วัน: 13 พฤษภาคม 2026

ชาวอเมริกันอ่วม ราคาดีเซลทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลในหลายรัฐ

ชาวอเมริกันอ่วม ราคาดีเซลทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลในหลายรัฐ แล้วครับ สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐอเมริกากำลังรุนแรงมาก โดยเฉพาะใน 4 รัฐแถบมิดเวสต์อย่างวิสคอนซิน มิชิแกน อิลลินอยส์ และอินเดียนา ที่ราคาพุ่งทะลุเพดานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนอย่างหนัก

ชาวอเมริกันอ่วม ราคาดีเซลทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลในหลายรัฐ

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของอุตสาหกรรมการขนส่งและเกษตรกรรมในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีมาใน 4 รัฐมิดเวสต์ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยพฤตินัย ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบขาดแคลนทันที

ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ยืนยันว่าราคาเฉลี่ยในรัฐเหล่านี้ทะลุสถิติเมื่อวันพุ่งที่ผ่านมา โดยปัจจัยเร่งด่วนอื่นๆ ยังรวมถึงราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง การหยุดชะงักของโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง และโรงกลั่นที่หันไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) มากกว่าเดิม

ราคาดีเซลพุ่งสูงสุดในแต่ละรัฐ

  • รัฐอินเดียนา: เพิ่มขึ้น 72% อยู่ที่ 6.13 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
  • รัฐอิลลินอยส์: เพิ่มขึ้น 74% อยู่ที่ 6.13 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
  • รัฐมิชิแกน: เพิ่มขึ้น 77% อยู่ที่ 6.13 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
  • รัฐวิสคอนซิน: เพิ่มขึ้น 82% อยู่ที่ 5.87 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ส่วนราคาเฉลี่ยทั่วประเทศพุ่งขึ้นถึง 60% จากช่วงก่อนเกิดสงคราม อยู่ที่ 5.66 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ใกล้เคียงสถิติเก่า 5.82 ดอลลาร์จากสงครามยูเครนในปี 2565

ผลกระทบจากราคาดีเซลที่พุ่งสูง

น้ำมันดีเซลคือหัวใจของเศรษฐกิจอเมริกัน ใช้กับรถแทรกเตอร์ รถบรรทุก รถไฟ เรือ และรถประจำทาง หากราคาสูงขึ้น ต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรจะแพงขึ้น สินค้าอาหารและอุปโภคบริโภคต้องปรับราคาตาม ส่งผลให้เงินเฟ้อรุนแรงยิ่งขึ้น ชาวอเมริกันทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท จะได้รับผลกระทบหนักเพราะค่าขนส่งสินค้าที่สูงลิ่ว

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนต่อเนื่อง สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 20% ของโลก ยิ่งซ้ำเติมปัญหา โรงกลั่นในสหรัฐฯ ก็เผชิญปัญหาซ่อมบำรุงและภัยธรรมชาติ ทำให้กำลังการผลิตดีเซลลดลง

ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ สถานการณ์ชาวอเมริกันอ่วม ราคาดีเซลทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลในหลายรัฐ นี้ อาจนำไปสู่การชะลอตัวของ GDP โดยเฉพาะภาคเกษตรและโลจิสติกส์ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงหรือเจรจาทางการทูตเพื่อคลี่คลายวิกฤต

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่กระทบโดยตรง แต่ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าสินค้าและพลังงานของเราเช่นกัน ผู้บริโภคไทยควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ สถานการณ์นี้เตือนใจว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันทั่วโลกได้อย่างไร หากคุณสนใจข่าวเศรษฐกิจและพลังงาน ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ

ที่มา – ชาวอเมริกันอ่วม ราคาดีเซลทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลในหลายรัฐ

เลวี อดีตบอสสเปอร์ส ไม่เคยคิดถึงการลุ้นตกชั้น

เลวี อดีตบอสสเปอร์ส ไม่เคยคิดถึงการลุ้นตกชั้น แบบนี้เลยสักนิด! ดาเนียล เลวี อดีตประธานบริหารของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอมรับตรงๆ ว่าตัวเขาเองไม่เคยจินตนาการเลยว่าทีมรักจะต้องมาลุ้นหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลังจากที่เขาลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เลวีพูดชัดๆ ว่า “ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยสักล้านปี” เพราะตลอด 25 ปีที่เขาดูแลสเปอร์ส ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทีมต้องมาสู้เพื่ออยู่รอดในลีกสูงสุด แต่ฤดูกาล 2026 ฟอร์มทีมพังยับ ได้แค่ 8 คะแนนจาก 12 นัดหลังสุด จนตอนนี้หลุดลงไปอยู่ในโซนตกชั้น ปัจจุบันสเปอร์สอยู่อันดับเหนือเวสต์แฮมแค่ 2 คะแนน มีเหลืออีก 2 นัดเท่านั้น!

เลวี อดีตบอสสเปอร์ส ไม่เคยคิดถึงการลุ้นตกชั้น

หลังจากเพิ่งรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ CBE จากสมเด็จพระราชินีที่วินด์เซอร์คาสเซิ่ล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เลวีเปิดใจว่าตัวเองรู้สึก “ว่างเปล่า” กับตำแหน่งในลีกของทีม แต่ยังมองโลกในแง่ดีว่า “เราจะรอดในพรีเมียร์ลีกแน่นอน” พอถามว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าจะมาลุ้นหนีตกชั้น เขาตอบทันควันว่า “ไม่เลย ไม่มีทาง ไม่มีสักล้านปี”

เส้นทางของเลวีกับสเปอร์สและความสำเร็จที่คาดหวัง

เลวีคือผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยมสุดอลังการ แม้ทีมจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกปี 2019 แต่ถ้วยรางวัลใหญ่ที่สเปอร์สได้สมัยเขาคุม มีแค่ลีกคัพปี 2008 และยูโรปาลีกฤดูกาลที่แล้วเท่านั้น เลวียอมรับว่า “ที่หวังคือแชมป์พรีเมียร์ลีก แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก แต่พูดง่ายกว่าทำจริงๆ”

สถานการณ์ตอนนี้ สเปอร์สต้องลุ้นหนักใน 2 นัดสุดท้าย ถ้าชนะทั้งคู่ก็มีลุ้นรอด แต่ฟอร์มช่วงหลังทำให้แฟนๆ กังวลไปหมด ทีมอย่างเวสต์แฮมกำลังไล่จี้ติดๆ การบริหารทีมหลังเลวีออกไปดูจะมีปัญหาเยอะ ทั้งการเสริมทัพที่ไม่ตรงจุดและฟอร์มผู้เล่นหลักที่ดร็อป

  • ผลงานช่วงหลัง: 8 คะแนนจาก 12 นัด
  • คะแนนนำเวสต์แฮม: 2 คะแนน
  • นัดเหลือ: 2 นัด
  • ความสำเร็จสมัยเลวี: ลีกคัพ 2008, ยูโรปาลีกล่าสุด

หลายคนมองว่า เลวี อดีตบอสสเปอร์ส ไม่เคยคิดถึงการลุ้นตกชั้น เพราะสเปอร์สเคยเป็นทีมท็อปทาวน์มาตลอด แต่ฟุตบอลมันพลิกผันได้เสมอ นี่คือบทเรียนให้ทุกสโมสร ต้องวางแผนระยะยาวให้ดี

คุณคิดว่าสเปอร์สจะรอดตกชั้นมั้ย? ลองคอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างนี้เลย แล้วอย่าลืมติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกอัพเดททุกวันนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เลวิ มั่นใจท็อตแนมรอดตกชั้น

เลวิ มั่นใจท็อตแนมรอดตกชั้น

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลท็อตแนมทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดาเนียล เลวิ อดีตประธานสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เพิ่งได้รับเกียรติยศ CBE จากราชวงศ์อังกฤษ สำหรับผลงานด้านการกุศลและชุมชน แถมยังออกมาพูดแบบมั่นใจสุดๆ ว่า เลวิ มั่นใจท็อตแนมรอดตกชั้น จากพรีเมียร์ลีก แม้ทีมจะอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ก็ตาม

เลวิอยู่กับสเปอร์สมา 25 ปีเต็ม ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ใช่ทีมท็อปเลย จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของลอนดอนเหนือ เขาออกจากตำแหน่งในเดือนกันยายน 2025 แต่หัวใจยังอยู่กับทีมเสมอ ล่าสุดในบทสัมภาษณ์ เขาบอกว่าภูมิใจมากที่ได้ CBE และยังคงติดตามผลงานทีมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ท็อตแนมกำลังดิ้นรนเพื่ออยู่รอด

เลวิ มั่นใจท็อตแนมรอดตกชั้น เพราะอะไร?

ทำไมเลวิถึงมั่นใจขนาดนี้? มาดูกันครับ สเปอร์สฤดูกาลนี้ฟอร์มไม่ค่อยดี หลุดโซนท็อปสิบไปไกล แต่เลวิชี้ว่าทีมมีศักยภาพสูง มีนักเตะฝีเท้าดีอย่างซน เฮือง-มิน, เจมส์ มาดริสัน และผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเสริมทัพ แถมผู้จัดการทีมคนใหม่ก็กำลังปรับแท็คติกให้เข้ากับทีม เขาเชื่อว่าถ้าผ่าน 5 นัดข้างหน้าไปได้ โอกาสรอดสูงมาก

ประวัติศาสตร์และบทเรียนจากเลวิ

ย้อนดูประวัติเลวิ เขาคือคนที่พาสเปอร์สสร้างสนามใหม่ Wembley Stadium? ไม่สิ Tottenham Hotspur Stadium ที่สวยงามที่สุดในโลก ลงทุนมหาศาลแต่คุ้มค่า เขาจัดการการเงินทีมได้ยอดเยี่ยม แม้บางปีจะโดนวิจารณ์เรื่องไม่ซื้อสตาร์ดัง แต่ก็ทำให้ทีมมั่นคง ไม่เคยใกล้ตกชั้นแบบนี้มาก่อน

  • จุดแข็งของท็อตแนม: สนามเหย้าที่น่าเกรงขาม แฟนบอลเหนียวแน่น
  • นักเตะหลัก: ซนยังฟอร์มดี, กองหลังปรับปรุงใหม่
  • สถิติ: ทีมเคยพลิกสถานการณ์จากโซนท้ายตารางหลายครั้ง
  • เลวิ มั่นใจท็อตแนมรอดตกชั้น จากประสบการณ์ 25 ปี

นอกจากนี้ เลวิยังพูดถึงการทำงานการกุศลของตัวเอง ผ่านมูลนิธิท็อตแนมที่ช่วยเหลือชุมชนลอนดอน สร้างโรงเรียน สนับสนุนเยาวชน ทำให้เขาได้รับ CBE ในปีใหม่นี้ ร่วมกับคนดังอย่าง Idris Elba ที่ได้รับ爵位 และ Sarina Wiegman ผู้จัดการทีมสิงโตคำรามหญิง

สำหรับแฟนสเปอร์สตอนนี้ ต้องสู้ต่อไป! เลวิยังเชื่อมั่นใน DNA ของทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ ฤดูกาลนี้แม้ยากลำบาก แต่ด้วยการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารใหม่และแฟนบอล สเปอร์สจะกลับมาได้แน่นอน

คุณคิดยังไงกับคำพูดของเลวิ? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ ว่าท็อตแนมจะรอดมั้ย หรือมีโอกาสตกชั้นจริง? อย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกับเรานะ!

ความเห็นส่วนตัว: ผมเห็นด้วยกับเลวิ 100% ท็อตแนมมีของดีเพียบ แค่ต้องอดทนอีกนิด รอดแน่นอน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ถึงจีนแล้ว เตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับสี จิ้นผิง

ทรัมป์ถึงจีนแล้ว เตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับสี จิ้นผิง เป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหารือประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์อิหร่าน การค้า การลงทุน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประเด็นไต้หวัน

ทรัมป์ถึงจีนแล้ว เตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับสี จิ้นผิง: รายละเอียดการเดินทาง

เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของทรัมป์ลงจอดที่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง เวลา 19.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังบินตรงจากกรุงวอชิงตัน ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากคณะผู้แทนจีน รวมถึงรองประธานาธิบดีฮั่น เจิ้ง, นายเซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ และหม่า เจาซวี่ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศ กองทหารเกียรติยศจัดแถวต้อนรับ และนักเรียนจีนโบกธงชาติทั้งสองประเทศ ตะโกน “ยินดีต้อนรับ” เป็นภาษาจีนกลาง ทรัมป์ชูกำปั้นและยิ้มกว้างตอบรับ ก่อนขึ้นรถลิมูซีน

การเยือนครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และเป็นครั้งแรกของทรัมป์นับตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ปักกิ่งให้กับการเยือนนี้

ประเด็นหลักในการประชุมทรัมป์ถึงจีนแล้ว เตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับสี จิ้นผิง

นักวิเคราะห์คาดว่าประเด็นอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลัก เนื่องจากจีนเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านแม้ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ทรัมป์กล่าวก่อนเดินทางว่า จะ “หารือกันยาวๆ” กับสี จิ้นผิง และชื่นชาพสีว่า “ค่อนข้างทำได้ดี” พร้อมยืนยันสหรัฐฯ จะชนะสถานการณ์นี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังครอบคลุม:

  • การค้าและการลงทุน: ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ขอให้สี “เปิดประเทศ” จีนให้ธุรกิจสหรัฐฯ โดยมี CEO ชั้นนำร่วมเดินทาง
  • ไต้หวัน: การขายอาวุธสหรัฐฯ ให้ไต้หวันที่เป็นจุดขัดแย้ง
  • AI: ความเสี่ยงและโอกาสจากปัญญาประดิษฐ์

กำหนดการแน่นขนัด รวมงานเลี้ยงรับรอง จิบชา และหารือสองวัน โฆษกจีน กั๊ว เจี่ยคุน ระบุว่าปักกิ่งพร้อมขยายความร่วมมือ จัดการความต่าง และเพิ่มความมั่นคงให้โลก

ความสำคัญของการประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จิ้นผิง

การประชุมนี้ไม่เพียงลดความตึงเครียด แต่ยังกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในยุคใหม่ ท่ามกลางสงครามการค้าและ geopolitics ที่รุนแรง ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือโอกาสทองในการเจรจา โดยเฉพาะการค้าที่สหรัฐฯ ต้องการลดการขาดดุลกับจีน ขณะที่จีนหวังลดผลกระทบจาก санкции

ทรัมป์ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพ CEO สหรัฐฯ ในการยกระดับเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงใหญ่ หากทั้งสองฝ่ายหาจุดร่วมได้

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเยือนนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ทรัมป์ในฐานะผู้นำที่เด็ดขาด ขณะที่สี จิ้นผิงแสดงน้ำใจต้อนรับเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ข่าวต่างประเทศของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ถึงจีนแล้ว เตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับสี จิ้นผิง

โมตเซเป้ แก้จุดบกพร่องนัดชิง Afcon แล้ว

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลแอฟริกา! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ จากนัดชิงชนะเลิศ Africa Cup of Nations (Afcon) 2025 ที่โมร็อกโกกันเถอะ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) Patrice Motsepe ออกมาประกาศชัดเจนว่า โมตเซเป้ แก้จุดบกพร่องนัดชิง Afcon แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายแบบนั้นอีก

ย้อนความหลังนัดชิงเมื่อ 18 มกราคม เซเนกอลเอาชนะโมร็อกโก 1-0 หลังต่อเวลา แต่สุดท้าย CAF เรียกคืนแชมป์จากเซเนกอลเพราะนักเตะเดินออกจากสนามประท้วง หลัง VAR ให้ลูกจุดโทษโมร็อกโกตอนท้ายเกมที่ยังเสมอ 0-0 แถมยังมีดราม่า ‘towelgate’ ที่ผู้เล่นและเด็กเสิร์ฟบอลโมร็อกโกขย่าย้ายผ้าขนหนูของนายทวารเซเนกอล บวกกับความวุ่นวายระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับแฟนบอล ทำให้บรรยากาศสุดฉาว

โมตเซเป้ แก้จุดบกพร่องนัดชิง Afcon อย่างไร?

โมตเซเป้ให้สัมภาษณ์ BBC Sport Africa ว่า CAF กำลังสร้างความเชื่อมั่นให้กรรมการและ VAR มากขึ้น “เรารู้จุดบกพร่องที่นำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันในโมร็อกโกแล้ว และได้ออกกฎระเบียบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ” เขากล่าวอย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าฟุตบอลแอฟริกาแข็งแกร่งกว่าที่เคย

นัดชิง Afcon ที่ยังเป็นประเด็นถกเถียง

แม้โมตเซเป้จะยืนยัน แต่ดราม่ายังค้างคา สหพันธ์ฟุตบอลเซเนกอลเรียกว่านี่คือ “การปล้น” และอุทธรณ์ไปที่ Court of Arbitration for Sport (CAS) แล้ว Nigel Reo-Coker อดีตนักเตะพรีเมียร์ลีกรายงาน CBS Sports ว่าเป็น “ความอับอาย” ที่ทำให้ CAF และ Afcon ถูกหัวเราะเยาะจากทั่วโลก โมตเซเป้เลยต้องไปเยือนทั้งเซเนกอลและโมร็อกโกเพื่อสร้างความไว้วางใจ

ส่วนเรื่องกรรมการ Jean-Jacques Ndala จากคองโก ที่เป่าฟ้าผ่าในนัดชิง ล่าสุด CAF แต่งตั้งให้เป่านัดชิงแชมเปียนส์ลีกแอฟริกาเลกแรกระหว่าง Mamelodi Sundowns (แอฟริกาใต้) กับ AS FAR (โมร็อกโก) ทั้งสองทีมคัดค้าน แต่โมตเซเป้ย้ำว่าคณะกรรมการตัดสินอิสระ และ Ndala ผ่านการประเมินตามมาตรฐานสากล

  • CAF ออกกฎใหม่ป้องกันการเดินออกสนาม
  • ฝึกอบรมกรรมการและ VAR อย่างเข้มข้น
  • สร้างความเชื่อมั่นในชุมชนฟุตบอลแอฟริกา

โมตเซเป้ มอง Afcon 2027 สดใส

พูดถึงอนาคต โมตเซเป้ให้สัมภาษณ์ที่ Africa Forward Summit ในไนโรบี ไม่กังวลเรื่องความล่าช้าในการเตรียม Afcon 2027 ที่เคนยา ตานีเซีย และยูกันดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ แม้รายงานตรวจสอบจะชี้ปัญหาสนามและโครงสร้างพื้นฐาน แต่เขามั่นใจเพราะผู้นำทั้งสามประเทศสนับสนุนเต็มที่ “จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่” เขากล่าว

ในเคนยา มีปัญหาภายในสหพันธ์ฟุตบอล (FKF) ที่คณะกรรมการเรียกร้องให้ประธานลาออกข้อหาน้ำมันไหล แต่โมตเซเป้เชื่อว่าจะแก้ได้ตามกฎ FIFA และ CAF เคนยาเคยโดนแบนมาก่อน แต่คราวนี้จะเป็น Afcon แรกใน 3 ประเทศ และกลับมาอีสต์แอฟริกาครั้งแรกนับจากเอธิโอเปียปี 1976

ส่วนตัวผมคิดว่า โมตเซเป้ แก้จุดบกพร่องนัดชิง Afcon ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับฟุตบอลแอฟริกาให้เทียบชั้นโลก ลองติดตาม Afcon 2027 กันครับว่าจะปังแค่ไหน! แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์เลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูกพระธุดงค์

ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูก “พระธุดงค์” เสียชีวิตในเพิงหิน เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและชวนให้คิดถึงความลึกลับของป่าเขาในจังหวัดน่าน เมื่อชาวบ้านออกหาของป่าตามฤดูฝน แต่กลับเจอสิ่งที่น่าตกใจแทน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในป่าลึกท้ายหมู่บ้านน้ำแป่ง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบรุดตรวจสอบทันที เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวร้าย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้คนที่ชอบเข้าป่าได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูกพระธุดงค์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. ชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้เดินทางเข้าป่าลึกเพื่อหาเห็ดเผาะ ซึ่งเป็นเห็ดราคาดีในฤดูฝน แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่เห็ดหายาก หากแต่เป็นโครงกระดูกมนุษย์ที่เสียชีวิตมานาน บริเวณเพิงหินลักษณะคล้ายหน้าผาชะโงกกลางหุบเขา ชาวบ้านที่พบต่างตกใจมาก พากันวิ่งหนีออกจากป่าก่อนจะโทรแจ้งศูนย์วิทยุ 191 และผู้นำชุมชนทันที

ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูกพระธุดงค์

รายละเอียดการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

พ.ต.ท.จิรวัฒน์ กองตา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าวังผา ได้รับแจ้งเหตุและรายงานต่อ พ.ต.อ.สุริยา ขุนโต ผู้กำกับการ สภ.ท่าวังผา ทันที โดยทีมเจ้าหน้าที่พร้อมแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลท่าวังผา ชุดกู้ภัย และชุดสืบสวน รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นป่าลึกกลางหุบเขา เส้นทางขรุขระลำบากยิ่งนัก โดยเฉพาะขณะนั้นฝนตกหนัก ทำให้ต้องเดินเท้าเข้าไปนานหลายชั่วโมง เมื่อถึงที่ สิ่งที่พบคือโครงกระดูกมนุษย์ที่เน่าเปื่อยมานาน อยู่ภายในเพิงหินคล้ายโพรงนาคปรก

ใกล้เคียงกันยังพบของส่วนตัวสำคัญ ได้แก่ บาตร จีวร และหนังสือสุทธิของพระภิกษุ ชื่อ พระอภิรักษ์ อภินันโท หรือนายอภิรักษ์ คำนาค อายุราว 40 ปี ชาวตำบลท่าตูม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สังกัดวัดป่าศรีนวลจันทร์ จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพระสายธรรมยุต

โครงกระดูกพระธุดงค์ในเพิงหิน

ประวัติพระธุดงค์และการหายตัวไป

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ญาติของพระอภิรักษ์เคยประกาศตามหาตัวมาตั้งแต่ปี 2558 หลังจากพบตัวครั้งสุดท้ายที่จังหวัดภูเก็ต จากนั้นก็ขาดการติดต่อไปหลายปี เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพถ่ายและแผนที่จุดเกิดเหตุ ก่อนเคลื่อนย้ายโครงกระดูกส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจพิสูจน์ DNA และสาเหตุการเสียชีวิต โดยจะประสานญาติให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนให้ชัดเจน

เห็ดเผาะหรือเห็ดเผาะรา เป็นเห็ดป่าที่มีราคาสูงในฤดูฝน ชาวบ้านหลายพื้นที่ในภาคเหนืออย่างน่าน ลำปาง ลำพูน มักออกหาเพื่อขายสร้างรายได้ แต่ป่าเขาลึกมักมีความอันตรายซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ร้าย ทางลำบาก หรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน เหตุการณ์ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูกพระธุดงค์ครั้งนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดพบโครงกระดูก

คำเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเข้าป่าหาของป่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนที่นิยมเข้าป่าในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะการหาเห็ดเผาะหรือของป่าอื่นๆ ควรปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยดังนี้

  • เดินทางเป็นกลุ่มอย่างน้อย 3-4 คน เพื่อช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที
  • แจ้งเส้นทางและเวลาที่คาดว่าจะกลับให้ญาติหรือ村ทราบเสมอ
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ป่าลึก หุบเขาเสี่ยง หรือบริเวณที่มีฝนตกหนัก
  • พกอุปกรณ์จำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย เข็มทิศ และโทรศัพท์ที่มีสัญญาณ
  • สวมใส่เสื้อผ้าสีสดใสเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังควรศึกษาสภาพอากาศล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการเข้าไปคนเดียว โดยเฉพาะพระธุดงค์หรือผู้ที่ปฏิบัติธรรมในป่า ซึ่งมักเลือกสถานที่ห่างไกลเพื่อบำเพ็ญเพียร

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและอันตรายของธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะป่าเขาภาคเหนือที่อุดมสมบูรณ์แต่ซ่อนความลับไว้มากมาย การธุดงค์ของพระสงฆ์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่งดงาม แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน หากคุณมีประสบการณ์เข้าป่าหรือเรื่องเล่าที่น่าสนใจ ลองมาแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ หรือกดแชร์เพื่อเตือนเพื่อนๆ ให้ระวังตัวกันนะครับ

ที่มา – ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ช็อกพบโครงกระดูก “พระธุดงค์” เสียชีวิตในเพิงหิน

ทหารกัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว “โอร์เสม็ด” ไทยยิงเตือน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียดไม่จบสิ้น ล่าสุดเกิดเหตุทหารกัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว “โอร์เสม็ด”ในช่วงพลบค่ำ ทำให้กองทัพไทยต้องตอบโต้ด้วยการยิงเตือน 2 นัด และตรึงกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงบริบทและความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ

ทหารกัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว “โอร์เสม็ด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากกองกำลังสุรนารี ว่าทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนยิงกระสุนรวม 11 นัด ตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณชายแดน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นที่เนิน 278 ทิศตะวันออกของช่องจอม จากนั้นไล่ยิงตามแนวลงมาถึงตลาดฝั่งตะวันออกของถนนเข้าโอร์เสม็ด แต่ละจุดยิง 1-2 นัด สภาพอากาศช่วงนั้นมืดครึ้มและมีฝนตั้งเค้า ก่อนที่ฝนจะตกหนักหลังเกิดเหตุ และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา

หน่วยความมั่นคงไทยประเมินว่า การยิงครั้งนี้มีลักษณะเป็น “ยิงเช็กแนวรบ” เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แต่กองทัพไทยไม่ประมาท ได้ตรึงกำลังหน่วยสุรนารีไว้เต็มอัตรา

ไทยยิงเตือน 2 นัด หลังพบชาวต่างชาติประชิดลวดหนาม

ก่อนเกิดเหตุยิงใหญ่ในช่วงเย็น เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ไทยตรวจพบชาวต่างชาติ ลักษณะชาวตะวันตกไม่ทราบสัญชาติ เดินเข้าใกล้แนวลวดหนามบริเวณถนนทางเข้าโอร์เสม็ด ฝ่ายไทยจึงยิงเตือน 2 นัดทันที ตามระเบียบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำและหลีกเลี่ยงเหตุเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่

พื้นหลังความขัดแย้งชายแดนโอร์เสม็ด

โอร์เสม็ด หรือที่รู้จักในชื่อ O’Smach เป็นพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น มีประวัติการปะทะหลายครั้ง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ปราสาทตาเมือนธมและช่องจอม พื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสุรินทร์ของไทยกับเมืองอุดรมีชัยของกัมพูชา ในอดีตเคยเกิดการยิงกันและเสียชีวิตของทหารทั้งสองฝ่าย

  • จุดเนิน 278: จุดเริ่มยิงและเป็นเนินสูงมองเห็นแนวรบได้ชัด
  • ตลาดฝั่งตะวันออก: พื้นที่ค้าขายที่พลุกพล่านแต่ถูกปิดกั้นด้วยลวดหนาม
  • ถนนเข้าโอร์เสม็ด: เส้นทางหลักที่ชาวบ้านใช้สัญจร

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังจากคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกตัดสิน แต่ปัญหายังค้างคาในพื้นที่รอบๆ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

มาตรการของกองทัพไทยในการรับมือ

กองทัพภาคที่ 2 สั่งเพิ่มการลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้เทคโนโลยีเช่นกล้องวงจรปิดและโดรนตรวจจับความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังประสานงานกับทางการท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

  • ตรึงกำลัง 24 ชั่วโมง
  • ยิงเตือนตามมาตรฐาน ไม่ยิงก่อน
  • รายงานสถานการณ์เรียลไทม์ไปยังส่วนกลาง

การตอบสนองที่รวดเร็วและเป็นมืออาชีพของทหารไทยช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ผลกระทบและข้อควรระวัง

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านชายแดนที่ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น การค้าข้ามแดนชะงักงัน และนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจหลีกเลี่ยงพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นของการเจรจาทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาถาวร

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ชายแดนโอร์เสม็ดยังคงควบคุมได้ แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นสัญญาณของความไม่สงบที่ใหญ่กว่า แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และสนับสนุนกองทัพไทยในการรักษาอธิปไตย

CTA: คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวชายแดนล่าสุด!

ที่มา – ทหารกัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว “โอร์เสม็ด” ไทยยิงเตือน 2 นัด ตรึงกำลังเฝ้าระวัง 24 ชม.

นายกฯ ซัด “มันน่าทุเรศ” ปล่อยมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลเลยนะครับ กรณีมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม ที่จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาลั่นชัดๆ ว่า “มันน่าทุเรศ” กับการปล่อยให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลบุกรุกพื้นที่สาธารณะแบบนี้ และย้ำว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้เห็น!

มาเฟียฮุบหาดฟรีดอม: นายกฯ สั่งทวงคืนเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 (เช็คปีให้ดีนะ 2569 อาจพิมพ์ผิด) นายกฯ หนูลงพื้นที่ตรวจราชการที่หาดฟรีดอม ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต แล้วให้สัมภาษณ์ตรงๆ เลยครับ ว่าถ้ารัฐบาลไม่รีบจัดการ พื้นที่ชายหาดสวยๆ แห่งนี้ก็อาจกลายเป็นรีสอร์ตส่วนตัวของมาเฟียได้ง่ายๆ พวกนี้ยังใช้เอกสารปลอมอย่าง ส.ค.1 (ที่นายกฯ บอกว่าโสโครก สวมสิทธิ์) มาหลอกขายที่ให้ชาวบ้านอีก โห น่าขยะแขยงจริงๆ!

พื้นที่ชายหาดเป็นสมบัติของชาติ ต้องเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ของส่วนตัวใคร นายกฯ โมโหหนักมาก ลั่น “มันน่าทุเรศ” โดยเฉพาะที่เห็นบันไดคอนกรีตกว่า 300 ขั้นที่สร้างขึ้นมา ชัดเจนขนาดนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ได้ไง ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ก็จะสนธิกำลังปราบปรามเต็มสูบเลยครับ

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่หาดฟรีดอม

กรณีมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม: เสี่ยเล็กมอบตัว แต่กฎหมายเด็ดขาด

ส่วน “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาคนหนึ่งที่รีบมอบตัวก่อน นายกฯ พูดขำๆ ว่า “ไม่เป็นไร ก็ไม่อยากเจออยู่แล้ว เจอทำไมล่ะ ซวยตาย ไม่เอา” ฮ่าๆ แต่จริงจังนะ สั่งให้ผู้บุกรุกถอนตัวทันที รัฐจะรื้อถอนและยึดคืน ไม่รอช้า และรับประกันว่าเมื่อทวงคืนได้แล้ว จะไม่มีใครกล้ากรรโชกอีก

ระหว่างให้สัมภาษณ์ ยังหยอกผู้ว่าราชการภูเก็ตว่า “นี่ไงมาเฟีย น่ากลัวที่สุดในภูเก็ตแล้ว” แซวกันสนุก แต่แฝงนัยว่าต้องร่วมมือกันปราบปราม นายกฯ ชี้แจงด้วยว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงทั้งหาดฟรีดอมและหาดบางเทาเพราะติดภารกิจระนอง แต่ยืนยันปราบผู้มีอิทธิพลมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ทิ้งประชาชนแน่นอน

ความคืบหน้า ตำรวจคัดค้านประกันตัวเพราะกลัวข่มขู่พยาน จะขยายผลกวาดล้างต่อเนื่อง

ภาพเหตุการณ์ที่หาดฟรีดอม

ทำไมกรณีมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม ถึงสำคัญต่อภูเก็ตและประเทศไทย

หาดฟรีดอมเป็นหาดสวยที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้พักผ่อน ถ้าปล่อยให้มาเฟียฮุบไป จะกระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหนักมาก ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม การบุกรุกชายหาดแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดิน แต่เป็นการทำลายสมบัติชาติและสิทธิประชาชน

  • ป้องกันการใช้เอกสารปลอมหลอกลวง
  • ทวงคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน
  • ปราบมาเฟียและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง
  • สร้างความเชื่อมั่นให้การท่องเที่ยว
  • มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

เห็นด้วยมั้ยครับว่าการลงมือทวงคืนแบบนี้คือสิ่งที่เรารอคอย นายกฯ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจัง ไม่ยอมให้ใครฮุบที่ของชาติได้

ในฐานะคนไทยที่รักทะเล สุดยอดเลยที่เห็นผู้นำออกมาพูดตรงๆ แบบนี้ คุณคิดยังไงกับกรณีมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้นะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดการทวงคืนความยุติธรรม!

ที่มา – ซัด “มันน่าทุเรศ” ปล่อยมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม นายกฯ ลั่นเป็นไปไม่ได้ จนท.รัฐ จะไม่รู้

ขายแหวนเพชรพ่อผู้ล่วงลับเพื่อไปวิลล่ายูโรป้าลีกไฟนอล

สกอตต์ แบนส์ แฟนบอลตัวยงของแอสตัน วิลล่า ตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ นั่นคือขายแหวนเพชรพ่อผู้ล่วงลับเพื่อไปวิลล่ายูโรป้าลีกไฟนอลครั้งแรกในรอบ 42 ปีตั้งแต่ปี 1982! เรื่องราวสุดซึ้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเขาถูกสุ่มจับชื่อได้บัตรเข้าชมรอบชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกที่จะเจอไฟร์บวร์กที่อิสตันบูล

ขายแหวนเพชรพ่อผู้ล่วงลับเพื่อไปวิลล่ายูโรป้าลีกไฟนอล

สกอตต์เล่าว่า ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองไม่มีทางไปได้แน่ๆ เพราะค่าเครื่องบินไปตุรกีแพงหูฉี่ แต่แฟนสาวคลेयरเตือนเรื่องแหวนเพชรทองคำฝังเพชร 9 เม็ดที่พ่อจอห์นซื้อไว้ปี 1988 เขาเลยเอารถไปขายที่ย่านเครื่องประดับเบอร์มิงแฮม ด้วยเงินน้ำมันแค่ 20 ปอนด์สุดท้าย!

การขายไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเดินร้านหลายที่กว่าจะได้เงิน 550 ปอนด์พร้อมนาฬิกา พอได้เงินมา เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นในร้านเลย เพราะนึกถึงพ่อที่จากไป พ่อคอยดูแลเขาตอนผ่าตัดลดน้ำหนักปี 2009 จนติดเชื้อรุนแรง ต้องเรียนเดินใหม่ แม้จะพิการแต่สกอตต์ยังพยายามไปดูวิลล่าทุกนัด

ความทรงจำสุดประทับใจกับวิลล่าและพ่อ

วันดีที่สุดในชีวิตสกอตต์คือปี 1982 ที่วิลล่าคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพที่รอตเทอร์ดัม ไปกับลุงสองคน แม้พ่อจะไม่เคยดูบอลเลย แต่สกอตต์เชื่อว่าพ่อต้องภูมิใจที่เขาขายแหวนเพชรพ่อผู้ล่วงลับเพื่อไปวิลล่ายูโรป้าลีกไฟนอล พ่อคงบอกว่า “ทำดีแล้ว ลุยเลยลูก!”

  • แหวนเพชรทองคำ: ซื้อปี 1988 ฝังเพชร 9 เม็ด สัญลักษณ์ความรักของพ่อ
  • ฤดูกาลวิลล่า: เข้าชิงยูโรป้าลีกครั้งแรกนับจากยุคเก่า
  • อุปสรรค: พิการแต่ไม่ยอมแพ้ ไปดูทั้งเหย้าเยือน
  • อารมณ์: ร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อที่ใจดี ดูแลครอบครัวเสมอ

เรื่องนี้ดังมาก แม้แต่ไคล์ บาร์ทลีย์ กัปตันเก่าของเวสต์บรอมวิชยังชื่นชม บอกว่าถ้านักเตะได้ยินเรื่องแบบนี้ต้องมีแรงฮึดแน่ๆ “แฟนๆอย่างสกอตต์ทำให้เราอยากสู้เพื่อพวกเขา”

ตอนนี้สกอตต์ได้ตั๋วผ่านเมืองคราคูฟไปอิสตันบูลแล้ว ความตื่นเต้นพุ่งสุดๆ ดูทางทีวีคงไม่เท่าอยู่ที่สนาม การตัดสินใจขายแหวนเพชรพ่อผู้ล่วงลับเพื่อไปวิลล่ายูโรป้าลีกไฟนอลนี้ แสดงให้เห็นว่าความรักในทีมมันยิ่งใหญ่แค่ไหน

คุณล่ะ เคยยอมทำอะไรบ้าๆเพื่อทีมรักบ้าง? แชร์เรื่องราวของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตวิลล่าไปยูโรป้าลีกไฟนอลที่นี่นะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ