วัน: 13 พฤษภาคม 2026

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ราคาเบนซินดีเซลทุกปั๊ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ใช้รถยนต์ทุกคัน! วันนี้เรามาเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569กันแบบ real-time เลยนะครับ ใครกำลังมองหาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซลราคาถูกสุดจากปั๊มดังอย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ คาลเท็กซ์ ต้องไม่พลาดข้อมูลล่าสุดนี้เด็ดขาด เพราะราคาน้ำมันปรับขึ้นลงทุกวัน ส่งผลโดยตรงต่องบประมาณเดินทางของคุณ

จากข้อมูลที่รวบรวมมาจากเว็บไซต์官方ของแต่ละบริษัท ราคาน้ำมันวันนี้ส่วนใหญ่ยังนิ่งในกลุ่มดีเซล B20 ที่ถูกลง แต่กลุ่มพรีเมียมยังแพงอยู่ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ จะได้วางแผนเติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569

สรุปภาพรวม: ดีเซล B20 ทุกปั๊มราคาเท่ากันที่ 33.75 บาท/ลิตร ถือเป็นข่าวดีสำหรับรถบรรทุกและรถกระบะ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.35 บาท/ลิตร ส่วนเบนซินโค้งคำนวณแล้ว ปตท. และบางจากมีตัวเลือกหลากหลาย ราคาสูงสุดไปถึง 61.25 บาท/ลิตร สำหรับดีเซลพรีเมียม อย่าลืมว่าราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันตามพื้นที่นะครับ

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ปั๊มบางจาก

  • ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 40.75 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มปตท. 13 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.94 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มเชลล์ 13 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.85 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.48 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.85 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มพีที 13 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.44 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มซัสโก้ 13 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.09 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มคาลเท็กซ์ 13 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 55.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.35 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.98 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 40.75 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 61.25 บาท/ลิตร

เปรียบเทียบราคาน้ำมันวันนี้: ปั๊มไหนถูกสุด?

จากข้อมูลเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 พบว่าดีเซล B20 ราคาเท่ากันทุกปั๊ม 33.75 บาท เหมาะสำหรับรถใช้งานหนัก แก๊สโซฮอล์ 95 ที่บางจากและคาลเท็กซ์ถูกสุด 43.35 บาท ส่วนเชลล์แพงกว่าหน่อยแต่มีสูตรพิเศษ V-Power ถ้าคุณขับรถสปอร์ต อาจคุ้มที่จะจ่ายเพิ่ม ถ้าเน้นประหยัด เลือก E20 หรือ E85 ที่ถูกมาก 32-36 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับน้ำมันดิบโลกและค่าเงินบาท ช่วงนี้ยังนิ่งแต่สัปดาห์หน้าอาจเปลี่ยน

เคล็ดลับประหยัดค่าน้ำมันในยุคนี้

1. เลือกน้ำมันตามสเปกรถ อย่าเติมพรีเมียมถ้ารถไม่ต้องการ 2. ตรวจแรงดันยางสม่ำเสมอ ลดการบริโภค 5-10% 3. ขับนุ่มนวล หลีกเลี่ยงเหยียบคันเร่งแรง 4. ใช้แอพเช็คราคาปั๊มใกล้บ้านแบบ real-time 5. พิจารณารถไฮบริดหรือ EV ในระยะยาว ลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยครับ

เห็นไหมครับว่าราคาน้ำมันวันนี้ยังพอไหว ไม่แพงเกินไป สิ่งสำคัญคือวางแผนดีๆ จะได้ไม่เดือดร้อน ผมแนะนำให้ bookmark หน้าเว็บนี้ไว้เลย ติดตามเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569และอัพเดทพรุ่งนี้ได้ทุกวัน! ถ้ามีคำถามคอมเมนต์มาคุยกันนะครับ

ที่มา – เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อมตะเรียกหา! Hearts ต้องทุบเซลติก

อมตะเรียกหา – Hearts ต้องทุบเซลติกและประวัติศาสตร์

สำหรับ Heart of Midlothian หรือ Hearts ที่เรารู้จักกันดี ข่าวดีสุดๆ คือหลังจากรอคอย 66 ปี พวกเขาอาจจะคว้าแชมป์สกอตแลนด์ได้ในวันพุธนี้เลยนะ!

แต่เดี๋ยวก่อน มันมีเงื่อนไขใหญ่หลวง Hearts ต้องชนะ Falkirk ที่ Tynecastle และเซลติกต้องแพ้ Motherwell ที่ Fir Park ถึงจะสมหวัง สายตาคนส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นไปยาก แต่ฟอร์มเหย้าของ Hearts มันโหดมาก แถม Motherwell ก็เคยสอนเซลติกมาแล้วในฤดูกาลนี้

สมัย Wilfried Nancy ยังคุมเซลติกนะ แต่นั่นเหมือนชาติที่แล้ว ตอนนี้เซลติกเปลี่ยนไปเยอะ Martin O’Neill มาช่วยดึงทีมกลับมาลุ้นแชมป์หลังจากฟอร์มรูดในยุค Nancy แต่พวกเขายังไล่ตาม Hearts อยู่ดี ถ้าพลาดท่าให้ทีมโหดของ Jens Berthel Askou ก็จบเห่

ถึง Hearts จะนำแค่คะแนนเดียว แต่เซลติกยังเป็นตัวเต็งในสายブックเมกเกอร์ พวกเขาไม่ค่อยเชื่อในเทพนิยายของ Hearts ส่วนใหญ่คิดว่าเซลติกจะพลิกกลับมาได้อยู่ดี

แต่อย่าลืมว่า Hearts นำมาตั้งแต่กันยายน ผ่าน 36 นัด 3,240 นาที ตลอด 10 เดือน พวกเขาถูกหัวเราะเยาะตอน Tony Bloom มาซื้อสโมสรแล้วบอกว่าจะแยก Old Firm ได้ในฤดูกาลเดียว ถูกสงสัยตอนปลายปีที่เสมอ 4 นัดติด แต่ Hearts ก็สู้มาได้เสมอ

คำขวัญที่ Tynecastle คือ ‘Believe’ ที่ Derek McInnes ผู้จัดการฝึกสอนเทศนาอยู่ตลอด สปิริตนี้ทำให้พวกเขามาถึงจุดนี้ได้

อมตะเรียกหา Hearts ต้องทุบเซลติกและประวัติศาสตร์

วันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ Tynecastle Arms ผับประจำแฟน Hearts มันเงียบๆ แต่บรรยากาศเหมือนพิพิธภัณฑ์ มีรองเท้าของ John Robertson ในตู้กระจก ป้ายรำลึกชัยชนะ Scottish Cup 5-1 เหนือ Hibs ผนังเต็มไปด้วยรูปภาพความทรงจำ

แฟนๆ ที่นั่งดื่มเบียร์อยากเชื่อว่าตอนนี้จะมีรูปใหม่ๆ แต่ก็กลัวใจสลาย พวกเขาเคยเจ็บปวดมาแล้ว อย่างปี 1986 ที่ Dens Park ฝันแตกเพราะแพ้ Dundee หรือปี 1965 ที่พลาดอีก

Mark แฟนตัวยงเล่าว่า “หลังแมตช์นั้นผมไม่อยากอยู่ตรงนั้น วิ่งหารถบัสไกลๆ เห็นผู้ชายร้องไห้ ลูกๆ ปลอบพ่อ มันฝังใจ” สัปดาห์ก่อนที่ Fir Park Hearts โดนปล้นจุดโทษชัดๆ จาก Tawanda Maswanhise ผู้ตัดสิน Steven McLean ไม่ให้ VAR เช็คแล้วยังยืนยันเดิม Derek McInnes บอก Willie Collum หัวหน้าผู้ตัดสินยอมรับผิดพลาด

แฟนๆ ในผับโมโหหนัก คิดว่ามี bias ต่อทีมตะวันตก เหมือน Alex Ferguson ร้องเรียนยุค 80s คูณสิบ!

เด็ก Gorgie Road สู่เวทีโลก

เซลติกอาจดับฝัน แต่การรันของ Hearts ยาวนานเกินคาด ตอนแรกสื่ออังกฤษ ไอร์แลนด์สนใจแค่ชัยเหนือ Old Firm แล้ว Tony Bloom Jamestown Analytics Radio Braga

พอ Rangers Celtic ฟอร์มตก Hearts บินสูง สื่อฝรั่งเศส เยอรมัน โปรตุเกส สเปน ออสเตรีย เบลเยี่ยม กรีซ ดัตช์ สวีเดน ตามมาทั้งหนังสือพิมพ์ รายการทีวี พอดแคสต์

ต่อมา Bloomberg ESPN จากอเมริกา Revista Balompie จากเม็กซิโก Radio Vitoria จากบrazil Financial Review จากออสเตรเลีย แม้ยูกันดา คาซัคสถาน ไนจีเรีย เด็ก Gorgie Road ดังทั่วโลก!

60 ปีที่ Hearts ไม่แชมป์ 41 ปีที่ Old Firm ครอง 55 ถ้วยคนละชิ้น Hearts ฤดูกาลก่อนอันดับ 7 ห่างเซลติก 42 คะแนน แฟนติคเก็ต 15,500 vs Rangers 45k Celtic 53k รายได้ยุโรป Celtic 370-420m Rangers 235-270m Hearts 25m ล่าสุดยอดขาย Hearts 24m vs Rangers 94m Celtic 143m

แต่ Hearts 77 คะแนน สูงสุดนอก Old Firm ชนะ Old Firm 4 นัดติด ทุบ Celtic Rangers Hibs Home & Away นำตารางคริสต์มาส ชนะนาที 86 87 88 และนอก 90 นาที สร้างประวัติศาสตร์

วันพุธอาจจบเรื่องมหัศจรรย์ หรือเสาร์ หรือไม่ก็ไม่มา แต่พวกเขาทำได้เยอะแล้วในภารกิจอมตะ

คุณคิดว่า Hearts จะทำได้มั้ย? ติดตามแมตช์วันพุธที่ Tynecastle แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์ สนับสนุนทีมที่กล้าท้าทายยักษ์ใหญ่ได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ลั่น ไม่ต้องพึ่งจีนช่วยจบสงครามอิหร่าน ก่อนเยือนปักกิ่ง

ทรัมป์ลั่น ไม่ต้องพึ่งจีนช่วยจบสงครามอิหร่าน ก่อนเยือนปักกิ่ง เป็นประเด็นร้อนที่โลกกำลังจับตามอง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาจีนในการยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน แม้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะตึงเครียดมากขึ้นก็ตาม

ทรัมป์ลั่น ไม่ต้องพึ่งจีนช่วยจบสงครามอิหร่าน ก่อนเยือนปักกิ่ง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ทรัมป์ได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งว่า “ผมไม่คิดว่าเราต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ในเรื่องอิหร่าน เราจะชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยสันติวิธีหรือวิธีอื่นก็ตาม” คำพูดนี้สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้นำสหรัฐฯ ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพยั่งยืน หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวมีผลบังคับใช้มากกว่าหนึ่งเดือน แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีความคืบหน้า

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของโลก แต่ปัจจุบันอิหร่านเพิ่มการควบคุมอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การจราจรหยุดชะงัก แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่าอิหร่านทำข้อตกลงกับอิรักและปากีสถานในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งอาจนำไปสู่การครองอำนาจระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีประเทศอื่น ๆ กำลังพิจารณาร่วมด้วย ทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญความท้าทายใหญ่หลวง

  • อิหร่านกระชับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
  • ข้อตกลงขนส่งน้ำมันกับอิรัก-ปากีสถาน
  • ผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก
  • ความเสี่ยงต่อการค้าทางทะเลทั่วโลก

ฝ่ายบริหารทรัมป์เคยเห็นพ้องกับจีนเมื่อเดือนที่แล้วว่า ไม่มีประเทศใดควรเรียกเก็บค่าผ่านทางในภูมิภาคนี้ แต่จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่ายังเงียบ ไม่โต้แย้งท่าทีของทรัมป์

ข้อเรียกร้องที่ขัดแย้งและอนาคตการเจรจา

การเจรจายังชะงักงัน สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่ายุติโครงการนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เตหะรานต้องการชดเชยความเสียหาย ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และหยุดสงครามในเลบานอนที่อิสราเอลโจมตี ทรัมป์ปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านี้ว่าเป็น “ขยะ” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ก่อนประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ มีการคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจกระตุ้นจีนช่วยโน้มน้าวอิหร่าน แต่จากคำพูดล่าสุดดูเหมือนสหรัฐฯ จะเดินหน้าเดี่ยว

ท่าทีนี้ของทรัมป์ไม่เพียงแสดงความแข็งกร้าว แต่ยังเป็นกลยุทธ์ในการกดดันอิหร่านและส่งสัญญาณถึงพันธมิตร สงครามครั้งนี้อาจเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่พุ่งสูง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการไม่พึ่งจีนอาจเป็นการหลีกเลี่ยงการให้อิทธิพลแก่ปักกิ่งมากเกินไป ซึ่งจีนมีผลประโยชน์มหาศาลจากน้ำมันอิหร่าน สหรัฐฯ หวังใช้อำนาจทหารและเศรษฐกิจกดดันให้อิหร่ายอมจำนน

  • จุดแข็งของสหรัฐฯ: กองทัพเรือที่เหนือกว่า
  • จุดอ่อนของอิหร่าน: เศรษฐกิจที่ถูกคว่ำบาตร
  • บทบาทจีน: ผู้ซื้อน้ำมันหลัก แต่หลีกเลี่ยง卷เข้า

สถานการณ์ยังคงน่าจับตา หากไม่มีการเจรจาคืบหน้า อาจนำไปสู่การปะทะใหญ่ สหรัฐฯ ดูพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของทรัมป์? สหรัฐฯ จะชนะจริงหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ไม่ต้องพึ่งจีนช่วยจบสงครามอิหร่าน ก่อนเยือนปักกิ่ง

เกอร์ราร์ด จาก ‘คืนที่ดีที่สุด’ สู่ ‘หัวเหมือนกล่องกบ’

เกอร์ราร์ด จาก ‘คืนที่ดีที่สุด’ สู่ ‘หัวเหมือนกล่องกบ’

เมื่อพูดถึงสตีเวน เกอร์ราร์ด จาก ‘คืนที่ดีที่สุด’ สู่ ‘หัวเหมือนกล่องกบ’ หลายคนคงนึกถึงค่ำคืนมหัศจรรย์ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2005 ที่ลิเวอร์พูลพลิกเกมจากตามหลัง 0-3 กลับมาชนะเอซี มิลานด้วยการดวลจุดโทษ นั่นคือคืนที่ดีที่สุดในชีวิตของสตีวี่ จี 队长ของหงส์แดง แต่แค่สองเดือนต่อมา เขากลับประกาศจะย้ายออกจากทีมเด็กปั้น ก่อนจะเปลี่ยนใจในคืนเดียว!

ในสารคดีเน็ตฟลิกซ์เกี่ยวกับความสำเร็จที่อิสตันบูล เกอร์ราร์ดยอมรับว่าตัวเองอยู่ในสภาวะจิตใจย่ำแย่ หัวสมองวุ่นวายเหมือน ‘กล่องกบ’ ที่กระโดดไปมาไม่หยุด และสาเหตุหนึ่งมาจากการวิจารณ์ของราฟาเอล เบนีเตซ ผู้จัดการทีม 당시 นักเตะวัย 45 ปีเล่าว่าเขารู้สึกว่าเบนีเตซไม่เห็นค่า ไม่ไว้ใจ และไม่ต้องการเขา ทำให้ใจเขาไหลไปทางเชลซีของโชเซ มูรินโญ่ ที่โทรชวนด้วยสัญญาหล่อเหลา

หลังชัยชนะประวัติศาสตร์นั้น แฟนๆ ลิเวอร์พูลหวังว่าจะผูกมัดเกอร์ราร์ดไว้ได้ ท่ามกลางข่าวเรอัล มาดริดและเชลซี แต่หกสัปดาห์ต่อมา เขาประกาศย้าย ก่อนถอนคำพูด “มูรินโญ่คือโค้ชที่ดีที่สุดตอนนั้น เสนอเงินก้อนโต เชลซีทุ่มซื้อขายใหญ่ รับประกันแชมป์ แต่ผมผูกพันกับลิเวอร์พูลมาตลอด จิตใจผม乱มาก” เขากล่าว

เบนีเตซเองก็มีส่วน “ผมรู้สึกว่าเขาไม่เชื่อใจผม” เกอร์ราร์ดบอก แม้สุดท้ายเขาจะยกให้ราฟาคือโค้ชที่ดีที่สุดที่เคยร่วมงานด้วย เวลาเยียวยาทุกอย่างจริงๆ

เกอร์ราร์ด จาก ‘คืนที่ดีที่สุด’ สู่ ‘หัวเหมือนกล่องกบ’

เจมี่ คาร์ราเธอร์ เพื่อนร่วมทีมบอกว่าเกอร์ราร์ดคงต้องการคนกอดไหล่ปลอบ แต่เบนีเตซเป็นคนเย็นชา ไม่แสดงอารมณ์ สารคดีนี้เผยว่าเบนีเตซหมกมุ่นกับแทคติก จนนักเตะบางคนรู้สึกอึดอัด เกอร์ราร์ดที่เล่นด้วยอารมณ์ ความมุ่งมั่นเพื่อสโมสร รู้สึกว่าเบนีเตซอยากเปลี่ยนสไตล์เขา “ไม่มีอะไรทำให้เขาพอใจ” แต่เบนีเตซโต้ “ฟุตบอลต้องใช้สมองมากกว่าอารมณ์”

การพบเบนีเตซไม่ได้โน้มน้าวโอเว่นให้อยู่

หนึ่งปีก่อนดราม่าเกอร์ราร์ด ไมเคิล โอเว่น กองหน้าอีกดาวรุ่งลิเวอร์พูล ก็เกือบย้าย เบนีเตซบินไปพบที่โปรตุเกสระหว่างยูโร 2004 แต่แทนที่จะหว่านเสน่ห์ เขากลับติงแทคติก “หมุนบอลเร็วหน่อย” โอเว่นที่เพิ่งได้บัลลงดอร์หัวเราะ “นั่นคือจุดแข็งผมเลย!” สุดท้ายโอเว่นย้ายไปเรอัล มาดริด 8 ล้านปอนด์ เบนีเตซบอก “พวกเขาดูพอใจนะ” แต่ไม่จริง!

วิธีฝึกซ้อมแปลกๆ ของเบนีเตซ

คาร์ราเธอร์เรียกวิธีฝึกของราฟาว่า ‘แปลก’ ไม่มีลูกบอล วางโคนรอบสนาม “บอลอยู่โคน A แล้ว D แล้ว F วิ่งไปตำแหน่ง!” เบนีเตซชอบวิเคราะห์ละเอียดยิบ “ต่างกันแค่เซนติเมตร” และมันได้ผลในดวลจุดโทษอิสตันบูล เยอร์ซี่ ดูเด็คได้โน้ตจากราฟา ‘เชฟเชนโก้ชอบช่อง 1 และ 4’ สุดท้ายเซฟสองลูก รวมลูกตัดสินชนะ!

ครึ่งหลังวุ่นวายสุดๆ

ตำนานเล่าถึงห้องแต่งตัวครึ่งแรกที่亂มาก ลิเวอร์พูลตาม 0-3 เบนีเตซเปลี่ยนสตีฟ ฟินแนน ออก ดึงไดเอ็ตมาร์ ฮามันน์ลง เปลี่ยนระบบจาก 4-4-2 เป็น 3-5-2 เกอร์ราร์ดได้บุกมากขึ้น พวกเขายิง 3 ลูกใน 6 นาที! ดีจิมี่ เทรโอเร่เกือบโดนเปลี่ยนก่อนรู้ว่าฟินแนนเจ็บ ฮามันน์เล่าวิ่งวอร์มอัพ เพื่อนไปอาบน้ำ สุดท้ายกลับมาแต่งตัว เบนีเตซสรุป “ต้องเล่นด้วยหัวและหัวใจ”

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นเบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูลยุคนั้น แม้จะมีดราม่าแต่สุดท้ายพวกเขาคือตำนาน คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจของเกอร์ราร์ด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลลิเวอร์พูลเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กวาร์ดิโอลา บอก VAR เหมือนโยนเหรียญ

กวาร์ดิโอลา บอก VAR เหมือนโยนเหรียญ

เฮ้เพื่อนๆ แฟนบอลทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าระบบ VAR ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในพรีเมียร์ลีกกันดีกว่า โดยเฉพาะคำพูดสุดแซ่บของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประกาศชัดเลยว่า “กวาร์ดิโอลา บอก VAR เหมือนโยนเหรียญ” นั่นเอง! ตั้งแต่ระบบนี้เข้ามาในอังกฤษ เป๊ปบอกว่าเขาไม่เคยเชื่อใจเลยสักนิด เพราะมันช่างไม่แน่นอน เหมือนโยนเหรียญขึ้นฟ้า หน้าหรือก้อยก็ไม่รู้!

ล่าสุดสัปดาห์นี้ VAR โดนวิจารณ์หนักอีกแล้ว จากจังหวะประตูช่วงท้ายเกมของเวสต์แฮมที่ถูกยกเลิกหลังรีวิวอยู่นานแสนนาน ในนัดที่เจออาร์เซนอล จังหวะนี้ส่งผลกระทบทั้งตารางบนและล่างของลีกเลยนะ สุดมันส์จริงๆ

กวาร์ดิโอลา บอก VAR เหมือนโยนเหรียญ เพราะอะไร?

กวาร์ดิโอลา รู้สึกว่าแมนฯ ซิตี้โดนตัดสินผิดพลาดบ่อย โดยยกตัวอย่างจากความพ่ายแพ้ในเอฟเอ คัพ ไฟนอล 2 สมัยติด อย่างปี 2024 เจอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ควรได้จุดโทษ 2 ครั้งแต่ไม่ได้รับ และปี 2025 เจอคริสตัล พาเลซ ที่ผู้รักษาประตูดีน เฮนเดอร์สันคว้าลูกนอกกรอบแต่ไม่โดนแดง ถ้าแดงตอนนั้น ผล比赛อาจเปลี่ยนเลยนะ!

“เราพ่ายเอฟเอ คัพ สองนัดเพราะกรรมการกับ VAR ไม่ทำหน้าที่” เป๊ปพูดแบบไม่เกรงใจใคร แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็บอกว่าลูกทีมต้องรับผิดชอบตัวเอง “ตอนแบบนี้เกิดขึ้นเพราะเราต้องทำดีกว่านี้ ไม่ใช่โทษกรรมการหรือ VAR” เขาย้ำชัด

ประสบการณ์กวาร์ดิโอลากับ VAR ในพรีเมียร์ลีก

ตั้งแต่เป๊ปมาอยู่ซิตี้ เขาเรียนรู้แล้วว่าต้องพึ่งตัวเอง “ผมไม่เคยเชื่อใจอะไรตั้งแต่มาที่นี่นานแล้ว ต้องทำดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะ VAR มันคือการโยนเหรียญ” คำพูดนี้สะท้อนความเป็นมือโปรของเขาเลย

ก่อนเกมบุกเยือนพาเลซวันพุธนี้ ซิตี้ต้องชนะเพื่อตีต differ Arsenal เหลือ 2 แต้ม แม้ Arsenal จะเหลือแค่เบิร์นลี่กับพาเลซ แต่เป๊ปยังบอก “มันไม่อยู่ในมือเรา แต่เราต้องทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้” และนัดชิงเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับเชลซีที่เวมบลีย์วันเสาร์นี้ ก็ต้องลุ้นสุดตัว!

ส่วนหัวข้อเกี่ยวข้อง: ฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สุดท้ายนี้ คำพูด “กวาร์ดิโอลา บอก VAR เหมือนโยนเหรียญ” ทำให้เราคิดได้ว่า ระบบเทคโนโลยีช่วยได้แต่ไม่สมบูรณ์แบบ ลูกทีมต้องแข็งแกร่งพอที่จะไม่พึ่งมัน คุณคิดยังไงกับ VAR ล่ะ? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตทุกวันนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์

เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับแฟนๆ ไลโอเนล เมสซี่ เลยนะ เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์ ยังคงเป็นจริงอยู่ ด้วยเงินเดือนพื้นฐานปีละ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18.5 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าเท่าตัวของนักเตะที่ได้เงินเดือนสูงสุดรองลงมาในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ (MLS) เลยทีเดียว สุดยอดมาก!

ข้อมูลนี้มาจากสมาคมนักเตะ MLS ที่เพิ่งเปิดเผยตัวเลขสัญญาล่าสุด โดยเฉพาะสัญญาใหม่ที่เมสซี่เซ็นกับทีมอินเตอร์ ไมอามี่เมื่อเดือนตุลาคมที่แล้ว ตอนนี้เมสซี่ใกล้จะอายุ 39 ปีแล้ว แต่ยังคงฟอร์มร้อนแรงแบบนี้ เงินเดือนพื้นฐานของเขาดีดตัวขึ้นเป็นสองเท่าเลยนะ สัญญารวมมูลค่า 28.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 20.9 ล้านปอนด์ในส่วนที่รับประกันได้

เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์

มาดูกันว่าทำไม เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์ ถึงสมควรได้ขนาดนี้ เมสซี่ย้ายมาร่วมทีมอินเตอร์ ไมอามี่ตั้งแต่ปี 2023 และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของลีกทันที เขายิงไปถึง 59 ประตูจาก 64 นัดในฤดูกาลปกติ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ MLS Cup ในปี 2025 มาครอง นอกจากนี้ ฤดูกาลที่แล้วเขายิงนำลีก 29 ประตู และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) สมัยที่ 2 ติดต่อกันอีกด้วย ฟอร์มแบบนี้ใครจะกล้าจ่ายน้อยล่ะ!

ตัวเลขเงินเดือนนี้ยังไม่รวมรายได้จากสปอนเซอร์หรือโบนัสอื่นๆ นะ และเมสซี่ยังมีออปชั่นซื้อหุ้นในทีมอินเตอร์ ไมอามี่ที่เดวิด เบ็คแฮมเป็นเจ้าของร่วมด้วย ถือเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์ เปรียบเทียบกับใคร?

ถ้าเทียบกับนักเตะอื่นๆ ในลีก สองเข็งมิน จาก LAFC ได้เงินเดือนพื้นฐาน 10.4 ล้านดอลลาร์ หรือ 7.7 ล้านปอนด์ รวมรับประกัน 11.2 ล้านดอลลาร์ อดีตดาวยิงท็อตแน่มคนนี้วัย 33 ปี ได้เงินมากกว่าโรดริโก้ เดอ พอล ของอินเตอร์ ไมอามี่ และฮิร์วิง โลซาโน่ ของซานดิเอโก้ เอฟซี นิดหน่อย แต่ยังห่างจากเมสซี่แบบเทียบไม่ติดเลย

  • เมสซี่: 25 ล้านดอลลาร์ (18.5 ล้านปอนด์)
  • ซน เฮือง-มิน: 10.4 ล้านดอลลาร์ (7.7 ล้านปอนด์)
  • โรดริโก้ เดอ พอล: น้อยกว่าเล็กน้อย
  • ฮิร์วิง โลซาโน่: ใกล้เคียงอันดับ 3

เห็นมั้ยว่าทำไมเมสซี่ถึงครองบัลลังก์ เมสซี่ เงินเดือนสูงสุด MLS 18.5 ล้านปอนด์ ได้สบายๆ ลีก MLS กำลังบูมมากตั้งแต่เมสซี่มา ทำให้แฟนๆ เต็มสนามและเรตติ้งพุ่งปรี๊ด

ย้อนประวัติเมสซี่หน่อย เขาคือตำนานจากบาร์เซโลน่าและอาร์เจนติน่าที่พาทีมชาติคว้าโคปา อเมริกาและเวิลด์คัพมาแล้ว การย้ายมา MLS ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการต่อยอดอาชีพ เขาไม่ใช่แค่นักเตะ แต่เป็นแบรนด์ที่ดึงดูดสปอนเซอร์และนักเตะดังๆ อย่างหลุยส์ ซัวเรซ หรือเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ให้ตามมา

ในอนาคต MLS คงยิ่งน่าตื่นเต้นเมื่อมีเมสซี่领軍 ลีกนี้กำลังกลายเป็นจุดหมายใหม่สำหรับสตาร์เก่าๆ ที่อยากเล่นต่อในระดับสูง สัญญาของเมสซี่ไม่เพียงทำให้เขา富 แต่ยังช่วยยกระดับลีกทั้งหมด

เพื่อนๆ คิดยังไงกับดีลนี้? ในความเห็นดิฉัน เมสซี่ยังคงเป็นนักเตะที่คุ้มค่าที่สุดในโลก แม้อายุจะเข้า 40 แต่ลูกยิงและการสร้างสรรค์เกมยังเหนือชั้น ติดตามข่าวฟุตบอล MLS และเมสซี่เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะ อย่าพลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานอิหร่านยังอยู่ดี ชี้เสมือนกบฏ

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการข่าวสารโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตีสื่อมวลชนอย่างดุเดือด หลังจากมีรายงานข่าวที่บอกว่ากองทัพอิหร่านยังคงเข้มแข็งแม้เผชิญสงครามกับสหรัฐ

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 หรือ 2026 ตามปฏิทินสากล ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง โดยตรงเป้าไปที่สื่อ “ข่าวปลอม” ที่รายงานว่าอิหร่านกำลัง “ไปได้สวย” ในด้านการทหารระหว่างทำสงครามกับสหรัฐ เขาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “virtual TREASON” หรือพฤติกรรมเสมือนกบฏ ซึ่งเป็นคำที่หนักหน่วงและสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างสุดขีด

ข้อความดุเดือดจากทรัมป์บน Truth Social

“เมื่อพวกข่าวปลอมบอกว่าศัตรูอย่างอิหร่านกำลังไปได้สวยในทางทหารในการสู้กับเรา มันคือพฤติกรรมเสมือนกบฏ (virtual TREASON) เพราะมันเป็นคำกล่าวที่เท็จและไร้สาระสิ้นดี พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนศัตรู! สิ่งที่ทำลงไปมีแต่จะทำให้อิหร่านมีความหวังลมๆ แล้งๆ ในเวลาที่ไม่ควรจะมีความหวังเลยด้วยซ้ำ”

“มีเพียงพวกขี้แพ้ พวกเนรคุณ และพวกโง่เขลาเท่านั้นที่กล้าสร้างเรื่องโจมตีอเมริกา!”

ข้อความเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตำหนิสื่อเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการกล่าวหาว่าสื่อกำลังช่วยเหลือศัตรูโดยตรง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมอเมริกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ใช้คำว่า “กบฏ” ในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่ครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะ

บริบทสงครามสหรัฐ-อิหร่านและบทบาทของสื่อ

เพื่อให้เข้าใจประเด็น ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” มากขึ้น เราต้องย้อนดูสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กำลังตึงเครียด สงครามนี้เริ่มต้นจากความขัดแย้งเรื่องนิวเคลียร์และการโจมตีทางอ้อมผ่านกลุ่มตัวแทน สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางทหารหลายครั้ง สื่อหลายแห่งรายงานว่าอิหร่านยังคงมีกำลังทหารที่แข็งแกร่ง โดยอาศัยยุทธวิธีกองโจรและพันธมิตรในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มองว่ารายงานเหล่านี้เป็นการบิดเบือนความจริงที่ทำให้อเมริกันรู้สึกอ่อนแอ และสร้างความหวังให้อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อสงคราม นอกจากนี้ สำนักข่าว CNN ยังเปิดเผยว่า ทรัมป์ผลักดันให้กระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียกผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวสงครามอิหร่าน เพื่อบังคับให้เปิดเผยแหล่งข่าว

  • เจ้าหน้าที่เผยว่า ทรัมป์เขียนคำว่า “Treason” ด้วยปากกา Sharpie บนกระดาษโน้ต
  • วางไว้บนปึกบทความพิมพ์ ส่งให้ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการอัยการสูงสุด
  • ระหว่างประชุมที่ทำเนียบขาว

การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการกดดันสื่ออย่างรุนแรง ซึ่งอาจกระทบต่อเสรีภาพสื่อในสหรัฐ

ผลกระทบและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองหลายคนวิเคราะห์ว่า การที่ทรัมป์จวกสื่อแบบนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อรวมใจฐานเสียงที่เชื่อมั่นในนโยบายแข็งกร้าวต่ออิหร่าน สื่อกระแสหลักอย่าง CNN, Fox News ต่างรายงานมุมมองที่แตกต่างกัน โดยบางแห่งเห็นด้วยกับทรัมป์ว่าสื่อควรระมัดระวังไม่ให้ข่าวปลอมแพร่กระจาย ในขณะที่อีกฝั่งปกป้องสิทธิ์ในการรายงานข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีสื่อครั้งนี้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ภายในประเทศสหรัฐ ที่ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามยืดเยื้อและปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามใหญ่: สื่อควรรายงานอย่างไรในยามสงคราม?

ในมุมมองของเรา การรายงานข่าวต้องสมดุลระหว่างความจริงและผลกระทบต่อชาติ แต่การเรียก “เสมือนกบฏ” อาจเกินเลยและจุดชนวนความแตกแยกยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ”

นักแสดง Ted Lasso เฟอร์นันเดซ เซ็นสัญญาสโมสรสหรัฐ

นักแสดง Ted Lasso เฟอร์นันเดซ เซ็นสัญญาสโมสรสหรัฐ El Paso Locomotive แล้วนะครับ! Cristo Fernandez วัย 35 ปี ชาวเม็กซิกันที่เรารู้จักในบท Dani Rojas นักเตะร่าเริงจากซีรีส์ดัง Apple TV+ Ted Lasso ตั้งแต่ปี 2020-2023 ได้เซ็นสัญญากับทีมลีกรองสหรัฐ USL Championship หลังจากทดสอบตัวนาน 2 เดือน

หลายคนอาจแปลกใจ เพราะ Fernandez เคยเล่นฟุตบอลเยาวชนในบ้านเกิดกัวดาลาฮารา แต่ต้องเลิกตอนอายุ 15 เพราะบาดเจ็บเข่า ต่อมาเขาย้ายไปลอนดอนและได้บทใน Ted Lasso ที่ดังเปรี้ยงปร้าง คว้ารางวัลเพียบ 3 ซีซั่น

“ฟุตบอลคือส่วนสำคัญของชีวิตผมเสมอ ไม่ว่าชีวิตจะพาผมไปไหน ความฝันเล่นโปรก็ไม่เคยหาย” Fernandez บอก พร้อมเล่าว่าเขาลองทดสอบกับทีมสำรอง Chicago Fire ใน MLS ช่วงต้นปีด้วย “ขอบคุณ El Paso Locomotive ที่เปิดประตูให้ ทีมโค้ช เพื่อนร่วมทีมทุกคน ทำให้ผมได้ลงแข่งตั้งแต่วันแรก นี่คือการเชื่อมั่นตัวเอง กล้าเสี่ยง และไล่ตามฝันไม่ว่าจะทางไหน” เขายังแซวตัวเองว่า “ผมอาจเป็นคนบ้าฝัน… แต่มาอยู่กับ ‘Locos’ (แปลว่าบ้า) มันเพอร์เฟกต์เลย!”

นักแสดง Ted Lasso เฟอร์นันเดซ เซ็นสัญญาสโมสรสหรัฐ: เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ

โค้ชเฮด Junior Gonzalez ของ Locomotive ก็ต้อนรับสุดๆ “Cristo เป็นตัวเสริมแนวรุกที่ยอดเยี่ยม เพิ่มความดุในเกมบุก” สโมสร El Paso Locomotive อยู่ในลีก USL Championship ลีกรองของ MLS ทีมจากเท็กซัสที่แฟนบอลรักเพราะสไตล์บ้าบิ่น

จากจอเงินสู่สนามหญ้า: เส้นทางของ Cristo Fernandez

Ted Lasso คือซีรีส์ที่ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปทั่วโลก โดยเฉพาะตัวละคร Dani Rojas ที่ Fernandez สวมบทได้แจ่มมาก ‘¡Fútbol is life!’ ประโยคฮิตของเขายังติดปากแฟนๆ วันนี้เขากลับมาสู่ลูกหนังจริงๆ แบบโปร หลังจากทิ้งไว้ตั้งแต่เด็ก มันคือตัวอย่างของคนที่ไม่ยอมแพ้ความฝันเก่า

ก่อนหน้านี้ Fernandez ลองทดสอบหลายที่ จนได้โอกาสกับ El Paso ที่เห็นแววทั้งฝีเท้าและจิตใจนักสู้ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิง แต่เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่เคยเลิกกีฬาเพราะบาดเจ็บ ลองกลับมาดูสิ ชีวิตมีเซอร์ไพรส์เสมอ!

  • ประวัติ Fernandez: เล่นเยาวชนกัวดาลาฮารา เจ็บเข่าเลิกตอน 15
  • ก้าวสู่อาชีพนักแสดง: ย้ายลอนดอน ได้บท Ted Lasso
  • ทดสอบโปร: Chicago Fire และ El Paso Locomotive
  • สโมสรใหม่: USL Championship, เสริมแนวรุก

USL Championship เป็นลีกที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ มีทีมอย่าง Locomotive ที่สู้เพื่อเลื่อนชั้น MLS เฟอร์นันเดซอาจเป็นดาวเด่นหน้าใหม่ แฟน Ted Lasso ชาวไทยคงตื่นเต้นไม่ใช่น้อย นี่คือการผสมผสานฟุตบอล-บันเทิงที่ลงตัว

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? นักแสดงดังกลับมาเล่นบอลโปรได้จริงเหรอ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย แล้วอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลและซีรีส์ฮิตกับเรานะ จะมีเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้เพียบ! สุดยอดแรงบันดาลใจที่บอกว่า อายุไม่ใช่ปัญหา ถ้าฝันยังอยู่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แมดดิสัน บอก ผู้ตัดสินกลัวตัดสิน

แมดดิสัน บอก ผู้ตัดสินกลัวตัดสิน

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลพรีเมียร์ลีกทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ จากเกมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นที่ เจมส์ แมดดิสัน กองกลางสเปอร์ส ออกมาโพสต์อินสตาแกรมชี้ว่า แมดดิสัน บอก ผู้ตัดสินกลัวตัดสิน เพราะกลัว VAR ตรวจสอบซะงั้น หลังจากเขาโดนปฏิเสธลูกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ!

ย้อนเหตุการณ์กันหน่อย แมดดิสัน ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาเล่นนัดแรกของซีซั่น ในฐานะตัวสำรอง เขาล้มลงหลังปะทะกับลูคัส เนเมชา ของลีดส์ ผู้ตัดสินจาร์เร็ด กิลเล็ตต์ ไม่ให้จุดโทษ และ VAR ก็ไม่เข้าไปดูใหม่ เกมจบเสมอ 1-1 ทำให้สเปอร์สยังอยู่อันดับที่หลุดจากโซนตกชั้นได้แค่ 2 แต้ม เหลือ 2 นัด

หลังเกม แมดดิสันโพสต์ IG ชัดเจนเลยว่า “เพื่อความชัดเจน… การสัมผัสลูกบอลเบาๆ เพื่อเปลี่ยนทิศทางมาจากข้างนอกของเท้าขวาฉัน ไม่ใช่เนเมชา และฉันบอกผู้ตัดสินแล้ว แต่การเช็คจบใน 20 วินาที ผู้ตัดสินกลัวตัดสินบนสนามเพราะ VAR แล้วล่ะ เราต่อสู้ต่อไป COYS” ว้าว! คำว่า petrified หรือ “หวาดกลัว” นี่แรงใช่มั้ยล่ะ

แมดดิสัน บอก ผู้ตัดสินกลัวตัดสินเพราะ VAR จริงหรือ?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แมดดิสันออกมาวิจารณ์ผู้ตัดสินนะ เมื่อกันยายนที่แล้ว เขาบอกว่าผู้ตัดสินกับ VAR “แย่ตั้งแต่เริ่มซีซั่น” หลังฮาวเวิร์ด เวบบ์ หัวหน้า PGMOL ออกนโยบายให้ VAR เข้าแทรกแซงน้อยลง

ไม่ใช่แค่แมดดิสันคนเดียวที่บ่นนะ เพื่อนๆ แฟนบอลคงเห็นด้วยกับบรรดานักวิจารณ์ดังๆ เช่น อลัน เชียเรอร์ ที่บอกว่ามาตรฐานผู้ตัดสิน “แย่ที่สุดในรอบนาน” และ “ยิ่งแย่ลงเพราะ VAR” สตีเฟ่น วอร์น็อค อดีตแบ็คซ้ายลิเวอร์พูล เรียก VAR ว่า “สิ่งแย่ที่สุดที่เคยนำเข้ามาในเกม” ส่วนเวย์น รูนี่ย์ บอกว่าฟุตบอลสูญเสียอารมณ์เพราะเทคโนโลยี

ทำไม VAR ถึงทำให้ผู้ตัดสินกลัวตัดสิน?

VAR เข้ามาเพื่อช่วยให้ตัดสินถูกต้องมากขึ้น แต่กลับทำให้ผู้ตัดสินลังเล เพราะกลัวถูก VAR ย้อนแย้ง ผลคือการตัดสินช้าลง เกมขาดความไหลลื่น แฟนบอลอย่างเราก็หงุดหงิดไปด้วย ลีกท็อปยุโรปยังถูกยูฟ่าเรียกประชุมซัมเมอร์นี้ โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ หัวหน้าผู้ตัดสินยูฟ่า บอกว่า “เราลืมเหตุผลที่นำ VAR มาใช้แล้ว”

  • ข้อดี VAR: ลดความผิดพลาดชัดๆ อย่างจับแขนในกรอบ
  • ข้อเสีย: ทำให้ผู้ตัดสินขาดความมั่นใจ เกมหยุดบ่อย
  • ตัวอย่าง: เกมสเปอร์ส-ลีดส์ ที่แมดดิสันโดนปฏิเสธจุดโทษ

ส่วนหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น การตัดสินแย่ลงเพราะ VAR – เชียเรอร์ ก็เป็นประเด็นคล้ายๆ กัน

มุมมองส่วนตัวนะ ผมว่าต้องปรับ VAR ให้สมดุลกว่านี้ บางจังหวะให้ผู้ตัดสินตัดสินเลย ถ้า VAR ไม่ชัดจริงๆ ค่อยเข้าไป ไม่งั้นฟุตบอลจะกลายเป็นเกมรอเช็คหน้าจอซะแล้ว

เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่อง แมดดิสัน บอก ผู้ตัดสินกลัวตัดสิน ล่ะ? VAR ช่วยหรือพังมากกว่ากัน? มาคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกอัพเดททุกวัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ