วัน: 1 มิถุนายน 2026

WHO เปิดศูนย์รักษาอีโบลาแห่งใหม่ในคองโก หวังสกัดการระบาดที่ลุกลามรวดเร็ว

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อ WHO เปิดศูนย์รักษาอีโบลาแห่งใหม่ในคองโก หวังสกัดการระบาดที่ลุกลามรวดเร็ว ในเมืองบูเนีย เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามของผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกที่ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง

WHO เปิดศูนย์รักษาอีโบลาแห่งใหม่ในคองโก หวังสกัดการระบาดที่ลุกลามรวดเร็ว

การประกาศเปิดศูนย์รักษาแห่งใหม่ในเมืองบูเนียถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังต่อสู้อย่างหนัก แต่พบว่าอัตราการแพร่กระจายของเชื้อยังคงรวดเร็วกว่ามาตรการควบคุมที่มีอยู่ องค์การอนามัยโลกจึงเร่งระดมทรัพยากรเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอดภัยที่สุด

ศักยภาพของศูนย์และการรับมือวิกฤต

ศูนย์รักษาแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในพื้นที่ระบาด โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • รองรับผู้ป่วยได้สูงสุด 100 เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัยสำหรับดูแลอาการหนัก
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในพื้นที่และจากกรุงกินชาซามาประจำการ
  • มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวังและป้องกันโรค

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่ WHO เปิดศูนย์รักษาอีโบลาแห่งใหม่ในคองโก หวังสกัดการระบาดที่ลุกลามรวดเร็ว ต้องเผชิญคือข้อเท็จจริงที่ว่า อีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวยังคงไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างยากลำบากกว่าปกติ

แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ทางองค์การอนามัยโลกก็นำเสนอข่าวดีว่า มีผู้ป่วยบางรายเริ่มหายและเตรียมออกจากโรงพยาบาลได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหากได้รับการดูแลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ผู้ป่วยก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี สำหรับตัวเลขผู้ต้องสงสัยติดเชื้อที่พุ่งสูงกว่า 900 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งนั้น สะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวินาทีนี้

ผมมองว่าการควบคุมโรคระบาดในพื้นที่ที่ทรัพยากรจำกัดเช่นนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชน การที่ WHO ให้ความสำคัญและลงพื้นที่เองถือเป็นสัญญาณที่ดีในการกระตุ้นให้นานาชาติหันมาให้ความสนใจและร่วมมือกันยับยั้งความสูญเสียไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ครับ

ที่มา – WHO เปิดศูนย์รักษาอีโบลาแห่งใหม่ในคองโก หวังสกัดการระบาดที่ลุกลามรวดเร็ว

รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์แบตใหญ่ แบต 12V ลูกเล็กเสื่อมเมื่อไหร่

หลายคนมักเข้าใจผิดว่ารถยนต์ไฟฟ้าดับเพราะแบตเตอรี่ก้อนใหญ่หมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์แบตใหญ่ แบต 12V ลูกเล็กเสื่อมเมื่อไหร่ ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นได้ทันที เพราะแบตเตอรี่ 12V ลูกเล็กนี้เปรียบเสมือนสมองกลที่คอยจ่ายไฟเลี้ยงระบบควบคุมทั้งหมด หากไฟตรงนี้ไม่เสถียร ต่อให้คุณจะมีแบตเตอรี่ก้อนใหญ่เต็ม 100% รถก็อาจจะสตาร์ทไม่ติดหรือดับกลางทางได้ครับ

เข้าใจความสำคัญของ รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์แบตใหญ่ แบต 12V ลูกเล็กเสื่อมเมื่อไหร่

หลายคนมองข้ามแบตเตอรี่ลูกเล็กไป เพราะคิดว่ารถ EV ขับเคลื่อนด้วยแบตแรงดันสูง แต่แบตเตอรี่ 12 โวลต์ กลับทำหน้าที่สำคัญในการปลุกระบบและสับสวิตช์แรงดันสูง (Main Contactor) ให้ทำงาน หากแบตเตอรี่ก้อนนี้หมด รถของคุณก็จะกลายเป็นก้อนเหล็กทันที นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์แบตใหญ่ แบต 12V ลูกเล็กเสื่อมเมื่อไหร่ เพราะนี่คือแหล่งพลังงานสำรองที่สำคัญที่สุดในช่วงวิกฤตครับ

หน้าที่หลักและระบบการชาร์จไฟของแบตเตอรี่ 12V

แบตเตอรี่ 12V ไม่ได้มีไว้แค่ให้ไฟส่องสว่าง แต่ยังควบคุมสิ่งเหล่านี้:

  • ระบบ ECU และหน้าจอ Infotainment
  • เซ็นเซอร์รอบคันและกล้องมองหลัง
  • ระบบความปลอดภัย เช่น ABS และถุงลมนิรภัยในกรณีฉุกเฉิน

ในรถ EV จะไม่มีไดชาร์จเหมือนรถน้ำมัน แต่จะใช้ระบบ DC-to-DC Converter ทำหน้าที่แปลงไฟจากแบตหลักมาเติมให้แบต 12V โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นขณะขับขี่หรือจอดทิ้งไว้

บทสรุปที่เจ้าของรถ EV ต้องจำให้แม่น

สำหรับคนที่กำลังใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ผมขอเตือนว่าอย่ามองข้ามการตรวจเช็กระยะแบตเตอรี่ลูกเล็ก เพราะถ้าแบตลูกใหญ่หมด คุณเพียงแค่จอดแล้วรอรถสไลด์ แต่ถ้าแบต 12V หมด รถคุณจะไม่สามารถปลุกระบบได้เลยแม้แต่การปลดล็อกประตู ทั้งนี้ แบตเตอรี่ลูกเล็กในรถ EV มักเป็นชนิด Deep Cycle ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อการชาร์จและคายประจุบ่อยครั้ง การดูแลรักษาแบต 12V จึงไม่ต่างจากการดูแลระบบหัวใจของรถที่คุณไม่ควรประมาทเป็นอันขาดนะครับ

ที่มา – รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์แบตใหญ่ แบต 12V ลูกเล็กเสื่อมเมื่อไหร่ จอดไม่ต้องแจวนะจ๊ะ

เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องออกไปทำธุระนอกบ้านคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก ซึ่งครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ งานนี้ใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีครับ

เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

สาเหตุหลักของปรากฏการณ์นี้มาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ นอกจากฝนแล้ว ยังมีเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันที่ชาวเรือต้องระมัดระวัง เพราะคลื่นอาจสูงถึง 2-3 เมตรเลยทีเดียว

รายละเอียดจังหวัดและพื้นที่เสี่ยงภัย

จากการประกาศเตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก เราได้ลิสต์รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังไว้ดังนี้ครับ:

  • พื้นที่ฝนตกหนักมาก: ระนอง และพังงา
  • ภาคเหนือ: ตาก และกำแพงเพชร
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร รวมไปถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือที่ลุ่มต่ำ ขอให้เฝ้าระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ นอกจากนี้ ควรรีบตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ปลั๊กไฟที่อยู่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม และเตรียมมือถือให้พร้อมรับข่าวสารจากหน่วยงานราชการอยู่เสมอ การเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ

สุดท้ายนี้ ฝากทุกคนดูแลสุขภาพและขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังบนถนนที่เปียกลื่น ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้ การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือช่องทางของภาครัฐอย่างต่อเนื่องจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้เราปลอดภัยครับ หากพบสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถแจ้งเหตุได้ทันทีผ่านสายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยาครับ

ที่มา – เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

ชาวชิลีแห่ชม บลูไมโครมูน ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของพระจันทร์เต็มดวงกันมาบ้าง แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนในประเทศชิลีเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ชาวชิลีแห่ชม “บลูไมโครมูน” ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก ซึ่งถือว่าเป็นการรวมตัวกันของเหล่านักดาราศาสตร์สมัครเล่นและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติเพื่อชมความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไม่สามารถเห็นได้บ่อยนักนะครับ

ทำความรู้จัก บลูไมโครมูน ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก

หลายคนอาจจะสงสัยว่า บลูไมโครมูน คืออะไรกันแน่ ทำไมถึงมีความพิเศษขนาดนั้น คำอธิบายทางดาราศาสตร์ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้หมายถึงพระจันทร์เต็มดวงที่อยู่ ณ ตำแหน่งที่ห่างจากโลกมากที่สุดในรอบปี ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับซูเปอร์มูนที่เรามักได้ยินชื่อกันบ่อยๆ เพราะซูเปอร์มูนคือช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด แต่นี่คือจุดที่ไกลที่สุด ทำให้หลายคนในประเทศชิลีต่างออกมาร่วมกิจกรรมส่องกล้องมองดูความงามของ ชาวชิลีแห่ชม “บลูไมโครมูน” ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก กันอย่างคึกคัก

ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับบลูมูน

คำว่า บลูมูน หรือพระจันทร์สีน้ำเงิน นั้นไม่ได้หมายความว่าดวงจันทร์จะมีสีน้ำเงินจริงๆ แต่อย่างใดนะครับ แต่เป็นชื่อเรียกทางดาราศาสตร์ที่ใช้สำหรับปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวง 2 ครั้งภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งหาชมได้ยากมากในแต่ละปี โดยในครั้งนี้เมื่อผนวกเข้ากับความเป็นไมโครมูน จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เหล่านักดูดาวต่างเฝ้ารอคอย โดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดขึ้นในอุทยานแห่งชาติของชิลีที่เน้นการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการเดินป่า

  • ดวงจันทร์ห่างจากโลกประมาณ 406,135 กิโลเมตร
  • กิจกรรมเน้นการส่งเสริมดาราศาสตร์และธรรมชาติ
  • ปรากฏการณ์นี้ยังรวมถึงการที่ดวงจันทร์บังดาวแอนทาเรสอีกด้วย

ความพิเศษอีกประการหนึ่งที่ทำให้ ชาวชิลีแห่ชม “บลูไมโครมูน” ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก ครั้งนี้พิเศษมากคือ ผู้สังเกตการณ์ในซีกโลกใต้บางพื้นที่ยังสามารถเห็นดาวแอนทาเรสหายลับไปหลังดวงจันทร์ชั่วคราว ถือเป็นประสบการณ์เปิดโลกให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ศึกษาดาราศาสตร์มานานก็ตาม

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของดาราศาสตร์หรือความสวยงามของท้องฟ้า ผมอยากแนะนำให้ลองติดตามตารางปรากฏการณ์ต่างๆ ของท้องฟ้าไว้เสมอ เพราะในแต่ละปีจะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอ การได้ออกไปสัมผัสกับธรรมชาติและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องฟ้านอกจากจะให้ความรู้แล้ว ยังช่วยให้เราได้ผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – ชาวชิลีแห่ชม “บลูไมโครมูน” ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงหาชมยาก

คิม จองอึน พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ

คิม จองอึน พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ

กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจอีกครั้ง เมื่อสื่อทางการเกาหลีเหนือได้เผยแพร่ภาพกิจกรรมความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำสูงสุด โดย คิม จองอึน พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ อัมนกในเมืองซินอุยจู ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่สะท้อนถึงการมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างจริงจัง

เบื้องหลังการลงพื้นที่ของ คิม จองอึน พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การตรวจเยี่ยมปกติ แต่เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณสำคัญไปยังประชาชนถึงความก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เข้ามาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องที่เรื้อรังมานาน โดยพื้นที่เมืองซินอุยจูนั้นถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อกับประเทศจีน ทำให้การพัฒนาในจุดนี้มีความหมายต่อเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก

นอกเหนือจากเรื่องความมั่นคงทางอาหาร สิ่งที่สื่อทั่วโลกเฝ้าจับตามองคือบทบาทของ คิม จูแอ บุตรสาวที่ร่วมติดตามคณะไปในทุกภารกิจสำคัญ นี่คือประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมครั้งนี้:

  • การพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่: การใช้โรงเรือนกระจกช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่อิงกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • ความมั่นคงทางเสบียงอาหาร: การเร่งผลิตอาหารในพื้นที่ริมแม่น้ำอัมนก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
  • การสื่อสารภาพลักษณ์ผู้นำ: คิม จองอึน พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้นำเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ภาคสนามด้วยตัวเองประกอบกับมีทายาทร่วมคณะด้วยนั้น มักจะถูกตีความได้หลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงทางนโยบายหรือการเตรียมความพร้อมทางด้านการเมืองในอนาคต แต่สำหรับประชาชนคนในประเทศแล้ว สิ่งที่พวกเขารอคอยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนโยบายเหล่านี้

การผลักดันภาคเกษตรให้ทันสมัยท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความตั้งใจของทางการเกาหลีเหนือที่โชว์ผ่านสื่อบ่อยครั้งก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือวาระแห่งชาติที่ขาดไม่ได้ ส่วนบทบาทของครอบครัวผู้นำผู้น้อยนั้น จะมีอิทธิพลต่อทิศทางของประเทศในอนาคตอย่างไร เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าฟาร์มขนาดใหญ่เหล่านี้จะส่งผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “คิม จองอึน” พาลูกสาวตรวจงานฟาร์มเรือนกระจกริมแม่น้ำ

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด เบนซิน-ดีเซล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลสำคัญที่ทุกคนต้องรู้ก่อนขับรถออกจากบ้านกันครับ กับราคาน้ำมันวันนี้ 1 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของเราทุกคนครับ ดังนั้นการเช็กราคาน้ำมันก่อนเข้าปั๊มจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลราคาจากสถานีบริการน้ำมันชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ เพื่อให้คุณได้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำครับ โดยราคาน้ำมันวันนี้ 1 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาทนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

รายละเอียดราคาน้ำมันจากปั๊มต่างๆ

บางจาก: ดีเซล B20 35.20 บาท/ลิตร, ไฮดีเซล S 40.70 บาท/ลิตร, ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส 58.25 บาท/ลิตร, GSH95S EVO 42.90 บาท/ลิตร, GSH91S EVO 42.53 บาท/ลิตร, GSH E20S EVO 37.90 บาท/ลิตร

ปตท.: ดีเซล 40.70 บาท/ลิตร, ดีเซล B20 35.20 บาท/ลิตร, เบนซิน 52.49 บาท/ลิตร, ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 50.99 บาท/ลิตร, GSH95S EVO 42.90 บาท/ลิตร, GSH91S EVO 42.53 บาท/ลิตร

เชลล์: เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร, เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.03 บาท/ลิตร, เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล 49.84 บาท/ลิตร, เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล 40.70 บาท/ลิตร

พีที: แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.90 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 42.53 บาท/ลิตร, เบนซิน 52.99 บาท/ลิตร, ดีเซล 40.70 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 37.90 บาท/ลิตร

ซัสโก้: เบนซิน 95 ราคา 52.64 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.90 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 42.53 บาท/ลิตร, ดีเซล 40.70 บาท/ลิตร

คาลเท็กซ์: โกลด์ 95 เทครอน 53.41 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน 42.90 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน 42.53 บาท/ลิตร, ดีเซล เทครอน 40.70 บาท/ลิตร

การรับทราบราคาน้ำมันช่วยให้เราสามารถจัดการงบประมาณค่าเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยามที่ราคามีความผันผวนสูง การเลือกเติมน้ำมันที่ให้ความคุ้มค่าและเหมาะกับประเภทเครื่องยนต์รถของคุณ ถือเป็นวิธีฉลาดในการประหยัดค่าน้ำมันได้ในระยะยาว อย่าลืมเช็กราคาหน้าปั๊มอีกครั้งก่อนเติมจริงนะครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 1 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับโครงการดีๆ อย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” กันครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่าต้องทำอย่างไรถึงจะรับสิทธิ์และใช้งานได้ นี่คือคู่มือวิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ที่ผมสรุปมาให้แบบเน้นๆ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐครับ

วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนกว่า 43 ล้านคน โดยรัฐจะสนับสนุนค่าสินค้าและบริการในอัตราร้อยละ 60 สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สำหรับขั้นตอนการใช้งานนั้นง่ายมาก เพียงคุณมีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ติดเครื่องไว้ ก็เริ่มลุยได้เลยครับ

ขั้นตอนการใช้สิทธิ์แบบมือโปร

สำหรับวิธีการเข้าใช้งาน วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก มีขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • เปิดแอปฯ “เป๋าตัง” ขึ้นมา แล้วกดที่แบนเนอร์โครงการ
  • กดเลือกปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์จ่ายเงิน
  • สแกน QR ร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการ
  • กดยืนยันการชำระเงิน หากเงินใน G-Wallet ไม่พอ ระบบจะให้คุณเติมเงินจากบัญชีกรุงไทยครับ
  • ใส่รหัส PIN 6 หลักเพื่อยืนยัน
  • อย่าลืมบันทึกสลิปทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงนะครับ

สำหรับการใช้งาน วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก นั้น สามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ทุกวัน จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 ครับ

ข้อควรระวังในการสั่งฟู้ดเดลิเวอรี

นอกจากการซื้อของที่ร้านแล้ว คุณยังสามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมรายการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยรัฐจะช่วยจ่ายเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าส่ง อย่าลืมบริหารจัดการสิทธิ์ให้ดี เพราะยอดที่เหลือในแต่ละเดือนไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้ครับ

สินค้าไหนร่วมโครงการบ้าง?

คุณสามารถใช้สิทธิ์เลือกซื้อร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, ร้าน OTOP และบริการขนส่งสาธารณะได้เต็มที่ แต่ขอย้ำว่าห้ามนำไปซื้อสินค้าต้องห้ามอย่างแอลกอฮอล์, ยาสูบ, หรือบริการที่ต้องจ่ายล่วงหน้าจำพวกสปาและร้านทำผมนะครับ เพราะสิทธิ์นี้เน้นการอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง

ผมมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเราได้ทุกวัน ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนใช้งานกันอย่างคุ้มค่าและตรวจสอบสิทธิ์ตัวเองบ่อยๆ นะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเช็กรายละเอียดได้ที่แอปฯ เป๋าตังได้เลยครับ!

ที่มา – วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก

รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลไม่น้อย สำหรับการประกาศ รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก ชุดล่าสุดภายใต้การคุมทีมของ โทนี่ โปโปวิช โดยในครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์สำคัญเมื่อบรรดาดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่าง เตเต้ เยนกี และ คริสเตียน โวลปาโต ต่างตบเท้าเข้าสู่ทีมชุด 26 คนสุดท้ายอย่างน่าจับตามองใน รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก แม้ว่าทั้งคู่จะมีชื่อเข้ามาทดสอบทีมในช่วงท้ายก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นก็ตาม

วิเคราะห์การจัดทัพใน รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก

การตัดสินใจเลือกผู้เล่นใน รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก ครั้งนี้ถือว่าไม่ง่ายสำหรับกุนซืออย่าง โทนี่ โปโปวิช เพราะต้องแลกมาด้วยการตัดชื่อนักเตะประสบการณ์สูงอย่าง มาร์ติน บอยล์ ออกจากทีมไปอย่างน่าเสียดาย ถือเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดเพื่อมองหาความสดใหม่และความรวดเร็วในเกมรุก โดยเฉพาะผลงานของ เยนกี ในเจลีกที่ทำได้ถึง 6 ประตูจาก 22 นัด ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเขามีดีพอที่จะลงเล่นในเวทีระดับโลก

ดาวเด่นในทีมชุดลุยบอลโลก

นอกจากแข้งหน้าใหม่แล้ว แกนหลักของทีมใน รายชื่อทีมชาติออสเตรเลียลุยบอลโลก ยังคงคึกคักไปด้วยนักเตะประสบการณ์สูง ไม่ว่าจะเป็น แมตต์ ไรอัน และ แมทธิว เลคกี ที่กำลังลุ้นสร้างสถิติลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 4 รวมถึง แฮร์รี่ ซูททาร์ ที่จะเข้ามาเติมความแข็งแกร่งในแผงหลังให้กับทีมอีกด้วย ทั้งนี้ ทัพซอคเกอร์รูส์มีคิวเตรียมความพร้อมด้วยการเจอทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะประเดิมสนามนัดสำคัญกับตุรกีในวันที่ 14 มิถุนายนนี้

รายชื่อขุนพลที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • ผู้รักษาประตู: ไรอัน, อิซโซ, บีช
  • กองหลัง: เบฮิช, บอส, เบอร์เกส, เซอร์คาติ, เดเกเน็ค, เจเรีย, แฮร์ริงตัน, อิตาเลียโน, ซูททาร์, ทรูวิน
  • กองกลาง: เดฟลิน, รุสติช, เออร์ไวน์, เมตคาล์ฟ, โอคอน-อิงค์สเตอร์, โอเนลล์
  • กองหน้า: อิรันคุนดา, เลคกี, มาบิล, ตูเร, เวลลูปิลลี, โวลปาโต, เยนกี

ความหวังของทีมชาติออสเตรเลียในการฝ่าฟันอุปสรรคในทัวร์นาเมนต์นี้ จะขึ้นอยู่กับการผสานงานระหว่างความเก๋าสุดแกร่งกับพลังงานของดาวรุ่งที่เพิ่งถูกเรียกตัว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในส่วนของชื่อผู้เล่นที่หลุดไป แต่แฟนบอลหลายคนก็ยังเชื่อมั่นว่าขุมกำลังชุดนี้มีความสมดุลและพร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทีมยักษ์ใหญ่ได้แน่นอน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อาร์เซนอลเปิดศึกเปแอสเช แย่งตัวมอร์แกน โรเจอร์ส จากวิลลา

อาร์เซนอลเปิดศึกเปแอสเช แย่งตัวมอร์แกน โรเจอร์ส จากวิลลา

กระแสข่าวการซื้อขายนักเตะในช่วงนี้กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง และหนึ่งในดีลที่น่าจับตาที่สุดคือการที่ อาร์เซนอลเปิดศึกเปแอสเช แย่งตัวมอร์แกน โรเจอร์ส ปีกตัวเก่งของแอสตัน วิลลา มาร่วมทีม โดยมิเกล อาร์เตต้า กุนซือปืนใหญ่ต้องการดึงนักเตะวัย 23 ปีรายนี้เข้ามาเพื่อต่อยอดความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะไม่ง่าย เพราะยอดทีมจากฝรั่งเศสอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็พร้อมที่จะกระโดดเข้าร่วมวงล่าลายเซ็นของนักเตะรายนี้เช่นกัน

สถานการณ์ล่าสุดเมื่ออาร์เซนอลเปิดศึกเปแอสเช แย่งตัวมอร์แกน โรเจอร์ส

วงการฟุตบอลยุโรปกำลังจับตามองดีลนี้อย่างใกล้ชิด เพราะชื่อชั้นของทั้งอาร์เซนอลและเปแอสเชต่างเป็นทีมระดับหัวแถว การที่ อาร์เซนอลเปิดศึกเปแอสเช แย่งตัวมอร์แกน โรเจอร์ส ในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ว่านักเตะดาวรุ่งจากวิลลาผลงานดีเพียงใด หากมองย้อนกลับไปถึงฟอร์มการเล่นของโรเจอร์สที่โดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมยักษ์ใหญ่หลายทีมถึงอยากได้ตัวเขาไปครอบครอง

ข่าวลือการย้ายทีมอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากข่าวของโรเจอร์สแล้ว ในตลาดยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นอีกมากมาย:

  • เดแคลน ไรซ์: เรอัล มาดริด กำลังจับตาดูมิดฟิลด์รายนี้ของอาร์เซนอลอย่างใกล้ชิด หลังจากประทับใจในความเป็นผู้นำและความแข็งแกร่ง
  • อลิสซอน เบ็คเกอร์: นายด่านจอมหนึบของลิเวอร์พูลมีแผนที่จะสื่อสารกับกุนซือคนใหม่ว่าเขาต้องการย้ายไปหาความท้าทายที่ยูเวนตุส
  • เอแดร์ซอน: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้บรรลุข้อตกลงคว้าตัวมิดฟิลด์จากอตาลันต้าด้วยค่าตัวประมาณ 35 ล้านปอนด์
  • ราฟาเอล เลเอา: ดาวเตะเอซี มิลาน กำลังตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมในพรีเมียร์ลีก ทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และอาร์เซนอล

ในมุมมองของเรา ตลาดซื้อขายรอบนี้มีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการดึงดูดผู้เล่นระดับสตาร์ไปสู่ลีกต่างๆ ทั่วโลก การที่ทีมระดับท็อปต้องแข่งกันแย่งนักเตะฝีเท้าดีแสดงให้เห็นว่าราคาค่าตัวและอำนาจการเจรจามีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่ามอร์แกน โรเจอร์ส จะเลือกต้นสังกัดใหม่ที่ไหน เขาจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของทีมนั้นอย่างแน่นอน แล้วคุณล่ะคิดว่าเขาควรเลือกไปที่ไหน ระหว่างอาร์เซนอลที่มีโครงการการเล่นที่ชัดเจน กับเปแอสเชที่มีขุมกำลังระดับโลก?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ