วัน: 13 พฤษภาคม 2026

เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไร

เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไร

สำหรับแฟนบอลหลายคน การผงาดขึ้นมาของ Wrexham อาจถูกนิยามด้วยเรื่องราวสุดฮอลลีวูดและความสำเร็จของทีมชายชุดใหญ่

การเลื่อนชั้นติดต่อกันสามสมัย กล้องสารคดีที่ตามติด และเจ้าของดังอย่าง Ryan Reynolds กับ Rob McElhenney ทำให้สโมสรนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวฟุตบอลที่ฮอตที่สุดในโลกเลยทีเดียว

แต่ถ้ามองแค่ทีมชายอย่างเดียว คุณกำลังพลาดภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหลังนะ เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไรกันแน่? งานสำคัญที่สุดของพวกเขาอาจกำลังเกิดขึ้นในเงามืด ผ่านการลงทุนในทีมหญิง การพัฒนาเยาวชน และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

การขึ้นมาอย่างรวดเร็วสร้างความสนใจทั่วโลก แต่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นใต้ผิวน้ำชี้ให้เห็นว่า Wrexham กำลังพยายามสร้างบางอย่างที่ยั่งยืนกว่าบทนิทานชั่วคราว

BBC Sport มองลึกเข้าไปว่าทำไม Wrexham ถึงมีอะไรมากกว่าแค่การไล่ล่า พรีเมียร์ลีก

เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไร: ทีมหญิง

ประธานสโมสร Reynolds และ McElhenney สัญญาว่าจะลงทุนในโปรแกรมทีมหญิงตั้งแต่เข้ามาคุมสโมสรปี 2021

ตั้งแต่นั้นมา ทีมหญิงค่อยๆ พัฒนาจากส่วนเสริมของสโมสร กลายเป็นโปรเจ็กต์จริงจังที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว

เหมือนกับภาพลักษณ์โดยรวมของสโมสร สารคดี Welcome to Wrexham ช่วยยกระดับทีมหญิง เพิ่มฐานแฟนบอลแบบก้าวกระโดด

จุดเริ่มต้นชัดเจนปี 2023 เมื่อแฟนบอลจำนวน 9,511 คน สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดในลีกหญิงเวลส์ มาดู Wrexham คว้าแชมป์ Adran North ที่สนาม Racecourse Ground โดยมี Reynolds, ภรรยา Blake Lively และ McElhenney มาร่วมเชียร์

ไม่กี่วันต่อมา Wrexham ได้ใบอนุญาตลีก tier one ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานสูงในโค้ช การบริหาร สิ่งอำนวยความสะดวก และพัฒนานักเตะ

จากนั้นทีมเลื่อนชั้นสู่ Adran Premier ลีกสูงสุดหญิงเวลส์

ฤดูร้อนนั้น Reynolds และ McElhenney พิสูจน์การลงทุนด้วยสัญญาระดับกึ่งอาชีพชุดแรกให้ทีมหญิง

อีกก้าวสำคัญปี 2024 ได้ใบอนุญาต Uefa ครั้งแรก เปิดทางแข่งยูโรป หากผ่านเข้ารอบ

ความสำเร็จเหล่านี้สำคัญเพราะแสดงว่า ทีมหญิงถูกมองเป็นอนาคตของสโมสร ไม่ใช่แค่ส่วนต่อขยายจากทีมชาย

การซื้อสนาม The Rock เป็นบ้านถาวรของทีมหญิงในสิงหาคม 2025 ย้ำข้อความนั้น ในวงการที่ทีมหญิงหลายทีมยังต้องยืมสนามชั่วคราว การลงทุนของ Wrexham ส่งสัญญาณความมั่นคง พวกเขามองฟุตบอลหญิงเป็นแกนหลักของตัวตน ไม่ใช่แค่การตลาด

หลักฐานจริงจังเมื่อเดือนที่แล้ว Wrexham เอาชนะ Cardiff City แชมป์เก่า คว้า Adran Premier ครั้งแรกของทีมหญิง นอกจากแชมป์ลีกสูงสุด ยังได้สิทธิ์เล่นรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า สิ่งที่ 10 ปีก่อนเป็นแค่ความฝัน ตอนนั้นสโมสรล้มละลายเพราะขาดนักเตะ ก่อนฟื้นตัวปี 2018

นอกสนาม มีความพยายามเจาะตลาดทีมหญิงทั้งเชิงพาณิชย์และนานาชาติ สปอนเซอร์จากแบรนด์เครื่องดื่มของ Lively ทัวร์สหรัฐฯ ช่วยให้ผู้เล่นและสต๊าฟฟ์ที่เคยถูกละเลย ได้รับความสนใจระดับโลก

กลยุทธ์นี้ดูเหมือนถูกออกแบบให้ทีมหญิงขึ้นขนานกับทีมชาย ไม่ใช่ตามหลัง

เส้นทางพัฒนาเยาวชน

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดของกลยุทธ์ระยะยาว: อะคาเดมี่

ทีมชายชุดใหญ่อาจครองพาดหัวตอนนี้ แต่สโมสรที่ยั่งยืนต้องมีอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่ง

การเลื่อนชั้นเร่งความเร็ว แต่เส้นทางที่ยั่งยืนต้องอยู่รอดเกินเจ้าของ ผู้จัดการ หรือนักเตะคนใดคนหนึ่ง

Wrexham มีชื่อเสียงในการค้นหาและพัฒนานักเตะจากภาคเหนือเวลส์มานาน นักเตะดังอย่าง Joey Jones, Mickey Thomas และ Max Cleworth ที่ลงนามมากสุดฤดูกาลนี้

หลายปีก่อน โครงสร้างเยาวชนอ่อนแอเพราะปัญหาการเงินและตกชั้นนอก EFL ทำให้พลาดท้องถิ่น

ตัวอย่าง Harry Wilson กับ Neco Williams กัปตันทีมชาติเวลส์ที่เกิด Wrexham ต้องไปลิเวอร์พูลแทน และแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีก

การกลับ EFL ปี 2023 เปลี่ยนเกม อะคาเดมี่รีบิลด์ภายใต้ Elite Player Performance Plan ได้สถานะ category three ขยายตั้งแต่ U9 ถึง U21

ทีมหญิงได้ใบอนุญาต National Girls Academy จาก FAW รับการสนับสนุนเพิ่มการมีส่วนร่วมฟุตบอลหญิง

เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไรในอะคาเดมี่

Gus Williams ผู้จัดการอะคาเดมี่ตั้งแต่ตุลาคม ประทับใจความมุ่งมั่นของเจ้าของ

“Rob กับ Ryan มองอะคาเดมี่ด้วยความเคารพและคาดหวังสูงในสิ่งที่มันจะมอบให้สโมสร” Williams กล่าว

“การลงทุนไปแล้ว 2-3 ล้านปอนด์ในโครงสร้าง และกำลังลงทุนเพิ่ม แสดงถึงความจริงใจ”

“ตอนนี้หน้าที่เราคือยอมรับอดีต ชื่นชมปัจจุบัน และวางแผนอนาคต”

สโมสรจะลงทุนหลายล้านสร้างศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ร่วมกับ Darland High School มีสนามใหม่และพื้นที่เรียนรู้ที่ดีขึ้น

อนาคตของ Wrexham

ทีมชายพลาดเพลย์ออฟแชมเปียนชิปแบบฉิวเฉียด ปีนี้ แต่อันดับ 7 ในลีก二级ครั้งแรกใน 43 ปี คือสถิติสูงสุด

“เรายังมีอะไรมากกว่านี้ และสโมสรด้วย” ผู้จัดการ Phil Parkinson กล่าว

“อัฒจันทร์ใหม่กำลังมา อะคาเดมี่แข็งแกร่งขึ้น ทีมหญิงสุดยอด – มีอะไรให้แฟนๆ ตื่นเต้นมากมาย เพราะสโมสรกำลังมุ่งไปทางที่ถูกต้อง ด้วยความมุ่งมั่นจริงจัง”

ภาพลักษณ์โลกยังเป็นเจ้าของฮอลลีวูดกับการเลื่อนชั้นดราม่า แต่การกระทำของ Wrexham ชี้ถึงอะไรลึกซึ้งกว่า

การลงทุนฟุตบอลหญิง อะคาเดมี่ สิ่งอำนวยฯ และโครงสร้าง ไม่สร้างโมเมนต์ไวรัล แต่คือรากฐานสโมสรงทนทาน

ทีมชายสร้างความสนใจ แต่สิ่งที่ Wrexham ทำกับมันจะกำหนดสโมสรไปอีกหลายทศวรรษ

สุดท้าย ความแปลกใหม่ฮอลลีวูดจะจาง สารคดีจบ การเลื่อนชั้นช้าลง สิ่งที่เหลือคือวัฒนธรรม การลงทุน และโครงสร้าง – และตอนนี้ Wrexham กำลังสร้างทั้งสามอย่าง

เกินกว่าฮอลลีวูด Wrexham สร้างอะไร? พวกเขากำลังวางรากฐานสโมสรฟุตบอลที่ยั่งยืนจริงๆ คุณคิดว่าพวกเขาจะไปได้สไกลแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“โสภณ” ส่งไม้ต่อศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ “โสภณ” ส่งไม้ต่อศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตัดสินใจสั่งเบรกการบรรจุ พ.ร.ก.กู้เงินก้อนโตนี้เข้าวาระการประชุม รอผลวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา

“โสภณ” ส่งไม้ต่อศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายโสภณได้ลงนามส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยสำนักงานศาลฯ ได้รับเรื่องและลงเลขรับเรียบร้อย

แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเนื้อหา พ.ร.ก. นี้มาเพื่อบรรจุวาระตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม แต่ประธานสภาฯ ยืนยันคำสั่งไม่บรรจุ โดยอ้างถึงแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมีสมาชิกยื่นร้องให้ศาลตีความ ก็ต้องรอคำวินิจฉัยก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนทางกฎหมายในอนาคต ส่งผลให้การพิจารณาเงินกู้ของรัฐบาลต้องหยุดชะงักชั่วคราว

วิกฤติพลังงาน: พื้นหลังของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านนี้ถูกออกมาเพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานที่กำลังรุนแรง โดยรัฐบาลตั้งใจนำเงินก้อนนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูง การขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน และการนำเข้าพลังงานสำรอง ฝ่ายค้านมองว่าการออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินเช่นนี้อาจเกินขอบเขต และขัดรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การกู้ยืมต้องผ่านกระบวนการปกติ

  • ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นกว่า 20% ในปีนี้ ส่งผลกระทบประชาชนทั่วประเทศ
  • การขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ทำให้โรงไฟฟ้าต้องหยุดชะงัก
  • รัฐบาลชี้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องใช้ พ.ร.ก. เพื่อความรวดเร็ว
  • ฝ่ายค้านกังวลเรื่องความโปร่งใสในการใช้เงิน

เหตุผลที่ “โสภณ” สั่งเบรกการประชุม

การตัดสินใจของนายโสภณ ถือเป็นการยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ หากสภาฯ ดำเนินการต่อไปโดยไม่รอผล อาจนำไปสู่การโต้แย้งทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ สร้างความไม่แน่นอนให้กับนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาประชาชน

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายเห็นตรงกันว่าการส่งเรื่องให้ศาลตีความเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยเรื่องมาตรา 172 ที่ห้ามตรากฎหมายโดยวิธีพิเศษ เว้นแต่จำเป็นจริงๆ ในกรณีนี้ วิกฤติพลังงานรุนแรงจริง แต่การกู้เงินขนาดนี้ต้องพิสูจน์ความจำเป็นให้ชัดเจน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบประชาธิปไตยไทย ที่ฝ่ายค้านและสภาเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำกับรัฐบาล หากศาลวินิจฉัยว่าถูกต้อง การกู้เงินก็จะเดินหน้าต่อได้ทันที แต่หากขัด ก็ต้องหาทางเลือกอื่น เช่น ออกกฎหมายปกติหรือปรับแผนงบประมาณ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้อาจช่วยยืดเวลาการแก้ปัญหาพลังงาน แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความถูกต้องทางกฎหมาย สุดท้ายแล้ว ประชาชนต่างหวังให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี เพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปใช้แก้ปัญหาจริงๆ

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของ “โสภณ”? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – “โสภณ” ส่งไม้ต่อศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

รู้ทันรถเหินน้ำ ห้ามเบรกแรงเด็ดขาด!

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวขับรถทุกคน! ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ถนนเปียกแฉะ แอ่งน้ำเต็มไปหมด พอขับรถลุยน้ำเข้าไปแล้วล้อลอย รถไถลไปมา ควบคุมไม่อยู่ นี่คืออาการ “รถเหินน้ำ” หรือ Hydroplaning นั่นเอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนในฤดูฝนเลยทีเดียว วันนี้เราจะมารู้ทันอาการนี้กัน ห้ามเบรกแรงเด็ดขาดเด็ดขาด! พร้อมวิธีควบคุมรถให้รอดปลอดภัย และเคล็ดลับป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ตั้งแต่แรก รับรองว่าอ่านจบแล้วขับรถฝนตกได้อย่างมั่นใจขึ้นแน่นอน

อาการรถเหินน้ำเป็นอย่างไร

รถเหินน้ำ คือสถานการณ์ที่หน้ายางรถไม่สามารถสัมผัสพื้นถนนได้โดยตรง เพราะมีชั้นน้ำหนาขวางกั้นอยู่ระหว่างยางกับพื้น ทำให้ยางลอยตัวบนผิวน้ำ รถจึงลื่นไถล สูญเสียการยึดเกาะ และควบคุมทิศทางไม่ได้ สาเหตุหลักเกิดจากการขับด้วยความเร็วสูงผ่านแอ่งน้ำลึก โดยเฉพาะถนนที่มีน้ำขังมาก ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรถเหินน้ำได้ง่ายขึ้น ได้แก่

  • ดอกยางตื้นหรือหมดอายุการใช้งาน ทำให้ไล่น้ำได้ไม่ดี
  • แรงดันลมยางต่ำเกินไป ส่งผลให้ยางแบนติดพื้นน้อย
  • พื้นถนนลื่น เช่น ยางมะตอยเก่า หรือมีน้ำมันปน
  • ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. บนถนนเปียก

อาการที่บ่งบอกว่ารถกำลังรถเหินน้ำ คือ รถสั่นกระเทา พวงมาลัยหนักหรือไม่ตอบสนอง เสียงยางดังแปลกๆ และรถดึงไปทางใดทางหนึ่งโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าปล่อยไว้รถอาจหมุนติ้วหรือพุ่งออกนอกเลนได้ อันตรายสุดๆ!

สัญญาณเตือนก่อนเกิดรถเหินน้ำ

เพื่อนๆ ลองสังเกตก่อนนะ ถ้ารถเริ่มสั่นเบาๆ หรือการเลี้ยวตอบสนองช้า ลดความเร็วลงทันที จะช่วยป้องกันได้เยอะเลย

ถ้ารถเหินน้ำแล้ว ต้องขับอย่างไรให้ปลอดภัย

สำคัญที่สุดคือใจเย็น! อย่าตกใจ ห้ามทำสิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง วิธีรับมือรถเหินน้ำที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. ห้ามเบรกกะทันหันเด็ดขาด! การเหยียบเบรกแรงจะทำให้ล้อล็อก สูญเสียการยึดเกาะมากขึ้น รถอาจหมุนคว้างได้
  2. จับพวงมาลัยให้มั่น อย่าปล่อยมือ ถ้ารถดึงไปทางซ้ายก็ค่อยๆ บังคับตามทางซ้ายเบาๆ อย่าตีพวงแรง
  3. ค่อยๆ ถอนเท้าออกจากคันเร่ง ให้เครื่องยนต์ช่วยลดความเร็วเอง
  4. แตะเบรกเบาๆ แบบจังหวะๆ ถ้ารถมีระบบ ABS จะช่วยได้ดี

ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าทำตามนี้ หลังจาก 3-5 วินาที ยางจะกลับมายึดเกาะพื้นได้ รถทรงตัวปกติ แต่ถ้าอาการหนัก เปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard) และเลื่อนรถเข้าข้างทางปลอดภัย รอให้ฝนซา

ดูแลยางรถเพื่อป้องกันรถเหินน้ำ

ยางคือหัวใจของความปลอดภัย! ตรวจดอกยางให้ลึกอย่างน้อย 1.6 มม. (ใช้เหรียญ 10 บาทวัดได้ ถ้าขอบเหรียญโผล่=ต้องเปลี่ยน) เช็คแรงดันลมตามคู่มือรถทุกเดือน เปลี่ยนยางหมดอายุ (เช็คจากตัวเลขข้างยาง) และเลือกยางที่มีดอกยางแบบ directional สำหรับฝนตก จะไล่น้ำได้ดีกว่า

ขับรถอย่างไรไม่ให้เกิดอาการรถเหินน้ำ

ป้องกันดีกว่าแก้ ใช่มั้ยล่ะ? นี่คือเคล็ดลับขับรถฝนตกแบบโปร

  • ลดความเร็วลง ไม่เกิน 60-80 กม./ชม. บนถนนเปียก มองทางล่วงหน้าไกลๆ
  • เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า อย่างน้อย 4 วินาที (นับจากไฟท้ายคันหน้า)
  • ปิด Cruise Control ต้องควบคุมความเร็วเองเท่านั้นถึงจะปลอดภัย
  • หลบแอ่งน้ำ ขับเลนกลางถนน เลี่ยงขอบทางที่มีน้ำขัง
  • เปิดไฟหน้าเสมอ ช่วยให้รถคันอื่นเห็นชัด
  • เช็ครถก่อนออกเดินทาง กระจกปัดน้ำฝนทำงานดี น้ำยาล้างกระจกเต็ม ถัง

นอกจากนี้ ถ้าขับรถเก๋งหรือ SUV เลือกยาง all-season ที่มี silica compound จะยึดเกาะถนนเปียกดีกว่าเดิม 30% เลยนะ

สรุปแล้ว รถเหินน้ำ อาจน่ากลัวแต่รับมือได้ถ้ารู้ทันและเตรียมพร้อม ขับช้าๆ ดูแลยางดีๆ ช่วงฝนตก ชีวิตปลอดภัยแน่นอน ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดู แล้วมาบอกในคอมเมนต์ว่าประสบการณ์ของคุณเป็นยังไงบ้าง ขับรถปลอดภัยทุกทริปนะเพื่อนๆ!

ที่มา – รู้ทันอาการ “รถเหินน้ำ” ห้ามเบรกแรงเด็ดขาด! วิธีคุมรถบนถนนเปียกให้รอดอุบัติเหตุ

จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาล

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอย่าง จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาลสาว พบฉี่ม่วงและสั่งฟันวินัยซ้ำ ทำให้ประชาชนตื่นตัวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ ส.ต.อ. สังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของผู้ช่วยพยาบาลสาวผู้เสียหาย ถูกตั้งข้อหาหนักหลายประการ หลังจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าช่วยเหลือและพาผู้เสียหายมาแจ้งความ

จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ โดยพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีกับ ส.ต.อ. รายดังกล่าวตาม 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ 1. กักขังหน่วงเหนี่ยว 2. ทำร้ายร่างกาย และ 3. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการถ่ายคลิปลามกอนาจารและเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย คาดว่าจะเรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจสูง ผู้บังคับบัญชาจึงกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสและเด็ดขาด

พบฉี่ม่วง สั่งฟันวินัยทันที

นอกจากข้อหาอาญาแล้ว ยังพบว่าผลตรวจสารเสพติดของ ส.ต.อ. รายนี้เป็นบวกหรือ “ฉี่ม่วง” ซึ่งยืนยันว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ทำให้ต้นสังกัดสั่งมาตรการทางวินัยรุนแรง นางปวีณา หงสกุล ได้ประสานงานกับ พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการสันติบาล 1 ทันที ซึ่งสั่งการให้ พ.ต.ต.ธวัชชัย สายกระสุน ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสันติบาล 1 ดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้

  • นำตัว ส.ต.อ. เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา
  • ส่งตรวจสารเสพติดในร่างกาย
  • สั่งย้ายออกจากพื้นที่กลับต้นสังกัดในกรุงเทพมหานครทันที
  • ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากผิดจริงจะดำเนินทั้งทางวินัยและอาญา

ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลสาว ยังคงหวาดกลัวและอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิปวีณา โดยมีการสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เช่น พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ที่มาช่วยราชการที่นครราชสีมา

บทบาทสำคัญของมูลนิธิปวีณาในการช่วยเหลือ

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ โดยนางปวีณาได้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีข่าวอาชญากรรมรุนแรงบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณของตำรวจ

จากพฤติกรรมดังกล่าว ไม่เพียงทำร้ายร่างกายและกักขัง แต่ยังถ่ายภาพและวิดีโอลามกเพื่อประจาน สะท้อนปัญหาการใช้กำลังในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะจากผู้สวมเครื่องแบบที่ควรเป็นแบบอย่างของสังคม นอกจากนี้ การพบสารเสพติดยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คดีรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะตำรวจเสพยาไม่เพียงผิดวินัย แต่ยังกระทบภาพลักษณ์ของกองทัพตำรวจทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายชี้ว่า คดีนี้มีโทษสูง โดยข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวอาจติดคุกไม่เกิน 3 ปี ทำร้ายร่างกายเกินกว่า 2 ปี และ พ.ร.บ.คอมฯ สามารถปรับและจำคุกได้ รวมทั้งทางวินัยอาจถึงขั้นไล่ออก สังคมควรจับตาการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายต้องเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเจ้าหน้าที่ หากปล่อยไว้จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันตำรวจได้ หากคุณเคยประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว แนะนำให้ติดต่อมูลนิธิปวีณาหรือตำรวจโดยตรง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสให้คดีได้รับความสนใจมากขึ้น คอมเมนต์ด้านล่างบอกความเห็นของคุณได้เลย!

ที่มา – จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก “ส.ต.อ.” สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาลสาว พบฉี่ม่วง-สั่งฟันวินัยซ้ำ

เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส จะมีบทตัดสินชุดที่ 3 หรือไม่?

เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส จะมีบทตัดสินชุดที่ 3 หรือไม่?

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลทุกคน! หลังจากที่นักเตะเซาแธมป์ตัน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเซนต์ส ได้ฉลองชัยชนะสุดมันส์ 2-1 เหนือมิดเดิลสโบรห์ หรือบอโร่ ในรอบเพลย์ออฟ ชิงตั๋วพรีเมียร์ลีก นัดที่สองที่เซนต์ แมรีส์ คงมีหลายคนคิดเหมือนกันว่า นี่คือจุดจบของการแข่งขันแล้วจริงๆ เหรอ? เพราะประตูชัยจากลูกยิงครอสของเชีย ชาร์ลส์ในช่วงท้ายของต่อเวลาพิเศษ มันดราม่าจริงๆ แต่เอ๊ะ… เรื่องมันไม่จบแค่นั้นนะ!

เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส จะมีบทตัดสินชุดที่ 3 หรือไม่? นี่คือคำถามที่แฟนบอลแชมเปี้ยนชิพกำลังรอคำตอบ เพราะเซาแธมป์ตันถูก EFL กล่าวหาว่าจารกรรมที่สนามฝึกของบอโร่ที่ร็อคคลิฟ พาร์ค เมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ซึ่งทีมเซนต์สเองก็ยังไม่ปฏิเสธ ข่าวนี้ทำให้ทั้งโลกฟุตบอลจับตามอง ว่าจะมีบทลงโทษอะไรรออยู่ เช่น ปรับเงิน หักแต้ม หรือแย่สุดคือตกรอบเพลย์ออฟไปเลย!

ปกติแล้ว ชัยชนะนี้น่าจะพาเซนต์สไปเวมบลีย์เจอฮัลล์ ซิตี้ในนัดชิงวันที่ 23 พฤษภาคม แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ การฉลองหลังเกมเลยดูเงียบๆ ไม่คึกคักเท่าที่ควร ไม่มีแฟนบุกสนาม และเซนต์สยังขอเวลาทำการตรวจสอบภายในเพิ่มเติม EFL อยากให้มีฟังคำให้การเร็วๆ แต่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน สุดท้ายแล้ว เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส อาจถูกตัดสินโดยคณะกรรมการวินัยอิสระ แทนที่จะเป็นนักเตะบนสนาม นี่คือฤดูกาลที่ 40 ของเพลย์ออฟ และน่าจะเป็นครั้งแรกที่มีดราม่าแบบนี้!

เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส จะมีบทตัดสินชุดที่ 3 หรือไม่?

มาดูกันว่าบนสนามเกิดอะไรขึ้น นัดแรกเสมอ 0-0 นัดสองบอโร่ขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของไรลีย์ แม็คกรี แต่เซนต์สตีบกลับด้วยประตูของรอสส์ สจ๊วตต์ ก่อนจะพลิกเกมในต่อเวลา ท่ามกลางดราม่า ‘สไปเกท’ โค้ชบอโร่ คิม เฮลล์เบิร์ก บอกว่าหัวใจสลายสุดๆ เพราะเขาฝันอยากคุมทีมในพรีเมียร์มานาน 15 ปี ทุ่มเทวิเคราะห์วิดีโอเซนต์ส แต่ถ้าถูกจารกรรม มันเหมือนถูกโกงเลย “ถ้าเราไม่จับได้ คนขับรถ 5 ชั่วโมงมาถ่ายคลิป พวกคุณคงชมนะว่าพวกเราดีทางแท็กติก แต่ผมรู้สึกว่าล้มเหลว” เขากล่าวด้วยน้ำตาคลอ

คำพูดจากโค้ชเซนต์ส ทอนดา เอ็คเคิร์ต

ฝั่งโค้ชเซนต์ส ทอนดา เอ็คเคิร์ต พาทีมไม่แพ้ติดต่อกัน 21 นัดในลีก แต่ต้องมาตอบคำถามเรื่องจารกรรม “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพูด แต่เรื่องนี้บดบังสองนัดที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่ หวังว่าทุกคนจะชื่นชมคุณภาพเกม และพอสอบสวนเสร็จ ผมจะพูดให้ฟัง” เขายอมรับว่ามันร้ายแรง แต่ยังเงียบไว้ก่อน บอโร่แพ้บนสนาม แต่ฤดูกาลยังไม่จบ นักเตะอาจต้องรอผลก่อนลาไปพักร้อน

  • เซนต์สถูกกล่าวหาจารกรรมบอโร่
  • EFL เร่งฟังคำให้การ
  • บทลงโทษอาจเปลี่ยนผลเพลย์ออฟ
  • โค้ชบอโร่หัวใจสลายจากสไปเกท

นี่คือดราม่าที่ทำให้เพลย์ออฟ บอโร่-เซนต์ส น่าติดตามยิ่งขึ้น ในมุมผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลอังกฤษมันดุเดือดแค่ไหน แม้แต่เรื่องนอกสนามก็เข้มข้น! ถ้าคุณเป็นแฟนบอโร่หรือเซนต์ส คิดว่าผลจะออกมายังไง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามอัพเดทล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกดราม่าในแชมเปี้ยนชิพ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพ

ทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพ

สิบเดือนแห่งความเหนื่อยล้าบีบตัวลงเหลือแค่สี่วันแห่งดราม่า!

เฮิร์ตส์ และ เซลติก กำลังมุ่งสู่สองนัดสุดท้ายของฤดูกาลสกอตติช พรีเมียร์ชิพ โดยห่างกันแค่คะแนนเดียวหลังจากฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่สุดๆ

ทั้งสองทีมจะปะทะกันในนัดสุดท้ายที่กลาสโกว์ แต่ก่อนหน้านั้นมีแมตช์ยากๆ รออยู่เมื่อวันพุธนี้

เฮิร์ตส์มีลุ้นคว้าแชมป์ก่อนสุดสัปดาห์ได้เลย แต่เซลติกยังไม่สามารถทำได้ แล้วคุณรู้จักการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพแบบนี้ดีแค่ไหนล่ะ?

สถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพคืออะไร?

เฮิร์ตส์จะเปิดบ้านไทน์แคสเซิ่ลรับฟอลเคิร์กในวันพุธ ที่นี่พวกเขาไม่เคยแพ้ในลีกฤดูกาลนี้เลย ในเวลาเดียวกัน เซลติกต้องบุกไปเยือนมাদเดอร์เวลล์ทีมอันดับสี่

ถ้าเฮิร์ตส์ชนะและแชมป์เก่าบุกเจ๊ง พวกเขาจะคว้าแชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1960 และจะเป็นทีมที่ไม่ใช่โอลด์เฟิร์มที่ทำได้ครั้งแรกในรอบ 41 ปี!

นี่เป็นสถานการณ์เดียวที่จะหยุดไม่ให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพยืดเยื้อไปถึงนัดสุดท้ายที่เซลติก พาร์ค

ถ้าเฮิร์ตส์ชนะและเซลติกเสมอ เฮิร์ตส์จะนำ 3 คะแนนพร้อมลูกได้เสียดีกว่า 4 ลูก พวกเขาจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก แต่ยังไม่จบ

เซลติกยังไม่มีทางคว้าแชมป์ก่อนวันเสาร์ แม้เฮิร์ตส์จะแพ้และพวกเขาชนะมาดเดอร์เวลล์ ในกรณีนั้น เซลติกแค่ไม่แพ้ในบ้านนัดสุดท้ายก็จะคว้าแชมป์สมัยที่ 14 ใน 15 ปี

ถ้าเฮิร์ตส์กับเซลติกคะแนนเสมอจะเป็นยังไง?

ถ้าทั้งคู่เสมอคะแนนหลังนัดสุดท้าย กฎตัดสินจะเรียงตามนี้:

  • ลูกได้เสีย
  • ลูกยิงได้
  • ผลงานฮ็ดทูเฮด

ถ้าเสมอทั้งสามข้อ เฮิร์ตส์จะชนะเพราะผลงานเหนือเซลติกฤดูกาลนี้ ชัยชนะ 3-1 ที่ไทน์แคสเซิ่ลเดือนตุลาคม ตามด้วย 2-1 ที่เซลติก พาร์ค และเสมอ 2-2 ในเอดินบะระเดือนมกราคม

ถ้วยพรีเมียร์ชิพจะอยู่ที่ไทน์แคสเซิ่ลไหม?

ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ชิพ เหรียญรางวัล และกระดานแชมป์จะอยู่ใกล้ไทน์แคสเซิ่ลในวันพุธ พร้อมลุยถ้าเฮิร์ตส์คว้าแชมป์ได้ พวกเขายังต้องเตรียมเสื้อยินดีและของที่ระลึกด้วยนะ

ความสนใจในแมตช์เฮิร์ตส์มากแค่ไหน?

เรื่องราวของเฮิร์ตส์ฤดูกาลนี้ชวนติดตามมาก สร้างความฮือฮาทั่วโลกแล้ว ทีมถ่ายทอดจากโปรตุเกส ฝรั่งเศส เยอรมนีบุกไทน์แคสเซิ่ล และตอนนี้เหลือสองนัด ความสนใจยังพุ่งปรี๊ด

นัดฟอลเคิร์กจะถ่ายทอดในสหรัฐฯ อเมริกาใต้ ยุโรปทั้งหมด และ Cammy Devlin คงมีแฟนจากออสเตรเลียดูด้วย ทีมมีเดียเฮิร์ตส์ปฏิเสธคำขอเพียบ สนามเต็มทุกที่นั่ง รอประวัติศาสตร์!

ติดตามนัดเฮิร์ตส์-เซลติคยังไง?

หลังเจรจาเรื่องสัญญา Sky Sports จะถ่ายเฮิร์ตส์ vs ฟอลเคิร์ก และมาดเดอร์เวลล์ vs เซลติก

BBC Sport มีวิทยุสดและข้อความสดบน BBC Sounds แอปและเว็บตั้งแต่ 18:00 BST ไฮไลท์ใน Sportscene บน BBC One Scotland 22:40 และ BBC iPlayer

การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพครั้งนี้มันส์สุดๆ ไม่ว่าคุณเชียร์ทีมไหน ก็อย่าพลาดติดตามทุกนาที แล้วคุณคิดว่าใครจะเป็นแชมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดีย เมื่อนายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม “ช่างหนึ่ง” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ไม่ยอมมาให้ปากคำตามนัดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ส่งผลให้การไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายต้องล้มเหลว

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าคดีนี้ โดยระบุว่า “ช่างหนึ่ง” ได้รับหมายเรียกให้มาให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม แต่กลับไม่มา ขณะที่ผู้เสียหายกว่า 40 รายจากทั้งหมด 60 ราย เดินทางมารอให้ปากคำกันเพียบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหมายเรียกซ้ำทันที

นางสาวศุภมาส ย้ำชัดเจนว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หาก “ช่างหนึ่ง” ยังไม่มาแสดงตัว จะมีความผิดทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ สคบ. ยังรวบรวมเอกสารเพื่อฟ้องคดีแพ่งแทนผู้เสียหาย และประสานงานกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ บก.ปคบ. ในส่วนคดีฉ้อโกงด้วย

คดี “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ.: สอบเส้นทางเงิน 15 วัน ปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน

สำหรับเส้นทางการเงิน สคบ. ได้ยื่นขอข้อมูลจากธนาคารแล้ว ใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน บทลงโทษหากไม่ทำตามสัญญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนโฆษณาหลอกลวง จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ไทม์ไลน์ทั้งหมดคาดปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน ผู้บริโภคที่เดือดร้อนสามารถแจ้ง สคบ. เพื่อรับความช่วยเหลือได้ทันที

นอกจากคดี “ช่างหนึ่ง” แล้ว ยังมีกรณีบริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ที่รับเหมาก่อสร้างบ้านเช่นกัน คคบ. มีมติฟ้องแพ่ง 1 ราย และมีผู้เสียหายเพิ่ม 60-70 ราย แต่บริษัทเลิกกิจการแล้ว สคบ. กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่ม คดีอาญาส่ง บก.ปคบ. 90 ราย และเปรียบเทียบปรับ 2 คดี

ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการจ้างงานสร้างบ้านผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะเพจดังอย่าง “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ที่โฆษณาหลอกลวง ผู้บริโภคหลายรายจ่ายเงินมัดจำก้อนใหญ่ แต่งานไม่เสร็จตามสัญญา สร้างความเสียหายมหาศาล

เคล็ดลับป้องกันการถูกหลอกจากช่างรับเหมาออนไลน์

  • ตรวจสอบประวัติ: ค้นข้อมูลผู้รับเหมา ดูรีวิวจริงจากลูกค้าอดีต ไม่ใช่แค่คอมเมนต์ในเพจ
  • ทำสัญญาชัดเจน: กำหนดขอบเขตงาน ระยะเวลา และค่าจ้างให้ละเอียด จ่ายเงินเป็นงวดตามความคืบหน้า
  • อย่าจ่ายมัดจำเกิน 10-20%: เพื่อป้องกันการหายตัวไปแบบ “ช่างหนึ่ง”
  • ใช้บริการ สคบ.: หากมีปัญหา ร้องเรียนทันที สคบ. พร้อมช่วยไกล่เกลี่ยและฟ้องแทน

รัฐบาลและ สคบ. ยืนยันจะไม่ยอมให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบประชาชน ข่าว “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังมากขึ้น

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาช่างสร้างบ้าน ขอแนะนำให้ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ ร้องเรียน สคบ. ได้ที่ hotline 1166 เพื่อปกป้องสิทธิ์ตัวเอง อย่าให้กลายเป็นผู้เสียหายรายต่อไป!

ที่มา – “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด

แอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจ บอกใกล้ช่วงสุดท้าย

ข่าวสะเทือนใจในวงการสื่อไทย เมื่อแอ้มสโรชา หรือ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ พิธีกรข่าวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก โพสต์ข้อความสุดซึ้งใจลงเฟซบุ๊ก แอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจ บอกว่าตอนนี้มีเวลาอีกไม่มากแล้ว ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต สร้างความเสียใจและน้ำตาซึมให้กับแฟนๆ นับไม่ถ้วน แอ้มซึ่งเคยเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยในรายการข่าวและสนทนากับคุณสนธิ ลิมถาวร มาป่วยหนักมานานหลายปี ทำให้หลายคนติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

แอ้มสโรชาเริ่มเข้าวงการสื่อตั้งแต่สมัยยังหนุ่มสาว ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและการนำเสนอข่าวที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในรายการ ‘คุยทุกเรื่องกับสนธิ’ ที่เธอเป็นพิธีกรคู่ใจ ท่ามกลางกระแสข่าวการเมืองและสังคมที่ร้อนระอุเสมอ แต่ชีวิตของแอ้มต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพ จนต้องหยุดพักงานและรับการดูแลจากทีมแพทย์พิเศษ

แอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เพจเฟซบุ๊กของแอ้มได้โพสต์ข้อความยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยความสงบและกรุณา โดยเริ่มต้นว่า “หลายท่านคงทราบจากรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ที่นายได้แจ้งว่า แอ้มมีเวลาอีกไม่มากนัก ตอนนี้น่าจะใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายจริงๆ แล้วค่ะ” แอ้มเล่าถึงการดูแลจากคุณหมออิศรางค์ จากเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและดูแลจิตใจทั้งตัวเธอและครอบครัว

ข้อความในโพสต์ยังขอบคุณคุณสนธิ ลิมถาวร ว่าเป็นเหมือนพ่อคนที่สองที่คอยชี้แนะและให้กำลังใจมาตลอด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่แอ้มไม่อาจเอ่ยชื่อครบถ้วน แต่เธอกราบขอบคุณจากใจจริง โพสต์นี้ไม่ใช่แค่การอำลา แต่เป็นการส่งผ่านพลังบวกและความเข้มแข็งให้ผู้รับรู้

แอ้มขออโหสิกรรมและเตรียมพร้อมสู่ภพภูมิใหม่

ส่วนที่สะเทือนใจที่สุดคือ แอ้มขออโหสิกรรมต่อทุกท่านที่เธออาจเคยล่วงเกิน ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา ใจ เจตนาหรือไม่ ในภพนี้หรือภพอื่นๆ ขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้เธอด้วย นอกจากนี้ แอ้มยังเล่าถึงสร้อยและรูปที่พ่อแม่ครูอาจารย์มอบให้ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งตอนนี้เธอคล้องคอไว้เพื่อเตือนสติ ให้จิตอยู่กับลมหายใจ นิ่งสงบ และพร้อมเดินทางต่อไป เธอบอกให้ทุกคนอย่าเศร้า แต่จงยินดีกับเธอที่จะเริ่มบทใหม่ด้วยจิตที่มั่นคงกว่าเดิม

กระแสตอบรับจากโซเชียลหลังแอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจ

หลังจากโพสต์ถูกแชร์ออกไป มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นนับพันคอมเมนต์ คำพูดฮิตอย่าง “คุณแอ้มจะเป็นพิธีกรที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป” ปรากฏขึ้นมากมาย หลายคนส่งกำลังใจ สวดมนต์ให้แอ้มจากไปอย่างสงบ แฟนๆ ย้อนความทรงจำตอนดูรายการเก่าๆ และชื่นชมความกล้าหาญของเธอที่เผชิญโรคร้ายด้วยรอยยิ้ม

  • ขอบคุณคุณหมออิศรางค์และทีมเยือนเย็นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด
  • นุชประยูรและพยาบาลเมย์ที่ช่วยบรรเทาความทุกข์
  • คุณสนธิที่เป็นพ่อคนที่สองและแรงบันดาลใจ
  • พ่อแม่ครูอาจารย์ที่มอบสร้อยคอเตือนสติ

นี่คือตัวอย่างของการใช้ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แม้เผชิญความตายใกล้เข้ามา แอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจนี้สอนเราว่า จงรัก จงให้อภัย และจงเตรียมพร้อมเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นแรงบันดาลใจให้เราดูแลสุขภาพ ใช้เวลากับคนที่รักให้คุ้มค่า และปล่อยวางสิ่งที่ไม่สำคัญ

ในฐานะนักเขียนข่าว สุดท้ายนี้อยากฝากว่า โพสต์ของแอ้มไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่ความเมตตา หากคุณซึ้งใจกับเรื่องนี้ ลองแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าข้อคิดอะไรที่คุณได้จากโพสต์นี้ สามารถติดตามข่าวอัปเดตชีวิตดาราและแรงบันดาลใจอื่นๆ ได้ที่บล็อกของเรา

ที่มา – แอ้มสโรชา โพสต์อำลาสะเทือนใจ บอกมีเวลาอีกไม่มาก ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว

ควิซ: ตั้งชื่อทุกสโมสรที่มูรินโญ่เคยคุมทีม

ควิซ: ตั้งชื่อทุกสโมสรที่มูรินโญ่เคยคุมทีม

พวกเขาบอกว่าอย่ากลับไปที่เดิมเด็ดขาด แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อกลับไปเป็นโค้ชของ เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังจาก 13 ปีที่เคยคุมทีมที่สนามเบร์นาเบวมาแล้ว “เดอะ สเปเชียล วัน” คนนี้เคยผ่านการคุมทีมถึง 10 สโมสร โดยบางแห่งมากกว่าหนึ่งสมัยด้วยซ้ำ คุณสามารถตั้งชื่อสโมสรทั้งหมดได้ครบทุกทีมไหม? วันนี้เรามี ควิซ: ตั้งชื่อทุกสโมสรที่มูรินโญ่เคยคุมทีม มาให้ทดสอบความรู้ฟุตบอลของคุณ!

มูรินโญ่คือหนึ่งในโค้ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยสไตล์การคุมทีมที่เน้นเกมรับสุดเหนียวแน่น ร่วมกับเสน่ห์ในการให้สัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ เขาคือไอคอนที่แฟนบอลทั่วโลกชื่นชอบและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน จากจุดเริ่มต้นในโปรตุเกส สู่การพิชิตแชมป์ยุโรปหลายรายการ และการกลับไปทีมเก่าไม่เคยกลัว ลองมาดูเส้นทางของเขากันก่อน แล้วค่อยมาทำควิซกัน

ควิซ: ตั้งชื่อทุกสโมสรที่มูรินโญ่เคยคุมทีม

ควิซนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เพราะต้องจำให้ครบทั้ง 10 ทีม และยังมี leaderboard ที่คำนวณจากความเร็วในการตอบด้วย ใครตอบเร็วและถูกหมด จะขึ้นอันดับสูงสุด ลองจับเวลาแล้วกดปุ่ม Next หลังทำเสร็จ ดูซิว่าคุณจะติด top 10 ได้ไหม? แต่ก่อนอื่น มาทบทวนประวัติกันหน่อยเพื่อเตรียมตัว

เส้นทางเริ่มต้นของมูรินโญ่ในโลกโค้ช

มูรินโญ่เริ่มต้นอาชีพโค้ชในปี 2000 กับทีมเล็กๆ ในโปรตุเกส ก่อนจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด จากทีมที่ไม่มีชื่อเสียง กลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 2004 กับปอร์โต้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนาน

  • ทีมแรกในโปรตุเกสที่ทำให้โลกจำได้
  • ก้าวกระโดดสู่พรีเมียร์ลีกกับทีมใหญ่จากลอนดอน
  • พิชิตทั้งอังกฤษ อิตาลี และสเปน

หลังจากนั้น เขาย้ายไปอังกฤษ คุมทีมยักษ์ใหญ่สองทีมในลอนดอน และกลับไปอีกครั้ง ตามด้วยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สเปอร์ส โรมา และล่าสุดเฟเนร์บาฮเช่ในตุรกี แต่ละทีมเขาทิ้งรอยประทับไว้ทั้งแชมป์และดราม่า

ความสำเร็จเด่นๆ ของมูรินโญ่กับแต่ละสโมสร

มาดูกันว่าสโมสรไหนบ้างที่เขาคุม:

  • เบนฟิก้า: เริ่มต้นในฐานะผู้ช่วย แต่เคยลงสนามคุม
  • เลเรีย: ทีมเล็กที่เขายกเครื่องใหม่
  • ปอร์โต้: แชมป์ UCL สุดช็อกโลก สองสมัย
  • เชลซี: สามสมัยรวม พรีเมียร์ลีกสองแชมป์
  • อินเตอร์ มิลาน: ทรีเบิลแชมป์ในปี 2010
  • เรอัล มาดริด: ลา ลีกา 2012 และกำลังกลับมา?
  • แมนยู: ยูโรปาลีกและลีกคัพ
  • ท็อตแน่ม: พาเข้ารอบ UCL
  • โรมา: คอนเฟอเรนส์ลีก
  • เฟเนร์บาฮเช่: สมัยล่าสุดในตุรกี

นี่คือทั้ง 10 สโมสร! ถ้าคุณเดาได้ครบโดยไม่ดู list นี้ แสดงว่าคุณคือแฟนตัวยงของมูรินโญ่จริงๆ ควิซ: ตั้งชื่อทุกสโมสรที่มูรินโญ่เคยคุมทีม จะช่วยทดสอบหน่วยความจำของคุณได้ดีทีเดียว

มูรินโญ่พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่กลัวการกลับไปทีมเก่า ไม่ว่าจะเชลซีหรือเรอัล มาดริด การเจรจาครั้งนี้กับราชันชุดขาวอาจเป็นการกลับมาที่สมบูรณ์แบบ หรือดราม่าใหม่? แฟนบอลรอชม

อยากทดสอบตัวเองเพิ่ม? ลองทำควิซอื่นๆ ในหมวดฟุตบอลได้ที่เพจ quizzes ของเรา สมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซใหม่ๆ ส่งตรงถึงมือถือ สนุกและลุ้นอันดับไปด้วยกัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ