วัน: 2 มิถุนายน 2026

เปิดช่องทางรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาอัปเดตสำหรับใครที่รอคอยการลงทะเบียน เปิดช่องทางรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ประจำปี 2569 โดยล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาเคาะมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยกันอีกรอบครับ งานนี้บอกเลยว่าสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่คนใหม่ที่ต้องเตรียมตัว แต่กลุ่มเดิมก็ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ทางกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ผู้ที่มีสิทธิในปัจจุบันทุกคนจำเป็นต้องเข้ามาทำรายการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ระบบได้คัดกรองคุณสมบัติให้เป็นปัจจุบันที่สุดตามเกณฑ์การพิจารณาใหม่ ใครไม่อยากพลาดสวัสดิการดีๆ จากภาครัฐ ต้องรีบอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนนะครับ

เปิดช่องทางรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่

การลงทะเบียนเที่ยวนี้มีความเข้มข้นในเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ สำหรับคุณสมบัติหลักๆ คือต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบ เช่น รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อเกินกำหนด นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์เกี่ยวกับที่ดินและการถือครองยานพาหนะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

ช่องทางลงทะเบียนและการยืนยันสิทธิ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการทราบว่า เปิดช่องทางรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ทำได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง ท่านสามารถดำเนินการได้สะดวกผ่านทาง:

  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ทางรัฐ”
  • เว็บไซต์โครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
  • เครื่อง ATM ธนาคารกรุงไทย
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ระยะเวลาในการลงทะเบียนยืนยันสิทธิจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 21 มิถุนายน 2569 นี้เท่านั้นนะครับ ดังนั้นหากใครรู้ตัวว่าเป็นกลุ่มเดิมหรือเป็นผู้ตกหล่น ต้องรีบจัดการในกรอบเวลานี้ หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือไปที่หน่วยลงทะเบียนใกล้บ้านได้เลยครับ

ในส่วนของการประกาศผล ทางรัฐจะแจ้งผลให้ทราบในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งหากใครผ่านเกณฑ์ก็เตรียมตัวใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับพี่น้องประชาชนทุกคนครับ อย่าลืมเตือนคนรอบข้างหรือญาติผู้ใหญ่ให้เตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของท่านเอาไว้นะครับ

ที่มา – เปิดช่องทางรับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ ย้ำ “กลุ่มเดิม” ต้องลงทะเบียน

โตโยต้า มอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 17 ผู้แทนจำหน่ายยอดเยี่ยม ด้วยแนวคิด CIRCLE OF TRUST

โตโยต้า มอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 17 ผู้แทนจำหน่ายยอดเยี่ยม ด้วยแนวคิด CIRCLE OF TRUST

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการจัดงานมอบรางวัลอันทรงเกียรติประจำปี 2025 ในชื่อ Toyota President’s Excellent Award 2025 โดยงานนี้ถือเป็นการประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของ 17 ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ โดยทั้งหมดนี้เป็นการเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์สำคัญที่เรียกว่า CIRCLE OF TRUST ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

กว่า 60 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าไม่ได้แค่ขายรถยนต์ แต่เรามุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน การที่ โตโยต้า มอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 17 ผู้แทนจำหน่ายยอดเยี่ยม ด้วยแนวคิด CIRCLE OF TRUST ในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า แนวคิด Customer First หรือการให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่งนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมเสมอมา

แนวคิด CIRCLE OF TRUST คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

นิยามของ CIRCLE OF TRUST หรือ “วงจรแห่งความเชื่อมั่น” คือระบบนิเวศแห่งการบริการที่เชื่อมโยงทุกจุดสัมผัสของลูกค้าเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การก้าวเข้ามาในโชว์รูมจนถึงการดูแลหลังการขาย ซึ่งการที่ โตโยต้า มอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 17 ผู้แทนจำหน่ายยอดเยี่ยม ด้วยแนวคิด CIRCLE OF TRUST นั้น ไม่ได้เป็นเพียงการให้รางวัลเพื่อเป็นเกียรติเท่านั้น แต่เป็นการเน้นย้ำถึงความพยายามของเหล่าตัวแทนจำหน่ายที่ทุ่มเทในการรักษาคุณภาพมาตรฐานระดับสากล

รายชื่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่:

  • บริษัท โตโยต้านครนายก จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าดีเยี่ยม จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าเชียงราย จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าเมืองเพชร จำกัด
  • บริษัท โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าริช จำกัด
  • บริษัท โตโยต้า พรีเมี่ยม พิษณุโลก จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าพะเยา (1994) ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าตาปี จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด
  • บริษัท โตโยต้า อันดามัน กระบี่ จํากัด
  • บริษัท โตโยต้า ล้านนา จำกัด
  • บริษัท โตโยต้า ดีลักซ์ จำกัด
  • บริษัท โตโยต้ากาญจนบุรี 1995 ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด
  • บริษัท โตโยต้า สุวรรณภูมิ จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าอินทนนท์ จำกัด
  • บริษัท โตโยต้าเพชรบุรี (2024) จำกัด

รางวัลนี้ยังตอกย้ำว่า ความไว้วางใจของลูกค้าเกิดจากการบริการที่จริงใจและใส่ใจในทุกรายละเอียด หากใครกำลังมองหาประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับจากโตโยต้า ลองแวะไปที่ผู้แทนจำหน่ายชั้นนำเหล่านี้ดูครับ รับรองว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นใจที่โตโยต้ามอบให้ในทุกเส้นทาง

ที่มา – โตโยต้า มอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 17 ผู้แทนจำหน่ายยอดเยี่ยม ด้วยแนวคิด CIRCLE OF TRUST

เจ้าของสโมสรเซาแธมป์ตันจะไม่ไล่ Eckert ออกจากกรณี Spygate

เจ้าของสโมสรเซาแธมป์ตันจะไม่ไล่ Eckert ออกจากกรณี Spygate

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลอังกฤษ เมื่อ Dragan Solak เจ้าของสโมสรเซาแธมป์ตัน ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า **เจ้าของสโมสรเซาแธมป์ตันจะไม่ไล่ Eckert ออกจากกรณี Spygate** แม้ว่าหัวหน้าโค้ชรายนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การแอบสอดแนมคู่แข่งในลีก Championship จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

Solak เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์สุดพิเศษว่าเขายังคงให้ความเชื่อมั่นในตัว Tonda Eckert และมองว่าเป็นความผิดพลาดที่สามารถให้อภัยได้ โดยเขากล่าวว่า “ผมคิดว่าเขาควรได้รับโอกาสครั้งที่สอง และผมพร้อมที่จะให้โอกาสนั้น เพราะผมเชื่อมั่นว่าเขาคือผู้จัดการทีมที่มีพรสวรรค์สูงมาก” โดยตัว Eckert เองก็ได้ออกมาทำคลิปวีดีโอเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อแฟนบอลด้วยตัวเองเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยยอมรับผิดในฐานะหัวหน้าผู้ควบคุมทีมทั้งหมด

อนาคตของหัวหน้าโค้ชเมื่อเจ้าของสโมสรเซาแธมป์ตันจะไม่ไล่ Eckert ออกจากกรณี Spygate

แม้บทลงโทษจากทางลีกจะรุนแรงถึงขั้นตัดคะแนนและตัดสิทธิ์การเลื่อนชั้นในเพลย์ออฟ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของทีมและโค้ชต้องขาดสะบั้นลง อย่างไรก็ตาม Solak ไม่ได้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเฉยๆ เขาได้ยื่นคำขาดและตักเตือน Eckert ไว้อย่างหนักแน่นว่า หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก เขาอาจไม่สามารถปกป้องตำแหน่งงานของโค้ชรายนี้ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจในกฎระเบียบของ EFL ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มุมมองต่อความเชื่อมั่นในตัวกุนซือ

นอกจากนี้ Solak ยังได้กล่าวถึงบริบทของวัฒนธรรมฟุตบอลในต่างแดน โดยเขามองว่าในอิตาลีหรือเยอรมนี การสังเกตการณ์การฝึกซ้อมของทีมคู่แข่งเป็นสิ่งที่ทำกันจนเป็นปกติ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างที่ยอมรับได้ในอังกฤษ เขาเน้นย้ำว่านี่คือบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับทุกคนในสโมสร

บทวิเคราะห์ทิ้งท้าย: หากพิจารณาจากมุมมองของผู้บริหาร การรักษาบุคลากรที่มีความสามารถย่อมมีความสำคัญ แต่การกู้คืนความเชื่อมั่นจากแฟนบอลและรักษาความถูกต้องในกติกาการแข่งขันถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้ง Eckert และสโมสรเซาแธมป์ตันต้องเร่งแก้ไขในฤดูกาลถัดไป เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถผ่านพ้นจุดต่ำสุดและก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างโปร่งใสและมีเกียรติมากกว่าเดิม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตั้ง รัฐ คลังแสง ลูก สุทิน ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ

อัปเดตการเมือง: ตั้ง รัฐ คลังแสง ลูก สุทิน ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ และการแต่งตั้งข้าราชการชุดใหม่

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนข้าราชการการเมืองในหลายกระทรวง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไฮไลท์สำคัญคือการมีมติเห็นชอบให้มีการ ตั้ง รัฐ คลังแสง ลูก สุทิน ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ ซึ่งเป็นบุตรชายของคุณสุทิน คลังแสง เข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกเหนือจากกรณีดังกล่าวแล้ว ครม. ยังได้อนุมัติแต่งตั้งบุคคลสำคัญเข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาในส่วนงานอื่นๆ อีกหลายอัตรา เพื่อให้การทำงานในแต่ละกระทรวงเป็นไปอย่างราบรื่นและคล่องตัว ดังนี้:

สรุปรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่น่าสนใจ

  • ตั้ง รัฐ คลังแสง ลูก สุทิน ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช)
  • นายธนชัย สินธุไพร เข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ)
  • นางสาวพลอย ธนิกุล ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์)
  • นายโกศล ปัทมะ เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)
  • นายชัย วัชรงค์ ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

การจัดทัพบุคคลากรในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมทีมงานสายเลือดใหม่และผู้มีประสบการณ์เข้ามาทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร เพื่อสานต่องานในภารกิจของแต่ละกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีการปรับเปลี่ยนบอร์ดบริหารในคณะกรรมการหลายชุด อาทิ คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

เรายังเห็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญในการแต่งตั้งรายชื่อคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีและการปรับเปลี่ยนข้าราชการในกรมทางหลวงอีกด้วย ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการ ตั้ง รัฐ คลังแสง ลูก สุทิน ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ และทีมงานชุดใหม่นี้ จะสามารถสร้างผลงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้เพียงใด

บทสรุปของการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดสรรกำลังคนเพื่อรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การทำงานเชิงรุกของ ครม. ในช่วงกลางปี 2569 จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ที่มา – ตั้ง “รัฐ คลังแสง” ลูก “สุทิน” ที่ปรึกษา รมช.กษ. “ธนชัย สินธุไพร” ที่ปรึกษา “สิริพงศ์”

Billy Gilmour เผยความรู้สึกหลังพลาดไปบอลโลก

Billy Gilmour เผยความรู้สึกหลังพลาดไปบอลโลก

วินาทีนี้คงไม่มีใครที่แฟนบอลสกอตแลนด์จะรู้สึกเห็นใจไปมากกว่า Billy Gilmour มิดฟิลด์ตัวเก่งสังกัด Napoli ที่ต้องออกมาเปิดเผยถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากทีมชาติลุยฟุตบอลโลก 2026 อย่างน่าเสียดาย

Billy Gilmour เผยความรู้สึกหลังพลาดไปบอลโลก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องที่สกอตแลนด์เอาชนะคูราเซาไปได้ 4-1 โดย Gilmour ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนจบครึ่งแรก แม้จะสามารถประคองตัวเดินออกจากสนามได้เอง แต่ผลการสแกนกลับยืนยันว่าเขาไม่สามารถลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ โดยเขาถูกแทนที่ในทีมโดย Tyler Fletcher ดาวรุ่งวัย 19 ปีจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทเรียนชีวิตและการก้าวผ่านช่วงเวลา Billy Gilmour เผยความรู้สึกหลังพลาดไปบอลโลก

ในโพสต์ผ่าน Instagram ส่วนตัว Gilmour ได้เปิดใจด้วยความเจ็บปวดว่า “ผมแทบไม่มีคำพูดใดที่จะบรรยายความรู้สึกตอนนี้ได้ มันเป็นการสูญเสียความฝันวัยเด็กที่ใกล้จะกลายเป็นจริงไปต่อหน้าต่อตา การที่ต้องพลาดโอกาสลงเล่นฟุตบอลโลกเพียงเพราะอาการบาดเจ็บเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากเหลือเกิน” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ในความโชคร้ายก็ยังมีความอบอุ่น เมื่อ Gilmour ได้ขอบคุณกำลังใจจากแฟนบอลที่ส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งเขายืนยันว่าจะขอทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ร่วมกับพี่น้องชาวสกอตทุกคน เพื่อส่งแรงใจให้ทีมชาติลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 โดยทีมชาติสกอตแลนด์มีโปรแกรมลงเตะนัดแรกในกลุ่ม C พบกับทีมชาติเฮติ ตามด้วยโมร็อกโกและบราซิล

  • ผลกระทบต่อทีม: สตีฟ คลาร์ก เฮดโค้ชของทีมต้องทำการปรับทัพครั้งใหญ่ก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วัน
  • การสนับสนุน: แฟนบอลทั่วโลกต่างร่วมส่งกำลังใจให้มิดฟิลด์รายนี้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

ในมุมมองของแฟนบอล การขาดหายไปของจอมทัพรายนี้ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ แต่ด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ เราเชื่อว่าเขาจะกลับมาโลดแล่นในสนามในสภาวะที่สมบูรณ์ที่สุดแน่นอน และหวังว่าทีมชาติสกอตแลนด์จะใช้พลังใจจากเหตุการณ์นี้มุ่งมั่นคว้าชัยชนะเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนร่วมทีมที่ไม่สามารถไปต่อกับพวกเขาได้ เป็นกำลังใจให้ Gilmour กลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หนุนรายได้ท้องถิ่น

เชื่อว่าหลายคนเวลาเดินทางไกล แวะพักที่ปั๊มน้ำมันไม่ใช่แค่การเติมพลังให้รถเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการหาของอร่อยหรือของฝากติดไม้ติดมือ วันนี้มีข่าวดีมาฝากครับ เพราะล่าสุด พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ได้มีพื้นที่ขายของโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าที่

พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ โดยทางกระทรวงพลังงานร่วมกับ OR ได้เปิดกิจกรรมตลาดเติมสุขขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้ผู้ประกอบการในชุมชนนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และของดีประจำจังหวัดมาวางจำหน่ายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ซึ่งไม่ได้มีแค่ในที่เดียว แต่กำลังขยายผลไปทั่วประเทศ เพื่อให้เราได้เห็นว่าการเป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมันคือการเป็นศูนย์กลางของทุกคนในสังคมจริงๆ ครับ

ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญกับชุมชน?

เมื่อ พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น กิจกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการแบ่งปันพื้นที่เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรใหญ่ นี่คือข้อดีที่น่าสนใจครับ:

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย: ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ค้ารายย่อยได้มหาศาล
  • ทำเลทอง: การขายในปั๊มน้ำมันเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและมากขึ้น
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: เป็นการส่งเสริมแนวคิด “ไทยช่วยไทย” ที่ยั่งยืน
  • สินค้าดีราคาถูก: ลูกค้าที่แวะมาได้ซื้อของดีในราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพไปในตัว

กิจกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิด OR เติมโอกาส และวิสัยทัศน์ Living Community ที่อยากให้สถานีบริการฯ เป็นพื้นที่ของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงคนในพื้นที่กับผู้เดินทางเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่เติมพลังงานให้รถ แต่คือการเติมรอยยิ้มและรายได้ให้คนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมไทยเราด้วย หากใครเดินทางผ่านสถานีบริการที่มีกิจกรรมนี้ ลองแวะอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นกันดูนะครับ เพราะนอกจากจะได้ของดีแล้ว ยังเป็นการสร้างความสุขให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสนับสนุนสินค้าชุมชน หรือมองหาสถานที่เที่ยวเล็กๆ ระหว่างทาง อย่าลืมแวะชมตลาดเติมสุขที่ พีทีที สเตชั่น นะครับ เชื่อว่าคุณจะได้พบกับเสน่ห์ของสินค้าประจำจังหวัดที่หาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

ที่มา – พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4 มิถุนายน 2569 เช็กคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ

เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอคอยข่าวดีเรื่องสวัสดิการจากภาครัฐ โดยล่าสุดได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยที่ต้องการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดระบบจริง

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4 มิถุนายน 2569 เช็กคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ

การเปิดรับสมัครในรอบปี 2569 นี้ กระทรวงการคลังได้วางกำหนดการไว้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ซึ่งสิ่งที่ผู้ถือบัตรคนเดิมต้องทราบคือ คุณต้องไปทำการยืนยันตัวตนใหม่ทุกราย และสำหรับผู้สมัครใหม่ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อให้การยื่นเอกสารไม่ตกหล่น

เกณฑ์การคัดกรองในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4 มิถุนายน 2569

สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียน ต้องมีสัญชาติไทยและอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยในปีนี้มีการปรับปรุงเกณฑ์รายได้และเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดมากขึ้น ดังนี้ครับ:

  • รายได้ส่วนบุคคลต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • มีการเพิ่มเกณฑ์รายจ่ายที่จ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ไม่มีนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ถือครองหลักทรัพย์และตราสารหนี้เข้ามาปะปน
  • ผู้ที่ทำประกันชีวิตที่มีเบี้ยจ่ายเกิน 12,000 บาทต่อปี จะไม่ได้รับสิทธิ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงกลุ่มผู้ที่เป็นกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิเพื่อให้มั่นใจว่าเงินสวัสดิการจะตกไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ โดยจะมีการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

หากถามว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลอย่างไร คำตอบคือรัฐบาลพยายามตัดตัวแปรที่ซับซ้อนออก อย่างการไม่คำนวณรายได้เฉลี่ยของครอบครัวในปีนี้ ถือเป็นการปรับตัวที่ดีเพื่อให้กระบวนการคัดกรองรวดเร็วและแม่นยำขึ้น ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เตรียมเอกสารและเช็กชื่อในระบบให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน เพื่อป้องกันความแออัดของเว็บไซต์ อย่าลืมตรวจสถานะให้ดีนะครับ!

ที่มา – ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4 มิถุนายน 2569 เช็กคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ

สจ๊วต มิลน์ อดีตประธานอำลาบอร์ดบริหาร Aberdeen

สจ๊วต มิลน์ อดีตประธานอำลาบอร์ดบริหาร Aberdeen

แฟนบอลทีมปีศาจแดงแห่งสก็อตแลนด์ต้องพบกับข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอล เมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สจ๊วต มิลน์ อดีตประธานอำลาบอร์ดบริหาร Aberdeen เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากครองตำแหน่งและอยู่คู่กับสโมสรมายาวนานถึง 32 ปีเต็ม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ทรงคุณค่าและเป็นตำนานของทีมอย่างแท้จริงครับ

เหตุผลที่ สจ๊วต มิลน์ อดีตประธานอำลาบอร์ดบริหาร Aberdeen

การตัดสินใจของมิลน์ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องกะทันหัน แต่เขาเชื่อว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องานบริหาร โดยเขากล่าวอย่างจริงใจว่าถึงเวลาที่สโมสรต้องการ ‘พลังคนรุ่นใหม่’ เข้ามาช่วยบริหารจัดการทีมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มิลน์ผู้เป็นทั้งนักธุรกิจท้องถิ่นและแฟนบอลพันธุ์แท้ของ Dons ได้สร้างรากฐานมากมายนับตั้งแต่เข้ามามีบทบาทโดดเด่นตั้งแต่ปี 1997 ในฐานะรองประธาน และก้าวขึ้นเป็นประธานสโมสรระหว่างปี 1998 จนถึงปลายปี 2019

ความทรงจำและผลงานตลอด 3 ทศวรรษ

ตลอดการทำงานของเขา สจ๊วต มิลน์ อดีตประธานอำลาบอร์ดบริหาร Aberdeen ได้ผ่านทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของสโมสรมามากมาย แต่เขาก็สามารถพา Aberdeen ฝ่าวิกฤตจนมาถึงจุดนี้ได้ ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการคว้าแชมป์สก็อตติชคัพ และการผลักดันโปรเจกต์สนามซ้อมแห่งใหม่ที่ Cormack Park ซึ่งยกระดับมาตรฐานสโมสรให้ก้าวไกลในระดับสากล

แม้ว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งบอร์ดบริหารแล้ว แต่เดฟ คอร์แม็ก ประธานคนปัจจุบันได้เผยว่าทางสโมสรเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่ครอบครัวมิลน์ในอนาคตเพื่อขอบคุณสำหรับการอุทิศตนมาตลอดหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาที่ชาญฉลาด หรือความเป็นผู้นำที่มุ่งมั่น ซึ่งทางคอร์แม็กเองก็ได้เน้นย้ำว่ามิลน์คือคนที่ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของสโมสรเสมอมา

สุดท้ายนี้ แม้มิลน์จะโบกมือลาตำแหน่งในบอร์ดบริหาร แต่เขายืนยันว่าเขาจะไม่ไปไหนไกล และเราจะยังคงเห็นเขาเข้ามาเชียร์ทีมรักที่พิตโตดรี (Pittodrie) ในเกือบทุกนัดที่สโมสรลงแข่งแน่นอน นี่คือจิตวิญญาณของแฟนบอลที่กลายเป็นผู้บริหาร และผมเชื่อว่าแฟนๆ Aberdeen ทุกคนคงจะจดจำเขาทีในฐานะบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมเสมอครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย ไทยช่วยไทย พลัส ทะลุ 2,581 ล้าน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวดีเรื่องเศรษฐกิจที่ดูมีความคึกคักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ สำหรับใครที่กำลังติดตามโครงการจากทางภาครัฐ ล่าสุดทางโฆษกรัฐบาลได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขความสำเร็จของ รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2,581 ล้าน สะท้อนกระตุ้นการจับจ่าย ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก เพราะสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มกลับมากล้าใช้จ่ายกันมากขึ้นหลังจากเริ่มโครงการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2,581 ล้าน

หลายคนอาจจะอยากทราบว่าตัวเลขนี้มาจากไหนกันบ้าง ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ระบุชัดเจนครับว่ามียอดการใช้จ่ายสะสมรวมพุ่งไปถึง 2,581.03 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนได้ดังนี้ครับ:

  • ส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง: 1,078.18 ล้านบาท
  • ส่วนที่ภาครัฐช่วยสนับสนุน: 1,502.85 ล้านบาท

นี่ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการที่ รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2,581 ล้าน สะท้อนกระตุ้นการจับจ่าย นั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ เพราะมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 10.09 ล้านคน และเกิดรายการใช้จ่ายไปแล้วกว่า 17.71 ล้านครั้งทั่วประเทศไทยเลยทีเดียวครับ

ผลลัพธ์เชิงบวกจากการดำเนินมาตรการของภาครัฐ

การที่ รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2,581 ล้าน สะท้อนกระตุ้นการจับจ่าย ครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีโดยตรงไปถึงร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 711,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ที่ได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินที่หมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ทำให้ร้านค้าชุมชนกลับมามีความหวังและมีรายได้เข้ามาหมุนเวียนมากขึ้นครับ

ในมุมมองของผม โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่สร้างสภาพคล่องได้ดีมากครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระกระเป๋าตังค์ของประชาชนแล้ว การที่รัฐบาลร่วมมือกับภาคประชาชนยังช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วย การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดของรัฐบาลในครั้งนี้ จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในระยะต่อไปได้ดียิ่งขึ้นแน่นอนครับ

หวังว่าโครงการดีๆ แบบนี้จะส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน เพื่อนๆ ล่ะครับ ได้ลองใช้สิทธิ์กันแล้วหรือยัง? อย่าลืมไปตรวจสอบสิทธิ์และใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนใกล้บ้านกันนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2,581 ล้าน สะท้อนกระตุ้นการจับจ่าย