโหดที่ยึดได้ทั้งหมด 18 รายการ

  • ปืน GLOCK 26 เลข EKR596 พร้อมกระสุน 9 มม. 5 นัด ในรถ
  • ปืน M16 2 กระบอก ในบ้าน
  • กระสุน 5.56 มม. กว่า 700 นัด
  • ดินระเบิด C4 1 กล่อง (2,486 กรัม) + 2 แท่ง (1,173 กรัม)
  • กับดักระเบิด POMZ2 รัสเซีย 4 ลูก
  • ระเบิดขว้าง K75 เกาหลี 1 ลูก, M6/01 พม่า 1 ลูก
  • เชื้อปะทุไฟฟ้า 7 ดอก, รีโมท 2 อัน
  • เสื้อเกราะ 3 ตัว, หน้ากากกันแก๊ส 2 อัน + ไส้กรอง 6 อัน
  • ซองกระสุน M16 9 อัน

เจ้าหน้าที่ EOD และ พิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลางมาจัดการของกลางที่สภ.นาจอมเทียน เก็บข้อมูลเชิงลึก ห้ามถ่ายภาพเพราะเรื่องมั่นคง

เครือข่ายทหารเอี่ยวขายปืน M4

พบเส้นทางซื้อขายชัดเจน นายคเชนทร์ ครูฝึกยิงพัทยา ซื้อปืน M4 จาก พ.จ.อ.เมธี กองทัพเรือ ราคา 2 แสนบาท ส่งให้หมิงเฉิน ตอนนี้เร่งล่าทหารอีก 2 นาย “จ่าแหบ” (อดีตทหารเรือ) และ “จ่าบอย” ที่เกี่ยวข้อง ทหารกองทัพเรือเอี่ยว 3 นาย (รับราชการ 2 ออกราชการ 1) + ครูฝึกพลเรือน

น.ส.ม่า ยู่ฮชิน ให้การดี อยู่ระหว่างประสานสถานทูตผลักดัน นายจำลอง พยาน ถูกจ้างยืมบัญชี ได้เงิน 500 + เบียร์ 1 ลัง

ไทม์ไลน์: คเชนทร์ถามเมธี มีปืนไหม? เมธีติดต่อจ่าแหบ แหบติดต่อบอย นำปืนขาย จำลองยืมบัญชีโอนเงิน ตำรวจตรวจเส้นเงิน การสื่อสาร ขยายเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธ

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความมั่นคงชายแดน อาวุธไหลเข้าจากกัมพูชา-ทหารบ้านเราเอี่ยวได้ยังไง? รัฐต้องเข้มงวดกว่านี้ครับ เพื่อนๆ คิดว่าควรมีมาตรการอะไรเพิ่ม ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย และแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยกันนะครับ!

ที่มา – ตม. คุมเข้ม “หมิงเฉิน ซัน” หวั่นปลิดชีพหนีผิด พบทหารอีก 2 นาย เอี่ยวขายปืนให้

“ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงบนถนน

“ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงบนถนนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่เบื่อหน่ายกับป้ายหาเสียงที่เกลื่อนกลาดตามถนนและเสาไฟฟ้า นโยบายนี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหาขยะ แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้สัญจร โดยเฉพาะในฤดูฝนที่พายุเข้าแทบทุกวัน

“ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงบนถนน

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดร.โจ” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีป้ายหาเสียงของตัวเองติดตั้งบนถนนหรือเสาไฟฟ้าแม้แต่แผ่นเดียว สร้างความประทับใจให้กับประชาชนจำนวนมากที่ติดตามข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

ดร.โจ ระบุว่า “กรุงเทพง่ายๆ ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้” โดยทีมงานและพรรคประชาชนจะงดการติดตั้งป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ บนถนนและเสาไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อไม่ให้รบกวนชีวิตประจำวันของชาวกรุงเทพฯ นี่คือก้าวแรกในการสร้างกรุงเทพที่เรียบง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เหตุผลหลักที่ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงบนถนน

ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ป้ายหาเสียงจำนวนมหาศาลจะถูกผลิตขึ้นในเวลาอันสั้น แล้วกลายเป็นขยะล้นเมืองทันทีที่การหาเสียงสิ้นสุดลง ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความยุ่งยาก แต่ยังก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น

  • บดบังสายตาผู้ขับขี่: ทำให้มองไม่เห็นสัญญาณจราจรหรืออุปสรรคข้างทาง เพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • ขวางกั้นทางเดินเท้า: ผู้สูงอายุหรือคนพิการเดินไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน
  • อันตรายในฤดูฝน: ป้ายที่ติดตั้งไม่มั่นคงอาจปลิวหลุดลอย กระแทกผู้สัญจรหรือรถยนต์
  • ปัญหาสิ่งแวดล้อม: ป้ายพลาสติกและไวนิลย่อยสลายช้า สร้างขยะสะสมตามริมทาง

ดร.โจ เน้นย้ำว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นโอกาสทองในการลดป้ายหาเสียง เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่ประชาชนเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องพึ่งป้ายแผ่นใหญ่แบบพื้นที่ชนบท

“ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงบนถนน

แคมเปญหาเสียงทดแทนของดร.โจ

แทนที่จะใช้ป้ายหาเสียง ดร.โจ และทีมจะเน้นช่องทางที่มีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากร เช่น

  • ソーシャルมีเดีย: โพสต์วิดีโอ นโยบาย และไลฟ์สดเพื่อสื่อสารตรงถึงประชาชน
  • เดินหาเสียงชุมชน: เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่พบปะชาวบ้านแบบตัวต่อตัว
  • ผ้าใบไวนิลในตลาด: ติดตามแผงลอยหรือกันสาดในย่านชุมชน โดยไม่รบกวนการจราจร
  • รณรงค์ผ่านหัวคะแนน: ขอให้อาสาสมัครช่วยแชร์วิสัยทัศน์และนโยบายแบบปากต่อปาก

สำหรับผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนยังคงมีป้ายจำเป็นในบางพื้นที่ เพื่อป้องกันความสับสน แต่จะลดจำนวนลงเหลือเพียง 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง จากที่กฎหมายอนุญาตสูงสุด 5 เท่า นี่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

นโยบายนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพรรคประชาชนที่ต้องการลดขยะและประหยัดทรัพยากรในทุกการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่มีปัญหามลพิษทางอากาศและขยะล้นเมืองอยู่แล้ว การประกาศของดร.โจ จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกหลายตัน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้สมัครรายอื่นๆ ตามรอย

ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือสัญญาณบวกของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่คิดถึงประชาชนและโลกใบนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู หากดร.โจ ได้รับเลือกตั้ง กรุงเทพฯ คงจะง่ายและน่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพิ่มเติมจากเรา เพื่อข้อมูลที่ครบถ้วนและอัปเดตที่สุด!

ที่มา – “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประกาศจะไม่มีป้ายหาเสียงของตัวเองติดบน “ถนน-เสาไฟฟ้า”

ส่องไฮไลต์ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

เพื่อนๆ แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งหลาย วันนี้เรามาส่องไฮไลต์ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026กันแบบจัดเต็มเลยนะ! ฤดูกาลใหม่ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 มาแล้ว และปีนี้เข้มข้นสุดๆ ด้วยการร่วมมือระหว่าง PTG และอีซูซุ ที่นำรถปิกอัพสุดโหด ISUZU D-MAX SPACECAB 2.2 Ddi MAXFORCE มาลงสนามในรูปแบบ Support Race ชื่อว่า ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 มันส์หยดแตกแน่นอน!

ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

PTG หรือบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของนายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บอกเลยว่าพวกเขามุ่งมั่นสุดๆ ในการผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ให้สนามแข่งเป็นที่พิสูจน์นวัตกรรมพลังงานและรถยนต์ล้ำสมัย แถมยังเป็นเวทีบ่มเพาะนักแข่งไทยให้เก่งกาจพอสู้ระดับโลกได้ การสนับสนุน PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การแข่ง แต่คือการยกระดับมาตรฐานไทยให้เทียบชั้นอินเตอร์ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากท่องเที่ยวเชิงกีฬา ให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นแบบใหม่ๆ ทั่วประเทศ

PTG ในฐานะแบรนด์พลังงานไทยแท้ๆ กำลังสร้าง Ecosystem ที่ครบครัน เชื่อมพลังงาน ศูนย์บริการรถ อาหาร เครื่องดื่ม เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย ไม่ใช่แค่ทำกำไร แต่สร้างความสุขเคียงข้างทุกคน มอเตอร์สปอร์ตคือแพลตฟอร์มที่สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ได้ดีเยี่ยม ช่วยสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อให้คนไทยอยู่ดีมีสุข แบรนด์ไทยเพื่อคนไทยจริงๆ

ไฮไลต์ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

ไฮไลต์เด็ดของ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

ปีนี้ยิ่งใหญ่ด้วยการเสริมทัพจากอีซูซุ! นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เล่าว่าอีซูซุมุ่งสนับสนุนนวัตกรรมยานยนต์สำหรับมอเตอร์สปอร์ตต่อเนื่อง นำ ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE ที่ปรับแต่งสเปกพิเศษสำหรับแข่ง มาลงใน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 เพื่อโชว์สมรรถนะ ความทนทาน และเทคโนโลยีสุดล้ำ ผสานดีไซน์โหดๆ มาตรฐานสากล สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนๆ และเพิ่มความเข้มข้นให้ฤดูกาล

เจ๋งสุดคือรถแข่ง 15 คันขายหมดเกลี้ยงใน 3 วันหลังเปิดจอง! ขอบคุณทีมแข่งที่ตอบรับดีมาก แถมมี Isuzu Safety Car นำขบวน ดูแลความปลอดภัยแบบสุดยอด รับรองปลอดภัย มันส์เต็มที่

รถแข่ง ISUZU D-MAX ใน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

กำหนดการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2026

ฤดูกาลนี้ครอบคลุมทั้ง PT MAXNITRON RACING SERIES และ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 รวม 3 สนาม 7 เรซ สุดระทึก ดังนี้:

  • สนามที่ 1 (เรซ 1-3): 5-7 มิถุนายน 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
  • สนามที่ 2 (เรซ 4-5): 14-16 สิงหาคม 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
  • สนามที่ 3 (เรซ 6-7): 14-18 ตุลาคม 2569 ที่สนามพีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ สงขลา

ส่วน PT MAXNITRON RACING SERIES มี 6 รุ่นด้วยกัน: Siam GTMC, Siam GTRC, Siam Truck, Siam Group A, Siam Group N, และ Siam Eco หลากหลายสไตล์ให้เลือกเชียร์!

กำหนดการ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026

PTG มั่นใจว่าการแข่งครั้งนี้จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตไทย สร้างโอกาสให้นักแข่งรุ่นใหม่ และยกระดับไทยเป็นจุดหมายแข่งนานาชาติ การรวมพลัง PTG กับอีซูซุ ทำให้เราเห็นศักยภาพรถไทย-ญี่ปุ่นที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เร็ว แต่ทนทาน ปลอดภัย และสนุกสุดๆ

สำหรับแฟนๆ อย่างเรา ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 คือโอกาสทองที่จะได้เห็นรถปิกอัพสายแข็งลุยสนามจริงๆ ใครพร้อมแล้ว รีบเช็คตาราง จองตั๋ว ไปเชียร์กันให้สุด! มอเตอร์สปอร์ตไทยกำลังไปไกลมาก อย่าพลาดเด็ดขาด

ที่มา – ส่องไฮไลต์ ISUZU CHALLENGE THAILAND ในฤดูกาล PT MAXNITRON RACING SERIES 2026

ผลนิด้าโพล: คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ 2569

สวัสดีครับชาวกรุงเทพ! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ กันแบบชิลๆ เลยนะ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 กำลังใกล้เข้ามา แต่จากผลสำรวจล่าสุดของนิด้าโพล ดูเหมือนว่าคนกรุงเทพหลายคนจะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? มาดูข้อมูลกันเลย

ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครอบคลุม 50 เขต รวม 1,310 ตัวอย่าง จากทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ผลออกมาสุดเซอร์ไพรส์ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยแคร์ปัจจัยบางอย่างเท่าไหร่

การเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการโหวตหรือไม่?

เมื่อถามว่าการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผลคือ

  • 33.97% บอกว่าไม่ส่งผลเลย
  • 22.98% ค่อนข้างส่งผล
  • 21.91% ส่งผลมาก
  • 20.99% ไม่ค่อยส่งผล
  • 0.15% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เห็นมั้ยครับ คนกรุงเทพอยากแยกการเมืองท้องถิ่นออกจากระดับประเทศชัดเจน ไม่อยากให้ดราม่าข้างบนมาพันกัน

ประวัติรองผู้ว่าฯ สำคัญแค่ไหน?

ส่วนรายชื่อและประวัติรองผู้ว่าฯ ส่งผลต่อการตัดสินใจยังไง พบว่า

  • 30.61% ไม่ส่งผลเลย
  • 24.20% ค่อนข้างส่งผล
  • 23.59% ส่งผลมาก
  • 21.60% ไม่ค่อยส่งผล

น่าสนใจนะ คนกรุงดูเหมือนจะโฟกัสที่ตัวผู้ว่าฯ หลักมากกว่า ทีมรองอาจไม่ใช่จุดขายหลัก

การเลือกตั้งนี้ตื่นเต้นมั้ย?

คำถามเด็ดคือความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ผลโพลบอกชัด

  • 32.59% ไม่ตื่นเต้น เพราะพอคาดเดาได้ใครจะชนะ (ตรงกับผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ)
  • 29.24% ไม่ตื่นเต้น เพราะใครชนะก็เหมือนกัน
  • 22.06% ตื่นเต้นเฉพาะ 2-4 คนที่มีสิทธิ์
  • 16.11% ตื่นเต้นทุกคนมีสิทธิ์
ผลนิด้าโพล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

จากตัวเลขนี้ เห็นได้ชัดว่าคนกรุงเทพรู้สึกเบื่อๆ กับการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเพราะผู้สมัครหลักๆ คาดเดาได้ หรือเพราะปัญหาเก่าๆ ยังค้างคา เช่น การจราจร น้ำท่วม ขยะ ที่ยังแก้ไม่ตก ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเปลี่ยนใครก็คล้ายเดิม

แต่เอาเข้าจริง ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ สะท้อน mindset ของคนเมืองหลวงที่อยากเห็นนโยบายจริงจัง มากกว่าดราม่าหรือชื่อเสียงเก่าๆ ถ้าผู้สมัครคนไหนนำเสนอวิชั่นชัดเจน เช่น แก้รถติดด้วย BTS สายใหม่ หรือจัดการน้ำท่วมด้วยระบบสูบน้ำสมัยใหม่ ก็น่าจะพลิกเกมได้นะ

ส่วนตัวผมคิดว่าผลโพลนี้เป็นสัญญาณเตือนผู้สมัครทุกคน ต้องทำให้คนกรุงตื่นเต้นด้วยนโยบายที่โดนใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นการเมืองเก่าๆ คุณล่ะ คิดว่าใครจะชนะ? หรือรู้สึกไม่ตื่นเต้นเหมือนโพลมั้ย? มาคุยกันในคอมเมนต์เลย แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิ์โหวตวันที่ 28 มิ.ย. นะครับ เพราะทุกคะแนนมีค่า!

ที่มา – ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ

แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”

วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณทางออกถนนงามวงศ์วาน ที่กำลังจะมีปัญหาการจราจรหนาแน่น จากการชุมนุมของมวลชนที่มารอรับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรม ในวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 นี้ ถ้าคุณกำลังวางแผนเดินทางผ่านเส้นทางนี้ อย่าพลาดข้อมูล แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ” ที่เรานำมาฝาก

แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”

งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนแล้ว เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 จนถึงเที่ยงวันของวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจราจรบน ถนนงามวงศ์วานขาออก บริเวณหน้าเรือนจำ โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. ที่ทักษิณจะเดินทางออกจากเรือนจำหลังถูกคุมขังมานาน 7 เดือน 28 วัน พร้อมเงื่อนไขติดกำไล EM และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

เส้นทางเลี่ยงหลักที่แนะนำ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเดือดร้อน ตำรวจแนะนำเส้นทางเลี่ยงดังนี้:

  • เริ่มจาก ถนนงามวงศ์วานขาออก บริเวณแยกบางเขน
  • เลี้ยวเข้า ถนนกำแพงเพชรขาเข้า
  • เลี้ยวขวาที่ แยกวัดเสมียนนารี
  • ตรงไปตาม ถนนประชาสงเคราะห์
  • เลี้ยวขวาที่ แยกประชานิเวศน์
  • เข้าสู่ ถนนประชาชื่นขาออก
  • กลับเข้าจุดหมายที่ แยกพงษ์เพชร (ถนนงามวงศ์วานขาออก)

เส้นทางนี้มีความยาวรวมประมาณ 4.55 กิโลเมตร จากแยกบางเขนไปแยกพงษ์เพชร ซึ่งอาจไกลกว่าเส้นหลักนิดหน่อย แต่ช่วยประหยัดเวลาได้มากในช่วงรถติดหนึบจากมวลชน

เหตุผลที่ต้องเลี่ยงและเคล็ดลับการเดินทาง

การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะมีมวลชนจำนวนมากมารอต้อนรับทักษิณ ทำให้ถนนงามวงศ์วานขาออกกลายเป็นจุด bottleneck หลัก ผู้ขับขี่ควรเช็คสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Google Maps หรือ Waze ก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเลี่ยงอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ เช่น ผ่านถนนวิภาวดีรังสิตแล้วตีโค้งไปยังแจ้งวัฒนะ หรือใช้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หากคุณมาจากฝั่งเหนือ

ในมุมมองของเรา การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณไม่พลาดนัดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นไปทำงาน ส่งลูกเรียน หรือเดินทางท่องเที่ยว กรุงเทพฯ ในช่วงเหตุการณ์การเมืองแบบนี้มักมีเซอร์ไพรส์เสมอ ดังนั้น เตรียมแผนสำรองไว้หลายๆ แผนจะดีที่สุด

นอกจากข้อมูลหลักแล้ว เรายังแนะนำให้ฟังวิทยุจราจร FM 91.5 หรือติดตามเพจทางการของตำรวจจราจร เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด อย่าลืมปฏิบัติตามกฎจราจร สวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจากโควิดที่ยังระบาด

สรุปแล้ว แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ” นี้เป็นข้อมูลที่ทุกคนควรรู้ หากคุณมีประสบการณ์รถติดในเหตุการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดินทางในพื้นที่ เพื่อช่วยกันลดปัญหารถติด

คำแนะนำสุดท้าย: วางแผนการเดินทางให้ดี ใช้เส้นเลี่ยงเพื่อความคล่องตัว และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ

ที่มา – แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”