วัน: 11 พฤษภาคม 2026

พรุ่งนี้ ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงรัฐสภาไทย นั่นคือ ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้เลยทีเดียว หลังจากพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ยื่นเรื่องขอให้ตีความแล้ว สถานการณ์นี้ทำให้กฎหมายสำคัญชะงักไปก่อน รอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง และจะกระทบอะไรต่อการเมืองไทยบ้าง

ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน

จากข้อมูลล่าสุด นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ว่า พรุ่งนี้ 12 พฤษภาคม ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะส่งเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามที่ ส.ส. จากพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ได้รวบรวมรายชื่อยื่นผ่านประธานสภา นายกรวีร์ยืนยันว่า นี่เป็นสิทธิ์ของ ส.ส. ตามกฎหมาย และประธานสภาฯ ยังไม่สามารถบรรจุวาระการพิจารณากฎหมายนี้ได้ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยจากศาลก่อน

การเคลื่อนไหวนี้นำไปสู่ ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ พ.ศ. 2567 กฎหมายนี้ถูกเสนอโดยรัฐบาลเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันแพงและปัญหาพลังงานที่กำลังกดดันเศรษฐกิจไทย

พ.ร.ก.กู้เงิน คืออะไร และทำไมถึงถกเถียง?

พ.ร.ก.กู้เงินนี้มุ่งแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานที่ไทยกำลังเผชิญ โดยรัฐบาลต้องการกู้เงินจำนวนมากเพื่อ补贴ราคาพลังงาน สนับสนุนโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์ ลม และไฮโดรเจน แต่ฝ่ายค้านมองว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการออก พ.ร.ก. ที่ต้องมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจริงหรือไม่ และการกู้เงินแบบนี้ถูกต้องตามมาตรา 67 หรือเปล่า

สาเหตุที่ ปชน.-ปชป. ยื่นเรื่อง

พรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก ได้รวบรวม ส.ส. ยื่นผ่านประธานสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากศาลรับคำร้องและวินิจฉัยว่าถูกต้อง กฎหมายก็เดินหน้าต่อได้ แต่ถ้าผิด ก็อาจล้มทั้งกระบวนการ สร้างความตึงเครียดในสภา นายกรวีร์มองว่าเป็นกระบวนการปกติที่แสดงถึงการถ่วงดุลอำนาจ

ผลกระทบต่อวาระสภาและกฎหมายอื่นๆ

นอกจากนี้ ในวันที่ 15 พฤษภาคม จะมีประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณากฎหมายที่ ครม. ยืนยันกลับมา สัปดาห์หน้าจะบรรจุกฎหมายฟาสต์แทร็ก ซึ่งลดขั้นตอนราชการ เพื่อเร่งโครงการรัฐบาล คาดอาจเข้าวาระ 20 พฤษภาคม นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยังกำชับให้ ครม. เข้าประชุมสภา หากไม่มีภารกิจเร่งด่วน เพื่อประสานงานระหว่าง ครม. กับสภา

  • ประชุม ครม. พรรคภูมิใจไทย: ติดตามงานที่ นายกฯ มอบหมาย
  • วาระสภา 15 พ.ค.: พิจารณากฎหมายยืนยันจาก ครม.
  • สัปดาห์หน้า: กฎหมายฟาสต์แทร็ก และกฎหมาย ส.ส.
  • กระทู้ถาม: นายกฯ สั่งให้ตอบในสภา

สถานการณ์ ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน นี้ สะท้อนการเมืองไทยที่เข้มข้น ฝ่ายค้านใช้กลไกศาลตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งเป็นหลักประชาธิปไตยที่ดี

ในมุมมองของผม การวินิจฉัยครั้งนี้จะกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานไทย หากผ่านได้ รัฐบาลจะคล่องตัวขึ้น แต่ถ้าตก ก็ต้องหาทางอื่น ลองคิดดูนะครับว่าปัญหาพลังงานจะคลี่คลายเมื่อไหร่ คุณคิดว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่าง ติดตามอัพเดทข่าวการเมืองเพิ่มเติมในบล็อกนี้เลยครับ!

ที่มา – พรุ่งนี้ ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง ปชน.-ปชป. ยื่นเรื่อง

รมช.ดิจิทัลฯ เผยยังตอบไม่ได้! คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี?

รมช.ดิจิทัลฯ เผย ยังตอบอะไรไม่ได้ คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี ชี้ ค่าลิขสิทธิ์สูงโดนทั้งโลก

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) โดยย้ำว่าคนไทยได้ดูบอลโลกฟรีหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ในขณะนี้

น.ส.แนน กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่สูงลิ่ว ไม่ใช่เฉพาะไทยเท่านั้น ทุกชาติกำลังพิจารณาค่าใช้จ่ายนี้อย่างละเอียด เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด

คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี: ยังไม่แน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงหลักการที่คนไทยได้ดูบอลโลกฟรีผ่านฟรีทีวี น.ส.แนน ตอบว่า ณ เวลานี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอผลการเจรจา โดยขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณส่วนไหนมาสนับสนุน รวมถึงการตรวจสอบว่าเอกชนรายใดสนใจซื้อลิขสิทธิ์ในช่วงเวลาที่เหลือจำกัด

ปัจจุบัน หลักๆ คือต้องดูว่ารับผิดชอบโดยหน่วยงานราชการหรือเอกชน เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่มีประกาศ Must Have อีกต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้บังคับให้ถ่ายทอดสดกีฬา 7 รายการระดับชาติ เช่น ฟุตบอลโลก โอลิมปิก ผ่านฟรีทีวีเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงฟรี

ด้วยระยะเวลาที่เหลือไม่ถึง 2 เดือน ต้องประเมินว่าการซื้อลิขสิทธิ์คุ้มค่าหรือไม่ หากเอกชนรับผิดชอบก็อาจไม่ฟรี แต่ครม. ได้สอบถามเจ้าของลิขสิทธิ์เบื้องต้นแล้ว รอการพิจารณา

ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 สูงแค่ไหน

ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ขยายเป็น 48 ทีมแข่งขัน 104 นัด จัดทัพที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทำให้ FIFA ตั้งราคาลิขสิทธิ์สูงเป็นสถิติใหม่ คาดว่าสิทธิ์ระดับโลกอาจทะลุล้านล้านบาท ส่งผลให้ทุกประเทศต้องชั่งใจ

  • ยุโรป: BBC ของอังกฤษ ITV ต้องจ่ายแพงเพื่อถ่ายบางนัดฟรี
  • อเมริกา: Fox และ Telemundo เตรียมงบมหาศาล
  • เอเชีย: จีน ญี่ปุ่น เผชิญค่าใช้จ่ายพุ่ง ไทยจึงไม่ใช่กรณีพิเศษ
  • ไทยในอดีต: บอลโลก 2018 PPTV ถ่ายบางส่วนฟรี 2022 ต้องสมัคร beIN Sport

ทำไมคนไทยได้ดูบอลโลกฟรีถึงสำคัญ

การถ่ายทอดฟรีช่วยสร้างความเท่าเทียม ประชาชนทุกระดับเข้าถึงกีฬาชาติได้ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย สร้างบรรยากาศความสามัคคีทั่วประเทศ คืนแข่งนัดสำคัญร้านอาหาร ค้าขายคึกคัก เศรษฐกิจหมุนเวียน

หากพลาดโอกาสนี้ แฟนบอลไทยอาจต้องพึ่งแพลตฟอร์มเสียเงินหรือสตรีมเถื่อน ซึ่งเสี่ยงไวรัสและถูกดำเนินคดี

จากประสบการณ์ฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ ไทยเคยประสบความสำเร็จในการถ่ายฟรีบางส่วนผ่านฟรีทีวี ทำให้เรตติ้งพุ่ง สร้างฮีโร่ให้เยาวชนรักฟุตบอล คราวนี้หากคนไทยได้ดูบอลโลกฟรีเต็มรูปแบบ จะยิ่งยอดเยี่ยม

มุมมอง: รัฐควรหนุนให้คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี

ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลควรจัดสรรงบเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายฟรีทีวี เหมือนหลายชาติที่รัฐช่วยอุดหนุน เพราะฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นมรดกวัฒนธรรม สร้างแรงบันดาลใจ สร้างรายได้ทางอ้อมมหาศาล หากปล่อยให้เอกชนทั้งหมด อาจเข้าถึงยากสำหรับคนส่วนใหญ่

รอติดตามพัฒนาการ หากมีข่าวใหม่จะอัปเดตให้ทราบ คุณคิดว่าคนไทยได้ดูบอลโลกฟรีควรเป็นสิทธิ์พื้นฐานไหม? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนแฟนบอลทุกคน!

ที่มา – รมช.ดิจิทัลฯ เผย ยังตอบอะไรไม่ได้ คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี ชี้ ค่าลิขสิทธิ์สูงโดนทั้งโลก

“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบฟรีวีซ่า เน้นคุณภาพ

ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นฟันดาบเศรษฐกิจหลักของไทย การจัดการวีซ่าอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งสำคัญมากขึ้น ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ทุกคนในวงการท่องเที่ยวน่าจะสนใจ นั่นคือ “อนุทิน” ประชุม รมต.ภูมิใจไทย สั่งจัดระเบียบฟรีวีซ่า “สุรศักดิ์” เผยเน้นคุณภาพ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเรา

“อนุทิน” ประชุม รมต.ภูมิใจไทย สั่งจัดระเบียบฟรีวีซ่า “สุรศักดิ์” เผยเน้นคุณภาพ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยหลายท่าน ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายกรวีร์ ปริศนานัทกุล ประธานวิปรัฐบาล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมว่า การประชุมนี้เป็นกำหนดการปกติก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ นายอนุทินได้แบ่งปันประสบการณ์จากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ และเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีเสนอประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นฟรีวีซ่าที่กำลังเป็นที่ถกเถียง เพราะมีหลายประเภท เช่น วีซ่านักเรียน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว จึงมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบจัดระเบียบภาพรวมทั้งระบบ

สุรศักดิ์ เผยแผนทบทวนฟรีวีซ่า ชงครม. 12 พ.ค.

นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมหารือถึงการจำกัดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะข่าวนักท่องเที่ยวจีนและการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีสั่งการนอกรอบให้ตั้งคณะทำงานทบทวนวีซ่าทุกประเภท โดยมีนายปกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นแกนนำ และจะแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในครม. วันที่ 12 พฤษภาคมนี้

ที่น่าสนใจคือ วีซ่าฟรี 60 วันกำลังจะถูกยกเลิก โดยกระทรวงการต่างประเทศเตรียมเสนอครม. พิจารณาอย่างรอบคอบ การทบทวนนี้ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว แต่ครอบคลุมวีซ่านักลงทุน นักเรียน และอื่นๆ โดยเน้นการเข้มงวดมากขึ้น ไม่ใช่ดูแค่เงินทุน แต่ตรวจสอบมิติอื่นๆ เช่น ประวัติ พฤติกรรม เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม นอมินี หรือการฝ่าฝืนกฎหมาย

  • ปัญหาปัจจุบัน: นักท่องเที่ยวจำนวนมากนำปัญหาตามมา เช่น การบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ การก่ออาชญากรรม
  • แนวทางแก้ไข: คัดกรองเข้มงวด ปรับระยะเวลา เอกสาร และหลักเกณฑ์
  • เป้าหมาย: เน้นคุณภาพท่องเที่ยว ไม่ใช่ปริมาณ เพื่อยั่งยืน

ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

สำหรับผู้ที่ยื่นวีซ่าถูกต้องตามกฎหมาย ไม่น่าจะได้รับผลกระทบ แต่ระบบจะรัดกุมยิ่งขึ้น นายสุรศักดิ์ยืนยันว่า "วันนี้เราต้องคัดกรองรอบคอบ เน้นคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ" นโยบายนี้ตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การเข้ามาแบบฟรีวีซ่าที่ทำให้เกิดเม็ดเงินแต่คุณภาพต่ำ สุดท้ายกระทบภาพลักษณ์ไทย

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบาย“อนุทิน” ประชุม รมต.ภูมิใจไทย สั่งจัดระเบียบฟรีวีซ่า “สุรศักดิ์” เผยเน้นคุณภาพนี้เป็นก้าวสำคัญ หากทำได้จริงจะช่วยให้ไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลกที่มีมาตรฐานสูง ลดปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงกับนโยบายดิจิทัลและคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางที่ผ่านการคัดกรองแล้ว เช่น ระบบออนไลน์ตรวจสอบวีซ่าแบบเรียลไทม์ หรือโปรโมทแพ็กเกจท่องเที่ยวพรีเมียม

สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงชั่วคราว แต่เชื่อว่าจะนำมาซึ่งประโยชน์ระยะยาว คุณคิดอย่างไรกับนโยบายจัดระเบียบฟรีวีซ่านี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับทราบข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” ประชุม รมต.ภูมิใจไทย สั่งจัดระเบียบฟรีวีซ่า “สุรศักดิ์” เผยเน้นคุณภาพ

“มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับคนไทยจำนวนมาก เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและปล่อยตัวออกจากเรือนจำ หลังจากถูกจองจำในคดีที่หลายคนมองว่าเป็นการเมือง นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมต้อนรับและแสดงความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง

“มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล

นางมนพร เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีว่า วันนี้คือวันแห่งรอยยิ้ม วันแห่งความรักและความอบอุ่น เป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยที่ทุกคนจะจดจำ ภาพบรรยากาศที่นักการเมือง พี่น้องประชาชน กลุ่มคนเสื้อแดง และทีมงานครอบครัวเพื่อไทย แห่ต้อนรับนายทักษิณอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาและความรักที่ไม่เคยจางหาย แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแค่ไหน

เธอยังยกย่องนายทักษิณว่าเป็น “วีรบุรุษทางการเมือง” ของประเทศไทย ผู้ที่ยอมพิสูจน์ตัวเองด้วยการติดคุก เพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน ท่านคือผู้สร้างรากฐานความมั่งคั่งให้กับคนไทยผ่านนโยบายที่ “สัมผัสได้จริง” ไม่ว่าจะเป็นนโยบายไหน ก็ยังคงถูกนำมาใช้และเป็นที่รักของประชาชนทุกยุคทุกสมัย

ภาพต้อนรับทักษิณ

นโยบายกินได้จริงที่สร้างศรัทธาให้ทักษิณ

ตลอดเส้นทางการเมืองของนายทักษิณ มีนโยบายมากมายที่เปลี่ยนชีวิตคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนยากจนและคนชายขอบที่ไม่เคยถูกละเลย นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นสิ่งที่ประชาชน “กินได้” จริงๆ ดังนี้

  • โครงการกองทุนหมู่บ้าน: ช่วยให้ชุมชนมีเงินทุนหมุนเวียน สร้างอาชีพและเศรษฐกิจฐานราก
  • โครงการพักหนี้-แก้หนี้: ลดภาระหนี้สินให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย
  • 30 บาทรักษาทุกโรค: สิทธิการรักษาพยาบาลถ้วนหน้าที่เข้าถึงทุกคน
  • เงินเดือนผู้สูงอายุ: ค่าครองชีพให้ผู้เฒ่าผู้แก่ มีศักดิ์ศรี

แม้จะเผชิญวิกฤติทางการเมืองหลายครั้ง แต่นายทักษิณเลือกที่จะยอมติดคุก แตกต่างจากอดีตนายกฯ คนอื่นๆ ที่ไม่เคยกล้าทำเช่นนั้น สิ่งนี้พิสูจน์ว่ามาตรฐานการเมืองไทยขาดความยุติธรรม แต่หัวใจของท่านคือประชาชนเสมอมา

ภาพมนพรและทักษิณ
ภาพกลุ่มต้อนรับ

นางมนพร ยืนยันว่า ศรัทธาของประชาชนต่อนายทักษิณไม่เคยลดลง ผ่านกี่ปีกี่สิบปี นโยบายเหล่านี้ยังคงถูกหยิบยกมาทำต่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าดูแลประชาชนต่อไป โดยมีศรัทธาจากประชาชนเป็นกำลังใจหลัก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการต้อนรับบุคคลสำคัญ แต่ยังสะท้อนถึงพลังของประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ซึ่งผู้นำต้องเข้าใจและเข้าถึงประชาชน การที่นายทักษิณยังคงเป็น “นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล” แสดงให้เห็นว่านโยบายเพื่อประชาชนคือกุญแจสู่ความนิยมที่ยั่งยืน

ภาพเพิ่มเติม
ภาพครอบครัวเพื่อไทย

สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบการเมืองไทย ลองคิดดูสิคะว่านโยบายแบบไหนที่คุณอยากเห็นในอนาคต? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ได้เลย เพื่อให้เราร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้

ที่มา – “มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล สะท้อนศรัทธาไม่เคยจางหาย

ลิเวอร์พูลปล่อยภาพอนุสรณ์สถานจอต้า

ลิเวอร์พูลปล่อยภาพอนุสรณ์สถานจอต้า

ลิเวอร์พูล ได้ปล่อยภาพของอนุสรณ์สถานที่วางแผนไว้เพื่อรำลึกถึงดิโอโก้ จอต้า กองหน้าที่เสียชีวิตไปแล้ว และพี่ชายของเขา อังเดร ซิลวา หลังจากทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ดิโอโก้ จอต้า วัย 28 ปี และอังเดร ซิลวา วัย 25 ปี ซึ่งเล่นให้กับสโมสรเพนาฟิเอล ในลีกรองของโปรตุเกส เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ในจังหวัดซาโมรา ประเทศสเปน

ลิเวอร์พูลปล่อยภาพอนุสรณ์สถานจอต้า

อนุสรณ์สถานดังกล่าวมีดีไซน์เป็นหัวใจที่ไหลริน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากท่าดีใจหลังทำประตูของจอต้า ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส รวมถึงเบอร์เสื้อของสองพี่น้องคือ 20 และ 30 นอกจากนี้ยังมีเนื้อเพลงของเพลงจอต้าที่แฟนบอลลิเวอร์พูลร้องกันในนาทีที่ 20 ของทุกนัด

อนุสรณ์สถานนี้มีชื่อว่า ‘Forever 20’ สโมสรลิเวอร์พูลระบุว่ามันเฉลิมฉลองชีวิต ความผูกพันของสองพี่น้อง และความรัก ความเคารพจากครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลทั่วโลก

ตำแหน่งและวัสดุของอนุสรณ์สถาน

อนุสรณ์สถานจะตั้งอยู่ที่ Anfield บนถนน 97 Avenue โดยใช้ของที่แฟนบอลวางไว้นอกสนามตั้งแต่จอต้าเสียชีวิต นำมารีไซเคิลใส่ในฐานหิน

ลิเวอร์พูลยังไม่ประกาศวันเปิดอย่างเป็นทางการ แต่จะแจ้งให้ทราบในอนาคต

จอต้าย้ายมาร่วมทีมจากวูล์ฟแฮมป์ตันในปี 2020 ทำประตูได้ 65 ลูกจาก 182 นัด ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และลีกคัพสองสมัย

การจากไปของจอต้าทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลเสียใจอย่างมาก เขาเป็นนักเตะที่ทุ่มเท มีความเร็ว และจบสกอร์ได้ดี เพลง “Diogo Jota” ที่แฟนร้องในนาทีที่ 20 กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ อนุสรณ์สถานนี้ไม่เพียงรำลึกถึงจอต้าและพี่ชาย แต่ยังแสดงถึงความสามัคคีของชุมชนหงส์แดง

ประวัติและผลงานของดิโอโก้ จอต้า

จอต้าเริ่มต้นอาชีพกับปาโซส เดอเฟร์ไรรา ก่อนย้ายไปปอร์โต้และวูล์ฟส์ เขาแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020-21 ด้วยการทำประตูสำคัญหลายลูก ช่วยลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกนัดสำคัญ

  • ประตูรวมทุกรายการ: 65 ลูก
  • นัดที่ลงเล่น: 182 นัด
  • แชมป์ที่ได้: พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ, ลีกคัพ x2
  • ทีมชาติโปรตุเกส: 36 นัด 14 ประตู

นอกจากผลงานในสนาม จอต้ายังเป็นคนร่าเริง ชอบเล่นเกม และใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมทีม ความสูญเสียครั้งนี้กระทบทั้งสโมสรและแฟนบอลทั่วโลก

อนุสรณ์สถานนี้จะเป็นสถานที่ที่แฟนๆ มาร่วมรำลึก สร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นหลัง การออกแบบที่ผสมผสานองค์ประกอบส่วนตัวทำให้มันพิเศษยิ่งขึ้น

ในฐานะแฟนฟุตบอล คุณรู้สึกอย่างไรกับลิเวอร์พูลปล่อยภาพอนุสรณ์สถานจอต้า? มันจะช่วยเยียวยาหัวใจแฟนหงส์ได้หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวลิเวอร์พูลเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กรมทางหลวงชนบท แจงดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม

กรมทางหลวงชนบท แจงดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม เฉพาะเส้นทางรถน้อย จุดเสี่ยงเปิดโต้รุ่ง เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนที่พบถนนมืดในช่วงดึก นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ออกมาชี้แจงนโยบายนี้อย่างชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจผิดและยืนยันความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของรัฐบาล

นโยบายประหยัดพลังงานเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตาม ทช. จึงเริ่มต้นจากการลดใช้พลังงานภายในองค์กร เช่น ปิดแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่จำเป็น และขยายไปสู่ระบบไฟถนนที่ประชาชนใช้งานจริง

กรมทางหลวงชนบท แจงดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม เฉพาะเส้นทางรถน้อย

ตามมาตรการที่ ทช. กำหนด ไฟถนนทุกดวงต้องเปิดอย่างน้อยจนถึง 22.00 น. หรือหลัง 4 ทุ่ม จากนั้นจึงปรับลดเฉพาะช่วงที่มีรถน้อยกว่า 60 คันต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงรถวิ่งน้อยมาก เพื่อประหยัดไฟฟ้าแต่ยังคงความปลอดภัย

พื้นที่เสี่ยงภัย เช่น ทางโค้ง จุดแยก บริเวณชุมชน หรือจุดอันตราย จะเปิดไฟตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีข้อยกเว้น ทช. ใช้ข้อมูลจราจรรายชั่วโมงในการวิเคราะห์ เช่น ในภาคใต้บางพื้นที่ที่มีรถกลับมาใช้ถนนตอนตี 3 ก็จะเปิดไฟตามพฤติกรรมจริงของประชาชน ทำให้การจัดการยืดหยุ่นและเหมาะสม

จุดเสี่ยงเปิดไฟโต้รุ่งตามนโยบายกรมทางหลวงชนบท

การตัดสินใจดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม จึงไม่ใช่การปิดทั้งหมด แต่พิจารณาจากข้อมูลจริง เพื่อให้ถนนปลอดภัยสูงสุด นโยบายนี้ช่วยลดค่าไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่กระทบชีวิตผู้ใช้ทาง

ปัญหาโจรขโมยสายไฟและหม้อแปลง ทำให้ถนนมืดซ้ำซาก

ประชาชนบางส่วนบ่นว่าถนนมืดมานาน แต่จริงๆ หลายจุดเกิดจากโจรลักขโมยสายไฟทองแดงและหม้อแปลง ซึ่งมีราคาสูงถึง 170,000 บาทต่อลูก พบเหตุซ้ำจุดเดิมแม้ซ่อมแล้ว ทช. จึงแก้ไขด้วยการเทคอนกรีตหุ้มอุปกรณ์ จัด巡逻กลางคืน และเพิ่มมาตรการป้องกันอื่นๆ ช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แต่ยังต้องเร่งแก้ต่อเนื่อง

  • โจรตัดสายไฟทองแดงซ้ำซาก
  • ขโมยหม้อแปลงมูลค่าสูง
  • ทช. เทคอนกรีตป้องกันและ巡逻กลางคืน

แผนเปลี่ยนหลอด LED 800,000 ดวง ลดค่าไฟ 40%

ทช. มีแผนอัพเกรดไฟถนนเป็นหลอด LED ประหยัดพลังงานสูง เริ่มจากดวงเก่าใกล้หมดอายุ ปัจจุบันมีไฟทั่วประเทศ 700,000-800,000 ดวง หากเปลี่ยนทีเดียวใช้งบมหาศาล จึงทยอยเปลี่ยนตั้งแต่ปี 2567-2568 ใช้เงินงบประมาณ ทช. ร่วมกองทุนพลังงานราว 200 ล้านบาท คาดลดค่าไฟได้ 40%

นโยบายทั้งหมดยึดหลักประหยัดสูงสุดแต่ความปลอดภัยมาก่อน การดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่มจึงเป็นการบริหารจัดการอัจฉริยะ ไม่ใช่ปิดมืดทั้งระบบ

สรุปแล้ว กรมทางหลวงชนบท แจงดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม เฉพาะเส้นทางรถน้อย จุดเสี่ยงเปิดโต้รุ่ง เป็นนโยบายที่สมดุลระหว่างประหยัดพลังงานและความปลอดภัย ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก ทช. เพื่อวางแผนการเดินทาง หากพบปัญหาถนนมืดจากโจรกรรม สามารถแจ้ง hotline ทช. ได้ทันที

ติดตามข่าวนโยบายรัฐบาลและเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อให้คุณเดินทางอย่างมั่นใจ!

ที่มา – กรมทางหลวงชนบท แจงดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม เฉพาะเส้นทางรถน้อย จุดเสี่ยงเปิดโต้รุ่ง

ผลไม้ไทยผงาดในจีน กวาดรายได้ 220 ล้านบาท

ผลไม้ไทยกำลังผงาดในตลาดจีนอย่างยิ่งใหญ่! ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ภายใต้นโยบาย “ศุภจี” ได้รุกคืบตลาดกวางโจวและคุนหมิง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ไทยแบบจัดเต็ม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 220 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทยเลยทีเดียว

ผลไม้ไทยผงาดในจีน DITP รุกกวางโจว-คุนหมิง

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดี DITP กระทรวงพาณิชย์ เผยว่าตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้สั่งการให้เร่งขยายตลาดผลไม้ไทยในช่วงฤดูออกผลไม้ ทูตพาณิชย์จีนจึงจัดกิจกรรม “Thai Fruits Golden Months” ที่กวางโจวและคุนหมิง ได้รับการตอบรับถล่มทลายจากผู้บริโภคชาวจีน

ที่กวางโจว จัดโครงการ “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ณ ถนนคนเดินซัวเถา ร่วมกับพันธมิตรอย่างฝ่ายเกษตรนครกวางโจว, Pagoda, CP และ Miniso จำหน่ายผลไม้ไทยทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ไลฟ์สตรีมกับ Pagoda ที่มีสาขากว่า 4,000 แห่งทั่วจีน (23 เม.ย.-5 พ.ค. 2569) CP นำผลไม้แบรนด์ CP Fresh มาขายราคาพิเศษ ส่วน Miniso ใช้ IP “DunDun Chicken” ในธีม “น้องมะพร้าว DunDun” มียอดวิว 70 ล้าน โดนใจวัยรุ่นและครอบครัว

ผลไม้ไทยผงาดในจีน กิจกรรมที่กวางโจว

นอกจากนี้ ยังต่อยอดไลฟ์สไตล์ เช่น แสดงผลไม้บนเรือล่องแม่น้ำจูเจียงของ Miniso สำรวจตลาดซัวเถา พบปะผู้ประกอบการที่ตลาดเยว่ตงเจียงหนาน หารือขยายช่องทาง ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค คาดยอดขายกว่า 46 ล้านหยวน หรือ 218 ล้านบาท แสดงศักยภาพตลาดเมืองรองจีน

ผลไม้ไทยผงาดในจีน ที่คุนหมิง

ส่วนที่คุนหมิง (22-26 เม.ย. 2569) จัดโปรโมทร้านอาหาร Thai SELECT ที่ห้างถงเต๋อ เมนูสุดครีเอทีฟอย่างขนมปังชีสทุเรียน หอยเชลย่างยำส้มโอ ต้มยำลำไย ปลาหิมะนึ่งมะนาวมังคุด น้ำมะพร้าวน้ำหอม ดึงดูดผู้บริหารโรงแรมและธุรกิจอาหาร สร้างการรับรู้แบรนด์

กิจกรรมขายทุเรียน ร่วม CP Yunnan และ KOL ไลฟ์สด ยอดขาย 200,000 หยวน หรือ 9.48 แสนบาท ขายหมดเกลี้ยง!

กิจกรรมผลไม้ไทยที่คุนหมิง

แผนรุกตลาดจีนปี 2569 ผลไม้ไทยผงาดในจีนต่อเนื่อง

ปีหน้า DITP วางแผนเพิ่มกิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months ใน 3 เมืองหลักและ 8 เมืองรองภาคตะวันตกจีน เพื่อเจาะตลาดใหม่ ช่วยเกษตรกรไทยส่งออกมากขึ้น

  • พันธมิตรแข็งแกร่ง: Pagoda, CP, Miniso
  • ช่องทางหลากหลาย: ออฟไลน์, ออนไลน์, ไลฟ์, IP สร้างกระแส
  • ผลลัพธ์ชัด: ยอดขายทะลัก, สั่งซื้อเพิ่ม

ผลไม้ไทยผงาดในจีนครั้งนี้พิสูจน์ว่าสินค้าไทยคุณภาพดี มีโอกาสมหาศาลในตลาดจีนขนาดใหญ่ หากเกษตรกรและผู้ส่งออกสนใจ สามารถติดต่อ DITP โทร 1169 หรือ www.ditp.go.th และ THAITRADE.COM เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม คิดจะส่งออก นึกถึง DITP! นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน

ข้อมูลนี้สะท้อนศักยภาพผลไม้ไทยที่พร้อมลุยตลาดโลก ลองนึกภาพเกษตรกรไทยยิ้มแก้มปริเมื่อรายได้ไหลเข้าประเทศแบบนี้

ที่มา – ผลไม้ไทยผงาดในจีน DITP รุกกวางโจว-คุนหมิง กวาดรายได้เข้าประเทศกว่า 220 ล้าน

เช็กคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 25 พ.ย.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาเช็กคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 25 พ.ย.นี้กันเลยดีกว่า เพราะกระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แล้วนะครับ คาดว่าจะเริ่มวันที่ 25 พ.ย. 2567 นี้ คราวนี้พิเศษตรงที่ใช้ระบบ AI และฐานข้อมูลใหญ่ช่วยทบทวนสิทธิแบบละเอียดยิบ เพื่อให้คนรายได้น้อยที่เคยตกหล่นได้สิทธิ์เพิ่ม และคัดออกคนที่ฐานะดีขึ้น รายได้เกินเกณฑ์ไปแล้วจากผู้ถือบัตรเดิม 13.2 ล้านคนด้วย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง บอกว่าการลงทะเบียนครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ทุกคนที่จำเป็นจริงๆ โดยเฉพาะผู้ที่ขาดโอกาสรอบก่อน ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองมีสิทธิ์มั้ย มาดูเกณฑ์กันครับ จะได้เตรียมตัวทัน!

เช็กคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 25 พ.ย.นี้

เกณฑ์หลักยังยึดตามรอบก่อนหน้า แต่จะตรวจสอบเข้มงวดขึ้นด้วย AI นะครับ สรุปคุณสมบัติเบื้องต้นที่ต้องมีดังนี้

เกณฑ์รายได้และทรัพย์สินสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

  • ต้องมีสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • รายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • รายได้เฉลี่ยครัวเรือนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • ทรัพย์สินทางการเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือบ้านตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ไม่มีบัตรเครดิต
  • หนี้กู้ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือหนี้กู้รถไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • ไม่เป็นพระภิกษุ สามเณร ผู้ต้องขัง ผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้รับบำนาญ หรือนักการเมือง

ถ้าคุณตรงเกณฑ์เหล่านี้ แสดงว่ามีสิทธิ์สูงเลยครับ แต่ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะอาจปรับเกณฑ์เล็กน้อยตามสถานการณ์เศรษฐกิจ บัตรนี้ช่วยเหลืออะไรบ้าง? ได้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถโดยสาร ค่าอาหารเด็กนักเรียน และสิทธิสุขภาพเพิ่มเติม ช่วยลดภาระครอบครัวยากจนได้เยอะเลย

ขั้นตอนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

การดำเนินการมี 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่ม 25 พ.ย.นี้
  2. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนและครอบครัวด้วยฐานข้อมูลกลาง
  3. ประกาศผลผู้มีสิทธิ์
  4. ยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ เช่น ไปที่ธนาคารกรุงไทยหรือจุดบริการ
  5. เริ่มใช้สิทธิผ่านบัตรประชาชนหรือบัตรใหม่ คาดเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม 2568

เตรียมตัวยังไงดี? รวบรวมบัตรประชาชน เลขบัคคลี ตรวจสอบรายได้ครอบครัวล่วงหน้า ถ้ามีทรัพย์สินหรือหนี้สิน ดูให้ชัวร์ว่าอยู่ในเกณฑ์ ครั้งนี้ AI จะสแกนข้อมูลจากกรมสรรพากร กรมที่ดิน ธนาคารต่างๆ อัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องคอร์รัปชันครับ

การเช็กคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 25 พ.ย.นี้เป็นโอกาสทองสำหรับครอบครัวที่เดือดร้อนจากเศรษฐกิจ ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวตรงเกณฑ์ อย่ารอช้า รีบติดตามข่าวจากเว็บกระทรวงการคลังหรือแอปเป๋าตังค์นะครับ มันจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ ลองคำนวณรายได้ของคุณดู ถ้าต่ำกว่า 100,000 บาท/ปี และไม่มีทรัพย์สินเยอะ ก็มีลุ้นสูง!

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณมีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่อาจมีสิทธิ์ ช่วยกันให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสวัสดิการที่รัฐจัดให้ รีบเช็กคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 25 พ.ย.นี้กันเถอะ อย่าพลาดสิทธิสำคัญ!

ที่มา – เช็กคุณสมบัติ ผู้มีสิทธิลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่” 25 พ.ย.นี้

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งสอบ “หนุ่มจีน” ทะเบียนบ้านเชียงดาว

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งสอบแล้ว “หนุ่มจีน” ชื่อโผล่ทะเบียนบ้านเชียงดาว

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในจังหวัดเชียงใหม่กันดีกว่า ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งสอบแล้ว “หนุ่มจีน” ชื่อโผล่ทะเบียนบ้านเชียงดาว หลังจากพบความผิดปกติในการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของชายชาวจีนรายนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์สัญชาติไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน กำลังเผชิญอยู่

ย้อนดูความคืบหน้า กรณีของนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เขาถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรชมพู และมีการทำรายการทะเบียนผิดปกติ โดยเฉพาะชื่อโผล่ในทะเบียนบ้านหลังหนึ่งในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เข้าทะเบียนเมื่อ 12 ตุลาคม 2565 แล้วย้ายออกเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2566 นี่แหละครับที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวน

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งสอบแล้ว “หนุ่มจีน” ชื่อโผล่ทะเบียนบ้านเชียงดาวอย่างไร

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาแถลงทันทีที่ทราบเรื่อง สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน สอบปากคำเจ้าบ้านหลังนั้นว่าทำไมถึงยอมให้ย้ายชื่อเข้า ถ้าเหตุผลไม่สมควรหรือพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีทันที นอกจากนี้ยังตรวจสอบเจ้าหน้าที่และบุคคลเกี่ยวข้องทุกคน หากผิดพลาดก็ลงโทษไม่ยั้ง

ผู้ว่าฯ ยังขยายผล สั่งตรวจว่ามีเคสลักษณะนี้ในพื้นที่อื่นอีกไหม โดยเฉพาะอำเภอชายแดน ให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น การขอสัญชาติ ทำบัตรประชาชน หากพบอะไรแปลกๆ รายงานทันที ก่อนหน้านี้ก็มีกรณีสวมสัญชาติในอำเภอเวียงแหงและเชียงดาว 7 ราย รวมเจ้าหน้าที่ด้วย ดำเนินคดีไปหมดแล้วครับ

ผบช.ภ.5 เผยข้อมูลย้ายทะเบียนผิดปกติหลายครั้ง

ด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่าชายจีนรายนี้แต่งงานกับหญิงไทยในกรุงเทพฯ ทำบัตรชมพูครั้งแรก จากนั้นย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเชียงดาว แล้วย้ายออก ยังมีประวัติย้ายเข้าออกทะเบียนบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายครั้ง ซึ่งผิดปกติมาก อาจมีเจตนาไม่สุจริต เช่น สวมสิทธิ์เป็นคนพื้นที่สูงเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

  • การย้ายทะเบียนบ่อยผิดปกติ
  • เชื่อมโยงคดีอาวุธสงคราม
  • อาจสวมสิทธิ์สัญชาติไทย
  • สั่งตรวจสอบเจ้าบ้านและเจ้าหน้าที่

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการจัดการทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่ชายแดนที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันชาวต่างด้าวเข้ามาสวมสิทธิ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความมั่นคง เราเห็นแล้วว่าผู้ว่าฯ เชียงใหม่ลงมือจริงจัง สั่งสอบทุกฝ่ายไม่เว้นใคร

ในมุมมองของผม การเฝ้าระวังแบบนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลดิจิทัลช่วยตรวจสอบได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องมีบุคลากรที่โปร่งใสด้วยนะครับ เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บเราเลย!

ที่มา – ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งสอบแล้ว “หนุ่มจีน” ชื่อโผล่ทะเบียนบ้านเชียงดาว