วัน: 25 พฤษภาคม 2026

รัฐบาลเตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส

ช่วงนี้ใครที่กำลังเฝ้ารอการลงทะเบียนโครงการดีๆ อย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” ต้องฟังทางนี้ให้ดีเลยครับ เพราะตอนนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่เยอะมากที่หวังจะฉวยโอกาสจากความต้องการสิทธิ์ของประชาชน ด้วยการส่ง SMS หรือข้อความแปลกปลอมเข้ามาหลอกให้เรากดลิงก์ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้องครับ

รัฐบาลเตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส”

การลงทะเบียนโครงการรัฐทุกโครงการโดยเฉพาะโครงการที่มีคนสนใจเยอะอย่างไทยช่วยไทยพลัส มักจะเป็นเป้าหมายของเหล่ามิจฉาชีพที่ชอบส่งข้อความผ่านทาง SMS หรือไลน์ส่วนตัว โดยอ้างว่าให้คลิกลิงก์เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลเตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” อย่างเด็ดขาด เพราะช่องทางเดียวที่ปลอดภัยและเป็นทางการที่สุดคือการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้นครับ

วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันกลโกง เรามาดูวิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้นกันครับ

  • อย่ากดลิงก์จาก SMS หรือข้อความที่ไม่รู้จักเด็ดขาด ทางหน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายส่งลิงก์ผ่านช่องทางเหล่านี้
  • ตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียให้แน่ใจว่าต้องมีเครื่องหมายยืนยันตัวตน (Verified)
  • ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด เช่น เลขบัตรประชาชน หรือรหัส OTP

หากคุณพบข้อความที่เร่งให้รีบกดลิงก์หรืออ้างว่าจะหมดเวลา ให้ตั้งสติไว้ก่อนเลยว่านั่นคือกลลวงครับ การรักษาทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัวของเราเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และหากใครพบเห็นความผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ตำรวจครับ สุดท้ายนี้ อยากขอฝากให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น อย่าหลงเชื่อข่าวลือที่แชร์ต่อๆ กันมา เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงครั้งนี้ครับ

ที่มา – รัฐบาลเตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส”

Vision BMW ALPINA รถที่เจมส์บอนด์ 007 อยากขับ!

ถ้าพูดถึงยอดสายลับอังกฤษรหัส 007 อย่าง เจมส์ บอนด์ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเขาคือไอคอนแห่งยนตรกรรมหรู แม้ว่า Aston Martin จะเป็นรถคู่บุญ แต่ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าบอนด์ชอบลองของใหม่เสมอ และเมื่อโลกได้ยลโฉม Vision BMW ALPINA หลายคนก็ต่างคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือรถในฝันที่บอนด์คู่ควรที่สุด

ทำไม Vision BMW ALPINA รถที่เจมส์บอนด์ 007 อยากขับ ถึงน่าสนใจ

ขึ้นชื่อว่าเป็นรถของสายลับ ความโดดเด่นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง Vision BMW ALPINA รถที่เจมส์บอนด์ 007 อยากขับ! คันนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังซ่อนโปรไฟล์ความแรงและเทคโนโลยีล้ำสมัยเอาไว้ ซึ่งตอบโจทย์การทำภารกิจกู้โลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเร็วระดับ V8 และความเอ็กซ์คลูซีฟที่มีผลิตออกมาจำนวนจำกัด สะท้อนตัวตนของ 007 ได้อย่างชัดเจน

ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ Vision BMW ALPINA

นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว Vision BMW ALPINA รถที่เจมส์บอนด์ 007 อยากขับ! ยังมาพร้อมกับหัวใจหลักอย่างเครื่องยนต์ S68 ที่ให้พละกำลังมหาศาล รวมถึงฟีเจอร์ล้ำๆ ภายในห้องโดยสารที่อาจปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Panoramic Display หรือกลไกอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ นี่คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่างความหรูหราแบบค่ายใบพัดสีฟ้าและความโหดสไตล์สายลับ

  • ดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวผสานความคลาสสิกของ ALPINA
  • เครื่องยนต์ V8 ทรงพลัง แรงเหลือเฟือสำหรับการไล่ล่า
  • นวัตกรรมห้องโดยสารที่พร้อมปรับแต่งสำหรับงานจารกรรม

แม้ในความเป็นจริงเรายังต้องรอกันต่อไปว่า ใครจะมารับบท 007 คนต่อไป และรถคู่กายคันใหม่จะเป็นรุ่นไหน แต่หากทางผู้สร้างตัดสินใจเลือก Vision BMW ALPINA รับรองได้เลยว่านี่จะเป็นการรีบูตภาพลักษณ์ของสายลับอังกฤษที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างถล่มทลายทั่วโลกอย่างแน่นอน คุณคิดอย่างไร? จะยอมเปลี่ยนจาก Aston Martin มาเป็นค่ายใบพัดสีฟ้าดูบ้างไหม?

ที่มา – Vision BMW ALPINA รถที่เจมส์บอนด์ 007 อยากขับ!

ทนายเผย ทักษิณ ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

อัปเดตสถานะล่าสุด: ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังเฝ้าจับตามองกันอย่างใกล้ชิด สำหรับความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดทางทีมทนายความได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญผ่านสื่อมวลชนว่า ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM โดยการรายงานตัวในครั้งแรกนี้เดิมทีมีกำหนดการในวันที่ 25 พฤษภาคม แต่ได้มีการประสานแจ้งเหตุผลขอขยับเวลาออกไปก่อน

รายละเอียดการรายงานตัวและข้อเท็จจริงเรื่องกำไล EM

สำหรับประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงมีการเลื่อนกำหนดการนั้น ทางกรมคุมประพฤติได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามขั้นตอนปกติ เพียงแค่ต้องมีการประสานงานและแจ้งเหตุผลความจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่รับทราบตามระเบียบที่วางไว้ ทั้งนี้ ในกรณีของ ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM นั้น ทางทนายความได้ย้ำชัดเจนว่า สถานะในปัจจุบันของอดีตนายกฯ ยังคงติดกำไล EM อยู่ตามเดิม และยังไม่มีการยื่นเอกสารเพื่อขอถอดกำไลแต่อย่างใด

หลายคนอาจสงสัยว่าการติดกำไล EM นั้นมีขั้นตอนการปลดอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริงมีดังนี้:

  • การปลดกำไลชั่วคราว: หากมีเหตุจำเป็นด้านสุขภาพหรือการรักษาพยาบาล สามารถยื่นเอกสารทางการแพทย์เพื่อขอพิจารณาปลดชั่วคราวได้ เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาจะต้องสวมใส่ตามเดิม
  • การปลดกำไลถาวร: จำเป็นต้องยื่นเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาพักการลงโทษ เพราะเงื่อนไขนี้เป็นมติจากคณะกรรมการโดยตรง

อย่างไรก็ตาม สำหรับกำหนดการรายงานตัวตามกรอบเวลาเดิมที่เหลืออยู่นั้น มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ครั้งแรก: 28 พ.ค. (เลื่อนจาก 25 พ.ค.)
  • ครั้งที่ 2: 27 มิ.ย.
  • ครั้งที่ 3: 29 ก.ค.
  • ครั้งที่ 4: 31 ส.ค.

ท้ายที่สุด การรายงานตัวดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขของการพักโทษ ซึ่งผู้ถูกคุมประพฤติทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้จะมีสิทธิ์แจ้งเลื่อนได้หากมีเหตุอันควร แต่ก็ต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ สำหรับข่าวคราวเรื่อง ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM นับว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาตามปกติภายใต้กฎระเบียบของกรมคุมประพฤติที่เปิดช่องไว้ให้สำหรับกรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งเรายังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากนี้กระบวนการพักโทษจะดำเนินไปในทิศทางใด

ที่มา – ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

ชาวบ้านคึกคัก แห่กดรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงกำลังตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ กับมาตรการเยียวยาจากภาครัฐที่ปล่อยออกมาล่าสุด สำหรับบรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บอกได้เลยว่าคึกคักสุดๆ ตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านต่างเปิดหน้าจอโทรศัพท์เฝ้ารอกันอย่างพร้อมเพรียง หลายคนหวังว่าโครงการนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

ชาวบ้านคึกคัก แห่กดรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลายคนหวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

แม้ว่าในช่วงแรกของการใช้งาน ระบบจะมีความล่าช้าไปบ้างเนื่องจากมีผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมหาศาล แต่ภาพรวมที่เห็นตามตลาดเช้าต่างๆ เช่น ตลาดหน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ หรือตลาดใต้สะพานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือความตั้งใจของประชาชนที่ต้องการเข้าถึงสิทธิเพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังว่าจะช่วยฟื้นกำลังซื้อที่ซบเซาลงไปให้กลับมาสดใสได้

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส

แม่ค้าหลายท่านสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้จะยังไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใดในระยะยาวท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง แต่มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลหันมามองความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับผู้สูงอายุหรือใครที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องเทคโนโลยี ก็ได้ลูกหลานหรือเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ทำให้การยืนยันตัวตนผ่านระบบเป็นไปอย่างเป็นระบบและทั่วถึงมากขึ้น

  • ขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ซับซ้อนสำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐมาก่อน
  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันในระดับครัวเรือน
  • กระตุ้นการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของโครงการไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขผู้ลงทะเบียนเท่านั้น แต่อยู่ที่การนำเงินไปใช้จ่ายจริงและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ตรงจุด หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่รับสิทธิแล้ว อย่าลืมวางแผนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าเพื่อให้เงินในโครงการเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวคุณและเศรษฐกิจไทยครับ ส่วนใครที่ยังกังวลเรื่องการใช้งานก็สามารถศึกษาขั้นตอนหรือสอบถามคนรอบข้างได้ ทุกคนพร้อมให้คำแนะนำเสมอ เพื่อให้เราก้าวผ่านช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – ชาวบ้านคึกคัก แห่กดรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลายคนหวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน หลังอพยพประชาชนกว่า 4 หมื่นคน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามสถานการณ์ระทึกขวัญในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กรณีเกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ล่าสุดมีข่าวดีเล็กน้อยเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ความเสี่ยงในการระเบิดลดลง

พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน และลดความยืดเยื้อของสถานการณ์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อถังเก็บสารเมทิลเมทาคริเลต ปริมาณกว่า 26,000 ลิตร เกิดการรั่วไหลอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า 40,000 คน ออกจากพื้นที่เมืองการ์เดนโกรฟเป็นการด่วน เนื่องจากเกรงว่าไอระเหยจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและอาจเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ได้ โดยพื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างดิสนีย์แลนด์เพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

ความคืบหน้าล่าสุดและมาตรการป้องกันความปลอดภัย

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างใกล้ชิดของหน่วยดับเพลิงออเรนจ์เคาน์ตี ทำให้ยืนยันได้ว่าเรื่องการ พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน ภายในถังได้บางส่วน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงต้องทำงานแข่งกับเวลา ฉีดน้ำหล่อเย็นตัวถังอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น

  • การประกาศภาวะฉุกเฉินโดยผู้ว่าการรัฐกาวิน นิวซัม เพื่อเร่งจัดสรรความช่วยเหลือ
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงรองรับประชาชนที่ต้องละทิ้งบ้านเรือน
  • การเฝ้าระวังผลกระทบจากสารเมทิลเมทาคริเลตซึ่งเป็นสารไวไฟสูง

แม้ว่าจะ พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน ไปได้บ้างแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด เพราะความปลอดภัยของชีวิตสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายลงโดยเร็วโดยไม่เกิดเหตุร้ายซ้ำเติม และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังปฏิบัติภารกิจท่ามกลางความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

ที่มา – พบรอยร้าวถังสารเคมีพิษในแคลิฟอร์เนีย อาจช่วยลดแรงดัน หลังอพยพประชาชนกว่า 4 หมื่นคน

ไทยช่วยไทยพลัส แจ้ง รอผลลงทะเบียน 3 วัน ต้องทำอย่างไร?

เชื่อว่าหลายคนกำลังตื่นเต้นกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส แจ้ง “รอผลลงทะเบียน 3 วัน” หลังจากที่แอปฯ เป๋าตังเปิดให้เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิกันสดๆ ร้อนๆ สำหรับใครที่กดสมัครแล้วขึ้นข้อความนี้ ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะนี่คือขั้นตอนปกติของระบบที่กำลังตรวจสอบคุณสมบัติของคุณอยู่

หากคุณพบข้อความที่ระบุว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่คุณอาจไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาก่อน ระบบจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและอนุมัติสิทธิให้คุณอย่างรอบคอบนั่นเองครับ

หากเจอสถานะ ไทยช่วยไทยพลัส แจ้ง “รอผลลงทะเบียน 3 วัน” ต้องทำอย่างไร

เมื่อสถานะขึ้นแบบนี้ สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงอย่างเดียวคือ “รอ” ครับ แนะนำให้หมั่นเช็กการแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง หรือคอยดู SMS ในมือถือที่ลงทะเบียนไว้ หากได้รับสิทธิแล้ว คุณจะได้รับข้อความยืนยันว่า “ลงทะเบียนสำเร็จ” และสามารถเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป

วิธีใช้สิทธิและเติมเงินเข้า G Wallet

หลังจากได้รับข้อความยืนยันว่าลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส แจ้ง “รอผลลงทะเบียน 3 วัน” ผ่านไปและเช็กสถานะว่าสำเร็จแล้ว ก็เตรียมพร้อมใช้งานได้ทันทีครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง แล้วไปที่แบนเนอร์โครงการ
  • กดปุ่มเติมเงินเข้า G Wallet ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Mobile Banking, QR PromptPay หรือตู้ ATM
  • เมื่อมียอดเงินใน G Wallet แล้ว สามารถเริ่มสแกนจ่ายเงินร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ทันที

โครงการนี้จำกัดสิทธิเพียง 30 ล้านสิทธิเท่านั้น ดังนั้นหากใครที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว อย่าลืมเตรียมพร้อมและวางแผนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าภายในระยะเวลาโครงการที่กำหนด คือตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 นะครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยคลายความกังวลให้กับเพื่อนๆ ได้ หากใครยังรอผลอยู่ก็ใจเย็นๆ กันก่อน ระบบอาจจะใช้เวลาประมวลผลบ้างตามคิวครับ ขอให้ทุกคนได้รับสิทธิกันถ้วนหน้าและได้ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคักกันอีกครั้ง!

ที่มา – ไทยช่วยไทยพลัส แจ้ง “รอผลลงทะเบียน 3 วัน” ขึ้นแบบนี้ต้องทำอย่างไร

โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ที่สิงคโปร์ มีผลต่อประเทศไทยไหม

โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ที่สิงคโปร์ มีผลต่อประเทศไทยไหม

ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์ ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบกลับมายังประเทศไทยหรือไม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกคำตอบจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา เพื่อคลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่ประชาชนครับ

ทำความเข้าใจกับการระบาดของ โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ที่สิงคโปร์ มีผลต่อประเทศไทยไหม

สำหรับประเด็นที่ว่า โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ที่สิงคโปร์ มีผลต่อประเทศไทยไหม นั้น หมอยงได้อธิบายว่า แม้สายพันธุ์ที่ระบาดในสิงคโปร์จะเป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 แต่สายพันธุ์นี้เคยระบาดใหญ่ในไทยไปเมื่อปีที่แล้วเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นด้วยภูมิคุ้มกันเดิมที่ประชากรไทยมีอยู่ บวกกับธรรมชาติของไวรัสที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสที่จะกลับมาระบาดซ้ำในรูปแบบเดิมนั้นมีน้อยมาก และปัจจุบันสายพันธุ์หลักของโลกได้ขยับไปไกลกว่านั้นแล้ว

หากมองในมุมของฤดูกาล เราจะพบว่าสิงคโปร์มักจะมีการระบาดของไวรัสทางเดินหายใจในช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่รูปแบบการระบาดมักจะเริ่มต้นหลังสงกรานต์และพีคสุดในช่วงกลางปี ก่อนจะทยอยลดลงตามลำดับ ทั้งนี้ หมอยงได้สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองในช่วงที่นักเรียนเริ่มเปิดเทอม ดังนี้:

  • ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลให้ถูกวิธี 5 ขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ชุมชนที่มีความหนาแน่นสูง เช่น รถไฟฟ้า
  • หมั่นรับประทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาด และใช้ช้อนกลางเสมอ
  • ผู้ที่มีอาการป่วยควรรับผิดชอบต่อผู้อื่นด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือในช่วงหลังสงกรานต์ปีนี้ ประเทศไทยไม่ได้เกิดการระบาดใหญ่เหมือนปีก่อนหน้า แต่น่าจะเป็นการระบาดตามฤดูกาลร่วมกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือ RSV มากกว่า ดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะภูมิคุ้มกันของคนไทยในปัจจุบันนั้นครอบคลุมและเพียงพอต่อการรับมือกับโควิด-19 ในรูปแบบนี้แล้ว

ในส่วนของวัคซีน หมอยงยังให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า เมื่อโรคลดความรุนแรงลงจนกลายเป็นโรคประจำฤดูกาล ความจำเป็นในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าและประวัติการใช้ที่ยาวนานของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การเฝ้าระวังสุขภาพตนเองและสุขอนามัยส่วนบุคคลจึงยังคงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคในปัจจุบัน

ที่มา – “หมอยง” ไขข้อสงสัย “โควิด-19” ที่กำลังระบาดอยู่ที่สิงคโปร์ มีผลต่อประเทศไทยไหม

อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ

อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ

ช่วงนี้สถานการณ์ที่อินเดียกำลังน่าเป็นห่วงอย่างมากครับ เพราะล่าสุด อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั่วโลก โดยเฉพาะในรัฐเตลังกานาทางตอนใต้ ที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 45 องศาเซลเซียสจนร่างกายมนุษย์แทบจะรับไม่ไหวครับ

อันตรายจากฮีตสโตรก: ภัยเงียบที่มาพร้อมความร้อนจัด

เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นกว่าระดับปกติ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือภาวะฮีตสโตรก (Heatstroke) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่า เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดยาวนาน ร่างกายจะเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เลือดจะมีความข้นหนืดมากขึ้น จนนำไปสู่ความเสี่ยงอวัยวะภายในล้มเหลว ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ ในตอนนี้ครับ

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11.00 – 16.00 น.
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน ไม่ควรรอให้หิวน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่ง ระบายอากาศได้ดี
  • เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์เป็นพิเศษ

สถานการณ์ตอนนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคอย่างหนัก ในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียง ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เพราะทุกคนต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพื่อประทังชีวิต ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การพึ่งพาถ่านหินเป็นพลังงานหลักของโลกจะยังคงยั่งยืนหรือไม่ ในวันที่ธรรมชาติเริ่มแสดงอาการตอบโต้ที่รุนแรงเช่นนี้

แม้รัฐบาลอินเดียจะพยายามผลักดันเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2070 แต่เหตุการณ์ที่ตอกย้ำว่า อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ ครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเราทุกคนต้องหันกลับมาตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังครับ สำหรับใครที่วางแผนเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงนี้ ต้องเพิ่มความระมัดระวังและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – อินเดียเผชิญคลื่นความร้อนขั้นวิกฤติ ดับจากฮีตสโตรกแล้ว 16 ศพ

ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด เบนซิน-ดีเซล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์พลังงานกันหน่อย กับข้อมูล ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัววางแผนการเดินทางและบริหารค่าใช้จ่ายในกระเป๋าได้อย่างแม่นยำครับ เพราะการเช็กราคาล่วงหน้าก่อนเข้าปั๊มเป็นนิสัยที่ดีที่จะช่วยให้เราเลือกเติมน้ำมันได้คุ้มค่าที่สุด

ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท

วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาจากปั๊มชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ เพื่อให้คุณทราบราคาต่อลิตรสำหรับทุกกลุ่มเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานครับ

สรุปภาพรวม ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล”

สำหรับข้อมูลราคานี้เป็นราคากลางที่ประกาศโดยแต่ละแบรนด์ โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ดังนี้ครับ:

ราคาน้ำมัน บางจาก

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.20 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 42.20 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 44.90 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ปตท.

  • เบนซิน อยู่ที่ 54.49 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 42.20 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 37.90 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.39 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน เชลล์

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 45.40 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.20 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน พีที และ ซัสโก้

  • พีที แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.90 บาท/ลิตร
  • พีที เบนซิน อยู่ที่ 54.99 บาท/ลิตร
  • ซัสโก้ เบนซิน อยู่ที่ 54.64 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน คาลเท็กซ์

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 55.06 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร

การติดตาม ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท นอกจากจะช่วยให้เราประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยให้เราตัดสินใจเลือกเกรดน้ำมันที่เหมาะสมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถคุณได้อีกด้วย อย่าลืมเช็กระดับน้ำมันก่อนออกเดินทางไกลทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยนะครับ หากวันไหนมีข่าวการปรับราคาล่วงหน้า การเติมน้ำมันไว้ตั้งแต่วันนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท