วัน: 15 พฤษภาคม 2026

ชอว์ นำรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL

ชอว์ นำรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลหญิงทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษมาอัปเดตกัน ชอว์ นำรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL เรียบร้อยแล้วนะ สำหรับดาวยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่าง คาดิญา ชอว์ วัย 29 ปี ที่โชว์ฟอร์มสุดยอด ด้วยการยิงกระจาย 19 ประตู จากการลงสนามเพียง 21 นัดเท่านั้น! ผลงานนี้ไม่ใช่แค่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 10 ปีตั้งแต่ปี 2016 แต่ยังทำให้เธอมีลุ้นซิวรองเท้าทอง WSL สมัยที่ 3 ติดต่อกันอีกด้วย สุดยอดไปเลย!

ก่อนหน้านี้ ชอว์ ยังเพิ่งคว้ารางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมนักเขียนฟุตบอล (Football Writers’ Association) ไปหมาดๆ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมด้วยนะ เรียกว่าเป็นปีทองของเธอจริงๆ

ชอว์ นำรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL ร่วมกับใครบ้าง?

นอกจากชอว์แล้ว รายชื่อสั้นผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL ยังมีนักเตะชื่อดังอีกเพียบเลย โดยเฉพาะ เคอร์สติน คาสปาริจ เพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ทำแอสซิสต์และประตูรวม 10 ครั้งจากตำแหน่งกองหลังสุดแกร่ง คิร์สติ ฮันสัน จากแอสตัน วิลล่า ที่ยิงได้ถึง 12 ประตู กำลังลุ้นรองเท้าทองรองชอว์เลย และ อเลสเซีย รุสโซ่ กองหน้าอาร์เซนอล ก็ติดโผด้วย

ยังมี เจสส์ พาร์ค มิดฟิลด์แมนฯ ยูไนเต็ด, อลิซซ่า ธอมป์สัน ดาวยิงเชลซี, โอลิเวีย โฮลดต์ ปีกท็อตแน่ม และ รูบี้ เมซ กองหลังเอฟเวอร์ตัน ครบ 8 คนพอดี แฟนๆ ล่ะเชียร์ใคร?

ดาวรุ่งยอดเยี่ยมและรางวัลอื่นๆ ใน ชอว์ นำรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมฤดูกาล WSL

สำหรับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม WSL โอลิเวีย สมิธ จากอาร์เซนอล ที่ย้ายมาจากลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวสถิติ 1 ล้านปอนด์ นำรายชื่อด้วยผลงาน 5 ประตู 3 แอสซิสต์จาก 19 นัด ตามด้วย ออร์เนลล่า วีญョล่า จากเอฟเวอร์ตันที่แฮตทริกเดบิวต์ในเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้, วีร์เล่ บูร์มัน กองหลังวัย 20 ปีของเชลซี, อันนา แซนด์เบิร์ก แมนฯ ยูไนเต็ด, เอมิลี่ เกย์ ไบรท์ตัน, ไลล่า วานเดเลอร์ เวสต์แฮม และ ลูเซีย เคนดอลล์ แอสตัน วิลล่า

ส่วนรางวัลถุงมือทอง (Golden Glove) สามประตูปิดสกอร์ 7 หนเท่ากัน: ฮันนาห์ แฮมป์ตัน (เชลซี), ฟัลลอน ทัลลิส-จอยซ์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) และ อายากะ ยามาชิตะ (แมนฯ ซิตี้) ต้องรอเกมสุดท้าย!

ผู้ชนะทั้ง 17 รางวัลจะประกาศในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ พร้อมพิธีฮอลออฟเฟมให้ เคซี่ย์ สโตนี่ย์, เคริส ฮาร์โรปป์ และ แมตต์ เบียร์ด อย่าพลาดนะ!

ส่วนตัวผมว่า ชอว์ สมควรได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมที่สุดเลย เพราะฟอร์มเธอช่วยทีมแชมป์แบบไม่ต้องสงสัย คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ อยากรู้จริงๆ! ติดตามข่าว WSL เพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครน

นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองยุโรปตะวันออก เมื่อเอวิกา ซิลิญา นายกรัฐมนตรีหญิงของลัตเวีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางวิกฤตที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์โดรนของยูเครนที่หลงทางเข้ามาในน่านฟ้าลัตเวีย ส่งผลให้เกิดความเสียหายและดราม่าทางการเมืองครั้งใหญ่

นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจากสงครามยูเครน-รัสเซีย โดรน 3 ลำที่เชื่อว่าเป็นของยูเครนและมุ่งเป้าโจมตีรัสเซีย เกิดหลงทิศทางเนื่องจากสัญญาณรบกวน เข้ามารุกล้ำน่านฟ้าลัตเวียประเทศสมาชิกนาโต้ทางทะเลบอลติก โดรนลำหนึ่งตกลงบนพื้นดิน ลำที่สองพุ่งชนแท็งก์น้ำมันที่ว่างเปล่าใกล้เมืองเรเซกเน ทำให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนลำที่สามบินออกจากน่านฟ้าไปได้

ชาวบ้านในพื้นที่วิจารณ์หนักว่ารัฐบาลตอบสนองช้า การแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ล่าช้ากว่าหนึ่งชั่วโมง สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง นายกฯ ซิลิญาจึงสั่งปลดนายแอนดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีกลาโหมทันที หลังวิจารณ์การทำงานของเขาว่าล้มเหลว แม้ลัตเวียจะใช้งบกลาโหมสูงถึง 5% ของ GDP ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานนาโต้ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ

สาเหตุที่ทำให้นายกฯ ลัตเวียลาออก

การปลด รมว.กลาโหมกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย พรรค Progressives ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของสพรูดส์ ประกาศถอนตัวทันที ส่งผลให้รัฐบาลผสมล่มสลาย เพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคม ซิลิญาแถลงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2567 ว่า “มีบางอย่างผิดพลาด เราไม่สามารถยอมให้เกิดซ้ำได้” และประกาศลาออก แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อไป

ลัตเวียในฐานะชาติบอลติกที่มีพรมแดนติดรัสเซียและเบลารุส ตั้งอยู่ใกล้แนวรบยูเครนมากที่สุด เหตุการณ์โดรนนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นับแต่ต้นปีเกิดมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งลัตเวียและยูเครนยอมรับว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนและทดสอบระบบป้องกันของนาโต้

  • โดรนยูเครนหลงทางจากสัญญาณรบกวนของรัสเซีย
  • ชนแท็งก์น้ำมันใกล้เรเซกเน สร้างความเสียหาย
  • การตอบสนองของกองทัพล่าช้า ชาวบ้านไม่พอใจ
  • นำไปสู่การปลด รมว.กลาโหมและวิกฤตรัฐบาล

ผลกระทบต่อการเมืองลัตเวียและนาโต้

วิกฤตนี้เผยให้เห็นความเปราะบางของรัฐบาลผสมในลัตเวียที่ปกครองมานานหลายปี นายกฯ ซิลิญาจากพรรค New Unity ต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งฝ่ายค้านและพันธมิตร สงครามยูเครนทำให้ประเทศบอลติกลงทุนกลาโหมมหาศาล ลัตเวียสั่งซื้อขีปนาวุธและระบบป้องกันอากาศยานจากสหรัฐฯ เพิ่ม แต่เหตุการณ์นี้ชี้ว่ายังมีช่องโหว่

ในระดับนานาชาติ สหรัฐฯ และนาโต้สนับสนุนลัตเวียเต็มที่ โดยส่งทหารมาประจำการเพื่อป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย เหตุโดรนยูเครนอาจเป็นสัญญาณว่ารบจะลุกลามมาถึงบอลติก สร้างความกังวลให้ชาติยุโรปทั้งทวีป

นอกจากนี้ ลัตเวียยังเผชิญปัญหาภายใน เช่น การจัดการกับชาวรัสเซียในประเทศที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม และเศรษฐกิจที่กระทบจากสงครามพลังงาน การลาออกของนายกฯ อาจนำไปสู่การเลือกตั้งล่วงหน้า ส่งผลต่อนโยบายสนับสนุนยูเครน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง เป็นตัวอย่างของการที่ปัญหาความมั่นคงกลายเป็นชนวนทางการเมือง โดยเฉพาะในชาติเล็กที่ใกล้แนวหน้า สะท้อนความท้าทายของนาโต้ในการรับมือสงครามไฮบริด

สุดท้าย เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าสงครามยูเครนไม่ได้จำกัดแค่ยูเครนและรัสเซีย แต่ลุกลาม影響เพื่อนบ้านทั้งหมด ชาวลัตเวียหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเสริมระบบป้องกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและการเมืองโลก ติดตามเราต่อเพื่ออัปเดตล่าสุด และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับวิกฤตนี้

ที่มา – นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง

เคตี้ แม็คเคเบ้ ลาออกจากอาร์เซนอลช่วงซัมเมอร์

เคตี้ แม็คเคเบ้ ลาออกจากอาร์เซนอลช่วงซัมเมอร์

เคตี้ แม็คเคเบ้ กัปตันทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เตรียมอำลาทีมอาร์เซนอล เมื่อสัญญาของเธอหมดอายุสิ้นฤดูกาลนี้ สาวแกร่งวัย 30 ปีอยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี สร้างผลงานสุดยอดลงเล่น 305 นัด ยิงได้ 37 ประตู ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาร์เซนอลในยุค Women’s Super League หลังจากช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 2019

แม็คเคเบ้มีส่วนสำคัญในการพาอาร์เซนอลผงาดแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกปี 2025 นอกจากนี้ยังมีเหรียญแชมป์เอฟเอคัพ, ลีกคัพ 3 สมัย และแชมเปียนส์คัพอีก 1 สมัย หลังจบเกมที่อาร์เซนอลชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันพุธ เธอถึงกับน้ำตาคลอในนัดสุดท้ายที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่คาดว่าน่าจะได้ลงเล่นนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แอนฟิลด์ พบลิเวอร์พูลในวันเสาร์ (13:00 BST)

เคตี้ แม็คเคเบ้ ลาออกจากอาร์เซนอล: คำแถลงจากสโมสร

“ตลอดกว่า 10 ปีที่อาร์เซนอล เคตี้ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อประวัติศาสตร์และความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลเรา” คลาเร่ วีตลีย์ ผู้อำนวยการฟุตบอลหญิงของอาร์เซนอลกล่าว “เคตี้นำด้วยความหลงใหลและทุ่มเท เธอให้ทุกอย่างเพื่อสโมสรและสร้างความผูกพันพิเศษกับแฟนบอล เธอจากไปในฐานะตำนานสโมสร และเราภูมิใจในเส้นทางที่เราเดินไปด้วยกัน”

เคตี้ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลในปี 2015 จากเชลเบิร์น ทีมในไอร์แลนด์ และเคยถูกยืมไปกลาสโกว์ ซิตี้ 1 ฤดูกาลในปี 2017 ฤดูกาลนี้เธอลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกหญิง 17 นัด ได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของอาร์เซนอลในปี 2021 และ 2023 และเธอจะจากไปพร้อมกับการคว้าทุกถ้วยรางวัลที่มีในตู้โถม

สไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเคตี้ แม็คเคเบ้

เคตี้โดดเด่นด้วยความดุดัน การเข้าปะทะที่หนักแน่น การบุกทะลวงทางปีก และการยิงไกลสุดโหด คุณภาพของเธอไม่มีใครสงสัย แต่ตอนนี้อาร์เซนอลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน มีนักเตะอาวุโสหลายคนหมดสัญญา เช่น เบธ มีด จากทีมชาติอังกฤษ, ไลอา โคดีนา แนวรับสเปน และวิคตอเรีย เปโลวา มิดฟิลด์ดัตช์

สโมสรกำลังลดอายุเฉลี่ยของทีมและปรับวิธีการซื้อขายนักเตะ โดยเล็งคว้านักเตะดาวรุ่งท็อปในตลาดซื้อขาย โอนา บาตเล่ แนวรับสเปนใกล้เซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัวจากบาร์เซโลนา จอร์เจีย สแตนเวย์ มิดฟิลด์อังกฤษคาดว่าจะย้ายจากบาเยิร์น มิวนิค และเจอรัลดีน รอยเทลเลอร์ มิดฟิลด์สวิสที่เพิ่งประกาศแยกทางแฟรงก์เฟิร์ต ก็เป็นเป้าหมาย

  • ความสำเร็จหลักของเคตี้ที่อาร์เซนอล:
  • แชมป์ WSL 2019
  • แชมป์ UCL 2025
  • เอฟเอคัพ 1 สมัย
  • ลีกคัพ 3 สมัย
  • แชมเปียนส์คัพ 1 สมัย
  • นักเตะยอดเยี่ยมสโมสร 2021, 2023

การลาออกของเบธ มีดและคนอื่นๆ สะท้อนถึงยุคใหม่ของอาร์เซนอล ที่วางแผนถึง 3 ตลาดซื้อขายข้างหน้า แม็คเคเบ้ ลาออกจากอาร์เซนอล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่สโมสรพร้อมก้าวต่อไป

ในฐานะแฟนฟุตบอลหญิงตัวยง ผมเชื่อว่าการจากไปของเคตี้จะเป็นบทเรียนให้ทีมรุ่นใหม่ แต่ตำนานอย่างเธอจะอยู่ในใจแฟนๆ เสมอ คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลหญิงอัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อันเชล็อตติ ขยายสัญญากับบราซิลถึงปี 2030

อันเชล็อตติ ขยายสัญญากับบราซิลถึงปี 2030

เฮ้ เพื่อนๆ สายฟุตบอล! มีข่าวดีสุดๆ มาบอกเลยนะ อันเชล็อตติ ขยายสัญญากับบราซิลถึงปี 2030 แล้วจ้า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชื่อดังชาวอิตาลี ที่เพิ่งมารับงานเฮดโค้ชทีมชาติบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 หลังจากแยกทางกับเรอัล มาดริด ก็ทำผลงานได้ดีมาก จนตอนนี้บราซิลได้ตั๋วไปบอลโลก 2026 แล้วเรียบร้อย จะแข่งที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐฯ เดือนหน้าเลย!

อันเชล็อตติ วัย 66 ปี บอกว่า “ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาที่นี่ ผมเข้าใจเลยว่าฟุตบอลมีความหมายยังไงกับประเทศนี้” ฟังแล้วขนลุกเลยนะ เพื่อนๆ ปีที่ผ่านมา เขาพาทีมชาติทำงานหนักเพื่อกลับมาท็อปของโลก และตอนนี้ CBF หรือสหพันธ์ฟุตบอลบราซิล ก็ต่อสัญญาเพิ่มอีก 4 ปี ไปจนถึงฟุตบอลโลก 2030 เลย! เขาบอกว่าอยากขอบคุณ CBF ที่เชื่อมั่น และอยากได้ชัยชนะมากกว่านี้อีก

อันเชล็อตติ ขยายสัญญากับบราซิลถึงปี 2030: ผลงานที่ผ่านมาเป็นยังไง?

คุมทีมไป 10 นัด ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 3 ถือว่าดีเลยสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งมา บราซิลตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 และเป็นสมัยแรกตั้งแต่ปี 2002 เร็วๆ นี้จะประกาศทีมชุดลุยบอลโลกวันที่ 18 พ.ค. นัดแรกเจอโมร็อกโก 13 มิ.ย. ในกรุ๊ป C ต่อด้วยเฮติและสกอตแลนด์ น่าจะลุ้นสนุกแน่!

ประธาน CBF พูดอะไรเกี่ยวกับการขยายสัญญา?

ซามีร์ ซาอุด ประธาน CBF บอกว่านี่คือ “วันประวัติศาสตร์สำหรับ CBF และฟุตบอลบราซิล” เป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และแข่งขันได้ เพื่อให้ทีมชาติ 5 สมัยแชมป์โลกอยู่บนจุดสูงสุดของฟุตบอลโลกต่อไป

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ อันเชล็อตติ ที่เคยคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก 4 สมัยกับทีมต่างๆ มาบราซิลที่มีนักเตะดังๆ อย่างวินิซิอุส, รอดรีโก้, เอ็นดริค แล้วต่อสัญญายาวขนาดนี้ อนาคตบราซิลสว่างไสวแน่นอน! เขาเคยบอกว่าบราซิลคือทีมที่ดีที่สุดในโลกตอนที่เพิ่งรับงาน ดูท่าจะไม่ผิดหวัง

  • นัดสำคัญในบอลโลก 2026: vs โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์
  • เป้าหมาย: แชมป์โลกสมัย 6
  • ประสบการณ์อันเชล็อตติ: แชมป์ลีกและ UCL เพียบ

ฟุตบอลบราซิลคือตำนานจริงๆ จากสมัยเปเล่ ไปจนรุ่นใหม่ๆ การที่อันเชล็อตติ ขยายสัญญากับบราซิลถึงปี 2030 ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นมาก บราซิลจะกลับมาครองบอลโลกได้มั้ย? ผมว่าโอกาสสูงนะ เพราะกุนซือระดับโลกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบ่อยๆ

คุณล่ะคิดยังไงกับข่าวนี้? คิดว่าอันเชล็อตติจะพาบราซิลแชมป์บอลโลก 2026 ได้ไหม ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลยนะ จะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันสนุกๆ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี

ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี สร้างความตกใจให้กับวงการยานยนต์ทั่วโลก บริษัทฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ประสบปัญหาขาดทุนสุทธิ 4.23 แสนล้านเยน หรือประมาณ 8.65 หมื่นล้านบาท สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 นี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปีที่ฮอนด้าต้องปิดบัญชีด้วยตัวเลขสีแดง

ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี: สาเหตุหลักจากนโยบายสหรัฐฯ

สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยให้ผู้บริโภคคืนภาษีได้สูงสุด 7,500 ดอลลาร์ต่อคัน มาตรการนี้ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกเมื่อเดือนกันยายน 2568 ส่งผลให้ความต้องการรถ EV ในตลาดสหรัฐฯ หดตัวอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ กำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนจากต่างประเทศที่ทรัมป์ประกาศในปี 2568 แม้จะลดอัตราจาก 25% เหลือ 15% แต่ก็ยังกระทบหนักต่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า ซึ่งพึ่งพาการส่งออกรถและชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นและเอเชีย

ผลกระทบต่อแผนรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า

ฮอนด้าต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยยกเลิกเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะให้รถ EV ครองส่วนแบ่งยอดขาย 1 ใน 5 ภายในปี 2573 และเลิกแผนเปลี่ยนรถทุกรุ่นเป็น EV 100% ภายในปี 2583 แทนที่จะทุ่มทุนผลิต EV ฮอนด้าหันไปจัดหาชิ้นส่วนราคาถูกจากจีน เพื่อลดต้นทุน และโฟกัสธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีกว่า เช่น รถจักรยานยนต์ บริการทางการเงิน และรถไฮบริด (Hybrid)

บริษัทคาดการณ์ว่าปีงบประมาณหน้า (สิ้นสุดมีนาคม 2570) จะขาดทุนจากส่วนรถ EV อีก 5.12 แสนล้านเยน สะท้อนถึงความท้าทายที่รออยู่

มุมมองนักวิเคราะห์: ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเพราะปรับตัวช้า

น.ส. แดนนี ฮิวสัน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การเงินจาก AJ Bell ชี้ว่า “ฮอนด้าและผู้ผลิตรถยนต์รุ่นเก่า วางเดิมพันผิดที่ว่าผู้บริโภคจะหันมาใช้ EV อย่างรวดเร็ว แต่โลกเปลี่ยนทิศทางเสียก่อน” ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่

  • ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคลังเลซื้อ EV ราคาแพง
  • การแข่งขันดุเดือดจากผู้ผลิตจีนที่ราคาถูกกว่า
  • ความผันผวนทางการเมือง โดยเฉพาะนโยบายทรัมป์
  • ราคาน้ำมันพุ่งจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน แต่ไม่ช่วย EV มากพอเพราะโครงสร้างใหญ่โตของฮอนด้า

นักวิเคราะห์เห็นว่าด้วยขนาดธุรกิจยักษ์ใหญ่และมรดกจากอดีต ฮอนด้าปรับตัวยากต่อความผันผวนรวดเร็วของตลาด EV นายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานฮอนด้า ยืนยันว่าจะโฟกัสตลาดอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย เพื่อการเติบโตในอนาคต

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ฮอนด้าเท่านั้น แต่สะท้อนปัญหาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านสู่ EV อย่างเร่งด่วน ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายอื่นๆ อย่างโตโยต้าและนิสสัน ก็เริ่มปรับแผนคล้ายกัน

ในมุมมองของเรา สถานการณ์ ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี เป็นบทเรียนสำคัญ บริษัทต้องยืดหยุ่นมากขึ้น หันไป hybrid และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดจริง หากคุณสนใจข่าวยานยนต์และเศรษฐกิจ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ฮอนด้าปิดปีงบประมาณขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี

ทาเวอร์เนียร์ เจ็บปวดพลาดล่ำลาไอบร็อกซ์

ทาเวอร์เนียร์ เจ็บปวดพลาดล่ำลาไอบร็อกซ์

ทาเวอร์เนียร์ เจ็บปวดพลาดล่ำลาไอบร็อกซ์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ เมื่อกัปตันทีมเรนเจอร์ส เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ วัย 34 ปี ออกมาเปิดใจว่าตัวเองรู้สึก “เจ็บปวดอย่างลึกซึ้งและผิดหวังมาก” ที่พลาดโอกาสลงเล่นนัดสุดท้ายที่สนามไอบร็อกซ์ สถานที่ที่เขาเรียกบ้านมาตลอด 11 ปี

แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ลงสนามในเกมที่เรนเจอร์สแพ้ฮิเบอร์เนียน 2-1 เมื่อวันพุธ แต่แฟนบอลก็ยังมอบเสียงปรบมือกึกก้องให้เมื่อเขาออกมาในพิธีพิเศษก่อนเกม พร้อมรับโล่รำลึกจากตำนานสโมสร จอห์น เกร็ก มันเป็นโมเมนต์ซึ้งใจ แต่สำหรับทาเวอร์เนียร์ มันยังไม่พอ เพราะเขาอยากบอกลาแฟนๆ ด้วยการลงเล่นจริงๆ

ทาเวอร์เนียร์ เจ็บปวดพลาดล่ำลาไอบร็อกซ์: เรื่องราวเบื้องหลัง

โค้ชทีม ดันนี่ โรห์ล อธิบายว่าทาเวอร์เนียร์มีปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งเกิดขึ้นหลังเกมแพ้ฮาร์ทส์เมื่อวันจันทร์ และเขาไม่ได้เล่นเต็มแมตช์ในเกมที่เซลติก พาร์คเมื่อวันอาทิตย์ โค้ชบอกว่า “ไม่มีปัญหาอะไรกันหรอก ผมตัดสินใจไม่ให้เขาลงตัวจริงเพราะไม่ฟิต 100%” และยังไม่แน่ใจว่าจะลงนัดสุดท้ายที่ฟอลเคิร์กวันเสาร์นี้รึเปล่า

แต่ทาเวอร์เนียร์เล่าผ่านอินสตาแกรมเมื่อวันพฤหัสว่า ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นช่วงยากลำบากและอารมณ์พลุ่งพล่านที่สุดในอาชีพของเขาและครอบครัว หลังคุยกับทีมเมดิคอล เขาต้องฉีดยาเพื่อรักษาข้อเท้า ซึ่งเดิมกำหนดวันพฤหัส แต่ด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านหลังเกมวันอาทิตย์ เขาตัดสินใจเลื่อนมาฉีดวันอังคาร ซึ่งจะทำให้พลาดทั้งสองนัด

สุดท้าย หลังปรึกษาครอบครัวและเมดิคอล เขาเลื่อนฉีดไปวันพฤหัส เพื่อหวังลงเล่นนัดสุดท้ายที่ไอบร็อกซ์วันพุธ เขาแจ้งผู้จัดการทีมด้วยตัวเองว่ามันสำคัญมากสำหรับเขาและครอบครัวที่จะได้ล่ำลาแฟนๆ อย่างถูกต้อง

สาเหตุที่ทำให้ทาเวอร์เนียร์ เจ็บปวดพลาดล่ำลาไอบร็อกซ์

หลังจากคุยกันแล้ว โรห์ลบอกว่าจะให้เป็นตัวสำรอง แต่ทาเวอร์เนียร์บอกว่าอารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป หลายคนอาจมองว่าเขาจัดการไม่ดี แต่หลังทุ่มเทให้สโมสรนานกว่า 10 ปี ร่วมกับครอบครัว เขารู้สึกเจ็บปวดจริงๆ โดยเฉพาะที่เรื่องราวที่แถลงต่อสาธารณะไม่ตรงกับที่คุยกันส่วนตัว

“ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายควรจัดการได้ดีกว่านี้ การสื่อสารที่ขาดหายทำให้เรื่องบานปลายในโอกาสสำคัญของผมและครอบครัว” ทาเวอร์เนียร์กล่าว เขาประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่าจะย้ายทีมหลังสัญญาหมด ด้วยสถิติลง 565 นัด ยิง 144 ประตู และเป็นกองหลังยิงเยอะสุดในฟุตบอลบริเตน 152 ลูก

ทาเวอร์เนียร์ยังย้ำว่าไม่มีใครใหญ่กว่าสโมสร และขอให้แฟนๆ สามัคคีหนุนทีมต่อไป ขอบคุณทุกคน

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการสื่อสารในทีมฟุตบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะกับนักเตะระดับตำนานอย่างทาเวอร์เนียร์ ที่พาเรนเจอร์สคว้าแชมป์ลีก สกอตติช และถ้วยรางวัลมากมาย สนามไอบร็อกซ์คือหัวใจของเขา การพลาดลงเล่นที่นี่เหมือนพลาดบอกลาครอบครัว

ในมุมมองผม นี่คือบทเรียนสำหรับสโมสรทุกแห่ง ต้องเคารพนักเตะที่ทุ่มเททั้งชีวิต ลองคิดดูสิ ถ้าเป็นคุณ จะรู้สึกยังไงถ้าต้องจากบ้านหลังใหญ่แบบนี้โดยไม่ได้บอกลา?

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คุณคิดยังไงกับดราม่าครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวเรนเจอร์สและพรีเมียร์ลีกสกอตติชที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เคอร์ร์จะอำลาเชลซีสิ้นฤดูกาล

เคอร์ร์จะอำลาเชลซีสิ้นฤดูกาล

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิง! แซม เคอร์ร์ กองหน้าออสเตรเลียวัย 32 ปี ซึ่งเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเชลซีในพรีเมียร์ลีกหญิง (Women’s Super League) กำลังจะอำลาทีมสิ้นฤดูกาลนี้ เมื่อสัญญาของเธอหมดอายุ หลังจากสร้างชื่อเสียงและความทรงจำสุดประทับใจให้กับสโมสรบลูส์มานาน 6 ปี

เคอร์ร์ยิงประตูได้ถึง 115 ลูก จากการลงสนาม 177 นัดให้เชลซี นับเป็นสถิติที่ไม่มีใครเทียบได้ในลีกหญิงอังกฤษ แม้ฤดูกาลนี้เธอจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ผลงานโดยรวมยังคงน่าประทับใจ การแข่งขันนัดสุดท้ายของเธอกับเชลซีจะเป็นเกมเหย้าต้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันเสาร์นี้ แฟนบอลเตรียมตัวรอส่งอัญเชิญได้เลย!

เคอร์ร์จะอำลาเชลซีสิ้นฤดูกาล: ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ตลอดระยะเวลาเล่นให้เชลซี เคอร์ร์ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหญิงถึง 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 1 สมัย ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เธอไม่ใช่แค่ดาวยิง แต่ยังเป็นผู้นำในสนามที่สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมทีม

“เมื่อผมย้อนมองอาชีพที่เชลซีและทำมันครั้งสุดท้าย [กับแมนยูวันเสาร์นี้] ผมรู้สึกมีความสุข” เคอร์ร์กล่าว “สุขที่มันเกิดขึ้น และรู้สึกขอบคุณมากที่ได้เล่นให้สโมสรนี้ 6 ปี และคว้าแชมป์มากเท่าที่เราจะทำได้” คำพูดนี้สะท้อนถึงความผูกพันลึกซึ้งของเธอกับเชลซีจริงๆ

อนาคตของเคอร์ร์หลังอำลาเชลซี

หลังจาก เคอร์ร์จะอำลาเชลซีสิ้นฤดูกาล เธออาจมองหาทีมใหม่ในลีกอื่นๆ หรือกลับไปเล่นในออสเตรเลีย? แฟนบอลต่างคาดเดากันมาก บางคนเชื่อว่าเธออาจไปลุยลีกใหญ่ในสหรัฐฯ หรือยุโรปต่อ ด้วยฟอร์มและชื่อเสียงแบบนี้ โอกาสยังมีเพียบ

การจากไปของเคอร์ร์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเชลซี พวกเขาต้องหานักเตะใหม่มาทดแทนดาวยิงระดับโลกคนนี้ แต่ความทรงจำที่เธอทิ้งไว้จะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นประตูสุดสวยหรือการฉลองแชมป์ที่บ้าคลั่ง

นอกจากนี้ เชลซียังมีนักเตะหญิงพรสวรรค์อีกมากที่พร้อมสานต่อ เช่น Lauren James หรือ Aggie Beever-Jones ที่กำลังมาแรง ทีมคงไม่สะดุดแน่นอน

  • สถิติเด่นของเคอร์ร์ที่เชลซี: 115 ประตู, 177 นัด
  • แชมป์ WSL: 5 สมัย
  • แชมป์เอฟเอ คัพ: 3 สมัย
  • นัดชิงสุดท้าย: vs แมนยู วันเสาร์นี้

เคอร์ร์ไม่เพียงเป็นนักเตะเก่ง แต่ยังเป็นไอคอนของฟุตบอลหญิงทั่วโลก เธอช่วยยกระดับกีฬานี้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในออสเตรเลียและอังกฤษ การ Women’s Super League จะคิดถึงเธอแน่นอน

สำหรับแฟนเชลซีและฟุตบอลหญิง อย่าพลาดติดตามนัดสุดท้ายของเคอร์ร์ ส่งกำลังใจให้เธอปิดฉากสวยๆ ด้วยชัยชนะ! คุณคิดว่าเคอร์ร์จะไปทีมไหนต่อ หรือเธอจะรีไทร์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เทย์เลอร์เป็นกุนซือเอ็กเซเตอร์ถาวรครั้งที่ 2

เทย์เลอร์เป็นกุนซือเอ็กเซเตอร์ถาวรครั้งที่ 2 เรียบร้อยแล้ว! หลังจากที่ทีมเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ เพิ่งร่วงตกชั้นจากลีกวันแบบฉิวเฉียดในวันสุดท้ายของฤดูกาล แฟนบอลกรีเซียนส์ก็ได้ยินข่าวดี เมื่อสโมสรประกาศแต่งตั้ง แมตต์ เทย์เลอร์ วัย 44 ปี เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แบบถาวรทันที

เทย์เลอร์เคยคุมทีมเอ็กเซเตอร์มาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2018 หลังจากรับช่วงต่อจากพอล ทิสเดล กุนซือรุ่นเก๋า เขาพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกทูในปี 2022 ก่อนย้ายไปรับงานที่รอเตอร์แฮม ยูไนเต็ด แต่ชีวิตนักบอลพาให้เขากลับมาที่เซนต์ เจมส์ พาร์คอีกครั้ง แทนที่การี คาลด์เวลล์ ที่ย้ายไปวิกัน แอธเลติก

ฤดูกาลนี้ เทย์เลอร์ทำหน้าที่รักษาการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ก็ช่วยทีมไม่ให้รอดจากการตกชั้นได้ สโมสรบอกว่าพวกเขาพิจารณาตัวผู้สมัครหลายคน แต่สุดท้ายเลือกเทย์เลอร์เพราะความรู้จักสโมสรดีที่สุด เขาจะทำงานร่วมกับทีมโค้ชชุดปัจจุบัน รวมถึงเควิน นิชลสัน ผู้ช่วย และแดน กรีนที่เลื่อนขั้นมาเป็นผู้ช่วยด้วย

เทย์เลอร์เป็นกุนซือเอ็กเซเตอร์ถาวรครั้งที่ 2

“การกลับมาที่เอ็กเซเตอร์ทำให้ผมรู้ว่าสโมสรนี้พิเศษแค่ไหน” เทย์เลอร์กล่าว “เรามีงานต้องทำทั้งในและนอกสนาม สโมสรกำลังรีเซ็ตตัวเอง ผมตื่นเต้นที่จะเป็นส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการพึ่งพาเด็กจากอะคาเดมี่ ซึ่งผมมีประสบการณ์เยอะ”

วิลฟ์ วอลช์ ประธานสโมสร ยกย่องว่าเทย์เลอร์เข้าใจโมเดลสโมสรที่แฟนบอลเป็นเจ้าของ และอะคาเดมี่ที่ประสบความสำเร็จ “เขารู้ทุกอย่างของสโมสร รู้วิธีเลื่อนชั้นจากลีกทู และมุ่งมั่นกับการพัฒนาเยาวชน”

ประวัติเทย์เลอร์กับเอ็กเซเตอร์

เทย์เลอร์ไม่ใช่คนนอก เขาเคยเป็นกัปตันทีมเอ็กเซเตอร์ ช่วยพาทีมเลื่อนชั้นสองสมัยติดจากนัชชันแนลลีกสู่ลีกวันในปี 2008-2009 ยิง 20 ประตูจาก 162 นัด ก่อนย้ายไปชาร์ลตัน แบรดฟอร์ด และเชลต์นัม

กลับมาเป็นโค้ชอะคาเดมี่ แล้วขึ้นเป็นกุนซือ พาเอ็กเซเตอร์จบที่ 5 ลีกทูฤดูกาล 2020 แต่แพ้เพลย์ออฟให้ نورثแธมป์ตัน สองปีต่อมาจบรองแชมป์เลื่อนชั้นแบบพลิกโฉม

  • เคยพาเอ็กเซเตอร์เลื่อนชั้นลีกทูปี 2022
  • พัฒนานักเตะอะคาเดมี่อย่างโจเอล แรนดัลล์, จอช คีย์, อาร์ชี่ คอลลินส์
  • ขายนักเตะได้เงินดีอย่างแซม นอมเบ้ และไรอัน โบว์แมน

ตอนนี้ทีมเผชิญปัญหาการเงิน ต้องตัดงบประมาณหนัก นักเตะเก๋าอย่างอิลมารี นิสกาเน่น และจอช มาเกนนิสหมดสัญญาไปแล้ว เทย์เลอร์เตือนว่าจะมีการตัดทีมแบบ “รุนแรง” แต่จะเน้นเด็กท้องถิ่นและอะคาเดมี่ เพื่อให้แฟนบอลภาคภูมิใจใน “ลูกทีมของเราเอง”

วิเคราะห์โดยเบรนต์ พิลนิก จากบีบีซี นี่คือการตัดสินใจปลอดภัยสำหรับสโมสรแฟนเป็นเจ้าของที่กำลังเผชิญปัญหาการเงิน เทย์เลอร์รู้สโมสรดีทั้งในฐานะนักเตะ โค้ช และกุนซือ เขาจะสร้างทีมใหม่โดยพึ่งอะคาเดมี่เพื่อกลับสู่ลีกวันให้เร็วที่สุด

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: ฟุตบอล, ลีกวัน, เอ็กเซเตอร์ ซิตี้

คุณคิดว่าเทย์เลอร์จะพาเอ็กเซเตอร์กลับลีกวันได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลลีกอังกฤษอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการค้าสหรัฐ-จีนและอุตสาหกรรมการบินโลกเลยทีเดียว! ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Fox News หลังการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ยอมรับคำสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ตจากบริษัทโบอิ้งถึง 200 ลำ ซึ่งมากกว่าที่โบอิ้งคาดหวังไว้ซะอีก

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ อย่างไร

ทรัมป์เล่าว่า “สิ่งหนึ่งที่เขาตกลงในวันนี้คือ เขาจะสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ต 200 ลำ ของ Boeing นะ 200 ลำใหญ่ๆ เลยล่ะ นั่นหมายถึงการจ้างงานจำนวนมหาศาล” เดิมทีโบอิ้งหวังแค่ 150 ลำ แต่สี จิ้นผิงใจกว้างให้ถึง 200 ลำเลย ถือเป็นพันธสัญญาที่มั่นใจว่าจีนจะปฏิบัติตามแน่นอน ข่าวนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ยังเป็นสัญญาณบวกในความสัมพันธ์การค้าที่ตึงเครียดมานาน

ผลกระทบจากการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ

การสั่งซื้อครั้งนี้จะสร้างงานให้คนอเมริกันนับหมื่นตำแหน่ง โดยเฉพาะในรัฐวอชิงตันที่เป็นฐานผลิตของโบอิ้ง นอกจากนี้ ยังช่วยลดช่องว่างทางการค้าที่ทรัมป์เคยวิจารณ์จีนหนักๆ เรื่องขาดดุลการค้า ลองนึกภาพดูสิ เครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำบินวนเวียนในน่านฟ้าจีน จะทำให้บริษัทแข็งแกร่งแค่ไหน

แต่ไม่ใช่แค่นั้น ทรัมป์ยังเผยว่าสี จิ้นผิงเสนอช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านด้วย จีนที่เป็นเพื่อนสนิทเตหะรานและผู้นำเข้าน้ำมันอันดับหนึ่ง ยินดีช่วยเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดตั้งแต่สงครามเริ่ม 28 กุมภาพันธ์ สี บอกว่า “หากผมช่วยได้แม้นิดเดียว ผมยินดี” และจีนยืนยันว่าช่องแคบต้องเปิดตลอด ไม่เอาเขตทหารหรือค่าผ่านทาง

  • ช่วยเศรษฐกิจสหรัฐ: สร้างงานมหาศาลจากโบอิ้ง
  • ลดความตึงเครียดการค้า: สัญญาณดีสหรัฐ-จีน
  • แก้ปัญหาโลก: จีนช่วยไกล่เกลี่ยอิหร่าน-สหรัฐ
  • ประโยชน์จีน: ขยายกองเครื่องบินเพื่อการบินที่โตเร็ว

หลายฝ่ายมองว่านี่คือชัยชนะ外交ของทรัมป์ ที่ผลักดันจีนกดดันอิหร่านให้ยอมรับสันติภาพ แถลงการณ์สหรัฐยืนยันจีนเห็นด้วยเต็มที่ ข่าวนี้ทำให้หุ้นโบอิ้งพุ่งทันที!

ในมุมมองผู้เขียน การตกลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ขายเครื่องบิน แต่เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของความร่วมมือโลก คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวต่างประเทศอัปเดต!

ที่มา – ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ