วัน: 25 พฤษภาคม 2026

ไทยช่วยไทยพลัส ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการที่หลายคนกำลังรอคอยนั่นคือ “ไทยช่วยไทยพลัส” ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย เพราะถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในยุคปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลได้จัดเตรียมงบประมาณไว้สูงถึง 175,700 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ไทยช่วยไทยพลัส ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย ซึ่งผมขอบอกตรงนี้เลยว่า ไม่ได้แจกทุกคนแบบเหมาเข่งนะครับ โดยโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคน ซึ่งจะได้รับเงินโอนเข้าบัตรอัตโนมัติ 1,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มประชาชนทั่วไปอีก 30 ล้านสิทธิ ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังครับ

สรุปเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย

  • คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน: ต้องเป็นคนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • รูปแบบการจ่าย: รัฐบาลช่วยจ่าย 60% ส่วนประชาชนสมทบเอง 40% ในการซื้อสินค้าและบริการ
  • ไทม์ไลน์: เริ่มเปิดลงทะเบียนไปแล้วเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 นี้

สำหรับคำถามที่ว่าใช้อย่างไรนั้น เงื่อนไขสำคัญคือโครงการสนับสนุนเงินเดือนละ 1,000 บาท ดังนั้นประชาชนจะต้องเติมเงินสมทบเองอีกเดือนละ 667 บาท เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้เต็มวงเงิน นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องการใช้สิทธิแบบเดือนต่อเดือน หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน ยอดที่เหลือจะถูกตัดทันที ไม่มีการทบยอดไปเดือนถัดไปครับ ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องการสแกนใบหน้าไม่ผ่าน สามารถนำบัตรประชาชนไปติดต่อที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยสีเทา หรือสาขาใกล้บ้านได้เลยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือครับ

ในมุมมองของผม โครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันได้จริง แม้จะต้องมีการสมทบเงินเองบ้าง แต่เมื่อคำนวณวงเงินที่ได้รับรวม 4 เดือนแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการลดภาระค่าครองชีพของครอบครัว ใครที่ยังไม่ได้เช็กสิทธิหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แนะนำให้รีบตรวจสอบผ่านแอปฯ เป๋าตังหรือประกาศจากกระทรวงการคลังโดยตรง เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองให้ดีที่สุดครับ แล้วถ้าใครมีประสบการณ์การใช้งานอย่างไร อย่าลืมมาแชร์กันได้นะครับ

ที่มา – “ไทยช่วยไทยพลัส” ใครได้บ้าง ได้ทุกคนไหม ใช้อย่างไร เช็กเลย

เช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ล่าสุด www.ไทยช่วยไทยพลัส.th

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตข่าวสารที่หลายคนกำลังเฝ้ารอกันอยู่ นั่นก็คือเรื่องของการเช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ที่ถือเป็นโครงการสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นกระแสที่แรงมาก ใครที่อยากรู้ว่าตัวเองยังมีโอกาสได้รับสิทธิอยู่ไหม หรือต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบแบบเข้าใจง่ายมาฝากกันครับ

เช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ล่าสุด www.ไทยช่วยไทยพลัส.th

สำหรับการติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ สิ่งแรกที่ทุกคนควรทำคือเข้าไปตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางหลักอย่าง www.ไทยช่วยไทยพลัส.th โดยล่าสุดมีการอัปเดตข้อมูลว่ายังมีสิทธิคงเหลือให้ประชาชนได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอีกกว่า 6 ล้านสิทธิเลยทีเดียว ดังนั้น ใครที่ยังไม่ได้รีบเข้าไปเช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ต้องรีบจัดการตัวเองแล้วนะครับ เพราะโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ และสิทธิมีจำนวนจำกัดครับ

วิธีตรวจสอบและลงทะเบียนรับสิทธิ

การร่วมโครงการในครั้งนี้ทำได้ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ดาวน์โหลดหรือเปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนสมาร์ทโฟนของท่าน
  • มองหาแบนเนอร์ของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”
  • กดเข้าไปตามขั้นตอนที่ระบุในแอปฯ เพื่อยืนยันการรับสิทธิ

อย่าลืมนะครับว่าการจะเช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้สำเร็จ คุณต้องกดผ่านแบนเนอร์ในแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น อย่าหลงเชื่อลิงก์แปลกปลอมที่อาจจะส่งเข้ามาทาง SMS หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเด็ดขาด เพราะความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ โดยโครงการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ไปจนถึง 29 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลา 06.00 – 22.00 น. ของทุกวันครับ

หากเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา สิทธิจำนวน 6 ล้านกว่าสิทธินี้ถือว่ามีปริมาณค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่อยากให้ทุกคนประมาทจนลืมลงทะเบียนก่อนหมดเขตหรือสิทธิเต็มครับ เพราะยิ่งช้าอาจจะเสียสิทธิในส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย การเตรียมตัวให้พร้อมและทำความเข้าใจกติกาให้ชัดเจนจะช่วยให้คุณอุ่นใจและได้รับประโยชน์จากโครงการเต็มที่ครับ

สุดท้ายนี้ หากใครได้รับสิทธิเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้โครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์ในการลดค่าครองชีพได้จริงตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ครับ ตรวจสอบข้อมูลสม่ำเสมอ แล้วคุณจะไม่พลาดข่าวสารสำคัญแน่นอนครับ

ที่มา – เช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัส อัปเดตล่าสุด www.ไทยช่วยไทยพลัส.th ยังเหลือกี่สิทธิ

กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังสำหรับผู้ที่เตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม., สก., นายกเมืองพัทยา และ ส.ม. ว่าการตรวจสอบคุณสมบัติต่อจากนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะหากพลาดพลั้งขึ้นมา ผลกระทบอาจใหญ่หลวงกว่าที่คิด

กฎเหล็ก กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

สำหรับกำหนดการสำคัญที่ผู้สนใจต้องทราบคือ การเปิดรับสมัครจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 และวันเลือกตั้งจริงคือวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ทาง กกต. ขอเน้นย้ำเรื่อง กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้สมัครทุกคนต้องแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

หากผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังฝ่าฝืนลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องเผชิญกับบทลงโทษขั้นรุนแรง ดังนี้:

  • โทษจำคุก: มีกำหนดตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี
  • โทษปรับ: ตั้งแต่ 20,000 ไปจนถึง 200,000 บาท
  • โทษทางศาล: สั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลาถึง 20 ปี

ข้อกำหนดเหล่านี้อ้างอิงตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจหรือการเข้ามาบริหารงานโดยไม่โปร่งใสตั้งแต่ต้น

ในฐานะพลเมือง เราอยากเห็นการเลือกตั้งที่ใสสะอาดและผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาเตือนอย่างชัดเจนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการป้องปรามแล้ว ยังช่วยลดงบประมาณการจัดการเลือกตั้งซ้ำซ้อนในอนาคต อยากฝากถึงผู้สมัครทุกท่านว่าควรตรวจสอบเอกสารและสถานะของตนเองให้แม่นยำก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยการเมืองที่ขาวสะอาดครับ

ที่มา – กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ชี้โทษคุก-เพิกถอนสิทธิ

สหราชอาณาจักรจ่อทุบสถิติร้อนสุดเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 35 องศาฯ

เชื่อเลยว่าทุกคนคงเคยชินกับภาพลักษณ์ของประเทศอังกฤษที่มีอากาศเย็นสบาย ฝนตกปรอยๆ หรือมีลมพัดเย็นเยือกเกือบตลอดทั้งปี แต่ล่าสุดดูเหมือนสภาพอากาศในแถบยุโรปกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ เพราะขณะนี้สหราชอาณาจักรจ่อทุบสถิติร้อนสุดเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 35 องศาฯ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงเวลานี้ของปี

วิกฤต: สหราชอาณาจักรจ่อทุบสถิติร้อนสุดเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 35 องศาฯ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษได้ประกาศเตือนประชาชนถึงคลื่นความร้อนระลอกใหญ่ที่กำลังถาโถมเข้าสู่พื้นที่ โดยคาดการณ์ว่าวันนี้อุณหภูมิจะพุ่งสูงแตะระดับ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งทุบสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1922 และ 1944 ที่ระดับ 32.8 องศาเซลเซียสไปอย่างราบคาบ ความร้อนที่สูงเกินมาตรฐานขนาดนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่า นี่ไม่ใช่เรื่องปกติของฤดูกาลอีกต่อไป

ทำไมสภาวะที่ สหราชอาณาจักรจ่อทุบสถิติร้อนสุดเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 35 องศาฯ ถึงน่ากังวล?

หลายคนอาจจะมองว่า 35 องศาฯ ในเมืองไทยเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประเทศเมืองหนาวอย่างอังกฤษ นี่เปรียบเสมือน “ฝันร้าย” เลยทีเดียว เพราะโครงสร้างพื้นฐาน อาคารบ้านเรือน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนที่นั่นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความร้อนระดับนี้ โดยมีข้อมูลผลกระทบที่น่าสนใจดังนี้:

  • บ้านเรือนในอังกฤษส่วนใหญ่ไม่มีระบบปรับอากาศ ทำให้ความร้อนสะสมภายในตัวบ้านสูงมาก
  • ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟหรือรถบัสอาจประสบปัญหาเนื่องจากรางหรือเครื่องยนต์ไม่รองรับอากาศร้อนจัด
  • สุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ที่มักจะฮีทสโตรกได้ง่ายหากไม่ระมัดระวัง

นอกจากสหราชอาณาจักรแล้ว ประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่างสเปน ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างก็เผชิญกับคลื่นความร้อนในลักษณะเดียวกัน โดยอุณหภูมิในสเปนพุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 10-15 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

ในฐานะที่เราอยู่ในเขตโซนร้อน เราอาจจะพอมีภูมิคุ้มกันมากกว่า แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโลกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่รุนแรงขึ้นทุกปี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลทั่วโลกต้องหันมาปรับโครงสร้างพื้นฐานให้รับมือกับโลกที่รุ่มร้อนกว่าเดิม ก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องชีวิตประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

ที่มา – สหราชอาณาจักรจ่อทุบสถิติร้อนสุดเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 35 องศาฯ

กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 26 พ.ค. 2569

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้ใครอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี หรือสมุทรปราการ ต้องรีบเช็กด่วนเลยครับ เพราะมีการประกาศจากทางการว่า กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 26 พ.ค. 2569 ในหลายพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบท่อประปาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นครับ

กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 26 พ.ค. 2569

การเตรียมตัวรับมือกับการขาดแคลนน้ำชั่วคราวเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นี้ ที่การประปานครหลวงจำเป็นต้องปิดปรับปรุงสถานีสูบจ่ายน้ำและตัดบรรจบท่อในหลายจุดพร้อมกัน หากใครอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้รองน้ำสะอาดใส่ถังไว้ใช้ล่วงหน้าเลยครับ

พื้นที่ได้รับผลกระทบจาก กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 26 พ.ค. 2569

สำหรับการปฏิบัติงานแบ่งออกเป็นหลายจุดตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงช่วงดึก โดยสรุปพื้นที่หลักๆ ที่ท่านควรเฝ้าระวัง ได้แก่:

  • โซนกรุงเทพฯ: ถนนอ่อนนุช, ถนนวุฒากาศ, ถนนลาดหญ้า, ถนนสมเด็จเจ้าพระยา, พหลโยธิน 1, รวมถึงย่านลาดพร้าววังหินและถนนสุวินทวงศ์ ซึ่งแต่ละจุดจะมีช่วงเวลาหยุดจ่ายน้ำที่แตกต่างกันไปครับ
  • โซนนนทบุรี: พื้นที่ซอยสามัคคี หมู่บ้านประชานิเวศน์ 2, บางกรวย-ไทรน้อย และละแวกท่าอิฐ
  • โซนสมุทรปราการ: ถนนบัวนครินทร์, ซอยบางพลี-สีล้ง และบริเวณริมคลองหัวเกลือ

นอกจากนี้ ยังมีการหยุดผลิตน้ำในโรงงานผลิตน้ำสามเสนในช่วงกลางคืน เพื่อให้การไฟฟ้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อถนนพหลโยธินฝั่งขาออกและถนนพระราม 6 ในช่วงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค. ถึง 05.00 น. ของวันที่ 27 พ.ค. 69 ครับ

เพื่อให้การใช้ชีวิตของท่านไม่ติดขัด แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดซอยบ้านของท่านให้ดีผ่านช่องทางหลักของการประปานครหลวง หากท่านอยู่ในจุดที่น้ำไหลอ่อน ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำปริมาณมากในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น การซักผ้าหรือเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้ เพื่อถนอมน้ำในถังพักสำรองของท่านให้เพียงพอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเสร็จสิ้นครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงทีนะครับ ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างราบรื่นครับ!

ที่มา – กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 26 พ.ค. 2569 พื้นที่ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ

เจาะลึกความแม่นยำในการทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เจาะลึกความแม่นยำในการทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นฤดูกาล สิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกตื่นเต้นไม่แพ้การดูเกมคือการลองทายผลการแข่งขัน หลายคนคงจำได้ว่าเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา เหล่ากูรูจาก BBC Sport กว่า 33 คนได้ออกมาทำนายกันว่าใครจะเป็นแชมป์และใครจะติดท็อปโฟร์ ซึ่งการ เจาะลึกความแม่นยำในการทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ของบรรดากูรูนั้น แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย

มีกูรูถึง 21 คนที่มั่นใจว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครทายถูกเกินสองทีมเลยด้วยซ้ำ แม้จะมีกูรู 6 ท่านที่คาดการณ์ว่าอาร์เซนอลจะคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่ก็มีเพียง Matthew Upson คนเดียวเท่านั้นที่ทายอันดับหนึ่งและสองได้ตรงเป๊ะตามตารางคะแนนจริง

ทำไมการ เจาะลึกความแม่นยำในการทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถึงเป็นเรื่องยาก

การวิเคราะห์ฟุตบอลเต็มไปด้วยตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้ แม้แต่นวัตกรรมสมัยใหม่อย่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta หรือเทคโนโลยี AI จาก Microsoft Copilot ก็ยังต้องเจอกับความท้าทาย ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta เคยทำนายว่าลิเวอร์พูลเป็นเต็งหนึ่ง แต่กลับมองข้ามพลังของทีมอื่นๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่ AI ก็คาดการณ์ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นแชมป์ ซึ่งก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครรู้ใจของลูกกลมๆ ได้ดีกว่าการแข่งขันจริงในสนาม

มุมมองต่อการ เจาะลึกความแม่นยำในการทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ของ Chris Sutton

อีกหนึ่งสีสันที่พลาดไม่ได้คือ Chris Sutton ที่ทำนายผลการแข่งขันตลอดทั้ง 380 เกมในฤดูกาลนี้ สิ่งที่น่าทึ่งคือการต่อสู้แย่งชิงความแม่นยำระหว่างเขากับ AI กลายเป็นดราม่าเล็กๆ ที่สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอล แม้สุดท้าย AI จะคว้าชัยชนะไปในเชิงสถิติ แต่ Sutton ก็ได้แสดงออกให้เห็นถึงความหลงใหลในเกมลูกหนังที่ไร้ขีดจำกัด

สรุปประเด็นน่าสนใจ:

  • กูรูส่วนใหญ่พลาดเป้าอย่างจังในเรื่องแชมป์
  • AI กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในการทำนายผล
  • การทำนายฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติ แต่คือเรื่องของความไม่แน่นอน

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นกูรูระดับโลก หรือเป็นเพียงแฟนบอลที่นั่งเชียร์อยู่หน้าจอ การทำนายผลนับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราสนุกกับพรีเมียร์ลีกมากยิ่งขึ้น ความผิดพลาดของกูรูในปีนี้สอนให้รู้ว่า พรีเมียร์ลีกไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ตายตัวเสมอไป แล้วคุณล่ะครับ ฤดูกาลหน้าคุณคิดว่าทีมไหนจะเป็นม้ามืดที่แท้จริง?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อภิสิทธิ์ เปิดแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ นำร่องตรวจ โครงการ AI ภาครัฐ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวร้อนแรงทางการเมืองล่าสุด เมื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “ส่องรัฐ” เพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยการอภิสิทธิ์ เปิดแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ นำร่องตรวจ โครงการ AI ภาครัฐ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเมืองไทยที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่ไปกับการตรวจสอบโดยภาคประชาชนครับ

อภิสิทธิ์ เปิดแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ นำร่องตรวจ โครงการ AI ภาครัฐ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ของภาครัฐกว่า 1,276 โครงการ รวมงบประมาณมหาศาลถึง 4,271 ล้านบาท แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ผลการวิเคราะห์จากระบบพบว่าโครงการเหล่านี้วนเวียนอยู่กับบริษัทเอกชนเพียง 3 กลุ่มเท่านั้น ซึ่งหลายโครงการยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าขาดความจำเป็นและอาจมีลักษณะการถือหุ้นไขว้หรือบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเป็นนัยยะสำคัญ

เจาะลึกความโปร่งใสผ่านแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะนี่คือบทพิสูจน์ความตั้งใจในการยกระดับมาตรฐานภาครัฐให้เข้าใกล้เกณฑ์ OECD มากขึ้น การที่ อภิสิทธิ์ เปิดแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ นำร่องตรวจ โครงการ AI ภาครัฐ จะช่วยให้ประชาชนเห็นช่องโหว่ของการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงที่เรามักพบเห็นในกระทรวงสำคัญอย่าง อว., ศธ. และ ดีอี โดยแพลตฟอร์มนี้จะมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:

  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของผู้บริหารบริษัทเอกชน
  • วิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการ AI ที่ภาครัฐอ้างว่าเพื่อประชาชน
  • สืบค้นความสอดคล้องของ TOR กับมาตรฐานสากล
  • เปิดพื้นที่ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสความผิดปกติ

ในฐานะฝ่ายค้าน การใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาจัดการข้อมูลถือเป็นวิธีที่แยบยลและสามารถตรวจสอบได้จริงจังมากกว่าการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว เพราะระบบสามารถดึงเอาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของบริษัทต่างๆ ออกมาให้เห็นได้อย่างรวดเร็ว พรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำว่าจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหากพบการกระทำที่ส่อถึงทุจริตอย่างร้ายแรง

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำไม่ใช่การของบประมาณมาทำโครงการ AI ราคาแพง แต่คือการเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใสตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบได้โดยตรง หวังว่าในอนาคตอันใกล้ แพลตฟอร์มนี้จะเปิดให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงและเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องเงินภาษีของพวกเราทุกคนครับ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เปิดแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” นำร่องตรวจ “โครงการ AI ภาครัฐ”พบวนแค่ 3 กลุ่มบริษัท

สนธิญา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายสนธิญา สวัสดี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ตรวจสอบการโพสต์ข้อความของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ในกรณีที่มีการหยิบยกประเด็นการเรียกร้องให้ยกเลิกองคมนตรีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง จนนำไปสู่ความกังวลว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่าง สนธิญา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108 – ม.112

สนธิญา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108 – ม.112

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยนายสนธิญาอ้างว่าการโพสต์ข้อความของนายปิยบุตรเกี่ยวกับองคมนตรีนั้น มีความพยายามที่จะเสนอให้ยกเลิกองคมนตรีเพื่อประหยัดงบประมาณ รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าบทบาทอาจทับซ้อนกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายสนธิญามองว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 108 และมาตรา 112 เนื่องจากองคมนตรีเป็นสถาบันที่ถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญและเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยตรง

รายละเอียดการตรวจสอบ สนธิญา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108 – ม.112

นายสนธิญาได้ชี้แจงเหตุผลในการร้องเรียนเพิ่มเติมว่า:

  • การนำข้อความเก่ามาเผยแพร่ซ้ำอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
  • องค์กรองคมนตรีไม่ใช่การเมือง และไม่มีอำนาจแทรกแซงการบริหารของรัฐบาล
  • ภารกิจขององคมนตรีในการติดตามโครงการพระราชดำริและช่วยเหลือน้ำท่วมเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชาติ

นอกจากนี้ นายสนธิญายังระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2564 ที่วางแนวทางเกี่ยวกับการกระทำอันอาจกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเขายังยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบบุคคลอื่นๆ ที่มีพฤติกรรมในลักษณะที่ใกล้เคียงกันต่อไป รวมถึงการเตรียมยื่นเรื่องเอาผิด น.ส.รักชนก ศรีนอก ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ในโลกออนไลน์ยังคงเป็นสมรภูมิทางความคิดที่ดุเดือด และทุกการแสดงความคิดเห็นย่อมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย การที่นายสนธิญาตัดสินใจยื่นตรวจสอบในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงขอบเขตของการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าเราจะมีความเห็นต่างอย่างไร กฎหมายรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญายังคงเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่สังคมไทยต้องยึดถือร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – “สนธิญา” ร้อง ปอท. ตรวจสอบ “ปิยบุตร” ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108 – ม.112

เซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คน

เซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คน

กลายเป็นข่าวฮือฮาและสร้างความตื่นตัวได้ไม่น้อย เมื่อนายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี ตัดสินใจทำภารกิจแบบด่วนจี๋ ด้วยการเซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คนทันทีหลังจากจบการประชุม โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้ใครได้ตั้งตัว เพื่อพิสูจน์ความเรียบร้อยของฝ่ายปกครองในพื้นที่

เบื้องหลังมาตรการสุดเข้มงวด

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 8.30 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ส. ภาค 1, สภ.บางใหญ่ และฝ่ายสาธารณสุขอำเภอ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อการประชุมวาระปกติจบลง เจ้าหน้าที่ประกาศปิดหอประชุมเพื่อกักตัวผู้เข้าร่วมทั้งหมด 258 คน ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ปกครอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจปัสสาวะทันที ซึ่งมาตรการ เซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คน ครั้งนี้ถือเป็นการปูพรมตรวจครั้งใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรของรัฐทุกระดับต้องปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริง

ผลสรุปการตรวจและมาตรการต่อไป

  • ผลการตรวจปัสสาวะทุกคนทั้ง 258 คน ไม่พบสารเสพติด
  • เน้นย้ำสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่
  • เตรียมเดินหน้าสุ่มตรวจต่อเนื่องตามนโยบายจังหวัดและรัฐบาล

นายสุรชัยได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝ่ายปกครองคือด่านหน้าและเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชน ดังนั้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่ได้รับผลเป็นลบทั้งหมดในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของกำนันและผู้ใหญ่บ้านในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย

การที่ เซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คน ได้สำเร็จและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ถือเป็นโมเดลที่น่าชื่นชมในการควบคุมดูแลบุคลากรในสังกัด คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง? การตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเช่นนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปราบปรามยาเสพติดในหน่วยงานราชการหรือไม่ ลองแสดงความคิดเห็นกันดูนะครับ

ที่มา – เซอร์ไพรส์ นายอำเภอบางใหญ่ สั่งปิดหอประชุมสุ่มตรวจปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 258 คน