วัน: 26 พฤษภาคม 2026

ลั้นลา บางกะเจ้า ทริปฟื้นชุมชนและสร้างเยาวชนรักษ์ถิ่น

ลั้นลา บางกะเจ้า ทริปฟื้นชุมชนและสร้างเยาวชนรักษ์ถิ่น

วันนี้ขอพาทุกคนไปสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าประทับใจสุดๆ กับทริป ลั้นลา บางกะเจ้า ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ทริปท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นโครงการที่ตั้งใจฟื้นฟูชุมชนและสร้างสำนึกรักษ์ถิ่นให้แก่เยาวชน โดยการผนึกกำลังจากหลายภาคส่วน อาทิ สมาคมเสริมศึกษาสัมพันธ์ธรรมศาสตร์ และ อพท. เพื่อพาทุกคนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ณ ปอดของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

การเดินทางในทริป ลั้นลา บางกะเจ้า จะเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มุ่งหน้าสู่บางกะเจ้า ซึ่งแต่ละกิจกรรมถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการชมพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย การพายเรือชมป่าจาก หรือแม้แต่การลองทำขนมจากและดื่มน้ำสมุนไพรแสนอร่อย ที่สำคัญคือกำไรทั้งหมดจะหมุนเวียนกลับสู่คนในพื้นที่ เพื่อให้พวกเขาได้มีกำลังใจในการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ต่อไป

พลังของคน 3 รุ่นในกิจกรรม ลั้นลา บางกะเจ้า

ไฮไลต์ที่น่าสนใจที่สุดของทริป ลั้นลา บางกะเจ้า คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 16-18 ปี ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฐานะ “ยุวทูตสิ่งแวดล้อม” ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุที่มาร่วมทริป ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัยได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกยังได้รับทุนการศึกษาและใบประกาศนียบัตร เพื่อใช้ต่อยอดทักษะการทำงานและการสื่อสารเรื่องราวของบ้านเกิดตัวเอง

  • เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนบางกะเจ้าอย่างใกล้ชิด
  • สนับสนุนรายได้ให้กับร้านค้าและผู้ประกอบการในท้องถิ่น
  • กิจกรรมพายเรือและชมป่าจากที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด
  • การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวัยรุ่นและผู้สูงอายุ

ดร.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ได้ย้ำเสมอว่า การที่บางกะเจ้าจะเป็นปอดสีเขียวให้กรุงเทพฯ ได้อย่างยั่งยืนนั้น ชุมชนต้องพึ่งพาตัวเองได้ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลการท่องเที่ยวที่ไม่ได้มุ่งหวังแค่ความสนุก แต่ยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งเรื่องการศึกษา เมืองที่ยั่งยืน และการดูแลสิ่งแวดล้อม

หากใครกำลังมองหาทริปวันหยุดที่ได้ทั้งความสุขและได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผืนป่าให้คงอยู่ตลอดไป อย่าพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ เพราะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นพลังเล็กๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ชุมชนและธรรมชาติได้อย่างชัดเจน

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม สามารถติดตามข้อมูลและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ Facebook สมาคมเสริมศึกษาสัมพันธ์ธรรมศาสตร์

ที่มา – ทริปดูแลปอดของกรุงเทพฯ “ลั้นลา บางกะเจ้า” ช่วยฟื้นชุมชน พร้อมสร้างเยาวชนรักษ์ถิ่น

สั่งด่วน ให้ทุกอำเภอ ช่วยประชาชน-ร้านค้า ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส

เชื่อว่าหลายคนกำลังเจอปัญหาหนักใจกับการเข้าร่วมโครงการรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส ที่หลายคนทำรายการไม่ผ่านสักที ล่าสุดทางอธิบดีกรมการปกครอง ได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการด่วนให้ทุกอำเภอทั่วประเทศส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ

สั่งด่วน ให้ทุกอำเภอ ช่วยประชาชน-ร้านค้า ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส

ปัญหาหลักที่พบในขณะนี้คือการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนบนแอปฯ เป๋าตังไม่ผ่าน อีกทั้งคนจำนวนมากยังไม่เข้าใจขั้นตอนการใช้งาน ส่งผลให้เกิดความแออัดที่ธนาคารกรุงไทย ดังนั้นการที่ทางกรมการปกครองสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และปลัดอำเภอลงมาช่วยดูแลประชาชนและร้านค้าในการ ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยลดภาระของทุกคนได้เป็นอย่างมากครับ

ทำไมต้องรีบลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส?

โครงการนี้ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ออกมาบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการดังนี้:

  • ร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส ยืนยันสิทธิได้จนถึง 30 กันยายน 2569
  • ร้านค้าใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน สามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
  • ต้องตรวจสอบการกดรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ให้เรียบร้อย

หากใครที่ยังติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการสมัครหรือการใช้งานแอปพลิเคชัน ขอให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ของท่านได้เลยครับ เพราะการ ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส ให้ถูกต้องครบถ้วนจะช่วยให้ท่านได้รับสิทธิประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด อย่าลืมเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ทางการของโครงการด้วยนะครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ผมมองว่าการที่ภาครัฐขยับตัวลงมาช่วยเหลือถึงระดับหมู่บ้านเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยี และทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกระจายไปถึงมือร้านค้าโชห่วยและประชาชนตัวเล็กตัวน้อยได้อย่างทั่วถึงจริงๆ ครับ

ที่มา – สั่งด่วน ให้ทุกอำเภอ ช่วยประชาชน-ร้านค้า ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส

ทรานเมียร์แต่งตั้ง คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

ทรานเมียร์แต่งตั้ง คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

แฟนบอลเดอะโรเวอร์สได้เฮกันยกใหญ่! ล่าสุดสโมสร ทรานเมียร์แต่งตั้ง คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ทีมต้องพบกับฤดูกาลที่ยากลำบากอย่างหนักในลีกทู โดยกว่าจะรอดพ้นจากการตกชั้นไปสู่เนชันนัลลีกได้ก็ต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลเลยทีเดียว

เหตุผลที่ ทรานเมียร์แต่งตั้ง คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

การเข้ามาคุมทีมของ Darrell Clarke ในครั้งนี้ถือเป็นความหวังใหม่ของสโมสร ด้วยประสบการณ์การคุมทีมมาแล้วถึง 7 สโมสร ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการกอบกู้สถานการณ์ของทรานเมียร์ โรเวอร์ส เจ้าตัวเซ็นสัญญาระยะเวลา 2 ปี เพื่อเริ่มภารกิจยกระดับทีมให้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

ในบทสัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ของสโมสร คลาร์กได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้ามารับงานที่นี่ เพราะทรานเมียร์เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นและเต็มไปด้วยความหลงใหล ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทีมเดินหน้าต่อไปได้

ความคาดหวังหลังการ ทรานเมียร์แต่งตั้ง คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

สำหรับภารกิจของกุนซือวัย 48 ปีรายนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาต้องเร่งปรับจูนทัพนักเตะให้พร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า สิ่งที่แฟนบอลต้องการเห็นไม่ใช่แค่การรอดตกชั้น แต่คือการสร้างระบบการเล่นที่มั่นคงและดุดัน ซึ่งคลาร์กเคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วในช่วงที่คุมทีมบริสตอล โรเวอร์ส

เราคงต้องมาติดตามกันว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทีมเพียงใด แต่เชื่อได้เลยว่าพลังความมุ่งมั่นของบรรดาแฟนบอลและการวางกลยุทธ์ของกุนซือป้ายแดงจะทำให้บรรยากาศที่สนามเพรนตัน พาร์ค พลิกฟื้นกลับมาคึกคักอย่างแน่นอนครับ ใครที่รอเชียร์ทรานเมียร์ในปีหน้า บอกเลยว่าน่าสนใจสุดๆ ว่าพวกเขาจะสอดแทรกขึ้นไปอยู่ในกลุ่มหัวตารางได้หรือไม่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้

เชื่อว่าหลายคนยังคงสะเทือนใจกับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้ ถือเป็นภาพที่บีบหัวใจคนไทยทั้งประเทศอย่างยิ่ง โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากนายพรชัย หรือแจ๊ค อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ได้ลงมือก่อเหตุสยองขวัญด้วยการทำร้ายร่างกายภรรยาจนบาดเจ็บสาหัสและขังไว้ในบ้าน ก่อนจะลงมือสังหารลูกเลี้ยงวัย 13 ปีอย่างเหี้ยมโหด

ญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกรธแค้นของชาวบ้านและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ซึ่งถือเป็น ญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้ โดยน้าสาวของผู้ตายได้กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ถือรูปถ่ายของหลานสาวมายืนประจันหน้าผู้ต้องหา พร้อมตะโกนถามด้วยความเจ็บปวดว่าทำไมถึงต้องฆ่าหลานของเธอ ก่อนจะลั่นวาจาว่าจะไม่มีวันอโหสิกรรมให้กับฆาตกรรายนี้ไม่ว่าจะชาติใดก็ตาม

เบื้องหลังความสูญเสียจากคดีสะเทือนขวัญ

จากการตรวจสอบประวัติของนายพรชัย พบว่าเป็นบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นคดีพยายามฆ่า คดีข่มขืน และคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งการที่ผู้มีประวัติอาชญากรรมซ้ำซากเช่นนี้กลับเข้ามาในสังคมและก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง เป็นประเด็นที่น่าตั้งคำถามว่ากระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีช่องโหว่ตรงไหนหรือไม่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้ อาจเป็นเพราะพิษของยาเสพติดที่เข้าไปทำลายสติสัมปชัญญะ โดยข้อมูลจากตำรวจระบุว่านายพรชัยมีการใช้สารเสพติดจนขาดสติ นำไปสู่การกระทำที่โหดร้ายเกินกว่าที่มนุษย์จะทำกันได้

  • ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก ได้แก่ ฆ่าผู้อื่น, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1, ขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย
  • กระแสสังคมเรียกร้องให้มีการลงโทษขั้นสูงสุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
  • ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวาและประณามพฤติกรรมของผู้ต้องหาอย่างหนัก

ความยุติธรรมคงเป็นสิ่งเดียวที่จะเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียได้ แม้ว่าจะไม่สามารถเรียกชีวิตเด็กน้อยกลับคืนมาได้ แต่การที่คนทำผิดต้องได้รับโทษอย่างสาสมตามกฎหมาย คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราควรเรียกร้อง เพื่อความปลอดภัยของเด็กและผู้หญิงในสังคม อย่าปล่อยให้คนอันตรายลอยนวลจนกลายเป็นฝันร้ายของครอบครัวใครอีกเลย

ที่มา – ญาติเด็กหญิงวัย 13 ถูกพ่อเลี้ยงฆ่าโหด ถือรูปถามฆ่าหลานทำไม ลั่นไม่อโหสิฯ ให้

เที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล สงขลาจัดใหญ่ปี 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายท่องเที่ยวทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกสำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเยือนภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลา เพราะล่าสุดทางจังหวัดได้เตรียมจัดงานใหญ่ที่น่าสนใจมาก นั่นก็คือ เที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล ซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อยกยกระดับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ครับ

สัมผัสเสน่ห์งานเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล

การจัดงาน เที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล ในปี 2569 นี้ นับว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาวเกาะยอและพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาร่วมสัมผัสวิถีชีวิตคนสองทะเลอย่างใกล้ชิด งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอครับ

ไฮไลท์สำคัญในงานเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล

ภายในงานเพื่อนๆ จะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจมากมาย ซึ่งออกแบบมาให้ครบทั้งความสนุกและความรู้ ดังนี้ครับ:

  • ขบวนแห่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม: ชมความงดงามรอบทะเลสาบสงขลาที่ถ่ายทอดผ่านขบวนวัฒนธรรมสุดตระการตา
  • ชมการแสดงพื้นบ้าน: ทั้งหนังตะลุง และโนรา ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่าของภาคใต้
  • ตลาดของดีเกาะยอ: ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถศิลป์ และชิมอาหารพื้นบ้านรสเด็ด
  • การประกวดศิลปวัฒนธรรม: อาทิ การแกะหนังตะลุง แทงหยวก และแฟชั่นโชว์ผ้าไทย
  • ฟรีคอนเสิร์ต: พบกับศิลปินชื่อดัง “บุ๋ม ปาจรีย์” และวงดนตรีจากเยาวชนในพื้นที่

งานนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้เกาะยอเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนอีกด้วย สำหรับใครที่ชื่นชอบบรรยากาศย้อนยุค ของอร่อยพื้นถิ่น และอยากเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเลขนานแท้ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดครับ การที่ทางจังหวัดทุ่มเทจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เรารักและหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ใครที่สนใจก็เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพบกันที่เกาะยอนะครับ รับรองว่าได้รูปสวยๆ และความประทับใจกลับไปแน่นอน!

ที่มา – สงขลาจัดใหญ่ งานเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ครม. อนุมัติผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 – อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

เชื่อว่าเหล่านักสะสมเหรียญกษาปณ์และแฟนกีฬาทั่วไทยต้องตื่นเต้นอย่างแน่นอนครับ เพราะเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวดีออกมาว่า คณะรัฐมนตรีหรือ ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของไทยในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับภูมิภาค นั่นก็คือการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก “ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 – อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” นั่นเองครับ

รายละเอียด ครม. อนุมัติผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก “ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 – อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13”

การผลิตเหรียญในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของที่ระลึกทั่วไปนะครับ แต่เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป นอกจากนี้ยังถือเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่เปรียบเสมือนขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬาทุกท่านครับ

ข้อมูลสำคัญของการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก “ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 – อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13”

  • ชนิดเหรียญ: เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา
  • ชนิดราคา: 20 บาท
  • วัตถุประสงค์: เพื่อเป็นอนุสรณ์และเผยแพร่พระเกียรติคุณในโอกาสประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดกีฬา

สำหรับใครที่กำลังวางแผนอยากจะเก็บสะสมเหรียญรุ่นนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ เพราะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกแต่ละรุ่นที่ทางภาครัฐจัดผลิตขึ้นมักมีจำนวนจำกัดและมีคุณค่าทางจิตใจสูงมาก อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยในรายการ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยการจัดทำครั้งนี้ใช้งบประมาณจากเงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของทางภาครัฐนั่นเองครับ

ในมุมมองของผม เหรียญเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่เงินตราครับ แต่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ที่จะทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการจัดการ ความสวยงามของพิธีเปิด หรือความสามารถของนักกีฬา ซึ่งการมีเหรียญเก็บไว้ถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง หากใครที่เป็นนักสะสมตัวยง อย่าลืมคอยติดตามข่าวสารวันเปิดให้แลกเหรียญอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะของดีแบบนี้หมดแล้วหมดเลยแน่นอน!

ที่มา – ครม. อนุมัติผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก “ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 – อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13”

ครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี

ครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ วัดแหลมทราย จังหวัดสงขลา ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี อดีตข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของครอบครัวและสังคม ถือเป็นวาระสำคัญที่ทางครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเพลิงศพด้วยความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

ความหมายของงาน ครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี

ในงานพิธีนี้ นอกจากความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักแล้ว ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเคารพยกย่อง โดยครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี อย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งยังได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประทานผ้าไตรและไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพิธีอันเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ที่ได้อุทิศตนทำงานเพื่อชาติและประชาชนมาอย่างยาวนาน

พิธีในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยญาติมิตรและผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนที่ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น เพื่อส่งดวงวิญญาณของคุณกัลยา บุญญามณี เป็นครั้งสุดท้าย

ภายในงาน ครอบครัวบุญญามณีได้แสดงถึงความกตัญญูและจิตสาธารณะ โดยมีการจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลที่น่าชื่นชม ดังนี้:

  • บริจาคเงินจำนวน 5,075,066 บาท ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อส่งต่อการรักษาและการแพทย์
  • มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในเขตเทศบาลนครสงขลา จำนวน 10 แห่ง เพื่อสนับสนุนอนาคตของเยาวชน
  • สานต่อเจตนารมณ์ของคุณแม่กัลยา บุญญามณี ที่มีความรักในการให้และช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด

การจากไปของคุณกัลยาไม่เพียงแต่ทิ้งไว้ซึ่งความอาลัย แต่ทิ้งไว้ซึ่งแบบอย่างของการเป็นข้าราชการที่ดีและผู้มีจิตเมตตา การที่ครอบครัวได้นำเงินที่ได้รับจากการร่วมบุญไปทำประโยชน์ต่อส่วนรวมเช่นนี้ ถือเป็นการสร้างกุศลครั้งสุดท้ายที่งดงามยิ่ง ท้ายที่สุดนี้ เราขอร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวบุญญามณีและขอชื่นชมในความตั้งใจดีที่ได้ดำเนินพิธีการอย่างสมเกียรติและสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง

ที่มา – ครอบครัวบุญญามณี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกัลยา บุญญามณี

World Sevens Football คืออะไร? ทำความรู้จักการแข่งขันรูปแบบใหม่

World Sevens Football คืออะไร? ทำความรู้จักการแข่งขันรูปแบบใหม่

คุณเคยสงสัยไหมว่าการแข่งขันฟุตบอลที่เราคุ้นเคย หากถูกปรับเปลี่ยนมาเล่นในรูปแบบที่เร้าใจยิ่งขึ้นจะเป็นอย่างไร? วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ World Sevens Football หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า W7F ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงในวงการฟุตบอลหญิง โดยนี่คือการแข่งขันฟุตบอลแบบ 7 คนที่รวมเอาสโมสรชั้นนำมาร่วมชิงชัยในรูปแบบ ‘Grand Slam’ ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุคนี้

รูปแบบการแข่งขัน World Sevens Football เป็นอย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่าการจัดการแข่งขัน World Sevens Football นั้นมีกติกาอย่างไร ในทัวร์นาเมนต์นี้แต่ละทีมจะมีผู้เล่นในทีมชุดใหญ่สูงสุด 14 คน โดยลงทำการแข่งขันในสนามหญ้าที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของสนามมาตรฐาน 11 คน เกมหนึ่งจะใช้เวลาเพียง 30 นาที แบ่งครึ่งละ 15 นาที ซึ่งด้วยเวลาที่สั้นและพื้นที่ที่กะทัดรัด ทำให้เกมการแข่งขันเต็มไปด้วยความเร็วและการบุกที่ดุดัน นอกจากนี้ยังมีกติกาการเปลี่ยนตัวแบบ Unlimited Rolling Substitutions หรือเปลี่ยนได้ไม่จำกัด เพื่อความต่อเนื่องและเข้มข้นของเกม

สำหรับการแข่งขันครั้งล่าสุดนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 8 สโมสร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยทีมที่มีคะแนนดีที่สุด 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เพื่อไปชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศต่อไป

รายละเอียดและเงินรางวัลของ World Sevens Football

การแข่งขันนี้ก่อตั้งโดยทีมนักธุรกิจชาวอเมริกันอย่าง Jennifer Mackesy และ Justin Fishkin แม้ว่าในอดีตจะมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ แต่สำหรับการแข่งขันปีนี้มีการปรับงบประมาณเงินรางวัลลงมาอยู่ที่ 1.5 ล้านดอลลาร์ โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 500,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินที่น่าสนใจมากสำหรับฟุตบอลรายการพิเศษเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการเงินรางวัลในรูปแบบนี้ถือเป็นเรื่องน่าติดตามว่าทางผู้จัดจะวางทิศทางอย่างไรในอนาคต

หากคุณชื่นชมความท้าทายใหม่ๆ ในวงการกีฬา นี่คือรายการที่ไม่ควรพลาด ซึ่งแฟนบอลชาวไทยหรือต่างชาติสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของสโมสร หรือผ่าน Sky Sports ในสหราชอาณาจักร การได้เห็นซูเปอร์สตาร์ฟุตบอลหญิงลงเล่นในพื้นที่ที่เล็กลงทำให้เราเห็นทักษะเฉพาะตัวที่คมกริบกว่าเดิม

ความสนุกของ World Sevens Football ไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการยกระดับการแข่งขันฟุตบอลหญิงให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น หากคุณชอบเกมที่รวดเร็วและไม่น่าเบื่อ รายการนี้คือคำตอบสำหรับคุณอย่างแน่นอน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคน

ทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคน

ในขณะที่โลกฟุตบอลกำลังพูดถึงการก้าวลงจากตำแหน่งของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เราจึงอยากชวนคอบอลทุกคนมาทดสอบความจำกันสักหน่อยว่า คุณยังจำได้ไหมว่ามีใครบ้างที่เคยพาทีมคว้าแชมป์สูงสุดของอังกฤษใบนี้มาครองได้สำเร็จ

ทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคน

การแข่งขันพรีเมียร์ลีกนั้นเต็มไปด้วยตำนานและกุนซือระดับสมองเพชรที่หมุนเวียนกันเข้ามาสร้างประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน การจะทำภารกิจ ทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคน ให้ครบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนอกจากจะมีกุนซือระดับตำนานอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือ อาร์แซน เวนเกอร์ แล้ว ยังมีกุนซือม้ามืดที่พาทีมคว้าแชมป์แบบช็อกโลกอีกด้วย

ทดสอบความแม่นยำด้วยการทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคน

คุณมั่นใจแค่ไหนว่าคุณคือแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง? มาร่วมทดสอบความรู้ฟุตบอลของคุณกันดูว่า ระหว่างกุนซือมากฝีมือที่คุ้นเคย หรือกุนซือที่เคยเข้ามาสร้างปาฏิหาริย์เพียงช่วงสั้นๆ คุณจะสามารถลิสต์รายชื่อของพวกเขาเหล่านั้นออกมาได้ครบถ้วนหรือไม่ การเล่นเกมทายชื่อผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทุกคนนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยทบทวนความทรงจำในอดีต แต่ยังทำให้เราเห็นถึงวิวัฒนาการของแท็กติกฟุตบอลที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย

  • เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (แมนฯ ยูไนเต็ด)
  • อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซนอล)
  • โชเซ่ มูรินโญ่ (เชลซี)
  • เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้)
  • เคลาดิโอ รานิเอรี่ (เลสเตอร์ ซิตี้)
  • อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี)
  • เยอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)

แต่ละชื่อที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าประทับใจ การคว้าแชมป์ในลีกที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดในโลกนั้นต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ ความอดทน และโชคชะตาที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

หากคุณคิดว่าตัวเองแม่นยำพอ อย่าลืมลองไปท้าทายเพื่อนๆ ในกลุ่มดูว่าใครจะเป็นคนเก็บแต้มได้สูงที่สุดในการทายชื่อกุนซือเหล่านี้ นอกจากความสนุกแล้ว เกมนี้ยังทำให้เราเห็นคุณค่าของความพยายามที่เหล่าผู้จัดการทีมได้ทุ่มเทให้กับสโมสรของพวกเขาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการใช้สมองฟื้นความหลังไปพร้อมกับเรา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ